ตอนที่ 7
ooooooo
ไตรทศพาชญานีทำกิจกรรมกลางแจ้งจนเหนื่อยหอบทั้งคู่ แต่ไม่ยอมหยุด ลากเธอไปแข่งวิ่งในสนามฟุตบอล ก่อนจะเสียฟอร์มล้มไม่เป็นท่าเพราะขาเป็นตะคริว
ชญานีวิ่งแซงไปแล้ว ย้อนมาดูด้วยความเป็นห่วงแต่ยังวางมาด
“กลัวแพ้ฉันจนต้องใช้มุกนี้เลยเหรอ”
“ถ้าเชื่ออย่างนั้นแล้วสบายใจก็เอาเลย”
ไตรทศหน้าคว่ำเหมือนเด็กเอาแต่ใจ ชญานีได้แต่ขำ ก่อนเอ่ยนิ่งๆ
“ฉันนวดไม่เป็นนะ แต่ฉันจะนั่งเป็นเพื่อนคุณจนกว่าคุณจะลุกเดินไหว”
“แค่นั้นก็เกินพอแล้ว”
มิตรภาพระหว่างไตรทศกับชญานีอดีตคู่ปรับดีขึ้นเรื่อยๆ เช่นเดียวกับบรรยากาศในบ้านทัศนะที่เต็มไปด้วยกลิ่นไอรัก เพ็ญขวัญดีใจมากที่พี่ชายกับเขมิกาเริ่มดูใจกัน คงมีเพียงคู่ชาคริตกับญาดาที่จ้องจับผิดกันตลอดเวลา
ชาคริตพาญาดามาฮ่องกงเพื่อดูชีวิตในอดีตของเขาสมัยเคยเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร ใช้แรงงานทุกทางหาเงินเลี้ยงชีพ ญาดานึกทึ่งความทรหดของสามี ก่อนจะนิ่วหน้าเมื่อเขาพาเข้ากาสิโนที่พ่อบุญธรรมเป็นเจ้าของ บอดี้การ์ดตั้งท่าจะขวางไม่ให้เธอเข้า แต่เมื่อเห็นชาคริต ทั้งหมดก็รีบค้อมหัวให้
“นี่คือชั้นวีไอพี ชั้นที่เฉพาะคนพิเศษที่ขึ้นมาได้”
“คนพิเศษนี่คงเป็นพวกเจ้าพ่อมาเฟียด้วยกัน”
“คนที่มาเล่นมีทุกอาชีพ ทุกตำแหน่ง ผมบอกคุณหรือยังว่าผมเป็นคนแจกไพ่ที่อายุน้อยที่สุดของที่นี่”
“คุณเคยทำงานที่นี่หรือ”
“ชีวิตผมเริ่มต้นใหม่ที่นี่...ชีวิตผมน่าสนใจไหม หรือก็เหมือนชีวิตเด็กเร่ร่อนทั่วไป เพียงแต่ผมโชคดีกว่าเท่านั้น”
“ชีวิตคุณไม่เหมือนคนทั่วไป...ฉันเข้าใจคุณแล้ว”
“ขอบคุณ...ผมขอแค่นี้แหละ”
แม้จะเข้าใจความลำบากของสามีแต่ญาดาไม่เห็นด้วยเลยที่เขายังเกี่ยวข้องกับการพนันและโลกของมาเฟีย เธออยากรู้เรื่องมิสเตอร์หว่องพ่อบุญธรรมของเขามากกว่านี้ แต่ชาคริตบ่ายเบี่ยงและพาเธอเข้าโรงแรมแทน
ญาดาเต้นผางเพราะไม่ได้เตรียมใจมาค้าง แต่ชาคริตไม่สนใจ แถมเปิดโรงแรมแค่ห้องเดียวอีกต่างหาก
“อย่ามาพูดให้ขำนะว่าโรงแรมเหลือห้องเดียว เราเลยต้องนอนค้างด้วยกัน”
“เปล่า...โรงแรมมีห้องพักอีกหลายสิบห้อง แต่นอนค้างแค่คืนเดียว เปิดห้องเดียวก็พอมั้ง”
“ฉันจะไปเปิดห้องใหม่”
“โรงแรมนี้เป็นของผม ไม่มีใครกล้าขัดคำสั่งของผมหรอก”
“ฉันไปพักที่อื่นก็ได้”
“ผมเป็นคนรักษาคำพูด สาบานก็ได้ว่าถ้าคุณไม่ก็คือไม่”
“คำสาบานบนเตียงไม่มีความหมาย”
ญาดาย้อนคำพูดเขาเมื่อคืนก่อน ชาคริตตาวาว คิดเข้าข้างตัวเองทันที
“คุณจำคำพูดผมได้นี่ แสดงว่าคุณมีใจให้ผมเข้าแล้ว”
“คุณไม่มีวันเปลี่ยนใจฉันได้ ถึงคุณจะผ่านความทุกข์มามากมายแค่ไหน แต่สิ่งที่คุณเคยทำกับครอบครัวฉัน มันไม่เกี่ยวกัน ฉันไม่ได้ใจอ่อนลงแม้แต่นิดเดียว!”
ooooooo
ญาดาทำปากกล้าไปอย่างนั้นเอง แท้จริงกลัวถูกเขาปล้ำจะแย่ แต่ชาคริตไม่ได้สนใจเธอแม้แต่น้อย มัวคิดถึงอดีตแสนรันทดของตัวเอง กว่าจะมาเป็นชาคริตหรือคริสโตเฟอร์ หว่อง อย่างทุกวันนี้...ไม่ใช่เรื่องง่าย
ชาคริตไม่ยอมเล่าความจริงเกี่ยวกับเขาทั้งหมด ...ความจริงที่นอกจากเขาจะเป็นเด็กแจกไพ่ก่อนเป็นบอดี้การ์ดของมิสเตอร์โจวกับมิสเตอร์หว่อง เขาต้องแลกกับอะไรบ้าง...
หลายปีก่อน...มืดเพื่อนสนิทคนเดียวของชาคริตที่ฮ่องกงถูกจับตัวมาให้มิสเตอร์หว่องตัดสินโทษ ชาคริตที่เวลานั้นเป็นบอดี้การ์ดให้มิสเตอร์โจวเสนอตัวรับโทษแทน หลังจากวันนั้น...ชาคริตจึงได้เลื่อนตำแหน่งเป็นลูกบุญธรรมของมิสเตอร์หว่อง ฝึกงานในธุรกิจมาเฟียแทบทุกอย่าง ฝึกการต่อสู้และการใช้อาวุธทุกประเภทจนเชี่ยวชาญ
เสียงปืนทั้งจากการฝึกและจากการต่อสู้ที่ผ่านมายังดังก้องในหัว ชาคริตถอนตัวเองจากอดีต มองเข้าไปในห้องนอนจากระเบียงห้องพัก จึงเห็นว่าญาดาผล็อยหลับไปแล้ว
ชาคริตขยับไปช่วยจัดท่าให้ภรรยานอนสบาย ก่อนจะกอดเธอแน่นเหมือนคนที่ขาดความรักและความอบอุ่น...เริ่มไม่แน่ใจตัวเองเหมือนกันว่าจะปกปิดความลับจากเธอได้นานแค่ไหน
ญาดาหลับสนิท รู้สึกตัวอีกทีตอนเช้า ทุกอย่างน่าจะดี ถ้าสามีตัวดีจะไม่นั่งจ้องหน้ารอเธอตื่นในระยะประชิด ชาคริตชอบใจมากที่ยั่วประสาทภรรยาได้ แต่ต้องหุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อเธอขอไปเจอมิสเตอร์โจว
ชาคริตเกือบขอให้ค้างที่ฮ่องกงอีกคืน แต่ต้องเปลี่ยนใจเมื่อญาดาตื๊อไม่เลิกอยากไปเจอพ่อบุญธรรม เขาจำต้องเบี่ยงเบนความสนใจเธอจากมิสเตอร์หว่องเป็นเก่งกาจ ด้วยการพาเธอไปเยี่ยมที่คุกแต่ไม่ยอมบอกว่าพ่อคือใคร
ญาดาถูกพาตัวกลับเมืองไทยเช้าวันเดียวกันและถูกลากไปเรือนจำกลางทันทีที่มาถึง เธอมองบรรยากาศรอบๆตัวอึ้งๆ และเข้าใจเองว่าชาคริตอาจเคยมีความหลังที่นี่
“คุณ...คุณเคยติดคุกที่นี่งั้นเหรอ”
“คนคุกในสายตาคุณนี่คงน่ารังเกียจมาก”
“ไม่ใช่อย่างงั้น ก็คุณบอกว่าคุณจะพาฉันไปสัมผัสชีวิตคุณ นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณงั้นเหรอ”
“ใช่...คนที่ผมมาพบเป็นส่วนสำคัญที่สุดในชีวิตผม!”
ชาคริตไม่บอกว่าพาเธอมาเยี่ยมเก่งกาจผู้เป็นพ่อแท้ๆ แต่หลอกให้เธอเข้าใจผิดว่าเก่งกาจเป็นชายโชคร้าย...ผู้เป็นแพะรับบาป ติดคุกแทนเพื่อนที่โกงชาวบ้านจนหมดตัว
ญาดาพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว “บริษัทแชร์ลูกโซ่ที่คุณเล่าให้ฟัง เพื่อนที่ว่า...พ่อคุณงั้นเหรอ ขอโทษเถอะนะ ถึงพ่อคุณจะตายไปแล้ว แต่คนที่โกงคนอื่นแล้วโยนบาปให้เพื่อนนี่...สุดบรรยายจริงๆ”
ชาคริตสะใจมากที่ทำให้ญาดาด่าพ่อตัวเองได้ แต่ทำเป็นนิ่ง ปล่อยให้เธอพูดตามใจคิด
“คนที่ทำกันได้ขนาดนี้ ฉันว่าเลวทรามต่ำช้ามาก คุณรู้สึกผิดต่อคุณอาคนนี้ใช่ไหม คุณถึงได้มาเยี่ยมท่าน น่าสงสารจริงๆที่มีเพื่อนเลวๆ”
“จำคำพูดของคุณไว้นะญาดา”
เก่งกาจทำเป็นเมินไม่สนใจลูกชาย จนกระทั่งอีกฝ่ายพาหญิงสาวหน้าตาดีมาไหว้ ชาคริตอดทนรอจนญาดาไปรอข้างนอกตามคำสั่ง เขาจึงได้บอกพ่อว่าเธอคือลูกสะใภ้
“ลูกสะใภ้ของพ่อชื่อญาดา...ลูกสาวของนายดิลก!”
ชื่อของอดีตเพื่อนรักทำให้เก่งกาจเบิกตาโพลง ตั้งท่าจะด่าลูกชายแต่ถูกดักคอ
“ผมอยากให้พ่อได้เห็น...ไอ้ดิลกแทบกระอักเลือดที่ต้องจูงลูกสาวส่งมาให้ผม ตอนนี้ครอบครัวมันแตกเป็นเสี่ยงๆ ต่อไปก็จะเป็นตัวมันเอง”
“พอได้แล้ว แกกำลังทำร้ายคนบริสุทธิ์”
“ผมจำเป็นต้องทำ ผมทำเพื่อพ่อ ทำไมพ่อไม่เข้าใจสักที”
“ถ้าแกอยากทำเพื่อพ่อจริงๆ เอาตัวเองออกจากวงจรอุบาทว์ซะ ธุรกิจที่ได้จากเงินสกปรก มันจะพาแกลงเหว!”
ชาคริตทำเป็นไม่ได้ยิน เก่งกาจถอนใจเหนื่อยหน่าย ก่อนถามถึงญาดา
“แกแต่งงานกับผู้หญิงคนนี้เพื่อแก้แค้นอย่างงั้นเหรอ”
คำถามของพ่อทำให้ชาคริตอึ้งไปอึดใจ ยอมรับได้ไม่เต็มปาก เก่งกาจโมโหมากเมื่อเห็นท่าทางลูกชาย
“แกมันโง่! โง่ตั้งแต่หนีไปฮ่องกง โง่จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ แกไม่รู้จักตัวเองเลย ฉันไม่เห็นว่าแกมองเมียแกเป็นศัตรูสักนิด ชีวิตแกเปลี่ยนไปแล้ว ไปคิดดูว่าแกเปลี่ยนไปเพราะใคร เลิกโง่...ก่อนที่จะสายเกินไป!”










