ตอนที่ 7
แม้จะเปิดใจในฐานะคู่แต่งงาน แต่ญาดาไม่ละความพยายามจะสืบความลับดำมืดของชาคริต เธอยังมีความหวังจะหาจุดอ่อนของเขาเพื่อช่วยครอบครัว
และเช้าวันแรกหลังงานแต่งก็เป็นโอกาสเหมาะ ชาคริตยังไม่ออกจากห้องน้ำ ญาดาเลยแอบเข้าห้องนอน ส่วนตัวของเขาเพื่อรื้อลิ้นชักโต๊ะทำงาน แต่ที่เธอคาดไม่ถึงคือชาคริตจัดการตัวเองเรียบร้อยและรออย่างใจเย็น ปรากฏตัวให้เธอเห็นพร้อมพวงกุญแจลิ้นชัก!
สภาพสามีมีผ้าเช็ดตัวผืนเดียวพันรอบตัวทำให้ญาดาหายใจไม่ทั่วท้อง ชาคริตแกล้งขยับหน้าไปใกล้ ดึงกิ๊บจากมวยผมเธอและพูดจากวนประสาท ญาดาเจ็บใจที่โดนรู้ทัน อ้าปากจะแหวแต่ถูกเขาไล่ไปนอกห้อง
ชาคริตไม่กลัวถูกล้วงความลับ ชอบใจด้วยซ้ำที่ญาดาเอาตัวมาป้วนเปี้ยนให้เขายั่ว และภาพเธอในเช้าวันแรกที่ห้องครัวหรูหราของเขาก็ทำให้กระชุ่มกระชวย หัวใจอย่างบอกไม่ถูก
“ครัวคุณไม่มีอะไรเลยนอกจากเครื่องต้มกาแฟ!”
ญาดาเห็นหน้าเขาก็โวย แต่ชาคริตกลับยักไหล่ไม่เห็นเป็นเรื่องใหญ่
“ที่นี่มีรูมเซอร์วิสตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอยู่แล้ว”
กาแฟร้อนหอมกรุ่นถูกยกวางตรงหน้า ชาคริตยิ้มกว้าง แกล้งเย้าภรรยา
“คุณอุตส่าห์ชงกาแฟให้นี่...รู้สึกผิดหรือว่าทำหน้าที่ภรรยาที่ดี”
“ฉันผิดตรงไหน ฉันต้องทำหน้าที่แม่บ้านให้คุณ ฉันก็ต้องรู้ว่าอะไรอยู่ตรงไหน...ใช่ไหมล่ะ”
“สรุปว่าไม่อยากรู้เรื่องผมแล้วหรือ”
“อยากสิ! แต่คุณต้องเล่าแต่เรื่องจริงเท่านั้น”
“ผมจะไม่แค่เล่าให้คุณฟัง ผมจะให้คุณสัมผัสชีวิตจริงของผมเลย ชีวิตผม...ก่อนจะได้เป็นลูกบุญธรรมเจ้าของกาสิโนใหญ่ในฮ่องกง...วันนี้คุณจะได้รู้ทุกเรื่อง!”
ระหว่างที่ชาคริตวางแผนพาญาดาไปรู้จักอดีตของเขา โดยละเรื่องเก่งกาจไว้เพื่อแผนสำคัญภายหลัง ชญานีเดินพล่านที่ออฟฟิศทีมาร์ท อยากเจอพี่ชายบุญธรรมเพื่อเคลียร์เรื่องในงานแต่ง
ทัศนะโผล่หน้ามาแทนชาคริต ปลอบเสียงเรียบว่าเพื่อนรักคงไม่มาทำงานหลังแต่งงานหนึ่งวัน ชญานีหน้าเสีย ยังฝังใจว่าพี่ชายแต่งงานเพราะมีแผน ไม่ใช่เพราะความรัก ทัศนะถอนใจหนักหน่วง ก่อนพูดอย่างจริงจัง
“ไม่ว่านายคริตจะแต่งงานกับใคร เพราะเหตุผลอะไร เขาก็ไม่มีวันมองนีเป็นอื่นนอกจากน้องสาว”
“นีรู้แล้ว...นีอยากให้พี่คริตกลับมาเหมือนเดิม”
“เหมือนเดิมแบบไหน”
“นีอยากให้พี่คริตรักนีเหมือนเดิม นีบ้าไปเองที่อยากเป็นเจ้าของพี่คริต ก็นีกลัว...กลัวว่าจะถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว”
“ไม่มีใครทิ้งนีหรอก เชื่อพี่...นายคริตแค่ทำโทษน้องสาวเพื่อไม่ให้คิดอะไรที่เป็นไปไม่ได้อีก”
พูดจบก็ดึงตัวมากอดปลอบ “อยู่ห่างกันสักพัก แล้วทุกอย่างจะดีขึ้นเอง”
“พี่นะคงกอดขวัญอย่างนี้ทุกวันเนอะ”
“พี่กอดนีอีกคนก็ได้”
ooooooo
ปลอบใจชญานีจนดีขึ้น ทัศนะต้องรับมือกับผู้หญิงอีกคนที่ทำให้เขาใจสั่น เขมิกานั่นเองที่หอบข้าวกลางวันทำเองมาให้ถึงออฟฟิศทีมาร์ท พร้อมรอยยิ้มง้องอนจนเขาอ่อนใจ
“คุณรู้ใช่ไหมว่าผมรู้สึกยังไงกับคุณ”
เขมิกาพยักหน้าน้อยๆอย่างเข้าใจ ทัศนะถึงกับถอนใจยาวและตัดสินใจพูดตรงๆ
“เวลาอยู่กับคุณ ผมไม่อยากได้ยินชื่อนายคริตเลย ผู้ชายที่ทำให้คุณหลงรักได้ถึงสองครั้งสองครา คุณจะไม่ให้ผมรู้สึกหวั่นไหวได้ยังไง ผมขอโทษ...ผมยังไม่ได้ถามความรู้สึกคุณเลย ผมไม่มีสิทธิ์พูดแบบนั้นกับคุณ”
“คุณมีสิทธิ์ค่ะ คุณเป็นคนทำให้เขมมีชีวิตใหม่ แต่เราค่อยเป็นค่อยไปได้ไหมคะ”
“ได้...รอนานแค่ไหน ผมก็รอได้ แต่ผมต้องรู้ว่าตอนนี้เราเป็นอะไรกัน”
“เอาเป็นว่าเราอยู่ในช่วงคุยๆกันอยู่ แต่คุณนะต้องคุยกับเขมคนเดียว ห้ามไปคุยๆกับผู้หญิงอื่นเป็นอันขาด!”
ทัศนะหัวใจพองฟู ในที่สุดความหวังจะได้รักกับเขมิกาก็ใกล้ความจริง
เวลาเดียวกันที่ห้องทำงานชญานี...เจ้าของห้องสาวถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นไตรทศมาดักรอ แถมชวนเธอโดดงานเป็นครั้งแรกในชีวิต ชญานีอิดออดช่วงแรกเพราะไม่ชิน แต่เมื่อได้ลองทำก็เพลินและสนุกมากกว่าที่คิด
ไตรทศพาชญานีออกนอกกรอบเดิมๆได้สำเร็จ เช่นเดียวกับชาคริตที่พาญาดามาทำความรู้จักกับอดีตเมื่อยี่สิบปีก่อนของเขาด้วยการพาเธอมาบ้านเก่าที่เขาเคยอยู่กับเก่งกาจ
ญาดากวาดตามองรอบตัวอึ้งๆ สภาพทรุดโทรมของหมู่บ้านชวนให้นึกสงสารและเห็นใจเขา แต่ก็อดไม่ได้จะถามถึงเพื่อนบ้านเพื่อสืบเรื่องเก่าๆ ชาคริตรู้ทัน ตอบยิ้มๆ
“ถ้าคุณคิดจะสืบเรื่องผมก็เสียใจด้วย ไม่มีคนเก่าๆ เหลืออยู่แล้วล่ะ”
“ฉันก็แค่ถามดูเฉยๆ แล้วทำไมทุกคนย้ายออกไปหมดล่ะ”
“คนซอยนี้เกือบทั้งหมดถูกบริษัทแชร์ลูกโซ่หลอก แต่ละบ้านลงเงินไปหมดตัว พอบริษัทล้มก็ถูกยึดบ้าน”
“รวมทั้งบ้านคุณด้วย”
“เปล่า...พ่อผมนี่แหละเป็นเจ้าของบริษัทแชร์ลูกโซ่ที่หลอกต้มตุ๋นชาวบ้านตาดำๆ!”
สีหน้าตกตะลึงของเธอทำให้ชาคริตนึกสมเพชตัวเอง เขาเล่าเรื่องอดีตแต่ไม่พูดถึงพ่อมากนัก นอกจากบอกว่าเขาต้องหาเงินทุกทางเพื่อเอาชีวิตรอด จนถึงขั้นเคยถูกหลอกไปขายบริการ
ญาดาอ้าปากค้างเป็นรอบที่สอง แต่ชาคริตก็ตัดบทด้วยความจริงเสียก่อน
“ผมยังไม่อับจนถึงขนาดนั้น ผมโดนเพื่อนหลอกมาที่นี่ มันบอกว่าที่นี่หาเงินง่าย พอรู้ว่าเป็นงานอะไร ผมเผ่นแทบไม่ทัน แต่ผมไม่เคยตัดสินใคร ไม่ว่าใครจะเลือกทางเดินชีวิตแบบไหน...ผมก็เชื่อว่าทุกคนมีเหตุผลของตัวเอง”
ชาคริตเล่าว่าไปทำงานที่ฮ่องกงตามคำชวนของมืดเพื่อนสนิทร่วมชะตากรรมหลังจากนั้น ญาดาเดาว่าเขาอาจถูกหลอกอีกรอบ แต่คราวนี้เขาไปถึงฮ่องกงจริงๆ แต่ถูกใช้แรงงานในโรงงานนรกราวกับทาส
อดีตของสามีทำให้ญาดาเห็นใจเขามากขึ้น รวมทั้งอยากรู้เรื่องราวอื่นๆที่ฮ่องกงของเขาด้วย ชาคริตยิ้มกว้าง ทุกอย่างเข้าตามแผน เขาแอบหยิบหนังสือเดินทางของเธอมาแล้ว คราวนี้...เธอจะได้เห็นทุกอย่างด้วยตาตัวเอง!










