ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ภูผาแพรไหม

SHARE
ตอนที่ 13

นายพลจันทร์เทพ ลุงของอโณทัยเดินทางมาแล้ว เพื่อวางแผนปลิดชีพแสงฉายในงานแต่งงานที่จะมีขึ้นวันพรุ่งนี้ โดยเขาสั่งการนาราให้ใช้ความสวยล่อเสือออกจากถ้ำ ส่วนคนอื่นๆพยายามเข้าไปปะปนกลมกลืนกับแขกเหรื่อ แล้วตนเองจะบัญชาการอยู่ภายในรถที่สามารถเห็นความเคลื่อนไหวทุกอย่างได้ด้วยเทคโนโลยีอันทันสมัย

เย็นวันเดียวกัน พิพิธตัดสินใจแจ้งความเรื่องพี่ชายหายตัวไปตั้งแต่เมื่อวาน หมวดทวีปรับเรื่องและซักถามข้อมูลเพิ่มเติมว่าพี่ชายของเขามีศัตรูที่ไหนบ้าง พิพิธตอบทันทีว่าไม่มีแน่นอน ครอบครัวของตนทำธุรกิจตรงไปตรงมาตั้งแต่รุ่นอากง ที่ผ่านมาเราไม่เคยมีเรื่องขัดแย้งกับใคร

“พี่ชายคุณอาจจะถูกปล้นจี้ชิงทรัพย์ หรือไม่ก็ถูกลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่”

“ก็อาจจะเป็นไปได้ แต่ผมยืนยันว่าเฮียนัดกับคุณพันทิญา พี่สาวคุณแพรไหม แต่พอไปถามคุณพันทิญากลับบอกว่าไม่ได้เจอเฮีย”

“ถ้าอย่างงั้นก็หมายความว่าพี่ชายคุณหายตัวไประหว่างทาง เอาอย่างนี้แล้วกัน ผมจะให้ตำรวจแกะรอยจากรถพี่ชายคุณดูก่อน เผื่อเราจะได้เบาะแสอะไรเพิ่มเติม”

พิพิธพยักหน้า สายตาเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด... ด้านตัวการอย่างพันทิญา เวลานี้เธอกำลังร้อนรุ่มกลุ้มใจที่จะต้องเสียแสงฉายให้แพรไหมไปจริงๆ จึงคิดอ่านกับวนิดาจนได้ข้อสรุปว่า ต้องทำให้แพรไหมหนีการแต่งงานให้จงได้

พันทิญาแสร้งยิ้มแย้มเข้าหาแพรไหม ถามอย่างห่วงใยว่าพรุ่งนี้จะถึงวันแต่งงานแล้วยังไม่เตรียมตัวอีกหรือ?

“แพรกำลังคิดหาทางยกเลิกงานแต่งงาน แต่แพรก็ไม่รู้จะทำยังไง ถ้าจะหนีไปอีกก็สงสารคุณแม่”

“แต่ชีวิตเป็นของแพรนะ ถ้าแพรไม่อยากแต่ง ก็ไม่ต้องแต่ง ไม่อย่างงั้นแพรจะต้องฝืนใจอยู่กับคนที่แพรไม่รักไปตลอดชีวิต แล้วถ้าวันหนึ่งอยู่ด้วยกันไม่ได้ แพรก็ต้องกลับมาเริ่มต้นชีวิตใหม่”

“แต่เจ้าคงไม่ยอม แพรจะทำยังไงดีล่ะคะพี่พัน”

“มันอยู่ที่แพร ถ้าแพรไม่แต่งซะอย่าง เจ้าก็คงทำอะไรไม่ได้...หนีไปซะ ไปให้ไกลที่สุด แพรไม่มีเวลาคิดอีกแล้ว จะทำอะไรก็ต้องรีบทำเข้า ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป”

แพรไหมเริ่มลังเล วนิดาเข้ามาพร้อมพาสปอร์ตที่แอบเอามาจากห้องศุภลักษณ์ เธอบอกให้แพรไหมรีบเก็บข้าวของหนีไปก่อนที่แม่จะกลับมา แต่แพรไหมยังห่วงความปลอดภัยของแม่ ถ้าเจ้าแสงฉายรู้ว่าตนหนีไป เขาต้องโกรธมากแน่ๆ

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่ะ บ้านเมืองมีขื่อมีแป ไม่มีใครมาทำอะไรใครได้ง่ายๆหรอก อีกอย่างน้ากับยัยพันก็ยังอยู่ คงพอจะดูแลกันได้”

ในที่สุดแพรไหมก็เชื่อสองน้าหลาน เธอรีบเก็บข้าวของจำเป็นลงกระเป๋าเพื่อออกจากบ้าน แต่ไม่นึกว่าจะเจอแสงฉายที่มาโดยไม่ได้นัดล่วงหน้า

“คุณไม่ควรเดินทางไปไหนอีก อย่าลืมสิ พรุ่งนี้จะถึงวันแต่งงานของเราแล้ว”

“ใครบอกว่าฉันจะแต่งงานกับคุณ ฉันตัดสินใจแล้ว ฉันจะไปจากที่นี่ คุณหรือใครก็ห้ามฉันไม่ได้”

“คิดเหรอว่าผมจะยอมให้คุณไปง่ายๆ ยังไงงานแต่งงานของเราก็ต้องเกิดขึ้น ไม่ว่าคุณจะเต็มใจหรือไม่ก็ตาม”

แพรไหมไม่ฟัง สั่งเขาหลีกทาง แต่แสงฉายไม่ขยับ แถมยังจ้องหน้าเธออย่างเอาจริง จังหวะนี้ศุภลักษณ์กลับมาพอดี เธอสงสารลูกสาวจึงช่วยกล่อมแสงฉายเพื่อให้เปลี่ยนใจยกเลิกการแต่งงาน

“เห็นใจเราเถอะค่ะ ที่ผ่านมาเป็นความผิดของน้าเอง ที่เห็นดีเห็นงามอยากให้ยัยแพรได้แต่งงานกับเจ้า เพราะน้าเชื่อว่าเจ้าจะทำให้ยัยแพรรักเจ้า และยอมแต่งงานกับเจ้าด้วยความเต็มใจ แต่ที่สุดมันก็เป็นไปไม่ได้”

“คุณน้าจะให้ยกเลิกงานแต่งง่ายๆอย่างงั้นเหรอครับ แล้วใครจะรับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้นกับผม”

“น้าจะคืนทุกอย่างให้เจ้า ส่วนค่าจัดงานแต่งงานทุกอย่าง น้าขอรับผิดชอบเอง”

“แล้วชื่อเสียงของผมที่เสียไปล่ะ ผมจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน จู่ๆก็ถูกผู้หญิงยกเลิกงานแต่ง”

“แต่เจ้าก็ทำไม่ถูกที่ไปยุ่งกับผู้หญิงอื่น” ศุภลักษณ์หันมองพันทิญาที่ยืนอยู่กับวนิดา

“ผมขอยืนยันว่าผมรักคุณแพรไหม จริงใจกับเธอมาตลอด ถ้าคุณน้าจะใช้เรื่องไร้สาระมาเป็นข้ออ้างเพื่อยกเลิกงานแต่งงานของผมกับคุณแพร มันคงไม่ยุติธรรมกับผม”

“เจ้ามองว่าเรื่องของเราเป็นเรื่องไร้สาระงั้นเหรอคะ” พันทิญาโพล่งขึ้นอย่างเจ็บปวด แสงฉายไม่สบตา กล่าวเชิงขู่อยู่ในทีว่า คิดว่าเราคุยกันเข้าใจแล้ว “แล้วที่ผ่านมาล่ะคะ เจ้าจะให้พันคิดยังไง พันรักเจ้า ยอมทำทุกอย่างเพื่อเจ้านะคะ”

“คุณคิดไปเองทั้งนั้น ผมคงไม่ต้องรับผิดชอบความรู้สึกของผู้หญิงทุกคนที่ผมรู้จัก ผมรักคุณแพรไหมคนเดียวเท่านั้น”

“แต่ฉันไม่ได้รักคุณ...ไม่มีวันรักด้วย” แพรไหมสวนทันควัน


“ถึงตอนนี้...ความรักไม่มีความหมายกับผมแล้ว แต่ผมจะไม่ยอมเสียหน้าเด็ดขาด”

“ก็ได้...ถ้าทำให้เรื่องมันจบ เจ้าจะให้น้าชดเชยยังไงก็บอกมาเถอะ น้ายอมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับอิสรภาพของลูกสาวน้า”

“มันสายไปแล้วครับ พรุ่งนี้คุณแพรไหมต้องแต่งงานกับผม ไม่มีทางเลือกอื่น แล้วอย่าคิดหนีไปอีก ถ้าไม่อยากให้แม่คุณเดือดร้อน คุณก็รู้นี่ว่าคนอย่างผมทำได้ทุกอย่าง”

แสงฉายกลับออกไปพร้อมลูกน้องสองคน แพรไหม ไม่ยอมง่ายๆ ก้าวตามมาต่อว่าเขาอีกหลายคำ ก่อนที่แสงฉายจะโมโหแล้วพาดพิงไปถึงภูผา ถามว่ารักมันมากนักใช่ไหม ถึงได้กล้ายกเลิกงานแต่งงานกับตน


“ใช่...ฉันรักเขา ยอมรับความจริงเถอะค่ะ ระหว่างเรามันเป็นไปไม่ได้ แต่งงานกันไปก็ทรมานใจกันเปล่าๆ อย่างคุณจะหาผู้หญิงที่สวยกว่าฉัน ดีกว่าฉันอีกกี่ร้อยคนก็ได้”

“แต่คนที่ผมอยากจะแต่งงานด้วยคือคุณคนเดียวเท่านั้น”

“ฉันยอมตายดีกว่าที่จะยอมแต่งงานกับคุณ”

“คนที่สมควรตายคือภูผาต่างหาก ถ้าไม่มีมันเสียคน เรื่องของเราก็คงง่ายกว่านี้”

“อย่านะ อย่าไปยุ่งกับเขา”

“มันก็ไม่แน่...ถ้างานนี้คุณไม่ยอมแต่งงานกับผม จำไว้นะคุณแพรไหม ผมอาจจะยอมเสียใจที่คุณไม่รักผม แต่ผมจะไม่ยอมเสียหน้าเด็ดขาด ถ้าคุณยังอยากให้ภูผามีชีวิตอยู่ในโลกนี้ต่อไป คุณต้องแต่งงานกับผม”

“ก็ได้...ฉันจะยอมแต่งงานกับคุณ แล้วก็จำไว้เลยนะ ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหนคนอย่างคุณไม่มีวันได้หัวใจของฉัน”

แสงฉายกลับไปอย่างเจ็บปวด ขณะที่พันทิญาก็เจ็บปวดไม่แพ้กัน เธอเข้าห้องโวยวายว่าสองแม่ลูกโง่นัก แค่คำขู่ของเจ้าก็กลัวกันหัวหด วนิดาเตือนให้ใจเย็น แต่เธอบอกว่าเย็นไม่ไหวแล้ว ตนกำลังจะกลายเป็นคนแพ้ แพ้นังแพรไหม ตนทนไม่ได้

“ไม่...เป็นตายยังไงน้าก็ไม่ยอมแพ้นังแม่ลูกนั่นเด็ดขาด พวกมันต่างหากล่ะที่จะต้องกลายเป็นคนสูญเสีย ไม่เหลืออะไรเลย อย่ากลัวไปเลยลูก”

พันทิญาชะงักกับคำว่าลูกที่วนิดาหลุดปากออกมา แต่พอวนิดาได้สติก็แก้ต่างว่า น้ารักพันเหมือนลูกน้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้พันสมหวัง ต่อให้ต้องทำร้ายคนอีกกี่คน น้าก็ยอมเพื่อหลานของน้า...

ตกกลางคืนก่อนวันงาน วนิดาจ้างวานชายสองคนจับตัวแพรไหมไปจากบ้าน เผอิญภูผามาเห็นเข้าจึงตามไปช่วยเหลือเธอทันเวลา แล้วจากนั้นทั้งคู่มีปากเสียงกันนิดหน่อยเรื่องงานแต่งที่จะมีขึ้นพรุ่งนี้ นั่นก็เพราะภูผายังตัดใจจากเธอไม่ได้ ขณะเดียวกันแพรไหมก็ท่าทีอาลัยอาวรณ์เพราะรักเขามาก

สองคนใช้เวลาอยู่ด้วยกันตลอดคืน พอเช้าขึ้นคนที่บ้านแพรไหมจึงแตกตื่นตกใจเมื่อมาดูในห้องแล้วไม่พบเธอ โดยเฉพาะศุภลักษณ์ที่นั่งหน้าเครียดไม่รู้จะทำอย่างไรดี เพราะถ้าแพรไหมหนีการแต่งงานจริง ตนเองต้องเดือดร้อนแน่ แต่วนิดาและพันทิญากลับลอบยิ้มสมใจ

“ก็ดีแล้วนี่ที่ยัยแพรหนีไป พี่ศุควรจะดีใจด้วยซ้ำที่ยัยแพรทำให้เรื่องมันจบไปซะได้ ไม่มีเจ้าสาว งานแต่งงานก็คงไม่เกิดขึ้น ถ้าเจ้าแสงฉายไม่อยากขายหน้าชาวบ้านก็ต้องหาคนอื่นมาเป็นเจ้าสาวแทนยัยแพร”

“ถ้าเขาอยากได้คนอื่น เขาคงเปลี่ยนใจไปจากยัยแพรตั้งนานแล้ว ไม่รอมาจนป่านนี้หรอก”

“ถ้าคุณแม่ไม่ยัดเยียดยัยแพรให้กับเจ้าตั้งแต่แรก เจ้าก็คงไม่ปักใจกับยัยแพรขนาดนี้หรอกค่ะ นี่ขนาดคุณแม่รู้ว่าพันเป็นเมียเจ้าแล้ว คุณแม่ก็ยังยอมให้ยัยแพรใช้ผู้ชายร่วมกับพี่สาวตัวเอง”

“ยัยพัน! มันชักจะมากไปแล้วนะ ถ้าแกไม่เคารพนับถือว่าฉันเป็นแม่ ก็ควรนึกถึงบุญคุณของฉันที่เลี้ยงดูแกมาตั้งแต่เล็กบ้าง”

“ทำไมคะ ก็มันเรื่องจริง คุณแม่อยากให้ลูกสาวของคุณแม่เป็นเจ้าหญิงแห่งเชียงทวายจนหน้ามืดไม่นึกถึงความรู้สึกของใครทั้งนั้น แม้แต่ความรู้สึกของลูกสาวตัวเอง ก็ดีแล้วล่ะค่ะ ที่ยัยแพรหนีไปซะได้”

ศุภลักษณ์โกรธจัดตบหน้าพันทิญาแล้วด่าซ้ำว่าเนรคุณ ตนไม่น่าเลี้ยงดูมาเลย วนิดาทนไม่ไหวพุ่งเข้าขวางและระเบิดความคับแค้นออกมาจนสิ้น

“ที่พี่ศุยอมเลี้ยงดูยัยพัน เพราะพี่ศุต้องการลบล้างความผิดในใจของตัวเองต่างหาก ที่แย่งผัวของน้องสาวตัวเองมาหน้าด้านๆ ยัยพันมันก็ไม่ต่างไปจากกาฝากในบ้านหลังนี้”

“แกไม่ต้องพูดอะไรแล้ว” ศุภลักษณ์ตวาดน้องสาว

“ดาจะพูด พี่ศุจะได้รู้ตัวซะทีว่าที่ผ่านมาพี่ศุนั่นแหละที่เป็นคนผิด ผิดที่แย่งคุณวิเชียรมาจากดา ทั้งที่พี่ศุก็รู้ว่าดากับคุณวิเชียรอยู่ด้วยกันแล้ว”

พันทิญาตกตะลึง น้อยถึงกับอ้าปากค้าง ต่างมองศุภลักษณ์ที่ร่ำไห้ด้วยความเสียใจ พลางสั่งน้องสาวเสียงสั่นเครือ

“พอทีเถอะ ฉันไม่อยากฟัง”

“แต่พี่ศุต้องฟัง ดาเคยใช้ผัวร่วมกับพี่ศุมาแล้วครั้งหนึ่ง พี่ศุยังจะยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีกเหรอคะ”

ศุภลักษณ์ซวนเซจะล้ม แพรไหมซึ่งเงียบฟังอยู่ด้านนอกรีบเข้ามาประคอง วนิดากับพันทิญามองหน้ากันอย่างคาดไม่ถึง งุนงงว่าแพรไหมรอดมาได้ยังไง แล้วพากันหายไปในห้องส่วนตัว

พันทิญาโวยวายว่าคนของวนิดาไม่ได้เรื่อง ทำงานกี่ครั้งก็พลาด วนิดาชี้แจงว่าตนไม่รู้ว่ามันเป็นใคร มีคนรู้จักเอาเบอร์ให้ ตนแค่โทร.สั่งงาน ถ้างานสำเร็จค่อยโอนเงิน แต่คราวหน้าตนไม่ยอมให้พลาดแน่

ขณะเดียวกัน แพรไหมปลอบใจแม่อยู่ห้องข้างล่าง ศุภลักษณ์ยังน้ำตาคลอด้วยความรู้สึกผิดต่อลูกสาว

“แพรโกรธแม่ไหมลูก ที่แม่ไม่เคยบอกความจริงกับลูกเรื่องพ่อกับน้าดา”

“ไม่ค่ะแม่ เรื่องบางเรื่องมันก็เป็นเหตุผลของผู้ใหญ่ แพรคงไม่เอาความรู้สึกของตัวเองไปตัดสินหรอกค่ะ คุณแม่อย่าคิดมากเลยนะคะ เดี๋ยวจะไม่สบายใจเปล่าๆ”

“แต่แม่ไม่เคยรู้มาก่อนจริงๆนะลูก ว่าน้าดาอยู่กับคุณพ่อมาก่อน เขาไปอยู่กันตอนไหนแม่ไม่รู้ แม่รู้แต่ว่าผู้ใหญ่หมั้นหมายเรามาตั้งแต่เด็ก แม่ทำตามความต้องการของคุณตาของลูก”

“เรื่องมันผ่านไปแล้วค่ะคุณแม่ เราย้อนกลับไปแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตไม่ได้ แต่แพรก็เชื่อว่าคุณแม่

ทำดีที่สุดแล้ว...แล้วพี่พันเป็นลูกคุณพ่อกับใครเหรอคะ”

ศุภลักษณ์ยังไม่ทันจะตอบ น้อยเข้ามารายงานว่าเจ้าแสงฉายมาแล้ว สองแม่ลูกถึงกับอึ้งไปด้วยกัน

“แพร...แม่ทำผิดมามากแล้วที่คิดว่าการแต่งงานกับเจ้าแสงฉายจะทำให้ลูกมีความสุข แต่ตอนนี้แม่รู้แล้วว่ามันไม่จริง ลูกมีสิทธิ์ที่จะตัดสินอนาคตของตัวเอง เลือกคู่ครองด้วยตัวเอง ไม่ต้องทำเพื่อแม่หรือใครทั้งนั้น”

“แพรตัดสินใจแล้วค่ะคุณแม่” แพรไหมบอกอย่างเด็ดเดี่ยว

ในเวลานั้น แสงฉายก็ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วเช่นกัน เขาสั่งธนาให้กำจัดภูผา โดยให้ลงมือคืนนี้ในงานแต่งงานของตน เพราะถ้ามันตาย แพรไหมจะได้เลิกคิดถึงมันเสียที!

ooooooo

ทวีปได้ข้อมูลมาแล้วว่าพันทิญามีส่วนรู้เห็นการหายตัวไปของพิพัฒน์อย่างแน่นอน เพราะกล้องวงจรปิดที่สี่แยกแห่งหนึ่งชัดเจนว่าเธอนั่งรถไปกับเขา อีกทั้งลูกน้องของทวีปก็มารายงานเพิ่มเติมด้วยว่ารถยนต์ของพิพัฒน์ถูกสวมทะเบียนปลอมเพื่อส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน แต่โชคดีตำรวจท้องที่จับได้เสียก่อน ทวีปจึงสั่งการให้ออกหมายเรียกพันทิญามาสอบสวน

ด้านแพรไหมที่ต้องเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวของแสงฉายทั้งๆที่ไม่เต็มใจ เธอนั่งหน้าเศร้าให้ช่างทำผมแต่งหน้าภายในโรงแรมที่จัดงาน แต่ไม่ทันเสร็จพันทิญาก็เข้ามาไล่ช่างออกไปหมด ก่อนจะต่อว่าแพรไหมอย่างหยาบคายโดยมีแสงฉายเป็นชนวนเหตุ

ยิ่งพูดพันทิญาก็ยิ่งแค้นใจถึงกับจะทำร้ายแพรไหมให้เสียโฉม แต่ศุภลักษณ์พรวดพราดเข้ามาทันเวลา หลังเอะใจที่เห็นช่างแต่งหน้าออกไปเร็วผิดปกติ แพรไหมไม่อยากให้เรื่องบานปลายจึงบอกแม่ว่าตนสะดุดรองเท้าส้นสูงหกล้มเอง แต่ท่าทางคนเป็นแม่ไม่ค่อยเชื่อเพราะเห็นเศษแก้วเกลื่อนพื้น

“แน่ใจนะลูกว่ามันเป็นอุบัติเหตุ”

“ถ้าคุณแม่คิดว่าพันทำร้ายลูกสาวคุณแม่ ก็ทำโทษพันสิคะ จะไล่พันออกจากบ้านก็ได้ ยังไงพันก็เป็นคนอื่นอยู่แล้วนี่”

“จะให้แม่พูดสักกี่ครั้งว่าแม่ไม่เคยคิดว่าพันเป็นคนอื่น อย่าเอาเรื่องในอดีตมาทำให้ตัวเองมีปมด้อย...ทำให้ตัวเองมีคุณค่าสิลูก พันยังมีโอกาสเจอผู้ชายอีกเยอะแยะที่เขารักพันอย่างจริงใจ”

“คุณแม่ก็พูดได้สิ เพราะคุณแม่ไม่ได้อยู่ในฐานะคนที่ถูกแย่งอย่างพัน” เธอกระแทกเสียงใส่ก่อนเดินปึงปังออกจากห้องไป ศุภลักษณทำท่าจะเดินตาม แต่แพรไหมดึงแขนไว้

“ปล่อยพี่พันไปก่อนเถอะค่ะ พี่พันกำลังเสียใจ เวลาคงช่วยให้พี่พันยอมรับความจริงได้”

ศุภลักษณ์นิ่งลงอย่างเห็นด้วย และเมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว งานมงคลสมรสก็เริ่มขึ้นท่ามกลางแขกเหรื่อที่ทยอยกันเข้ามา ทวีปมาพร้อมปรางแก้ว แล้วมาเจอภูผาที่หน้างาน สองฝ่ายทักทายกันครู่หนึ่งก่อนที่แสงมณีจะต้อนรับพร้อมดวงใจ

พวกนายพลจันทร์เทพก็พร้อมปฏิบัติภารกิจสำคัญแล้วเหมือนกัน โดยอโณทัยนำทีมเข้าไปปะปนกับแขกในงาน ส่วนจันทร์เทพคอยบัญชาการอยู่ในรถที่จอดข้างโรงแรม เป้าหมายคือชีวิตของแสงฉายซึ่งพวกเขารับไม่ได้หากจะมีผู้นำเป็นนักค้ายาเสพติด

เมื่อกลุ่มของภูผาก้าวเข้ามาในห้องจัดงาน แสงฉายพาแพรไหมไปทักทาย ความจริงตั้งใจเย้ยภูผา พอสบโอกาสก็แอบข่มขู่ แต่ภูผาไม่ได้กลัวเกรง ฝ่ายพันทิญาพอเห็นแสงฉายพาแพรไหมไปต้อนรับแขกจากเชียงทวาย เธอก็ปรากฏตัวตรงหน้าภูผาที่ยืนอยู่คนเดียว

“คุณใจถึงมากที่มางานนี้ ไม่รู้สึกเจ็บปวดหรือยังไงกับภาพบาดตาบาดใจ”

“ผมไม่รู้สึกอะไรทั้งนั้น นอกจากแค้นคนที่ทำให้พี่ชายผมตายแต่งงานกับคนอื่น”

“แค้น? อุ๊ยตาย สายตาแบบนี้เรียกว่าแค้นหรือคะ ฉันว่าคุณกำลังหลงเสน่ห์น้องสาวฉันมากกว่า”

“คุณจะมารู้ใจผมได้ยังไง”

“สายตาคุณมันฟ้อง เสียใจด้วยนะคะ ที่คุณเล่นงานคนที่ทำให้พี่ชายคุณตายไม่ได้ เสร็จงานคืนนี้ยัยแพรก็จะไปอยู่ที่เชียงทวายแล้ว คุณจะไม่ได้พบยัยแพรอีกชั่วชีวิต”

พันทิญาหัวเราะหยันก่อนเดินเลี่ยงไป ลูกน้องของธนาที่ซ่อนตัวมุมหนึ่งได้จังหวะเล็งปืนมาที่ภูผา แต่นาทีนั้น แสงมณีเดินเข้ามาพอดี มือปืนเลยชะงักไปอย่างเสียจังหวะ

แสงมณีแสดงความเสียใจกับภูผาเพราะเธอทราบดีว่าเขารักแพรไหม พร้อมกันนี้เธอได้เผยความในใจที่มีต่อเขา และบอกลาเพื่อกลับเชียงทวายในวันพรุ่งนี้

ปรางแก้วก็เป็นอีกคนที่ยังตัดใจจากภูผาไม่ได้ เมื่อเธอเห็นเขายืนคนเดียวจึงออกมาอยู่เป็นเพื่อน แต่ภูผาบอกให้เธอกลับเข้าไปในงาน อย่าได้สนใจพี่เลย

“แก้วรู้ว่าพี่ภูเสียใจ แต่พี่ภูรู้ไหมคะ แก้วเสียใจยิ่งกว่า เพราะแก้วรักพี่ภู รักมากกว่าตัวเอง”

“แก้ว...ตัดใจจากพี่ซะ ไม่งั้นแก้วก็เริ่มต้นใหม่กับใครไม่ได้”

“ไม่ค่ะ แก้วไม่มีวันทิ้งพี่ภูเด็ดขาด ต่อให้พี่ภูไม่รักแก้ว แก้วก็จะรักพี่ภูคนเดียว ถึงในหัวใจพี่ภูจะมีแต่คุณแพรไหม แก้วก็จะรักพี่ภูตลอดไป”

“ไม่มีใครแทนที่ใครได้หรอก”

“แก้วไม่คิดจะแทนที่ใคร แก้วแค่อยากเห็นคนที่แก้วรักมีความสุข พี่ภูไม่ต้องกังวลกับความรู้สึกของแก้ว...แก้วเกิดมาเพื่อรักพี่ภู แก้วก็จะอยู่กับความรู้สึกนั้นอย่างมีความสุข อย่าห้ามแก้วเลยค่ะ ขอให้แก้วได้รักพี่ภู ได้ดูแลพี่ภูอยู่ห่างๆ แก้วก็พอใจแล้ว”

ภูผาทำท่าจะผละไป มือปืนได้จังหวะโผล่ออกมาเล็งปืน ปรางแก้วเหลือบเห็นจึงร้องบอกภูผาให้ระวัง พร้อมกับพุ่งตัวบังคมกระสุน จนร่างตัวเองทรุดฮวบขาดใจตายในอ้อมกอดของภูผา

เสียงปืนทำให้ผู้คนในงานแตกตื่นโกลาหล ขณะที่นอกงาน  ธนาซึ่งถูกนาราใช้ความสวยหลอกล่อออกไปหมายสังหารตามคำสั่งของจันทร์เทพก็กำลังต่อสู้กับเธออย่างดุเดือด ที่สุดนาราเสียทีถูกธนาแทงตายอย่างโหดเหี้ยม แล้วธนาก็รีบเข้ามาปกป้องคุ้มกันแสงฉายที่ปะทะกับพวกอโณทัย

ทวีปกับภูผาเสียใจต่อการจากไปอย่างกะทันหันของปรางแก้ว และเมื่อภูผาหันมาเห็นแพรไหมถูกอโณทัยจับเป็นตัวประกันก็ตกใจ เร่งหาจังหวะจะช่วยเหลือเธอ

อโณทัยสั่งแสงฉายให้บอกลูกน้องทิ้งอาวุธ ไม่เช่นนั้นตนจะฆ่าเจ้าสาวของเขาเดี๋ยวนี้ แต่แสงฉายไม่ยอมเพราะมั่นใจว่าพวกอโณทัยหนีไม่รอดแน่

“รอดหรือไม่รอด เดี๋ยวก็รู้” พูดขาดคำ อโณทัยกระชากแพรไหมไป โดยที่นทีกับอรัญคอยคุ้มกันให้ แต่แล้วอรัญถูกธนายิงล้มลง ภูผาฉวยจังหวะชุลมุนนี้โดดถีบอโณทัยแล้วชิงตัวแพรไหมวิ่งหนีไป

แสงฉายจะตาม แต่พอดีแสงมณีวิ่งเข้ามาพร้อมดวงใจ เขาจึงสั่งยศกับเลิศคุ้มกันแสงมณี ส่วนธนาให้รีบตามไปเอาตัวแพรไหมกลับมา

ภูผาตั้งใจจะพาแพรไหมไปที่รถ แต่ระหว่างนี้ธนากับลูกน้องไล่ยิงมา ภูผายิงตอบโต้พลางบอกแพรไหมให้เอากุญแจของตนไปสตาร์ตรถ ถ้าไม่อยากกลับมาเป็นเมียเจ้าแสงฉาย แพรไหมทำตามอย่างว่าง่ายเพราะเธอไม่ต้องการเช่นนั้นอยู่แล้ว

ธนาเจ็บใจมากที่ภูผาและแพรไหมหนีไปได้ เช่นเดียวกับแสงฉายที่โกรธแค้นภูผาแทบกระอัก เพราะงานแต่งงานล้มเป็นไม่ท่า

ภูผาขับรถด้วยความเร็ว ดวงตาเขาแดงช้ำแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่เมื่อนึกได้ว่าปรางแก้วจากโลกนี้ไปแล้ว

“ฉันเสียใจด้วยนะคะ คุณปรางแก้วไม่น่าโชคร้ายเลย” แพรไหมเอ่ยเสียงเศร้า

“ถ้าแก้วไม่ตาย คนที่ตายก็คงเป็นผม มือปืนมันคงกะเล่นงานผมให้ตาย” เขาหยุดเร็วกะทันหัน ฟุบหน้านิ่ง กับพวงมาลัยด้วยความเสียใจ “แก้วตายเพราะผมแท้ๆ”

“ใครจะฆ่าคุณเหรอคะ”

“จนป่านนี้คุณยังดูไม่ออกเหรอว่าเจ้าแสงฉายมันร้ายกาจแค่ไหน หรือว่าอยากแต่งงานกับมันมากจนมองไม่เห็นความเลวของมัน”

“แต่ฉันก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ว่าเขาจะฆ่าคุณเพื่ออะไร ในเมื่อฉันก็ยอมทำตามเงื่อนไขของเขา”

“เพื่อกำจัดศัตรูหัวใจของเขายังไงล่ะ แต่อย่าหวังเลยว่าเขาจะสมหวัง ผมนี่แหละจะทำให้เขาเจ็บปวด เขาจะต้องสูญเสียคนที่เขารักเหมือนกัน”

ภูผากระชากรถต่อไปอย่างแรง แพรไหมนั่งตัวลีบ กลัวใจเขาเหลือเกิน...

ooooooo

กลับมาที่บ้าน แสงฉายยังหัวเสียไม่หาย สั่งการ ธนาให้คนของเราตามหาภูผา แม้พลิกแผ่นดินก็ต้องตามจับทั้งคู่มาให้ได้

“แต่วันพรุ่งนี้เจ้าอาจจะยุ่งยาก มีคนตายในงานหลายคน”

“เราไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ไม่มีหลักฐานสาวมาถึงเราได้ง่ายๆหรอก ฆ่ามันได้แล้วเราก็จะกลับเชียงทวาย... ไม่มาเหยียบที่นี่อีก”

“แต่ผู้หญิงคนนั้นไม่น่ามารับกระสุนไว้เลย ไม่งั้นไอ้ภูผามันตายไปแล้ว”

“มันไม่ตายตอนนี้ อีกไม่นานมันก็ต้องตายอยู่ดี ฉันจะฆ่ามันด้วยมือฉันเอง สั่งคนของเราไปลากคอมันมาให้ได้”

ธนารับคำแล้วเดินออกไป แสงฉายปัดข้าวของบนโต๊ะหล่นแตกกระจายด้วยความแค้น แสงมณีที่แอบฟังอยู่แต่แรกถึงกับตะลึงงัน ไม่คาดคิดว่าพี่ชายจะโหดร้ายถึงเพียงนี้

แสงมณีกลับเข้าห้องร้องไห้ เพราะรับไม่ได้กับความร้ายกาจของพี่ชาย ขณะเดียวกันแพรไหมที่หนีไปกับภูผา เธอถูกเขาย่ำยีทั้งกายและใจด้วยความเข้าใจผิด ส่วนศุภลักษณ์กำลังรอการกลับมาของลูกสาวอย่างกระวน กระวาย วนิดาเห็นแล้วเยาะหยันสะใจ เป็นเหตุให้พี่สาวทนไม่ไหวถึงกับออกปากไล่ออกจากบ้าน

“ไปให้พ้น ออกไปจากบ้านฉันเลยยิ่งดี ยังไงเธอก็ไม่นับถือฉันเป็นพี่อยู่แล้วนี่”

“ดาลืมว่าเราเป็นพี่น้องกันตั้งแต่วันที่พี่ศุแย่งพี่วิเชียรไปจากดาแล้วค่ะ”

“ใครกันแน่ที่แย่งเขาไปจากฉัน ทั้งที่เราหมั้นกันมาตั้งแต่เด็ก”

“ก็แค่หมั้น แต่มันไม่ใช่ความรัก เขาไม่ได้รักพี่ศุ เขาแค่ทำตามความต้องการของผู้ใหญ่ พี่ศุนั่นแหละที่หน้ามืดรักเขาข้างเดียว จนไม่เปิดตาขึ้นมาดูความจริง”

“ไม่จริง...เขารักฉัน”

“หลอกตัวเอง...ถ้าเขารักพี่ศุเขาคงไม่ย่องเข้ามาหาดาแทบทุกคืน แต่พี่ศุก็ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น เพราะไม่อยากเสียผัว”

“พอที ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ฉันไม่อยากฟัง”

“พี่ศุต้องฟัง! จะได้ยอมรับความจริงซะที พี่ศุนั่นแหละที่แย่งผัวของน้อง แล้วยังพรากลูกของดาไป”

ศุภลักษณ์ทวนคำว่าลูกอย่างงงงัน ขณะที่พันทิญาเดินเข้าพอดี เธอหยุดฟังโดยสองพี่น้องไม่รู้เห็น

“ดากับพี่วิเชียรมีลูกด้วยกัน ก่อนที่เขาจะมาแต่งงานกับพี่ศุ”

“นี่อย่าบอกนะว่ายัยพันเป็นลูกของเธอ”

“ค่ะ ยัยพันเป็นลูกสาวของดากับพี่วิเชียร ดาถึงได้เข้ามาอยู่ที่นี่ ทนเป็นเมียเก็บของเขา ยอมหวานอมขมกลืน ทนกินน้ำใต้ศอกของพี่ศุเพื่อได้อยู่กับลูก เพราะพี่ศุอยากจะยึดพี่วิเชียรไว้ ถึงได้ทำตัวเป็นแม่พระยอมให้เขาเอาลูกเข้ามาอยู่ในบ้าน โดยไม่ถามเขาสักคำว่าใครเป็นแม่ของลูก พี่ศุเห็นแก่ตัว พี่ศุรู้ไหมดาเจ็บแค่ไหน ที่ต้องทนเห็นพี่ศุหน้าชื่นตาบานอยู่กับสามีของดา”

ศุภลักษณ์ลุแก่โทสะตบหน้าวนิดาอย่างแรง พันทิญายืนตะลึงกับความจริงที่เปิดเผย แผดเสียงว่าไม่จริง...แล้ววิ่งน้ำตาไหลพรากขึ้นข้างบน โดยมีวนิดาก้าวตามไปติดๆ

พันทิญาล็อกห้องร้องไห้ วนิดาเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ตอบ “พัน...ฟังแม่ก่อน  แม่ขอโทษที่ไม่ได้บอกความจริงกับลูก แม่ขอโทษ แม่รักลูกนะพัน แม่ทำทุกอย่างเพื่อลูก อย่าโกรธแม่เลยนะ”

วนิดาคร่ำครวญทั้งน้ำตา แต่พันทิญายังเงียบกริบ ที่สุดคนเป็นแม่ต้องล่าถอยลงมา แล้วโดนศุภลักษณ์ออกปากไล่ซ้ำ

“ในเมื่อแกไม่เคยคิดว่าฉันเป็นพี่ ก็อย่าอยู่ที่นี่อีกเลย”

“ดาจะไปจากที่นี่ แล้วพี่ศุจะเสียใจที่ทำกับดา”

“ฉันเสียใจมามากพอแล้วที่หลงเลี้ยงงูพิษอย่างแก เก็บข้าวของของแกแล้วออกไปจากบ้านนี้ซะ ส่วนยัยพัน ถ้าอยากจะอยู่กับแม่แท้ๆอย่างแก ก็ตามใจ”

ศุภลักษณ์ขึงขังเด็ดขาด วนิดามองตามพี่สาวด้วยความโกรธแค้น

ooooooo

เช้าแล้ว แสงฉายยังขุ่นมัวที่ลูกน้องตามหาภูผากับแพรไหมไม่เจอ เขาสั่งธนาให้ค้นหาต่อไป แต่ธนาทักท้วงว่าเรื่องจะไปกันใหญ่ เพราะอีกไม่กี่วันเรานัดส่งของลอตใหญ่ ถ้ามีเรื่องอื่นมาเกี่ยวข้อง ตนกลัวว่างานสำคัญของเราจะเสีย

“แต่ฉันคงปล่อยให้คนที่หยามน้ำหน้าฉันลอยนวลอยู่ไม่ได้ มันกับฉันต้องตายกันไปข้างนึง และคนที่ตายต้องเป็นมัน”

ธนารับคำสั่งก่อนเดินออกไปโดยไม่เห็นแสงมณีที่แอบฟัง กระทั่งธนาลับกาย แสงมณีจึงเข้ามาหว่านล้อมพี่ชายให้ยุติทั้งเรื่องฆ่าภูผากับส่งยาเสพติด แสงฉายตกใจมาก ไม่คิดว่าน้องจะรู้เรื่องที่ตนทำผิดกฎหมาย

“พี่ชายควรจะกลับเชียงทวายไปพร้อมกับหญิง ลืมทุกอย่างที่นี่แล้วกลับบ้านของเรา ประชาชนกำลังรอพี่ชายอยู่นะคะ”

“หญิงกลับไปก่อนเถอะ พี่ขอจัดการงานทางนี้ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนแล้วพี่จะตามไป”

“พี่ชายคิดเหรอคะ ว่าตำรวจจะปล่อยให้พี่ชายใช้ประเทศไทยเป็นฐานลำเลียงของผิดกฎหมายโดยไม่ทำอะไร ที่หญิงต้องพูดเพราะหญิงรักพี่ชาย อยากจะกลับเชียงทวายด้วยกัน หญิงไม่อยากให้พี่ชายโดนจับเข้าคุกหรือถูกตำรวจยิงตาย”

ฟังถ้อยคำน้องสาวแล้ว แสงฉายถึงกับอึ้งไปอย่างคิดหนัก ด้านแพรไหมที่หนีไปกับภูผา เช้านี้เธอตัวร้อนมีไข้ ภูผากระวีกระวาดจะเช็ดตัวให้ แต่ในระหว่างที่เขาหายเข้าไปในห้องน้ำ เธอฉวยโอกาสคว้ากุญแจรถขับหนีมาได้อย่างหวุดหวิด

หลังจากเตือนพี่ชายไปแล้ว แต่ดูท่าจะไม่ได้ผล แสงมณีจึงแอบโทร.หาภูผาแต่เขาไม่รับสาย เธอเลยนึกถึงทวีป เตรียมตัวออกไปพบเขาแต่โดนแสงฉายขัดขวางและจับขังไว้ในห้อง โดยที่ดวงใจก็ช่วยเหลืออะไรไม่ได้

ที่สถานีตำรวจ พิพิธมาพบทวีปเพื่อฟังความคืบหน้าเรื่องคดีพี่ชาย พร้อมกันนี้ได้แสดงความเสียใจกับผู้หมวดเรื่องน้องสาวที่เสียชีวิตในงานแต่งของแสงฉายกับแพรไหม

“ขอบคุณครับ ยัยแก้วคงทำบุญมาแค่นี้จริงๆ”

“ผมเข้าใจ ตอนนี้ผมก็คงไม่ต่างไปจากคุณ เรามีกันอยู่สองคนพี่น้อง จนป่านนี้พี่ชายผมยังไม่กลับมา ถ้าพี่ชายผมเป็นอะไรไป ผมก็คงไม่เหลือใคร”

“ผมกำลังให้สายสืบแกะรอยอย่างเต็มที่ อีกไม่นานคงได้ข่าว”

“หวังว่าจะเป็นข่าวดี”

พูดไม่ทันขาดคำ ลูกน้องเข้ามารายงานทวีปว่าคนร้ายที่จับได้พร้อมรถยนต์ของพิพัฒน์รับสารภาพแล้ว และซัดทอดถึงผู้หญิงที่ชื่อวนิดากับพันทิญา

“เลวทั้งคู่ คุณรู้ไหมผมเคยเจอพวกเขาที่ร้านอาหารก่อนที่พี่ชายคุณภูผาจะฆ่าตัวตาย ผมสังหรณ์ใจอยู่แล้วว่าสองคนนี้ต้องเกี่ยวข้องด้วย แต่เฮียไม่ยอมเชื่อ ในที่สุดก็เจอเข้ากับตัวเองจนได้”

พูดจบพิพิธลุกพรวดจะไปเอาเรื่องสองน้าหลาน แต่ทวีปไม่เห็นด้วย ไม่อยากให้เขาวู่วาม ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจจะดีกว่า

วนิดาร้อนใจดักรอพันทิญานานพอสมควรกว่าจะได้เผชิญหน้า เธออยากอธิบายให้ลูกเข้าใจถึงความจำเป็นที่ต้องปกปิดความจริง แต่ไม่ทันพูดอะไร พันทิญากลับตั้งคำถามอย่างมีอารมณ์เสียก่อนว่า โกหกทำไม ทำไมไม่พูดความจริงแต่แรก

“แม่กลัวว่าพี่ศุจะไม่ให้แม่เข้ามาอยู่ด้วย แม่กลัวว่าจะไม่ได้อยู่กับลูก”

“คิดถึงแต่ตัวเอง แล้วเคยคิดไหมว่าพันจะรู้สึกยังไงที่ต้องเป็นเด็กกำพร้าไม่มีแม่เหมือนคนอื่น อยู่ในบ้านก็ในฐานะผู้อาศัย ที่เขาให้อยู่ก็เพราะเป็นลูกคุณพ่อ แม่ทำได้ยังไงที่เห็นลูกตัวเองต่ำต้อยกว่าลูกคนอื่น”

“แม่เองก็ทรมานใจมากนะลูก ที่ถูกแย่งชิงทุกสิ่งทุกอย่างไป แม่ต้องทนเจ็บมาเป็นสิบๆปี ที่เห็นลูกของตัวเองเรียกคนอื่นว่าแม่”

“ช่างเถอะค่ะ ไหนๆเรื่องมันก็มาถึงขั้นนี้แล้ว พูดไปก็ไม่ช่วยให้อะไรๆมันดีขึ้นได้หรอก”

“แม่แค่อยากให้พันรู้ว่าแม่เสียใจ ยกโทษให้แม่นะลูก”

พันทิญาน้ำตาคลอแต่ไม่พูดอะไรออกมา ทันใดเสียงมือถือวนิดาดัง เจ้าตัวกดรับแล้วหน้าเสียตกใจ

“อะไรนะ พวกมันถูกจับตัวได้...ตายแล้ว ทำไมถึงได้โง่อย่างนี้ โอ๊ย...ไม่ได้เรื่องเลย ฮัลโหลๆ”

เสียงสัญญาณขาดหายไปแล้ว วนิดาร้อนรนกลัวความผิด แต่พันทิญาที่ยืนฟังอยู่ด้วยร้อนใจยิ่งกว่า กลัวถูกซัดทอดจนโดนจับเข้าคุก จำต้องหนีไปตั้งหลักก่อน ส่วนวนิดาจะอยู่สู้หน้าตำรวจก็ตามใจ

ขณะที่พันทิญาไปเก็บสิ่งของจำเป็นบนห้อง แพรไหมกลับถึงบ้านด้วยรถยนต์ของภูผาที่แอบหนีมา

“แพรลูกแม่...” ศุภลักษณ์โผกอดลูกสาว

“แพรขอโทษที่ทำให้แม่เป็นห่วง แพรทำให้แม่ทุกข์ใจหลายครั้งหลายหน ยกโทษให้แพรนะคะ แพรสัญญา แพรจะไม่ทำให้คุณแม่เสียใจอีก”

“ไม่เป็นไรลูก แม่เข้าใจ แค่ลูกกลับมาอย่างปลอดภัยแม่ก็ดีใจแล้ว แม่ผิดเองที่บังคับลูกให้แต่งงานกับเจ้า”

“อย่าโทษตัวเองเลยค่ะ แพรต่างหากที่เอาแต่ใจตัวเอง ไม่ยอมทำตามความต้องการของคุณแม่ ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายทั้งหมด”

แพรไหมเหลือบเห็นพันทิญาลงมาพร้อมกระเป๋าเดินทาง เธอถามดีๆว่าพี่พันจะไปไหน กลับได้คำตอบ แสนเย็นชาว่า

“เรื่องของฉัน แกไม่ต้องยุ่ง ยังไงแกก็ไม่เคยคิดว่าฉันเป็นพี่อยู่แล้วนี่”

“ถ้าแพรไม่คิดว่าพี่พันเป็นพี่ แพรคงไม่ปิดปากเงียบยอมให้คนอื่นเข้าใจผิดคิดว่าแพรเป็นคนเลว เพื่อไม่ให้พี่พันเดือดร้อนที่เอาชื่อแพรไปหลอกลวงคนอื่น”

ศุภลักษณ์ตะลึงกับความจริงที่เปิดเผย แล้วตำหนิพันทิญาหลายคำก่อนตัดพ้อ “แม่ผิดหวังในตัวพันจริงๆ”

“ใช่สิคะ พันไม่ใช่ลูกคุณแม่อย่างยัยแพรนี่ทำอะไรก็ผิดไปหมด ต่อไปนี้คุณแม่คงไม่ต้องมาผิดหวังกับพันอีกแล้ว ขอบคุณมากที่เลี้ยงดูพันมาจนถึงทุกวันนี้ ลาก่อนค่ะ”

พันทิญาจากไปทั้งน้ำตา โดยไม่ฟังใครทั้งนั้น แม้แต่วนิดาที่ยังพยายามเหนี่ยวรั้งฐานะแม่ที่รักลูกปานดวงใจ แพรไหมเพิ่งทราบเรื่องถึงกับตะลึงพรึงเพริด ถามแม่ตัวเองว่าจริงหรือที่พี่พันเป็นลูกน้าดา

“อย่าเพิ่งถามอะไรเลย ไปตามยัยพันกลับมาก่อน ถ้ายัยพันหนีไปต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่ๆ วันก่อนน้องชายคุณพิพัฒน์มาที่นี่ ท่าทางเอาเรื่องอยู่ด้วย ป่านนี้เขาคงไปแจ้งความแล้ว”

แพรไหมกับศุภลักษณ์แปลกใจกับคำพูดวนิดา ขณะที่น้อยอุทานขึ้นมาอย่างแตกตื่น

“ว้าย!! ตำรวจรู้แล้วเหรอคะว่าคุณพันทิญาเกี่ยวข้องกับการหายตัวของคุณพิพัฒน์”

เท่านั้นเอง วนิดาถูกศุภลักษณ์คาดคั้นเป็นการใหญ่ ว่ารู้เห็นกับพันทิญาด้วยใช่ไหม วนิดาจนมุมได้แต่บอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจ ไม่ได้อยากให้เรื่องรุนแรงถึงขนาดนี้ ตนแค่อยากจะช่วยลูก มันเป็นอุบัติเหตุ เขาตายเอง

ทุกคนตกใจมากเมื่อทราบว่าพิพัฒน์ตายแล้ว วนิดาทำท่าจะเดินหนีแต่น้อยรีบดักหน้าไว้

“ที่คุณพันพาคุณพิพัฒน์ไปวันนั้นคือล่อลวงไปทำร้ายใช่ไหมคะ เหมือนในหนังฆาตกรรมเลย แล้วที่มีคนบุกเข้าไปขู่ฆ่าคุณแพรถึงในห้อง ก็เป็นฝีมือคุณดาใช่ไหมคะ”

“อย่ามากล่าวหาฉันนะนังน้อย”

“ก็มันจริงไหมล่ะคะ น้อยเห็นจดหมายขู่ฆ่า

กับตา นี่คงกลัวว่าคุณแพรจะได้ดีเกินหน้าเกินตาลูกสาวตัวเองล่ะสิ”

“เรื่องใหญ่ขนาดนี้ ทำไมไม่บอกแม่” ศุภลักษณ์ตกใจ

“แพรกลัวว่าคุณแม่จะไม่สบายใจ อีกอย่างแพรก็ไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริงจังจนวันที่มีคนไปดักยิงแพรที่ร้าน แพรถึงได้กล้าบอกคุณแม่”

“ฝีมือแกใช่ไหมวนิดา...ใช่มั้ย” ศุภลักษณ์คาดคั้น

“ดาไม่ได้คิดจะฆ่ายัยแพรจริงๆนะคะ แค่อยากจะขู่ให้ยัยแพรเลิกยุ่งเกี่ยวกับเจ้าแสงฉาย เพราะรู้ว่าพันรักเจ้า ดาต้องการแค่นั้น ไม่ได้อยากให้ใครตาย จะให้ดาสาบานที่ไหนก็ได้ ยัยแพรก็เป็นหลาน ดาเห็นมาแต่เล็กแต่น้อย ดาฆ่าไม่ลงหรอก”

“เสียแรงที่ฉันไว้ใจ เลี้ยงดูแกกับลูกมาอย่างดี สิ่งที่ ฉันทำมันไม่ช่วยให้แกรู้ผิดชอบชั่วดีเลยใช่ไหม ฉันเสียใจจริงๆที่มีน้องอย่างแก”

วนิดาเอาแต่ร้องไห้ พลันเสียงรถดังหน้าบ้าน น้อยออกไปดูเดี๋ยวเดียวก็กลับมาบอกทุกคนว่า ตำรวจมากันเต็มเลย วนิดาลนลานหนีขึ้นห้อง ศุภลักษณ์ให้แพรไหมรับหน้าตำรวจไว้ก่อน ตนจะไปดูวนิดา

ทวีปเข้ามาเจรจากับแพรไหมโดยให้ทีมตำรวจรออยู่หน้าบ้าน ก่อนอื่นแพรไหมแสดงความเสียใจกับทวีปเรื่องปรางแก้วเสียชีวิต จากนั้นเธอบอกเขาตามตรงว่าขโมยรถภูผาหนีมา แต่คาดว่าอีกไม่นานภูผาก็คงกลับมา

เมื่อทวีปเข้าประเด็นคดีที่ตำรวจจับผู้ต้องหาขโมยรถพิพัฒน์ได้แล้วซัดทอดวนิดาเป็นผู้จ้างวาน แพรไหมพยายามตั้งสติรับฟังอย่างไม่มีพิรุธ และตั้งข้อสังเกตว่า

“น้าดาจะทำไปเพื่ออะไรคะ เงินทองคุณแม่ก็ให้ใช้ทุกเดือน”

“อาจจะเป็นการอำพรางคดีก็ได้ ผมกำลังสงสัยว่าน้าของคุณกับคุณพันทิญาเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของคุณพิพัฒน์”

“พบคุณพิพัฒน์แล้วเหรอคะ”

“ยังครับ เรากำลังสืบหาร่องรอยการหายตัว ผมคิดว่าคุณพันทิญาน่าจะเกี่ยวข้อง เพราะวันที่เกิดเหตุคุณพิพัฒน์นัดกับคุณพันทิญา แต่พอคุณพิพิธมาถาม คุณพันทิญากลับปฏิเสธ ทั้งที่กล้องซีซีทีวีจับภาพทั้งคู่นั่งรถไปด้วยกัน ต่อจากนั้นคนที่ขโมยรถของคุณพิพัฒน์ก็ถูกจับได้”

ขณะที่แพรไหมพูดคุยกับทวีปอยู่นั้น ศุภลักษณ์พยายามหว่านล้อมวนิดาให้เผชิญหน้ากับความจริง แต่วนิดาดึงดันไม่ยอมถูกจับง่ายๆ เธอหลบหนีออกหลังบ้าน แต่โชคไม่เข้าข้างเจอพิพิธขับรถมาถึงพอดี สองคนเปิดฉากทุ่มเถียงกันครู่หนึ่งก่อนที่พิพิธจะรวบตัววนิดาไว้ และคาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้ว่าพี่ชายของตนอยู่ไหน

“ฉันไม่รู้”

“จนป่านนี้คุณยังกล้าโกหก คิดเหรอว่าตำรวจจะเชื่อ คนที่คุณจ้างให้เอารถเฮียไปขายมันสารภาพกับตำรวจหมดแล้ว ยังไงคุณก็หนีไม่รอดหรอก”

“ปล่อยฉัน”

“ไม่ปล่อย...บอกมาก่อน เอาพี่ชายผมไปไว้ที่ไหน...บอกมา!!”

พิพิธโมโหบีบคอวนิดา ตำรวจหลายนายวิ่งเข้ามาแยกทั้งคู่ ทวีปกับแพรไหมตามออกมาด้วยความตกใจ ทวีปขอร้องพิพิธใจเย็นก่อน ให้ตำรวจจัดการเอง จากนั้นเขาหันมาเอ่ยกับวนิดา

“คุณมีสิทธิ์ที่จะให้การในชั้นศาล แต่ตอนนี้เราคงต้องควบคุมตัวคุณไว้ก่อนเพื่อทำการสอบสวน คุณมีสิทธิ์ที่จะยื่นขอประกันตัวออกมาสู้คดี”

วนิดาเครียดจัด พิพิธมองเธออย่างโกรธแค้น ต้องการคำตอบว่าพี่ชายของตนอยู่ที่ไหน...ในที่สุดวนิดาก็ต้องพูดความจริง ไม่ช้าตำรวจอีกกลุ่มก็พบศพพิพัฒน์ตามที่ทวีปให้ข้อมูลมา

เสร็จเรื่อง ทวีปออกมาเจอภูผาตรงหน้าบ้าน เขาถามเพื่อนว่ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมไม่เข้าไปข้างใน

“รอให้แกสอบปากคำคนที่เกี่ยวข้องให้เสร็จก่อน ไม่น่าเชื่อนะว่าจะเกิดเรื่องร้ายๆขึ้นกับคุณพิพัฒน์ ท่าทางเขาก็เป็นคนดี ไม่มีพิษภัยกับใคร”

“นั่นน่ะสิ คนสมัยนี้ฆ่ากันได้ง่ายๆ ความโกรธความแค้นทำให้คนฆ่ากันได้ทั้งนั้น แกก็เคยเห็นข่าวนี่ แค่ขับรถปาดหน้ากัน ก็ฆ่ากันได้แล้ว”

จู่ๆ น้อยเอาถุงพลาสติกใส่ชิ้นส่วนมือถือมาให้ทวีป เผื่อจะมีประโยชน์อะไรบ้าง เพราะน้อยแอบเก็บไว้หลังจากวนิดากับพันทิญาทำลายแล้วโยนมันทิ้งถังขยะ

เมื่อทวีปและภูผานำกลับไปตรวจสอบ ปรากฏว่าข้อมูลที่ได้ทำให้สองหนุ่มตกใจมาก แท้จริงแล้วพันทิญาเป็นต้นเหตุให้ชัยฆ่าตัวตาย ไม่ใช่แพรไหมอย่างที่ภูผาเข้าใจมาโดยตลอด

คำพูดโต้เถียงของพิพัฒน์กับพันทิญาที่ถูกฝ่ายชายอัดเสียงไว้ทำให้ความจริงกระจ่าง ภูผาโกรธตัวเองเหลือเกินที่ทำร้ายจิตใจแพรไหมต่างๆนานา เขาออกจากสถานีตำรวจกลับไปออฟฟิศตัวเอง นำคอมพิวเตอร์ของพี่ชายมาเปิดดู จึงเห็นภาพถ่ายระหว่างชัยกับพันทิญาจำนวนมาก นั่นยิ่งตอกย้ำว่าเขาเข้าใจผิดมาตลอด

หลังจากนั้น ภูผาซึมเศร้ากลับเข้าบ้าน บุญศรีทราบเรื่องทั้งหมดจากทวีปแล้ว เธอปลอบลูกชายไม่ให้คิดมาก

“ผมควรจะทำยังไงดีครับแม่ ผมทำผิดกับคุณแพรไหม ทำร้ายจิตใจเขาสารพัด”

“คนเราทำผิดกันได้ แต่เมื่อรู้แล้วก็ต้องแก้ไข ทำในสิ่งที่ถูกต้อง อย่าทำผิดซ้ำอีก”

“แต่ผมละอายใจที่ทำร้ายเขา เขาเสียอีกที่พยายามจะบอกว่าเขาไม่เกี่ยวข้อง แต่ผมไม่ยอมฟังเขา คิดแต่ว่าเขาทำให้พี่ชัยตาย”

“ทุกคนมีกรรมเป็นของตัวเอง แม่เองก็เคยโกรธเขา ยิ่งโกรธจิตใจเราก็ยิ่งเป็นทุกข์หาทางออกไม่เจอ ดีแล้วล่ะลูกที่ได้รู้ความจริง ลูกจะได้รักเขาอย่างสบายใจซะที”

“ผมไม่ได้รักเขาซะหน่อย”

“แม่เป็นแม่ของลูกนะภู ทำไมแม่จะไม่รู้ว่าลูกของแม่รู้สึกยังไงกับหนูแพร”

ถูกแม่ต้อนจนแต้ม ชายหนุ่มได้แต่ยิ้มบางๆอย่างยอมรับ

ooooooo

พันทิญาหนีไปอาศัยโรงแรมเป็นที่พัก เช้านี้ เธอตกใจมากเมื่อเห็นหนังสือพิมพ์ลงข่าววนิดาถูกจับ และตำรวจพบศพพิพัฒน์แล้ว พันทิญาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจไปหาแสงฉายถึงบ้าน เป็นเวลาที่แสงฉายเกรี้ยวกราดลูกน้องที่ป่านนี้ยังไม่พบภูผาและแพรไหม

“พันรู้ว่าเจ้าอยากได้ตัวยัยแพร พันช่วยเจ้าได้นะคะ”

“แลกกับอะไร”

“ทำไมไม่คิดว่าพันทำเพื่อเจ้าล่ะคะ เจ้าก็รู้ว่าพันรักเจ้า อะไรที่เป็นความสุขของเจ้าพันยินดี แล้วก็เต็มใจที่จะทำให้เจ้าอยู่แล้วล่ะค่ะ”

“ถ้าคุณนำตัวคุณแพรไหมมาให้ผมได้ ผมยินดีที่จะให้ในสิ่งที่คุณต้องการ”

“ดีค่ะ ตกลงกันง่ายๆ พันจะหลอกยัยแพรมาให้เจ้าเอง แต่มีข้อแม้ว่าเจ้าต้องพาพันกลับเชียงทวายด้วยในฐานะภรรยาอีกคนของเจ้า ได้ทั้งพี่ทั้งน้องคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม จริงไหมคะ”

“คนอย่างคุณไม่น่ายอมลดเงื่อนไขง่ายๆ”

“พันไม่อยากอยู่เมืองไทยแล้ว พันอยากจะไปที่ไหนก็ได้ ที่ทำให้พันมีความสุข”

แสงฉายตัดสินใจรับเงื่อนไข พันทิญายิ้มอย่างสมใจ คาดหวังว่าตัวเองพ้นมือตำรวจไทยแน่...

ทางด้านศุภลักษณ์ หลังจากวนิดากลายเป็นผู้ต้องหาฆ่าพิพัฒน์ เธอซึมเศร้าไปถนัดใจ เพราะยังไงวนิดาก็น้องในไส้ แพรไหมเตรียมตัวไปงานศพปรางแก้ว เธอเห็นแม่นั่งเหม่ออยู่กับรูปถ่ายวนิดาจึงแวะเข้ามาปลอบ

“คุณแม่อย่าเสียใจไปเลยนะคะ ที่ผ่านมาคุณแม่ทำดีที่สุดแล้ว”

“แต่มันคงดีไม่พอ น้าดาถึงได้เก็บความโกรธแค้นเอาไว้ในใจมาจนถึงวันนี้ ถ้าน้าดาเลือกที่จะยอมรับความจริง ไม่หมกมุ่นอยู่กับความสูญเสียในอดีต ที่เราต่างก็ย้อนกลับไปแก้ไขมันไม่ได้ เรื่องเลวร้ายทั้งหมดคงไม่เกิดขึ้น”

“แพรดีใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกคุณแม่ค่ะ แพรไปก่อนนะคะ”

ศุภลักษณ์พยักหน้า มองตามด้วยความเป็นห่วงลูก จังหวะที่แพรไหมออกมาถึงรถ ภูผาซุ่มรออยู่ทำท่าจะไปหา แต่ต้องชะงักเมื่อเสียงมือถือแพรไหมดัง และยิ่งต้องเงี่ยหูฟังที่ได้ยินแพรไหมรับสายแล้วเรียกพันทิญา

พันทิญาโทร.มาออดอ้อนแพรไหมว่าตนจะหนีไปเมืองนอก ต้องการเงินสักก้อน ให้แพรไหมไปเบิกมา

“พี่พันต้องอยู่สู้คดีสิคะ ถ้าพี่พันหนีก็ต้องหนีไปตลอดชีวิต มอบตัวเถอะค่ะ เรายังมีโอกาสสู้คดีนะคะ”

“ไม่...เป็นตายยังไงพี่ก็ไม่ยอมให้ตำรวจจับพี่ ถ้าเกิดตำรวจไม่ให้ประกันตัว พี่ก็ต้องติดคุก...แพรทำเพื่อพี่เป็นครั้งสุดท้ายเถอะนะ พี่ขอร้อง พี่ต้องการหนีไปให้ไกลที่สุด”

“แต่น้าดา...”

“พี่รู้แล้ว พี่ถึงอยากจะหนี ถ้าอยากช่วยพี่ แพรก็ช่วยไปเบิกเงินมาให้พี่ซักห้าแสน นะแพรนะ สงสารพี่ด้วย พี่ไม่มีทางเลือกจริงๆ เดี๋ยวพี่จะโทร.ไปบอกอีกที ว่าจะไปเจอกันที่ไหน นะจ๊ะน้องรักของพี่”

แพรไหมรับปากอย่างจนใจ ฝ่ายพันทิญายิ้มสมใจ บอกแสงฉายที่ยืนอยู่ใกล้ๆว่า เตรียมส่งคนไปรับตัวแพรไหม ได้เลย!

แพรไหมขับรถไปธนาคารโดยไม่รู้ว่าภูผาสะกดรอยตาม...ได้เงินแล้วเธอรีบไปต่อยังจุดนัดหมาย แต่แทนที่จะได้พบพันทิญา กลับเป็นแสงฉายที่ปรากฏตัว

“ในที่สุดเราก็ได้กลับมาเจอกันอีกจนได้”

“เจ้า...เจ้ามาได้ยังไง พี่พันอยู่ที่ไหน”

แพรไหมเลิ่กลั่กเป็นห่วงพันทิญา นึกว่าโดน

แสงฉายบังคับให้ทำ แต่เดี๋ยวเดียวพันทิญาก็ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มหยันๆ

“ขอบใจมากนะยัยแพร ที่เป็นห่วงพี่”

“พี่พันมาอยู่กับเจ้าได้ยังไง”

“ไม่เห็นแปลก พี่กับเจ้าแสงฉายสนิทสนมกัน

อยู่แล้ว อีกหน่อยเราอาจจะทำธุรกิจร่วมกัน แพรเป็นหุ้นส่วนด้วยก็ได้นะ”

“ไม่...แพรจะกลับ” แพรไหมขยับ พันทิญาคว้าแขนไว้ทันที “พี่พันจะทำอะไร”

“ช่วยให้แกสมหวังกับเจ้าแสงฉายยังไงล่ะ”

“พี่พัน...แพรคิดไม่ถึงเลยว่าพี่พันจะกล้าทำกับแพรอย่างนี้ ที่ผ่านมาแพรทำเพื่อพี่พัน ยอมพี่พันมาโดยตลอด”

“ไม่ต้องพูดมาก เอาเงินมา”

“ไม่! แพรให้พี่พันมามากแล้ว พอกันที”

แพรไหมวิ่งหนีแต่ไม่รอด โดนลูกน้องแสงฉายโปะยาสลบ ภูผาซุ่มสังเกตการณ์อยู่รีบปรากฏตัวพร้อมปืนในมือ

“ปล่อยคุณแพรไหมซะ ไม่อย่างงั้นผมไม่ไว้ชีวิตเจ้าแน่”

“แน่ใจเหรอว่าคุณคนเดียวจะสู้คนของผมได้”

แสงฉายเยาะหยัน พลางส่งซิกธนาให้จัดการ...ภูผาถูกรุมและโดนแสงฉายฟันศอกเข้าท้ายทอยจนแน่นิ่ง ส่วนแพรไหมโดนยาสลบหมดสติไปแล้ว จากนั้นแสงฉายสั่งการธนาเอาคนทั้งสองไปขังที่โรงงานของตน

“งานของพันสำเร็จแล้ว เจ้าอย่าลืมทำตามสัญญานะคะ”

“ผมไม่ลืมแน่ รับรองว่าคุณต้องได้รางวัลอย่างงาม”

“พันอดทนรอให้ถึงวันนั้นแทบไม่ไหว พันรักเจ้ามากนะคะ พันยอมทำทุกอย่างเพื่อเจ้า ขอแค่ให้พันได้อยู่กับเจ้า”

“แต่ผมไม่ได้รักคุณ ไม่เคยรักคุณเลย คุณมันก็แค่ที่ระบายอารมณ์ของผม คนที่ผมรักมีคนเดียวคือ

คุณแพรไหม ยิ่งได้เห็นคุณทำร้ายน้องสาวของคุณ ผมก็ยิ่งรังเกียจ”

พันทิญาผงะอย่างคาดไม่ถึง “แต่เจ้าสัญญาแล้วนะว่าจะให้พันไปเชียงทวายด้วย”

“ก็แค่สัญญาปากเปล่า”

“แก...แกหักหลังฉัน”

“ช่วยไม่ได้ ก็คุณอยากโง่เอง”

“คนอย่างแกมันก็ไม่ได้ฉลาดไปกว่าฉันหรอก สมน้ำหน้าที่โดนยัยแพรหลอกให้จัดงานแต่งงาน ฉันขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะ ถึงแกจะได้ตัวยัยแพรไป แกก็ได้แต่ตัว คนที่ยัยแพรรักไม่ใช่แก เพราะแกไม่มีอะไรดีเลย สู้บอดี้การ์ดของแกก็ไม่ได้”

ผัวะ! แสงฉายตบหน้าพันทิญาอย่างแรง เธอทั้งเจ็บทั้งแค้นจนน้ำตาร่วงพรู

“ไอ้คนขี้แพ้ ดีแต่ใช้กำลัง คอยดูนะฉันจะทำให้แกอยู่เมืองไทยไม่ได้ ฉันจะไปแจ้งตำรวจให้มาจับแก...ไอ้คนทรยศ”

แสงฉายไม่สะทกสะท้าน ชักปืนยิงพันทิญาล้มลงอย่างเลือดเย็น

ooooooo

แพรไหมกับภูผาถูกจับไปขังไว้ในโรงงานของแสงฉาย โดยมีลูกน้องคอยเฝ้าอยู่ด้านหน้าอย่างแน่นหนา เมื่อฟื้นขึ้นมาแพรไหมแปลกใจภูผามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?

“ผมไปหาคุณที่บ้าน ได้ยินคุณคุยโทรศัพท์กับพี่สาวคุณ ก็เลยตามมา เพราะกลัวว่าคุณจะไม่ปลอดภัย...ก็เป็นอย่างที่ผมคิดไว้จริงๆ”

“พี่พัน...พี่พันล่ะคะ”

“จนป่านนี้คุณยังห่วงพี่สาวคุณอีกเหรอ ทั้งที่เขาก่อเรื่องให้คุณเดือดร้อน แม้แต่เอาชื่อคุณไปหลอกผู้ชายซื่อๆอย่างพี่ชายผม...พี่ชัยรักและทุ่มเทให้เขาทุกอย่างแต่ก็ถูกเขาทำร้ายอย่างเลือดเย็น”

“ฉันเองก็เสียใจ รู้สึกผิดมาตลอด รู้ทั้งรู้ว่าพี่พันเป็นคนผิดก็ยังไม่ยอมพูดความจริงกับคุณ”

“คุณใจร้ายกับผมมากนะแพรไหม รู้ไหมวันที่ผมไปเจอคุณที่โรงพยาบาลกับพี่ชัย ก่อนพี่ชัยจะตาย...เป็นวันที่ผมเสียใจมากที่สุด ไม่นึกเลยว่าอาการของพี่ชัยจะทรุดลงไปอีก ผมคิดว่าคุณต้องพูดอะไรให้พี่ชัยเสียใจจนช็อก”

“ไม่จริงนะคะ วันนั้นฉันพาพี่พันไปบอกความจริงกับคุณชัย ฉันเห็นว่าเขาคงอยากอยู่ด้วยกันตามลำพัง ก็เลยหลบออกมา พอน้าดาเข้ามาตามพี่พันก็รีบออกไป แต่ฉันเห็นพี่ชายคุณอาการแย่ลง ก็พยายามเรียกหมอ แต่ฉันไม่รู้เลยจริงๆนะคะ ว่าพี่พันพูดอะไรกับพี่ชายคุณบ้าง”

“ถ้าคุณพูดความจริงกับผมแต่แรก ก็คงไม่เกิดเรื่องเลวร้ายทั้งหมดให้เราต้องมากลั่นแกล้งทำร้ายจิตใจกัน ทั้งที่เราไม่มีเรื่องโกรธแค้นกันมาก่อน”

“ฉันกลัวว่าพี่พันจะเดือดร้อน”

“ก็เลยยอมรับผิดเสียเอง แต่พี่สาวคุณก็ยังไม่หยุด ยังไปทำร้ายคุณพิพัฒน์อีก ผู้ชายดีๆสองคนต้องตายเพราะความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ของเขา”

“ฉัน...”

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เราย้อนไปแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่อย่างน้อยผมก็สบายใจว่าคุณบริสุทธิ์ คุณเป็นคนดี ผมจะได้รักคุณอย่างสบายใจ”

“คุณภูผา...ฉันคิดว่าคุณรักคุณปรางแก้วเสียอีก”

“ผมรักปรางแก้วอย่างน้องสาว เราเห็นกันมาตั้งแต่เด็ก”

“แต่คุณบอกฉันว่าคุณรักคุณปรางแก้ว และกำลังจะแต่งงานกัน”

“ก็ตอนนั้นผมคิดว่าคุณใช้ความรักหลอกลวงพี่ชัย ผมก็จะทำร้ายคุณแบบที่คุณทำกับพี่ชาย แต่คุณรู้ไหมมันกลับทำให้ผมเสียใจยิ่งกว่า...เพราะผมรักคุณ”

“แต่คุณก็ทำร้ายคนที่คุณบอกว่ารักได้อย่างเลือดเย็นที่สุด คุณทำได้ยังไง”

“ผมขอโทษ ยกโทษให้ผมนะแพรไหม ผมสัญญาว่าต่อไปนี้จะไม่ทำร้ายคุณอีก เราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป”

“มันจะเป็นไปได้ยังไงคะ เจ้าแสงฉายคงไม่ปล่อยเราไปง่ายๆ”

ภูผาโอบกอดแพรไหมแน่น เขาไม่มีวันจนมุมอยู่ในนี้แน่!

ooooooo

เสร็จเรื่องแพรไหมกับภูผาที่เอาตัวไปกักขังไว้แล้ว ธนากลับมารายงานแสงฉายที่บ้านพร้อมย้ำเรื่องของลอตใหญ่ที่นัดส่งถึงมือลูกค้าในวันนี้ แสงฉายจึงกำชับธนาอีกครั้งว่า

“สั่งคนของเราให้เตรียมพร้อม ถ้าใครบุกเข้ามาฆ่ามันได้เลย แล้วให้คนพาแสงมณีและดวงใจไปสมทบกับเรา ตามเวลานัดหมาย”

“แล้วภูผากับคุณแพรไหมล่ะครับ”

“ฉันจะฆ่ามัน แล้วพาคุณแพรไหมไปกับเราด้วย”

ดวงใจแอบฟังอยู่ตกใจมาก จากนั้นหาทางเข้าพบแสงมณีที่ถูกขังในห้อง โดยหลอกองครักษ์ว่าตนเอาข้าวมาให้เจ้า แต่ความจริงแอบส่งข่าวที่ได้ยินมาเมื่อครู่

“ดวงใจได้ยินเจ้าแสงฉายคุยกับธนาว่าจะฆ่าคุณภูผา แล้วจะพาคุณแพรไหมกลับเชียงทวายพร้อมกับเจ้าวันนี้”

“ทำยังไงดีล่ะดวงใจ หญิงไม่อยากให้พี่ชายฆ่าใครทั้งนั้น”

“เจ้าต้องรีบตัดสินใจ ตอนนี้คุณแพรไหมกับคุณภูผาถูกจับไปไว้ที่โรงงานแล้วนะคะ”

“เอางี้...ดวงใจโทร.ไปหาคุณทวีปนะ บอกเขาว่าหญิงต้องการความช่วยเหลือ”

“เจ้าพูดเองดีกว่าค่ะ” ดวงใจเปิดถ้วยอาหารเผยให้เห็นโทรศัพท์มือถือที่ซ่อนไว้

แสงมณีรีบติดต่อทวีป พอปลายสายรู้ว่าใครโทร.มาก็ส่งเสียงหยอกเย้าอย่างอารมณ์ดี

“คิดถึงผมขึ้นมากะทันหันเหรอครับ ถึงได้โทร. มาหา หรือว่าไม่สบาย กินยาผิดซอง”

“ไม่ต้องพูดมาก ถ้าไม่อยากให้เพื่อนคุณเป็นอะไร รีบไปช่วยเพื่อนคุณก่อนเถอะ”

“ภูผา...ภูผาเป็นอะไรครับ”

“คุณภูผากับคุณแพรไหมถูกจับตัวไปไว้ที่โรงงานของพี่ชาย คุณต้องรีบไปช่วยนะ ฉันจะพยายามถ่วงเวลาไว้...แค่นี้นะคะ”

“เดี๋ยว...เดี๋ยวครับ คุณไม่กลัวว่าจะมีปัญหากับพี่ชายคุณเหรอ”

“ช่างเถอะค่ะ ฉันคงเสียใจมาก ถ้าปล่อยให้ใครตายโดยไม่คิดจะช่วย คุณรีบไปช่วยคุณภูผากับคุณแพรไหมเถอะค่ะ”

“แล้วคุณล่ะ”

“ฉันจะไปจากเมืองไทยแล้วคงไม่กลับมาอีกขอบคุณมากสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา แค่นี้นะคะ”

แสงมณีตัดสายไปแล้ว ทวีปสีหน้าหนักใจ คิดอ่านจะทำอย่างไรดี ด้านแสงมณีก็ร้อนใจ เธอเดินไปเดินมาครู่หนึ่งก่อนดึงปิ่นปักผมออกมาทำเหมือนจะแทงตัวเอง ดวงใจตกใจร้องลั่น ฉับพลันองครักษ์หน้าห้องพรวดพราดเข้ามา แสงมณีฉวยโอกาสคว้าแจกันฟาดศีรษะเขาล้มลง แล้วฉุดแขนดวงใจวิ่งออกจากห้องทันที

ooooooo

ทวีปหาทางช่วยภูผาด้วยการแอบลัดเลาะเข้าไปภายในโรงงานของแสงฉาย ขณะเดียวกันพวกแสงฉายมีนัดส่งยาเสพติดแก่ลูกค้า โดยพวกเขาไม่รู้ว่านายพลจันทร์เทพส่งข่าวไปทางตำรวจไทยแล้ว ขณะผู้ซื้อและผู้ขายกำลังเจรจากัน พลันตำรวจก็ตีวงล้อมเข้ามา และเกิดการปะทะดุเดือดจนแสงฉายเกือบเอาชีวิตไม่รอด

ด้านทวีปที่ลัดเลาะมาจนถึงหน้าห้องขังภูผาและแพรไหม เขาต่อสู้กับลูกน้องแสงฉายก่อนจะพยายามเปิดประตูที่ล็อกไว้แน่นหนาด้วยการลั่นกระสุนใส่ ทำให้สองคนข้างในมั่นใจว่ามีคนมาช่วย

“คงมีคนมาช่วยเรา”

“แต่เรารออย่างเดียวไม่ได้หรอก บอกตรงๆนะ ผมไม่ไว้ใจเจ้าแสงฉาย ที่เขาพาเรามาที่นี่เขาอาจจะมีแผนการอะไรบางอย่าง”

“เขาจะพาเราไปเชียงทวายด้วยเหรอคะ”

“ไม่ใช่เรา...คุณคนเดียว ส่วนผม...เขาคงไม่พาไปด้วย อาจจะจับผมมาเป็นตัวประกันหรือฆ่าทิ้ง”

“ไม่...ฉันไม่ยอมให้เขาทำอะไรคุณ ฉันจะขอให้เขาไว้ชีวิตคุณ เขาแค่ต้องการตัวฉัน”

“ก็ต้องแลกกัน ถึงจะต้องแลกด้วยชีวิตผมก็ยอม ยังไงผมก็ไม่ยอมให้เขาเอาตัวคุณไป ขอแค่คุณบอกมาคำเดียวว่าไม่อยากไปอยู่กับเขา”

แพรไหมยิ้มหวานแทนคำตอบ แค่นี้ภูผาก็มีกำลังใจเกินร้อย เมื่อทวีปฝ่าประตูเข้ามาได้ ภูผารับปืนจากเพื่อนมาทันที

“ขอบใจมากนะโว้ยที่มาช่วย”

“ไม่ต้องพูดมาก พาคุณแพรหนีก่อนดีกว่า เดี๋ยวเจ้าแสงฉายพาพรรคพวกมาเราจะหนีไม่รอด...ไปเร็ว”

ภูผากระชับมือแพรไหมและให้ความมั่นใจว่าเขาจะปกป้องเธอเอง ทวีปเห็นแล้วหมั่นไส้ บ่นหน้าสิ่วหน้าขวานยังจะหวานกันอีก

ทั้งสามคนพากันออกมาไม่ทันพ้นโรงงานก็ต้องเผชิญหน้ากับพวกแสงฉายที่หนีการตามล่าของตำรวจและนักฆ่าจากเชียงทวายมาพอดี แพรไหมตกใจมากที่แสงฉายและสมุนมีอาวุธครบมือ

“เจ้าคะ ทำไมทำแบบนี้”

“ก็เพราะใครล่ะ ที่บังคับให้ผมต้องทำ ผมรักและจริงใจกับคุณ คุณเป็นคนเดียวที่ผมอยากแต่งงานด้วย แต่คุณกลับหนีไปกับมัน”

“ฉันผิดเอง คุณภูผาไม่เกี่ยวข้อง”

“รักมันมากนักใช่มั้ย ถึงได้ปกป้องมัน” แสงฉายกระชากเสียงด้วยความโกรธแค้น แพรไหมจำต้องปฏิเสธออกไปเพื่อให้ภูผาปลอดภัย

“ไม่...ฉันเกลียดเขา บอกเขาไปสิคุณภูผา คุณโกรธฉัน เกลียดฉัน ที่ฉันเป็นต้นเหตุให้พี่ชายคุณตาย”

“ใช่ ผมเคยโกรธคุณ แต่ตอนนี้ผมรู้ใจตัวเองแล้ว และผมจะไม่หลอกตัวเองอีกต่อไป ต่อให้ผมต้องตายด้วยน้ำมือของเจ้า ผมก็ยังยืนยันว่าผมรักคุณ”

“ไม่จริงนะคะเจ้า เขาแกล้งพูด อย่าเชื่อเขานะคะ”

“ก็ดี...ผมจะได้ฆ่ามันกับเพื่อนของมันด้วย อยู่ดีไม่ว่าดี แส่มายุ่งกับเรื่องคนอื่น”

“เจ้าคิดเหรอว่าจะหนีไปได้ง่ายๆ มอบตัวซะ ผมยืนยันว่าจะให้ความเป็นธรรมกับเจ้า” ทวีปหว่านล้อม...แต่แสงฉายสวนทันควันว่า ไม่มีทางคนอย่างตนไม่ยอมถูกตำรวจจับแน่

“ไม่ต้องพูดหรอก เสียเวลาเปล่า คนอย่างเจ้าแสงฉายทำได้ทุกอย่างเพื่อตัวเอง”

“จะตายอยู่แล้วยังปากดี” แสงฉายเล็งปืนใส่ภูผา แพรไหมตกใจรีบยืนบังภูผา

“อย่าทำอะไรพวกเขาเลยนะคะเจ้า ฉันขอร้อง”

แสงฉายโกรธจัดที่แพรไหมปกป้องศัตรูหัวใจของตน ถึงกับตะโกนก้องให้ฆ่ามัน!

ธนาและสมุนทั้งหมดของแสงฉายปฏิบัติการทันที เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว ไม่นานนักพวกภูผาก็หมดทางสู้ แต่ไม่ทันที่แสงฉายจะลั่นไกสังหารภูผา  นายพลจันทร์เทพปรากฏตัวพร้อมทีมของอโณทัย

“นายพลจันทร์เทพ...” แสงฉายอุทาน

“ขอบใจที่ยังจำกันได้ แต่น่าเสียดายนะที่เจ้าคงไม่มีโอกาสได้กลับไปเชียงทวายอีกแล้ว”

“ใครกันแน่ที่ไม่มีโอกาส นักฆ่าของท่านก็ตายไปเกือบหมดแล้วนี่ เสียใจด้วยนะท่านนายพล ตำแหน่งผู้ครองเชียงทวายไม่คู่ควรกับคนที่บารมีไม่ถึงหรอก”

“มีบารมีแต่ชั่วช้า ฆ่าได้แม้กระทั่งพี่น้องร่วมชาติเพื่อรักษาอำนาจของตัวเอง คนเชียงทวายก็ไม่ยอมเหมือนกัน”

จันทร์เทพไม่พูดพล่าม ส่งสัญญาณให้อโณทัยแล้วจู่โจมแสงฉายในทันที แสงฉายเป็นรอง คนของตนถูกฆ่าจนเหลือแต่มือขวาอย่างธนา กับลูกน้องของธนาอีกสองคน ที่สุดธนาก็ร้องบอกให้นายของตนหนีไป แสงฉายกระชากแพรไหมออกไปด้วย โดยมีกลุ่มของจันทร์เทพ และทวีปกับภูผาไล่กวด

แสงฉายนั่งรถหนีไปพร้อมแพรไหม พวกจันทร์เทพยังติดตามไม่ลดละ ส่วนทวีปกับภูผารั้งท้าย เนื่องจากรถทวีปค่อนข้างเก่า

“หยุดเถอะค่ะ เจ้าไม่มีทางหนีรอดไปได้หรอก”

“กว่าพวกมันจะตามมาทัน ผมก็พาคุณหนีไปเชียงทวายแล้ว”

“แต่มันจะมีประโยชน์อะไร ถ้าฉันไม่ได้รักคุณ”

“ไม่จำเป็น ถึงตอนนี้ความรักไม่มีความหมายกับผมแล้ว”

แสงฉายเร่งความเร็วขึ้นอีก ขณะที่รถจันทร์เทพก็ไล่บี้ แถมสาดกระสุนเป็นระยะ แพรไหมหวาดกลัวกรีดร้องตลอดเวลา กระทั่งรถแสงฉายไปจอดที่ลานกว้างแห่งหนึ่ง แพรไหมถูกแสงฉายกระชากแขนลงจากรถ ธนากับลูกน้องสองคนคอยคุ้มกัน

“ปล่อยฉันนะเจ้า ฉันไม่ไปกับเจ้า ปล่อยฉัน”

“ไม่! เราจะต้องไปเชียงทวายด้วยกัน ผมสัญญาว่าจะดูแลคุณให้มีความสุขในฐานะเจ้าหญิงของผม”

“ฉันไม่ไป” หญิงสาวดิ้นรนสุดแรง

แสงฉายโมโห และยิ่งกลายเป็นแค้นเมื่อเห็นทวีปแล่นรถมาจอดแล้วภูผาก้าวลงมาด้วยท่าทีเป็นห่วงแพรไหมมาก ธนากับลูกน้องกราดยิงไม่นับ สองหนุ่มหลบข้างรถและเห็นเฮลิคอปเตอร์ร่อนลงมาจอด

ธนาเร่งแสงฉายให้ขึ้นเครื่อง แต่แสงฉายละล้า

ละลังถามหาแสงมณีกับดวงใจ

“ผมเกรงว่าจะช้าเกินไป อีกไม่นานตำรวจคงจะมา เราต้องรีบไป”

แสงฉายล็อกคอแพรไหมพร้อมใช้ปืนจี้ ทำให้ภูผากับทวีปไม่กล้าบุ่มบ่าม

“อย่านะเจ้า ใจเย็นๆ”

“วางปืน ไม่อย่างงั้นแกได้ศพแพรไหมกลับไปแน่”

เพื่อความปลอดภัยของแพรไหม ภูผากับทวีปจำต้องวางปืน แสงฉายได้ทีเล็งปืนมา แพรไหมเห็นดังนั้นก็แตกตื่น ละล่ำละลักขอร้องแสงฉายอย่าทำอะไรพวกเขาเลย

“ฉันขอร้อง อย่าทำอะไรเขาเลย จะใหัฉันทำอะไรฉันยอมทั้งนั้น”

“อย่าไปขอร้องมันเลยครับคุณแพร คนที่ฆ่าคนอื่นได้มีแต่คนเลวเท่านั้นแหละ เขาไม่มีสติพอที่จะนึกถึงผิดชอบชั่วดีหรอก”

“เฮ้ยไอ้ภู...แกกำลังเร่งให้มันยิงเรานะโว้ย” ทวีปโวย

“มันไม่กล้าหรอก ถ้าเราตาย มันก็ตายด้วยกัน...ลองคิดดูให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเจ้ายอมมอบตัว ยังมีโอกาสสู้คดี”

แสงฉายไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ตะโกนสั่งลูกน้องยิงพวกมัน แต่พริบตานั้นแสงมณีพุ่งเข้ามาขวาง ธนากับลูกน้องถึงชะงักด้วยความตกใจ

“แสงมณีหลบไป” แสงฉายสั่งดุดัน

“พี่ชายคะ อย่าทำผิดอีกเลย มอบตัวเถอะค่ะ”

“ไม่ คนอย่างพี่ไม่ยอมติดคุกแน่”

“แต่หญิงจะไม่ยอมให้พี่ชายฆ่าใครอีกแล้ว หญิงยอมตาย ถ้าชีวิตของหญิงจะช่วยไม่ให้พี่ชายทำบาป”

“ลากตัวแสงมณีออกมา”

สิ้นเสียงสั่งของแสงฉาย ธนาตรงเข้ากระชากแขนแสงมณี แต่ทวีปเข้าขัดขวางจึงเกิดการต่อสู้ แสงฉายเห็นท่าไม่ดีดึงแพรไหมวิ่งไปที่เฮลิคอปเตอร์ ตามหลังมาด้วยธนากับแสงมณี และดวงใจที่รั้งท้าย

ภูผากับทวีปพยายามขัดขวางพวกเขา ทันใดนั้นรถจันทร์เทพพุ่งมาจอด อโณทัยกับนทีกระโดดออกมา กราดยิง...ภูผากับทวีปต่างหลบหลีกแล้วจู่โจมช่วยคนรักของตนออกมา ทิ้งแสงฉายยืนเคว้ง พอเห็นธนาโดนจันทร์เทพเสียบอกด้วยมีด แสงฉายยิ่งใจเสีย วิ่งหนีขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปโดยเร็ว

เครื่องร่อนขึ้นแล้วคิดว่าตนรอดแน่ ที่ไหนได้ พันทิญาโผล่จากด้านหลังพร้อมเชือกในมือ แสงฉายผงะด้วยความตกใจ คาดไม่ถึงว่าเธอยังมีชีวิตอยู่

“คิดว่าจะหนีฉันไปได้เหรอ ไอ้คนทรยศ”

พันทิญาทั้งรักทั้งแค้น ตั้งใจฆ่าเขาด้วยมือของเธอ แต่นายพลจันทร์เทพกลับหยิบยื่นความตายให้ทั้งคู่ด้วยปืนอานุภาพสูง ยิงใส่เฮลิคอปเตอร์ที่กำลังบินขึ้นสู่ท้องฟ้าจนไฟลุกท่วม แสงมณีเห็นพี่ชายตายต่อหน้าต่อตา กรีดร้องด้วยความตกใจสุดขีด!

ooooooo

เย็นนั้น ทวีปกับภูผามาส่งแพรไหมที่บ้าน ศุภลักษณ์ดีใจกอดลูกสาวทั้งน้ำตา แพรไหมเองก็กลั้นน้ำตาไม่อยู่ แต่เป็นน้ำตาแห่งความเสียใจที่สูญเสียพี่สาว

“คุณแม่คะ พี่พันตายพร้อมกับเจ้าแสงฉายค่ะ”

“ว่าไงนะ เกิดอะไรขึ้นเหรอลูก”

“พี่พันคงจะหนีไปเชียงทวายกับเจ้าแสงฉาย แต่โชคร้ายที่เฮลิคอปเตอร์ถูกยิงระเบิดซะก่อน ตำรวจมาถึงก็ช่วยไว้ไม่ทันแล้วค่ะ”

“คิดซะว่าเป็นกรรมนะลูก ยัยพันเลือกทางเดินชีวิตของเขาเอง เลือกที่จะพาตัวเองไปพบจุดจบแบบนั้น ทั้งที่แม่ก็รักเขาเหมือนลูก เลี้ยงดูไม่ได้ต่างจากแพรเลย ใส่ใจมากกว่าด้วยซ้ำ เพราะไม่อยากให้มีปมด้อย แต่ยัยพันก็คิดไปเองว่าตัวเองไม่ใช่ลูกแท้ๆเหมือนแพร คิดแต่จะหาทางเอาชนะ อโหสิกรรมให้ยัยพันด้วยนะคุณภูผา”

“ครับ” ภูผารับคำ พลางมองหน้าแพรไหมด้วยความเห็นใจ

ooooooo

หนึ่งสัปดาห์ผ่านไป แสงมณีเตรียมตัวกลับเชียงทวายพร้อมดวงใจ ภูผาและแพรไหมทราบข่าวเดินทางมาทันเวลา

“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง หญิงคงคิดถึงเมืองไทยมากๆ”

“ว่างเมื่อไหร่ก็แวะมานะคะ แพรยินดีต้อนรับเจ้าเสมอ”

“ขอบคุณค่ะ หญิงสัญญาว่าจะมาร่วมงานแต่งงานของคุณแพรกับคุณภูผา”

แพรไหมหน้าแดงด้วยความเขิน “เขายังไม่ได้ขอแพรแต่งงานเลยค่ะ”

“ถ้าผมขอ...จะแต่งหรือเปล่าล่ะครับ”

“บ้า! พูดต่อหน้าเจ้าแสงมณีได้ยังไง”

“ไม่เห็นต้องอายเลย ก็ผมอยากรู้จริงๆ”

“ยังไม่ทันเริ่มคบกันเลย จะรีบแต่งไปไหนล่ะ จริงไหมคะเจ้า”

แสงมณียิ้มบางๆ สะท้อนใจเมื่อนึกถึงพี่ชายตัวเอง “ถ้าพี่ชายยอมรับความจริง ไม่ดึงดันที่จะเอาชนะก็คงได้กลับเชียงทวายพร้อมกับหญิง ไม่ต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่เมืองไทย”

“แพรเข้าใจความรู้สึกของเจ้าค่ะ พวกเราต่างก็สูญเสียคนที่เรารักไปเหมือนกัน”

“หญิงลาก่อนนะคะ”

“เจ้าเป็นผู้หญิงที่น่ารักมาก จงเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างเข้มแข็ง วันหนึ่งผมเชื่อว่าเจ้าจะมีความสุขกับคนที่เห็นคุณค่าของเจ้า”

“ขอบคุณมากค่ะ คุณสองคนจะอยู่ในความทรงจำของหญิงตลอดไป”

“เพื่อนผมคงน้อยใจแย่เลย ที่เจ้าลืมนึกถึง”

“ช่างเขาสิคะ หญิงจะกลับเขายังไม่คิดจะมาส่งเลย...ไปนะคะ”

แสงมณีปล่อยมือจากแพรไหม มองรอบบ้านอย่างอาลัย แล้วตัดสินใจก้าวขึ้นรถ แต่ครู่เดียวที่รถแล่นออกมาพ้นรั้วบ้าน แสงมณีก็ยิ้มออกเมื่อเห็นหมวดทวีปยืนเท่อยู่กลางถนน

“คนบ้า...คิดว่าตัวเองหล่อนักหรือไง” เธอพึมพำ

“ลงไปคุยกับเขาไหมคะ ท่าทางคงไม่หลีกไปง่ายๆ”

แสงมณีมองดวงใจอย่างชั่งใจ ที่สุดก็ทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจ ลงไปต่อปากต่อคำกับเขา

“ผมรีบแทบแย่ กลัวจะมาส่งเจ้าไม่ทัน”

“ไม่ได้อยากให้มาส่งหรอกนะ”

“จริงเหรอ แต่สายของผมรายงานว่าเจ้ารอผมตั้งนาน มองหาตลอดเลยว่าเมื่อไหร่ผมจะมา ผมรู้นะครับว่าเจ้าก็รอผมอยู่ ใจของเราส่งถึงกันครับ”

“เข้าข้างตัวเอง คิดว่าตัวเองสำคัญนักหรือไง”

“แน่นอน สายตามันฟ้อง”

“ฟ้องว่าเกลียดน่ะสิ ไม่ต้องพูดมากเลย มีธุระอะไรก็รีบพูดมา ถ้าฉันตกเครื่องใครจะรับผิดชอบ”

“ดีสิ เจ้าจะได้อยู่เมืองไทยตลอดไป ผมสัญญานะว่าจะเป็นบอดี้การ์ดให้เจ้าตลอด 24 ชั่วโมง รับรองผู้ชายหน้าไหนก็เข้าใกล้เจ้าไม่ได้...

พูดไม่ทันขาดคำ นายพิพิธโผล่มาพร้อมดอกไม้ช่อใหญ่ ทวีปเหวอ ถามเขาว่ามาได้ยังไง?

“ทำไมจะมาไม่ได้ ลืมไปแล้วเหรอว่าผมเป็นเพื่อนชายที่สนิทที่สุดของเจ้าแสงมณี”

“คุณเป็นแค่เพื่อน แต่ผมเป็นมากกว่านั้น”

ทวีปแข่งขันด้วยการยื่นช่อดอกไม้ที่เตรียมไว้ออกมาสู้ พิพิธเย้ยให้ว่า ดอกไม้ของตนใหญ่กว่า สวยกว่า และแพงกว่า แต่ทวีปโต้อย่างมั่นใจว่า

“แต่ของผมมีความหมายมากกว่า”

แสงมณีค้อนทั้งคู่อย่างขำๆ ทวีปทำหน้าหวานใส่เธอ ออดอ้อนขอไปส่ง

“อยากไปก็ไปสิ ไม่ได้ห้ามนี่นา”

“ไปถึงเชียงทวายเลยนะ”

แสงมณียิ้มรับแทนคำตอบ เท่านี้พิพิธก็ยอมรับความพ่ายแพ้ ยืนหน้าจ๋อยมองทั้งคู่ส่งยิ้มกันหวานเจี๊ยบ

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ภูผากับแพรไหมไปเที่ยวทะเล สองคนเดินจับมือกันไปตามชายหาดกว้าง สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความสบายใจ

“ไม่น่าเชื่อนะ ว่านี่เป็นวันแรกที่เราได้อยู่ด้วยกันด้วยความรัก โดยไม่ต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน”

“ก็คุณมีแต่ความแค้น คิดแต่ว่าฉันเป็นต้นเหตุให้พี่ชายคุณตาย ฉันพยายามบอกเท่าไหร่คุณก็ไม่ฟัง”

“ก็คุณไม่พูดความจริงแต่แรก ปล่อยให้ผมเข้าใจผิดอยู่ได้”

“ฉันเชื่อว่าคุณเป็นคนดี ถึงจะโกรธจะแค้น แต่ฉันก็หวังว่าวันหนึ่งคุณจะใจอ่อนยอมให้อภัย”

“แต่กลายเป็นว่ายิ่งทำให้เรื่องมันเลวร้ายยิ่งขึ้น ดีนะที่เรายังได้อยู่ด้วยกัน”

“ฉันเชื่อมั่นใจความรักค่ะ ความรักจะเอาชนะอุปสรรคทุกอย่าง”

“แต่ถ้าใช้ความรักไปในทางที่ผิด รักอย่างเห็นแก่ตัว ความรักก็ทำลายทุกอย่างได้เหมือนกัน...สัญญากับผมนะ ต่อไปนี้เราจะไม่ปิดบังกัน ไม่ว่าดีหรือร้ายเราจะพูดความจริงต่อกัน”

“ค่ะ ฉันสัญญา แต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องบอกรักฉันทุกวัน”

“เริ่มวันนี้เลยนะ แพรไหม...ผมรักคุณ” เขาพูดเต็มปากเต็มคำ

“ฉันก็...รักคุณค่ะ”

หนุ่มสาวสบตากันหวานซึ้ง ประสานเสียงด้วยความมั่นใจว่า

“ความรักของเราจะแข็งแกร่งดั่งภูผา...เชื่อมร้อยด้วยแพรไหมที่อ่อนละมุนไปตราบนานเท่านาน”

ooooooo

-อวสาน-

ตอนที่ 12

ภูผาพาแพรไหมออกนอกเส้นทางแล้วยังพูดจากระแทกแดกดันให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจไม่สิ้นสุด ก่อนจะพาเธอกลับมาส่งบ้าน ระหว่างนี้เอง ทวีปโทร.มาบอกเขาว่าเกิดเรื่องใหญ่ แสงมณีถูกจับตัวไป แต่ไม่ทันจะบอกสถานที่ก็ถูกนทีกับอรัญใช้ปืนจี้หัวพาไปขังรวมกับแสงมณี โดยทิ้งดวงใจกับพิพิธในสภาพหมดสติไว้ภายในห้างสรรพสินค้า

แสงมณีสงสารทวีปที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วย เธอขอร้องพวกอโณทัยให้ปล่อยเขาไป แต่ทุกคนไม่ยอม และจะขังทั้งคู่ไว้อย่างนี้รอให้แสงฉายร้อนใจที่แสงมณีหายไปจนต้องยอมทำตามเงื่อนไขของพวกตน

เวลานั้น แสงฉายทราบเรื่องจากดวงใจแล้ว เขาคาดว่านักฆ่าพวกนั้นคงยังไม่ทำอะไรแสงมณี เพราะคนที่เป็นเป้าหมายของมันคือตน และตนก็ไม่เห็นด้วยที่ธนาจะพาคนบุกไปช่วย ตนมีน้องสาวแค่คนเดียวยังไงก็ไม่ปล่อยให้เป็นอะไร แต่ต้องคิดให้รอบคอบก่อน ด้านภูผาก็ร้อนใจไม่แพ้ใคร เขารีบมาพบแสงฉายถึงบ้านเพื่อแสดงความรับผิดชอบที่ปกป้องแสงมณีไม่ได้

“ถ้าคุณอยากแสดงความรับผิดชอบ คุณต้องพาน้องสาวผมกลับมาให้ได้”

“มันเป็นสิ่งที่ผมต้องทำอยู่แล้ว แต่เจ้าต้องพูดความจริงกับผมซะที กลุ่มคนที่จับตัวเจ้าแสงมณีไปเป็นใคร เกี่ยวพันอะไรกับเจ้า”

“คุณไม่จำเป็นต้องรู้ หน้าที่ของคุณคือพาเจ้าแสง–มณีกลับมาให้ได้” ธนาโต้แทนนายของตน

“คุณก็ทำหน้าที่องครักษ์ของเจ้า คุณน่าจะรู้ดีนะว่ามันสำคัญยังไง ถ้าคุณไม่รู้ว่าศัตรูของเจ้าคือใคร มีกำลังเท่าไหร่ คุณจะรับมือกับพวกเขาได้ยังไง ผมไม่ได้ใช้แต่กำลังนะครับ”

“คุณหาว่าผมไม่ใช้สมองเหรอ” ธนาจ้องหน้าภูผาอย่างเอาเรื่อง

“เอาเถอะ เรามาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะช่วยแสงมณี กลับมาได้ยังไง”

ขาดคำของแสงฉาย เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น... อโณทัยโทร.มายื่นข้อเสนอให้แสงฉายมารับแสงมณีคืนด้วยตัวเองคนเดียว และห้ามบอกตำรวจ ไม่อย่างนั้นเขาจะได้แต่ศพของแสงมณีกลับคืนไป แสงฉายรับฟังด้วยความแค้น พลางชำเลืองมองภูผาก่อนเดินห่างออกไปเพื่อไม่ให้เขาได้ยิน

“แกอย่าทำอะไรน้องสาวฉันนะ ฉันยินดีให้เงินพวกแกสิบล้าน พวกแกหาทั้งชาติยังไม่ได้เลย”

“เราไม่ได้ต้องการเงิน เราต้องการตกลงกับเจ้าดีๆ”

“พวกแกต้องการอะไร”

“พรุ่งนี้เจ้าเดินทางมาพบกับเราก็แล้วกัน ถ้ามีคนอื่นตามมาด้วยล่ะก็ ข้อเสนอของเราจบทันที”

แสงฉายขบกรามแน่นด้วยความแค้น แล้วปรับสีหน้าเป็นปกติหันกลับมาเอ่ยกับภูผา “ถ้าคุณช่วยน้องสาวผมออกมาได้ เงินสิบล้านบาทจะเป็นของคุณ”

“เก็บเงินของเจ้าไว้เถอะครับ ยังไงผมก็ต้องช่วยเจ้าแสงมณีตามหน้าที่อยู่แล้ว อีกอย่าง เพื่อนผมก็ถูกจับไปด้วย แต่งานนี้เราต้องมีแผน”

“คุณอย่าบอกนะว่าจะให้ผมไปเสี่ยง”

“ถ้าเจ้าไม่ไป เจ้าคิดเหรอว่าพวกนั้นจะยอมปล่อยตัวน้องสาวเจ้าง่ายๆ”

ธนาท้วงขึ้นอย่างไม่เห็นด้วย “ถ้าเจ้าแสงฉายตกอยู่ในมือของพวกมัน ใครจะรับประกันว่าเจ้าจะไม่เป็นอันตราย เจ้าอย่าเชื่อเขานะครับ”

“นั่นน่ะสิ เราบุกเข้าไปชิงตัวแสงมณีไม่ดีกว่าเหรอ คนของเราออกเยอะแยะจัดการพวกมันได้อยู่แล้ว”

“แต่ถ้าพวกมันรู้ว่าเจ้าไม่ทำตามข้อเรียกร้อง ผมเกรงว่าเจ้าแสงมณีจะเป็นอันตราย”

คำพูดของภูผาทำให้แสงฉายตระหนักในความปลอดภัยของน้องสาว ถามเขาว่ามีแผนยังไง ภูผานิ่งคิด แววตามุ่งมั่นด้วยความรับผิดชอบในหน้าที่ แต่แสงฉายกลับหันไปสบตาธนาอย่างมีแผนการร้าย หวังจะยืมมือพวกนักฆ่าจัดการกับภูผาในคราวนี้เลย

ooooooo

ค่ำแล้ว ภายในบ้านที่แสงมณีกับทวีปถูกคุมขังเงียบเชียบ ทั้งคู่ถูกจับมัดมือไพล่หลังอยู่คนละมุม ทวีปสังเกตเห็นแสงมณีน้ำตาซึม นึกว่าเธอกลัวจึง ปลอบโยนว่า วันพรุ่งนี้อาจจะมีคนมาช่วยเราก็ได้ เจ้าแสงฉายคงไม่ปล่อยให้เธอเป็นอะไร

“ฉันไม่ได้กลัวตาย ฉันเสียใจที่คนเชียงทวายด้วยกันต้องลุกขึ้นมาเข่นฆ่ากันเองราวกับว่าโกรธแค้นกันมาแต่ชาติปางไหน”

“เกิดอะไรขึ้นที่บ้านของคุณ”

“เชียงทวายถูกปกครองโดยท่านพ่อของฉันมานาน อาจจะนานเกินไปจนทำให้คนบางกลุ่มคิดก่อกบฏ แต่พวกเขาทำไม่ได้เพราะประชาชนส่วนใหญ่ยังภักดีต่อท่านพ่อ พอสิ้นท่านพ่อ พวกกบฏจึงต้องหาทางกำจัดพี่ชายกับฉัน เราเลยต้องหนีมาที่เมืองไทย แต่ฉันก็เสียทีพวกมันจนได้”

“อย่าห่วงเลยครับ ผมจะไม่ยอมให้ใครทำอะไรเจ้าเด็ดขาด ผมสัญญาว่าจะปกป้องเจ้าด้วยชีวิตของผม”

“อย่าเอาชีวิตของคุณมาเสี่ยงเพื่อผู้หญิงที่ไม่ได้มีความหมายอะไรกับคุณเลยค่ะ”

“คุณไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งไม่รู้กันแน่ ว่าคุณมีความหมายกับผมมากแค่ไหน”

แสงมณีเขินอายจนไม่กล้าสบสายตาบอกความรู้สึกในใจของชายหนุ่ม สักครู่ เธอนึกได้ว่าตัวเองมีของบางอย่าง ที่อาจจะช่วยเราได้ นั่นก็คือปิ่นปักผมที่ออกแบบให้ แหลมคมเหมือนมีด

ขณะเดียวกัน อโณทัยกับนาราคุยกันอยู่นอกบ้าน สองคนมีความรักต่อกัน และหวังว่าเสร็จงานนี้จะได้กลับไปครองคู่กันอย่างมีความสุข แต่สำหรับพิมที่แอบฟังอยู่ในมุมมืด เธอเสียใจกับภาพบาดตาและถ้อยคำบาดใจนั้นเหลือเกิน พิมหลงรักอโณทัยมานานแต่ไม่ว่าเธอจะทำดีกับเขาแค่ไหน ก็ไม่เคยได้รับรักตอบ ซึ่งนทีรู้มาตลอดและเฝ้าดูพิมด้วยความสงสาร

ค่ำนี้ก็เช่นกัน นทีแอบเห็นพิมร้องไห้จึงเข้ามาเตือน ให้เธอตัดใจและทำใจ เพราะสองคนนั้นรักกันมานาน คงไม่มีอะไรทำให้เขาเปลี่ยนใจได้

“อย่ามายุ่งกับฉัน” พิมตวาดแล้วลุกขึ้นเดินหนี แต่นทีก็ยังตามมารั้งเธอไว้

“ยังมีคนที่รักคุณนะพิม จริงอยู่ ผมอาจจะไม่ใช่หลานนายพล ไม่ร่ำรวยเหมือนอโณทัย แต่ผมก็จริงใจกับคุณ”

พิมแววตาอ่อนลง เธอรู้มาตลอดว่านทีคิดอย่างไรกับตัวเอง “ความรักมันห้ามกันไม่ได้หรอกนะนที ที่ผ่านมาฉันก็พยายามบอกใจตัวเองให้เลิกรักเขา...ฉันยังทำไม่ได้เลย”

พิมสะเทือนใจ เบือนหน้าซ่อนน้ำตา นทีมองเธอด้วยความรักและเข้าใจ

ooooooo

เช้าแล้ว แสงมณีกับทวีปยังมีอาการเขินๆ หลังจากฝ่ายชายสารภาพรักไปเมื่อคืน...แสงมณีสังเกตจนแน่ใจว่าไม่มีใครหน้าห้องก่อนเร่งทวีปให้ใช้ปิ่นปักผมตัดเชือกเพื่อหาทางหลบหนีออกจากที่นี่

ส่วนที่บ้านแสงฉาย ธนากำลังทักท้วงแสงฉายให้คิดอีกทีเรื่องแผนที่วางไว้ ตอนนี้ยังมีเวลาเปลี่ยนใจถ้าไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยง

“แล้วน้องหญิงล่ะ เรามีกันอยู่สองคนพี่น้อง ไม่ว่าจะเป็นตายร้ายดียังไง ฉันก็ต้องหาทางช่วยแสงมณีให้ได้”

“แต่...”

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ทำตามแผนของเราก็แล้วกัน งานนี้ถ้าจะมีคนตายต้องไม่ใช่ฉันกับแสงมณีแน่ แต่เป็นไอ้ภูผาต่างหาก เราจ้างมันมาตายแทนอยู่แล้ว”

ธนาเงียบลง พอดีลูกน้องเข้ามารายงานแสงฉายว่าภูผามาแล้ว แสงฉายจึงให้เชิญเขาไปรอที่ห้องทำงาน เดี๋ยวตนจะตามไป...และเมื่อแสงฉายกับธนามาถึง ภูผาก็เริ่มอธิบายสิ่งที่ตนเตรียมการไว้

“ผมติดตั้งระบบจีพีเอสไว้ที่รถ ระบบที่ผมใช้สามารถบอกพิกัดได้ละเอียดที่สุดเท่าที่ใช้กันอยู่ แต่เจ้าจะต้องขับรถไปเอง เพื่อให้พวกมันตายใจ”

“ผมจะแน่ใจได้ยังไงว่าคุณจะตามไปช่วยผมได้ทันเวลา”

“ผมอาจจะไม่มีเกียรติให้เจ้าเชื่อถือ แต่ผมขอยืนยันไว้ตรงนี้ ผมจะทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด ผลงานที่ผ่านมาคงพอจะทำให้เจ้าวางใจได้บ้าง”

“แต่งานนี้ไม่หมูหรอกนะคุณภูผา นักฆ่าจากเชียงทวาย ไม่ใช่โจรกระจอกที่คุณจะเอาชนะพวกมันได้ง่ายๆ”

“แล้วคุณธนามีแผนที่ดีกว่านี้ไหมล่ะ หรือคุณอยากจะพาองครักษ์ของคุณทั้งหมดบุกเข้าไปก็ได้นะ ถ้าไม่ห่วงชีวิตของเจ้าแสงมณี”

“ถ้าเจ้าสั่งผมก็พร้อมจะทำอยู่แล้ว” ธนาจ้องภูผาเขม็งด้วยความไม่พอใจ

พลันเสียงมือถือแสงฉายดังขึ้น อโณทัยโทร.มาเร่งขณะจอดรถรออยู่ริมถนนเปลี่ยวสายหนึ่ง โดยบอกว่าตนให้เวลาเขาอีกครึ่งชั่วโมง ถ้าเขายังมาไม่ถึง รับรองว่าต้องได้ศพเจ้าแสงมณีกลับไปแน่

ทันทีที่อโณทัยตัดสาย แสงฉายก็เตรียมตัวออกจากบ้าน ธนากำชับนายของตนอีกทีเรื่องอาวุธ ส่วนภูผาส่งสร้อยคอพร้อมจี้ให้แสงฉายสวมไว้ เผื่อมีอะไรผิดพลาดจะได้หาตำแหน่งของเขาได้

“ก็ไหนคุณว่าติดจีพีเอสไว้ที่รถแล้วไง”

“สำรองไว้ครับ เผื่อว่าพวกมันจะรู้ทัน”

แสงฉายพอใจ รับสร้อยนั้นมาแล้วจะเดินไปขึ้นรถ แต่เหลือบเห็นดวงใจเดินตาแดงๆตรงมา ดวงใจแสดงความเป็นห่วงแสงมณีและเตือนให้แสงฉายระวังตัว ซึ่งชายหนุ่มก็สัญญาว่าเขาจะพาแสงมณีกลับมาให้ได้

แสงฉายขับรถไปคนเดียวตามเส้นทางที่อโณทัยบอกมาเป็นระยะ กระทั่งถึงจุดหมายแสงฉายก็ถูกพวกอโณทัยจับตัวขึ้นรถตู้ เป็นเวลาเดียวกับแสงมณีและทวีปพยายามหนีออกจากบ้านแต่ก็มาโดนพิมกับนาราสกัดเอาไว้อีก

ในที่สุด แสงฉาย แสงมณี และทวีปถูกจับมาไว้ที่เดียวกัน แล้วรอให้นายพลจันทร์เทพลุงของอโณทัยมาจัดการกับแสงฉายเอง แต่ระหว่างนี้ภูผาที่แอบตามแสงฉายอยู่ตลอดได้บุกเข้ามาช่วย แล้วเกิดการต่อสู้กันดุเดือดเมื่อธนากับลูกน้องมาสมทบทั้งที่ไม่ได้อยู่ในแผนการที่วางไว้ เหตุนี้เองทำให้ภูผากับทวีปเกือบเอาชีวิตไม่รอด ขณะที่แสงฉายพาแสงมณีหนีไปได้อย่างปลอดภัย

การปะทะกันของสองฝ่ายใช้เวลาไม่มากนัก แต่ก็มีคนล้มตายไปไม่น้อย โดยเฉพาะลูกน้องของอโณทัย ซึ่งหนึ่งในนี้คือพิมที่โดนธนายิงตายคาที่ ยังความเสียใจให้นทีอย่างสุดซึ้ง

หลังผ่านความเป็นความตายมาได้ ภูผาบ่นเรื่องที่แสงฉายส่งคนสะกดรอยตามตนมาจนเกือบทำให้เสียเรื่อง ทวีปฟังแล้วโพล่งขึ้นอย่างเจ็บใจ

“คนอย่างเขาคงไม่ยอมตายง่ายๆหรอก เขาต้องทำทุกวิถีทางที่จะเอาตัวรอด แม้แต่การหักหลังคนอื่น ดูสิ ปล่อยให้เราสองคนสู้กับพวกนักฆ่า ทั้งที่เราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย”

“คนเห็นแก่ตัวอย่างนี้ฉันเห็นจะทำงานด้วยไม่ได้อีกแล้ว”

“อ้าว...ฉันก็อดใกล้ชิดเจ้าแสงมณีน่ะสิ”

“ไม่แน่หรอก เจ้าแสงมณีอาจจะอยากได้บอดี้การ์ดส่วนตัว”

“แต่คงไม่ใช่ฉันหรอก ถ้าพี่ชายค้ายาเสพติดจริงๆ เขาคงไม่ให้ฉันอยู่ใกล้ๆพี่ชายเขาหรอก”

“แต่เราจะปล่อยให้เขาใช้บ้านเราเป็นฐานลำเลียงยาเสพติดเหรอวะ”

“ไม่! ยังไงฉันก็ไม่ยอม ฉันจะต้องหาหลักฐานมัดตัวเจ้าแสงฉายให้ได้ สงสารก็แต่คุณแพรไหมที่ต้องกลายเป็นเจ้าสาวบังหน้าให้มัน”

ได้ยินชื่อแพรไหม...ภูผาหน้าเครียดขึ้นมาทันที ทางด้านแสงฉายกับแสงมณีที่กลับไปถึงบ้านแล้ว แสงมณีแสดงความไม่พอใจพี่ชายที่หนีเอาตัวรอดโดยทิ้งภูผากับทวีปให้เสี่ยงตาย ทั้งที่พวกเขาเข้าไปช่วยเราสองพี่น้อง

“แต่ที่พี่ทำไปทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยของเรานะ”

“แล้วปล่อยให้สองคนนั่นตกอยู่ในอันตรายเหรอคะ ถ้าเขาเป็นอะไรขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ ครอบครัวเขา ญาติพี่น้อง คนที่รักเขาคงจะเสียใจมาก”

“พี่จ้างเขามาปกป้องน้องหญิง ถ้าเขาจะตายเขาก็ตายในหน้าที่ เราก็ให้เงินเขาไปสิ กี่ล้านก็ว่ากันไป เรามีเงินออกเยอะแยะจะไปกลัวอะไร”

“หญิงเป็นห่วงเขา หญิงรักเขา ได้ยินไหมคะพี่ชาย หญิงรักคุณภูผา ถ้าเขาเป็นอะไรไปหญิงจะไม่ให้อภัยพี่ชายเลย”

แสงมณีเดินน้ำตาคลอจากไป แสงฉายหนักใจ แต่ยังไงเขาก็ไม่อยากให้ภูผารอดกลับมาเป็นเสี้ยนหนามหัวใจของเขากับแพรไหมอีกต่อไป

ooooooo

ปรางแก้วยังทำใจไม่ได้กับความจริงจากปากภูผาเมื่อวันก่อน ทวีปเห็นน้องสาวร้องไห้ก็รู้สึกไม่ดี เขาพยายามปลอบน้องให้ตัดใจ ยอมเจ็บวันนี้ดีกว่าเจ็บปวดไปทั้งชีวิตถ้าแต่งงานกับคนที่เขาไม่รักเรา

“แต่แก้วอยู่โดยไม่มีพี่ภูไม่ได้”

“แก้วยังเป็นน้องสาวของไอ้ภูเหมือนเดิมนะ แต่แก้วต้องทำใจยอมรับความจริงว่าแก้วกับเขาไม่ได้เกิดมาคู่กัน”

“แก้วทำใจไม่ได้ ถ้าวันหนึ่งเขาจะเลือกคนอื่น”

“ความรักไม่ต้องจบลงด้วยความสมหวังเสมอไปหรอกนะ ชีวิตจริงไม่เหมือนนวนิยายที่แก้วชอบอ่าน ถ้าถึงวันนั้นจริงๆแก้วควรจะดีใจด้วยซ้ำที่เห็นคนที่แก้วรักมีความสุข โลกนี้ยังมีคนอีกเยอะแยะที่เหมาะกับแก้ว ลองเปิดใจมองคนอื่นดูบ้าง บางทีแก้วอาจจะได้พบคนที่เกิดมาคู่กับแก้วก็ได้ แล้วแก้วก็จะนึกดีใจว่าดีแล้วที่ไอ้ภูไม่ยอมแต่งงานกับแก้ว”

“ไม่ค่ะ แก้วจะรอพี่ภู ชาตินี้แก้วคงรักใครอีกไม่ได้” ปรางแก้วน้ำตาไหลพราก ทวีปกอดน้องด้วยเห็นใจและหนักใจ

วันเดียวกัน ภูผาเอารถที่ถูกตัดสายเบรกมาส่งแพรไหมแล้วลากเธอออกไปคุยนอกร้าน เพื่อเตือนไม่ให้เธอแต่งงานกับแสงฉายเพราะเขาค้ายาเสพติด แต่ไม่ทันได้พูดออกไปแสงฉายกับแสงมณีก็ปรากฏตัวเสียก่อน แสงมณีดีใจที่เห็นภูผาปลอดภัย เธอเป็นห่วงเขามาก โทร.หาตั้งแต่เมื่อวานแต่ไม่ติด

“ผมพักผ่อนน่ะครับ ตั้งใจว่าจะหยุดยาว แล้วก็จะไปบอกเจ้าว่าผมคงทำหน้าที่บอดี้การ์ดให้เจ้าต่อไปไม่ได้”

“ฉันเข้าใจค่ะ งานที่เสี่ยงอันตรายค่าตอบแทนเท่าไหร่ก็คงไม่คุ้ม”

“ไม่ใช่เรื่องเงินหรอกครับ ผมมีเหตุผลส่วนตัว”

“แต่ยังไงงานแต่งงานของผมกับคุณแพรไหม หวังว่าคุณภูผาคงจะมาร่วมงานด้วย เราขอเชิญไว้ล่วงหน้าก็แล้วกัน”

“ได้ครับ แล้วผมจะไป” รับปากแสงฉายแล้วภูผาจะเลี่ยงออกมา แต่ทันใดมองเห็นชายคนหนึ่งเล็งปืนมาที่แพรไหม เขาพุ่งไปรวบตัวเธอให้พ้นวิถีกระสุน ขณะที่แสงฉายก็ตกใจกระชากแขนน้องสาวหมอบลง

ภูผากำชับทุกคนให้รออยู่ตรงนี้อย่าไปไหน แล้วตัวเองถือปืนวิ่งตามคนร้ายไป แต่ก็ไม่ทันเพราะมันโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์ที่อีกคนสตาร์ตเครื่องรออยู่

เมื่อย้อนกลับมาหาทุกคนและพากันเข้าไปในร้าน แพรไหมยังอยู่ในอาการตื่นตระหนก ศุภลักษณ์คอยปลอบด้วยสีหน้าตกใจไม่แพ้กัน

“แน่ใจเหรอลูกว่ามีคนปองร้ายแพร”

“ค่ะคุณแม่ วันก่อนรถของแพรก็ถูกตัดสายเบรก ถ้าคุณภูผาไม่มาช่วยแพรอาจจะขับรถชนได้รับบาดเจ็บหรือตายไปแล้วก็ได้”

“แล้วทำไมไม่บอกแม่”

“แพรไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริงจัง อีกอย่างก็กลัวคุณแม่ไม่สบายใจ แพรก็เลยไม่ได้บอกค่ะ”

“ลูกแม่...แพรเป็นลูกสาวคนเดียวของแม่นะ ถ้าลูกเป็นอะไรแม่จะอยู่ยังไง” พูดจบเหลือบเห็นพันทิญาเดินเข้ามา ศุภลักษณ์ถึงหน้าเจื่อน

“พันขอโทษค่ะที่มาขัดจังหวะ พันขอตัวก่อนนะคะ” พันทิญาเดินลิ่วออกไปขึ้นรถ นั่งน้ำตาคลอด้วยความคับแค้น โกรธและชิงชังแพรไหมอย่างที่สุด “นังแพร ทำไมแกต้องเกิดมาเป็นมารขัดขวางความสุขฉันด้วย”

หลังจากแพรไหมขอบคุณภูผาแล้ว แสงมณีชวนพี่ชายกลับ แสงฉายลุกขึ้นเดินมาหาแพรไหม บอกเธอว่าตนจะจัดองครักษ์มาดูแลความปลอดภัยให้ แต่เธอไม่รับ อ้างว่าไม่ใช่คนดังหรือคนสำคัญที่ไปไหนมาไหนจะต้องมีคนล้อมหน้าล้อมหลัง

“แต่คุณกำลังจะแต่งงานกับผม คนทั้งประเทศก็รู้ ยังไงชีวิตของคุณก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว”

“แต่ตอนนี้ฉันยังไม่ได้แต่งงานกับเจ้า ขอให้ฉันมีชีวิตอย่างคนปกติเถอะค่ะ”

“เจ้าเป็นห่วงแพรนะลูก อีกอย่างแม่ก็คงปล่อยให้แพรไปไหนมาไหนคนเดียวไม่ได้ ถ้าเกิดมีคนมาทำร้ายลูกของแม่อีกล่ะ ทำตามที่เจ้าบอกเถอะนะลูก”

“มันจะง่ายกว่าไหมคะคุณแม่ ถ้ายกเลิกงานแต่งงาน”

“แพร...รู้ตัวไหมลูกว่าพูดอะไรออกมา”

“แพรพูดเรื่องจริงค่ะคุณแม่ ตั้งแต่แพรรู้จักเจ้า ชีวิตของแพรไม่ปลอดภัยเลย ทั้งที่แพรไม่เคยมีศัตรูที่ไหน ทำไมแพรจะต้องอยู่อย่างหวาดกลัว ระแวงว่าจะมีคนมาทำร้ายตลอดเวลา แพรอยากได้ชีวิตของแพรคืนค่ะคุณแม่”

แพรไหมเอ่ยทั้งน้ำตา ศุภลักษณ์ลำบากใจพูดอะไรไม่ออก ได้แต่หันมองแสงฉาย

“เป็นไปไม่ได้ ผมรักคุณ เฝ้ารอวันนี้มานานแล้ว ผมไม่มีวันเปลี่ยนใจ”

“แต่ฉันแต่งงานกับคุณไม่ได้ คุณแม่ขา...เงินทองเราก็พอมีอยู่ เราเองก็มีกันอยู่แค่นี้ เราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากใคร ถ้าคุณแม่รักแพร เห็นแก่ความสุขของแพร ยกเลิกงานแต่งงานเถอะค่ะ”

“เจ้าคะ...” ศุภลักษณ์มองเขาด้วยสายตาวิงวอน

“ไม่! ผมลงทุนไปมากแล้ว ยังไงผมก็ไม่ยอม อาทิตย์หน้าคุณต้องเป็นเจ้าสาวของผม แต่งงานกันแล้วผมจะพาคุณกลับเชียงทวายทันที” แสงฉายตัดบทเดินลิ่วออกไป แสงมณีก้าวตาม ส่วนภูผามองแพรไหมที่ร่ำไห้น้ำตานองหน้าด้วยความเห็นใจ

ด้านพันทิญาที่กลับไปบ้านพร้อมความเจ็บแค้นหลังได้ยินศุภลักษณ์พูดว่าแพรไหมคือลูกสาวคนเดียว เธอโวยวายอาละวาดจนวนิดาต้องเข้ามาห้าม ด้วยกลัวใครมาได้ยินมันจะไม่ดี

“พันไม่สนใจ ทำไมพันต้องแพ้มันด้วย พันก็เป็นลูกคุณพ่อเหมือนกันนะคะ ดูสิ มันมีบ้าน มีโรงงาน แต่พันเป็นแค่ผู้อาศัย แล้วมันยังจะได้แต่งงานกับเจ้าแสงฉาย”

“ไม่...ยังไงน้าก็ไม่ยอมให้มันได้ดีกว่าพันแน่ๆ ทำใจดีๆไว้นะจ๊ะ พันของน้าจะต้องไม่เป็นคนแพ้เด็ดขาด ตอนนี้ปล่อยให้พวกมันชะล่าใจไปก่อน อีกไม่นานหรอกพวกมันจะได้รู้จักรสชาติของความสูญเสียเหมือนน้า”

“หมายความว่ายังไงคะ เกิดอะไรขึ้นกับคุณน้าเหรอคะ”

“อีกไม่นานหรอกจ้ะ อีกไม่นานพันจะเข้าใจว่าทำไมน้าถึงได้ทนอยู่ในสภาพนี้”

พันทิญาอึ้งงง พลันพิพัฒน์โทร.เข้ามือถือเธอ แต่วนิดารับสายแทน สั่งห้ามเขามายุ่งกับพันทิญาอีก ไม่งั้นตนจะแจ้งความ

“คุณน้าอย่ายุ่งเรื่องของผมกับคุณพันเลยครับ ไม่มีประโยชน์หรอก ยังไงผมก็ต้องหาทางไปเจอคุณพันจนได้ ลองถามเขาสิครับว่าที่ผ่านมาเรารักกันขนาดไหน อ้อ...ฝากบอกภรรยาผมด้วยนะครับ เย็นๆผมจะไปรับ”

วนิดาตัดสายด้วยความเจ็บใจ เมื่อรู้จากพันทิญาว่าพิพัฒน์มีคลิปฉาวของตนอยู่ในมือก็ยิ่งโกรธแค้น แล้วช่วยกันวางแผนจัดการหมอนั่น โดยไม่รู้ว่าน้อยแอบฟังอยู่มุมหนึ่งด้วยความตกใจ พอตกเย็นพิพัฒน์มาจริงๆ น้อยอยากบอกใจจะขาดแต่หมดโอกาสเพราะพันทิญาเร่งพาเขาออกไป

พันทิญาหลอกพิพัฒน์ไปบ้านริมน้ำของวนิดา แล้วช่วยกันกับวนิดาทุบตีเขาด้วยไม้จนจมกองเลือด ก่อนแย่งโทรศัพท์มือถือที่เขาถ่ายคลิปและเพิ่งอัดเสียงสารภาพของพันทิญาที่เป็นต้นเหตุทำให้ชัยตายมาไว้กับตัว

พิพัฒน์แน่นิ่งหลังพยายามตะเกียกตะกายหนีอยู่ครู่หนึ่ง พันทิญาเห็นสภาพเขาแล้วทั้งกลัวทั้งตกใจ บอกวนิดาว่าเขาตายแล้ว เราฆ่าคนตาย...

“ตายซะได้ก็ดี คนตายพูดไม่ได้อีกแล้ว”

“แต่พันไม่ได้อยากให้เขาตายนะคะ พันแค่อยากจะได้ภาพของพันคืนก็แค่นั้น”

“แต่มันใช้วิธีสกปรกกับพัน ถ้าปล่อยให้มีชีวิตรอดมันต้องใช้หลักฐานที่มันมีอยู่ข่มขู่พันไม่จบไม่สิ้นซะที ฆ่ามันซะตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า จะได้จบเรื่อง”

“พันกลัวว่าเรื่องมันจะยิ่งไปกันใหญ่น่ะสิคะ คุณพัฒน์ก็มีชื่อเสียง มีคนรู้จัก ถ้าเขาหายตัวไปตำรวจต้องสืบสวนหาตัวคนที่ฆ่าเขา เราจะเดือดร้อนนะคะ”

“ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น เรื่องนี้พันไม่เกี่ยว”

“แต่พันเป็นคนพาเขามาที่นี่นะคะ”

“เรื่องอะไรเราจะให้ตำรวจหาศพเขาเจอล่ะ ฟังน้านะพัน...พันไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น จำไว้...มันทำร้ายพันก่อน น้าถึงได้ฆ่ามัน มันสมควรตาย”

พันทิญาอยู่ในอ้อมกอดของวนิดา เธอค่อยคลายความตื่นกลัว แต่พอเหลียวไปไม่เห็นร่างพิพัฒน์ก็ร้องลั่นด้วยความตกใจ

พิพัฒน์กระเสือกกระสนหนีออกมาที่รถ วนิดาถือไม้วิ่งตามมากระชากเขาหน้าหงาย แต่เขาก็ยังฮึดเฮือกสุดท้ายบีบคอเธอจนไม้หลุดจากมือ พันทิญายืนมองละล้าละลัง ก่อนตัดสินใจคว้าไม้ฟาดไปที่ศีรษะเขาอย่างแรง ทั้งที่ตัวเองก็กลัวแสนกลัว

เมื่อเห็นว่าพิพัฒน์ตายแน่ วนิดาเร่งให้จัดการศพ พันทิญาทำท่าจะโยนโทรศัพท์มือถือของเขาทิ้งแต่วนิดาห้ามไว้ ด้วยกลัวใครเก็บได้แล้วเอาไปส่งตำรวจเราจะเดือดร้อน จากนั้นทั้งคู่ก็ช่วยกันลากร่างพิพัฒน์ขึ้นรถไปฝังในป่า ก่อนนำรถของเขามาจอดทิ้งไว้ที่ปั๊มน้ำมัน ซึ่งวนิดาตั้งใจจะบอกให้คนรู้จักมาขับไปขายที่ลาว...

ค่ำนั้น แพรไหมกลับเข้าบ้านด้วยสีหน้าเศร้าหมอง ศุภลักษณ์เห็นใจแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร ได้แต่บอกลูกให้ทำใจ ไหนๆเรื่องก็ล่วงเลยมาถึงป่านนี้แล้ว

“แต่เรื่องนี้มันเกี่ยวกับความเป็นความตายของแพรนะคะคุณแม่ เราไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเกี่ยวกับเจ้าแสงฉาย เขามีศัตรูที่ไหนก็ไม่รู้ แล้วจู่ๆแพรต้องไปแต่งงานกับเขา แล้วก็มีคนพยายามฆ่าแพร นี่มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญนะคะ”

“แพร...แม่เข้าใจความรู้สึกของลูก แม่ผิดเองที่ดึงดันจะให้ลูกแต่งงานกับเจ้า แต่เจ้าเตรียมงานไว้แล้ว อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันแต่ง เจ้าไม่ยอมแน่ๆ”

“แต่ถ้าเรายืนยันที่จะไม่แต่ง เจ้าก็ทำอะไรเราไม่ได้หรอกค่ะคุณแม่ โรงงานนั่นก็ยกให้เขาไปซะ แพรยอมเสียชื่อเสียงที่ถูกยกเลิกงานแต่งงาน ขออย่างเดียวอย่าให้แพรต้องอยู่กับความรู้สึกกลัวอย่างนี้เลย”

“ถึงตอนนี้เรื่องมันคงไม่ง่าย”

“แต่เราไม่มีอะไรที่ต้องเกรงใจเขานี่คะ ยกเลิกงานแต่งงานเถอะนะคะ แพรขอร้อง ไม่อย่างงั้นแพรจะหนีไปเมืองนอก ไม่กลับมาอีกเลย”

ศุภลักษณ์นิ่งไปอย่างหนักใจ จากนั้นก็นั่งจมอยู่กับตัวเองจนกระทั่งพันทิญาและวนิดากลับเข้ามาเจอ ทันทีที่ศุภลักษณ์เอ่ยปากอยากคุย พันทิญาก็กรีดเสียงอย่างตัดพ้อ

“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ ถ้าเป็นเรื่องที่คุณแม่บอกกับเจ้าแสงฉาย บอกใครต่อใครว่าพันไม่ใช่ลูก”

“พัน...ฟังแม่นะลูก ถึงพันจะไม่ใช่ลูกแท้ๆของแม่ แต่แม่ก็เลี้ยงพันมาอย่างลูกคนหนึ่ง มีอะไรบ้างที่แม่ให้พันน้อยกว่ายัยแพร”

“คุณแม่ถามตัวเองดีกว่าค่ะ ทุกอย่างคุณแม่รู้อยู่แก่ใจ”

“ถ้าหมายถึงบ้าน ทรัพย์สินที่เรามีอยู่ แม่เชื่อว่าคุณพ่อให้ลูกทั้งสองคนเท่าเทียมกัน”

“แต่พันไม่ได้โรงงาน ไม่ได้บ้านหลังนี้ แล้วที่สำคัญ พันไม่ได้แต่งงานกับเจ้าแสงฉาย คุณแม่ยัดเยียดยัยแพรให้เจ้า เพราะคุณแม่รู้ว่าเจ้าร่ำรวย มีหน้ามีตา คุณแม่อยากให้ลูกสาวแท้ๆของคุณแม่เป็นเจ้าหญิงเชียงทวาย แต่คุณแม่รู้ไหมคะ สิ่งที่คุณแม่ทำยิ่งตอกย้ำให้พันรู้ว่าคุณแม่ลำเอียง”

“ไม่จริงนะลูก เจ้าแสงฉายเลือกยัยแพรต่างหาก”

“ถ้าพันบอกว่าพันเป็นภรรยาของเจ้าแล้ว คุณแม่ยังจะให้ยัยแพรแต่งงานกับเจ้าอยู่ไหมคะ”

“อะไรนะ พันเป็นภรรยาของเจ้า?”

“ค่ะคุณแม่ เราเป็นของกันและกันนานแล้ว ถ้ายัยแพรแต่งงานกับเจ้าแสงฉาย ยัยแพรก็เป็นแค่เมียน้อย...ไม่ใช่เมียหลวง”

ศุภลักษณ์ซวนเซ น้ำตาคลอด้วยความเสียใจ พันทิญาเดินเลี่ยงไป ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง แต่วนิดาเข้าประคองพี่สาวพามานั่ง

“ดา...ช่วยพี่ด้วย พี่จะทำยังไงดี พี่มืดแปดด้านไปหมดแล้ว”

วนิดาไม่ตอบแต่ลอบยิ้มสะใจ ในที่สุดวันที่ตนรอคอยก็มาถึง

ooooooo

การหายตัวไปข้ามคืนของพิพัฒน์ทำให้พิพิธกระวนกระวายด้วยความเป็นห่วง เขานั่งทบทวนไปมาและนึกได้ว่าล่าสุดที่พี่ชายออกจากบ้านได้บอกเขาว่าจะไปหาพันทิญา

เมื่อพิพิธเดินทางมาถึงเป็นช่วงเวลาที่พันทิญากับวนิดากำลังจะแยกชิ้นส่วนทำลายโทรศัพท์มือถือของพิพัฒน์ทิ้ง แต่พันทิญาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นออกมาพบเขาที่ห้องรับแขก พอเขาสอบถามถึงพิพัฒน์ เธอก็ปฏิเสธลูกเดียวว่าไม่ได้เจอ เขานัดเธอจริงแต่ปล่อยให้รอเก้อโดยไม่โทร.มาบอก บางทีเขาอาจจะไปหาคนอื่น คนรวยอย่างเขาจะมีผู้หญิงซุกซ่อนกี่คนก็ได้

“ไม่จริง ผมกับเฮียไม่เคยมีเรื่องปิดบังกัน เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะคบกับใครโดยที่ผมไม่รู้ เกิดอะไรขึ้นระหว่างคุณกับเขา ผมยังรู้เลย”

“หยาบคาย...หมดธุระของคุณแล้วใช่ไหม เชิญ”

“คุณแน่ใจเหรอว่าเมื่อคืนไม่ได้เจอเฮีย” เขามองเธออย่างคาดคั้นจับผิด พันทิญาเริ่มเก็บอาการไม่อยู่ วนิดาเห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามาช่วยแก้สถานการณ์ บอกให้เขากลับไปก่อน หลานของตนกำลังเสียใจที่พิพัฒน์ไม่มาตามนัด อย่าเพิ่งคาดคั้นอะไรตอนนี้เลย

พันทิญาได้ทีแสร้งทำตาแดงจะร้องไห้ พูดอย่างน้อยใจว่า “ฝากไปบอกพี่ชายคุณด้วย ถ้าไม่คิดจะจริงจังกับฉัน ก็บอกมาตรงๆ อย่ามาให้ความหวังกับฉัน”

“โธ่...พันของน้า อย่าเพิ่งคิดมากเลย คุณพิพัฒน์คงติดธุระสำคัญถึงมาหาพันไม่ได้ ยังไงน้าก็เชื่อว่าคุณพิพัฒน์จริงใจกับพัน อย่าร้องไห้เลยนะจ๊ะ”

สองน้าหลานเล่นละครตบตาเขาอย่างแนบเนียน พิพิธนิ่งไปด้วยความกังวลใจ ถ้าพี่ชายของตนไม่ได้มาหาพันทิญาแล้วเขาหายไปไหนไม่กลับบ้าน มือถือก็ติดต่อไม่ได้ด้วย

หลังจากพิพิธกลับไปแล้ว สองน้าหลานก็รีบทำลายมือถือพิพัฒน์จนแหลกละเอียดแล้วเก็บใส่ถุงทิ้งลงถังขยะ พันทิญาสีหน้าท่าทางหวั่นหวาด บอกวนิดาว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ถ้าพิพิธรู้ว่าพี่ชายหายไปจริงๆ แล้วแจ้งความ ตำรวจต้องเรียกตนไปสอบสวน เพราะเขาโทร.หาตนก่อนจะออกจากบ้าน

“พัน...สงบสติอารมณ์ไว้บ้างสิ ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรทั้งนั้น คนอย่างมันสมควรตาย ไม่อย่างงั้นมันจะทำให้เราเดือดร้อน ทีนี้ก็เหลือยัยแพร เราจะทำยังไงที่จะไม่ให้มันได้แต่งงานกับเจ้าแสงฉาย”

“อย่าบอกนะว่าเราจะกำจัดยัยแพรอีกคน...ไม่นะคะ พันทำไม่ได้ ยังไงยัยแพรก็เป็นน้อง”

“น้าก็ไม่ได้บอกให้พันฆ่ายัยแพรนี่ มีตั้งหลายวิธีที่จะทำให้ยัยแพรไม่ได้แต่งงานกับเจ้าแสงฉาย ยัยแพรคงจะดีใจด้วยซ้ำที่เราช่วยไม่ให้เข้าพิธี”

พันทิญาแววตาเป็นประกายอย่างเห็นด้วย วนิดายิ้มพอใจ แผนทำลายศุภลักษณ์ใกล้มาถึงแล้ว

ooooooo

ก่อนถึงวันแต่งงานกับแสงฉาย แพรไหมตัดสินใจมาขอโทษบุญศรีอีกครั้งถึงบ้าน แม้ตัวเองไม่ได้เป็นต้นเหตุให้ชัยตาย แต่ก็มีส่วนทำให้เกิดเรื่องร้ายๆกับครอบครัวนี้...บุญศรียังทำใจไม่ได้จึงไม่อยากเห็นหน้า ไล่เธอกลับไปแล้วไม่ต้องมาที่นี่อีก

“คุณป้า...เชื่อแพรนะคะ แพรไม่ได้ทำให้คุณชัยตาย แพรกล้าสาบาน แพรไม่ได้ทำ”

“จนถึงวันนี้หนูยังไม่ยอมรับผิด”

“แพรไม่รู้จะพูดยังไงดี แพรเห็นใจ แล้วก็เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ แพรเข้าใจในความสูญเสียของคุณป้า ถึงแพรไม่ใช่คนผิด แต่แพรก็อยากจะชดใช้แทน บอกแพรมาเถอะค่ะ ถ้าทำให้ได้ แพรยินดีจะทำทุกอย่าง”

“กลับไปเถอะ เห็นหน้าหนูแล้วฉันไม่สบายใจ เอาของฝากกลับไปด้วย”

“คุณป้าขา...แพรถือว่าแพรได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้แล้ว คุณป้าจะเอาไปให้ใครก็สุดแต่คุณป้า แพรแค่อยากให้คุณป้ารับรู้เอาไว้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาแพรลำบากใจมาก ที่ไม่สามารถบอกให้ทุกคนเข้าใจได้ ถึงตอนนี้แพรก็ไม่รู้ว่าการพูดความจริงมันยังจะมีประโยชน์อีกไหม หรือจะยิ่งทำให้สถานการณ์มันแย่ลง แพรจะไม่ขอให้คุณป้ายกโทษให้หรอกนะคะ แต่แพรอยากให้คุณป้ารับรู้เอาไว้...แพรไม่ได้ทำร้ายจิตใจคุณชัย แพรไม่รู้จักเขา ไม่มีเหตุผลที่แพรจะคิดร้ายต่อเขาเลยสักนิดเดียว”

บุญศรีนั่งน้ำตาไหล แพรไหมจำต้องบอกลา แล้วออกมาเจอภูผาตรงหน้าบ้าน สองคนพูดจาประชดประชันกันครู่หนึ่ง แพรไหมก็น้ำตาซึมด้วยความสะเทือนใจ เมื่อนึกถึงว่าตัวเองต้องแต่งงานกับแสงฉายพรุ่งนี้แล้วจริงๆ แต่ภูผากลับมองว่านั่นคือความใฝ่ฝันของผู้หญิงทุกคนที่อยากเป็นเจ้าหญิง

“อาจจะใช่ แต่ไม่ใช่ผู้หญิงอย่างฉัน ถ้าเลือกได้ ฉันเลือกจะอยู่กับคนที่ฉันรักดีกว่าทนอยู่กับคนที่รักฉัน”

“อย่าหลอกตัวเองเลย วันพรุ่งนี้คุณก็หน้าบานไปเข้าพิธีแต่งงานอย่างมีความสุข ดีนะที่พี่ชัยตายไปซะก่อน ไม่อย่างงั้นวันแต่งงานของคุณคงเป็นวันที่พี่ชายของผมเสียใจมากที่สุด”

“แล้วคุณล่ะ คุณคงไม่รู้สึกอะไรเลยสินะ”

“คุณก็น่าจะรู้คำตอบอยู่แล้ว ผมคงไม่รู้สึกอะไร คนที่ผมรักมีคนเดียวเท่านั้น”

“คุณปรางแก้วเป็นผู้หญิงที่โชคดีมาก ขอบคุณมากนะคะที่ย้ำเตือนให้ฉันได้รู้ความจริงจากใจของคุณ ฉันจะได้ลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเราให้หมด...ลบมันไปจากใจของฉันได้ซะที”

แพรไหมตัดใจเดินจากไปทั้งน้ำตา ภูผายืนอึ้ง เจ็บปวดไม่แพ้กัน...

ooooooo

ตอนที่ 11

แพรไหมสบโอกาสหนีอีกครั้งในตอนเย็นที่ภูผาเผลอหลับ...เธอหยิบกุญแจรถออกไปสตาร์ต แต่ไม่ทันจะออกตัว ภูผาก็พุ่งพรวดมากระชากประตูแล้วลากเธอลงมาด้วยความโมโห

“คิดเหรอว่าผมจะยอมให้คุณกลับไปแต่งงานกับเจ้าแสงฉาย กลายเป็นเจ้าหญิงสูงส่ง แล้วปล่อยให้พี่ชายผมตายไปฟรีๆ”

“คุณจะทำอะไรก็ทำสิ อยากจะทำร้ายฉัน อยากจะ ฆ่าฉันให้สาสมกับที่คุณคิดว่าฉันทำให้พี่ชายคุณตายก็เชิญตามสบาย เอาสิ หรือว่าคุณอยากจะให้ฉันทรมานใจจนทนไม่ไหว ฆ่าตัวตายไปเอง”

“ถ้าเป็นอย่างงั้นได้มันก็สมควรแล้วนี่ แต่คนเห็นแก่ตัวอย่างคุณไม่ฆ่าตัวตายหรอก มีแต่ฆ่าคนอื่น”

ยิ่งพูดเขายิ่งโกรธ กระชากแขนเธอเพื่อพากลับบ้านพัก แต่เธอขัดขืนสุดแรง วิ่งหนีลงทะเลแล้วเป็นตะคริวเกือบเอาชีวิตไม่รอดถ้าภูผาไม่ตามลงมาช่วย

ขณะที่แพรไหมต้องทุกข์ทนกับสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ แต่ตัวการกลับเบิกบานอยู่กับความหวังที่จะได้เป็นเจ้าหญิงแห่งเชียงทวายถึงขนาดเอาตัวเข้าแลกไปแล้ว และกำลังจะสลัดพิพัฒน์ให้พ้นทางด้วยวิธีเดิมๆที่เคยทำกับชัย

พันทิญาไม่รับสายและไม่ยอมเจอหน้าพิพัฒน์มาสองสามวันแล้ว พิพัฒน์ข้องใจเป็นอันมากจนต้องมาแอบซุ่มหน้าบ้านเธอในคืนนี้ เขารอจนกระทั่งเห็นเธอขับรถออกจากบ้านแล้วขับตามไปโดยไม่ให้เธอรู้ตัว

จุดหมายปลายทางของพันทิญาคือบ้านแสงฉาย... เวลานั้นแสงฉายกับธนากำลังวางแผนเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มากขึ้น หลังจากคืนก่อนมีคนบุกเข้ามาหมายเอาชีวิตแสงฉาย และที่แท้คนที่เป็นสายให้พวกอโณทัยก็คือลูกน้องคนหนึ่งของธนานั่นเอง ธนาไม่ละเว้น เขาแทงมันตายอย่างเลือดเย็นแล้วเอาศพไปจัดการตามที่แสงฉายออกคำสั่ง

พันทิญามาถึงเป็นจังหวะที่แสงฉายผละจากธนาพอดี พันทิญาแสดงออกอย่างไม่แคร์สายตาใครด้วยการโผเข้ากอดแสงฉายทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้าน

“พันคิดถึงเจ้าที่สุดเลยค่ะ คิดถึงจนทนไม่ไหว”

“แต่คุณไม่ควรมาหาผมบ่อยๆ ผมไม่อยากให้คุณแพรรู้”

“ยัยแพรคงไม่สนใจหรอกค่ะ ป่านนี้ไม่รู้ว่าไประริกระรี้อยู่กับใคร บ้านช่องไม่ยอมกลับ”

แสงฉายไม่พอใจ สั่งเธอหยุดพูด แต่เธอกลับยิ่งพล่าม พาดพิงให้ร้ายแพรไหมราวกับไม่ใช่ญาติ

“เผื่อใจไว้บ้างก็ดีนะคะ ยัยแพรดูซื่อๆก็จริง แต่เรื่องผู้ชายไว้ใจไม่ได้หรอกนะคะ ไม่อย่างงั้นคงไม่ตามผู้ชาย ไปหรอก ไปกับใครไม่ไป ไปกับบอดี้การ์ดของเจ้าเนี่ยนะ ไม่รู้ว่าเห็นผิดเป็นชอบได้ยังไง ผู้ชายคนนั้นเทียบเจ้าไม่ได้เลยสักนิด”

แสงฉายหงุดหงิดทำท่าจะเดินหนี พันทิญารีบดักหน้าเว้าวอนอย่างน่าสงสารให้เขาอยู่กับตนก่อน

“พันทราบดีค่ะ ว่าพันไม่ใช่คนที่เจ้าอยากจะแต่งงาน ด้วย แต่พันก็ห้ามใจไม่ให้รักเจ้าไม่ได้ ให้พันมีโอกาสอยู่กับเจ้านะคะ พันอยากจะเก็บความทรงจำดีๆนี้ไว้ในใจตลอดไป พันสัญญาค่ะ ก่อนจะถึงวันแต่งงานกับยัยแพร พันจะเป็นฝ่ายไปจากเจ้าเอง...นะคะเจ้า”

แสงฉายพูดไม่ออก สายตาที่มองพันทิญาอ่อนโยนลง

ooooooo

หลังจากเป็นตะคริวจมน้ำเกือบตายเมื่อตอนเย็น แพรไหมหมดสติถูกภูผาอุ้มกลับมาที่บ้านพัก...เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนค่ำพบว่าตัวเองใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ นั่นทำให้เธอเข้าใจผิดคิดว่าภูผาเป็นคนเปลี่ยน จึงต่อว่าเขาไปหลายคำ ก่อนจะรู้ความจริงว่าที่แท้พนักงานหญิงของบ้านพักเป็นคนเปลี่ยนให้

“ขอบคุณมากนะคะ ที่ช่วยชีวิตฉันไว้” น้ำเสียงเธออ่อนลง แต่สายตาที่เขามองมาแสนเย็นชาจนเธอรู้สึกได้

“ผมแค่ไม่อยากเห็นคนตายไปต่อหน้าต่อตาก็เท่านั้น”

“ฉันขอโทษสำหรับทุกอย่าง ฉันจะไม่แก้ตัว ไม่อธิบายอะไรทั้งนั้น เพราะมันคงไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว ถ้าคุณจะให้ฉันยกเลิกงานแต่งงานกับเจ้า ฉันก็จะทำ เพราะฉันไม่เคยรักเจ้าเลย แต่ฉันต้องทำตามความต้องการของคุณแม่”

แพรไหมน้ำตาเอ่อออกมาด้วยความเสียใจ ภูผามองอย่างชั่งใจครู่หนึ่งก่อนเช็ดน้ำตาให้เธอ

“ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ผมเข้าใจ ผมจะไม่ทำให้คุณเสียใจอีก ต่อไปนี้ ผมจะลืมสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วก็ปล่อยคุณไปตามทางของคุณ อีกหน่อยคุณก็จะแต่งงานกับคนที่รักคุณ เขาคงดูแลคุณได้ แล้วคุณก็ไม่ต้องรู้สึกผิดอีกต่อไป”

“ไม่...ฉันแต่งงานกับใครไม่ได้อีกแล้ว ถ้าต้องแต่ง... ฉันจะแต่งกับผู้ชายที่ฉันรักคนเดียว ถึงแม้ว่าเขาจะเกลียดฉัน...ฉันก็จะรักเขา”

“ผู้ชายที่คุณรักคงโชคดีที่สุด”

“แต่น่าเสียดายนะคะ ผู้ชายคนนั้นอาจจะไม่เคยหันมามองความรู้สึกของฉันเลยแม้แต่น้อย เขาถึงมีแต่ความเกลียดชัง โกรธแค้น จนไม่เหลือช่องว่างพอที่จะมองเห็นความรู้สึกดีๆที่ฉันมีให้เขาตั้งแต่วันแรกที่เขาได้ช่วยเหลือฉัน”

เธอสารภาพจากใจจริง แต่สำหรับภูผามีแต่ความ เจ็บแค้น และเขากำลังรอเวลาที่เธอต้องชดใช้อย่างสาสม ทุกถ้อยคำที่ออกจากปากเขาจึงไร้ซึ่งความจริงใจ มีแต่เสแสร้งแกล้งหลอกให้เธอตายใจ

“ใครบอกว่าผมไม่รู้สึกอะไร คุณรู้ไหมว่าผมเจ็บปวดมากแค่ไหนที่รู้ว่าคุณกำลังจะแต่งงานกับคนอื่น ที่ผมพาคุณหนีมา ผมก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่เมื่อผมได้เห็นคุณกำลังจะตายไปต่อหน้าต่อตา มันทำให้ผมรู้ว่าที่ผ่านมาผมไม่เคยเกลียดคุณเลย”

นอกจากลมปากที่เสแสร้งแล้ว เขายังตอกย้ำด้วยการดึงเธอมากอดและจูบอย่างแผ่วเบา แถมเช้าวันต่อมาเขายังมอบแหวนเพชรที่ชัยซื้อให้พันทิญาไว้กับเธอ เสมือนหนึ่งเป็นตัวแทนของเขา เพื่อที่เธอจะได้ไม่ลืมว่าเราสองคนเคยมีความสุขกันมากแค่ไหน

ข้างฝ่ายพิพัฒน์ที่สะกดรอยตามพันทิญาจนแน่ใจแล้วว่าเธอคิดไม่ซื่อ ซึ่งคนอย่างเขาไม่มีวันยอมเสียหน้า ยังไงก็ต้องหาทางเอาคืนพันทิญาให้จงได้ ขณะเดียวกันแสงฉายเริ่มหนักใจการกระทำของพันทิญาที่ชักจะเข้ามาวุ่นวายในบ้านของตนมากขึ้น

พันทิญานอนค้างคืนแล้วเช้าขึ้นมายังร่วมโต๊ะอาหารกับแสงฉายและแสงมณี ดวงใจหน้าตึงไม่อยากต้อนรับ เช่นเดียวกับแสงมณีที่ดูเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด ครั้นพันทิญากลับไปแล้ว แสงมณีจึงเอ่ยปากกับพี่ชาย ด้วยกลัวแพรไหมรู้เข้าจะมีปัญหา

“พี่ไม่ได้คิดอะไรกับเขาหรอก หญิงอย่าร้อนใจ

ไปเลย ยังไงพี่ก็ต้องแต่งงานกับคุณแพร”

“ถ้าคุณพันไม่ยอมล่ะคะ”

“พี่จัดการได้”

“พี่ชายรู้จักผู้หญิงน้อยไป ผู้หญิงที่ทำอะไรก็ได้ตามที่ตัวเองต้องการโดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสม หญิงไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะยอมให้พี่ชายแต่งงานกับคนอื่นง่ายๆ ท่าทางเขาร้ายไม่ใช่เล่นนะคะ”

“เรื่องของพี่...เดี๋ยวพี่จัดการเอง” แสงฉายตัดบทด้วยความหนักใจ

ooooooo

หายไปทั้งคืนแถมยังหน้าระรื่นกลับมา พันทิญาเลยโดนศุภลักษณ์คาดคั้นด้วยความไม่พอใจ ยิ่งเมื่อพันทิญาโกหกว่าไปนอนค้างบ้านเพื่อนแล้วยังพาลด่าแพรไหมที่ป่านนี้ยังไม่กลับ ศุภลักษณ์โกรธจัดถึงกับตบหน้าพันทิญา แต่พอได้สติก็ขอโทษลูกเสียงสั่นเครือ

วนิดาเห็นเหตุการณ์โดยตลอด เข้ามาปลอบพันทิญาและจ้องมองศุภลักษณ์อย่างไม่พอใจ ขณะที่พันทิญาก็ตัดพ้อต่อว่าทั้งน้ำตาคลอๆ

“ไม่ต้องแสร้งทำเป็นรู้สึกผิดหรอกค่ะ พันรู้ตัวดีว่าพันไม่ใช่ลูกแท้ๆของคุณแม่ ทำอะไรก็ผิดอยู่วันยังค่ำในสายตาของคุณแม่ ผิดกับยัยแพร มันจะหายตัวไปกี่วัน ไปนอนกับผู้ชายคนไหน คุณแม่ก็ไม่เคยด่าไม่เคยว่า เพราะมันเป็นลูกแท้ๆของคุณแม่”

“ไม่จริงนะลูก แม่ไม่เคยคิดว่าพันเป็นคนอื่น ไม่เคยคิดเลยแม้แต่นิดเดียว ถึงพันไม่ใช่ลูกแต่แม่ก็เลี้ยงพันมาตั้งแต่เล็กๆ เหมือนที่แม่เลี้ยงยัยแพร”

“ใช่ เลี้ยงเหมือนกัน...คุณแม่ให้พันทุกอย่างก็จริง แต่สิ่งที่คุณแม่ลืมไปก็คือความรัก คุณแม่รักพันไม่เท่ากับยัยแพร ยัยแพรได้ความรักจากคุณแม่ ได้สิ่งดีๆทุกอย่าง แต่พันไม่ได้อะไรเลย”

พันทิญาร้องไห้วิ่งขึ้นห้องไปแล้ว วนิดาโกรธแทนหลานรัก ตำหนิศุภลักษณ์สองสามคำก่อนรีบก้าวตามไปปลอบ...

ส่วนแพรไหมที่อยู่ในระหว่างเดินทางกลับบ้านพร้อมภูผา เธอให้สัญญากับเขาเรื่องจะยกเลิกงานแต่งกับแสงฉายเพื่อได้อยู่กับคนที่เธอรัก ภูผารับฟังด้วยความสะใจ แล้วฉวยโอกาสนี้พาเธอแวะบ้านของตนก่อน เพราะทวีปโทร.มาบอกว่าที่บ้านเกิดเรื่องใหญ่

ภูผาจอดรถหน้าบ้านแล้วลงมาพร้อมแพรไหม ทวีปแปลกใจรีบเดินมากระซิบถามเพื่อน แต่ภูผาชิงบอกเสียก่อนว่า เดี๋ยวแพรไหมก็กลับบ้านแล้ว...

ปรางแก้วออกมาจากในบ้านอีกคน สีหน้าท่าทางเธอเสียใจจะหันหลังกลับ แต่ภูผารีบดึงมือเธอไว้ อธิบายว่าตนแค่พาแพรไหมไปธุระเรื่องพี่ชัย เราจะได้ไม่ต้องมีอะไรติดค้างต่อกันอีก...แพรไหมไม่เข้าใจในคำพูดนั้น จนกระทั่งเขาออกปากไล่เธอกลับไป เธอถึงกับยืนตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะทวงถามสัญญา แต่คำตอบของภูผากลับทำให้เธอเสียใจอย่างสุดซึ้ง

“คุณจะมาเชื่ออะไรกับลมปากของผู้ชาย...ก็เหมือนคุณไง คุณบอกว่ารักพี่ชัย รักเจ้าแสงฉาย และคงรักทุกคนที่คุณรู้จัก เพื่อหลอกให้พวกเขาตายใจจนตกเป็นเหยื่อคำว่ารักของคุณ...เสียใจด้วยนะ ผมไม่เชื่อคุณ”

“แล้วคุณมาหลอกฉันทำไม”

“ก็สมควรแล้วนี่ คุณหลอกพี่ชายผมจนเขาฆ่า

ตัวตาย ถ้าผมจะหลอกคุณบ้างมันก็สาสมแล้วไม่ใช่เหรอ”

“แล้วที่ผ่านมาล่ะ คุณกำลังจะบอกว่าฉันเข้าใจผิดไปเองใช่ไหม? บอกมาสิว่าคุณไม่ได้รักฉันเลย”

“คุณทำให้พี่ชายผมตาย คุณยังคิดว่าผมจะรักคุณได้งั้นเหรอ เสียใจด้วยนะ ผมมีคนที่ผมรักอยู่แล้ว และอีกไม่นานเราก็จะแต่งงานกัน” ภูผาโอบปรางแก้วเพื่อยืนยันคำพูด แพรไหมร่ำร้องทั้งน้ำตาว่า..ไม่จริง ไม่จริงใช่ไหม? “ผมจะหลอกคุณเพื่ออะไร คนอย่างคุณไม่มีค่าพอที่ผมจะรักได้หรอก...กลับไปซะ ไปแต่งงานกับเจ้าแสงฉาย ต่อไปนี้เราไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกันอีก”

ถูกตัดรอนอย่างไม่มีเยื่อใย แพรไหมแทบล้มทั้งยืน ร้องไห้น้ำตาไหลพราก แต่ภูผากลับไม่สนใจ เดินนำทวีปและปรางแก้วเข้าบ้านหน้าตาเฉย

เข้ามาเห็นหน้าตาแม่ฟกช้ำดำเขียว ภูผาโกรธแค้นคนร้าย จะไปคุยกับแสงฉายให้รู้เรื่อง แต่ทวีปห้ามไว้ เพราะเรายังไม่มีหลักฐานชัดเจน มีแค่คำพูดที่มันขู่ไม่ให้ภูผายุ่งกับแพรไหม

“งั้นฉันจะให้คนมาเฝ้าบ้านไว้ เผื่อพวกมันไม่หยุดอยู่แค่นี้”

“ฉันก็จะให้ตำรวจมาดูแลคุณป้าด้วย เผื่อพวกมันย้อนกลับมาอีก”

การหารือของสองหนุ่มทำให้บุญศรีกับปรางแก้วมองหน้ากันอย่างตระหนกตกใจ คาดไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่...

ฝ่ายแพรไหมที่ซมซานกลับมาถึงบ้าน เมื่อถูกพันทิญาคาดคั้นทั้งเรื่องที่หายไปและเรื่องแต่งงานกับแสงฉาย โดยเฉพาะเรื่องหลังที่พันทิญาต้องการให้เธอยกเลิกในเร็ววันแล้วหันไปหาผู้ชายที่เธอรัก...แพรไหมกำลังเจ็บปวดร้าวรานใจจึงระเบิดอารมณ์ว่า มันไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ผู้ชายคนนั้นเขาเกลียดตน เขาไม่ได้รักตน ถ้าตนแต่งงานกับเจ้าไปซะ เขาอาจจะดีใจก็เป็นได้

พันทิญาทั้งงงกับขัดใจคำพูดของน้องสาว ถ้าเป็นเช่นนี้แพรไหมก็ยังเป็นมารขัดขวางความรักของตนอยู่อีก อีกครู่ต่อมา พันทิญาแต่งตัวเตรียมออกจากบ้านตั้งใจจะไปหาแสงฉาย แต่พอโผล่มาถึงรถปรากฏว่าพิพัฒน์ยืนรออยู่ เธอเลี่ยงไม่ได้เลยต้องปากหวานกับเขาว่า

“แหม...ใจเราตรงกันเลยนะคะ พันกำลังเหงาอยู่พอดี ก็เลยจะแวะไปชวนคุณพัฒน์ทานข้าวด้วย”

“ดีสิครับ ผมจะได้ถือโอกาสมอบของขวัญพิเศษสุดให้คุณพัน”

“อะไรเหรอคะ น่าตื่นเต้นจัง”

“เก็บไว้บอกหลังจากที่เราทานข้าวด้วยกันเสร็จแล้วดีกว่า แต่รับรองว่าของขวัญชิ้นนี้คุณพันจะต้องถูกใจที่สุด ผมหาตั้งนานกว่าจะได้ ถึงมีเงินกี่ล้านเขาก็ไม่ขายให้นะครับ”

“เป็นล้านเลยเหรอคะ พันเกรงใจจังเลยค่ะ”

“เล็กๆน้อยๆครับ สำหรับคนพิเศษอย่างคุณพัน มากกว่านี้ผมก็ให้ได้...เชิญครับ” เขาเปิดประตูรถให้ หญิงสาวยิ้มหวานก้าวเข้าไปนั่งหน้าระรื่น โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังหลงกล

แต่น้อยซึ่งรู้อยู่เต็มอกว่าพันทิญาตกเป็นของแสงฉายเรียบร้อยโรงเรียนเชียงทวายไปแล้ว และเมื่อสักครู่เห็นกับตาว่าเธอนั่งรถออกไปกับพิพัฒน์ น้อยนึกอยากจะตั้งฉายาให้เหลือเกินว่า หล่อนคือนายสถานีรถไฟที่สับรางเก่งที่สุด

ศุภลักษณ์ทราบจากน้อยว่าแพรไหมกลับมาแล้ว ท่าทางซึมๆเหมือนคนอกหัก เธอรีบขึ้นไปหาลูกสาวบนห้อง ถามไถ่ว่าเป็นอะไร และบอกด้วยว่าเจ้าแสงฉายเป็นห่วงลูกมาก โทร.ถามถึงลูกตลอดเลย

“แพรไม่ได้เป็นอะไร แค่เวียนหัวนิดหน่อยค่ะ คุณแม่บอกเขาไปเลยนะคะ แพรพร้อมจะแต่งงานกับเขาแล้ว แต่งวันนี้พรุ่งนี้ได้ยิ่งดี”

คำตอบของแพรไหมทำเอาคนเป็นแม่ตะลึง พรึงเพริด...ดึงลูกสาวเข้ามากอดด้วยความดีใจ ทางด้านพันทิญาที่ค่ำนั้นไปทานอาหารกับพิพัฒน์ในร้านหรู เธอไม่ได้ระแวดระวังตัวเลยสักนิด ด้วยไม่คิดว่าเขาจะเจ้าเล่ห์เช่นเดียวกับตนเอง พิพัฒน์รอโอกาสตอนพันทิญาลุกไปห้องน้ำแล้วแอบใส่ยานอนหลับลงในแก้วน้ำส้มของเธอ

ooooooo

เช้าวันใหม่ที่บ้านหลังใหม่ซึ่งแสงฉายย้ายเข้ามาเพื่อความปลอดภัยของตัวเองและน้องสาว...นับวันแสงมณีเริ่มเบื่อหน่ายกับชีวิตที่ต้องระวังตัวแจ ไปไหนมาไหนมีแต่ความหวาดกลัวว่าจะมีคนเข้ามาทำร้าย

“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ แค่ความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันจะทำให้คนเชียงทวายด้วยกันถึงกับฆ่ากันได้”

“แต่พี่จะไม่ยอมให้กบฏพวกนั้นยึดอำนาจไปจากเราได้ หญิงไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น คนที่ภักดีต่อเรากำลังหาทางจัดการกับพวกมันอยู่ อีกไม่นานพวกกบฏจะต้องถูกกำจัด ต่อไปนี้พี่จะให้บอดี้การ์ดของหญิงจัดคนมาดูแลหญิงตลอดเวลา ทั้งในบ้านและนอกบ้าน”

“พี่ชายก็ต้องระวังตัวนะคะ”

“ธนากับพวกองครักษ์ดูแลพี่ได้อยู่แล้ว แต่พี่จะไม่ยอมอยู่เฉยๆรอให้พวกมันบุกเข้ามาฆ่าเราฝ่ายเดียวหรอก” แสงฉายกร้าวแกร่งขึ้นมา แต่แสงมณีกลับวิตกกังวล ไม่รู้ว่าต้องมีคนตายอีกสักกี่คนเรื่องนี้ถึงจะจบลงเสียที...

ใครจะเป็นจะตายไม่รู้ แต่เวลาเดียวกันนั้นพันทิญานอนร้องไห้ด้วยความเจ็บแค้นแสนสาหัสนายพิพัฒน์

ที่วางยาเธอมาปู้ยี่ปู้ยำ แถมเขายังถ่ายคลิปเก็บเอาไว้รอวันประจาน ถ้าเธอจะทิ้งเขาไปจริงๆ

เธอทั้งเจ็บแค้นทั้งเสียใจ ไม่คิดว่าเขาจะเลวร้ายได้ถึงขนาดนี้ แต่พอเธอด่าทอ เขาก็ย้อนให้ยิ่งเจ็บใจหนักขึ้นไปอีกว่า

“คุณก็ไม่ใช่คนดีที่ผมต้องให้เกียรติเหมือนกัน มันก็สมกันแล้วนี่ หญิงร้ายชายเลว”

พันทิญากรีดร้องและคว้าสิ่งของใกล้มือปาใส่เขาไม่ยั้ง พิพัฒน์ปัดป้องแล้วพุ่งเข้ารวบมือเธอไว้ด้วยความโมโห

“หยุดบ้าซะที ผมไม่อยากมีเมียเจ้าอารมณ์หรอกนะ”

“คนที่ฉันจะยอมเป็นเมียต้องเป็นคนที่ฉันรัก ไม่ใช่ไอ้หน้าตัวเมียอย่างแก”

“แต่ไอ้หน้าตัวเมียอย่างผมก็ทำให้คุณได้รู้สำนึกว่าผมไม่ใช่ไอ้หน้าโง่ให้คุณหลอก แล้วอย่าคิดนะว่าจะสลัดผมทิ้งไปหาคนอื่นได้ง่ายๆ ถ้าผมไม่ได้ถอนทุนคืนจนสาสม”

พิพัฒน์แววตาดุดัน ผลักพันทิญากระแทกไปกับที่นอนอย่างไม่ปรานี...หลังจากนั้น เขาพาเธอกลับมาส่งบ้าน ทำปากหวานเรียกเธอว่าที่รัก ว่างๆจะมารับไปอีก

“เลิกยุ่งกับฉัน...แล้วก็ไปตายซะ” พันทิญาสวนทันควัน

“อย่าปากดีให้มันมากนัก ไม่อย่างงั้นผมปล่อยภาพของคุณแน่”

“ก็ลองดูสิ ถ้าคิดว่าฉันจะยอมให้แกทำลายฉันง่ายๆ”

“คุณจะทำอะไรผมได้ หรือว่าจะไปแจ้งความ ก็ดีนะ ตำรวจจะได้ช่วยเป็นสักขีพยานในความรักของเรา”

พันทิญาโกรธจัดสะบัดหนีลงจากรถ พิพัฒน์ยิ้มเยาะอย่างสาแก่ใจ

ooooooo

ภูผาเจ็บใจเรื่องที่แม่ของตนถูกทุบตีซึ่งเขาคิดว่าน่าจะเป็นฝีมือลูกน้องของแสงฉาย คืนนี้เขาจึงแอบเข้ามาพบแพรไหมที่บ้านแล้วฝากบอกไปยังแสงฉายว่าให้กล้าๆหน่อย ไม่ใช่ขี้ขลาดส่งคนไปทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้

“คุณพูดอะไรของคุณ” เธอย้อนถามอย่างไม่เข้าใจ

“ก็เรื่องที่เจ้าแสงฉายส่งคนไปทำร้ายแม่ผม เพราะหึงจนหน้ามืดไงล่ะ หรือเลวพอๆกันก็เลยอยู่ด้วยกันได้”

“คำก็เลว สองคำก็เลว แล้วคุณมายุ่งกับฉันอีกทำไม คุณทำร้ายฉันจนสาแก่ใจแล้วนี่”

“ยังไม่สาสมกับสิ่งที่พวกคุณทำกับครอบครัวผมหรอก จำไว้นะแพรไหม ที่ผ่านมามันแค่เริ่มต้นเท่านั้น ถ้าเจ้าแสงฉายยังไม่หยุดทำร้ายครอบครัวผมล่ะก็ คนที่จะต้องรับผิดชอบคือคุณ”

ภูผาอาฆาตแล้วผละไป ทิ้งให้แพรไหมระทมทุกข์จนนอนไม่หลับทั้งคืน ครั้นเช้าขึ้นออกไปทำงานที่ร้านผ้าไหม เรื่องนี้ก็ยังวนเวียนอยู่ในหัว คิดไปคิดมาอยากถอดแหวนที่ภูผาสวมนิ้วให้ แต่ด้วยใจที่ยังรักเขาอย่างเต็มเปี่ยมจึงทำไม่ลง

แสงฉายแวะเวียนมาที่นี่เป็นกิจวัตร วันนี้เขามาเพื่อพาแพรไหมไปดูโรงงานแห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้าง ศุภลักษณ์ สนับสนุนอย่างออกนอกหน้า ขณะที่พันทิญาแอบหมั่นไส้และอิจฉาน้องสาวอย่างที่สุด แล้วตัดสินใจตามทั้งคู่ออกไปด้วย

ส่วนที่ออฟฟิศของภูผา ทวีปมาพร้อมขนมที่ปราง–แก้วตั้งใจทำสุดฝีมือ เธอฝากมาให้ภูผาชิม แต่ทวีปไม่อยากพูดอะไรมาก กลัวจะเป็นการยัดเยียด เพราะความจริงเขารู้ดีว่าภูผาไม่ได้ยินดียินร้ายกับมันสักเท่าไหร่

นอกจากขนมแล้ว ทวีปยังมีข่าวคืบหน้าเรื่องแสง– ฉายมาเล่าให้เพื่อนฟังด้วยว่า วันก่อนตำรวจจับแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้ มันซัดทอดไปถึงคนของเจ้าแสงฉาย ข้อมูลที่ได้สอดคล้องกับข้อมูลของสายลับที่ตนส่งไปสอดแนมที่เชียงทวาย อาจเป็นไปได้ว่าเจ้าแสงฉายไม่ได้แค่ลี้ภัยทางการเมือง แต่ยังเข้ามาใช้บ้านเราเป็นฐานลำเลียงยาเสพติด

“ได้ข่าวว่าเขากำลังจะลงทุนทำโรงงานผ้าลูกไม้ส่งออก” ภูผาหยิบหนังสือพิพม์หน้าสังคมส่งให้ทวีป

“เจ้าชายหนุ่มโสดแห่งเชียงทวายเตรียมสละโสดกับสาวไทยลูกสาวเจ้าของร้านผ้าไหมชื่อดัง และเตรียมเปิดโรงงานแห่งใหม่มูลค่ากว่าพันล้านรับขวัญเจ้าสาว” ทวีปอ่านข่าวนั้นก่อนเงยหน้าขึ้นมองภูผาอย่างแปลกใจ “ถ้าเขาค้ายาเสพติดจริงๆ เขาก็คงต้องหาทางทำอะไรสักอย่างเพื่อฟอกเงินที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย ที่สุดแล้วเขาอาจจะแต่งงานกับคุณแพรไหมเพื่อบังหน้า”

ทวีปวิเคราะห์เจาะลึกเสียจนภูผาอึ้งไป ระหว่างนี้ แสงมณีโทร.เข้ามือถือภูผาเพื่อให้มารับที่บ้าน แต่เมื่อภูผา มาถึงเธอกลับหน้าตูมตึงเพราะไม่พอใจที่นายหมวดปากร้ายติดสอยห้อยตามมาด้วย

“ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรให้คนอื่นมาด้วยนะคะ คุณภูผา”

“เผอิญว่ามันจำเป็นครับ เพราะตอนนี้เราไม่รู้ว่าศัตรูของเจ้ามากันกี่คน บอดี้การ์ดคนเดียวอาจจะรับมือไม่อยู่ เคยได้ยินไหมครับ คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย” ทวีปยิ้มยั่ว แสงมณีเมินหน้าหนีอย่างเจ็บใจ

แต่พอเอ่ยวาจากับภูผา เธอกลับยิ้มหวานน้ำตาลแทบหก บอกเขาว่าวันนี้เธอจะไปร้านคุณแพรไหม...

เวลานั้น แพรไหมอยู่กับแสงฉายที่โรงงานแห่งใหม่ พันทิญาเดินตามหลังด้วยสีหน้าบึ้งตึง ไม่พอใจที่แสงฉายแสดงความห่วงใยเอาใจใส่แพรไหม ครั้นเธอจะเข้าไปแทรกกลางก็ถูกธนาขัดขวางทุกทีไป

เมื่อคณะแสงฉายพากันกลับมาที่ร้านศุภลักษณ์ พบแสงมณีนั่งคุยอยู่กับศุภลักษณ์ โดยมีสองหนุ่มบอดี้–

การ์ดยืนคุมเชิงมุมหนึ่ง แสงฉายจงใจเย้ยภูผาด้วยการเดินเข้าไปทักถามเรื่องแม่ที่ได้ข่าวว่าโดนทำร้าย แต่โดนภูผาศอกกลับให้เจ็บใจว่า

“มันแค่ขู่น่ะครับ พวกโจรกระจอกก็แบบนี้ ทำกับผมไม่ได้ก็เลยหันไปทำร้ายแล้วก็ข่มขู่ผู้หญิง ถ้าเป็นนักเลงจริงๆต้องสู้กันซึ่งหน้า อย่างนี้คนไทยเรียกว่าพวกหมาลอบกัด”

“อย่าประมาทฝีมือคนอื่นมากเกินไป ที่ผมเตือนก็เพราะเห็นว่าคุณเป็นลูกจ้าง ไม่อยากเสียคนมือดีๆไป ยังไงงานแต่งงานของเราก็ต้องให้คุณมาช่วยดูแลความปลอดภัยให้”

“รอให้ถึงวันนั้นก่อนเถอะครับ”

แสงฉายหน้าตึง...แตะแขนแพรไหมเดินไปอีกทาง พันทิญาสังเกตเห็นสายตาภูผาที่มองแพรไหมก็พอจะคาดเดาความรู้สึกได้ เธอเดินเข้ามาเผชิญหน้าพูดจายุแหย่

“ถ้าฉันเป็นคุณ ฉันคงไม่ยอมปล่อยยัยแพรไปแต่งงานกับคนอื่น”

“เขาจะแต่งงานกับใครมันก็เรื่องของเขา เราไม่ได้เป็นอะไรกัน”

“แล้วที่หายไปด้วยกันบ่อยๆล่ะ อย่าบอกนะว่าไม่มี อะไรเกิดขึ้น ฉันคนนึงล่ะที่ไม่เชื่อ ยัยแพรเองก็ไม่ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่ แล้วคุณก็เป็นผู้ชายแท้ๆ ฉันเป็นพี่สาวยัยแพร ฉันรู้ว่ายัยแพรรู้สึกยังไงกับคุณ ที่เขาต้องยอมแต่งงานกับเจ้าแสงฉายก็เพราะคุณแม่บังคับ ทำไมคุณไม่ต่อสู้เพื่อผู้หญิงที่รักคุณล่ะ ฉันช่วยคุณได้นะ”

“ขอบคุณครับ แต่ผมคงไม่รบกวน” ภูผาตัดบทเดินเลี่ยงไป พันทิญาหน้าตึงด้วยความไม่พอใจ แล้วตามเข้าไปเรียกร้องความสนใจด้วยการแกล้งเป็นลมต่อหน้าทุกคนโชคดี ที่แสงฉายรับร่างเธอไว้ทัน แต่ทวีปกลับวิ่งเข้ามาอาสาพาเธอไปพักผ่อน เลยโดนพันทิญาแว้ดใส่แล้วสะบัดบั้นท้ายจากไปอย่างหงุดหงิด

ทำอะไรไม่ได้ดังใจสักอย่าง พันทิญาระบายอารมณ์กับสิ่งของในห้องทำงานจนเกลื่อนกลาด แพรไหมตามเข้ามาเห็นก็ตกใจ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ใครทำอะไรพี่พันหรือ?

“เปล่า...แพรออกไปก่อนเถอะ พี่อยากอยู่คนเดียว”

“พี่พันคะ เรามีกันอยู่สองคนพี่น้องนะคะ มีเรื่องอะไร ไม่สบายใจบอกแพรได้นะคะ เผื่อว่าแพรจะช่วยพี่พันได้บ้าง”

“ไม่มีใครช่วยพี่ได้หรอก พี่ผิดเองที่ไปรักเขา รักทั้งที่ รู้ว่าเขาไม่เคยมีใจให้พี่เลย ทุกลมหายใจเข้าออกเขามีแต่คนอื่น เขาไม่เคยสนใจไยดีพี่เลย ทั้งที่เขารู้อยู่เต็มอกว่าพี่รักเขา”

“คุณพัฒน์เหรอคะ”

“รับปากกับพี่ก่อนสิ ถ้าพี่บอกแพรว่าผู้ชายที่พี่รักเป็นใคร แพรจะช่วยให้พี่ได้สมหวังกับเขา...รับปากสิ”

“ถ้าแพรช่วยได้ แพรก็ยินดีและเต็มใจช่วยพี่พันค่ะ แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใครเหรอคะ”

พันทิญาตัดสินใจจะบอกความจริงแต่ไม่ทันได้พูดออกไป ศุภลักษณ์ก้าวเข้ามาเสียก่อน และขอคุยกับ พันทิญาตามลำพัง...ศุภลักษณ์รู้มาตลอดว่าพันทิญาชอบเจ้าแสงฉาย แม้ไม่พอใจแต่เธอก็เจรจาอย่างใจเย็นว่า

“แม่เลี้ยงพันมาตั้งแต่เล็กอย่างลูกคนนึง ทำไมแม่จะไม่รู้ว่าพันคิดยังไงกับเจ้า”

“คุณแม่รู้...แล้วยังจะยัดเยียดยัยแพรให้แต่งงานกับเจ้าอีกเหรอคะ ใช่สิ ยัยแพรเป็นลูกแท้ๆของคุณแม่นี่ คุณแม่ต้องเลือกคนที่ดีที่สุดให้ยัยแพรอยู่แล้ว ส่วนพันจะรู้สึกยังไงกับเจ้า คุณแม่คงไม่สนใจ”

“มันอยู่ที่ว่าเจ้ารักใครต่างหากล่ะลูก ตัดใจจากเจ้าแสงฉายเถอะนะพัน อย่าให้แม่ลำบากใจมากไปกว่านี้เลย”

พันทิญาไม่ตอบ เอาแต่ร่ำไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเสียใจ กระทั่งเช้าอีกวันวนิดารู้เห็นเข้า เธอรักพันทิญา ปานแก้วตาดวงใจอยู่แล้ว แน่นอนว่าต้องคิดหาทางช่วยอย่างเต็มที่

ด้านภูผาที่ประชดแพรไหมด้วยการประกาศว่าปรางแก้วคือคนที่ตนรัก วันนี้เขาเริ่มไม่สบายใจและไม่อยากให้ปรางแก้วเจ็บปวดเสียใจภายหลัง เพราะความจริงแล้วเขารักเธอเหมือนน้องสาว ไม่เคยคิดเป็นอื่นเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นบ่ายนี้มีโอกาสอยู่กับเธอตามลำพังขณะไปไหว้พระด้วยกัน เขาจึงตัดสินใจพูดมันออกมา

“พี่รู้ว่าสิ่งที่พี่พูดมันอาจจะทำให้แก้วเจ็บปวดบ้าง แต่พี่ก็ไม่อยากให้แก้วเข้าใจผิดต่อไป พี่เคยพยายามถามตัวเองมาตลอดว่าจะเปลี่ยนใจรักแก้วแบบอื่นได้ไหม แต่พี่ก็เปลี่ยนความรู้สึกไม่ได้”

“ก็ไหนพี่ภูบอกว่าจะแต่งงานกับแก้ว” เธอเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอ

“พี่เสียใจ ตอนแรกพี่ก็คิดอย่างนั้น แล้วพี่ก็พยา– ยามถามใจตัวเอง แล้วตอนนี้พี่ก็ได้คำตอบแล้ว”

“ทำไม แก้วไม่ดีตรงไหนเหรอคะ บอกแก้วสิคะ แก้วจะได้ปรับปรุงตัว”

“ไม่เลย...แก้วดีเกินไปด้วยซ้ำ พี่เองต่างหากที่ผิด ที่ทำใจให้รักแก้วไม่ได้ พี่ขอโทษที่ทำให้แก้วเข้าใจผิด แต่ถ้าพี่ไม่พูดความจริงตั้งแต่วันนี้ แล้วปล่อยให้แก้วเข้าใจผิดต่อไป พี่คงเสียใจมากกว่านี้”

“พอแล้วค่ะ พี่ภูไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น มันเป็นความผิดของแก้วที่รู้สึกไปเอง คิดไปเองว่าวันหนึ่งพี่ภูจะหันมามองเห็นแก้วอยู่ในสายตาบ้าง แก้วผิดเอง...”

ปรางแก้วเลี่ยงไปทั้งน้ำตานองหน้า ภูผามองตามด้วยความสงสาร เมื่อเขาพาเธอกลับมาส่งและถูกเธอตั้งคำถามว่าที่รักเธอไม่ได้เพราะรักแพรไหมอยู่ใช่ไหม ภูผาถึงกับอึ้งไปนิดก่อนตอบ

“พี่เกลียดเขาต่างหาก เขาเป็นคนทำให้พี่ชัยตาย ยังไงพี่ก็รักเขาไม่ได้หรอก”

“พี่ภูกำลังหลอกตัวเอง แก้วรู้ สายตาที่พี่ภูมองคุณแพรไม่ใช่สายตาของคนที่เกลียดกัน”

“มันไม่เกี่ยวกับเขาหรอกนะแก้ว ที่พี่รักแก้วไม่ได้ก็เพราะเราไม่ได้เกิดมาเป็นคู่กัน แล้วพี่ก็ไม่อยากเหนี่ยวรั้งแก้วเอาไว้ ทั้งที่พี่เองก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับ แก้ว จริงอยู่ที่พี่อาจจะไม่บอกแก้วแล้วก็ฝืนใจแต่งงานกับแก้ว แต่วันหนึ่งแก้วก็ต้องรู้อยู่ดี ถึงตอนนั้นแก้วอาจเสียโอกาสที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับใครสักคนที่รักแก้วอย่างจริงใจ”

“ไม่ค่ะ แก้วรักพี่ภู ชีวิตของแก้วเกิดมาเพื่อพี่ภูคนเดียวเท่านั้น แก้วจะรอวันที่พี่ภูหันกลับมารักแก้วบ้าง ไม่ต้องมากเท่าที่แก้วรักพี่ภู แก้วก็พอใจแล้วค่ะ” พูดจบ ปรางแก้วเดินน้ำตาซึมเข้าบ้านไป ภูผาห่วงใย...และลำบากใจเมื่อเหลือบไปเห็นทวีปยืนมองมา...

ทางด้านแพรไหมที่วันเดียวกันนี้โดนแสงฉายบังคับให้ไปดูสถานที่จัดงานแต่งงาน แล้วเผอิญฝ่ายชายเห็นแหวนที่นิ้วเธอ เขาคาดคั้นว่าของใคร แต่เธอไม่ตอบแถมยังแสดงความหวงแหน นั่นยิ่งทำให้เขาระแวงว่า แหวนวงนี้น่าจะเป็นภูผาให้มา

ตกเย็นแพรไหมกลับเข้าบ้าน และเมื่อเธอขึ้นไปบนห้องต้องตกใจสุดขีดกับสภาพห้องที่ข้าวของเกลื่อนกลาด ที่นอนถูกกรีดเละเทะ เสื้อผ้าฉีกขาดไม่มีชิ้นดี แล้วยังมีข้อความฆาอาตมาดร้าย หาว่าเธอแย่งทุกอย่างไปจนหมด

แพรไหมงงเป็นไก่ตาแตกว่าตัวเองแย่งอะไรของใคร ไป ขณะที่น้อยซึ่งวิ่งขึ้นมาดูก็ตื่นตระหนกตกใจ แนะนำให้แจ้งความ แต่แพรไหมไม่เห็นด้วย และสั่งห้ามน้อยบอกเรื่องนี้กับใคร เดี๋ยวจะตกใจไปกันใหญ่

วันรุ่งขึ้น ภูผาให้ลูกน้องไปขนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จากร้านชัยที่ปิดตายเอาไว้มาเก็บในออฟฟิศของตน และให้แยกเครื่องคอมฯส่วนตัวของพี่ชายไว้ในห้องทำงานตนด้วย ซึ่งใช้เวลาไม่นานทุกอย่างก็เรียบร้อยเป็นจังหวะที่ทวีปแวะมาพอดี

“แกทำให้น้องสาวฉันเสียใจมาก” ทวีปเอ่ยนิ่งๆ

“ฉันลองถามใจตัวเองดูแล้ว ฉันรักแก้วเหมือนน้องสาว ไม่เคยคิดเป็นอื่น”

“เพราะใจแกมีคนอื่นใช่ไหม”

“ถ้าจะมี ก็มีแต่ความแค้น ฉันปล่อยวางเรื่องนี้ไม่ได้ พี่ชัยตายเพราะเขา แต่เขากำลังจะไปแต่งงานมีความสุข วิญญาณพี่ชัยคงเป็นทุกข์ ถ้าฉันไม่ทำอะไรเลย”

“มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับยัยแก้วนี่”

“แต่มันคงจะดีกว่าถ้าปล่อยให้แก้วเดินหน้าต่อไป เจ็บครั้งนี้ครั้งเดียวแต่แก้วจะมีความสุขถ้าได้เริ่มต้นใหม่กับคนที่รักเขาอย่างจริงใจ และพร้อมที่จะเสียสละเพื่อเขา...ส่วนฉันมีหน้าที่ต้องทำ”

“แก้แค้น? แก้แค้นคุณแพรไหมแล้วมันจะได้อะไรวะ”

“พี่ชายฉันต้องตายเพราะเขา แล้วแม่ฉันยังถูกคนที่เขาจะแต่งงานด้วยส่งคนไปทำร้าย แล้วแกคิดว่าฉันควรทำยังไง” ภูผาขบกรามแน่น แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

ooooooo

ออกจากออฟฟิศภูผา...ทวีปมุ่งหน้าไปบ้าน แสงฉายเพื่อหาทางง้างปากแสงมณีให้ได้ว่าพี่ชายของเธอทำมาหากินอะไรกันแน่ แต่วันนี้โชคไม่เข้าข้างเสียแล้ว เพราะมาเจอก้างชิ้นใหญ่อย่างพิพิธ หนำซ้ำพอแสงมณีจะออกไปร้านศุภลักษณ์ พิพิธก็ยังขอตามไปด้วย

ทวีปมาในฐานะบอดี้การ์ดส่วนตัว แต่พิพิธเย้ยว่าเขาเป็นแค่ยาม สองหนุ่มมีปากเสียงกันเล็กน้อยก่อนจะแย่งกันก้าวตามแสงมณีเข้าไปในร้าน

ส่วนที่บ้านศุภลักษณ์ พันทิญาแต่งตัวสวยกำลังจะออกข้างนอก แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นพิพัฒน์ยืนจังก้า เธอชังน้ำหน้าเขานัก หันหลังจะหนีกลับเข้าบ้าน แต่เขาพรวดพราดมาดึงแขนไว้

“สามีมาหาจะรีบหนีไปไหนล่ะคุณพัน”

“อย่ามาพูดจาหยาบคายกับฉันนะ”

“พูดความจริงหยาบคายตรงไหน ตอนที่เราอยู่บนเตียงด้วยกันคุณอ่อนหวานกับผมจะตาย ผมยังจำคืนนั้นของเราได้นะ กลิ่นของคุณยังติดจมูกอยู่เลย”

พันทิญาโกรธจี๊ดจะฟาดหน้าเขาสักฉาด แต่เขาไวทายาดจับมือเธอบีบอย่างแรง วนิดากับน้อยพรวดพราดออกมาจากในบ้านด้วยความตกใจ

“ปล่อยยัยพันเดี๋ยวนี้นะ” วนิดาตวาดสั่ง

“ขอโทษนะครับคุณน้า นี่เป็นเรื่องระหว่างผัวเมีย คุณน้าไม่เกี่ยว”

“ทำไมจะไม่เกี่ยว พันเป็นหลานสาวฉัน...ปล่อย ไม่อย่างงั้นฉันจะแจ้งตำรวจ”

“ก็ดีเหมือนกันครับ ตำรวจจะได้มาเป็นพยานว่าผมกับหลานสาวคุณน้าเป็นอะไรกัน จะได้ลงบันทึกประจำวันแล้วจดทะเบียนกันด้วยเลย”

“น้าดาช่วยพันด้วย นังน้อย...ยืนเฉยอยู่ทำไมล่ะ”

พันทิญาดิ้นรนขัดขืนจะไม่ยอมให้พิพัฒน์พาไปขึ้นรถ น้อยละล้าละลังไม่กล้าช่วย วนิดาเองก็ขลาดกลัวจึงได้แต่ยืนมองเขาพาหลานรักออกไปต่อหน้าต่อตา...

เพราะต้องการแก้แค้นให้พี่ชาย ภูผาจึงยังวนเวียนจับตาแพรไหมทุกเมื่อเชื่อวัน วันนี้เขาสะกดรอยตามทันที ที่เห็นเธอขับรถออกจากร้าน ระหว่างทางนึกไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุร้ายเมื่อรถแพรไหมเบรกไม่อยู่ พอเห็นเธอตกอยู่ใน อันตราย เขาทนเห็นเธอตายไม่ได้ จึงเข้าช่วยจนเธอรอดมาได้

แท้จริงแล้วภูผารักแพรไหม แต่พอนึกถึงว่าเธอต้องแต่งงานกับแสงฉาย ภูผาก็มิอาจทำใจปฏิบัติดีต่อเธอได้

“กลัวอะไรนักหนา ตอนหลอกล่อผู้ชายช่ำชอง เหลือเกินนี่ อ้อ...ลืมไป ผู้ชายกับรถไม่เหมือนกัน” เขาจิกกัดเมื่อเห็นเธอนั่งตัวสั่นงันงกอยู่ในรถ

“ถ้าคุณมาช่วยเพื่อหาโอกาสทำร้ายจิตใจฉัน ปล่อยให้ฉันขับรถชนตายไปเลยดีกว่า”

“จะรีบตายไปไหน เรายังต้องเป็นมารผจญกันไปอีกนาน”

“คุณทำร้ายฉันได้อีกไม่นานหรอก พอฉันแต่งงานกับเขา ฉันก็จะไปจากที่นี่ ไม่กลับมาให้คุณเห็นหน้าอีก”

คำพูดประชดประชันด้วยความน้อยใจของเธอทำให้เขาฉุนเฉียว กระชากแขนเธออย่างแรง

“ใช่สิ เขาทั้งรวยทั้งโก้ คุณถึงได้เขี่ยผู้ชายหน้าโง่ที่หลงรักคุณหัวปักหัวปําทิ้งไปเหมือนรองเท้าเก่าๆ แต่อย่าหวังเลยว่าผมจะปล่อยคุณไปแต่งงานกับเขาง่ายๆ”

“ก็ไหนคุณว่าจะเลิกเกี่ยวข้องกับฉันแล้วไง”

“ผมเปลี่ยนใจ ตั้งแต่วันที่เจ้าแสงฉายส่งคนไปทำร้ายแม่ผม มันไม่ยุติธรรมที่คุณกับเขาจะมีความสุขบนความสูญเสียและความเจ็บปวดของคนอื่น”

แพรไหมโกรธหันรีหันขวาง แต่แล้วต้องตกใจเมื่อได้ยินเขาบอกว่ารถของเธอถูกตัดสายเบรก

“ไม่จริง...รถฉันเพิ่งจะเอาไปเช็กเมื่อไม่กี่วันนี่เอง”

“แล้วเบรกมันจะมีปัญหาได้ยังไง ถ้าไม่มีใครไปยุ่งกับ มัน ดีนะที่ไม่ขับไปชนคันอื่นเข้า ไม่งั้นได้กลายเป็นข่าวแน่”

แพรไหมนิ่งคิด ย้อนเหตุการณ์วันก่อนที่เจอข้อความข่มขู่อาฆาตในห้องแล้วหน้าซีดเผือด “ฉันจะทำยังไงดี ฉันกลัว...”

“ทิ้งรถไว้ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวผมให้ช่างมาดูให้ หรือจะรออยู่ที่นี่ก็ตามใจ ถ้ามีคนจงใจทำร้ายคุณ มันคงได้โอกาสจัดการกับคุณ ยังไงก็ช่วยตัวเองไปแล้วกัน”

ภูผาเดินกลับไปที่รถของตน หญิงสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจร้องเรียกให้รอด้วย...ขณะนั่งรถมาด้วยกัน ภูผาสีหน้าเคร่งเครียดไม่พูดไม่จา มัวแต่คิดว่าใครกันที่จะเอาชีวิตแพรไหม...ต่างคนต่างเงียบกันอยู่นาน กระทั่งแพรไหมเอ่ยปากว่าอยากกลับบ้าน เขาระเบิด เสียงใส่เธออย่างหงุดหงิด

“ไม่กลับ...ให้เจ้ารู้ไปเลยยิ่งดีว่าคุณเป็นนางบำเรอ คนอื่นไปแล้ว ถ้าเขายังคิดจะแต่งงานกับคุณก็เรื่องของเขา”

“คุณทำกับฉันอย่างนี้ไม่ได้นะ ฉันเป็นคน มีชีวิตจิตใจเหมือนกัน ฉันอยากจะอยู่กับคนที่ฉันรัก ไม่ใช่คนที่เกลียดฉัน”

“คนอย่างคุณไม่สมควรได้รับความรักจากใครหรอก” ว่าแล้วเขาเลี้ยวรถตรงไปอีกทาง แพรไหมไม่รู้ จะทำอย่างไร ได้แต่นั่งน้ำตาคลอด้วยความคับแค้นใจ

ooooooo

ตอนที่ 10

หลังจากเคยเห็นพันทิญาควงชายอื่นทำให้พิพิธเริ่มไม่ไว้วางใจที่พี่ชายของตนจะคบกับเธอต่อ แต่พิพัฒน์กลับไม่คิดเช่นนั้น  เพราะเขากำลังหลงใหลเธอสุดๆ แต่สำหรับพันทิญานั้นเธอกำลังจะสลัดเขาทิ้งเพราะจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนของเธอคือ เจ้าแสงฉายผู้เพียบพร้อมไปด้วยทรัพย์สมบัติและตำแหน่งอันสูงศักดิ์

แน่นอนว่าการจะได้เจ้าแสงฉายมา พันทิญาต้องทำให้เขาระแวงแพรไหมยิ่งขึ้น และภูผาก็เป็นหมากสำคัญของแผนการครั้งนี้

ด้านเจ้าแสงมณีที่แอบรักภูผา เธออยากใกล้ชิดเขาบ่อยๆ แต่ทำไปทำมากลับเป็นทวีปที่เจอกันแทบทุกวัน และความใกล้ชิดนี่เองก่อเกิดเป็นความสนใจ ทวีปเริ่มเห็นมุมน่ารักของแสงมณี แต่ยังทำเป็นกวนประสาทไปตามเรื่อง พร้อมกันนี้ก็ยังพยายามจะล้วงความลับว่าเธอกับพี่ชายมีศัตรูที่ไหน แต่คำตอบที่ได้ก็เหมือนเดิมคือไม่รู้ ถ้าอยากรู้อะไรให้ไปถามพี่ชายของตนเอาเอง

คำตอบนั้นทำให้ทวีปหงุดหงิดไม่น้อย แล้วยิ่งกลายเป็นไม่พอใจเมื่อจู่ๆพิพิธโผล่มาโดยไม่ได้รับเชิญ พิพิธแสดงออกชัดเจนว่าชอบแสงมณี แถมแสงมณีก็พูดคุยสนิทสนมกับนายคนนี้เสียจนน่าหมั่นไส้

วันต่อมา แสงมณีปรึกษาแสงฉายว่าตนอยากจะเลี้ยงอาหารเย็นขอบคุณภูผาเพื่อตอบแทนที่เขาช่วยชีวิตพวกเราเมื่อคืนก่อน ตอนแรกแสงฉายจะไม่ยอมเพราะไม่ชอบหน้าภูผา แต่พอนึกอีกทีก็ตอบตกลงเพราะอยากจะเย้ยภูผาด้วยการไปรับแพรไหมมาด้วย และคราวนี้เขาจะได้รู้เสียทีว่าตนกับแพรไหมรักกันมากแค่ไหน

ทางกลุ่มนักฆ่าจากเชียงทวายซึ่งนำโดยอโณทัยและเพื่อนชายหญิงอีกสี่คน พวกเขากำลังวางแผนปลิดชีพแสงฉายหลังจากทำงานพลาดมาแล้วหลายครั้ง พิมใจร้อนและมุทะลุกว่าใคร เธออยากให้งานเสร็จลงโดยเร็วจึงผลุนผลันออกจากบ้านเพียงคนเดียว แต่นทีเป็นห่วงจึงตัดสินใจตามไป

เมื่อแสงฉายมารับแพรไหมที่บ้าน ปรากฏว่าเธอโยกโย้จะไม่ไป แสงฉายเลยต้องพึ่งพาศุภลักษณ์ให้ช่วยบังคับอีกตามเคย ส่วนพันทิญาทั้งหมั่นไส้ทั้งอิจฉาแพรไหมที่เล่นตัวนัก จึงเข้ามายุแยงเกี่ยวโยงไปถึงภูผาเพื่อให้แสง–ฉายขุ่นมัวไม่พอใจแพรไหม

ที่สุดแพรไหมก็ต้องนั่งรถออกไปกับแสงฉาย ขณะเดียวกัน ภูผาไปถึงแล้วและได้รับการต้อนรับจากแสงมณีเป็นอย่างดี แต่ยังไม่รู้ว่าเธอเชิญมาด้วยเหตุผลใด

“ไม่ทราบว่าเจ้ามีธุระอะไรกับผมครับ”

“รอให้พี่ชายกับคุณแพรไหมมาถึงก่อนนะคะ แล้วหญิงจะบอก”

พูดไม่ทันขาดคำ แสงฉายก็เดินจูงมือแพรไหมตรงมา เขาแสดงความเป็นเจ้าของเธอเต็มที่ ทั้งๆที่เธอไม่เต็มใจ จะดึงมือออกแต่ไม่สำเร็จ

“ทำไม กลัวใครเข้าใจผิดเหรอ” แสงฉายเสียงขุ่น

“เปล่า ฉันแค่ไม่อยากให้คนที่ฉันไม่ชอบขี้หน้าจับมือ”

“แต่ผมชอบเอาชนะซะด้วยสิ” ว่าแล้วแสงฉายจูงมือเธอไปหาแสงมณีกับภูผา

“ขอบคุณมากนะคะคุณแพรที่ให้เกียรติฉัน” แสงมณีเอ่ยด้วยไมตรี

“ฉันต่างหากล่ะคะที่ต้องขอบคุณเจ้าที่ให้เกียรติเชิญฉันมาทานข้าวด้วย”

“เราต้องมาเป็นเจ้าภาพเลี้ยงขอบคุณคุณภูผาด้วยกันนี่คะ”

แสงฉายมองหน้าภูผาพลางอธิบายเสริมว่า “น้องหญิงตั้งใจจัดเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อขอบคุณที่คุณเสี่ยงชีวิตช่วยเอาไว้”

“ที่จริงก็ไม่น่าลำบาก มันเป็นหน้าที่ที่ผมต้องทำอยู่แล้ว”

“อย่าเกรงใจเลยครับ แค่นี้เล็กน้อยมาก เทียบไม่ได้กับการที่คุณได้ช่วยคนที่ผมรักทั้งสองคนเอาไว้ได้อย่างปลอดภัย ผมก็เลยให้แสงมณีเชิญคุณมา”

ภูผาเข้าใจสถานการณ์ แต่นึกฉุนอยู่ในใจเมื่อเห็นแสงฉายโอบไหล่แพรไหมพาเดินเข้าไปในห้องอาหาร

แพรไหมไม่พอใจกับท่าทีของแสงฉายจึงจะเบี่ยงตัวออก แต่เขาไม่ยอม แถมยังส่งยิ้มหยันๆให้ภูผาก่อนเปรยขึ้นว่า

“ไม่ต้องอายหรอก อีกหน่อยเราก็แต่งงานกันแล้ว”

“แต่ตอนนี้ยังไม่แต่ง ฉันยังไม่คุ้น”

“อยู่กันไปก็คุ้นเองครับ แต่งงานกันแล้วผมจะพาคุณแพรไปที่เชียงทวาย ที่บ้านผมมีภูเขาสวย อากาศเย็นสบายทั้งปี อาหารพื้นเมืองของเราก็อร่อย”

“คุณแพรไหมคงอยู่ได้สบายครับ เพราะเป็นคนอยู่ง่ายกินง่าย คบคนง่าย คงไม่ต้องปรับตัวมาก”

แพรไหมรู้ทันทีว่าภูผาจงใจแขวะตน เลยประชดขึ้นมาบ้าง “ใช่ค่ะ ฉันเป็นคนอยู่ง่ายกินง่าย แต่คบคนง่ายคงไม่ใช่ ไม่อย่างงั้นฉันคงไม่เลือกเจ้าหรอกค่ะ”

แสงฉายยิ้มอย่างพึงใจ สายตาที่มองแพรไหมเปี่ยมไปด้วยความรัก “งานแต่งงานของเราคงต้องขอเชิญคุณภูผามาร่วมเป็นเกียรติด้วยนะครับ”

“ด้วยความยินดีครับ ถ้าหากวันนั้นมาถึงจริงๆ”

“แน่นอนครับ ทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว เราจะแต่งงานกันอย่างแน่นอนในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า...จริงไหมครับคุณแพร”

“ค่ะ จริงๆแพรรู้สึกว่ามันนานเกินไปด้วยซ้ำ ถ้าไม่เกรงใจคุณแม่ แพรอยากจะแต่งอาทิตย์หน้าด้วยซ้ำ จะได้ย้ายไปอยู่เชียงทวายเร็วๆ”

ภูผาอึ้งหนัก เหลือบมองแพรไหมด้วยความหมั่นไส้...

ขณะร่วมโต๊ะอาหารด้วยกัน ไม่คิดว่าพิมจะบุกเดี่ยวเข้ามายิงแสงฉาย แต่กระสุนพลาดเป้า และพิมโดนภูผายิงสวนเข้าที่แขน แล้วเกือบจะโดนธนากับลูกน้องจับตัวได้ถ้านทีไม่เข้ามาช่วยออกไปเสียก่อน

แต่คราวนี้ลูกน้องคนหนึ่งของธนาก็บาดเจ็บสาหัส แสงฉายรีบสั่งการให้ธนาพาเขาส่งโรงพยาบาล แล้วอย่าให้เรื่องยุ่งยากมาถึงตนได้ ธนารับปากและขอโทษที่หละหลวม ตนไม่คิดว่าพวกมันจะกล้าบุกเข้ามาถึงที่นี่

“หาทางจัดการมันซะ อย่ารอให้มันเล่นงานเราฝ่ายเดียว” สั่งเสร็จ แสงฉายเดินเลี่ยงมาหาแสงมณี แพรไหมและภูผา

“เจ้าน่าจะไปแจ้งความนะครับ” ภูผาแนะนำ

“ไม่จำเป็น ผมดูแลตัวเองได้ คุณมีหน้าที่รักษาความปลอดภัยให้แสงมณี คุณก็ควรจะทำตามหน้าที่ของคุณให้ดีที่สุด เรื่องอื่นไม่เกี่ยวกับคุณ”

“ถ้าผมไม่รู้ว่าศัตรูของเจ้าเป็นใคร ผมคงวางแผนรักษาความปลอดภัยให้น้องสาวเจ้าได้ไม่ดีนัก เจ้าไปใช้บริการคนอื่นเถอะ”

แสงฉายโกรธมาก แต่ภูผาไม่สนใจหันหลังเดินจากไป แสงมณีละล้าละลังก่อนก้าวตามไปดักหน้าเขาไว้

“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณภูผา อย่าเพิ่งลาออกเลยนะคะ ฉันไม่ไว้ใจใครเท่าคุณเลย ช่วยฉันด้วยนะคะ แล้วฉันจะคุยกับพี่ชายให้”

“ถ้าได้ข้อสรุปยังไงค่อยโทร.ไปแจ้งผมแล้วกัน ผมขอยืนยันว่าถ้าจะให้ผมดูแลความปลอดภัยให้เจ้า ผมต้องรู้ว่าผมกำลังสู้กับใคร จะได้ประเมินกำลังได้ถูก”

แสงมณีอึ้งไป ส่วนแพรไหมตัดสินใจไม่ถูกว่าจะกลับยังไง พอแสงมณีบอกว่าจะให้คนรถไปส่งเพราะพี่ชายของตนคงยุ่ง ภูผาหันขวับกลับมาทันที

“ถ้าไม่รังเกียจจะติดรถผมกลับก็ได้นะ”

แพรไหมลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนเดินตามภูผาไปขึ้นรถ แสงฉายกำมือแน่น โกรธแค้นภูผาอย่างที่สุด

ooooooo

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่เกิดขึ้นในบ้านแสง-ฉายทำให้แพรไหมยังตื่นตระหนกตกใจไม่หาย ขณะนั่งรถออกมาด้วยกันภูผาสังเกตเห็นจึงได้โอกาสแขวะเธอว่า ถ้าอยากเป็นเจ้าหญิงแห่งเชียงทวายก็ต้องทำใจหน่อย...แพรไหมไม่พอใจแต่สวนกลับด้วยท่าทีนิ่งๆว่า

“ฉันเชื่อว่าเจ้าจะดูแลฉันได้”

ภูผาเจ็บใจตำหนิเธอแรงๆ ขณะที่แพรไหมก็เริ่มโมโหบ้างเหมือนกัน ทำมาทำไปสองคนเลยทุ่มเถียงกันตลอดทาง แพรไหมคับแค้นใจถึงที่สุดจะกระโดดลงจากรถ ภูผาไม่ห้าม กลับท้าทายเสียด้วยว่า

“ถ้าอยากตายก็โดดลงไปเลย ก็ดีเหมือนกัน วิญญาณพี่ชัยจะไม่ต้องเจ็บปวดที่ผู้หญิงที่เขารักนักรักหนากำลังจะหนีไปแต่งงานกับคนอื่น”

“คุณต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ”

“ใช่ ผมมันบ้าเพราะคนเลวๆอย่างคุณ อยากรู้นักหัวใจคุณทำด้วยอะไร ถ้าฆ่าคนไม่ผิดกฎหมายผมไม่ไว้ชีวิตคุณแน่”

“ก็ฆ่าฉันเลยสิ ถ้ามันจะทำให้คุณสบายใจขึ้น”

“มันง่ายไป...ตายไปคุณก็ไม่รู้รสชาติของความเจ็บปวดทรมาน ผู้หญิงหลอกลวงอย่างคุณต้องตายทั้งเป็นมันถึงจะสาสม”

ภูผาเร่งความเร็วขึ้นอีก แต่ทางที่พุ่งไปนั้นไม่ใช่ทางกลับบ้าน แพรไหมใจคอไม่ดีหยิบมือถือจะโทร.หาแสงฉาย แต่ภูผากระชากมันเขวี้ยงออกไปนอกรถ พอเธอเข้าแย่งพวงมาลัย เขาผลักเธอพร้อมตะโกนใส่อย่างฉุนเฉียวว่า อยากตายนักหรือไง เดี๋ยวก็ได้ตายสมใจหรอก

แพรไหมทั้งกลัวทั้งคับแค้นใจจนแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่...ทางด้านพิมกับนทีเมื่อกลับไปถึงบ้าน พิมถูกอโณทัยตบหน้าโทษฐานทำงานโดยพลการ

“นี่คือการลงโทษสำหรับคนที่ทำนอกเหนือคำสั่ง”

พิมก้มหน้านิ่งน้ำตาคลอ นาราซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากันได้ทีสมน้ำหน้าพิมว่าอยากอวดเก่งดีนัก ถ้าไม่ได้นทีไปช่วยคงไม่รอดกลับมา นทีเห็นใจพิมและไม่อยากให้พวกเราแตกคอกัน อีกอย่างพิมก็ทำงานเกือบสำเร็จ

“ถ้าต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างทำแล้วจะมีหัวหน้าไว้ทำไม ขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะ ต่อไปถ้าใครจะทำอะไร ต้องได้รับอนุมัติจากผมก่อน ไม่อย่างงั้นเราก็ร่วมงานกันไม่ได้” อโณทัยประกาศกร้าว

พิมมองอโณทัยอย่างตัดพ้อ แล้วฮึดฮัดออกไปด้วยความเสียใจที่เขาไม่เห็นค่าในสิ่งที่ตนทำ ส่วนอรัญแสดงความเห็นว่าการกำจัดแสงฉายไม่ใช่เรื่องง่าย นทีเห็นด้วยเพราะแสงฉายมีบอดี้การ์ดฝีมือดี อโณทัยจึงคิดว่าเราควรจะจัดการกับบอดี้การ์ดพวกนี้ก่อน

ขณะเดียวกันนั้นที่บ้านศุภลักษณ์ ทุกคนกำลังรอการกลับมาของแพรไหม...วนิดากับพันทิญาเห็นว่าดึกแล้วก็ได้ทีตำหนิแพรไหมต่างๆนานา ทำให้ศุภลักษณ์ไม่พอใจศอกกลับเข้าให้บ้าง ระหว่างนี้เองแสงฉายโทร.มาที่บ้าน หลังจากโทร.หาแพรไหมแล้วไม่ติด

พันทิญารับสายเสียงใส บอกว่าแพรไหมยังไม่ถึงบ้าน บางทีอาจจะไปเที่ยวต่อกับเพื่อน ถ้ากลับมาจะบอกให้โทร.ไปหาเขาทันทีเลย

เมื่อแสงฉายวางสายไปแล้ว พันทิญาหันมาพูดคุยกับศุภลักษณ์และวนิดาเชิงตำหนิแพรไหมว่า

“ยัยแพรชักทำตัวแปลกๆขึ้นทุกวัน ไปกับเจ้าอยู่ดีๆแท้ๆ กลับหายตัวไปไม่ยอมกลับบ้าน ปล่อยให้คนอื่นเป็นห่วงอยู่ได้”

“ก็คงจะหนีไปเหมือนทุกครั้งนั่นแหละ ถึงตอนนี้พี่ศุน่าจะตามใจยัยแพรนะคะ”

“นั่นน่ะสิคะคุณแม่ ถ้ายัยแพรไม่ได้รักเจ้าจริงๆ แต่งงานกันไปก็ไม่มีความสุขหรอกค่ะ”

“แต่เจ้ารักยัยแพร แม่เชื่อว่าวันหนึ่งความดีของเจ้าจะทำให้ยัยแพรใจอ่อน” ศุภลักษณ์กล่าวอย่างมั่นใจ

แล้วผละไป...พันทิญาแอบพูดกับวนิดาลับหลังว่า

“มันอยู่ที่ว่าเจ้าจะได้แต่งงานกับยัยแพรหรือเปล่าน่ะสิคะ ถ้ามีผู้หญิงอื่นที่น่าสนใจกว่า”

“อย่าบอกนะว่าเจ้าแสงฉายเริ่มจะหลงเสน่ห์พันของน้าเข้าให้แล้ว”

“ถ้าพันอยากได้ซะอย่าง คนอย่างเจ้าไม่มีทางรอดมือไปได้หรอกค่ะ” สีหน้าท่าทางพันทิญามาดมั่นมาก... วนิดาถึงกับยิ้มแก้มปริ ที่หลานรักได้ดังใจจริงๆ

ooooooo

ดึกแล้ว ภูผาไม่ได้พาแพรไหมไปส่งบ้าน แต่ขับรถออกนอกเมืองห่างไกลไปทุกที เธอถามอะไรเขาก็ไม่ตอบ ที่สุดจึงต้องออกอุบายว่าปวดท้องขอเข้าห้องน้ำในปั๊มน้ำมัน

แต่อุบายของเธอก็ไม่สำเร็จ เพราะภูผารู้ทันคอยระวังแจอยู่แล้ว เมื่อเขาจับเธอกลับมาขึ้นรถได้คราวนี้เลยตะบึงไปโดยไม่สนอะไรอีกแล้ว แม้เธอจะหวีดร้องร่ำไห้เพียงใด เขาก็ไม่ใส่ใจ...ทางด้านบุญศรีที่ยังเฝ้ารอการกลับมาของลูกชาย ยิ่งดึกก็ยิ่งเป็นห่วง ห่วงจนนอนไม่หลับต้องลุกออกมาชะเง้อมองประตูบ้านอยู่บ่อยครั้ง

ตลอดเส้นทาง แพรไหมเอาแต่ร้องไห้ ร้องจนภูผาชักจะรำคาญ ตวาดสั่งให้หยุดเสียที เลิกเล่นละครน้ำเน่าได้แล้ว...แพรไหมเม้มปากแน่นแต่น้ำตายังรินไหล ภูผาเห็นแล้วยิ่งหงุดหงิดขับรถเร็วขึ้น ครู่หนึ่งก็จอดพรืดลงมากระชากแขนเธอด้วยความโมโห

“หยุดร้องไห้ซะที ร้องไปมันก็ไม่ช่วยให้คุณเป็นนางเอกขึ้นมาได้หรอก คนที่ฆ่าคนอื่นจะโดยเจตนาหรือไม่เจตนาก็เลวพอๆกัน”

“ฉันไม่ได้ฆ่าเขา”

“แต่คุณเป็นตัวการ คุณรู้นี่ว่าพี่ชัยรักคุณมาก แต่พอเห็นว่าเขาจน ด้อยกว่าเจ้าแสงฉายทุกอย่าง คุณก็หาทางกำจัดเขาออกไปจากชีวิต เพื่อเขาจะได้ไม่ต้องมาขัดขวางงานแต่งงานของคุณ...ใช่มั้ย”

ยิ่งพูด ภูผาก็ยิ่งบันดาลโทสะ เขย่าตัวเธออย่างแรงแล้วผลักเซถลาไปกองกับพื้น ก่อนที่ตัวเองจะไปยืนสงบสติอารมณ์อยู่อีกทาง...

ฝ่ายแสงฉายก็ว้าวุ่นกระวนกระวายใจจนหลับไม่ลง ทั้งห่วงแพรไหมทั้งโกรธแค้นภูผาเพราะเห็นกับตาว่าทั้งคู่ขึ้นรถไปด้วยกัน

“เจ้ายังไม่นอนอีกเหรอครับ” ธนาเดินมาทัก

“ฉันข่มตาหลับไม่ลงหรอก จนกว่าจะได้ข่าวคุณแพร”

“ผมสั่งคนของเราติดตามแล้วครับ อีกไม่นานคงรู้ว่ามันพาคุณแพรไหมไปไหน”

“มันหยามน้ำหน้าฉันมากเกินไปแล้ว รู้ทั้งรู้ว่าคุณแพรกำลังจะแต่งงานกับฉัน มันยังเข้ามายุ่ง”

“ก็สั่งสอนมันสิครับเจ้า มันจะได้รู้สำนัก ไม่กล้ายุ่งกับผู้หญิงของเจ้า”

“คุณแพรไม่ได้เป็นแค่ผู้หญิงของฉัน เขาเป็นผู้หญิงที่ฉันรักและคู่ควรที่ฉันจะยกย่องให้เป็นเจ้าหญิงแห่งเชียงทวาย แล้วที่สำคัญถ้าฉันแต่งงานกับคุณแพร เงินของเราก็จะถูกส่งมาฟอกที่เมืองไทยผ่านธุรกิจที่เรากำลังสร้างขึ้น...เบี่ยงเบนความสนใจของตำรวจไทยได้แน่ๆ”

“ฉลาดหลักแหลมมากครับเจ้า”

“แต่ไอ้ภูผามันกำลังจะทำลายแผนการของฉัน นี่ถ้าไม่ติดว่ามันช่วยแสงมณี ฉันไล่มันออกไปแล้ว”

“แต่เราเตือนมันได้นี่ครับเจ้า”

ฟังมือขวาแล้ว...แสงฉายนิ่งคิดอย่างเห็นด้วย

ooooooo

เช้าตรู่ แพรไหมลืมตาตื่นพบว่าตัวเองนอนอยู่ในรถริมทะเลกว้าง...เมื่อเห็นภูผายังหลับ เธอค่อยๆเปิดประตูลงจากรถเพื่อจะหนี แต่เดินได้สองสามก้าวก็เจ็บแปลบข้อเท้าจนล้มลงเสียงดัง ทำให้ภูผาสะดุ้งตื่นลุกพรวดลงมา

ข้อเท้าแพรไหมบวมช้ำอย่างเห็นได้ชัด ภูผาจับต้องสำรวจดู แต่เธอขยับหนีอย่างไม่ไว้ใจ เขาตวาดสั่งให้อยู่เฉยๆ ก่อนเดินกลับไปที่รถหยิบยาแก้ฟกช้ำที่พกไว้ประจำออกมาทาและนวดคลึงข้อเท้าให้เธอ

“โอ๊ย...เบาๆหน่อยสิ ฉันเจ็บนะ”

“สำออย แค่นี้มันยังเจ็บน้อยกว่าที่พี่ชายผมถูกคุณทิ้งเหมือนรองเท้าเก่าๆ”

แพรไหมคับแค้นจนน้ำตาคลอ ผลักเขาออกห่างแล้วเดินกะเผลกไป ภูผาเก็บงำความสงสารเดินตามมากระชากแขน ถามเธอว่าจะไปไหน?

“ไปไหนก็ได้ ที่ไม่ต้องเจอคุณ”

“เสียใจด้วยนะ เรายังต้องเจอกันอีกนาน...มานี่” เขาลากเธอไปที่บ้านหลังเล็กริมทะเล ผลักไสเธอเข้าไปอย่างไม่ปรานี

แพรไหมเจ็บทั้งตัวเจ็บทั้งใจ เอ่ยอ้างชื่อเจ้าแสงฉายเผื่อจะรอด “คุณคิดเหรอว่าจะหนีพ้น ถ้าเจ้าแสงฉายรู้ว่าคุณเอาตัวฉันมา”

“ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเขารู้ว่า...ว่าที่เจ้าสาวหายตัวไปกับผู้ชายทั้งคืน เขายังคิดจะแต่งงานกับคุณอยู่อีกไหม”

“แล้วคุณคิดเหรอว่าคนอย่างเขาจะไม่ส่งคนตามหาฉัน คุณก็รู้นี่ เขามีทั้งเงิน มีทั้งคนเยอะแยะ ถ้าเขาคิดจะทำอะไรคุณ คุณสู้เขาไม่ได้หรอก...ปล่อยฉันไปเถอะ”

“ปล่อยแน่ แต่ไม่ใช่วันนี้ คุณต้องอยู่กับผมจนกว่าผมจะพอใจ”

“นี่อย่าบอกนะว่าคุณจะอยู่ห้องเดียวกับฉัน”

“อย่าโวยวายไปหน่อยเลย ทำเหมือนไม่เคยนอนห้องเดียวกัน”

เธอโกรธจัดคว้าหมอนจะขว้างใส่ แต่เขาพุ่งมาจับข้อมือเธอไว้ พร้อมกับตวาดอย่างดุดัน

“อย่าทำให้ผมหมดความอดทน ไม่อย่างนั้นผมไม่รับประกันว่าจะไม่รังแกผู้หญิง” แล้วผลักเธอล้มลงบนเตียง ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปที่ระเบียง แพรไหมเจ็บใจแต่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากจ้องตามเขาไปทั้งน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม

ในขณะที่ภูผากำลังทำร้ายจิตใจแพรไหมอยู่นั้น คนของเจ้าแสงฉายได้บุกมาที่บ้านภูผาแล้วตบตีบุญศรีจนปากแตก เมื่อเธอบอกไม่ได้ว่าลูกชายหายไปไหน แถมธนาทำท่าจะยิงซ้ำ โชคดีที่คมกับเชี่ยวห้ามไว้ บอกแค่สั่งสอนก็พอ มันคงไม่รู้จริงๆ

บุญศรีถูกจับมัดมือมัดเท้า ก่อนธนาจะสำทับให้บอกลูกชายด้วยว่าอย่ายุ่งกับแพรไหม ถ้าไม่อยากตายกันทั้งบ้าน...ว่าแล้วพวกเขาพากันกลับไป ทิ้งบุญศรีร่ำไห้อยู่คนเดียวด้วยความกลัวและตกใจ

ข้างฝ่ายพันทิญาที่หวังจะหว่านเสน่ห์จับแสงฉายให้จงได้ วันนี้เธอเทียวมาที่บ้านเขาอีกครั้ง ดวงใจต้อนรับอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะเชิญเธอไปที่ห้องรับแขก พันทิญาได้พูดคุยกับแสงฉายตามลำพัง เธอทำทีร้อนใจเรื่องแพรไหมหายไปข้ามคืนยังไม่กลับบ้าน มือถือก็ติดต่อไม่ได้ กลัวเหลือเกินว่าน้องจะคิดสั้นหนีไปกับชายอื่นเพราะไม่อยากแต่งงานกับเจ้า...พูดไปแล้วเธอแสร้งเอามือปิดปาก ขอโทษที่เผลอพูดให้เขาไม่สบายใจ

“เท่าที่ผมรู้...คุณแพรไม่ได้สนิทกับใครเป็นพิเศษไม่ใช่เหรอ”

“ถ้าจะมีก็คงเป็นคุณภูผา บอดี้การ์ดของเจ้าน่ะค่ะ พันเห็นเขาไปด้วยกันบ่อยๆ เจ้าไม่ลองให้คนไปตามที่บ้านคุณภูผาล่ะคะ เผื่อว่ายัยแพรจะหลบไปอยู่ที่นั่น”

“ถ้าเขาจะไปด้วยกัน เขาคงไม่ไปที่บ้านหรอก”

“นั่นน่ะสิคะ พันก็ลืมคิดไป ต๊าย...งั้นก็หมายความว่าเขาพายัยแพรไปที่อื่น โธ่...ยัยแพร ทำไมถึงได้ทำอย่างนี้นะ จะทำอะไรช่างไม่คิดถึงใจเจ้าบ้างเลย”

“คุณแพรคงดูแลตัวเองได้”

คำพูดสั้นๆนั้นทำให้พันทิญาไม่พอใจอย่างมากถึงกับสบประมาทเขาว่า “ยัยแพรทำกับเจ้าขนาดนี้เจ้ายังไม่เลิกล้มความคิดที่จะแต่งงาน พันชักจะสงสัยแล้วสิคะว่าเจ้ารักยัยแพรจริงๆ หรือไม่มีปัญญาหาผู้หญิงอื่นกันแน่”

“มันเรื่องส่วนตัวของผม กลับไปซะก่อนที่ผมจะจับคุณโยนออกไป”

พันทิญาหาได้สะทกสะท้าน กลับยิ่งยั่วหนักกว่าเดิม “ที่เจ้าโมโหเพราะเจ้าก็คิดเหมือนกันล่ะสิ ยัยแพรไปกับบอดี้การ์ดของเจ้าสองต่อสอง ผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ด้วยกันทั้งคืน เจ้าเชื่อเหรอคะว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือเจ้าไม่ใช่ผู้ชาย พันจะได้รู้เอาไว้ว่าเจ้าไม่มีน้ำยา แค่เอาชนะใจผู้หญิงคนเดียวก็ยังทำไม่ได้”

ได้ผล! แสงฉายโกรธจัดกระชากพันทิญาเข้ามาจูบอย่างรุนแรง

ooooooo

ปรางแก้วยังเป็นกังวลกลัวภูผาจะหายไปกับแพรไหมจริงอย่างที่พันทิญาพูด วันนี้เธอแวะมาหาบุญศรีและพบว่าเกิดเหตุร้ายขึ้นที่บ้าน จึงรีบโทร.ตามพี่ชาย เมื่อทวีปมาถึงก็เป็นเดือดเป็นแค้นที่แม่ของเพื่อนรักถูกทำร้าย แล้วรีบร้อนออกไปที่บ้านแสงมณี เพื่อถามหาภูผาที่หายตัวไป

แสงมณีรับฟังเรื่องราวด้วยความตกใจ แต่แสร้งทำเป็นนิ่งเพื่อไม่ให้เป็นพิรุธ

“เมื่อเช้ามีคนบุกเข้าไปทำลายข้าวของและทำร้ายแม่ของภูผาที่บ้าน และขู่ว่าอย่ายุ่งกับคุณแพรไหม ผมเป็นเพื่อนกันนายภู ผมรู้ดีว่ามันไม่เคยมีศัตรูที่ไหน แล้วคนที่จะไม่พอใจถ้าหากนายภูไปยุ่งกับคุณแพรไหมก็มีแต่พี่ชายคุณ”

“อย่ามาปรักปรำพี่ชายฉันนะ พี่ชายฉันจะไปทำอย่างงั้นเพื่ออะไร”

“หึงจนหน้ามืดยังไงล่ะ”

“หยาบคายเกินไปแล้วนะ คนอย่างพี่ชายคงไม่ทำเรื่องบ้าๆอย่างงั้นหรอก”

“คุณแน่ใจเหรอว่ารู้จักพี่ชายคุณดีพอ บางทีพี่ชายคุณอาจจะทำอะไรอีกหลายอย่างที่คุณไม่รู้ แต่ก็ไม่แน่... บางทีคุณอาจจะสมรู้ร่วมคิดก็ได้ เป็นพี่น้องกันนี่”

แสงมณีโมโหจะตบหน้าเขา แต่แล้วหมดโอกาสถูกเขาคว้าตัวกระชากเข้ามาปะทะอก แถมพูดให้เธอเจ็บใจว่า “อย่าคิดนะว่าผมจะจูบ”

“หยาบคาย!”

“ผมจะหยาบคายยิ่งกว่านี้อีก ถ้าคุณไม่หาทางเตือนพี่ชายของคุณ ว่าอย่าใช้วิธีสกปรกกับเพื่อนผม ไม่อย่างงั้นเจอกันแน่”

ทวีปผลุนผลันกลับไป แสงมณีมองตามอย่างไม่พอใจ แต่ก็หนักใจเพราะทราบดีว่าพี่ชายของตนก็ร้ายไม่เบา...

ooooooo

ส่วนที่บ้านริมทะเล บางเวลาภูผาก็พูดดีกับแพรไหม แต่เมื่อใดที่เขาคิดว่าเธอคือต้นเหตุการตายของพี่ชายก็จะแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวใส่เธอไม่ไว้หน้า ทำให้แพรไหมร่ำไห้เสียใจจนแทบจะกินน้ำตาแทนข้าว

หลังจากพูดจากระแทกแดกดันแพรไหมจนสาแก่ใจแล้ว ภูผานึกถึงแม่ที่บ้าน เกรงว่าท่านจะเป็นห่วงจึงส่งข้อความไปบอกทวีปว่าตนมีธุระด่วน ฝากดูแลแม่ด้วย

ด้านพันทิญาที่ออกจากบ้านไปแต่เช้า กลับมาอีกทีก็เย็นย่ำ แถมหน้าตาก็ดูสดชื่นมีความสุขจนวนิดาอดทักไม่ได้ว่า “หน้าระรื่นมาเชียว”

“ใช่สิคะ สิ่งที่พันต้องการใกล้เป็นความจริงแล้วนี่คะคุณน้า”

“หมายความว่าเจ้าแสงฉายหันมาสนใจพันของน้าแล้ว”

“ไม่ใช่แค่สนใจนะคะ เขากำลังหลงเสน่ห์พันเอา มากๆ นี่แค่เบาๆนะคะ ถ้าพันพลิกแพลงบทเรียนให้

แอดวานซ์กว่านี้ รับรองว่าเจ้าจะต้องหลงพันจนโงหัวไม่ขึ้นแน่ๆ”

“ต๊าย...อย่าบอกนะว่าพันเป็นของเจ้าแสงฉายแล้ว” วนิดาตกใจและกลายเป็นกังวลที่หลานรักกล้าเอาตัวเข้าแลก ทักท้วงว่าทำอย่างนั้นจะดีหรือ?

“เหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนนะคะน้าดา ถ้าพันไม่งัดไม้ตายออกมาทำให้เจ้าสนใจ พันจะแย่งเจ้าแสงฉายมาจากยัยแพรได้เหรอคะ”

น้อยแอบฟังอยู่แต่แรก อุทานออกมาด้วยความตกใจเลยโดนพันทิญาหันขวับไปด่าว่าเสียมารยาท น้อยจึงสัญญาว่าจะไม่พูดเรื่องนี้ให้ใครฟัง แต่พอน้อยเดินออกไปหน้าบ้านเจอพิพัฒน์ขับรถมาจอด น้อยเกือบพลั้งปากถ้าพันทิญาไม่ออกมาตวาดเสียก่อน

พิพัฒน์ติดต่อพันทิญาไม่ได้ตั้งแต่เมื่อวาน โทร.หาแต่เธอไม่รับสาย เลยเป็นห่วงว่าเป็นอะไรหรือเปล่า... แทนที่พันทิญาจะเป็นปลื้มที่เขาห่วงใย เธอกลับแสดงความไม่พอใจออกมา

“พันจะไปไหนมาไหนมันก็เป็นเรื่องของพัน อย่าลืมสิคะว่าเรายังไม่ได้เป็นอะไรกัน”

“คุณไม่พอใจอะไรผมหรือเปล่า”

“พันเหนื่อยน่ะค่ะ กลับไปก่อนนะคะ พันอยากจะพักผ่อน ถ้าพันอยากเจอคุณพัฒน์เมื่อไหร่ พันจะโทร.ไปหาเองค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”

พันทิญาตัดบทแล้วเดินเข้าบ้านอย่างไม่แยแส ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนอึ้ง ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอถึงดูเย็นชานัก

ooooooo

ตอนที่ 9

งานศพชัยจัดขึ้นอย่างเรียบง่าย มีญาติสนิทมาแสดงความเสียใจกับบุญศรีและภูผาไม่มากนัก แพรไหมก็มาแต่ถูกภูผาตราหน้าว่าเธอคือฆาตกรเลือดเย็น  แถมเขายังจะไล่เธอออกจากงานถ้าบุญศรีไม่เข้ามาห้ามไว้

“ใจเย็นๆนะลูก หนูแพรไม่ได้ฆ่าชัยนะ”

“ถ้าเขาไม่ใช้เสน่ห์เล่ห์กลหลอกให้พี่ชัยหลงรัก พี่ชัยก็คงไม่ทำร้ายตัวเองจนตายหรอก...ไม่ได้ฆ่าก็เหมือนฆ่านั่นแหละ”

ภูผาเลี่ยงไปอย่างหัวเสีย แพรไหมไหว้บุญศรีก่อนเดินเข้าไปจุดธูปหน้าโลงศพขอโทษชัยแทนพันทิญา แล้วกลับมานั่งเพื่อฟังพระสวด สักครู่ปรางแก้วเข้ามาคุยกับเธอด้วยความเห็นใจ ไม่ได้คิดว่าเธอทำให้ชัยตายแต่ตนเชื่อในเรื่องกรรม คิดว่าพี่ชัยคงทำบุญมาแค่นี้

“ขอบคุณมากนะคะคุณปรางแก้ว คุณทำให้แพรรู้สึกดีขึ้นจริงๆ อย่างน้อยก็ยังมีคนเข้าใจบ้าง ดีกว่าถูกมองอย่างรังเกียจเหมือนแพรเป็นฆาตกร”

“พี่ภูผาคงเสียใจมาก เขามีพี่ชายคนเดียว แล้วก็รักกันมากด้วยค่ะ”

แพรไหมมองไปที่ภูผาด้วยความเข้าใจและเห็นใจ ส่วนทวีปที่อยู่กับภูผาก็ปลอบใจเขาว่าแพรไหมคงไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันเลวร้ายแบบนี้ และบางทีพี่ชัยอาจจะรักเขาข้างเดียวก็ได้

“แต่ถ้าเขาไม่ให้ความหวัง พี่ชัยก็คงไม่รักเขามากจนยอมทำร้ายตัวเองเพื่อประชดเขา”

“เออ ฉันเข้าใจ แต่แกก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไปทำร้ายเขา ในทางกฎหมายเขาไม่ได้ฆ่าพี่ชัยนะ”

“ใช่...กฎหมายเอาผิดเขาไม่ได้ แต่พี่ชัยตายเพราะเขา เขาต้องรับผิดชอบ” ภูผาสีหน้าโกรธแค้น ทวีปหนักใจแทนเพื่อน มองเห็นความยุ่งยากรออยู่ข้างหน้า...

เช่นเดียวกับพันทิญาที่เมื่อรู้ว่าแพรไหมไปงานศพชัย เธอกลัวเรื่องจะโยงมาถึงตัวถ้าแพรไหมเผลอพูดความจริงขึ้นมาว่าที่แท้คนที่คบกับชัยคือเธอ แต่วนิดาปลอบหลานรักว่าไม่ต้องกลัว พันไม่ได้ฆ่ามัน ขอให้จำไว้ว่ามันฆ่าตัวตายเอง

ไม่ทันที่แพรไหมจะกลับจากงานศพ พันทิญาก็หน้าระรื่นออกไปเที่ยวกับพิพัฒน์ โดยได้รับการสนับสนุน จากวนิดาอีกเหมือนเคย ส่วนศุภลักษณ์ ถึงแม้จะไม่ขัดขวาง แต่เธอก็เตือนผ่านวนิดาว่า ถ้าเห็นพิพัฒน์ดีจริง พันทิญาก็ควรจะจริงจัง เลิกทำตัวเป็นแม่พวงมาลัยลอยไปลอยมาสักที เพราะผู้หญิงเจ้าชู้ไม่มีใครเขาว่าดีนักหรอก

วนิดาไม่พอใจเถียงแทนหลานสาวว่า “ใครจะดีเลิศประเสริฐศรีเหมือนยัยแพรลูกสาวคุณพี่ล่ะคะ”

“พี่ก็ไม่เคยคิดว่ายัยพันเป็นคนอื่น แต่ที่ต้องพูดเพราะพี่รู้จักยัยพันดีน่ะสิ” ศุภลักษณ์พูดจบก็ผละไป วนิดามองตามอย่างแค้นเคือง...

ส่วนที่วัด แขกกลับกันหมดแล้ว ทวีปอาสาไปส่งบุญศรีที่บ้านโดยมีปรางแก้วตามมานอนเป็นเพื่อนด้วย เพราะภูผาขออยู่เป็นเพื่อนศพที่วัด ส่วนแพรไหมกลับไปถึงบ้านด้วยความไม่สบายใจ แล้วบังเอิญเห็นพิพัฒน์มาส่งพันทิญาและแสดงความรักกันหวานแหวว โดยฝ่ายชายมอบสร้อยคอให้ฝ่ายหญิงแล้วได้รางวัลตอบแทนเป็นการหอมแก้มหนึ่งฟอด นั่นยิ่งทำให้แพรไหมรู้สึกสลดหดหู่ถึงกับตำหนิพี่สาวหลังจากฝ่ายชายกลับไปแล้ว

“คนตายทั้งคน...พี่พันยังมีแก่ใจไปเที่ยวกับคนอื่น”

“ช่วยไม่ได้มันอยากโง่เอง...หลีกไป พี่ง่วง”

“พี่พันคะ พี่พันไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอคะ คุณชัยตายเพราะพี่พันนะคะ”

“ฉันไม่ได้ทำอะไรมันนะ มันฆ่าตัวตายเอง แล้วแกจะให้ฉันไปรับผิดชอบอะไรมัน”

“แต่พี่พันคงปฏิเสธไม่ได้ว่าพี่พันทำให้เขารัก... เหมือนที่พี่พันทำให้คุณพิพัฒน์หลงรัก แต่คุณชัยโชคร้ายที่เขาอ่อนแอเกินกว่าจะทนรับความผิดหวังได้ พี่พันจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นไม่ได้นะคะ พี่ก็รู้อยู่แก่ใจว่าทำอะไรกับเขาไว้”

“แกเป็นน้องไม่มีสิทธิ์มาสอนฉัน”

“แล้วพี่พันมีสิทธิ์เอาชื่อแพรไปหลอกเขาเหรอคะ พอเขาตายพี่พันจะผลักภาระมาให้แพรรับผิดชอบ มันถูกแล้วเหรอ” แพรไหมระบายด้วยความคับแค้นใจ เพราะเธอต้องแบกรับความแค้นของภูผา แต่พันทิญาไม่สนแถมจ้องน้องสาวอย่างไม่พอใจ ก่อนจะสะบัดหน้าเดินเลี่ยงเข้าบ้านไป ทิ้งแพรไหมยืนน้ำตาคลอ จะทำอย่างไรดีกับสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ooooooo

แสงมณีแสดงน้ำใจต่อภูผาที่เคยช่วยชีวิตตนไว้ด้วยการชวนแสงฉายมางานศพชัยในคืนนี้ ซึ่งการมาของสองพี่น้องแน่นอนว่าต้องมีคนตามอารักขาอย่างเข้มงวด ขณะเดียวกัน แพรไหมก็พยายามคะยั้นคะยอขอร้องพันทิญาให้มาร่วมงาน แต่ผลก็คือเธอถูกพี่สาวด่าอีกตามเคย

แพรไหมเดินทางมาคนเดียวแล้วมาเจอพวกแสงฉายที่วัด แสงฉายแสดงความไม่พอใจเนื่องจากระแวงในความสัมพันธ์ของแพรไหมกับภูผา แต่แสงมณีก็คลี่คลายบรรยากาศ ไปได้ก่อนพากันเข้าไปเคารพศพและฟังพระสวด

ขณะจุดสนใจของทุกคนอยู่ที่พระ พวกนักฆ่าจากเชียงทวายที่นำโดยอโณทัยกับเพื่อนอีกสี่คนก็ลอบเข้ามาวางระเบิดใต้ท้องรถแสงฉายหมายเอาชีวิตให้จงได้ แต่ระหว่างทางภูผากับทวีปตามมาช่วย หลังพบพิรุธจากชายสองคนที่ลานจอดรถในวัด

ภูผาช่วยชีวิตทุกคนในรถคันนั้นได้อย่างฉิวเฉียด เพราะเหลือเวลาอีกไม่ถึงห้านาที ระเบิดก็จะทำงาน

แพรไหมซึ่งโดนแสงฉายบังคับให้นั่งรถมาด้วยตกใจมาก และพอรู้ว่าภูผาบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ก็เป็นห่วงรีบเข้าไปดู แต่ภูผากลับด่ากระทบจิตใจจนเธอยืนอึ้ง แทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่

จากนั้นทวีปพาภูผาที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่แขนไปบ้านของตนเพื่อให้ปรางแก้วทำแผล เสร็จแล้วสองพี่น้องก็ช่วยกันเกลี้ยกล่อมภูผาให้เลิกอาฆาตแพรไหมเพราะเธอไม่ได้ตั้งใจทำให้ชัยตาย แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล เพราะถึงแม้ภูผาจะไม่พูดอะไร แต่สีหน้าและแววตาของเขานั้นบ่งบอกว่าโกรธแค้น

ส่วนเรื่องที่เจ้าแสงฉายถูกตามฆ่า ทวีปยังคิดไม่ตกว่าศัตรูของเจ้าคือใคร ขณะที่ภูผามั่นใจว่าเจ้าต้องรู้ ไม่งั้นคงไม่กล้าจ้างพวกเราแพงขนาดนี้

ด้านแพรไหมเมื่อกลับไปถึงบ้านก็รีบเล่าเรื่องเฉียดตายที่เกิดขึ้นให้แม่ฟัง ก่อนจะวิงวอนขอร้องให้แม่ยกเลิกงานแต่งของตนกับเจ้าแสงฉายเพราะตนไม่อยากเสี่ยงอันตรายอีกต่อไป ศุภลักษณ์คิดหนักเพราะรักและห่วงลูก แต่ด้วยเหตุผลบางประการทำให้เธอต้องฝืนใจตอบลูกสาวว่า

“แม่เชื่อว่าเจ้าดูแลลูกได้ เจ้ารักแพรนะลูก เขาคงไม่ปล่อยให้ลูกของแม่เป็นอันตรายหรอก...ที่สำคัญ ทุกอย่างมันเตรียมการไว้หมดแล้ว แม่จะบอกเขาว่ายังไงล่ะลูก”

“แค่แพรไม่ได้รักเขาก็พอแล้วมั้งคะ...คุณแม่ขา... เลิกล้มการแต่งงานเถอะนะคะ ชีวิตแพรทั้งชีวิตนะคะ อย่าให้แพรต้องทนอยู่กับคนที่แพรไม่รักเลย”

แพรไหมอ้อนวอนทั้งน้ำตา ศุภลักษณ์เมินหน้าซ่อนน้ำตาที่กำลังจะไหล แล้วยื่นคำขาดว่าลูกต้องแต่ง!

“แม่คิดดีแล้ว ผู้หญิงสักกี่คนที่จะโชคดีได้รับโอกาสที่ดีที่สุด แต่เจ้าอยากได้ลูกเป็นเจ้าหญิงของเขา”

“ไม่ใช่แค่นั้นใช่ไหมคะคุณแม่ มีเหตุอะไรที่มากกว่านั้นเหรอคะ ทำไมคุณแม่ต้องเกรงใจเขาด้วย”

ศุภลักษณ์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจบอกเหตุผลที่แท้จริง “เขากำลังจะเปิดโรงงานผ้าไหมส่งออกที่เมืองไทย ด้วยเงินลงทุนกว่าพันล้านบาทเชียวนะลูก ถ้าแพรได้แต่งงานกับเขา โรงงานนี้เขาจะยกให้แพร”

“แต่แพรไม่ต้องการ แพรไม่อยากเป็นเจ้าหญิง ไม่อยากเป็นเจ้าของโรงงาน แพรอยากจะเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่สามารถใช้ชีวิตอย่างที่ใจต้องการ”

แพรไหมไม่ต้องการ แต่พันทิญาที่แอบฟังอยู่กับวนิดาต้องการอย่างที่สุด...สองน้าหลานรีบกลับไปคุยกันในห้อง พันทิญาอยากเป็นเจ้าหญิงจนเนื้อเต้น และคิดจะเขี่ยพิพัฒน์ให้เร็วที่สุด โดยวนิดาสนับสนุนเต็มที่ แนะให้หลานรักหาโอกาสหว่านเสน่ห์เจ้าแสงฉาย อย่าปล่อยให้เขาหลุดมือ ที่สำคัญอย่าให้แพรไหมได้ดีกว่าเป็นอันขาด

เพียงวันรุ่งขึ้น พันทิญาก็รุกหนักด้วยการเดินทางไปพบแสงฉายถึงบ้าน และแสดงความเป็นห่วงสอบถามเหตุการณ์เมื่อคืนที่รถโดนวางระเบิด

“พวกมันทำอะไรผมไม่ได้หรอก ฝีมือมันกระจอกเกินไป...ขอบคุณนะครับที่เป็นห่วง”

“พันห่วงเจ้าอยู่แล้วล่ะค่ะ ห่วงมานานแล้วด้วย แต่เจ้าไม่สนใจเอง”

ทั้งคำพูดและสายตาของเธอเปิดเผยความรู้สึกชัดเจน แถมยังพยายามทำให้แสงฉายรู้สึกไม่ดีต่อแพรไหมยิ่งขึ้นด้วยการใส่ไฟว่า

“เมื่อคืนยัยแพรก็ทะเลาะกับคุณแม่อีกแล้ว จะยกเลิกงานแต่งงานให้ได้ ไม่รู้ว่าแอบไปมีใจให้ใคร”

“หมดธุระของคุณแล้วใช่ไหม”

พันทิญาหน้าเจื่อนที่ถูกไล่ แต่ยังพยายามใจเย็นต่อไป “พันกลับก็ได้ค่ะ พันก็แค่ไม่อยากให้เจ้าไว้ใจยัยแพรนัก เจ้าลองคิดดูนะคะว่าทำไมยัยแพรถึงไม่อยากแต่งงานกับเจ้า ทั้งที่เจ้าออกจะหล่อ รวย แล้วก็มีเสน่ห์... บางทียัยแพรอาจจะแอบมีใจให้คนอื่นอยู่ก็ได้นะคะ ไม่อย่างงั้นคงไม่หาทางล้มเลิกงานแต่งงานกับเจ้าหรอกค่ะ”

พล่ามจนจบแล้วหญิงสาวหันหลังจะกลับออกไปแต่แกล้งทำเท้าพลิกเซจะล้ม ซึ่งได้ผลสมใจหวัง เขารีบรับร่างเธอไว้ในอ้อมแขน แต่พอเธอกอดรัดเขาแน่นอย่างยวนยั่ว เขากลับไม่เล่นด้วย ดึงตัวเองออกแล้วบอกว่าจะไปส่งเธอที่รถ

พันทิญาหน้าตึง จำต้องเดินตามเขาไป พลางคิดในใจว่า...ยิ่งยากยิ่งท้าทายให้อยากเอาชนะ

ooooooo

เย็นวันเผาศพชัย บรรยากาศเต็มไปด้วยความเศร้าโศก แพรไหมมาร่วมอาลัยเป็นครั้งสุดท้าย แต่ไม่คิดว่าเธอจะโดนภูผาที่เสียใจอย่างหนักฉุดกระชากลากตัวขึ้นรถแล้วพาออกไปจากวัดโดยไม่มีใครรู้เห็น

ภูผาพาแพรไหมไปยังจุดที่ชัยกระโดดตึก เขาต้องการให้เธอรับผิดชอบชีวิตพี่ชายของเขาด้วยชีวิตของเธอ

“คุณจะทำอะไรฉัน...ปล่อยฉันเถอะ ฉันรู้ว่าคุณเสียใจที่พี่ชายคุณตาย แต่ฉันไม่ได้ฆ่าเขา”

“คุณนั่นแหละทำ บอกมา...คุณพูดอะไรให้เขากระโดดลงไป ไม่อย่างงั้น ผมจะโยนคุณลงไปเอง ให้ตายตกไปตามพี่ชัย พี่ชัยจะได้ไม่ต้องตายอย่างโดดเดี่ยว...เขารักคุณมากนี่ คุณน่าจะไปอยู่กับเขา”

แพรไหมกลัวสุดขีด ระหว่างนี้เองศุภลักษณ์ให้น้อยต่อสายเข้ามือถือแพรไหม แต่เธอหมดโอกาสรับ เพราะภูผาแย่งมันมาเก็บไว้ในกระเป๋าตัวเอง แล้วฉุดกระชากเธอเพื่อจะพาไปริมกำแพง

“คุณภูผา...คุณต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ”

“ใช่ ผมเป็นบ้า คนที่พี่ชายถูกทำร้ายจิตใจจนฆ่าตัวตายคงไม่มีใครทำใจได้หรอก ผมไม่ฆ่าคุณก็บุญแล้ว”

“คุณก็ฆ่าฉันเลยสิ ถ้าฉันตายไปเสียได้ เรื่องทุกอย่างมันจะได้จบ!”

“ชีวิตของผู้หญิงโกหกหลอกลวงอย่างคุณไม่มีค่าเท่ากับชีวิตของพี่ชายผมหรอก ตายไปก็ไม่คุ้ม”

แพรไหมอัดอั้นคับแค้นจนน้ำตานองหน้า หันรีหันขวางเพื่อจะไปให้พ้นเขา ได้จังหวะรถคันหนึ่งผ่านมา เธอทำท่าจะวิ่งไปขอความช่วยเหลือ แต่ภูผารู้ทันกระชากแขนเธอไว้เสียก่อนแล้วลากมายังจุดที่ชัยกระโดดฆ่าตัวตาย บังคับให้บอกมาว่าวันนั้นพูดอะไรกับพี่ชาย ของตน เขาถึงได้กระโดดลงไป พอเธอปฏิเสธว่าไม่รู้ ภูผา ยิ่งโมโห ขึ้นเสียงจนเธอสะดุ้ง

“ไม่รู้ได้ยังไง คุณอยู่กับเขาสองคน แล้วแหวนนี่ล่ะ แหวนที่คุณให้เขาซื้อให้ หรือว่ามันมีราคาน้อยเกินไป คุณถึงเอามาคืนเขาเพื่อไปแต่งงานกับเจ้าแสงฉาย”

“ไม่จริง...ฉันไม่เคยคิดอย่างงั้นเลย ฉันไม่เคยอยากได้ของเขาเลย”

“โกหก! ไม่อยากได้แล้วคุณหลอกให้เขาซื้อให้ทำไม” เขาปาแหวนใส่หน้าเธออย่างฉุนเฉียว แถมกระชากแขนไม่ปรานี จะเอาคำตอบให้ได้ว่าวันนั้นพูดอะไร ถ้าไม่ตอบจะผลักลงไปเดี๋ยวนี้

แพรไหมมองไปเบื้องล่างอย่างหวาดกลัว ขอร้องเขาให้ปล่อย แต่เขากลับระเบิดอารมณ์หนักขึ้นกว่าเดิม

“ตอนนี้กลัว แล้วตอนที่คุณทำร้ายจิตใจเขาล่ะ คุณคิดบ้างไหมว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหน หัวจิตหัวใจคุณทำด้วยอะไร คุณยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า”

ถูกเขาตะคอกและเขย่าร่างอย่างแรง หญิงสาวทั้งตกใจทั้งหวาดกลัวจนเป็นลม ภูผารีบอุ้มเธอกลับไปขึ้นรถโดยไม่ลืมหยิบแหวนที่พื้นมาด้วย

ฟากศุภลักษณ์ที่ร้อนใจเป็นห่วงแพรไหม นานเข้าทนอยู่เฉยไม่ได้จึงส่งข่าวไปยังเจ้าแสงฉาย ไม่นานนักเขาก็มาถึง และส่งคนออกตามหาแพรไหมอย่างเร่งด่วน เพราะหวั่นใจว่าจะเกี่ยวกับภูผาที่พักหลังมานี้แพรไหมไปงานศพพี่ชายเขาทุกวัน

ขณะที่แสงฉายกำลังหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่ที่บ้านศุภลักษณ์ ภูผาได้พาแพรไหมซึ่งหมดสติเข้าไปในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่ง เมื่อเธอรู้สึกตัวก็ลนลานจะหนี จึงเกิดการยื้อยุดกันไปมา เป็นเหตุให้ภูผายิ่งโมโหกระชากเธอมาจูบหนักหน่วงแล้วผลักไปบนเตียง

“ที่จูบไม่ได้พิศวาสหรอกนะ ผู้หญิงอย่างคุณไม่ได้มีค่าขนาดนั้น”

“ถ้าคุณรังเกียจฉันนักก็ปล่อยฉันไปสิ เอาตัวฉันไว้ทำไม ฉันอยากกลับบ้าน ปล่อยฉันไปเถอะนะ อย่าทำกับฉันอย่างนี้เลย ฉันยอมชดใช้ให้คุณทุกอย่าง ถ้ามันจะช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น”

“ชดใช้เหรอ เงินเท่าไหร่มันถึงจะช่วยทำให้พี่ชายผมฟื้นขึ้นมาได้”

“แล้วคุณต้องการอะไร”

“ชีวิตต้องแลกด้วยชีวิต” ว่าแล้วเขาพุ่งเข้าหามัดมือและเท้าเธอด้วยผ้าเช็ดตัว แพรไหมทั้งดิ้นรนทั้งวิงวอนแต่เขาตะคอกให้หยุดพูด ไม่เช่นนั้นจะมัดปากเสียด้วยเลย

แพรไหมทั้งกลัวทั้งคับแค้นใจจนน้ำตาไหลพราก เธอจะบอกเขาได้อย่างไรว่าไม่ได้ทำให้พี่ชายของเขาตาย...เวลาเดียวกัน แสงฉายทนรอต่อไปไม่ไหว เขาจะออกจากบ้านศุภลักษณ์พร้อมธนาและลูกน้องสามคน พันทิญาฉวยโอกาสนี้ขอติดรถไปด้วย อ้างว่าตนอยากตามหาน้องสาวแต่พอดีรถของตนเสีย

“แล้วคุณรู้เหรอว่าคุณแพรอยู่ที่ไหน”

“แค่สงสัยน่ะค่ะ เพราะช่วงนี้พันเห็นยัยแพรสนิทสนมกับบอดี้การ์ดของเจ้าเป็นพิเศษ บางทียัยแพรอาจจะไปอยู่ที่บ้านคุณภูผาก็ได้”

แสงฉายนิ่งคิดก่อนตัดสินใจให้เธอไปด้วย แล้วสั่งธนา ให้สืบหาบ้านช่องภูผาโดยเร็ว ฝ่ายพันทิญาพอขึ้นรถได้ก็เอาแต่พูดจายั่วยุให้แสงฉายระแวงแพรไหม โดยเฉพาะเรื่องที่แพรไหมอาจจะชอบภูผาขึ้นมาแล้วก็ได้

เมื่อธนาพาไปถึงบ้านภูผา ปรากฏว่าปรางแก้วออกมารับหน้า พันทิญาจึงให้แสงฉายรออยู่ในรถ เธอขอจัดการเรื่องนี้เอง

“ฉันเป็นพี่สาวของแพรไหม คุณภูผาอยู่ไหม”

“น้องคุณหายไป แล้วพี่ภูเกี่ยวอะไรด้วยคะ”

“ก็เขาอยู่ไหมล่ะ” พันทิญาขึ้นเสียง

“ยังไม่กลับค่ะ”

“ก็แค่นั้นแหละ อ้อ...เธอคงเป็นแฟนเขาล่ะสิ”

ปรางแก้วชักสีหน้าไม่พอใจและย้อนว่า “คงไม่เกี่ยวกับธุระของคุณมั้งคะ”

“คงไม่เกี่ยวหรอก ถ้าน้องสาวฉันไม่หายตัวไป เราก็เลยมาถามดู เห็นคุณภูผากับยัยแพรสนิทสนมกัน ฉันก็เลยกลัวว่าเขาจะหายไปด้วยกัน”

ปรางแก้วฟังแล้วอึ้งไปด้วยความหวั่นใจ...หรือว่าพวกเขาจะไปด้วยกันจริงๆ

ooooooo

ตอนแรกตั้งใจจะค้างคืน แต่ด้วยความสงสารเพราะลึกๆแล้วก็รู้สึกดีกับเธอไม่น้อย ภูผาจึงเปลี่ยนใจพาแพรไหมออกจากโรงแรมเพื่อไปส่งที่บ้าน แต่ระหว่างทางไม่วายมีปากเสียงกันอีก เพราะภูผาเอาความเจ็บ แค้นแทนพี่ชายมาลงที่เธอทั้งหมด

ด้านคณะของแสงฉายที่ผิดหวังไม่เจอภูผา พอเขากลับมาส่งพันทิญาที่บ้าน ปรากฏว่ารถภูผาแล่นมาจอดไล่เลี่ยกัน แสงฉายสีหน้าโกรธจัด ขณะที่พันทิญาลอบยิ้มสะใจ แล้วกรีดเสียงสูงใส่ทั้งคู่ที่ลงรถมาด้วยกัน

“ต๊าย...นึกว่าหายไปไหน ที่แท้ก็ไปกับบอดี้การ์ดของเจ้านี่เอง...ไปไหนกันมาล่ะ ตั้งดึกดื่นค่อนคืน”

“ไม่ใช่อย่างที่คุณคิดก็แล้วกันครับ” ภูผาสวนทันควัน

“จะไปรู้เหรอ ก็ผู้หญิงกับผู้ชายไปกันสองต่อสอง”

ภูผาทำท่าจะตอบโต้อีก แต่แพรไหมชิงอธิบายว่า พอดีตนไปช่วยภูผาจัดการเรื่องงานศพพี่ชาย กว่าจะเสร็จก็เลยดึกไปหน่อย

“อ้อ พี่ก็ลืมไปว่าแพรกับคุณภูผาสนิทสนมกัน เพราะเคยช่วยเหลือกันมา”

แสงฉายข่มความโกรธเดินมาเอ่ยกับแพรไหม อย่างอ่อนโยน “ที่จริงคุณน่าจะบอกผมก่อน ผมจะได้ ส่งคนไปรับไปส่ง จะได้ไม่ลำบาก”

“อย่าเลยค่ะ เรายังไม่ได้แต่งงานกัน ฉันยังอยากจะมีอิสระที่จะไปไหนมาไหนได้บ้าง ถ้าอยากควบคุมฉันล่ะก็ รอให้แต่งงานกันก่อนเถอะค่ะ”

พูดจบ แพรไหมผละเข้าบ้านทันที แสงฉายหน้าตึงไม่พอใจ พันทิญาเห็นดังนั้นก็ใส่ไฟแพรไหมต่อทันที

“ดูยัยแพรสิคะ เจ้าอุตส่าห์ตามหาด้วยความเป็นห่วง จะขอบคุณสักคำก็ไม่มี แย่จริงๆ พันต้องขอโทษแทนน้องด้วยนะคะเจ้า”

“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณคุณพันที่ช่วยผมตามหาคุณแพร”

“พันต้องช่วยเจ้าอยู่แล้วล่ะค่ะ เจ้าจะขึ้นไปดื่มอะไรร้อนๆก่อนไหมคะ”

“อย่าเลยครับ ดึกแล้ว ผมขอกลับไปพักผ่อนดีกว่า”

พันทิญายิ้มหวาน โบกมือลาเขาแล้วหันไปยิ้มเยาะภูผาก่อนเดินเข้าบ้าน...ไม่ทันที่ภูผาจะกลับไปขึ้นรถ แสงฉายก็ออกคำสั่งด้วยความไม่พอใจ

“คุณควรจะรู้นะว่าคุณแพรเป็นว่าที่เจ้าสาวของผม ต่อไปผมขอสั่งเด็ดขาด...ห้ามยุ่งกับคุณแพร”

“คำสั่งของเจ้าอยู่นอกเหนือจากเงื่อนไขเรื่องงาน ผมคงรับปากไม่ได้หรอกครับ” ภูผาตอบกลับอย่างไม่เกรง แล้วขึ้นรถออกไป ธนาเจ็บใจแทนนายจะตามไปจัดการ แต่แสงฉายรีบเบรกไว้

“ปล่อยให้มันอวดดีไปก่อน เรายังใช้ประโยชน์มันได้”

“แต่เจ้าเป็นนายจ้างของมันนะครับ ถ้าปล่อยให้มัน ลามปามได้ อีกหน่อยมันก็จะหมดความเกรงใจเจ้านะครับ”

คำทักท้วงของลูกน้องคนสนิททำให้แสงฉายคิดหนักอยู่เหมือนกัน...

ดึกแล้วแทนที่จะได้พักผ่อน แพรไหมยังต้องเผชิญหน้า กับพันทิญาที่รุกล้ำเข้ามาในห้องนอน เมื่อถูกพี่สาวพูดจาให้ร้าย ที่หายไปกับภูผานานสองนาน แพรไหมจึงย้อนอย่างเจ็บช้ำว่า

“ถ้าพี่พันไม่เอาชื่อแพรไปใช้  แพรก็ไม่ต้องมา

รับผิดชอบหรอกค่ะ”

“พี่ไม่ได้บอกให้แกไปยุ่งกับเขานะ เป็นคนดีไม่เข้าเรื่อง ญาติโกโหติกาก็ไม่ใช่ แต่ไปงานศพเขาทุกวัน ชาวบ้านเขาก็สงสัยเอาน่ะสิ”

“แพรคงวางเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอย่างพี่พันไม่ได้หรอกค่ะ ถึงจะช่วยให้พี่ชายเขาฟื้นขึ้นมาไม่ได้ ก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลยอย่างพี่พัน”

“ตามสบายเถอะ แล้วอย่าเผลอไปบอกอะไรเขาก็แล้วกัน พี่ไม่อยากยุ่งด้วย”

“พี่พันไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ยังไงแพรก็ต้องรักษาคำพูดจนถึงที่สุด”

“ก็ดี พี่จะได้ไม่ต้องเดือดร้อนไปด้วย” ตัดบทอย่างเห็นแก่ตัวแล้วพันทิญาเชิดหน้าออกไปทันที

แพรไหมทั้งกลุ้มทั้งเครียด แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากทรุดลงร้องไห้ด้วยความคับแค้นใจ

ooooooo

ตอนที่ 8

แพรไหมออกจากบ้านแต่เช้าตรู่มุ่งหน้าไปเยี่ยมชัย แต่วนิดากับพันทิญาช่วยกันหลอกศุภลักษณ์ว่าแพรไหมมีนัดสัมภาษณ์คนที่มาสมัครงานฝ่ายออกแบบลายผ้า

ขณะไปถึงหนทางสะดวก แพรไหมเข้าเยี่ยมชัยและพูดให้กำลังใจแม้เขาจะยังไม่รู้สึกตัวก็ตาม แต่แล้วตอนกลับออกมาไม่นึกว่าจะเจอพวกภูผาตรงหน้าลิฟต์ แพรไหมรู้สึกผิดแทบไม่กล้ามองหน้าพวกเขา ส่วนภูผาที่กรุ่นโกรธอยู่แล้วรีบบอกให้ปรางแก้วพาแม่ของตนขึ้นไปก่อน เพราะตนมีเรื่องจะคุยกับแพรไหม บุญศรีรู้แกวกลัวลูกชายเล่นงานแพรไหมจึงจะขออยู่คุยด้วย แต่ภูผาไม่ยอม

ตอนที่ 7

ที่แผนกเครื่องเขียนภายในห้างฯ แสงมณีเลือกซื้ออุปกรณ์วาดรูปโดยมีภูผากับทวีปคอยอารักขาตามหน้าที่ แสงมณีหันมาถามภูผาว่าชอบวาดรูปหรือเปล่า ชายหนุ่ม ตอบปฏิเสธอย่างสุภาพว่าตนไม่มีหัวทางศิลปะ

“ศิลปะอยู่ที่การฝึกฝนค่ะ ถ้าคุณอยากวาดก็บอกนะคะ ฉันพอจะแนะนำได้”

ตอนที่ 6

เช้าวันนี้ ชัยหน้าตาสดชื่นไม่มีไข้แล้ว แม่กับน้องชายต่างพากันดีใจและคิดว่าเร็วๆนี้หมอคงอนุญาตให้กลับบ้านได้...ภูผาอยู่คุยกับพี่ชายและแม่พักหนึ่งก่อนขอตัวไปเคลียร์งาน ขณะเดินออกมาที่รถเขาอดโทร.ไปกระตุ้นเตือนแพรไหมอีกไม่ได้ กำชับว่าวันนี้เธอต้องมาหาพี่ชัย แต่ถ้าไม่มาเขาจะไปอุ้มเธอมาเอง

แพรไหมต้องไปแน่ๆอยู่แล้วเพราะเธอนัดกับพันทิญาไว้ดิบดี ขณะนั้นเองพันทิญายังไม่แต่งตัว เธอนำกำไลเพชรที่ได้ฟรีจากพิพัฒน์มาให้วนิดาถึงห้องนอน

“ว่าที่หลานเขยคนนี้สปอร์ตจริงๆ อย่างนี้ไม่รักไม่ได้แล้ว” วนิดายิ้มหน้าบานด้วยความดีใจ

“วันนี้คุณน้าโทร.ขอบคุณเขาหน่อยนะคะ คุณพัฒน์จะได้ไม่รู้ว่าพันโกหกว่าเป็นวันเกิดคุณน้าเพราะหวังของฟรีจากเขา”

“จ้ะ ขอบใจมากนะที่นึกถึงน้า” วนิดาดึงหลานรักมากอดอย่างรักใคร่...

หลังจากนั้นไม่นาน สองน้าหลานลงมาเจอแพรไหมที่เตรียมตัวออกจากบ้านพร้อมแสงฉายกับแสงมณีที่มารอรับ แพรไหมอยู่ในชุดสวยงามมาก ขนาดแสงมณียังเอ่ยปากชม ขณะที่แสงฉายก็ยิ้มปลื้มและไม่ลืมเตือนแพรไหมให้หิ้วกระเป๋าใบที่ตนเพิ่งซื้อให้ แต่แพรไหมไม่สนใจ ศุภลักษณ์เกรงใจและกลัวแสงฉายเสียน้ำใจจึงให้สาวใช้ขึ้นไปหยิบมา พอพันทิญาเห็นกระเป๋าใบนี้ก็หูตาพอง เพราะเป็นใบที่ตนอยากได้อยู่เหมือนกัน วนิดาจึงแนะให้พันทิญาอ้อนพิพัฒน์เผื่อเขาจะหาซื้อมาให้บ้าง

เมื่อเดินทางไปถึงจุดนัดหมายซึ่งเป็นร้านอาหารหรูหรา คนอื่นๆเข้าไปข้างในกันหมดแล้ว แต่แพรไหมเดินมาทางห้องน้ำแล้วเผอิญเจอภูผาที่เพิ่งมาถึง ภูผาไม่นึกว่าแพรไหมจะมาด้วยเพราะงานนี้ไม่เกี่ยวกับเธอเลย จึง แขวะเธอไปหลายคำก่อนที่เธอจะแทรกขึ้นด้วยความรำคาญ

“ฉันมีเรื่องจะตกลงกับคุณ”

“ว่ามา”

“ทานข้าวเสร็จ...ฉันจะเอาแหวนไปคืนแล้วกราบเท้าขอโทษคุณชัย แต่มีข้อแม้ว่าระหว่างทานข้าวคุณห้ามพูดเรื่องคุณชัยให้เจ้าฟัง”

“นึกว่าอะไร ที่แท้ก็กลัวความลับแตก ผมจะยอมเชื่อแล้วทำตามข้อแม้คุณสักครั้ง แต่ถ้าทานข้าวเสร็จแล้วคุณไม่ไปหาพี่ชัย ผมจะบุกไปที่บ้านเจ้าแสงฉายแล้วบอกความจริงกับเจ้าให้หมดเลย”

แพรไหมเซ็งสุดๆ เดินตามเขาเข้าไปในห้องอาหาร แสงฉายเห็นสองคนเดินตามกันมาก็ชะงักไปนิด จากนั้นเขาจับตามองทั้งคู่ด้วยความระแวง และบ่อยครั้งที่เขาเอาใจแพรไหมด้วยการตักอาหารให้แถมเรียกเธอว่าที่รัก นี่เองทำให้ภูผายิ่งหมั่นไส้แพรไหมมากขึ้น แต่สำหรับแสงมณีกลับแอบมองภูผาอย่างพึงพอใจ

กินกันไปครู่หนึ่ง แสงฉายเริ่มเข้าประเด็นว่าตนต้องการจ้างภูผาเป็นองครักษ์คอยดูแลแสงมณี เวลางานคือตอนแสงมณีออกนอกบ้าน

“ขอบคุณนะครับที่ไว้ใจผม แต่ผมคงรับงานที่ทำคนเดียวไม่ได้ เพราะผมมีบริษัทมีลูกน้องต้องดูแล”

“ผมยินดีจ่ายในราคาเท่ากับจ้างคนทั้งบริษัทคุณ”

“ทำงานคนเดียวแต่คิดราคาคนทั้งบริษัท ผมทำไม่ได้หรอกครับ เอาเปรียบเจ้าเกินไป”

แพรไหมกับแสงมณีมองภูผาอย่างชื่นชม แต่แสงฉายหมั่นไส้ แล้วเรียกแพรไหมว่าที่รัก อยากให้เธอช่วยพูดกับภูผาให้หน่อยในฐานะเพื่อนกัน แพรไหมอึดอัดแต่จำต้องพูดเพราะเห็นแก่แสงมณี

“คุณภูผาคะ เจ้าแสงมณีอยากได้คนมีฝีมืออย่างคุณมาดูแลจริงๆ รับงานนี้เถอะนะคะ”

“ไม่” ภูผาเสียงแข็ง แต่พอแสงมณีขอร้องด้วยตัวเอง เขากลับตกปากรับคำเธอทันที

“ฉันให้คุณรับงานของบริษัทคุณได้ตามปกติ และต้องหาคนที่ฝีมือเท่าคุณมาดูแลฉันในวันที่งานชนกัน ฉันมีเงื่อนไขข้อเดียว รับงานนี้เถอะนะคะ ฉันขอร้อง”

“ตกลงครับ”

หลังอาหารมือนั้น แพรไหมถามภูผาว่าจะไปไหนต่อหรือเปล่า หรือว่าจะกลับออฟฟิศเลย

“ถามอย่างนี้มีธุระอะไรกับผมหรือเปล่าครับ”

“ไม่มีค่ะ ไม่มี”

“แล้วจะอยากรู้ไปทำไมว่าผมจะไปไหน”

“อ๋อ...ถ้าคุณเข้าออฟฟิศจะได้ให้เจ้าตามไปเซ็นสัญญาว่าจ้างกับคุณไงคะ เดี๋ยวจะลืมเพราะพรุ่งนี้ต้องเริ่มงานแล้ว”

“คุณแพรนี่รอบคอบสมกับเป็นว่าที่ราชินีของเชียง– ทวาย...เดี๋ยวผมตามไปที่ออฟฟิศคุณเลยจะได้เซ็นสัญญากัน”

“ได้ครับ” ภูผาตอบรับ

“แต่ฉันไปกับเจ้าไม่ได้นะคะ พอดีต้องไปทำธุระให้คุณน้าน่ะค่ะ”

“งั้นเดี๋ยวผมแวะส่งคุณที่ร้านแล้วค่อยไปออฟฟิศคุณภูผา”

“ขอบคุณค่ะ ฉันขอตัวเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ”

“หาเรื่องแยกกับเจ้า คงจะไปหาพี่ชัยจริงๆ” ภูผาพึมพำขณะมองตามแพรไหมที่เดินออกไป

ooooooo

พันทิญาอยู่บ้านกับวนิดา เธอเริ่มหงุดหงิดที่ต้องรอแพรไหมติดต่อมาเพื่อจะไปเยี่ยมชัยตามแผนที่วางไว้

“กินกันเกือบสองชั่วโมงแล้วยังกินกันไม่เสร็จอีก”

“เขานัดคุยธุระ ไม่ได้ทานข้าวอย่างเดียวก็คงนานหน่อย ใจเย็นๆนะจ๊ะ”

“แต่พันอยากไปคุยกับนายชัยเร็วๆ พันอยากไปหาคุณพัฒน์ จะได้อ้อนคุณพัฒน์ให้ซื้อกระเป๋าให้”

“ดื่มน้ำให้อารมณ์ดีก่อน เวลาไปคุยกับนายชัยจะได้ไม่ต้องหงุดหงิดทะเลาะกับมันให้เป็นเรื่องอีก เชื่อน้านะจ๊ะ”

พันทิญารับน้ำมาดื่ม พลันเสียงมือถือดังขึ้น เธอรีบวางแก้วน้ำแล้วหยิบมือถือมาหน้าจอด้วยความดีใจ เพราะคนโทร.มาคือแพรไหม

“ว่าไงยัยแพร...งั้นแค่นี้นะ”

“ยัยแพรว่าไง” วนิดาซักทันที

“ทุกอย่างเป็นไปตามแผน พวกเราไปโรงพยาบาลได้เลยค่ะ”

สองน้าหลานรีบร้อนออกจากบ้านมุ่งหน้าสู่โรง– พยาบาลที่ชัยรักษาตัว...เมื่อไปถึงวนิดาเข้ามากรุยทางก่อน เธอพบบุญศรีที่เฝ้าชัยที่กำลังหลับอยู่ในห้อง

“สวัสดีค่ะคุณพี่” วนิดาทักทายยกมือไหว้บุญศรีอย่างนอบน้อม

“สวัสดีค่ะ” บุญศรีรับไหว้อย่างงงๆ

“ฉันชื่อวนิดาเป็นน้าของยัยแพร ทราบว่ายัยแพรทำให้ลูกชายคุณพี่เสียใจจนคนในครอบครัวคุณพี่ต้องเดือดร้อนเลยจะมาคุยด้วยน่ะค่ะ”

“เชิญนั่งก่อนจ้ะ”

“คนป่วยหลับอยู่คุยกันในนี้เกรงว่าเสียงจะรบกวนจนเขาตื่น เราไปคุยกันที่ร้านกาแฟข้างล่างดีกว่านะคะ”

บุญศรีหลงกลเดินตามวนิดาออกจากห้องลงลิฟต์ไปข้างล่าง พันทิญาแอบมองมุมหนึ่ง ยิ้มอย่างสะใจแล้วออกจากที่ซ่อนเดินตรงไปหน้าห้องชัย

“ได้แหวนคืน...หวังว่าแกจะเลิกยุ่งกับชีวิตฉันซะทีนะ” เธอพึมพำแล้วจับลูกบิดประตู

ทันใดนั้นเอง เสียงปรางแก้วดังขึ้นทำให้พันทิญาชะงักกึก “มาเยี่ยมพี่ชัยเหรอคะ”

พันทิญาตอบรับด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก แล้วปฏิเสธทันทีที่ปรางแก้วชวนเข้าไปด้วยกัน

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันค่อยมาใหม่วันหลังดีกว่า”

“ทำไมล่ะคะ”

“ฉันเป็นพี่สาวยัยแพรค่ะ ตั้งใจจะมาขอโทษคุณชัยแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าคุณภูผาอยากให้ยัยแพรมาขอโทษเอง ไว้ฉันให้ยัยแพรมาเองดีกว่า ขอบคุณนะคะ”

พันทิญาหันหลังเดินดุ่มจากมา ส่วนปรางแก้วเข้าไปในห้องพบว่าชัยเพิ่งตื่นพอดี

“แก้ว...แม่ไปไหน”

“ไม่ทราบค่ะ แก้วลงไปซื้อข้าวขึ้นมาก็ไม่เจอคุณป้าแล้ว”

“เมื่อเช้าบ่นๆว่าอยากทานขนมคงลงไปซื้อ”

“พี่ชัยทานข้าวเลยนะคะ เดี๋ยวจะได้ทานยา”

ปรางแก้วปรับเตียงเพื่อให้ชัยนั่งทานอาหารได้ถนัด ชัยเห็นการเอาใจใส่ของเธอแล้วเปรยยิ้มๆว่า

“ดูแลเอาใจใส่ทุกคนดีขนาดนี้ ถ้าภูมองข้ามแก้วก็ถือว่ามันตาบอด”

ปรางแก้วยิ้มเขิน และนึกได้บอกชัยว่าเมื่อสักครู่ตนเจอพี่สาวคุณแพร เธอบอกว่าจะมาเยี่ยมพี่ชัยแต่จู่ๆก็เปลี่ยนใจจะให้คุณแพรมาเยี่ยมเอง

“เขาคงรู้ว่าต่อให้ใครมาเยี่ยมแทน ภูก็ต้องไปพาคุณแพรมาหาพี่จนได้เลยเปลี่ยนใจ”

“คงรักคุณแพรมากนะคะ ตอนพี่ภูไปหาคุณแพรที่ร้านก็รับหน้าแทนแล้วยังจะมาเยี่ยมพี่แทนคุณแพรอีก”

“คุณแพรเป็นคนดีพี่สาวเขาก็คงดีเหมือนคุณแพรนั่นแหละ” ชัยยิ้มมีความสุข

เวลานั้น บุญศรีอยู่กับวนิดาที่ร้านกาแฟภายในโรงพยาบาล วนิดาเจรจาโน้มน้าวเสียจนบุญศรีเข้าใจไม่ว่าอะไรที่แพรไหมหักอกชัย ยิ่งวนิดารับปากจะให้แพรไหมรีบมาขอโทษชัย บุญศรีก็ยิ่งรู้สึกชื่นชมความเป็นผู้ใหญ่ของวนิดา

ฝ่ายพันทิญาที่ไม่ได้พบชัยเป็นการส่วนตัวตามแผน เธอจึงโทร.บอกวนิดาด้วยความหงุดหงิด วนิดาตกใจและบอกลาบุญศรีทันที โดยอ้างว่าตนมีธุระด่วนจริงๆ

ด้านทวีปที่โรงพัก วันนี้เขาถูกผู้กำกับเรียกมาสอบถามความคืบหน้าคดีเจ้าแสงมณี

“องครักษ์ของเจ้าแสงมณีตายเพราะยาพิษที่อยู่ในมีด ทางกองพิสูจน์หลักฐานกำลังหาแหล่งที่มาของยาพิษชนิดนี้อยู่ ส่วนองครักษ์ที่บาดเจ็บอาการสาหัสยังให้ปากคำไม่ได้ครับ”

“แล้วที่ตามดูเจ้าแสงฉายกับเจ้าแสงมณี มีอะไรคืบหน้าบ้างไหม”

“ยังไม่มีเลยครับ”

“รีบสืบให้ได้ว่าคนร้ายเป็นใคร เพราะถ้าเจ้าแสงฉายถึงตัวคนร้ายก่อนพื้นที่เราคงต้องทำคดีฆาตกรรมเพิ่มขึ้น”

“ครับผม” ทวีปรับปากอย่างหนักใจ

ooooooo

พิพิธอุตส่าห์ไปเรียนวิชาป้องกันตัวเพื่อจะคุ้มครองปกป้องแสงมณีผู้หญิงที่ตนหลงรัก แต่พิพัฒน์เห็นท่าทางเก้กังของน้องชายแล้วส่ายหน้า ทำนองว่ามันไม่เข้าท่าเอาเสียเลย...

พรุ่งนี้แสงมณีอยากออกไปเที่ยวปางช้าง แต่ดวงใจไม่ยอมเพราะเป็นห่วงความปลอดภัย แสงมณีจึงต้องไปอ้อนพี่ชาย พร้อมกับนำเสนอให้พี่ชายพา

แพรไหมไปเที่ยวด้วยกัน แสงฉายตกลงทันที เพราะคิดว่าแพรไหมน่าจะมีความสุขมากกว่ากินข้าวและช็อปปิ้ง...

ด้านพันทิญากับวนิดาที่ต้องผิดหวังกลับมา พอถูกแพรไหมถามว่าคุยกับชัยเรียบร้อยแล้วใช่ไหม

พันทิญาถึงกับแสดงอาการหงุดหงิดออกมาทันที

“คุยกะผีอะไรล่ะ ยังไม่ทันจะเข้าไปยัยปรางแก้วอะไรนั่นก็โผล่มาซะก่อน”

“น้องสาวคุณทวีปน่ะค่ะ”

“ทำไมไม่บอกว่านอกจากแม่มันยังมีคนอื่นเฝ้าด้วย”

“คุณแก้วเป็นพยาบาลอยู่ที่นั่น ไม่ได้เฝ้าคุณชัยค่ะ คงแวะมาหา”

“ดีนะที่ไม่เข้ามาตอนพี่คุยกับนายชัย ไม่งั้น

ยัยปรางแก้วคงรู้ความจริงแล้วโพนทะนาให้แม่นายชัย คุณภูผารู้ไปแล้วว่าคนที่หลอกคุณชัยคือพี่ ไม่ใช่แพร”

“น้ากับพันอุตส่าห์วางแผนกันแทบตายแต่

ทุกอย่างต้องพังเพราะเราคนเดียว ทำไมเราถึงไม่เช็กให้ดีก่อนที่จะให้น้ากับพันไปหานายชัย”

“แพรไม่ทราบจริงๆค่ะ ว่าคุณแก้วจะมาหา

คุณชัยตอนพี่พันไปพอดี”

“เราทำให้พันไม่ได้คุยกับนายชัย จะรับผิดชอบยังไงบอกมา”

“แพรจะช่วยคิดหาวิธีให้พี่พันไปเจอคุณชัยตามลำพังเองค่ะ”

ooooooo

ค่ำนั้น ภูผานัดทวีปกินข้าวที่ร้านอาหาร และบอกกล่าวเรื่องเจ้าแสงฉายจ้างตนเป็นองครักษ์ของเจ้าแสงมณี ทวีปฟังแล้วตื่นเต้น แต่ภูผารู้ทันรีบเบรกเพื่อนรักว่า

“ไม่ต้องตื่นเต้นเพราะฉันจะคุ้มกันเจ้าแสงมณีอย่างเดียว ไม่ช่วยสืบคดีให้แก”

“อ้าวไอ้ภู แล้งน้ำใจอย่างนี้กินคนเดียวไปเลย เสียเวลาที่จะกินเป็นเพื่อน”

“ฉันไม่กล้าแล้งน้ำใจกับแกหรอก แต่ที่ฉันไม่ช่วยเพราะจะให้แกไปสืบเอง”

“หมายความว่า...แกจะให้ฉันไปเป็นองครักษ์ดูแลเจ้าแสงมณีด้วย”

ภูผาพยักหน้าแทนคำตอบ ทวีปถึงกับยิ้มแฉ่ง

“ขอบใจมากไอ้เพื่อนรัก ไม่เสียแรงจริงๆที่เป็นเพื่อนรักกัน เอ้านี่ กินเยอะๆเลยเพื่อน มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง”

ทวีปเริงร่าตักอาหารเอาใจจนภูผาอดหัวเราะออกมาไม่ได้...ขณะที่ภูผากินข้าวอยู่กับทวีปนั้น  แพรไหมแอบนัดปรางแก้วมาพบที่ร้านกาแฟ

“ขอโทษนะคะที่รบกวนเวลาของคุณ” แพรไหมออกตัว

“นัดดื่มกาแฟกับเพื่อนไม่เรียกรบกวนหรอกค่ะ”

“ฉันทำคุณเสียใจแท้ๆแต่คุณกลับเชื่อมั่นในตัวฉัน รับฉันเป็นเพื่อน ผิดกับบางคนดีด้วยแค่ไหนก็ยังมองว่าฉันเป็นคนไม่ดี”

“พี่ภูดื้อค่ะ ลองอคติกับใครแล้วยากที่จะเปลี่ยนความคิด แต่เวลาจะพิสูจน์ตัวคุณ สักวันพี่ภูผาจะรู้ว่าเข้าใจคุณผิด”

“ที่ฉันนัดคุณออกมาเพราะอยากขอความช่วยเหลือค่ะ ฉันอยากขอโทษคุณชัยแต่อยากคุยกับคุณชัยตามลำพัง”

“อยากคุยกับพี่ชัยตามลำพังนี่เอง คุณถึงไม่ยอมไปหาพี่ชัยซะที พรุ่งนี้เที่ยงฉันจะชวนคุณป้าลงไปทานข้าวที่ห้องอาหารของโรงพยาบาล คุณมีเวลาชั่วโมงนึงพอไหมคะ”

แพรไหมยิ้มรับด้วยความดีใจ ในขณะเดียวกันนั้นเอง ที่ร้านอาหารอีกแห่ง พันทิญากับวนิดานัดพิพัฒน์มาเลี้ยง

“แค่ของขวัญเล็กๆน้อยๆ คุณน้าไม่เห็นต้องเลี้ยงข้าวผมเลยครับ”

“กำไลราคาตั้งหลายแสนเล็กน้อยที่ไหนกันล่ะคะ แค่เลี้ยงข้าวน้าว่าน้อยไปด้วยซ้ำ”

“ถ้าน้อยไปงั้นให้คุณน้าตอบแทนน้ำใจคุณพัฒน์ด้วยอะไรดีนะ...รับคุณพัฒน์เป็นหลานเขยดีไหมคะ”

“ดีเลยจ้ะ ดีมาก...น้ามีแต่หลานสาวอยากมีหลานชายมานานแล้ว มาเป็นหลานน้านะจ๊ะ”

“ขอบคุณนะครับที่ให้เกียรติผม”

สองน้าหลานเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย พิพัฒน์ยิ้มปลื้ม และยิ่งหัวใจพองใจเมื่อวนิดาตักอาหารให้เขาแล้วพันทิญากระซิบว่า

“พันเคยพาแฟนมาเจอน้าดา แต่น้าดาไม่เคยรับใครเป็นหลาน ไม่เคยตักอาหารให้ใครเลย แต่น้าดาตักให้คุณแสดงว่าน้าดาชอบคุณมากนะคะ”

พันทิญายิ้มหวาน แล้วแกล้งทำกระเป๋าหล่นจากโต๊ะเพื่อให้กระดาษแผ่นหนึ่งปลิวออกมา

“ตายจริง ว่าจะสแกนรูปกระเป๋าส่งไปให้ยัยนุ่นลืมจนได้...พันจะซื้อกระเป๋าแต่ที่นี่ไม่มีเลยจะให้เพื่อนที่กรุงเทพฯช่วยดูให้น่ะค่ะ สวยไหมคะ” พันทิญาหยิบกระดาษแผ่นนั้นส่งให้พิพัฒน์ดู

“สวยมากครับ”

“เป็นรุ่น limited ค่ะ ทำออกมาน้อยมาก พันชอบมากแล้วก็อยากได้มากที่สุดเลยค่ะ”

พิพัฒน์พยักหน้ารับรู้ พลางมองรูปและจดจำชื่อรุ่นกระเป๋า โดยไม่รู้ว่าสองน้าหลานแอบส่งยิ้มให้กันอย่างสมใจ

ooooooo

หลังแยกย้ายกับทวีปที่ร้านอาหารแล้ว ภูผาแวะมาที่โรงพยาบาล พอรู้ว่าวันนี้แพรไหมไม่ได้มาขอโทษชัย ภูผามีสีหน้าท่าทีโมโหขึ้นมาทันที

“แต่น้าเขามาหาแม่นะ ขอโทษขอโพยแทนคุณแพรจนแม่เกรงใจ แล้วแก้วก็เล่าว่าเจอพี่สาวคุณแพรจะมาขอโทษชัย แต่เปลี่ยนใจไม่เข้ามาเพราะจะให้คุณแพรมาเอง”

“คอยตามล้างตามเช็ดให้กันอย่างนี้น่ะสิ คุณแพรถึงเป็นเด็กไม่รู้จักโต ไม่รู้จักรับผิดชอบความผิดตัวเอง”

“แกเข้าใจผิด คุณแพรเป็นผู้ใหญ่มาก แล้วพี่ก็เชื่อว่าวันนี้คุณแพรตั้งใจมาจริงๆ แต่อาจจะมีธุระด่วนเลยมาไม่ได้...พรุ่งนี้เธอคงมา”

“เลิกหวังอะไรลมๆแล้งๆจากผู้หญิงขี้โกหกคนนี้ซะทีเถอะครับ พี่ชัยจะได้ไม่ต้องเสียใจอีก ผมลืมของไว้ที่รถเดี๋ยวมานะครับ”

ภูผาไม่ได้ลืมของอย่างที่บอก แต่เขาออกไปโทร.ต่อว่าแพรไหมเป็นการใหญ่ แพรไหมฟังจนหูชาแล้วตัดบทว่า พรุ่งนี้ตนไปแน่!

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้น พิพิธตั้งใจจะไปหาแสงมณีที่บ้านแต่โชคดีที่ไม่ไปเก้อเพราะโทร.ไปถามดวงใจก่อนถึงรู้ว่าเธอไม่อยู่ ซึ่งดวงใจไม่ได้บอกว่าเธอไปเที่ยวปางช้างแต่โกหกว่าไปธุระกับพี่ชายและไม่รู้ว่าจะกลับตอนไหนด้วย

สาเหตุที่ดวงใจต้องโกหกก็เพราะต้องการให้แสงมณี มีโอกาสพูดคุยกับภูผาตามสบาย แต่ดูเหมือนทั้งแสงมณีและดวงใจจะต้องผิดหวังเสียแล้ว เพราะงานนี้ภูผาพาทวีปมาด้วยในฐานะองครักษ์ฝีมือดีที่สุดที่ลูกน้องในบริษัทของตนไม่มีใครสู้ได้เลย

ด้านแสงฉายที่แวะไปรับแพรไหมถึงบ้าน แพรไหมไม่ได้อยากไปด้วยสักหน่อย แต่เธอถูกศุภลักษณ์บังคับจนหมดทางปฏิเสธ ฝ่ายพันทิญาที่ไม่เกี่ยวอะไรด้วยแต่เธออยากไปจึงอ้างว่าจะได้เป็นเพื่อนแพรไหม ศุภลักษณ์ยอมให้ไปแต่ไม่ยอมให้นั่งรถคันเดียวกันทั้งสามคน พันทิญาจึงต้องขับรถของตนไปเอง

ก่อนออกจากบ้าน แพรไหมแอบส่งข้อความบอกปรางแก้วว่าตนมีธุระยังไปหาชัยไม่ได้ ปรางแก้วอ่านแล้วตอบกลับมาทันทีว่า จะมาเมื่อไหร่ขอให้บอกตนจะได้พาป้าบุญศรีออกจากห้อง...แพรไหมเห็นข้อความนั้นแล้วยิ้มสบายใจ แต่แสงฉายหน้านิ่วสงสัยในพฤติกรรมของเธอ

ส่วนที่โรงพยาบาล หมอตรวจอาการชัยก่อนจะอนุญาตให้กลับบ้านได้วันนี้ ปรางแก้วดีใจจะโทร.บอกภูผากับทวีป แต่บุญศรีห้ามไว้เพราะไม่อยากรบกวนเวลางาน รอให้ภูผาโทร.มาแล้วค่อยบอกจะดีกว่า

เมื่อคณะของแสงฉายไปถึงปางช้าง แสงฉายพยายามเอาใจแพรไหมเพื่อโอ้อวดภูผา ทำให้แพรไหมทั้งเซ็งทั้งเบื่ออยากจะกลับให้เร็วที่สุด แต่สำหรับพันทิญานั้นเพลิดเพลินคอยหาจังหวะใกล้ชิดแสงฉาย แต่เหมือนฝ่ายชายจะรู้ตัวจึงไม่เผลอไผลไปด้วย

ภูผาเห็นการเอาใจของแสงฉายที่มีต่อแพรไหมก็รู้สึกหวงอยู่ลึกๆ ส่วนทวีปกับแสงมณีก็ดูจะไม่ลงรอยกันเหมือนเดิม โดยเฉพาะตอนช้างที่แพรไหมนั่งวิ่งเตลิดไปเพราะตกใจแสงแฟลชกล้องถ่ายรูปพันทิญาแล้วแสงมณี จะขี่ช้างตามทุกคนที่ไปช่วยแพรไหม แต่ทวีปไม่ยอม จึงเกิดมีปากเสียงกันลั่น

“เจ้าจะตามไปทำไม”

“ถามได้ ก็ตามไปช่วยคุณแพรน่ะสิ”

“ช่วยยังไง”

แสงมณีนิ่งไปอย่างคิดไม่ออก ทวีปได้ทีตัดบทอย่างรวดเร็ว

“คิดไม่ออกว่าจะช่วยยังไงก็รออยู่นี่เถอะ”

“ช่วยไม่ได้อย่างน้อยก็ตามไปดูว่าคุณแพรเป็นยังไงบ้าง ก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย”

“แต่ผมว่าเวลานี้ไม่ทำอะไรเลยดีกว่า เกิดเจ้าไปแล้วช้างเจ้าตื่นหรือโดนคนร้ายดักทำร้ายกลางทางจะวุ่นวายกันหนักเข้าไปอีก รออยู่นี่แหละครับ”

“แต่ฉันอยากไป”

“ผมขออนุญาตขัดใจเพื่อความปลอดภัยของเจ้าครับ”

แสงมณีไม่พอใจ ร้องเรียกธนาที่ยืนอยู่ด้านหลัง แต่ธนาตอบกลับมาทันทีว่า

“ผมเห็นด้วยกับผู้หมวดครับ”

แสงมณีเซ็งสุดๆ หันมองทวีปอย่างหงุดหงิดแล้วเดินไปนั่งหน้าตูมอยู่ในเต็นท์ คอยชะเง้อชะแง้รอคอยอย่างไม่เป็นสุข สักครู่ทวีปเดินเข้ามาทำทีชวนคุยแต่ความจริงหวังล้วงความลับเพื่อคดีของตน

“เครียดเหรอครับ”

“ช้างคุณแพรเตลิดเข้าป่าจะให้นั่งยิ้มสบายใจเหมือนคุณได้ยังไง”

“ผมก็ไม่ได้สบายใจนักหรอกครับ แต่รู้ว่าไอ้ภูต้องช่วยคุณแพรให้ปลอดภัยได้เลยไม่เครียด ผมว่าเรามาหาเรื่องคุยกันดีกว่านะครับ เจ้าจะได้หายเครียดบ้าง”

“คุยอะไร”

“เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมครับว่านักธุรกิจที่ซื้อขายแร่กับเจ้าแสงฉายมีใครบ้าง”

“ฉันไม่รู้ อยากรู้ก็รอถามพี่ชายเอาเอง” แสงมณีตอบเลี่ยงอย่างรู้ทัน แล้วลุกเดินหนีไปนั่งเก้าอี้อีกตัวเพื่อยุติการสนทนา

ooooooo

ในป่า...ช้างของแพรไหมวิ่งเตลิดมาถึงริมแม่น้ำ ภูผาขี่ช้างอีกตัวตามมาทัน เขาพยายามยื่นมือให้เธอจับ แสงฉายบนช้างอีกตัวมองมาไม่พอใจ ส่วนพันทิญาที่นั่งในเสลี่ยงข้างแสงฉายกลับยิ้มกริ่มชอบใจ

“คุณแพรส่งมือมา...ยืนขึ้นแล้วกระโดดมานะครับ ผมจะจับคุณไว้เอง”

แพรไหมจับมือภูผาแน่นแล้วรอจังหวะจะทำตาม แต่พอเธอจะโดด แสงฉายตัดสินใจโหนกิ่งไม้ใกล้ๆแล้วเหวี่ยงตัวมาหาเธอ และกอดปลอบเธอไว้ด้วยความรัก

“ไม่เป็นไรแล้วนะครับคุณแพร ไม่เป็นไรแล้ว”

ภูผาที่รอเก้อมองแสงฉายกอดแพรไหมด้วยรู้สึกเจ็บปวดแปลบอย่างบอกไม่ถูก ส่วนพันทิญารู้สึกอิจฉาแพรไหมจนแทบเก็บอาการไม่อยู่

แพรไหมไม่ได้ดีใจหรือพอใจที่แสงฉายช่วยตนไว้ แต่ออกจะรังเกียจเขาด้วยซ้ำ ไม่อยากให้เขาถูกเนื้อต้องตัว พอเธอขยับจะออกจากตักและอ้อมกอดของเขา กลายเป็นว่าเขายิ่งกอดแน่น พลางมองไปทางภูผาด้วย รอยยิ้มเย้ยๆ

ooooooo

ที่บ้านบุญศรี...ชัยเพิ่งออกจากโรงพยาบาลมาเมื่อเช้า แต่พอบ่ายเขาก็อาบน้ำแต่งตัวใหม่เพื่อจะออกไปหาแพรไหมอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก

บุญศรีนั่งปักผ้าเพลินอยู่ พอเห็นลูกชายเดินออกมาก็อดแซวไม่ได้ว่า

“หอมฟุ้งมาเชียว อาบน้ำใส่ชุดใหม่ๆ ใส่น้ำหอมแบบนี้ลูกดูสดชื่นขึ้นเยอะเลย”

“จะออกไปหาคุณแพรก็ต้องทำตัวให้สดชื่นหน่อยสิครับ”

“นัดเขาแล้วเหรอ”

“ยังครับ ยังไม่ได้บอกเขาด้วยซ้ำว่าออกจากโรงพยาบาล เซอร์ไพรส์น่ะครับ”

ชัยยิ้มบางๆ จะเดินออกไป บุญศรีเหมือนนึกอะไรได้ลุกขึ้นเดินมาหา

“เดี๋ยวลูก...ถ้าทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่หวังก็กลับมาหาแม่ อย่าหนีแม่ไปไหนอีกนะ”

“คุณแพรออกตามหาผม คุณแพรมาเยี่ยมผมที่โรงพยาบาล ผมมั่นใจครับว่าคุณแพรยังรักผม คราวนี้ผมไม่ผิดหวังแล้วล่ะครับ” ชัยท่าทีมั่นใจมาก แต่สำหรับแม่บุญศรีนั้นไม่มั่นใจเอาเสียเลย

ooooooo

วันเดียวกันนี้ พิพัฒน์ตั้งใจมาหาพันทิญาที่ร้านแต่ไม่เจอ ศุภลักษณ์บอกเขาว่าพันทิญาออกไปเที่ยวปางช้างกับแพรไหมและเจ้าแสงฉายตั้งแต่สายๆแล้ว อีกไม่นานก็คงกลับ

“งั้นผมขออนุญาตรอคุณพันที่นี่นะครับ”

“ตามสบายค่ะ”

“ขอบคุณครับ”

ในระหว่างพิพัฒน์รอพันทิญา ศุภลักษณ์มานั่งคุยอย่างเป็นมิตร ท่าทางนอบน้อมและภูมิฐานของพิพัฒน์ทำให้ศุภลักษณ์ค่อนข้างวางใจที่ลูกสาวคนโตจะคบด้วย

“เห็นยัยพันเล่าว่าร้านเพชรที่กรุงเทพฯติดใจเพชร ร้านคุณ สั่งของเพิ่มจนคุณแทบหาเพชรมาขายแทบไม่ทันเลยใช่ไหมคะ”

ผมโชคดีเพราะน้องชายน่ะครับ พิพิธออกแบบเก่งทำออกมาแล้วสวยทุกแบบเลยถูกใจลูกค้า”

“ยกความดีความชอบให้น้องชาย ไม่ยอมรับว่าบริหารธุรกิจเก่ง คุณนี่ถ่อมตัวน่าดูนะคะ”

พิพัฒน์กับศุภลักษ์คุยกันถูกคอ...ที่หน้าร้านชัยเดินตรงมาอย่างมีความหวัง แต่พอเห็นพิพัฒน์นั่งอยู่ในร้านก็ชะงักอย่างจำได้

“มานั่งเฝ้าเลยเหรอ” ชัยพึมพำ...แล้วเรียกพนักงานร้านคนหนึ่งที่เดินออกมาพอดี “คุณครับ...ผู้หญิงที่นั่งคุยกับผู้ชายคนนั้นใครครับ”

“คุณศุภลักษณ์เจ้าของร้านค่ะ”

“แม่คุณแพร...มิน่า เอาอกเอาใจไอ้คนรวยนั่นนัก” ชัยแอบบ่น...แล้วพูดกับพนักงานอย่างสุภาพว่า “ช่วยตาม คุณแพรให้ผมหน่อยครับ บอกเขาว่าคนชื่อชัยมาหา”

“คุณแพรไม่อยู่ค่ะ แต่ได้ยินคุณศุบอกว่าอีกไม่นานก็กลับ คุณเข้าไปรอในร้านก่อนนะคะ” พนักงานทำท่าจะเปิดประตูให้แต่ชัยรีบห้าม

“ไม่เป็นไรครับ ผมรอข้างนอกดีกว่า”

พนักงานพยักหน้าแล้วเดินออกไป...ชัยมองศุภลักษณ์กับพิพัฒน์พลางบ่นงึมงำกับตัวเอง

“แม่คุณแพรเห่อคนรวย คนจนอย่างเราเข้าไปเขาได้ตะเพิดออกมาน่ะสิ”

ooooooo

ที่ปางช้าง เมื่อแสงฉายและภูผาพาแพรไหมกลับมาได้อย่างปลอดภัย แสงมณีรีบวิ่งเข้าไปหา ถามไถ่แพรไหมด้วยความเป็นห่วง

“เจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ”

“ไม่ค่ะ ต้องขอบคุณเจ้าที่ช่วยฉันไว้ แต่จะขอบคุณกว่านี้ถ้าไม่ฉวยโอกาส”

“ผมไม่ได้ฉวยโอกาส แต่ที่กอดไว้เพราะกลัวคุณตกช้าง” แสงฉายอธิบาย

ทวีปเดินไปหาภูผาที่ท่าทางไม่สบอารมณ์เอาเสียเลย “ตอนขี่ช้างไปกินรังแตนมาเหรอวะ ทำไมหน้าบูดแบบนี้”

“แกก็ดูคุณแพรสิ บอกรู้สึกผิดกับพี่ชัยแต่ยอมให้เจ้าแสงฉายกอดมาตลอดทาง”

จังหวะนั้น เจ้าของปางวิ่งมานั่งคุกเข่าพนมมือไหว้ แสงฉายอย่างหวาดกลัว

“ผมต้องกราบขอประทานโทษเจ้าด้วยนะครับ ช้างคงตกใจแสงแฟลชเลยตื่น”

“นี่แกโทษว่าฉันเป็นคนทำให้ช้างตื่นเหรอ” พันทิญา แว้ดทันที

“มิได้ครับ ผมแค่อยากอธิบายว่าปกติเวลามีคนถ่ายรูปไอ้ทองไม่เคยตกใจ แต่วันนี้มันเป็นอะไรไม่รู้ จู่ๆก็ตกใจแสงแฟลชของคุณ เป็นความผิดของช้างผมเองครับ ผมต้องขอประทานโทษด้วยครับ”

“มันเป็นเหตุสุดวิสัย ผมเข้าใจ”

“ขอบคุณครับเจ้า”

“ฉันไม่มีกะจิตกะใจจะเที่ยวต่อแล้ว กลับกันเถอะค่ะ” แพรไหมโพล่งขึ้นมา แสงฉายไม่ค่อยพอใจแต่ก็ไม่ขัดใจเธอ

“งั้นพี่กลับเลยนะ เอารถมาคนละคันอยู่แล้ว” พันทิญาชิงขอตัว

“ค่ะ แพรเข้าห้องน้ำล้างเนื้อล้างตัวแล้วจะกลับเลยเหมือนกัน”

พอแพรไหมออกเดินไปสักครู่ ภูผาก็ทำเนียนเดินไปบ้างเหมือนกัน แล้วไปดักรอเธอตรงหน้าห้องน้ำ เมื่อแพรไหมออกมาเห็นจึงรีบออกตัวเพราะกลัวเขาจะต่อว่า

“เมื่อกลางวันฉันตั้งใจไปหาคุณชัย แต่เจ้ารับมาที่นี่ซะก่อนเลยไม่ได้ไป”

“คุณก็บอกเจ้าไปสิว่ามีธุระมาไม่ได้ หรือไม่กล้าขัดใจเพราะกลัวเจ้าไม่แต่งงานด้วย”

“ฉันตอบคำถามคุณไม่ไหวหรอกค่ะ เอาเป็นว่ากลับถึงร้านฉันจะรีบออกไปหาคุณชัยทันที”

“ถ้าคุณผิดคำพูดอีก วันนี้เจ้าแสงฉายได้รู้เรื่องคุณกับพี่ชัยแน่”

แพรไหมกลัวแต่แกล้งมองภูผาอย่างแบบเชิดๆแล้วเดินออกไป พอไปถึงรถซึ่งแสงฉายรออยู่ แพรไหมหยิบกระเป๋าสะพายและหยิบมือถือออกมา จึงพบว่าปรางแก้วส่งข้อความมาบอกว่าชัยออกจากโรงพยาบาลแล้ว

เธอยิ้มดีใจจะโทร.หาพันทิญา แต่เห็นแสงฉายมองอยู่จึงเปลี่ยนใจเก็บมือถือใส่กระเป๋าแล้วหันมองไปนอกรถ

ooooooo

พิพัฒน์นั่งอ่านนิตยสารรอพันทิญาอย่างใจเย็น แต่เมื่อมองไปหน้าร้านเห็นชัยเดินป้วนเปี้ยนอยู่ เขาจำผู้ชายคนนี้ได้จึงลุกออกไปถามซึ่งหน้าว่า มาทำอะไรที่นี่?

“มาหาคุณแพร”

“คุณก็เห็นแล้วว่าเขาเกลียดเขากลัว ทำไมคุณไม่เลิกยุ่งกับเขาซะที”

“ไม่จริง คุณแพรรักผมเคยเป็นแฟนกับผม เขาจะเกลียดจะกลัวผมได้ยังไง ที่คุณพูดอย่างนี้เพราะคุณอยากให้ผมเลิกยุ่งกับคุณแพร”

“เคยเป็นแฟน...ทำไมคุณถึงสร้างจินตนาการให้ตัวเองเก่งอย่างนี้ ถามจริงๆ คุณมีญาติพี่น้องบ้างไหม”

“ถามโง่ๆ ใครจะไม่มีญาติพี่น้อง”

“มีแล้วทำไมพวกเขาไม่พาคุณไปรักษา คุณจะได้ออกจากโลกจินตนาการของคุณแล้วใช้ชีวิตแบบคนปกติได้”

“ชีวิตผมปกติดี เพราะผมไม่ได้บ้า”

“ไม่ได้บ้าเหรอ ไม่ได้บ้าแล้วจะเรียกชื่อคนผิดๆ ถูกๆได้ยังไง ผมจะบอกให้นะว่าผู้หญิงที่คุณเรียกว่าแพรไม่ได้ชื่อแพร แต่ชื่อ...”

“แพรไหมค่ะ” เสียงพันทิญาแทรกขึ้นมาจนสองหนุ่ม ต้องหันไปมอง

ชัยดีใจมากเมื่อเห็นเธอ...พันทิญารีบจัดแจงเพื่อไม่ให้ตัวเองเสีย เธอบอกพิพัฒน์ว่าขอคุยกับชัยเป็นการส่วนตัวสักครู่...พิพัฒน์ยินยอมทั้งๆที่เป็นห่วงเธอ

ตอนที่ 5

หลังจากวางแผนกันเมื่อคืน...เช้าขึ้นพันทิญากับแพรไหมเตรียมออกจากบ้านพร้อม กัน ศุภลักษณ์แปลกใจเพราะปกติพันทิญาไม่เคยตื่นเช้า แต่พอเธอซักถาม...ทั้งพันทิญาและวนิดาก็ช่วยกันปกปิดว่า

แพรไหมเบื่อกาแฟที่บ้านเลยจะออกไปเปลี่ยนบรรยา-กาศในร้านที่มองเห็นวิวภูเขาสวยๆ

แท้จริงแล้วพันทิญาตัวก่อเรื่องต้องการให้แพรไหมรีบไปขอโทษภูผาเรื่องชัยแทน ตัวเอง แต่ขณะที่จะขึ้นรถออกจากบ้านสองสาวล่วงรู้ว่าลูกน้องเจ้าแสงฉายแอบซุ่มอยู่ ทั้งคู่จึงเปลี่ยนรถกันใช้เพื่อไม่ให้พวกเขาตามแพรไหมไปเพราะกลัวจะเสียแผน

คนของเจ้าแสงฉายหลงกลขับรถตามพันทิญาไป พันทิญาเหลือบมองพอใจแล้วโทร.กำชับแพรไหมให้อดทนถ้าโดนภูผาดุด่า ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาดว่าคนที่ทิ้งนายชัยคือตน...แพรไหมรับปากด้วยความหนักใจ ครั้นไปถึงหน้าออฟฟิศภูผา เธอละล้าละลังไม่กล้า ส่วนพัน–ทิญาสบายใจเฉิบมุ่งหน้าไปร้านกาแฟที่นัดพิพัฒน์ไว้

แพรไหมตั้งหลักอยู่นานกว่าจะกล้าเผชิญหน้าภูผาในออฟฟิศ ภูผามองเธออย่างนึกไม่ถึง และแสดงความไม่พอใจเมื่อได้ยินเธอบอกว่าจะมาขอโทษเรื่องคุณชัย เพราะเมื่อวานเธอยังปฏิเสธเสียงแข็งอยู่เลย

“ยอมรับแล้วเหรอว่ารู้จักพี่ชาย”

“ค่ะ” เธอตอบเสียงอ่อย

“กลัวผมไปฟ้องเจ้าแสงฉายแล้วคุณจะอดเป็นราชินีของเชียงทวายใช่ไหมถึงมายอมรับ”

“คุณภูผาคะ ฉันยอมรับนะคะว่าเคยลองคบคุณชัย แต่พอรู้ว่าเข้ากันไม่ได้เลยขอเป็นเพื่อน ฉันไม่ได้ทิ้งคุณชัยเพื่อไปหาเจ้าแสงฉายอย่างที่คุณเข้าใจ”

“ลองคบเหรอ...ถ้าแค่ลองคบกันคุณคงไม่กล้ารับแหวนของพี่ชัยหรอก”

แพรไหมสีหน้าตกใจเพราะไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน

“อย่าบอกนะจำไม่ได้ว่ารับแหวนเพชรวงละ 3 แสนที่พี่ชัยเอาเงินที่จะหุ้นกับผมซื้อตึกมาซื้อให้คุณ”

“ฉันจะเอาแหวนมาคืนให้ ฝากบอกคุณชัยด้วยนะคะว่าขอโทษสำหรับทุกอย่าง”

“ผมไม่รับฝาก คุณต้องไปกราบเท้าขอโทษพี่ชัยด้วยตัวคุณเอง”

“ฉันมีประชุมไปไม่ได้...ขอตัวนะคะ” เธอตัดบทแล้วผลุนผลันออกไปทันที แต่ไม่ทันพ้นประตูถูกภูผาตามจับตัว บังคับให้เธอไปหาพี่ชายพร้อมกัน แต่เธอยังดึงดันไม่ยอม “บอกแล้วไงคะว่ามีประชุม”

“เป็นลูกเจ้าของร้านไม่ไปประชุมแม่คุณคงไม่ไล่ออกหรอก ไปกับผมเดี๋ยวนี้”

“วันนี้ฉันยังไม่พร้อม ขอฉันไปหาคุณชัยวันหลังนะคะ”

“พี่ชัยเพ้อถึงคุณทุกวัน เขาคิดถึงคุณมาก...ต้องไปวันนี้”

“วันนี้ฉันไม่พร้อมเจอคุณชัยจริงๆ อย่าบังคับฉันเลยค่ะ”

“เมื่อกี้เรียกพูดดีๆ ถ้าบังคับต้องแบบนี้” ภูผาโมโหฉุนเฉียวดึงผ้าคล้องไหล่โยนทิ้งแล้วอุ้มแพรไหมออกมายัดใส่รถตัวเอง พาไปโรงพยาบาลด้วยจนได้

ooooooo

ด้านเจ้าแสงฉายที่ใช้คนแอบตามแพรไหมแต่ดันตามผิดตัว เขาโมโหอย่างมากเรียกธนามาตำหนิว่าหาคนให้ตนยังไงถึงได้ทำงานเล็กน้อยแค่นี้ ก็ผิดพลาด

“ผมขอโทษนะครับที่เอาคนไร้ฝีมือมาทำงานให้เจ้า ผมจะหาคนใหม่ที่เก่งกว่านี้มาให้นะครับ”

“ไม่ต้อง...คุณแพรสลับรถกับคุณพันแสดงว่าเขารู้ว่าฉันส่งคนตาม ขืนส่งไปแล้วเขารู้อีกคงเกลียดขี้หน้าฉันมากกว่าเดิม”

“มีใครกล้าเกลียดขี้หน้าเจ้าแสงฉายด้วยเหรอคะ” แสงมณีในชุดสวยเข้ามาพร้อมดวงใจ

“เยอะแยะ ต่อหน้าไม่แสดงออกก็ไปนินทาลับหลัง... น้องจะไปไหน”

“อีกสักพักจะออกไปงานแสดงภาพค่ะ เสร็จจากงานแล้วจะเลยไปเยี่ยมคุณภูผา”

“เยี่ยมอะไรกันทุกวัน ระวังนะ ให้ความสำคัญมากไปเขาจะฉวยโอกาสหาประโยชน์จากน้อง”

“น้องไม่คิดว่าคุณภูผาจะเป็นคนแบบนั้น แต่น้องจะระวังตัวแล้วกัน...น้องไปนะคะ”

แสงฉายไม่ไว้ใจ สั่งดวงใจดูแลแสงมณีให้ดี ดวงใจรับปากแข็งขันว่ายุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอมอย่างแน่นอน...

ในขณะเดียวกันนั้น พิพิธแต่งตัวหล่อเฝ้ารอเวลาเพื่อจะไปร่วมงานแสดงภาพวาดซึ่งเขานัดเข้างาน พร้อมแสงมณี ระหว่างนี้พิพัฒน์พาพันทิญาเข้ามาในร้าน เพื่อให้เธอเลือกกำไลได้ตามใจชอบ พันทิญาต้องการซื้อกำไลเป็นของขวัญวันเกิดให้วนิดา ซึ่งตอนคุยกันที่ร้านกาแฟพิพัฒน์บอกว่าจะลดราคาเป็นพิเศษ แต่เอาเข้าจริงเขากลับมอบให้เธอฟรีๆเลย

พันทิญาดีใจมากแต่ทำเป็นบ่ายเบี่ยงเกรงใจ พิพัฒน์จึงพูดให้เธอสบายใจว่า ฝากบอกคุณน้าเป็นของขวัญวันเกิดจากตนก็แล้วกัน...

ตอนที่ 4

เช้าวันเดียวกัน พันทิญาสร้างภาพด้วยการชวนพิพัฒน์ไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัดร่มรื่นแห่งหนึ่ง เสร็จแล้วสองคนกรวดน้ำแผ่เมตตาร่วมกัน

“พันอุทิศบุญกุศลที่ทำวันนี้ให้นายชัยหมดเลยค่ะ เขาจะได้ไม่จองเวรจองกรรมกับพันอีก”

ตอนที่ 3

ด้วยความเป็นห่วงลูกชายคนโตที่ยังไม่กลับมาทำให้บุญศรีนอนไม่หลับกระสับกระส่ายตลอดคืน พอฟ้าสางเธอจึงออกไปใส่บาตรพระที่หน้าบ้านแล้วตั้งจิตอธิษฐานขอให้ชัยปลอดภัยด้วยเถิด

เสร็จเรียบร้อยจะลุกขึ้นกลับเข้าบ้าน ปรากฏว่าบุญศรีหน้ามืดเกือบล้มถ้าไม่ได้ปรางแก้ววิ่งมาประคองทันเวลา...ปรางแก้วติดรถทวีปมาด้วยเพราะเป็นห่วงบุญศรีกับภูผา แต่พอรู้ว่าอีกเดี๋ยวภูผาต้องออกไปทำงาน เธอจึงโทร.ลางานอยู่เป็นเพื่อนบุญศรี เพื่อที่ภูผาจะได้ไม่ต้องกังวล

ตอนที่ 2

ทิ้งแพรไหมไว้กลางทางแล้วภูผารีบไปพบทวีปกับปรางแก้วที่บ้าน เพื่อบอกเล่าความจริงที่เกิดขึ้นเมื่อคืนจนทำให้เขาต้องผิดนัด และทำให้ปรางแก้วร้องไห้เสียใจ

เมื่อทำความเข้าใจกันได้ด้วยดีแล้ว ภูผาขอโทษปรางแก้วก่อนลากลับไปเพราะต้องรีบเตรียมงานให้นายดิเรกแล้วจะนัด คุยกับทวีปอีกทีเกี่ยวกับงานที่รับทำครั้งนี้

หลังจากภูผาไปแล้ว ปรางแก้วรู้สึกสบายใจและยิ่งมีความหวังเมื่อพี่ชายบอกว่าคนไม่สนใจสังคม อย่างภูผาถึงขนาดแจ้นมาอธิบายเรื่องผู้หญิงคนนั้นให้น้องพี่ฟังถึงบ้าน แสดงว่าเขาแคร์ความรู้สึกน้องและน่าจะมีใจให้ด้วยเหมือนกัน

ฝ่ายแพรไหม ที่ถูกภูผาทิ้งไว้กลางทางอย่างไม่ไยดี เธอยังคิดไม่ออกจะทำอย่างไรต่อ จึงกลับไปตั้งหลักพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งแต่นึกไม่ถึงว่าจะเจอเจ้าแสงฉายและ ถูกเขาพากลับบ้านอย่างไม่มีทางเลี่ยง

ศุภลักษณ์แสนดีใจที่เจ้าแสงฉายพา แพรไหมกลับมาได้ ต่างจากวนิดากับพันทิญาที่แอบหมั่นไส้และด่าแพรไหมอยู่ในใจ เพราะทั้งคู่อุตส่าห์ช่วยให้หนีออกจากบ้านไปได้แต่ดันโง่โดนจับกลับมาได้ เมื่อมีจังหวะตอนศุภลักษณ์ซักถามถึงบาดแผลที่แขนว่าเกิดจากนักเลงหัวไม้มัน ทำร้ายใช่หรือไม่ พันทิญากับวนิดาก็เหมาทันทีว่านายคนนั้นคือแฟนของแพรไหม เพราะถ้าไม่ได้เป็นอะไรกันใครจะเสี่ยงชีวิตมาช่วย

“เขาไม่ได้เป็นแฟนแพรจริงๆค่ะ แล้วเขาก็ไม่ได้เป็นนักเลงอย่างที่ทุกคนเข้าใจด้วย” แพรไหมยืนยัน

“แล้วเขาเป็นใคร” เจ้าแสงฉายคาดคั้นอยู่ในที

“เป็นสุภาพบุรุษที่ช่วยแพรด้วยความจริงใจ...เขาไม่ได้ทำร้ายแพรนะคะแม่ ที่แพรบาดเจ็บเป็นเพราะฝีมือคนของเจ้า”

“คนของผมพลั้งมือไปหน่อย...ผมต้องขอโทษด้วย”

แพรไหมค้อนเจ้าแสงฉายก่อนหันไปอ้อนแม่ว่าตนเจ็บแผลแล้วก็เหนื่อยมากอยากพักผ่อนก่อน

“จ้ะลูก...ขอบคุณเจ้ามากนะคะทีี่่ช่วยตามตัวยัยแพร กลับมาจนได้ แต่มีอะไรไว้ค่อยคุยกันพรุ่งนี้ดีกว่านะคะ วันนี้ขอยัยแพรพักก่อน”

“ได้ครับ” เจ้าแสงฉายรับคำ

พัน ทิญากับวนิดามองสองแม่ลูกอย่างหมั่นไส้ ครั้นแพรไหมขึ้นไปพักบนห้อง สองน้าหลานก็รีบตามมาต่อว่า “หน้าตาก็ฉลาดไม่คิดเลยว่าจะโง่ขนาดนี้ อุตส่าห์ ช่วยให้ออกจากบ้านจนหนีไปไกลถึงตากยังจะย้อนกลับมาให้โดนเจ้าจับตัวกลับมา ได้”

“เพื่อนแพรต้องทำงาน แพรไม่มีเพื่อนอยู่ที่โน่นเลยต้องกลับมากับเขาน่ะค่ะ”

“กลับมาเพราะเพื่อน...คิดตื้นอย่างนี้ก็สมควรแล้วที่จะโดนถูกบังคับให้แต่งงาน”

“พี่พันกับน้าดาช่วยแพรให้หนีออกจากบ้านอีกครั้งได้ไหมคะ”

“ช่วยให้หนีเดี๋ยวเธอก็ทำตัวโง่เซ่อจนถูกจับกลับมาได้อีก” พันทิญาแสร้งเล่นตัว

“แพรขอร้องละนะคะ ช่วยแพรอีกครั้งเถอะครั้งนี้แพรจะหนีไปไกลๆ ไม่ให้เจ้าจับตัวได้อีกแล้ว”

“แพร...น้า กับพี่พันน่ะรักเรามากนะ เห็นเราทุกข์เห็นเราไม่อยากแต่งงานก็อยากช่วย แต่ตอนนี้พี่ศุเข้มงวดถึงขั้นส่งน้อยมานอนเฝ้าเรา น้ายังคิดไม่ออกเลยว่าจะช่วยเราได้รึเปล่า”

“เอาเป็นว่าพี่จะพยายามหาทางดูแล้วกัน”

“ขอบคุณน้าดากับพี่พันมากนะคะ รับรองค่ะว่าถ้าครั้งนี้แพรหนีไปได้เจ้าจะจับแพรกลับมาอีกไม่ได้แล้วเพราะแพรจะหนีไปอเมริกา”

สองน้าหลานหูผึ่ง ลอบยิ้มให้กันอย่างเจ้าเล่ห์

ooooooo

ภูผา กลับถึงบ้านในตอนค่ำ เขาอดนึกถึงแพรไหมขึ้นมาไม่ได้เมื่อเห็นตุ๊กตากามเทพที่เธอวางไว้บนเบาะรถ ตอนแรกเขาทำเหมือนจะโยนมันทิ้ง แต่แล้วเปลี่ยนใจเอามันวางไว้ที่เดิมก่อนเดินเข้าบ้านไป

ขณะกินอาหารกัน พร้อมหน้าสามคนแม่ลูก ภูผาสังเกตเห็นพี่ชายอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ยิ้มแย้มตักอาหารเอาใจแม่เอาใจน้อง บุญศรีเองมองออกว่าชัยกำลังมีความสุขเพราะมีแฟน ส่วนภูผานั้นแม่บุญศรีก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขากับปรางแก้วคบกันคืบหน้าแค่ ไหนแล้ว

“ก็ดีครับ”

ภูผาตอบไม่ชัดเจน ชัยจึงซักว่าแค่นั้นเองหรือ ไม่มีความรู้สึกพิเศษมากกว่าความเป็นพี่น้องเลยเหรอ

“ไม่มีเลยครับ” ภูผาตอบนิ่งๆ

“ผู้ หญิงเรียบร้อยอ่อนหวานเป็นคนดีอย่างแก้วหาไม่ได้ง่ายๆนะลูก หมั่นไปเที่ยวกับเขาหน่อย ได้ใกล้ชิดกันมากๆ วันนึงความรักก็จะเกิดขึ้นเอง”

“แม่ ก็รู้ว่าตอนนี้ผมยังไม่อยากคิดเรื่องแฟน ผมอยากสร้างฐานะให้มั่นคงก่อน อ้อ...ผมได้ตึกที่เราจะหุ้นกันซื้อทำโฮมออฟฟิศแล้วนะครับ แค่พี่เบิกเงินในส่วนของพี่ให้ผมเราก็ไปทำสัญญาซื้อได้เลย”

ชัยชะงักหน้าเครียดทันที...หลังอาหารมื้อนั้นสองพี่น้องได้คุยกันตามลำพัง ภูผาตกใจมากที่ชัยบอกว่าเงินเก็บของพี่หมดแล้ว

“หมดแล้ว! พี่บอกผมว่ามีเงินเก็บเป็นล้านผ่านไปแค่สองเดือนบอกว่าเงินหมด เงินพี่หมดไปได้ยังไงครับ”

“ตอน นี้พี่คบกับผู้หญิงคนนึง เขาเป็นลูกคนรวย กินแต่อาหารดีๆ ใช้แต่ของแบรนด์เนม สองเดือนที่พี่คบกับเขาพี่หมดเงินไปมาก นี่พี่ก็เพิ่งซื้อแหวนเพชรให้เขาวงนึง 3 แสน ตอนนี้พี่มีเงินติดบัญชีไม่กี่หมื่นเอง”

“ทุ่มเทให้ขนาดนี้พี่คงรักเขามาก”

“มากจนตายแทนได้”

“ผู้หญิงที่โชคดีคนนั้นเป็นใครครับ”

“เขาชื่อคุณแพรไหม”

ภูผาตกใจทวนชื่อแพรไหมออกมา ทำให้ชัยสงสัยว่าเขารู้จักเธอด้วยหรือ?

“พอดีผมก็เพิ่งเจอผู้หญิงคนนึงชื่อแพรไหม แต่ไม่น่าใช่แฟนพี่คงจะแค่ชื่อเหมือนกันน่ะครับ”

ชัย พยักหน้าแล้วเล่าเรื่องพันทิญาที่เข้าใจว่าชื่อแพรไหมให้น้องชายฟัง “คุณแพรเป็นคนดีมาก ครอบครัวเขามีเงินหลายพันล้านแต่เขาก็ยอมคบกับพี่เพราะมองความรักสำคัญกว่า ฐานะ เขาพร้อมเมื่อไหร่พี่จะพาเขามาเจอแม่กับแก แล้วพี่ก็จะขอคุณแพรแต่งงาน”

“ผมดีใจนะครับที่เห็นพี่มีความสุขอย่างนี้”

“แกไม่โกรธเหรอที่พี่ไม่มีเงินหุ้นซื้อโฮมออฟฟิศกับแก”

“ความสุขของพี่มีค่ามากกว่าโฮมออฟฟิศหลังนั้นหลายเท่า ผมทำงานเก็บเงินอีกสักพักแล้วค่อยหาซื้อใหม่ก็ได้”

“ขอบใจมากนะภู ขอบใจที่เข้าใจพี่” ชัยตบไหล่น้องชายเบาๆด้วยความซึ้งใจ

ooooooo

กลับมาบ้านไม่ทันข้ามวัน แพรไหมก็จะหนีไปอีกโดยขอความช่วยเหลือจากพันทิญากับวนิดา และมีสาวใช้อีกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีหลังรับค่าจ้างจากแพรไหมมาแล้ว

ตอนที่ 1

ค่ำคืนวันลอยกระทง...ภูผา อดีตนายตำรวจหนุ่มที่ลาออกมาเปิดบริษัทรักษาความปลอดภัยได้เจอกับแพรไหมหญิงสาวที่หนีการหมั้นกับเจ้าแสงฉายเจ้าชายจากเชียงทวายมาเที่ยวในงาน เจ้าแสงฉายส่งคนมาตามจับตัวแพรไหมกลับไป แต่เธอไม่ยอม เธอวิ่งหนีมาขอความช่วยเหลือจากภูผาทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

ภูผาเพิ่งวางสายจากทวีป เพื่อนสนิทที่นัดกันมาเที่ยวงานลอยกระทง เมื่อมีหญิงสาววิ่งมาขอความช่วยเหลือ โดยที่ข้างหลังของเธอมีชายฉกรรจ์สองคนไล่กวดมา สุภาพบุรุษอย่างภูผามีหรือจะปล่อยผ่าน เขาเตะต่อยต่อสู้กับชายสองคนนั้นด้วยมือเปล่า โดยมีแพรไหมยืนดูอย่างตื่นเต้น

เมื่อสองรุมหนึ่งยังเอาชนะภูผาไม่ได้ ทั้งคู่ฝากคำอาฆาตเดี๋ยวจะกลับมาเอาคืนแล้วพากันวิ่งออกไป ส่วนแพรไหมรีบเข้ามาขอบคุณภูผาและชื่นชมเขาว่าเก่งเท่ยิ่งกว่าพระเอกหนังเสียอีก

ชายหนุ่มไม่ได้สนใจคำชม แต่อยากรู้ว่าพวกนั้นตามจับตัวเธอทำไม หญิงสาวนิ่งไปนิดคิดหาคำตอบก่อน โกหกเขาว่า พวกมันเป็นคนของพ่อเลี้ยงของตน พ่อเลี้ยงจะปล้ำตน ตนเลยหนีออกจากบ้าน พ่อเลี้ยงจึงส่งคนมาตามจับตัวกลับ

“แล้วแม่คุณไปไหนทำไมปล่อยให้พ่อเลี้ยงทำกับคุณอย่างนั้น”

“คือ...พ่อเลี้ยงฉันเป็นคนมีอิทธิพลแล้วก็โหดมาก แม่ฉันกลัวโดนพ่อเลี้ยงทำร้ายเลยไม่กล้าขัดใจ”

“คุณไปแจ้งตำรวจหรือไม่ก็พวกมูลนิธิสิครับ พวกเขาช่วยคุณได้”

พูดเสร็จภูผาเดินจากไป และไม่คิดว่าหญิงสาวจะวิ่งตามตนมาอีก

“คุณภูผา...ฉันขอพูดตรงๆแบบไม่อ้อมค้อมเลยนะคะ ฉันไปเรียนต่างประเทศมาหลายปีเพิ่งกลับเมืองไทยได้สองวัน ไม่มีเพื่อนที่ไหนเลย บ้านก็กลับไม่ได้ ขอฉันไปกับคุณด้วยคนนะคะ”

“คุณนี่เป็นผู้หญิงประเภทไหน ทำไมถึงใจกล้าขอไปกับผู้ชายที่เพิ่งเจอกัน”

“ประเภทไม่มีที่ไปค่ะ นะคะคุณภูผา...ให้ฉันไปกับคุณนะคะ”

“ตำรวจกับมูลนิธิก็มีทำไมต้องผม”

“เพราะพ่อเลี้ยงฉันเป็นคนมีอิทธิพลมาก ขืนไปหาตำรวจหรือไปมูลนิธิเขาพาฉันส่งบ้านแน่ ที่สำคัญคุณเก่งฉันเชื่อว่าถ้าคนของพ่อเลี้ยงฉันย้อนกลับมาคุณจะช่วยฉันได้”

“ผมไม่ได้เก่งกาจอย่างที่คุณคิดหรอก แล้วผมก็ไม่อยากมีภาระ” ภูผาผละไปทันที แพรไหมหน้ามุ่ยไม่พอใจ ก้าวตามเขาไปอีก

ooooooo

ในขณะที่ลูกสาวได้เจอคนดีมีน้ำใจ แต่คนเป็นแม่อย่างศุภลักษณ์ไม่รู้เห็น เธอกำลังทุกข์ร้อนอยู่ที่บ้านหลังจากติดต่อเข้าโทรศัพท์มือถือของลูกรักไม่ได้เลย

ศุภลักษณ์กังวลและเป็นห่วงลูกสาวที่หายไปตั้งแต่เช้า ไม่รู้ป่านนี้จะเป็นตายร้ายดียังไง แต่พันทิญาพี่สาวต่างแม่ของแพรไหมกลับเยี่ยมหน้าเข้ามาอย่างไม่ทุกข์ร้อนแถมแต่งตัวสวยเหมือนจะออกไปข้างนอก โดยมีคุณน้าวนิดาเดินตามหลังเข้ามาอีกคน

พันทิญาเข้ามากอดศุภลักษณ์ บอกว่าตนนัดเพื่อนไปลอยกระทง ศุภลักษณ์ได้ยินอย่างนั้นก็บ่นทันทีว่า น้องหายไปทั้งคนยังจะมีกะจิตกะใจไปเที่ยวอีก ไม่ห่วงน้องบ้างเลยหรือ

“ห่วงค่ะ แต่พันรู้ว่ายัยแพรเอาตัวรอดเก่งเลยไม่ทุกข์เหมือนคุณแม่”

“ยัยพันพูดถูกนะคะ ยัยแพรโตแล้วแถมไปอยู่เมืองนอกเมืองนาคนเดียวตั้งหลายปี มีอะไรยัยแพรก็ต้องเอาตัวรอดได้ พี่ศุอย่าเครียดนักเลยค่ะ”

“พวกเธอไม่เคยเป็นแม่คนไม่รู้หรอกว่าใจคนเป็นแม่ที่ลูกหายไปจากบ้านมันร้อนแค่ไหน”

วนิดากับพันทิญาหน้าเจื่อนไม่กล้าเถียง แต่พอได้ยินสาวใช้เข้ามาบอกว่าเจ้าแสงฉายมา พันทิญาสีหน้า แช่มชื่นขึ้นทันที เฝ้ามองชายหนุ่มรูปงามด้วยสายตามีความหมาย

เจ้าแสงฉายมาส่งข่าวว่าคนของตนเจอแพรไหมในงานลอยกระทงที่จังหวัดตาก แต่ไม่ได้ตัวเธอกลับมา เพราะมีนักเลงหัวไม้ทำร้ายคนของตนเสียก่อน

“นักเลงหัวไม้? เจ้ากำลังจะบอกว่ายัยแพรอยู่กับนักเลงเหรอคะ”

“ตอนที่คนของผมเจอมันเป็นอย่างนั้น”

“ไอ้นักเลงนั่นต้องเป็นแฟนยัยแพรแน่ๆเลยค่ะ ไม่งั้นมันคงไม่กล้าสู้กับคนของเจ้าเพื่อช่วยยัยแพรหรอก”

ศุภลักษณ์ไม่พอใจติงพันทิญาว่า เพื่อนที่เมืองไทยน้องยังไม่มีแล้วน้องจะมีแฟนได้ยังไง...แต่วนิดาถือหางพันทิญารีบบอกว่า มีสารพัดวิธีที่จะทำให้วัยรุ่นยุคนี้เป็นแฟนกันข้ามโลก

“แต่ไม่ใช่คุณแพร...ก่อนที่ผมจะมาสู่ขอผมให้คนเช็กประวัติคุณแพรทั้งตอนอยู่ที่นี่แล้วก็อยู่เมืองนอกหมดแล้ว คุณแพรไม่เคยมีแฟน” เจ้าแสงฉายกล่าวอย่างมั่นใจ ทำให้พันทิญาอดหมั่นไส้เขาไม่ได้

“ยัยแพรเป็นเด็กหัวนอกใจเร็วยังกับจรวดอาจจะไปเจอผู้ชายคนนั้นตอนเช้าตกเย็นก็เป็นแฟนกันก็ได้นะคะ”

“อย่าดูถูกน้องนะพัน” ศุภลักษณ์ปรามเสียงขุ่น

“ไม่ได้ดูถูกค่ะ พันแค่สันนิษฐานตามนิสัยยัยแพรแล้วก็สถานการณ์ที่เป็นอยู่”

“งั้นคุณก็คงไม่รู้จักนิสัยน้องสาว เพราะถ้ารู้คุณจะรู้ว่าคุณแพรไม่ใช่คนใจเร็ว”

คราวนี้พันทิญาถึงกับสะอึก ไม่นึกว่าเจ้าแสงฉายจะออกรับแทนแพรไหมถึงขนาดนี้

“คุณน้าทราบข่าวคุณแพรแล้วคงสบายใจขึ้นนะครับ”

“ก็ดีกว่าตอนไม่รู้อะไรเลย ถ้าไม่มีเจ้าน้าคงไม่รู้จะทำยังไง ขอบคุณเจ้ามากนะคะที่ช่วยตามหายัยแพร”

“คุณแพรเป็นคนที่ผมรักต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินผมก็ต้องพาคุณแพรกลับมาให้ได้ครับ”

หลังจากเจ้าแสงฉายกลับไปแล้ว พันทิญาแอบบ่นกับวนิดาว่า ทั้งแม่ทั้งเจ้าเข้าข้างแพรไหมกันหมด วนิดาบอกแน่นอนอยู่แล้ว แพรไหมเป็นลูกในไส้ยังไงศุภลักษณ์ก็ต้องรักมากกว่าลูกเลี้ยงอย่างพันทิญา ส่วนเจ้าแสงฉายก็กำลังหลงแพรไหมจนหน้ามืดตามัวขนาดหนีไม่ยอมหมั้นด้วยยังไม่ว่าอะไรเลยสักคำ

“พันไม่ให้นังน้องนอกไส้นั่นหมั้นกับเจ้าง่ายๆหรอกค่ะ พันไม่ยอมให้มันได้ดีกว่าพัน”

“งั้นพันก็ต้องหาวิธีแย่งเจ้ามาจากยัยแพรให้ได้”

“ตอนนี้พันยังจับทางเจ้าไม่ถูกพูดอะไรไปก็ดูเจ้าไม่ถูกใจไปซะหมด ขอเวลาพันศึกษานิสัยเจ้าอีกหน่อย จับทางได้เมื่อไหร่จะจับให้อยู่หมัดให้ดิ้นไม่หลุดเลยเชียว”

“แล้วอย่าประมาทล่ะ ยังไงก็ต้องหาคนไว้สำรองเผื่อเจ้าหลุดมือไปพันจะได้ไม่เคว้ง”

“คุณน้าก็รู้ว่าพันทำอย่างนั้นอยู่แล้ว”

“คนที่นัดไปลอยกระทงด้วยกันเนี่ยเหรอจ๊ะคนที่พันสำรองไว้”

“คนนี้คำว่าตัวสำรองยังหรูไป ต้องเรียกว่าของเล่นค่ะ จนจะตาย มีดีที่หล่อเท่านั้นละค่ะ พันควงเล่นๆ หาใหม่ได้ เมื่อไหร่พันจะสลัดทิ้งทันที”

“มันต้องอย่างนี้สิจ๊ะหลานน้า...สวย รวย ชาติตระกูลดีอย่างเราต้องเป็นฝ่ายเลือก หนูทำถูกแล้วล่ะจ้ะ”

“ในโลกนี้คงมีคุณน้าคนเดียวเท่านั้นล่ะค่ะที่เข้าใจพัน” พันทิญาโอบกอดคุณน้าด้วยความรัก วนิดากอดตอบรักหลานสาวคนนี้มากเช่นกัน

ooooooo

ในงานลอยกระทงที่ตาก แพรไหมยังคงเดินตามภูผาไม่หยุดหย่อน เขาพยายามหลีกหนีก็ไม่สำเร็จ ขณะเดินต่อปากต่อคำกันอยู่นั้น ชายฉกรรจ์สองคนย้อนกลับมาพร้อมเพื่อนอีกสอง พวกเขาจะเอาตัวแพรไหมไปด้วยให้ได้ จึงเกิดการต่อสู้กัน ภูผาเกือบถูกแทงถ้าแพรไหมไม่วิ่งเข้ามาขวาง แต่นั่นก็ทำให้เธอโดนมีดเฉี่ยวที่แขนจนได้เลือด

ภูผาพาแพรไหมวิ่งหลบหนีไปทางลานจอดรถ โชคดีไปเจอตำรวจ ชายสี่คนจึงไม่กล้าตอแยอีก แต่จู่ๆแพรไหมก็วิ่งพรวดออกไป  เมื่อภูผาจะเจรจากับตำรวจ เธอไม่ยอมให้เขาจับเธอส่งตำรวจ แม้เขาจะย้ำนักหนาว่าตำรวจช่วยเธอได้

“ถ้าตำรวจช่วยฉันพ้นจากอิทธิพลพ่อเลี้ยงฉันได้ ฉันไปหาตั้งแต่แรกแล้ว ไม่มาตื๊อให้คุณทำท่ารำคาญใส่อย่างนี้หรอก”

“โอเคครับ ผมไม่ส่งคุณให้ตำรวจก็ได้ แต่คุณต้องไปโรงพยาบาล”

“พ่อเลี้ยงฉันคงรู้แล้วว่าคนของเขาทำฉันเจ็บ ป่านนี้คงส่งคนไปดักรอทุกโรงพยาบาล ฉันยอมตายดีกว่าต้องไปโรงพยาบาลแล้วโดนจับกลับบ้าน”

ชายหนุ่มอ่อนใจ แต่เห็นแผลที่แขนเธอแล้วอดสงสารไม่ได้ จึงจะพาไปคลินิกแถวนี้ แพรไหมตกลงแต่เขาต้องสัญญามาก่อนว่าจะอยู่เป็นเพื่อนกัน

“กะอีแค่อยู่เป็นเพื่อนต้องให้สัญญากันเลยเหรอ”

“ฉันกลัวคุณหนีเลยต้องการคำสัญญาจากลูกผู้ชาย...สัญญาสิว่าจะอยู่เป็นเพื่อนฉัน”

“เรื่องมาก...สัญญาก็สัญญา”

ooooooo

ขณะที่ภูผาให้สัญญากับแพรไหมอยู่นั้น...ปรางแก้วน้องสาวของทวีปกำลังรอเขาอยู่อย่างกระวน กระวาย  เธอจะลอยกระทงกับภูผาชายที่เธอรักหมดใจ เมื่อเขายังไม่ปรากฏตัวทั้งที่ทวีปบอกว่าตอนโทร.คุยกันเขาอยู่ลานจอดรถ  ปรางแก้วรู้สึกเป็นห่วงให้พี่ชายลอง โทร.หาเขาอีก แต่โทร.กี่ครั้งภูผาก็ไม่รับสาย

ภูผาแพรไหม เรื่องย่อละคร

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”

"อ๊อฟ" ปั้น "บีบี" เป็นผู้จัด จับคู่ "ณเดชน์-โบว์" “มนต์รักหนองผักกะแยง”
10 พ.ค. 2564

00:15 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 10 พฤษภาคม 2564 เวลา 07:11 น.