สมาชิก

ภูผาแพรไหม

ตอนที่ 12

ภูผาพาแพรไหมออกนอกเส้นทางแล้วยังพูดจากระแทกแดกดันให้เธอเจ็บช้ำน้ำใจไม่สิ้นสุด ก่อนจะพาเธอกลับมาส่งบ้าน ระหว่างนี้เอง ทวีปโทร.มาบอกเขาว่าเกิดเรื่องใหญ่ แสงมณีถูกจับตัวไป แต่ไม่ทันจะบอกสถานที่ก็ถูกนทีกับอรัญใช้ปืนจี้หัวพาไปขังรวมกับแสงมณี โดยทิ้งดวงใจกับพิพิธในสภาพหมดสติไว้ภายในห้างสรรพสินค้า

แสงมณีสงสารทวีปที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วย เธอขอร้องพวกอโณทัยให้ปล่อยเขาไป แต่ทุกคนไม่ยอม และจะขังทั้งคู่ไว้อย่างนี้รอให้แสงฉายร้อนใจที่แสงมณีหายไปจนต้องยอมทำตามเงื่อนไขของพวกตน

เวลานั้น แสงฉายทราบเรื่องจากดวงใจแล้ว เขาคาดว่านักฆ่าพวกนั้นคงยังไม่ทำอะไรแสงมณี เพราะคนที่เป็นเป้าหมายของมันคือตน และตนก็ไม่เห็นด้วยที่ธนาจะพาคนบุกไปช่วย ตนมีน้องสาวแค่คนเดียวยังไงก็ไม่ปล่อยให้เป็นอะไร แต่ต้องคิดให้รอบคอบก่อน ด้านภูผาก็ร้อนใจไม่แพ้ใคร เขารีบมาพบแสงฉายถึงบ้านเพื่อแสดงความรับผิดชอบที่ปกป้องแสงมณีไม่ได้

“ถ้าคุณอยากแสดงความรับผิดชอบ คุณต้องพาน้องสาวผมกลับมาให้ได้”

“มันเป็นสิ่งที่ผมต้องทำอยู่แล้ว แต่เจ้าต้องพูดความจริงกับผมซะที กลุ่มคนที่จับตัวเจ้าแสงมณีไปเป็นใคร เกี่ยวพันอะไรกับเจ้า”

“คุณไม่จำเป็นต้องรู้ หน้าที่ของคุณคือพาเจ้าแสง–มณีกลับมาให้ได้” ธนาโต้แทนนายของตน

“คุณก็ทำหน้าที่องครักษ์ของเจ้า คุณน่าจะรู้ดีนะว่ามันสำคัญยังไง ถ้าคุณไม่รู้ว่าศัตรูของเจ้าคือใคร มีกำลังเท่าไหร่ คุณจะรับมือกับพวกเขาได้ยังไง ผมไม่ได้ใช้แต่กำลังนะครับ”

“คุณหาว่าผมไม่ใช้สมองเหรอ” ธนาจ้องหน้าภูผาอย่างเอาเรื่อง

“เอาเถอะ เรามาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะช่วยแสงมณี กลับมาได้ยังไง”

ขาดคำของแสงฉาย เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น... อโณทัยโทร.มายื่นข้อเสนอให้แสงฉายมารับแสงมณีคืนด้วยตัวเองคนเดียว และห้ามบอกตำรวจ ไม่อย่างนั้นเขาจะได้แต่ศพของแสงมณีกลับคืนไป แสงฉายรับฟังด้วยความแค้น พลางชำเลืองมองภูผาก่อนเดินห่างออกไปเพื่อไม่ให้เขาได้ยิน

“แกอย่าทำอะไรน้องสาวฉันนะ ฉันยินดีให้เงินพวกแกสิบล้าน พวกแกหาทั้งชาติยังไม่ได้เลย”

“เราไม่ได้ต้องการเงิน เราต้องการตกลงกับเจ้าดีๆ”

“พวกแกต้องการอะไร”

“พรุ่งนี้เจ้าเดินทางมาพบกับเราก็แล้วกัน ถ้ามีคนอื่นตามมาด้วยล่ะก็ ข้อเสนอของเราจบทันที”

แสงฉายขบกรามแน่นด้วยความแค้น แล้วปรับสีหน้าเป็นปกติหันกลับมาเอ่ยกับภูผา “ถ้าคุณช่วยน้องสาวผมออกมาได้ เงินสิบล้านบาทจะเป็นของคุณ”

“เก็บเงินของเจ้าไว้เถอะครับ ยังไงผมก็ต้องช่วยเจ้าแสงมณีตามหน้าที่อยู่แล้ว อีกอย่าง เพื่อนผมก็ถูกจับไปด้วย แต่งานนี้เราต้องมีแผน”

“คุณอย่าบอกนะว่าจะให้ผมไปเสี่ยง”

“ถ้าเจ้าไม่ไป เจ้าคิดเหรอว่าพวกนั้นจะยอมปล่อยตัวน้องสาวเจ้าง่ายๆ”

ธนาท้วงขึ้นอย่างไม่เห็นด้วย “ถ้าเจ้าแสงฉายตกอยู่ในมือของพวกมัน ใครจะรับประกันว่าเจ้าจะไม่เป็นอันตราย เจ้าอย่าเชื่อเขานะครับ”

“นั่นน่ะสิ เราบุกเข้าไปชิงตัวแสงมณีไม่ดีกว่าเหรอ คนของเราออกเยอะแยะจัดการพวกมันได้อยู่แล้ว”

“แต่ถ้าพวกมันรู้ว่าเจ้าไม่ทำตามข้อเรียกร้อง ผมเกรงว่าเจ้าแสงมณีจะเป็นอันตราย”

คำพูดของภูผาทำให้แสงฉายตระหนักในความปลอดภัยของน้องสาว ถามเขาว่ามีแผนยังไง ภูผานิ่งคิด แววตามุ่งมั่นด้วยความรับผิดชอบในหน้าที่ แต่แสงฉายกลับหันไปสบตาธนาอย่างมีแผนการร้าย หวังจะยืมมือพวกนักฆ่าจัดการกับภูผาในคราวนี้เลย

ooooooo

ค่ำแล้ว ภายในบ้านที่แสงมณีกับทวีปถูกคุมขังเงียบเชียบ ทั้งคู่ถูกจับมัดมือไพล่หลังอยู่คนละมุม ทวีปสังเกตเห็นแสงมณีน้ำตาซึม นึกว่าเธอกลัวจึง ปลอบโยนว่า วันพรุ่งนี้อาจจะมีคนมาช่วยเราก็ได้ เจ้าแสงฉายคงไม่ปล่อยให้เธอเป็นอะไร

“ฉันไม่ได้กลัวตาย ฉันเสียใจที่คนเชียงทวายด้วยกันต้องลุกขึ้นมาเข่นฆ่ากันเองราวกับว่าโกรธแค้นกันมาแต่ชาติปางไหน”

“เกิดอะไรขึ้นที่บ้านของคุณ”

“เชียงทวายถูกปกครองโดยท่านพ่อของฉันมานาน อาจจะนานเกินไปจนทำให้คนบางกลุ่มคิดก่อกบฏ แต่พวกเขาทำไม่ได้เพราะประชาชนส่วนใหญ่ยังภักดีต่อท่านพ่อ พอสิ้นท่านพ่อ พวกกบฏจึงต้องหาทางกำจัดพี่ชายกับฉัน เราเลยต้องหนีมาที่เมืองไทย แต่ฉันก็เสียทีพวกมันจนได้”

“อย่าห่วงเลยครับ ผมจะไม่ยอมให้ใครทำอะไรเจ้าเด็ดขาด ผมสัญญาว่าจะปกป้องเจ้าด้วยชีวิตของผม”

“อย่าเอาชีวิตของคุณมาเสี่ยงเพื่อผู้หญิงที่ไม่ได้มีความหมายอะไรกับคุณเลยค่ะ”

“คุณไม่รู้จริงๆ หรือแกล้งไม่รู้กันแน่ ว่าคุณมีความหมายกับผมมากแค่ไหน”

แสงมณีเขินอายจนไม่กล้าสบสายตาบอกความรู้สึกในใจของชายหนุ่ม สักครู่ เธอนึกได้ว่าตัวเองมีของบางอย่าง ที่อาจจะช่วยเราได้ นั่นก็คือปิ่นปักผมที่ออกแบบให้ แหลมคมเหมือนมีด

ขณะเดียวกัน อโณทัยกับนาราคุยกันอยู่นอกบ้าน สองคนมีความรักต่อกัน และหวังว่าเสร็จงานนี้จะได้กลับไปครองคู่กันอย่างมีความสุข แต่สำหรับพิมที่แอบฟังอยู่ในมุมมืด เธอเสียใจกับภาพบาดตาและถ้อยคำบาดใจนั้นเหลือเกิน พิมหลงรักอโณทัยมานานแต่ไม่ว่าเธอจะทำดีกับเขาแค่ไหน ก็ไม่เคยได้รับรักตอบ ซึ่งนทีรู้มาตลอดและเฝ้าดูพิมด้วยความสงสาร

ค่ำนี้ก็เช่นกัน นทีแอบเห็นพิมร้องไห้จึงเข้ามาเตือน ให้เธอตัดใจและทำใจ เพราะสองคนนั้นรักกันมานาน คงไม่มีอะไรทำให้เขาเปลี่ยนใจได้

“อย่ามายุ่งกับฉัน” พิมตวาดแล้วลุกขึ้นเดินหนี แต่นทีก็ยังตามมารั้งเธอไว้

“ยังมีคนที่รักคุณนะพิม จริงอยู่ ผมอาจจะไม่ใช่หลานนายพล ไม่ร่ำรวยเหมือนอโณทัย แต่ผมก็จริงใจกับคุณ”

พิมแววตาอ่อนลง เธอรู้มาตลอดว่านทีคิดอย่างไรกับตัวเอง “ความรักมันห้ามกันไม่ได้หรอกนะนที ที่ผ่านมาฉันก็พยายามบอกใจตัวเองให้เลิกรักเขา...ฉันยังทำไม่ได้เลย”

พิมสะเทือนใจ เบือนหน้าซ่อนน้ำตา นทีมองเธอด้วยความรักและเข้าใจ

ooooooo

เช้าแล้ว แสงมณีกับทวีปยังมีอาการเขินๆ หลังจากฝ่ายชายสารภาพรักไปเมื่อคืน...แสงมณีสังเกตจนแน่ใจว่าไม่มีใครหน้าห้องก่อนเร่งทวีปให้ใช้ปิ่นปักผมตัดเชือกเพื่อหาทางหลบหนีออกจากที่นี่

ส่วนที่บ้านแสงฉาย ธนากำลังทักท้วงแสงฉายให้คิดอีกทีเรื่องแผนที่วางไว้ ตอนนี้ยังมีเวลาเปลี่ยนใจถ้าไม่อยากเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยง

“แล้วน้องหญิงล่ะ เรามีกันอยู่สองคนพี่น้อง ไม่ว่าจะเป็นตายร้ายดียังไง ฉันก็ต้องหาทางช่วยแสงมณีให้ได้”

“แต่...”

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ทำตามแผนของเราก็แล้วกัน งานนี้ถ้าจะมีคนตายต้องไม่ใช่ฉันกับแสงมณีแน่ แต่เป็นไอ้ภูผาต่างหาก เราจ้างมันมาตายแทนอยู่แล้ว”

ธนาเงียบลง พอดีลูกน้องเข้ามารายงานแสงฉายว่าภูผามาแล้ว แสงฉายจึงให้เชิญเขาไปรอที่ห้องทำงาน เดี๋ยวตนจะตามไป...และเมื่อแสงฉายกับธนามาถึง ภูผาก็เริ่มอธิบายสิ่งที่ตนเตรียมการไว้

“ผมติดตั้งระบบจีพีเอสไว้ที่รถ ระบบที่ผมใช้สามารถบอกพิกัดได้ละเอียดที่สุดเท่าที่ใช้กันอยู่ แต่เจ้าจะต้องขับรถไปเอง เพื่อให้พวกมันตายใจ”

“ผมจะแน่ใจได้ยังไงว่าคุณจะตามไปช่วยผมได้ทันเวลา”

“ผมอาจจะไม่มีเกียรติให้เจ้าเชื่อถือ แต่ผมขอยืนยันไว้ตรงนี้ ผมจะทำหน้าที่ของผมให้ดีที่สุด ผลงานที่ผ่านมาคงพอจะทำให้เจ้าวางใจได้บ้าง”

“แต่งานนี้ไม่หมูหรอกนะคุณภูผา นักฆ่าจากเชียงทวาย ไม่ใช่โจรกระจอกที่คุณจะเอาชนะพวกมันได้ง่ายๆ”

“แล้วคุณธนามีแผนที่ดีกว่านี้ไหมล่ะ หรือคุณอยากจะพาองครักษ์ของคุณทั้งหมดบุกเข้าไปก็ได้นะ ถ้าไม่ห่วงชีวิตของเจ้าแสงมณี”

“ถ้าเจ้าสั่งผมก็พร้อมจะทำอยู่แล้ว” ธนาจ้องภูผาเขม็งด้วยความไม่พอใจ

พลันเสียงมือถือแสงฉายดังขึ้น อโณทัยโทร.มาเร่งขณะจอดรถรออยู่ริมถนนเปลี่ยวสายหนึ่ง โดยบอกว่าตนให้เวลาเขาอีกครึ่งชั่วโมง ถ้าเขายังมาไม่ถึง รับรองว่าต้องได้ศพเจ้าแสงมณีกลับไปแน่

ทันทีที่อโณทัยตัดสาย แสงฉายก็เตรียมตัวออกจากบ้าน ธนากำชับนายของตนอีกทีเรื่องอาวุธ ส่วนภูผาส่งสร้อยคอพร้อมจี้ให้แสงฉายสวมไว้ เผื่อมีอะไรผิดพลาดจะได้หาตำแหน่งของเขาได้

“ก็ไหนคุณว่าติดจีพีเอสไว้ที่รถแล้วไง”

“สำรองไว้ครับ เผื่อว่าพวกมันจะรู้ทัน”

แสงฉายพอใจ รับสร้อยนั้นมาแล้วจะเดินไปขึ้นรถ แต่เหลือบเห็นดวงใจเดินตาแดงๆตรงมา ดวงใจแสดงความเป็นห่วงแสงมณีและเตือนให้แสงฉายระวังตัว ซึ่งชายหนุ่มก็สัญญาว่าเขาจะพาแสงมณีกลับมาให้ได้

แสงฉายขับรถไปคนเดียวตามเส้นทางที่อโณทัยบอกมาเป็นระยะ กระทั่งถึงจุดหมายแสงฉายก็ถูกพวกอโณทัยจับตัวขึ้นรถตู้ เป็นเวลาเดียวกับแสงมณีและทวีปพยายามหนีออกจากบ้านแต่ก็มาโดนพิมกับนาราสกัดเอาไว้อีก

ในที่สุด แสงฉาย แสงมณี และทวีปถูกจับมาไว้ที่เดียวกัน แล้วรอให้นายพลจันทร์เทพลุงของอโณทัยมาจัดการกับแสงฉายเอง แต่ระหว่างนี้ภูผาที่แอบตามแสงฉายอยู่ตลอดได้บุกเข้ามาช่วย แล้วเกิดการต่อสู้กันดุเดือดเมื่อธนากับลูกน้องมาสมทบทั้งที่ไม่ได้อยู่ในแผนการที่วางไว้ เหตุนี้เองทำให้ภูผากับทวีปเกือบเอาชีวิตไม่รอด ขณะที่แสงฉายพาแสงมณีหนีไปได้อย่างปลอดภัย

การปะทะกันของสองฝ่ายใช้เวลาไม่มากนัก แต่ก็มีคนล้มตายไปไม่น้อย โดยเฉพาะลูกน้องของอโณทัย ซึ่งหนึ่งในนี้คือพิมที่โดนธนายิงตายคาที่ ยังความเสียใจให้นทีอย่างสุดซึ้ง

หลังผ่านความเป็นความตายมาได้ ภูผาบ่นเรื่องที่แสงฉายส่งคนสะกดรอยตามตนมาจนเกือบทำให้เสียเรื่อง ทวีปฟังแล้วโพล่งขึ้นอย่างเจ็บใจ

“คนอย่างเขาคงไม่ยอมตายง่ายๆหรอก เขาต้องทำทุกวิถีทางที่จะเอาตัวรอด แม้แต่การหักหลังคนอื่น ดูสิ ปล่อยให้เราสองคนสู้กับพวกนักฆ่า ทั้งที่เราไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยเลย”

“คนเห็นแก่ตัวอย่างนี้ฉันเห็นจะทำงานด้วยไม่ได้อีกแล้ว”

“อ้าว...ฉันก็อดใกล้ชิดเจ้าแสงมณีน่ะสิ”

“ไม่แน่หรอก เจ้าแสงมณีอาจจะอยากได้บอดี้การ์ดส่วนตัว”

“แต่คงไม่ใช่ฉันหรอก ถ้าพี่ชายค้ายาเสพติดจริงๆ เขาคงไม่ให้ฉันอยู่ใกล้ๆพี่ชายเขาหรอก”

“แต่เราจะปล่อยให้เขาใช้บ้านเราเป็นฐานลำเลียงยาเสพติดเหรอวะ”

“ไม่! ยังไงฉันก็ไม่ยอม ฉันจะต้องหาหลักฐานมัดตัวเจ้าแสงฉายให้ได้ สงสารก็แต่คุณแพรไหมที่ต้องกลายเป็นเจ้าสาวบังหน้าให้มัน”

ได้ยินชื่อแพรไหม...ภูผาหน้าเครียดขึ้นมาทันที ทางด้านแสงฉายกับแสงมณีที่กลับไปถึงบ้านแล้ว แสงมณีแสดงความไม่พอใจพี่ชายที่หนีเอาตัวรอดโดยทิ้งภูผากับทวีปให้เสี่ยงตาย ทั้งที่พวกเขาเข้าไปช่วยเราสองพี่น้อง

“แต่ที่พี่ทำไปทั้งหมดเพื่อความปลอดภัยของเรานะ”

“แล้วปล่อยให้สองคนนั่นตกอยู่ในอันตรายเหรอคะ ถ้าเขาเป็นอะไรขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ ครอบครัวเขา ญาติพี่น้อง คนที่รักเขาคงจะเสียใจมาก”

“พี่จ้างเขามาปกป้องน้องหญิง ถ้าเขาจะตายเขาก็ตายในหน้าที่ เราก็ให้เงินเขาไปสิ กี่ล้านก็ว่ากันไป เรามีเงินออกเยอะแยะจะไปกลัวอะไร”

“หญิงเป็นห่วงเขา หญิงรักเขา ได้ยินไหมคะพี่ชาย หญิงรักคุณภูผา ถ้าเขาเป็นอะไรไปหญิงจะไม่ให้อภัยพี่ชายเลย”

แสงมณีเดินน้ำตาคลอจากไป แสงฉายหนักใจ แต่ยังไงเขาก็ไม่อยากให้ภูผารอดกลับมาเป็นเสี้ยนหนามหัวใจของเขากับแพรไหมอีกต่อไป

ooooooo

ปรางแก้วยังทำใจไม่ได้กับความจริงจากปากภูผาเมื่อวันก่อน ทวีปเห็นน้องสาวร้องไห้ก็รู้สึกไม่ดี เขาพยายามปลอบน้องให้ตัดใจ ยอมเจ็บวันนี้ดีกว่าเจ็บปวดไปทั้งชีวิตถ้าแต่งงานกับคนที่เขาไม่รักเรา

“แต่แก้วอยู่โดยไม่มีพี่ภูไม่ได้”

“แก้วยังเป็นน้องสาวของไอ้ภูเหมือนเดิมนะ แต่แก้วต้องทำใจยอมรับความจริงว่าแก้วกับเขาไม่ได้เกิดมาคู่กัน”

“แก้วทำใจไม่ได้ ถ้าวันหนึ่งเขาจะเลือกคนอื่น”

“ความรักไม่ต้องจบลงด้วยความสมหวังเสมอไปหรอกนะ ชีวิตจริงไม่เหมือนนวนิยายที่แก้วชอบอ่าน ถ้าถึงวันนั้นจริงๆแก้วควรจะดีใจด้วยซ้ำที่เห็นคนที่แก้วรักมีความสุข โลกนี้ยังมีคนอีกเยอะแยะที่เหมาะกับแก้ว ลองเปิดใจมองคนอื่นดูบ้าง บางทีแก้วอาจจะได้พบคนที่เกิดมาคู่กับแก้วก็ได้ แล้วแก้วก็จะนึกดีใจว่าดีแล้วที่ไอ้ภูไม่ยอมแต่งงานกับแก้ว”

“ไม่ค่ะ แก้วจะรอพี่ภู ชาตินี้แก้วคงรักใครอีกไม่ได้” ปรางแก้วน้ำตาไหลพราก ทวีปกอดน้องด้วยเห็นใจและหนักใจ

วันเดียวกัน ภูผาเอารถที่ถูกตัดสายเบรกมาส่งแพรไหมแล้วลากเธอออกไปคุยนอกร้าน เพื่อเตือนไม่ให้เธอแต่งงานกับแสงฉายเพราะเขาค้ายาเสพติด แต่ไม่ทันได้พูดออกไปแสงฉายกับแสงมณีก็ปรากฏตัวเสียก่อน แสงมณีดีใจที่เห็นภูผาปลอดภัย เธอเป็นห่วงเขามาก โทร.หาตั้งแต่เมื่อวานแต่ไม่ติด

“ผมพักผ่อนน่ะครับ ตั้งใจว่าจะหยุดยาว แล้วก็จะไปบอกเจ้าว่าผมคงทำหน้าที่บอดี้การ์ดให้เจ้าต่อไปไม่ได้”

“ฉันเข้าใจค่ะ งานที่เสี่ยงอันตรายค่าตอบแทนเท่าไหร่ก็คงไม่คุ้ม”

“ไม่ใช่เรื่องเงินหรอกครับ ผมมีเหตุผลส่วนตัว”

“แต่ยังไงงานแต่งงานของผมกับคุณแพรไหม หวังว่าคุณภูผาคงจะมาร่วมงานด้วย เราขอเชิญไว้ล่วงหน้าก็แล้วกัน”

“ได้ครับ แล้วผมจะไป” รับปากแสงฉายแล้วภูผาจะเลี่ยงออกมา แต่ทันใดมองเห็นชายคนหนึ่งเล็งปืนมาที่แพรไหม เขาพุ่งไปรวบตัวเธอให้พ้นวิถีกระสุน ขณะที่แสงฉายก็ตกใจกระชากแขนน้องสาวหมอบลง

ภูผากำชับทุกคนให้รออยู่ตรงนี้อย่าไปไหน แล้วตัวเองถือปืนวิ่งตามคนร้ายไป แต่ก็ไม่ทันเพราะมันโดดขึ้นมอเตอร์ไซค์ที่อีกคนสตาร์ตเครื่องรออยู่

เมื่อย้อนกลับมาหาทุกคนและพากันเข้าไปในร้าน แพรไหมยังอยู่ในอาการตื่นตระหนก ศุภลักษณ์คอยปลอบด้วยสีหน้าตกใจไม่แพ้กัน

“แน่ใจเหรอลูกว่ามีคนปองร้ายแพร”

“ค่ะคุณแม่ วันก่อนรถของแพรก็ถูกตัดสายเบรก ถ้าคุณภูผาไม่มาช่วยแพรอาจจะขับรถชนได้รับบาดเจ็บหรือตายไปแล้วก็ได้”

“แล้วทำไมไม่บอกแม่”

“แพรไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริงจัง อีกอย่างก็กลัวคุณแม่ไม่สบายใจ แพรก็เลยไม่ได้บอกค่ะ”

“ลูกแม่...แพรเป็นลูกสาวคนเดียวของแม่นะ ถ้าลูกเป็นอะไรแม่จะอยู่ยังไง” พูดจบเหลือบเห็นพันทิญาเดินเข้ามา ศุภลักษณ์ถึงหน้าเจื่อน

“พันขอโทษค่ะที่มาขัดจังหวะ พันขอตัวก่อนนะคะ” พันทิญาเดินลิ่วออกไปขึ้นรถ นั่งน้ำตาคลอด้วยความคับแค้น โกรธและชิงชังแพรไหมอย่างที่สุด “นังแพร ทำไมแกต้องเกิดมาเป็นมารขัดขวางความสุขฉันด้วย”

หลังจากแพรไหมขอบคุณภูผาแล้ว แสงมณีชวนพี่ชายกลับ แสงฉายลุกขึ้นเดินมาหาแพรไหม บอกเธอว่าตนจะจัดองครักษ์มาดูแลความปลอดภัยให้ แต่เธอไม่รับ อ้างว่าไม่ใช่คนดังหรือคนสำคัญที่ไปไหนมาไหนจะต้องมีคนล้อมหน้าล้อมหลัง

“แต่คุณกำลังจะแต่งงานกับผม คนทั้งประเทศก็รู้ ยังไงชีวิตของคุณก็ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว”

“แต่ตอนนี้ฉันยังไม่ได้แต่งงานกับเจ้า ขอให้ฉันมีชีวิตอย่างคนปกติเถอะค่ะ”

“เจ้าเป็นห่วงแพรนะลูก อีกอย่างแม่ก็คงปล่อยให้แพรไปไหนมาไหนคนเดียวไม่ได้ ถ้าเกิดมีคนมาทำร้ายลูกของแม่อีกล่ะ ทำตามที่เจ้าบอกเถอะนะลูก”

“มันจะง่ายกว่าไหมคะคุณแม่ ถ้ายกเลิกงานแต่งงาน”

“แพร...รู้ตัวไหมลูกว่าพูดอะไรออกมา”

“แพรพูดเรื่องจริงค่ะคุณแม่ ตั้งแต่แพรรู้จักเจ้า ชีวิตของแพรไม่ปลอดภัยเลย ทั้งที่แพรไม่เคยมีศัตรูที่ไหน ทำไมแพรจะต้องอยู่อย่างหวาดกลัว ระแวงว่าจะมีคนมาทำร้ายตลอดเวลา แพรอยากได้ชีวิตของแพรคืนค่ะคุณแม่”

แพรไหมเอ่ยทั้งน้ำตา ศุภลักษณ์ลำบากใจพูดอะไรไม่ออก ได้แต่หันมองแสงฉาย

“เป็นไปไม่ได้ ผมรักคุณ เฝ้ารอวันนี้มานานแล้ว ผมไม่มีวันเปลี่ยนใจ”

“แต่ฉันแต่งงานกับคุณไม่ได้ คุณแม่ขา...เงินทองเราก็พอมีอยู่ เราเองก็มีกันอยู่แค่นี้ เราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากใคร ถ้าคุณแม่รักแพร เห็นแก่ความสุขของแพร ยกเลิกงานแต่งงานเถอะค่ะ”

“เจ้าคะ...” ศุภลักษณ์มองเขาด้วยสายตาวิงวอน

“ไม่! ผมลงทุนไปมากแล้ว ยังไงผมก็ไม่ยอม อาทิตย์หน้าคุณต้องเป็นเจ้าสาวของผม แต่งงานกันแล้วผมจะพาคุณกลับเชียงทวายทันที” แสงฉายตัดบทเดินลิ่วออกไป แสงมณีก้าวตาม ส่วนภูผามองแพรไหมที่ร่ำไห้น้ำตานองหน้าด้วยความเห็นใจ

ด้านพันทิญาที่กลับไปบ้านพร้อมความเจ็บแค้นหลังได้ยินศุภลักษณ์พูดว่าแพรไหมคือลูกสาวคนเดียว เธอโวยวายอาละวาดจนวนิดาต้องเข้ามาห้าม ด้วยกลัวใครมาได้ยินมันจะไม่ดี

“พันไม่สนใจ ทำไมพันต้องแพ้มันด้วย พันก็เป็นลูกคุณพ่อเหมือนกันนะคะ ดูสิ มันมีบ้าน มีโรงงาน แต่พันเป็นแค่ผู้อาศัย แล้วมันยังจะได้แต่งงานกับเจ้าแสงฉาย”

“ไม่...ยังไงน้าก็ไม่ยอมให้มันได้ดีกว่าพันแน่ๆ ทำใจดีๆไว้นะจ๊ะ พันของน้าจะต้องไม่เป็นคนแพ้เด็ดขาด ตอนนี้ปล่อยให้พวกมันชะล่าใจไปก่อน อีกไม่นานหรอกพวกมันจะได้รู้จักรสชาติของความสูญเสียเหมือนน้า”

“หมายความว่ายังไงคะ เกิดอะไรขึ้นกับคุณน้าเหรอคะ”

“อีกไม่นานหรอกจ้ะ อีกไม่นานพันจะเข้าใจว่าทำไมน้าถึงได้ทนอยู่ในสภาพนี้”

พันทิญาอึ้งงง พลันพิพัฒน์โทร.เข้ามือถือเธอ แต่วนิดารับสายแทน สั่งห้ามเขามายุ่งกับพันทิญาอีก ไม่งั้นตนจะแจ้งความ

“คุณน้าอย่ายุ่งเรื่องของผมกับคุณพันเลยครับ ไม่มีประโยชน์หรอก ยังไงผมก็ต้องหาทางไปเจอคุณพันจนได้ ลองถามเขาสิครับว่าที่ผ่านมาเรารักกันขนาดไหน อ้อ...ฝากบอกภรรยาผมด้วยนะครับ เย็นๆผมจะไปรับ”

วนิดาตัดสายด้วยความเจ็บใจ เมื่อรู้จากพันทิญาว่าพิพัฒน์มีคลิปฉาวของตนอยู่ในมือก็ยิ่งโกรธแค้น แล้วช่วยกันวางแผนจัดการหมอนั่น โดยไม่รู้ว่าน้อยแอบฟังอยู่มุมหนึ่งด้วยความตกใจ พอตกเย็นพิพัฒน์มาจริงๆ น้อยอยากบอกใจจะขาดแต่หมดโอกาสเพราะพันทิญาเร่งพาเขาออกไป

พันทิญาหลอกพิพัฒน์ไปบ้านริมน้ำของวนิดา แล้วช่วยกันกับวนิดาทุบตีเขาด้วยไม้จนจมกองเลือด ก่อนแย่งโทรศัพท์มือถือที่เขาถ่ายคลิปและเพิ่งอัดเสียงสารภาพของพันทิญาที่เป็นต้นเหตุทำให้ชัยตายมาไว้กับตัว

พิพัฒน์แน่นิ่งหลังพยายามตะเกียกตะกายหนีอยู่ครู่หนึ่ง พันทิญาเห็นสภาพเขาแล้วทั้งกลัวทั้งตกใจ บอกวนิดาว่าเขาตายแล้ว เราฆ่าคนตาย...

“ตายซะได้ก็ดี คนตายพูดไม่ได้อีกแล้ว”

“แต่พันไม่ได้อยากให้เขาตายนะคะ พันแค่อยากจะได้ภาพของพันคืนก็แค่นั้น”

“แต่มันใช้วิธีสกปรกกับพัน ถ้าปล่อยให้มีชีวิตรอดมันต้องใช้หลักฐานที่มันมีอยู่ข่มขู่พันไม่จบไม่สิ้นซะที ฆ่ามันซะตั้งแต่ตอนนี้ดีกว่า จะได้จบเรื่อง”

“พันกลัวว่าเรื่องมันจะยิ่งไปกันใหญ่น่ะสิคะ คุณพัฒน์ก็มีชื่อเสียง มีคนรู้จัก ถ้าเขาหายตัวไปตำรวจต้องสืบสวนหาตัวคนที่ฆ่าเขา เราจะเดือดร้อนนะคะ”

“ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น เรื่องนี้พันไม่เกี่ยว”

“แต่พันเป็นคนพาเขามาที่นี่นะคะ”

“เรื่องอะไรเราจะให้ตำรวจหาศพเขาเจอล่ะ ฟังน้านะพัน...พันไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น จำไว้...มันทำร้ายพันก่อน น้าถึงได้ฆ่ามัน มันสมควรตาย”

พันทิญาอยู่ในอ้อมกอดของวนิดา เธอค่อยคลายความตื่นกลัว แต่พอเหลียวไปไม่เห็นร่างพิพัฒน์ก็ร้องลั่นด้วยความตกใจ

พิพัฒน์กระเสือกกระสนหนีออกมาที่รถ วนิดาถือไม้วิ่งตามมากระชากเขาหน้าหงาย แต่เขาก็ยังฮึดเฮือกสุดท้ายบีบคอเธอจนไม้หลุดจากมือ พันทิญายืนมองละล้าละลัง ก่อนตัดสินใจคว้าไม้ฟาดไปที่ศีรษะเขาอย่างแรง ทั้งที่ตัวเองก็กลัวแสนกลัว

เมื่อเห็นว่าพิพัฒน์ตายแน่ วนิดาเร่งให้จัดการศพ พันทิญาทำท่าจะโยนโทรศัพท์มือถือของเขาทิ้งแต่วนิดาห้ามไว้ ด้วยกลัวใครเก็บได้แล้วเอาไปส่งตำรวจเราจะเดือดร้อน จากนั้นทั้งคู่ก็ช่วยกันลากร่างพิพัฒน์ขึ้นรถไปฝังในป่า ก่อนนำรถของเขามาจอดทิ้งไว้ที่ปั๊มน้ำมัน ซึ่งวนิดาตั้งใจจะบอกให้คนรู้จักมาขับไปขายที่ลาว...

ค่ำนั้น แพรไหมกลับเข้าบ้านด้วยสีหน้าเศร้าหมอง ศุภลักษณ์เห็นใจแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร ได้แต่บอกลูกให้ทำใจ ไหนๆเรื่องก็ล่วงเลยมาถึงป่านนี้แล้ว

“แต่เรื่องนี้มันเกี่ยวกับความเป็นความตายของแพรนะคะคุณแม่ เราไม่รู้ตื้นลึกหนาบางเกี่ยวกับเจ้าแสงฉาย เขามีศัตรูที่ไหนก็ไม่รู้ แล้วจู่ๆแพรต้องไปแต่งงานกับเขา แล้วก็มีคนพยายามฆ่าแพร นี่มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญนะคะ”

“แพร...แม่เข้าใจความรู้สึกของลูก แม่ผิดเองที่ดึงดันจะให้ลูกแต่งงานกับเจ้า แต่เจ้าเตรียมงานไว้แล้ว อีกไม่กี่วันก็จะถึงวันแต่ง เจ้าไม่ยอมแน่ๆ”

“แต่ถ้าเรายืนยันที่จะไม่แต่ง เจ้าก็ทำอะไรเราไม่ได้หรอกค่ะคุณแม่ โรงงานนั่นก็ยกให้เขาไปซะ แพรยอมเสียชื่อเสียงที่ถูกยกเลิกงานแต่งงาน ขออย่างเดียวอย่าให้แพรต้องอยู่กับความรู้สึกกลัวอย่างนี้เลย”

“ถึงตอนนี้เรื่องมันคงไม่ง่าย”

“แต่เราไม่มีอะไรที่ต้องเกรงใจเขานี่คะ ยกเลิกงานแต่งงานเถอะนะคะ แพรขอร้อง ไม่อย่างงั้นแพรจะหนีไปเมืองนอก ไม่กลับมาอีกเลย”

ศุภลักษณ์นิ่งไปอย่างหนักใจ จากนั้นก็นั่งจมอยู่กับตัวเองจนกระทั่งพันทิญาและวนิดากลับเข้ามาเจอ ทันทีที่ศุภลักษณ์เอ่ยปากอยากคุย พันทิญาก็กรีดเสียงอย่างตัดพ้อ

“ไม่จำเป็นหรอกค่ะ ถ้าเป็นเรื่องที่คุณแม่บอกกับเจ้าแสงฉาย บอกใครต่อใครว่าพันไม่ใช่ลูก”

“พัน...ฟังแม่นะลูก ถึงพันจะไม่ใช่ลูกแท้ๆของแม่ แต่แม่ก็เลี้ยงพันมาอย่างลูกคนหนึ่ง มีอะไรบ้างที่แม่ให้พันน้อยกว่ายัยแพร”

“คุณแม่ถามตัวเองดีกว่าค่ะ ทุกอย่างคุณแม่รู้อยู่แก่ใจ”

“ถ้าหมายถึงบ้าน ทรัพย์สินที่เรามีอยู่ แม่เชื่อว่าคุณพ่อให้ลูกทั้งสองคนเท่าเทียมกัน”

“แต่พันไม่ได้โรงงาน ไม่ได้บ้านหลังนี้ แล้วที่สำคัญ พันไม่ได้แต่งงานกับเจ้าแสงฉาย คุณแม่ยัดเยียดยัยแพรให้เจ้า เพราะคุณแม่รู้ว่าเจ้าร่ำรวย มีหน้ามีตา คุณแม่อยากให้ลูกสาวแท้ๆของคุณแม่เป็นเจ้าหญิงเชียงทวาย แต่คุณแม่รู้ไหมคะ สิ่งที่คุณแม่ทำยิ่งตอกย้ำให้พันรู้ว่าคุณแม่ลำเอียง”

“ไม่จริงนะลูก เจ้าแสงฉายเลือกยัยแพรต่างหาก”

“ถ้าพันบอกว่าพันเป็นภรรยาของเจ้าแล้ว คุณแม่ยังจะให้ยัยแพรแต่งงานกับเจ้าอยู่ไหมคะ”

“อะไรนะ พันเป็นภรรยาของเจ้า?”

“ค่ะคุณแม่ เราเป็นของกันและกันนานแล้ว ถ้ายัยแพรแต่งงานกับเจ้าแสงฉาย ยัยแพรก็เป็นแค่เมียน้อย...ไม่ใช่เมียหลวง”

ศุภลักษณ์ซวนเซ น้ำตาคลอด้วยความเสียใจ พันทิญาเดินเลี่ยงไป ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง แต่วนิดาเข้าประคองพี่สาวพามานั่ง

“ดา...ช่วยพี่ด้วย พี่จะทำยังไงดี พี่มืดแปดด้านไปหมดแล้ว”

วนิดาไม่ตอบแต่ลอบยิ้มสะใจ ในที่สุดวันที่ตนรอคอยก็มาถึง

ooooooo

การหายตัวไปข้ามคืนของพิพัฒน์ทำให้พิพิธกระวนกระวายด้วยความเป็นห่วง เขานั่งทบทวนไปมาและนึกได้ว่าล่าสุดที่พี่ชายออกจากบ้านได้บอกเขาว่าจะไปหาพันทิญา

เมื่อพิพิธเดินทางมาถึงเป็นช่วงเวลาที่พันทิญากับวนิดากำลังจะแยกชิ้นส่วนทำลายโทรศัพท์มือถือของพิพัฒน์ทิ้ง แต่พันทิญาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นออกมาพบเขาที่ห้องรับแขก พอเขาสอบถามถึงพิพัฒน์ เธอก็ปฏิเสธลูกเดียวว่าไม่ได้เจอ เขานัดเธอจริงแต่ปล่อยให้รอเก้อโดยไม่โทร.มาบอก บางทีเขาอาจจะไปหาคนอื่น คนรวยอย่างเขาจะมีผู้หญิงซุกซ่อนกี่คนก็ได้

“ไม่จริง ผมกับเฮียไม่เคยมีเรื่องปิดบังกัน เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะคบกับใครโดยที่ผมไม่รู้ เกิดอะไรขึ้นระหว่างคุณกับเขา ผมยังรู้เลย”

“หยาบคาย...หมดธุระของคุณแล้วใช่ไหม เชิญ”

“คุณแน่ใจเหรอว่าเมื่อคืนไม่ได้เจอเฮีย” เขามองเธออย่างคาดคั้นจับผิด พันทิญาเริ่มเก็บอาการไม่อยู่ วนิดาเห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามาช่วยแก้สถานการณ์ บอกให้เขากลับไปก่อน หลานของตนกำลังเสียใจที่พิพัฒน์ไม่มาตามนัด อย่าเพิ่งคาดคั้นอะไรตอนนี้เลย

พันทิญาได้ทีแสร้งทำตาแดงจะร้องไห้ พูดอย่างน้อยใจว่า “ฝากไปบอกพี่ชายคุณด้วย ถ้าไม่คิดจะจริงจังกับฉัน ก็บอกมาตรงๆ อย่ามาให้ความหวังกับฉัน”

“โธ่...พันของน้า อย่าเพิ่งคิดมากเลย คุณพิพัฒน์คงติดธุระสำคัญถึงมาหาพันไม่ได้ ยังไงน้าก็เชื่อว่าคุณพิพัฒน์จริงใจกับพัน อย่าร้องไห้เลยนะจ๊ะ”

สองน้าหลานเล่นละครตบตาเขาอย่างแนบเนียน พิพิธนิ่งไปด้วยความกังวลใจ ถ้าพี่ชายของตนไม่ได้มาหาพันทิญาแล้วเขาหายไปไหนไม่กลับบ้าน มือถือก็ติดต่อไม่ได้ด้วย

หลังจากพิพิธกลับไปแล้ว สองน้าหลานก็รีบทำลายมือถือพิพัฒน์จนแหลกละเอียดแล้วเก็บใส่ถุงทิ้งลงถังขยะ พันทิญาสีหน้าท่าทางหวั่นหวาด บอกวนิดาว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ ถ้าพิพิธรู้ว่าพี่ชายหายไปจริงๆ แล้วแจ้งความ ตำรวจต้องเรียกตนไปสอบสวน เพราะเขาโทร.หาตนก่อนจะออกจากบ้าน

“พัน...สงบสติอารมณ์ไว้บ้างสิ ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องรู้สึกผิดอะไรทั้งนั้น คนอย่างมันสมควรตาย ไม่อย่างงั้นมันจะทำให้เราเดือดร้อน ทีนี้ก็เหลือยัยแพร เราจะทำยังไงที่จะไม่ให้มันได้แต่งงานกับเจ้าแสงฉาย”

“อย่าบอกนะว่าเราจะกำจัดยัยแพรอีกคน...ไม่นะคะ พันทำไม่ได้ ยังไงยัยแพรก็เป็นน้อง”

“น้าก็ไม่ได้บอกให้พันฆ่ายัยแพรนี่ มีตั้งหลายวิธีที่จะทำให้ยัยแพรไม่ได้แต่งงานกับเจ้าแสงฉาย ยัยแพรคงจะดีใจด้วยซ้ำที่เราช่วยไม่ให้เข้าพิธี”

พันทิญาแววตาเป็นประกายอย่างเห็นด้วย วนิดายิ้มพอใจ แผนทำลายศุภลักษณ์ใกล้มาถึงแล้ว

ooooooo

ก่อนถึงวันแต่งงานกับแสงฉาย แพรไหมตัดสินใจมาขอโทษบุญศรีอีกครั้งถึงบ้าน แม้ตัวเองไม่ได้เป็นต้นเหตุให้ชัยตาย แต่ก็มีส่วนทำให้เกิดเรื่องร้ายๆกับครอบครัวนี้...บุญศรียังทำใจไม่ได้จึงไม่อยากเห็นหน้า ไล่เธอกลับไปแล้วไม่ต้องมาที่นี่อีก

“คุณป้า...เชื่อแพรนะคะ แพรไม่ได้ทำให้คุณชัยตาย แพรกล้าสาบาน แพรไม่ได้ทำ”

“จนถึงวันนี้หนูยังไม่ยอมรับผิด”

“แพรไม่รู้จะพูดยังไงดี แพรเห็นใจ แล้วก็เสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ แพรเข้าใจในความสูญเสียของคุณป้า ถึงแพรไม่ใช่คนผิด แต่แพรก็อยากจะชดใช้แทน บอกแพรมาเถอะค่ะ ถ้าทำให้ได้ แพรยินดีจะทำทุกอย่าง”

“กลับไปเถอะ เห็นหน้าหนูแล้วฉันไม่สบายใจ เอาของฝากกลับไปด้วย”

“คุณป้าขา...แพรถือว่าแพรได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้แล้ว คุณป้าจะเอาไปให้ใครก็สุดแต่คุณป้า แพรแค่อยากให้คุณป้ารับรู้เอาไว้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาแพรลำบากใจมาก ที่ไม่สามารถบอกให้ทุกคนเข้าใจได้ ถึงตอนนี้แพรก็ไม่รู้ว่าการพูดความจริงมันยังจะมีประโยชน์อีกไหม หรือจะยิ่งทำให้สถานการณ์มันแย่ลง แพรจะไม่ขอให้คุณป้ายกโทษให้หรอกนะคะ แต่แพรอยากให้คุณป้ารับรู้เอาไว้...แพรไม่ได้ทำร้ายจิตใจคุณชัย แพรไม่รู้จักเขา ไม่มีเหตุผลที่แพรจะคิดร้ายต่อเขาเลยสักนิดเดียว”

บุญศรีนั่งน้ำตาไหล แพรไหมจำต้องบอกลา แล้วออกมาเจอภูผาตรงหน้าบ้าน สองคนพูดจาประชดประชันกันครู่หนึ่ง แพรไหมก็น้ำตาซึมด้วยความสะเทือนใจ เมื่อนึกถึงว่าตัวเองต้องแต่งงานกับแสงฉายพรุ่งนี้แล้วจริงๆ แต่ภูผากลับมองว่านั่นคือความใฝ่ฝันของผู้หญิงทุกคนที่อยากเป็นเจ้าหญิง

“อาจจะใช่ แต่ไม่ใช่ผู้หญิงอย่างฉัน ถ้าเลือกได้ ฉันเลือกจะอยู่กับคนที่ฉันรักดีกว่าทนอยู่กับคนที่รักฉัน”

“อย่าหลอกตัวเองเลย วันพรุ่งนี้คุณก็หน้าบานไปเข้าพิธีแต่งงานอย่างมีความสุข ดีนะที่พี่ชัยตายไปซะก่อน ไม่อย่างงั้นวันแต่งงานของคุณคงเป็นวันที่พี่ชายของผมเสียใจมากที่สุด”

“แล้วคุณล่ะ คุณคงไม่รู้สึกอะไรเลยสินะ”

“คุณก็น่าจะรู้คำตอบอยู่แล้ว ผมคงไม่รู้สึกอะไร คนที่ผมรักมีคนเดียวเท่านั้น”

“คุณปรางแก้วเป็นผู้หญิงที่โชคดีมาก ขอบคุณมากนะคะที่ย้ำเตือนให้ฉันได้รู้ความจริงจากใจของคุณ ฉันจะได้ลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างเราให้หมด...ลบมันไปจากใจของฉันได้ซะที”

แพรไหมตัดใจเดินจากไปทั้งน้ำตา ภูผายืนอึ้ง เจ็บปวดไม่แพ้กัน...

ooooooo

ภูผาแพรไหม

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด