สมาชิก

ภูผาแพรไหม

ตอนที่ 11

แพรไหมสบโอกาสหนีอีกครั้งในตอนเย็นที่ภูผาเผลอหลับ...เธอหยิบกุญแจรถออกไปสตาร์ต แต่ไม่ทันจะออกตัว ภูผาก็พุ่งพรวดมากระชากประตูแล้วลากเธอลงมาด้วยความโมโห

“คิดเหรอว่าผมจะยอมให้คุณกลับไปแต่งงานกับเจ้าแสงฉาย กลายเป็นเจ้าหญิงสูงส่ง แล้วปล่อยให้พี่ชายผมตายไปฟรีๆ”

“คุณจะทำอะไรก็ทำสิ อยากจะทำร้ายฉัน อยากจะ ฆ่าฉันให้สาสมกับที่คุณคิดว่าฉันทำให้พี่ชายคุณตายก็เชิญตามสบาย เอาสิ หรือว่าคุณอยากจะให้ฉันทรมานใจจนทนไม่ไหว ฆ่าตัวตายไปเอง”

“ถ้าเป็นอย่างงั้นได้มันก็สมควรแล้วนี่ แต่คนเห็นแก่ตัวอย่างคุณไม่ฆ่าตัวตายหรอก มีแต่ฆ่าคนอื่น”

ยิ่งพูดเขายิ่งโกรธ กระชากแขนเธอเพื่อพากลับบ้านพัก แต่เธอขัดขืนสุดแรง วิ่งหนีลงทะเลแล้วเป็นตะคริวเกือบเอาชีวิตไม่รอดถ้าภูผาไม่ตามลงมาช่วย

ขณะที่แพรไหมต้องทุกข์ทนกับสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อ แต่ตัวการกลับเบิกบานอยู่กับความหวังที่จะได้เป็นเจ้าหญิงแห่งเชียงทวายถึงขนาดเอาตัวเข้าแลกไปแล้ว และกำลังจะสลัดพิพัฒน์ให้พ้นทางด้วยวิธีเดิมๆที่เคยทำกับชัย

พันทิญาไม่รับสายและไม่ยอมเจอหน้าพิพัฒน์มาสองสามวันแล้ว พิพัฒน์ข้องใจเป็นอันมากจนต้องมาแอบซุ่มหน้าบ้านเธอในคืนนี้ เขารอจนกระทั่งเห็นเธอขับรถออกจากบ้านแล้วขับตามไปโดยไม่ให้เธอรู้ตัว

จุดหมายปลายทางของพันทิญาคือบ้านแสงฉาย... เวลานั้นแสงฉายกับธนากำลังวางแผนเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้มากขึ้น หลังจากคืนก่อนมีคนบุกเข้ามาหมายเอาชีวิตแสงฉาย และที่แท้คนที่เป็นสายให้พวกอโณทัยก็คือลูกน้องคนหนึ่งของธนานั่นเอง ธนาไม่ละเว้น เขาแทงมันตายอย่างเลือดเย็นแล้วเอาศพไปจัดการตามที่แสงฉายออกคำสั่ง

พันทิญามาถึงเป็นจังหวะที่แสงฉายผละจากธนาพอดี พันทิญาแสดงออกอย่างไม่แคร์สายตาใครด้วยการโผเข้ากอดแสงฉายทันทีที่ก้าวเข้ามาในบ้าน

“พันคิดถึงเจ้าที่สุดเลยค่ะ คิดถึงจนทนไม่ไหว”

“แต่คุณไม่ควรมาหาผมบ่อยๆ ผมไม่อยากให้คุณแพรรู้”

“ยัยแพรคงไม่สนใจหรอกค่ะ ป่านนี้ไม่รู้ว่าไประริกระรี้อยู่กับใคร บ้านช่องไม่ยอมกลับ”

แสงฉายไม่พอใจ สั่งเธอหยุดพูด แต่เธอกลับยิ่งพล่าม พาดพิงให้ร้ายแพรไหมราวกับไม่ใช่ญาติ

“เผื่อใจไว้บ้างก็ดีนะคะ ยัยแพรดูซื่อๆก็จริง แต่เรื่องผู้ชายไว้ใจไม่ได้หรอกนะคะ ไม่อย่างงั้นคงไม่ตามผู้ชาย ไปหรอก ไปกับใครไม่ไป ไปกับบอดี้การ์ดของเจ้าเนี่ยนะ ไม่รู้ว่าเห็นผิดเป็นชอบได้ยังไง ผู้ชายคนนั้นเทียบเจ้าไม่ได้เลยสักนิด”

แสงฉายหงุดหงิดทำท่าจะเดินหนี พันทิญารีบดักหน้าเว้าวอนอย่างน่าสงสารให้เขาอยู่กับตนก่อน

“พันทราบดีค่ะ ว่าพันไม่ใช่คนที่เจ้าอยากจะแต่งงาน ด้วย แต่พันก็ห้ามใจไม่ให้รักเจ้าไม่ได้ ให้พันมีโอกาสอยู่กับเจ้านะคะ พันอยากจะเก็บความทรงจำดีๆนี้ไว้ในใจตลอดไป พันสัญญาค่ะ ก่อนจะถึงวันแต่งงานกับยัยแพร พันจะเป็นฝ่ายไปจากเจ้าเอง...นะคะเจ้า”

แสงฉายพูดไม่ออก สายตาที่มองพันทิญาอ่อนโยนลง

ooooooo

หลังจากเป็นตะคริวจมน้ำเกือบตายเมื่อตอนเย็น แพรไหมหมดสติถูกภูผาอุ้มกลับมาที่บ้านพัก...เมื่อตื่นขึ้นมาในตอนค่ำพบว่าตัวเองใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ นั่นทำให้เธอเข้าใจผิดคิดว่าภูผาเป็นคนเปลี่ยน จึงต่อว่าเขาไปหลายคำ ก่อนจะรู้ความจริงว่าที่แท้พนักงานหญิงของบ้านพักเป็นคนเปลี่ยนให้

“ขอบคุณมากนะคะ ที่ช่วยชีวิตฉันไว้” น้ำเสียงเธออ่อนลง แต่สายตาที่เขามองมาแสนเย็นชาจนเธอรู้สึกได้

“ผมแค่ไม่อยากเห็นคนตายไปต่อหน้าต่อตาก็เท่านั้น”

“ฉันขอโทษสำหรับทุกอย่าง ฉันจะไม่แก้ตัว ไม่อธิบายอะไรทั้งนั้น เพราะมันคงไม่มีประโยชน์อะไรอีกแล้ว ถ้าคุณจะให้ฉันยกเลิกงานแต่งงานกับเจ้า ฉันก็จะทำ เพราะฉันไม่เคยรักเจ้าเลย แต่ฉันต้องทำตามความต้องการของคุณแม่”

แพรไหมน้ำตาเอ่อออกมาด้วยความเสียใจ ภูผามองอย่างชั่งใจครู่หนึ่งก่อนเช็ดน้ำตาให้เธอ

“ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ผมเข้าใจ ผมจะไม่ทำให้คุณเสียใจอีก ต่อไปนี้ ผมจะลืมสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วก็ปล่อยคุณไปตามทางของคุณ อีกหน่อยคุณก็จะแต่งงานกับคนที่รักคุณ เขาคงดูแลคุณได้ แล้วคุณก็ไม่ต้องรู้สึกผิดอีกต่อไป”

“ไม่...ฉันแต่งงานกับใครไม่ได้อีกแล้ว ถ้าต้องแต่ง... ฉันจะแต่งกับผู้ชายที่ฉันรักคนเดียว ถึงแม้ว่าเขาจะเกลียดฉัน...ฉันก็จะรักเขา”

“ผู้ชายที่คุณรักคงโชคดีที่สุด”

“แต่น่าเสียดายนะคะ ผู้ชายคนนั้นอาจจะไม่เคยหันมามองความรู้สึกของฉันเลยแม้แต่น้อย เขาถึงมีแต่ความเกลียดชัง โกรธแค้น จนไม่เหลือช่องว่างพอที่จะมองเห็นความรู้สึกดีๆที่ฉันมีให้เขาตั้งแต่วันแรกที่เขาได้ช่วยเหลือฉัน”

เธอสารภาพจากใจจริง แต่สำหรับภูผามีแต่ความ เจ็บแค้น และเขากำลังรอเวลาที่เธอต้องชดใช้อย่างสาสม ทุกถ้อยคำที่ออกจากปากเขาจึงไร้ซึ่งความจริงใจ มีแต่เสแสร้งแกล้งหลอกให้เธอตายใจ

“ใครบอกว่าผมไม่รู้สึกอะไร คุณรู้ไหมว่าผมเจ็บปวดมากแค่ไหนที่รู้ว่าคุณกำลังจะแต่งงานกับคนอื่น ที่ผมพาคุณหนีมา ผมก็ไม่รู้ว่าทำไม แต่เมื่อผมได้เห็นคุณกำลังจะตายไปต่อหน้าต่อตา มันทำให้ผมรู้ว่าที่ผ่านมาผมไม่เคยเกลียดคุณเลย”

นอกจากลมปากที่เสแสร้งแล้ว เขายังตอกย้ำด้วยการดึงเธอมากอดและจูบอย่างแผ่วเบา แถมเช้าวันต่อมาเขายังมอบแหวนเพชรที่ชัยซื้อให้พันทิญาไว้กับเธอ เสมือนหนึ่งเป็นตัวแทนของเขา เพื่อที่เธอจะได้ไม่ลืมว่าเราสองคนเคยมีความสุขกันมากแค่ไหน

ข้างฝ่ายพิพัฒน์ที่สะกดรอยตามพันทิญาจนแน่ใจแล้วว่าเธอคิดไม่ซื่อ ซึ่งคนอย่างเขาไม่มีวันยอมเสียหน้า ยังไงก็ต้องหาทางเอาคืนพันทิญาให้จงได้ ขณะเดียวกันแสงฉายเริ่มหนักใจการกระทำของพันทิญาที่ชักจะเข้ามาวุ่นวายในบ้านของตนมากขึ้น

พันทิญานอนค้างคืนแล้วเช้าขึ้นมายังร่วมโต๊ะอาหารกับแสงฉายและแสงมณี ดวงใจหน้าตึงไม่อยากต้อนรับ เช่นเดียวกับแสงมณีที่ดูเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด ครั้นพันทิญากลับไปแล้ว แสงมณีจึงเอ่ยปากกับพี่ชาย ด้วยกลัวแพรไหมรู้เข้าจะมีปัญหา

“พี่ไม่ได้คิดอะไรกับเขาหรอก หญิงอย่าร้อนใจ

ไปเลย ยังไงพี่ก็ต้องแต่งงานกับคุณแพร”

“ถ้าคุณพันไม่ยอมล่ะคะ”

“พี่จัดการได้”

“พี่ชายรู้จักผู้หญิงน้อยไป ผู้หญิงที่ทำอะไรก็ได้ตามที่ตัวเองต้องการโดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสม หญิงไม่เชื่อหรอกว่าเขาจะยอมให้พี่ชายแต่งงานกับคนอื่นง่ายๆ ท่าทางเขาร้ายไม่ใช่เล่นนะคะ”

“เรื่องของพี่...เดี๋ยวพี่จัดการเอง” แสงฉายตัดบทด้วยความหนักใจ

ooooooo

หายไปทั้งคืนแถมยังหน้าระรื่นกลับมา พันทิญาเลยโดนศุภลักษณ์คาดคั้นด้วยความไม่พอใจ ยิ่งเมื่อพันทิญาโกหกว่าไปนอนค้างบ้านเพื่อนแล้วยังพาลด่าแพรไหมที่ป่านนี้ยังไม่กลับ ศุภลักษณ์โกรธจัดถึงกับตบหน้าพันทิญา แต่พอได้สติก็ขอโทษลูกเสียงสั่นเครือ

วนิดาเห็นเหตุการณ์โดยตลอด เข้ามาปลอบพันทิญาและจ้องมองศุภลักษณ์อย่างไม่พอใจ ขณะที่พันทิญาก็ตัดพ้อต่อว่าทั้งน้ำตาคลอๆ

“ไม่ต้องแสร้งทำเป็นรู้สึกผิดหรอกค่ะ พันรู้ตัวดีว่าพันไม่ใช่ลูกแท้ๆของคุณแม่ ทำอะไรก็ผิดอยู่วันยังค่ำในสายตาของคุณแม่ ผิดกับยัยแพร มันจะหายตัวไปกี่วัน ไปนอนกับผู้ชายคนไหน คุณแม่ก็ไม่เคยด่าไม่เคยว่า เพราะมันเป็นลูกแท้ๆของคุณแม่”

“ไม่จริงนะลูก แม่ไม่เคยคิดว่าพันเป็นคนอื่น ไม่เคยคิดเลยแม้แต่นิดเดียว ถึงพันไม่ใช่ลูกแต่แม่ก็เลี้ยงพันมาตั้งแต่เล็กๆ เหมือนที่แม่เลี้ยงยัยแพร”

“ใช่ เลี้ยงเหมือนกัน...คุณแม่ให้พันทุกอย่างก็จริง แต่สิ่งที่คุณแม่ลืมไปก็คือความรัก คุณแม่รักพันไม่เท่ากับยัยแพร ยัยแพรได้ความรักจากคุณแม่ ได้สิ่งดีๆทุกอย่าง แต่พันไม่ได้อะไรเลย”

พันทิญาร้องไห้วิ่งขึ้นห้องไปแล้ว วนิดาโกรธแทนหลานรัก ตำหนิศุภลักษณ์สองสามคำก่อนรีบก้าวตามไปปลอบ...

ส่วนแพรไหมที่อยู่ในระหว่างเดินทางกลับบ้านพร้อมภูผา เธอให้สัญญากับเขาเรื่องจะยกเลิกงานแต่งกับแสงฉายเพื่อได้อยู่กับคนที่เธอรัก ภูผารับฟังด้วยความสะใจ แล้วฉวยโอกาสนี้พาเธอแวะบ้านของตนก่อน เพราะทวีปโทร.มาบอกว่าที่บ้านเกิดเรื่องใหญ่

ภูผาจอดรถหน้าบ้านแล้วลงมาพร้อมแพรไหม ทวีปแปลกใจรีบเดินมากระซิบถามเพื่อน แต่ภูผาชิงบอกเสียก่อนว่า เดี๋ยวแพรไหมก็กลับบ้านแล้ว...

ปรางแก้วออกมาจากในบ้านอีกคน สีหน้าท่าทางเธอเสียใจจะหันหลังกลับ แต่ภูผารีบดึงมือเธอไว้ อธิบายว่าตนแค่พาแพรไหมไปธุระเรื่องพี่ชัย เราจะได้ไม่ต้องมีอะไรติดค้างต่อกันอีก...แพรไหมไม่เข้าใจในคำพูดนั้น จนกระทั่งเขาออกปากไล่เธอกลับไป เธอถึงกับยืนตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะทวงถามสัญญา แต่คำตอบของภูผากลับทำให้เธอเสียใจอย่างสุดซึ้ง

“คุณจะมาเชื่ออะไรกับลมปากของผู้ชาย...ก็เหมือนคุณไง คุณบอกว่ารักพี่ชัย รักเจ้าแสงฉาย และคงรักทุกคนที่คุณรู้จัก เพื่อหลอกให้พวกเขาตายใจจนตกเป็นเหยื่อคำว่ารักของคุณ...เสียใจด้วยนะ ผมไม่เชื่อคุณ”

“แล้วคุณมาหลอกฉันทำไม”

“ก็สมควรแล้วนี่ คุณหลอกพี่ชายผมจนเขาฆ่า

ตัวตาย ถ้าผมจะหลอกคุณบ้างมันก็สาสมแล้วไม่ใช่เหรอ”

“แล้วที่ผ่านมาล่ะ คุณกำลังจะบอกว่าฉันเข้าใจผิดไปเองใช่ไหม? บอกมาสิว่าคุณไม่ได้รักฉันเลย”

“คุณทำให้พี่ชายผมตาย คุณยังคิดว่าผมจะรักคุณได้งั้นเหรอ เสียใจด้วยนะ ผมมีคนที่ผมรักอยู่แล้ว และอีกไม่นานเราก็จะแต่งงานกัน” ภูผาโอบปรางแก้วเพื่อยืนยันคำพูด แพรไหมร่ำร้องทั้งน้ำตาว่า..ไม่จริง ไม่จริงใช่ไหม? “ผมจะหลอกคุณเพื่ออะไร คนอย่างคุณไม่มีค่าพอที่ผมจะรักได้หรอก...กลับไปซะ ไปแต่งงานกับเจ้าแสงฉาย ต่อไปนี้เราไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกันอีก”

ถูกตัดรอนอย่างไม่มีเยื่อใย แพรไหมแทบล้มทั้งยืน ร้องไห้น้ำตาไหลพราก แต่ภูผากลับไม่สนใจ เดินนำทวีปและปรางแก้วเข้าบ้านหน้าตาเฉย

เข้ามาเห็นหน้าตาแม่ฟกช้ำดำเขียว ภูผาโกรธแค้นคนร้าย จะไปคุยกับแสงฉายให้รู้เรื่อง แต่ทวีปห้ามไว้ เพราะเรายังไม่มีหลักฐานชัดเจน มีแค่คำพูดที่มันขู่ไม่ให้ภูผายุ่งกับแพรไหม

“งั้นฉันจะให้คนมาเฝ้าบ้านไว้ เผื่อพวกมันไม่หยุดอยู่แค่นี้”

“ฉันก็จะให้ตำรวจมาดูแลคุณป้าด้วย เผื่อพวกมันย้อนกลับมาอีก”

การหารือของสองหนุ่มทำให้บุญศรีกับปรางแก้วมองหน้ากันอย่างตระหนกตกใจ คาดไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะบานปลายกลายเป็นเรื่องใหญ่...

ฝ่ายแพรไหมที่ซมซานกลับมาถึงบ้าน เมื่อถูกพันทิญาคาดคั้นทั้งเรื่องที่หายไปและเรื่องแต่งงานกับแสงฉาย โดยเฉพาะเรื่องหลังที่พันทิญาต้องการให้เธอยกเลิกในเร็ววันแล้วหันไปหาผู้ชายที่เธอรัก...แพรไหมกำลังเจ็บปวดร้าวรานใจจึงระเบิดอารมณ์ว่า มันไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ผู้ชายคนนั้นเขาเกลียดตน เขาไม่ได้รักตน ถ้าตนแต่งงานกับเจ้าไปซะ เขาอาจจะดีใจก็เป็นได้

พันทิญาทั้งงงกับขัดใจคำพูดของน้องสาว ถ้าเป็นเช่นนี้แพรไหมก็ยังเป็นมารขัดขวางความรักของตนอยู่อีก อีกครู่ต่อมา พันทิญาแต่งตัวเตรียมออกจากบ้านตั้งใจจะไปหาแสงฉาย แต่พอโผล่มาถึงรถปรากฏว่าพิพัฒน์ยืนรออยู่ เธอเลี่ยงไม่ได้เลยต้องปากหวานกับเขาว่า

“แหม...ใจเราตรงกันเลยนะคะ พันกำลังเหงาอยู่พอดี ก็เลยจะแวะไปชวนคุณพัฒน์ทานข้าวด้วย”

“ดีสิครับ ผมจะได้ถือโอกาสมอบของขวัญพิเศษสุดให้คุณพัน”

“อะไรเหรอคะ น่าตื่นเต้นจัง”

“เก็บไว้บอกหลังจากที่เราทานข้าวด้วยกันเสร็จแล้วดีกว่า แต่รับรองว่าของขวัญชิ้นนี้คุณพันจะต้องถูกใจที่สุด ผมหาตั้งนานกว่าจะได้ ถึงมีเงินกี่ล้านเขาก็ไม่ขายให้นะครับ”

“เป็นล้านเลยเหรอคะ พันเกรงใจจังเลยค่ะ”

“เล็กๆน้อยๆครับ สำหรับคนพิเศษอย่างคุณพัน มากกว่านี้ผมก็ให้ได้...เชิญครับ” เขาเปิดประตูรถให้ หญิงสาวยิ้มหวานก้าวเข้าไปนั่งหน้าระรื่น โดยไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังหลงกล

แต่น้อยซึ่งรู้อยู่เต็มอกว่าพันทิญาตกเป็นของแสงฉายเรียบร้อยโรงเรียนเชียงทวายไปแล้ว และเมื่อสักครู่เห็นกับตาว่าเธอนั่งรถออกไปกับพิพัฒน์ น้อยนึกอยากจะตั้งฉายาให้เหลือเกินว่า หล่อนคือนายสถานีรถไฟที่สับรางเก่งที่สุด

ศุภลักษณ์ทราบจากน้อยว่าแพรไหมกลับมาแล้ว ท่าทางซึมๆเหมือนคนอกหัก เธอรีบขึ้นไปหาลูกสาวบนห้อง ถามไถ่ว่าเป็นอะไร และบอกด้วยว่าเจ้าแสงฉายเป็นห่วงลูกมาก โทร.ถามถึงลูกตลอดเลย

“แพรไม่ได้เป็นอะไร แค่เวียนหัวนิดหน่อยค่ะ คุณแม่บอกเขาไปเลยนะคะ แพรพร้อมจะแต่งงานกับเขาแล้ว แต่งวันนี้พรุ่งนี้ได้ยิ่งดี”

คำตอบของแพรไหมทำเอาคนเป็นแม่ตะลึง พรึงเพริด...ดึงลูกสาวเข้ามากอดด้วยความดีใจ ทางด้านพันทิญาที่ค่ำนั้นไปทานอาหารกับพิพัฒน์ในร้านหรู เธอไม่ได้ระแวดระวังตัวเลยสักนิด ด้วยไม่คิดว่าเขาจะเจ้าเล่ห์เช่นเดียวกับตนเอง พิพัฒน์รอโอกาสตอนพันทิญาลุกไปห้องน้ำแล้วแอบใส่ยานอนหลับลงในแก้วน้ำส้มของเธอ

ooooooo

เช้าวันใหม่ที่บ้านหลังใหม่ซึ่งแสงฉายย้ายเข้ามาเพื่อความปลอดภัยของตัวเองและน้องสาว...นับวันแสงมณีเริ่มเบื่อหน่ายกับชีวิตที่ต้องระวังตัวแจ ไปไหนมาไหนมีแต่ความหวาดกลัวว่าจะมีคนเข้ามาทำร้าย

“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ แค่ความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกันจะทำให้คนเชียงทวายด้วยกันถึงกับฆ่ากันได้”

“แต่พี่จะไม่ยอมให้กบฏพวกนั้นยึดอำนาจไปจากเราได้ หญิงไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น คนที่ภักดีต่อเรากำลังหาทางจัดการกับพวกมันอยู่ อีกไม่นานพวกกบฏจะต้องถูกกำจัด ต่อไปนี้พี่จะให้บอดี้การ์ดของหญิงจัดคนมาดูแลหญิงตลอดเวลา ทั้งในบ้านและนอกบ้าน”

“พี่ชายก็ต้องระวังตัวนะคะ”

“ธนากับพวกองครักษ์ดูแลพี่ได้อยู่แล้ว แต่พี่จะไม่ยอมอยู่เฉยๆรอให้พวกมันบุกเข้ามาฆ่าเราฝ่ายเดียวหรอก” แสงฉายกร้าวแกร่งขึ้นมา แต่แสงมณีกลับวิตกกังวล ไม่รู้ว่าต้องมีคนตายอีกสักกี่คนเรื่องนี้ถึงจะจบลงเสียที...

ใครจะเป็นจะตายไม่รู้ แต่เวลาเดียวกันนั้นพันทิญานอนร้องไห้ด้วยความเจ็บแค้นแสนสาหัสนายพิพัฒน์

ที่วางยาเธอมาปู้ยี่ปู้ยำ แถมเขายังถ่ายคลิปเก็บเอาไว้รอวันประจาน ถ้าเธอจะทิ้งเขาไปจริงๆ

เธอทั้งเจ็บแค้นทั้งเสียใจ ไม่คิดว่าเขาจะเลวร้ายได้ถึงขนาดนี้ แต่พอเธอด่าทอ เขาก็ย้อนให้ยิ่งเจ็บใจหนักขึ้นไปอีกว่า

“คุณก็ไม่ใช่คนดีที่ผมต้องให้เกียรติเหมือนกัน มันก็สมกันแล้วนี่ หญิงร้ายชายเลว”

พันทิญากรีดร้องและคว้าสิ่งของใกล้มือปาใส่เขาไม่ยั้ง พิพัฒน์ปัดป้องแล้วพุ่งเข้ารวบมือเธอไว้ด้วยความโมโห

“หยุดบ้าซะที ผมไม่อยากมีเมียเจ้าอารมณ์หรอกนะ”

“คนที่ฉันจะยอมเป็นเมียต้องเป็นคนที่ฉันรัก ไม่ใช่ไอ้หน้าตัวเมียอย่างแก”

“แต่ไอ้หน้าตัวเมียอย่างผมก็ทำให้คุณได้รู้สำนึกว่าผมไม่ใช่ไอ้หน้าโง่ให้คุณหลอก แล้วอย่าคิดนะว่าจะสลัดผมทิ้งไปหาคนอื่นได้ง่ายๆ ถ้าผมไม่ได้ถอนทุนคืนจนสาสม”

พิพัฒน์แววตาดุดัน ผลักพันทิญากระแทกไปกับที่นอนอย่างไม่ปรานี...หลังจากนั้น เขาพาเธอกลับมาส่งบ้าน ทำปากหวานเรียกเธอว่าที่รัก ว่างๆจะมารับไปอีก

“เลิกยุ่งกับฉัน...แล้วก็ไปตายซะ” พันทิญาสวนทันควัน

“อย่าปากดีให้มันมากนัก ไม่อย่างงั้นผมปล่อยภาพของคุณแน่”

“ก็ลองดูสิ ถ้าคิดว่าฉันจะยอมให้แกทำลายฉันง่ายๆ”

“คุณจะทำอะไรผมได้ หรือว่าจะไปแจ้งความ ก็ดีนะ ตำรวจจะได้ช่วยเป็นสักขีพยานในความรักของเรา”

พันทิญาโกรธจัดสะบัดหนีลงจากรถ พิพัฒน์ยิ้มเยาะอย่างสาแก่ใจ

ooooooo

ภูผาเจ็บใจเรื่องที่แม่ของตนถูกทุบตีซึ่งเขาคิดว่าน่าจะเป็นฝีมือลูกน้องของแสงฉาย คืนนี้เขาจึงแอบเข้ามาพบแพรไหมที่บ้านแล้วฝากบอกไปยังแสงฉายว่าให้กล้าๆหน่อย ไม่ใช่ขี้ขลาดส่งคนไปทำร้ายผู้หญิงไม่มีทางสู้

“คุณพูดอะไรของคุณ” เธอย้อนถามอย่างไม่เข้าใจ

“ก็เรื่องที่เจ้าแสงฉายส่งคนไปทำร้ายแม่ผม เพราะหึงจนหน้ามืดไงล่ะ หรือเลวพอๆกันก็เลยอยู่ด้วยกันได้”

“คำก็เลว สองคำก็เลว แล้วคุณมายุ่งกับฉันอีกทำไม คุณทำร้ายฉันจนสาแก่ใจแล้วนี่”

“ยังไม่สาสมกับสิ่งที่พวกคุณทำกับครอบครัวผมหรอก จำไว้นะแพรไหม ที่ผ่านมามันแค่เริ่มต้นเท่านั้น ถ้าเจ้าแสงฉายยังไม่หยุดทำร้ายครอบครัวผมล่ะก็ คนที่จะต้องรับผิดชอบคือคุณ”

ภูผาอาฆาตแล้วผละไป ทิ้งให้แพรไหมระทมทุกข์จนนอนไม่หลับทั้งคืน ครั้นเช้าขึ้นออกไปทำงานที่ร้านผ้าไหม เรื่องนี้ก็ยังวนเวียนอยู่ในหัว คิดไปคิดมาอยากถอดแหวนที่ภูผาสวมนิ้วให้ แต่ด้วยใจที่ยังรักเขาอย่างเต็มเปี่ยมจึงทำไม่ลง

แสงฉายแวะเวียนมาที่นี่เป็นกิจวัตร วันนี้เขามาเพื่อพาแพรไหมไปดูโรงงานแห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้าง ศุภลักษณ์ สนับสนุนอย่างออกนอกหน้า ขณะที่พันทิญาแอบหมั่นไส้และอิจฉาน้องสาวอย่างที่สุด แล้วตัดสินใจตามทั้งคู่ออกไปด้วย

ส่วนที่ออฟฟิศของภูผา ทวีปมาพร้อมขนมที่ปราง–แก้วตั้งใจทำสุดฝีมือ เธอฝากมาให้ภูผาชิม แต่ทวีปไม่อยากพูดอะไรมาก กลัวจะเป็นการยัดเยียด เพราะความจริงเขารู้ดีว่าภูผาไม่ได้ยินดียินร้ายกับมันสักเท่าไหร่

นอกจากขนมแล้ว ทวีปยังมีข่าวคืบหน้าเรื่องแสง– ฉายมาเล่าให้เพื่อนฟังด้วยว่า วันก่อนตำรวจจับแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้ มันซัดทอดไปถึงคนของเจ้าแสงฉาย ข้อมูลที่ได้สอดคล้องกับข้อมูลของสายลับที่ตนส่งไปสอดแนมที่เชียงทวาย อาจเป็นไปได้ว่าเจ้าแสงฉายไม่ได้แค่ลี้ภัยทางการเมือง แต่ยังเข้ามาใช้บ้านเราเป็นฐานลำเลียงยาเสพติด

“ได้ข่าวว่าเขากำลังจะลงทุนทำโรงงานผ้าลูกไม้ส่งออก” ภูผาหยิบหนังสือพิพม์หน้าสังคมส่งให้ทวีป

“เจ้าชายหนุ่มโสดแห่งเชียงทวายเตรียมสละโสดกับสาวไทยลูกสาวเจ้าของร้านผ้าไหมชื่อดัง และเตรียมเปิดโรงงานแห่งใหม่มูลค่ากว่าพันล้านรับขวัญเจ้าสาว” ทวีปอ่านข่าวนั้นก่อนเงยหน้าขึ้นมองภูผาอย่างแปลกใจ “ถ้าเขาค้ายาเสพติดจริงๆ เขาก็คงต้องหาทางทำอะไรสักอย่างเพื่อฟอกเงินที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย ที่สุดแล้วเขาอาจจะแต่งงานกับคุณแพรไหมเพื่อบังหน้า”

ทวีปวิเคราะห์เจาะลึกเสียจนภูผาอึ้งไป ระหว่างนี้ แสงมณีโทร.เข้ามือถือภูผาเพื่อให้มารับที่บ้าน แต่เมื่อภูผา มาถึงเธอกลับหน้าตูมตึงเพราะไม่พอใจที่นายหมวดปากร้ายติดสอยห้อยตามมาด้วย

“ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ควรให้คนอื่นมาด้วยนะคะ คุณภูผา”

“เผอิญว่ามันจำเป็นครับ เพราะตอนนี้เราไม่รู้ว่าศัตรูของเจ้ามากันกี่คน บอดี้การ์ดคนเดียวอาจจะรับมือไม่อยู่ เคยได้ยินไหมครับ คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย” ทวีปยิ้มยั่ว แสงมณีเมินหน้าหนีอย่างเจ็บใจ

แต่พอเอ่ยวาจากับภูผา เธอกลับยิ้มหวานน้ำตาลแทบหก บอกเขาว่าวันนี้เธอจะไปร้านคุณแพรไหม...

เวลานั้น แพรไหมอยู่กับแสงฉายที่โรงงานแห่งใหม่ พันทิญาเดินตามหลังด้วยสีหน้าบึ้งตึง ไม่พอใจที่แสงฉายแสดงความห่วงใยเอาใจใส่แพรไหม ครั้นเธอจะเข้าไปแทรกกลางก็ถูกธนาขัดขวางทุกทีไป

เมื่อคณะแสงฉายพากันกลับมาที่ร้านศุภลักษณ์ พบแสงมณีนั่งคุยอยู่กับศุภลักษณ์ โดยมีสองหนุ่มบอดี้–

การ์ดยืนคุมเชิงมุมหนึ่ง แสงฉายจงใจเย้ยภูผาด้วยการเดินเข้าไปทักถามเรื่องแม่ที่ได้ข่าวว่าโดนทำร้าย แต่โดนภูผาศอกกลับให้เจ็บใจว่า

“มันแค่ขู่น่ะครับ พวกโจรกระจอกก็แบบนี้ ทำกับผมไม่ได้ก็เลยหันไปทำร้ายแล้วก็ข่มขู่ผู้หญิง ถ้าเป็นนักเลงจริงๆต้องสู้กันซึ่งหน้า อย่างนี้คนไทยเรียกว่าพวกหมาลอบกัด”

“อย่าประมาทฝีมือคนอื่นมากเกินไป ที่ผมเตือนก็เพราะเห็นว่าคุณเป็นลูกจ้าง ไม่อยากเสียคนมือดีๆไป ยังไงงานแต่งงานของเราก็ต้องให้คุณมาช่วยดูแลความปลอดภัยให้”

“รอให้ถึงวันนั้นก่อนเถอะครับ”

แสงฉายหน้าตึง...แตะแขนแพรไหมเดินไปอีกทาง พันทิญาสังเกตเห็นสายตาภูผาที่มองแพรไหมก็พอจะคาดเดาความรู้สึกได้ เธอเดินเข้ามาเผชิญหน้าพูดจายุแหย่

“ถ้าฉันเป็นคุณ ฉันคงไม่ยอมปล่อยยัยแพรไปแต่งงานกับคนอื่น”

“เขาจะแต่งงานกับใครมันก็เรื่องของเขา เราไม่ได้เป็นอะไรกัน”

“แล้วที่หายไปด้วยกันบ่อยๆล่ะ อย่าบอกนะว่าไม่มี อะไรเกิดขึ้น ฉันคนนึงล่ะที่ไม่เชื่อ ยัยแพรเองก็ไม่ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่ แล้วคุณก็เป็นผู้ชายแท้ๆ ฉันเป็นพี่สาวยัยแพร ฉันรู้ว่ายัยแพรรู้สึกยังไงกับคุณ ที่เขาต้องยอมแต่งงานกับเจ้าแสงฉายก็เพราะคุณแม่บังคับ ทำไมคุณไม่ต่อสู้เพื่อผู้หญิงที่รักคุณล่ะ ฉันช่วยคุณได้นะ”

“ขอบคุณครับ แต่ผมคงไม่รบกวน” ภูผาตัดบทเดินเลี่ยงไป พันทิญาหน้าตึงด้วยความไม่พอใจ แล้วตามเข้าไปเรียกร้องความสนใจด้วยการแกล้งเป็นลมต่อหน้าทุกคนโชคดี ที่แสงฉายรับร่างเธอไว้ทัน แต่ทวีปกลับวิ่งเข้ามาอาสาพาเธอไปพักผ่อน เลยโดนพันทิญาแว้ดใส่แล้วสะบัดบั้นท้ายจากไปอย่างหงุดหงิด

ทำอะไรไม่ได้ดังใจสักอย่าง พันทิญาระบายอารมณ์กับสิ่งของในห้องทำงานจนเกลื่อนกลาด แพรไหมตามเข้ามาเห็นก็ตกใจ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ใครทำอะไรพี่พันหรือ?

“เปล่า...แพรออกไปก่อนเถอะ พี่อยากอยู่คนเดียว”

“พี่พันคะ เรามีกันอยู่สองคนพี่น้องนะคะ มีเรื่องอะไร ไม่สบายใจบอกแพรได้นะคะ เผื่อว่าแพรจะช่วยพี่พันได้บ้าง”

“ไม่มีใครช่วยพี่ได้หรอก พี่ผิดเองที่ไปรักเขา รักทั้งที่ รู้ว่าเขาไม่เคยมีใจให้พี่เลย ทุกลมหายใจเข้าออกเขามีแต่คนอื่น เขาไม่เคยสนใจไยดีพี่เลย ทั้งที่เขารู้อยู่เต็มอกว่าพี่รักเขา”

“คุณพัฒน์เหรอคะ”

“รับปากกับพี่ก่อนสิ ถ้าพี่บอกแพรว่าผู้ชายที่พี่รักเป็นใคร แพรจะช่วยให้พี่ได้สมหวังกับเขา...รับปากสิ”

“ถ้าแพรช่วยได้ แพรก็ยินดีและเต็มใจช่วยพี่พันค่ะ แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นใครเหรอคะ”

พันทิญาตัดสินใจจะบอกความจริงแต่ไม่ทันได้พูดออกไป ศุภลักษณ์ก้าวเข้ามาเสียก่อน และขอคุยกับ พันทิญาตามลำพัง...ศุภลักษณ์รู้มาตลอดว่าพันทิญาชอบเจ้าแสงฉาย แม้ไม่พอใจแต่เธอก็เจรจาอย่างใจเย็นว่า

“แม่เลี้ยงพันมาตั้งแต่เล็กอย่างลูกคนนึง ทำไมแม่จะไม่รู้ว่าพันคิดยังไงกับเจ้า”

“คุณแม่รู้...แล้วยังจะยัดเยียดยัยแพรให้แต่งงานกับเจ้าอีกเหรอคะ ใช่สิ ยัยแพรเป็นลูกแท้ๆของคุณแม่นี่ คุณแม่ต้องเลือกคนที่ดีที่สุดให้ยัยแพรอยู่แล้ว ส่วนพันจะรู้สึกยังไงกับเจ้า คุณแม่คงไม่สนใจ”

“มันอยู่ที่ว่าเจ้ารักใครต่างหากล่ะลูก ตัดใจจากเจ้าแสงฉายเถอะนะพัน อย่าให้แม่ลำบากใจมากไปกว่านี้เลย”

พันทิญาไม่ตอบ เอาแต่ร่ำไห้สะอึกสะอื้นด้วยความเสียใจ กระทั่งเช้าอีกวันวนิดารู้เห็นเข้า เธอรักพันทิญา ปานแก้วตาดวงใจอยู่แล้ว แน่นอนว่าต้องคิดหาทางช่วยอย่างเต็มที่

ด้านภูผาที่ประชดแพรไหมด้วยการประกาศว่าปรางแก้วคือคนที่ตนรัก วันนี้เขาเริ่มไม่สบายใจและไม่อยากให้ปรางแก้วเจ็บปวดเสียใจภายหลัง เพราะความจริงแล้วเขารักเธอเหมือนน้องสาว ไม่เคยคิดเป็นอื่นเลยแม้แต่น้อย ดังนั้นบ่ายนี้มีโอกาสอยู่กับเธอตามลำพังขณะไปไหว้พระด้วยกัน เขาจึงตัดสินใจพูดมันออกมา

“พี่รู้ว่าสิ่งที่พี่พูดมันอาจจะทำให้แก้วเจ็บปวดบ้าง แต่พี่ก็ไม่อยากให้แก้วเข้าใจผิดต่อไป พี่เคยพยายามถามตัวเองมาตลอดว่าจะเปลี่ยนใจรักแก้วแบบอื่นได้ไหม แต่พี่ก็เปลี่ยนความรู้สึกไม่ได้”

“ก็ไหนพี่ภูบอกว่าจะแต่งงานกับแก้ว” เธอเสียงสั่นเครือ น้ำตาคลอ

“พี่เสียใจ ตอนแรกพี่ก็คิดอย่างนั้น แล้วพี่ก็พยา– ยามถามใจตัวเอง แล้วตอนนี้พี่ก็ได้คำตอบแล้ว”

“ทำไม แก้วไม่ดีตรงไหนเหรอคะ บอกแก้วสิคะ แก้วจะได้ปรับปรุงตัว”

“ไม่เลย...แก้วดีเกินไปด้วยซ้ำ พี่เองต่างหากที่ผิด ที่ทำใจให้รักแก้วไม่ได้ พี่ขอโทษที่ทำให้แก้วเข้าใจผิด แต่ถ้าพี่ไม่พูดความจริงตั้งแต่วันนี้ แล้วปล่อยให้แก้วเข้าใจผิดต่อไป พี่คงเสียใจมากกว่านี้”

“พอแล้วค่ะ พี่ภูไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น มันเป็นความผิดของแก้วที่รู้สึกไปเอง คิดไปเองว่าวันหนึ่งพี่ภูจะหันมามองเห็นแก้วอยู่ในสายตาบ้าง แก้วผิดเอง...”

ปรางแก้วเลี่ยงไปทั้งน้ำตานองหน้า ภูผามองตามด้วยความสงสาร เมื่อเขาพาเธอกลับมาส่งและถูกเธอตั้งคำถามว่าที่รักเธอไม่ได้เพราะรักแพรไหมอยู่ใช่ไหม ภูผาถึงกับอึ้งไปนิดก่อนตอบ

“พี่เกลียดเขาต่างหาก เขาเป็นคนทำให้พี่ชัยตาย ยังไงพี่ก็รักเขาไม่ได้หรอก”

“พี่ภูกำลังหลอกตัวเอง แก้วรู้ สายตาที่พี่ภูมองคุณแพรไม่ใช่สายตาของคนที่เกลียดกัน”

“มันไม่เกี่ยวกับเขาหรอกนะแก้ว ที่พี่รักแก้วไม่ได้ก็เพราะเราไม่ได้เกิดมาเป็นคู่กัน แล้วพี่ก็ไม่อยากเหนี่ยวรั้งแก้วเอาไว้ ทั้งที่พี่เองก็รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ยุติธรรมสำหรับ แก้ว จริงอยู่ที่พี่อาจจะไม่บอกแก้วแล้วก็ฝืนใจแต่งงานกับแก้ว แต่วันหนึ่งแก้วก็ต้องรู้อยู่ดี ถึงตอนนั้นแก้วอาจเสียโอกาสที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับใครสักคนที่รักแก้วอย่างจริงใจ”

“ไม่ค่ะ แก้วรักพี่ภู ชีวิตของแก้วเกิดมาเพื่อพี่ภูคนเดียวเท่านั้น แก้วจะรอวันที่พี่ภูหันกลับมารักแก้วบ้าง ไม่ต้องมากเท่าที่แก้วรักพี่ภู แก้วก็พอใจแล้วค่ะ” พูดจบ ปรางแก้วเดินน้ำตาซึมเข้าบ้านไป ภูผาห่วงใย...และลำบากใจเมื่อเหลือบไปเห็นทวีปยืนมองมา...

ทางด้านแพรไหมที่วันเดียวกันนี้โดนแสงฉายบังคับให้ไปดูสถานที่จัดงานแต่งงาน แล้วเผอิญฝ่ายชายเห็นแหวนที่นิ้วเธอ เขาคาดคั้นว่าของใคร แต่เธอไม่ตอบแถมยังแสดงความหวงแหน นั่นยิ่งทำให้เขาระแวงว่า แหวนวงนี้น่าจะเป็นภูผาให้มา

ตกเย็นแพรไหมกลับเข้าบ้าน และเมื่อเธอขึ้นไปบนห้องต้องตกใจสุดขีดกับสภาพห้องที่ข้าวของเกลื่อนกลาด ที่นอนถูกกรีดเละเทะ เสื้อผ้าฉีกขาดไม่มีชิ้นดี แล้วยังมีข้อความฆาอาตมาดร้าย หาว่าเธอแย่งทุกอย่างไปจนหมด

แพรไหมงงเป็นไก่ตาแตกว่าตัวเองแย่งอะไรของใคร ไป ขณะที่น้อยซึ่งวิ่งขึ้นมาดูก็ตื่นตระหนกตกใจ แนะนำให้แจ้งความ แต่แพรไหมไม่เห็นด้วย และสั่งห้ามน้อยบอกเรื่องนี้กับใคร เดี๋ยวจะตกใจไปกันใหญ่

วันรุ่งขึ้น ภูผาให้ลูกน้องไปขนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จากร้านชัยที่ปิดตายเอาไว้มาเก็บในออฟฟิศของตน และให้แยกเครื่องคอมฯส่วนตัวของพี่ชายไว้ในห้องทำงานตนด้วย ซึ่งใช้เวลาไม่นานทุกอย่างก็เรียบร้อยเป็นจังหวะที่ทวีปแวะมาพอดี

“แกทำให้น้องสาวฉันเสียใจมาก” ทวีปเอ่ยนิ่งๆ

“ฉันลองถามใจตัวเองดูแล้ว ฉันรักแก้วเหมือนน้องสาว ไม่เคยคิดเป็นอื่น”

“เพราะใจแกมีคนอื่นใช่ไหม”

“ถ้าจะมี ก็มีแต่ความแค้น ฉันปล่อยวางเรื่องนี้ไม่ได้ พี่ชัยตายเพราะเขา แต่เขากำลังจะไปแต่งงานมีความสุข วิญญาณพี่ชัยคงเป็นทุกข์ ถ้าฉันไม่ทำอะไรเลย”

“มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับยัยแก้วนี่”

“แต่มันคงจะดีกว่าถ้าปล่อยให้แก้วเดินหน้าต่อไป เจ็บครั้งนี้ครั้งเดียวแต่แก้วจะมีความสุขถ้าได้เริ่มต้นใหม่กับคนที่รักเขาอย่างจริงใจ และพร้อมที่จะเสียสละเพื่อเขา...ส่วนฉันมีหน้าที่ต้องทำ”

“แก้แค้น? แก้แค้นคุณแพรไหมแล้วมันจะได้อะไรวะ”

“พี่ชายฉันต้องตายเพราะเขา แล้วแม่ฉันยังถูกคนที่เขาจะแต่งงานด้วยส่งคนไปทำร้าย แล้วแกคิดว่าฉันควรทำยังไง” ภูผาขบกรามแน่น แววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

ooooooo

ออกจากออฟฟิศภูผา...ทวีปมุ่งหน้าไปบ้าน แสงฉายเพื่อหาทางง้างปากแสงมณีให้ได้ว่าพี่ชายของเธอทำมาหากินอะไรกันแน่ แต่วันนี้โชคไม่เข้าข้างเสียแล้ว เพราะมาเจอก้างชิ้นใหญ่อย่างพิพิธ หนำซ้ำพอแสงมณีจะออกไปร้านศุภลักษณ์ พิพิธก็ยังขอตามไปด้วย

ทวีปมาในฐานะบอดี้การ์ดส่วนตัว แต่พิพิธเย้ยว่าเขาเป็นแค่ยาม สองหนุ่มมีปากเสียงกันเล็กน้อยก่อนจะแย่งกันก้าวตามแสงมณีเข้าไปในร้าน

ส่วนที่บ้านศุภลักษณ์ พันทิญาแต่งตัวสวยกำลังจะออกข้างนอก แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นพิพัฒน์ยืนจังก้า เธอชังน้ำหน้าเขานัก หันหลังจะหนีกลับเข้าบ้าน แต่เขาพรวดพราดมาดึงแขนไว้

“สามีมาหาจะรีบหนีไปไหนล่ะคุณพัน”

“อย่ามาพูดจาหยาบคายกับฉันนะ”

“พูดความจริงหยาบคายตรงไหน ตอนที่เราอยู่บนเตียงด้วยกันคุณอ่อนหวานกับผมจะตาย ผมยังจำคืนนั้นของเราได้นะ กลิ่นของคุณยังติดจมูกอยู่เลย”

พันทิญาโกรธจี๊ดจะฟาดหน้าเขาสักฉาด แต่เขาไวทายาดจับมือเธอบีบอย่างแรง วนิดากับน้อยพรวดพราดออกมาจากในบ้านด้วยความตกใจ

“ปล่อยยัยพันเดี๋ยวนี้นะ” วนิดาตวาดสั่ง

“ขอโทษนะครับคุณน้า นี่เป็นเรื่องระหว่างผัวเมีย คุณน้าไม่เกี่ยว”

“ทำไมจะไม่เกี่ยว พันเป็นหลานสาวฉัน...ปล่อย ไม่อย่างงั้นฉันจะแจ้งตำรวจ”

“ก็ดีเหมือนกันครับ ตำรวจจะได้มาเป็นพยานว่าผมกับหลานสาวคุณน้าเป็นอะไรกัน จะได้ลงบันทึกประจำวันแล้วจดทะเบียนกันด้วยเลย”

“น้าดาช่วยพันด้วย นังน้อย...ยืนเฉยอยู่ทำไมล่ะ”

พันทิญาดิ้นรนขัดขืนจะไม่ยอมให้พิพัฒน์พาไปขึ้นรถ น้อยละล้าละลังไม่กล้าช่วย วนิดาเองก็ขลาดกลัวจึงได้แต่ยืนมองเขาพาหลานรักออกไปต่อหน้าต่อตา...

เพราะต้องการแก้แค้นให้พี่ชาย ภูผาจึงยังวนเวียนจับตาแพรไหมทุกเมื่อเชื่อวัน วันนี้เขาสะกดรอยตามทันที ที่เห็นเธอขับรถออกจากร้าน ระหว่างทางนึกไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุร้ายเมื่อรถแพรไหมเบรกไม่อยู่ พอเห็นเธอตกอยู่ใน อันตราย เขาทนเห็นเธอตายไม่ได้ จึงเข้าช่วยจนเธอรอดมาได้

แท้จริงแล้วภูผารักแพรไหม แต่พอนึกถึงว่าเธอต้องแต่งงานกับแสงฉาย ภูผาก็มิอาจทำใจปฏิบัติดีต่อเธอได้

“กลัวอะไรนักหนา ตอนหลอกล่อผู้ชายช่ำชอง เหลือเกินนี่ อ้อ...ลืมไป ผู้ชายกับรถไม่เหมือนกัน” เขาจิกกัดเมื่อเห็นเธอนั่งตัวสั่นงันงกอยู่ในรถ

“ถ้าคุณมาช่วยเพื่อหาโอกาสทำร้ายจิตใจฉัน ปล่อยให้ฉันขับรถชนตายไปเลยดีกว่า”

“จะรีบตายไปไหน เรายังต้องเป็นมารผจญกันไปอีกนาน”

“คุณทำร้ายฉันได้อีกไม่นานหรอก พอฉันแต่งงานกับเขา ฉันก็จะไปจากที่นี่ ไม่กลับมาให้คุณเห็นหน้าอีก”

คำพูดประชดประชันด้วยความน้อยใจของเธอทำให้เขาฉุนเฉียว กระชากแขนเธออย่างแรง

“ใช่สิ เขาทั้งรวยทั้งโก้ คุณถึงได้เขี่ยผู้ชายหน้าโง่ที่หลงรักคุณหัวปักหัวปําทิ้งไปเหมือนรองเท้าเก่าๆ แต่อย่าหวังเลยว่าผมจะปล่อยคุณไปแต่งงานกับเขาง่ายๆ”

“ก็ไหนคุณว่าจะเลิกเกี่ยวข้องกับฉันแล้วไง”

“ผมเปลี่ยนใจ ตั้งแต่วันที่เจ้าแสงฉายส่งคนไปทำร้ายแม่ผม มันไม่ยุติธรรมที่คุณกับเขาจะมีความสุขบนความสูญเสียและความเจ็บปวดของคนอื่น”

แพรไหมโกรธหันรีหันขวาง แต่แล้วต้องตกใจเมื่อได้ยินเขาบอกว่ารถของเธอถูกตัดสายเบรก

“ไม่จริง...รถฉันเพิ่งจะเอาไปเช็กเมื่อไม่กี่วันนี่เอง”

“แล้วเบรกมันจะมีปัญหาได้ยังไง ถ้าไม่มีใครไปยุ่งกับ มัน ดีนะที่ไม่ขับไปชนคันอื่นเข้า ไม่งั้นได้กลายเป็นข่าวแน่”

แพรไหมนิ่งคิด ย้อนเหตุการณ์วันก่อนที่เจอข้อความข่มขู่อาฆาตในห้องแล้วหน้าซีดเผือด “ฉันจะทำยังไงดี ฉันกลัว...”

“ทิ้งรถไว้ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวผมให้ช่างมาดูให้ หรือจะรออยู่ที่นี่ก็ตามใจ ถ้ามีคนจงใจทำร้ายคุณ มันคงได้โอกาสจัดการกับคุณ ยังไงก็ช่วยตัวเองไปแล้วกัน”

ภูผาเดินกลับไปที่รถของตน หญิงสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจร้องเรียกให้รอด้วย...ขณะนั่งรถมาด้วยกัน ภูผาสีหน้าเคร่งเครียดไม่พูดไม่จา มัวแต่คิดว่าใครกันที่จะเอาชีวิตแพรไหม...ต่างคนต่างเงียบกันอยู่นาน กระทั่งแพรไหมเอ่ยปากว่าอยากกลับบ้าน เขาระเบิด เสียงใส่เธออย่างหงุดหงิด

“ไม่กลับ...ให้เจ้ารู้ไปเลยยิ่งดีว่าคุณเป็นนางบำเรอ คนอื่นไปแล้ว ถ้าเขายังคิดจะแต่งงานกับคุณก็เรื่องของเขา”

“คุณทำกับฉันอย่างนี้ไม่ได้นะ ฉันเป็นคน มีชีวิตจิตใจเหมือนกัน ฉันอยากจะอยู่กับคนที่ฉันรัก ไม่ใช่คนที่เกลียดฉัน”

“คนอย่างคุณไม่สมควรได้รับความรักจากใครหรอก” ว่าแล้วเขาเลี้ยวรถตรงไปอีกทาง แพรไหมไม่รู้ จะทำอย่างไร ได้แต่นั่งน้ำตาคลอด้วยความคับแค้นใจ

ooooooo

ภูผาแพรไหม

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด