ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

นางสาวจำแลงรัก

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

นางสาวจำแลงรัก ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

หน้าสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เด็กชายคิมหันต์ยืนมองพ่อกับแม่ที่ยื่นแหวนให้เขาวงหนึ่งบอกเขาว่า นี่เป็นสมบัติชิ้นเดียวที่พ่อเหลืออยู่ เก็บไว้ให้ดีแล้วทำทีเป็นชวนเล่นซ่อนหา ให้เขาปิดตานับหนึ่งถึงสิบแล้วค่อยหาพ่อกับแม่ สุดท้ายเขาก็รู้ว่า เขาถูกนำมาปล่อยไว้ ที่นี่...อดีตสิบกว่าปีก่อน สอนให้เขารู้ว่า รักแท้ไม่เคยมีในโลก เขาจึงกลายเป็นคนที่ทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง

โตขึ้นมา คิมหันต์เป็นดาราสุดฮอต แต่ด้วยนิสัยเอาแต่ใจ ทำให้เพื่อนร่วมงานเบื่อหน่ายแอบนินทา ประจวบกับมีดาราใหม่เข้ามาเทียบเคียง ทั้งความหล่อและความสามารถ ทำให้หนังสือบันเทิงต่างหันไปเขียนเชียร์ ยังดีที่มียุทธการเป็นผู้กำกับคู่บุญ ซึ่งเป็นทั้งเพื่อนและพี่ชายที่รักเขามากคอยแก้ตัวและช่วยเหลือ และมีชาญรบผู้ช่วยผู้กำกับเป็นเพื่อนซี้

ขณะถ่ายฉาก คิมหันต์เป็นเหยี่ยวสลาตันเข้าไปช่วยหญิงสาวจากกลุ่มคนร้าย หญิงสาวประทับใจวิ่งเข้ามาจะขอบคุณ คิมหันต์รวบตัวเธอมาจูบอย่างดูดดื่ม ยุทธการสั่งคัตเสียง

ดังลั่น คิมหันต์ปล่อยหญิงสาวร่วงลงไปกองกับพื้น

“คัตทำไมอ่ะพี่ คนกำลังเข้าถึงบทบาท”

“เข้าถึงป้าเอ็งสิไอ้หื่น หนังไทยนะโว้ย ไม่ใช่หนังเอวี” ยุทธการโวย

“ตามบทเค้าให้กอดเฉยๆเอ็งไปจูบน้องเค้าทำไมวะไอ้คิ้ม” ชาญรบดึงโทรโข่งมาโวยบ้าง

“อ้าว พระเอกก็ต้องจูบนางเอกสิวะไอ้ชาญ นี่มันฉากอวสานนะ”

“แต่ตามท้องเรื่อง ซินดี้เป็นน้องสาวเอ็ง ไม่ใช่นางเอก แล้วนี่เพิ่งเริ่มเรื่อง ยังไม่เข้ากลางเรื่องเลยโว้ย” ชาญรบโมโห

คิมหันต์หน้าเจื่อน หันไปขอโทษซินดี้ซึ่งยืนร้องไห้โฮ ที่เขาอ่านบทไม่ละเอียด ยุทธการดักคอว่าอ่านผิดหรือไม่ได้อ่าน คิมหันต์รีบแย้ง “อ่าน มนต์รักเพชฌฆาต ซีเคว้นซ์สาม ฉากห้า”

“มนต์แค้นพญายมโว้ย ซีเคว้นซ์หนึ่ง ฉากสี่” ยุทธการดึงโทรโข่งมาตะเบ็งใส่หน้า

ชาญรบแย่งกลับมากรอกเสียงด่า “เพชฌฆาตปิดกล้องไปสองเดือนแล้ว ไอ้บ้า...”

คิมหันต์ทำหน้าเหวอ หันมองทีมงาน ทุกคนเมินหน้าหนีอย่างเอือมระอา...

วันรุ่งขึ้น ระหว่างที่คิมหันต์ยังนอนอยู่ที่คอนโดฯ จอห์น ซึ่งเป็นผู้จัดการส่วนตัวงัวเงียมาเปิดประตูห้องเพราะมีคนมากดกริ่ง แองจี้ สาวสวยลูกเสี่ยทรงชัย ผู้อำนวยการสร้างแทรกตัวเข้ามาถามหาคิมหันต์ จอห์นตอบว่ายังไม่ตื่น เธอรีบบอกว่า จะไปปลุกเอง จอห์นมองตามเอือมๆ

คิมหันต์นอนหลับถ่างแข้งถ่างขาหมดมาดพระเอกอยู่บนเตียง ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของแองจี้หน้าห้อง “คิ้มขาหลับอยู่รึเปล่า แองจี้เข้าไปนะ”

คิมหันต์รีบเปลี่ยนท่านอนเป็นท่าเก๊กหล่อสุดๆ แองจี้เปิดประตูเข้ามา ปรี่เข้ากระแซะ

“แหมคนอะไรก็ไม่รู้ ขนาดหลับยังเท่เลย สุดหล่อของแองจี้ ขอชื่นใจหน่อยเถอะ แต่เอ๊ะ...นอนอยู่แบบนี้ อย่ากวนดีกว่า” แองจี้ทำท่าจะเดินหนี

คิมหันห์คว้าตัวมากอด “มานี่ จะหนีไปไหน”

“ว้ายคิ้ม อย่าทำแบบนี้นะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”

“โอ๊ย ไอ้จอห์นน่ะเหรอ ปล่อยมันไปเหอะ มันเป็นพวกตายด้าน ผมคิดถึงคุณจะแย่แล้วรู้มั้ย แองจี้ขอจุ๊บหน่อยนะ จุ๊บๆ”

“เดี๋ยวค่ะ ที่แองจี้มาวันนี้ แองจี้มีข่าวสำคัญจะมาบอกนะคะ” แองจี้ส่งหนังสือพิมพ์ให้ดู

คิมหันต์อาบน้ำแต่งตัวมานั่งทานอาหารที่โต๊ะ จอห์นอ่านข่าวในหนังสือพิมพ์ที่แองจี้เอามาให้ฟัง “เลว เรื่องมาก ไม่มีระเบียบวินัย เล่นหนังแข็งเป็นสากกระเบือ จวนตกกระป๋องแล้วยังไม่สำนึก ถือได้ว่าเป็นพระเอกสุดห่วยอันดับหนึ่งโดยแท้”

“เฮ้ย นี่มันกล้าเขียนด่าขนาดนี้เลยเหรอวะ ฝีมือใคร เอ็งหาชื่อซิไอ้จอห์น”

“นามปากกาซ้อเก้า...คุณสมพร คอลัมนิสต์ชื่อดัง ตอนนี้เขาเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของหรรษาบันเทิง มีอิทธิพลสุดๆ เลยนะพี่คิ้ม” จอห์นหยุดมองคิมหันต์ที่หงุดหงิดไม่พอใจแล้วอ่านต่อ “ยังมีอีกนะพี่...ในขณะเดียวกัน วงการบันเทิงไทยก็ยังพอมีความหวังให้ชื่นใจอยู่บ้าง เมื่อได้ว่าที่พระเอกแอ็กชั่นคนใหม่ นาวิน สินสมุทร มาประดับวงการ ซึ่งทายได้เลยว่าในอีกไม่ช้าจะต้องเบียดคิมหันต์ให้ตกกระป๋องแน่นอน...ฟันคอ...”

“ใครวะนาวิน” คิมหันต์งง

“เขาเป็นหนุ่มนักเรียนนอก เคยเล่นเป็นตัวประกอบให้หนังฮอลลีวูดเรื่องนึง แต่บทเด่นมาก ผู้สร้างหนังในเมืองไทยก็เลยปิ๊งกันใหญ่” แองจี้อธิบายไปทาเนยบนขนมปังไป

คิมหันต์เบ้หน้า แค่ตัวประกอบจะสักเท่าไหร่ แต่ แองจี้เล่าว่า นาวินเล่นบทบู๊ได้เท่มาก ว่าแล้วก็เปิดคลิปในมือถือให้ดู จอห์นเห็นแล้วชื่นชม

“โห...สุดยอดไปเลยพี่คิ้ม โนสลิง โนสตั๊นต์ เล่นจริงเจ็บจริง ร้ายกาจมาก”

แองจี้เองก็ปลื้มชมไม่ขาดปากว่ามีพรสวรรค์ คิมหันต์เริ่มรู้สึกตัวเองด้อยค่าขึ้นมา...

ooooooo

ในป่าละแวกชายแดน มีชนเผ่าเคออาศัยอยู่ อาโก๊ะ สาวชาวป่าลูกหัวหน้าเผ่าเป็นจ่าฝูงตามรอยหมูป่าตัวเขื่อง พร้อมมังลา อากิ๊ก และหนุ่มสาวนักล่าจากเผ่าอีกหลายคน อาโก๊ะยิงหมูป่าด้วยหน้าไม้ล้มกลิ้งไป ทุกคนเข้าไปคุกเข่าข้างๆหมูป่า อาโก๊ะแตะฝ่ามือที่ตัวหมูป่า

“เราชาวเผ่าเคอ ใช้ชีวิตร่วมกับท่านในป่าแห่งนี้ เรากินซากของท่านเพื่อยังชีพ มิใช่เพื่อความสำราญ เมื่อเราตายไป ซากของเราจะกลายเป็นพืชพันธุ์ต่างๆให้ท่านยังชีพเช่นกัน ขอท่านจงอย่าได้ผูกพยาบาทเราในชาตินี้ และชาติต่อๆไป” อาโก๊ะว่าคาถาเสร็จก็ควงมีด จ้วงแทงท้องหมูป่าเพียงครั้งเดียว เพื่อไม่ให้มันต้องทรมาน...

หมูป่าถูกนำมาปรุงอาหารกลางลาน เพื่อแจกจ่ายทุกคนในเผ่า เล่าจางประกาศ “ตามกฎของเผ่าเคอ ผู้ที่ล่าสัตว์ตัวแรกได้ในฤดูฝน คือผู้นำความอุดมสมบูรณ์มาสู่เผ่าเคอของเรา ดังนั้น เขาจึงมีสิทธิ์ที่จะร้องขอสิ่งตอบแทนจากข้าเล่าจางผู้เป็นหัวหน้าเผ่า อาโก๊ะ...แกต้องการอะไร”

อาโก๊ะก้าวออกมา “สิ่งที่ข้าต้องการก็คือ...ขอเลื่อนกำหนดการเลือกคู่ออกไปอีกสองปี”

เล่าจางตวาดว่าไม่ได้ อาโก๊ะต่อรองเหลือหนึ่งปี เล่าจางก็ไม่ให้ มังลาซึ่งถูกกำหนดเป็นคู่ของเธอ นั่งยิ้มปลื้ม เล่าจางพูดในฐานะพ่อว่าไม่ให้อาโก๊ะค้านการแต่งงาน อาโก๊ะโวยตกลงจะเป็นพ่อหรือจะเป็นหัวหน้าเผ่ากันแน่ เล่าจางตอบกวนๆว่าแล้วแต่อารมณ์

อาโก๊ะหงุดหงิดเดินกลับมาที่เรือน บ่นว่าไม่อยากแต่งงาน มังลาตามมาได้ยิน บอกเธอว่าเขารักเธอ อาโก๊ะสะดุ้งหันมาอึ้งๆ “มังลา แกเป็นคนดีนะ แต่ข้ารักแกเหมือนพี่ชาย”

“ข้ารู้ว่าเราเติบโตมาด้วยกัน แต่ข้า...ไม่ว่าจะยังไง ข้าต้องแต่งงานกับแกให้ได้” มังลาดึงแขนอาโก๊ะไว้ให้ฟังเขาพูด ห่างออกมา อากิ๊กแอบดูด้วยความร้าวรานใจ

ooooooo

ในขณะที่เสี่ยทรงชัยหงุดหงิดกับข่าวคิมหันต์ที่ออกมา แองจี้พยายามแก้ตัวแทน เสี่ยทรงชัยบอกลูกสาวว่า หมดยุคของคิมหันต์แล้ว คนอื่นกำลังจะขึ้นมาแทนที่...จอห์นขับรถพาคิมหันต์มาที่หน้าสำนักงานหรรษาบันเทิง แล้วชี้รถคันที่แล่นเข้ามาจอด

“คันนี้แหละพี่ รถไอ้สมพร”

คิมหันต์ลงจากรถเดินไปหา จอห์นตามเตือนให้ใจเย็นๆ พอสมพรหันมา ทั้งสองตะลึงเล็กน้อยเพราะเป็นผู้หญิง สมพรเห็นคิมหันต์ก็ทักทายว่าสบายดีหรือ คิมหันต์ทำหน้างงไม่รู้จัก

“จำฉันไม่ได้เหรอ ฉันสมพรที่เคยเป็นแฟนคลับของคุณไง”

คิมหันต์คิดย้อนไปในอดีต มีสาวเฉิ่มคนหนึ่ง ใส่แว่นสวมเหล็กดัดฟัน ยื่นกล่องขนมที่ทำเองมาให้ เขากำลังง่วงจึงหงุดหงิด ต่อว่าไปอย่างไม่ถนอมน้ำใจ แถมปาทิ้งต่อหน้าต่อตาสร้างความเจ็บแค้นให้กับสมพร...

“สมพร คือว่า...เมื่อสามปีก่อน ตอนนั้น...”

“ไม่เป็นไรคุณคิมหันต์ ฉันเข้าใจ เมื่อสามปีก่อนคุณดังมาก ต้องถ่ายหนังตีสี่ตีห้าทุกคืน พอเห็นอะไรขวางหูขวางตาก็เลยโมโห...แต่ฉันไม่เคยลืมสิ่งที่คุณทำกับฉัน คุณทำเหมือนฉันเป็นแมลงสาบที่มาคอยป้วนเปี้ยนไต่ขาของคุณ คุณคิดแบบนั้นใช่มั้ย”


คิมหันต์ปฏิเสธเสียงหลง สมพรหัวเราะฮึๆ “ไม่ต้องมาแก้ตัว จำไว้ ตอนนี้ฉันเป็นนักข่าวชื่อดัง ฉันนี่แหละจะจองล้างจองผลาญคุณ ทำลายชื่อเสียงของคุณให้ได้”

“นี่คุณ คุณทำแบบนี้ผมมีสิทธิ์แจ้งความได้นะ” จอห์นขู่

“เหรอ...ข้อหาอะไรมิทราบ ในเมื่อทุกข่าวที่ฉันเขียนเป็นความจริง...” สมพรหันมาพูดกับคิมหันต์ว่า ถ้าเขาเป็น ดารามีคุณภาพ แล้วตนจะเขียนข่าวเขาได้อย่างไร คิมหันต์ยืนอึ้ง...

ด้วยความเจ็บใจ พอวันนี้มีออกกองต่างจังหวัด เป็นฉากบู๊ คิมหันต์บอกยุทธการกับชาญรบว่า เขาไม่ต้องการสตั๊นต์ไม่เอาสลิง เขาจะไม่ห่วงหล่อ จะเล่นจริงเจ็บจริงเพื่อให้คนดูรู้ว่าเขาเป็นดาราคุณภาพ ยุทธการกับชาญรบตะลึง

“ไอ้คิ้ม วันนี้ออกกองถึงในป่าเชียวนะเอ็ง แถมเป็นป่าแถวชายแดนอีกต่างหาก เอ็งจะมาเปลี่ยนใจทีหลังไม่ได้นา” ยุทธการเตือน

ชาญรบย้ำว่า เป็นฉากบู๊วินาศสันตะโร จะมาโทร.เรียกทีหลังไม่ได้ มีแต่เถาวัลย์ให้โหน จอห์นสะกิดห้าม แต่คิมหันต์รับรองแข็งขันว่าเขาทำได้...

เอาเข้าจริง คิมหันต์ก็เล่นไม่ได้ จนเวลาล่วงเลยกำหนดไป ทีมงานพลอยไม่ได้กินข้าว ยุทธการหงุดหงิดสั่งพักกอง คิมหันต์ได้ยินทีมงานนินทาเขาว่า “ไอ้ขี้เก๊กเอ๊ย เล่นหนังมาห้าปี มันเคยได้รางวัลกะเค้าที่ไหน เฮอะ...พระเอกแอ็กชั่นอันดับหนึ่ง สากกระเบือชัดๆ”

คิมหันต์โกรธเดินหลบมานั่งระบายอารมณ์ กลับมาได้ยินสาวๆอ่านข่าวของนาวินอย่างชื่นชม แถมเอารูปถ่ายออกมาอวดกัน และทิ้งรูปคิมหันต์อย่างไม่ไยดี จอห์นถือกล่องข้าวมาให้ คิมหันต์กินไม่ลงขอตัวไปเดินเล่น จอห์นเตือนอย่าไปไกลเพราะใกล้ชายแดน...เดินมาหน่อยได้ยินยุทธการคุยโทรศัพท์แก้ตัวกับนายทุนว่างานยังไม่เสร็จ ขอเปิดรีสอร์ตพักถ่ายต่อวันพรุ่งนี้สัญญาณโทรศัพท์ไม่ค่อยดี ยุทธการเดินหาสัญญาณ

ลมพัดกระโชกมา พัดรูปคิมหันต์ปลิวไปในสายลม ไปติดบนต้นไม้ แถวลานผีฟ้าปู่เจ้า คิมหันต์เดินมาหลบมุม บ่นพึมพำ “ชิ ไอ้โน่นก็ไม่ดี ไอ้นี่ก็ไม่ชอบ ช่างหัวปะไรสิวะ ไม่สนใจอยู่แล้ว ถ้าไม่มาง้อล่ะก็ ไม่กลับไปถ่ายต่อจริงๆด้วย จะรอมันอยู่ตรงนี้แหละ”

ขณะเดียวกัน อาโก๊ะพยายามหว่านล้อมเล่าจาง ไม่อยากแต่งงานกับมังลา เล่าจางจึงให้เธอไปกับอากิ๊ก ไปสักการะ ผีฟ้าปู่เจ้า เพื่อขอนิมิตจากท่านว่าใครเป็นเนื้อคู่...สองสาวมายืนมองต้นไม้ใหญ่ที่ตระหง่านอยู่กลางป่า

“ว่ากันว่าปู่เจ้า ผู้นำทางจิตวิญญาณของเผ่าเคอ ได้สูญเสียเมียรักไปในการต่อสู้ระหว่างชนเผ่า หลังจากนั้นท่านก็ได้ออกรบเพื่อแก้แค้นให้นาง ก่อนจะมาตายที่นี่ และกลายร่างเป็นต้นไม้ใหญ่”

“นิทานเรื่องนี้ข้าฟังมาตั้งแต่เล็กจนโตแล้วอาโก๊ะ แกไม่ต้องเล่าซ้ำก็ได้”

“ข้าแค่อยากรู้ว่าในโลกนี้ยังมีผู้ชายแบบปู่เจ้าหลงเหลืออยู่บ้างรึเปล่า ผู้ชายที่รักผู้หญิงคนนึงไปจนชั่วฟ้าดินสลาย”

“โฮ่ย...ไม่มีหรอกน่า เลิกเพ้อเจ้อแล้วทำพิธีได้แล้วอาโก๊ะ ข้าขี้เกียจรอ” อากิ๊กบ่น

อาโก๊ะหลับตาเอากระทงเซ่นไหว้เทินขึ้นเหนือหัวคารวะผีฟ้าภาวนา “ปู่เจ้า...ข้าคือลูกหลานเผ่าเคอ ได้โปรดบอกทางสว่างแก่ข้าด้วย ข้าอยากรู้ว่าใครคือเนื้อคู่ของข้า”

ทันใด มีลมพัดรูปคิมหันต์ที่ติดอยู่บนต้นไม้ ปลิวลงมาในกระทง อาโก๊ะลดกระทงลงมาเห็นรูปก็ประหลาดใจ “ไม่น่าเชื่อ ผีฟ้าปู่เจ้าตอบรับคำอธิษฐานของข้าแล้ว อากิ๊กข้าเจอเนื้อคู่แล้ว”

อากิ๊กตื่นเต้น เข้ามาขอดูรูปว่าใช่มังลาหรือเปล่า พอเห็นว่าเป็นหนุ่มเมืองหล่อก็แปลกใจ

ooooooo

ระหว่างที่กองถ่ายรอคิมหันต์ มีทหารพรานสองนายมาบอกให้ทุกคนรีบออกจากป่า เพราะหน่วยลาด ตระเวนเกิดปะทะกับกองกำลังค้ายาเสพติด ยุทธการรีบสั่งลูกน้องเก็บของและให้คนไปตามคิมหันต์ แต่คิม-หันต์เสียบหูฟังเพลงจึงไม่ได้ยินเสียงเรียก พลันมีเสียงปืนดังขึ้น ทีมงานที่ร้องเรียกคิมหันต์ตกใจวิ่งหนี

อาโก๊ะกับอากิ๊กกำลังเดินกลับหมู่บ้าน ได้ยินเสียงปืน อาโก๊ะให้เพื่อนกลับไปก่อน ตนจะไปสำรวจว่าเกิดอะไรขึ้น อาโก๊ะโหนต้นไม้ไปอย่างคล่องแคล่ว

คิมหันต์นั่งพิงต้นไม้เสียบหูฟังเพลงเพลินๆเห็นทหารวิ่งไล่ยิงกับกองโจรก็คิดว่า พวกกองถ่ายย้ายมาถ่ายใกล้ๆเขาเป็นการง้อ มีโจรคนหนึ่งมาล้มตายตรงหน้า

“อื้อหือ อลังการงานสร้าง พี่ยุทธจะเข้าชิงออสการ์หรือไงวะเนี่ย เลือดปลอมสีเมื้อนเหมือนแต่รสไม่ค่อยหวานเท่าไหร่ คาวไปนิด เอ่อ...ทำไมเหมือนของจริงขนาดนี้วะ หรือว่า...”

คิมหันต์ใช้นิ้วแตะเลือดมาชิมแล้วแหวะ พอพลิกศพขึ้นดูก็พบว่าเป็นคนตายจริงๆก็ตกใจ

โจรอีกสองคนตามมาจะยิงใส่ คิมหันต์ตกใจตั้งท่าต่อสู้ตามแบบหนังบู๊ที่เขาแสดง แต่ไม่ได้เรื่อง ต้องวิ่งหนีจนเสียหลักถูกถีบตกไปในน้ำ คิมหันต์กระเสือกกระสนร้องว่าว่ายน้ำไม่เป็น อาโก๊ะผ่านมาเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี เห็นหน้าคิมหันต์ก็หยิบรูปมาเทียบ

“คนเมือง หน้าเหมือนในรูป แย่แล้ว เนื้อคู่ของอาโก๊ะ” อาโก๊ะเห็นคิมหันต์ลอยไปตามกระแสน้ำ ก็ตัดสินใจกระโดดพุ่งหลาวลงไปในน้ำทันที...

ทหารพรานมารายงานยุทธการที่รีสอร์ตว่ากองโจรล่าถอยไปแล้ว แต่ไม่พบคิมหันต์พรุ่งนี้จะออกตามหาอีกครั้ง และห้ามทุกคนออกไปเพราะในป่านั้นมีอาถรรพณ์ใครที่หลงเข้าไปมักไม่ได้กลับออกมา หลายคนแล้วที่สูญหาย...พอแองจี้รู้ข่าว ก็ชวนเสี่ยทรงชัยมาที่รีสอร์ต

อากิ๊กกลับมาบอกเล่าจางและมังลาว่าเนื้อคู่ของอาโก๊ะเป็นคนเมืองหล่อมาก และตอนนี้อาโก๊ะไปดูว่าเสียงปืนมาจากไหน มังลาไม่พอใจและเป็นห่วงอาโก๊ะเพราะฟ้าเริ่มมืด

อาโก๊ะช่วยคิมหันต์ขึ้นมาจากน้ำ เขาสลบแต่ดูหนาวสั่น เธอก่อกองไฟ ถอดเสื้อผ้าเขาออกผึ่ง คิมหันต์ยังเพ้อว่าหนาว อาโก๊ะเห็นหน้าเขาซีดจึงจับชีพจรดู “แย่แล้ว ตัวเย็นเจี๊ยบเลย ขืนทิ้งไว้ต้องตายแน่ อย่าเพิ่งตายนะคนเมือง ถ้าแกตายไป ข้าก็ไม่มีคู่น่ะสิ อดทนไว้ก่อนนะ”

มืดค่ำแล้ว  เล่าจางเป็นห่วงอาโก๊ะ จึงเกณฑ์คนในหมู่บ้านจะออกตาม อาปู้น้องชายตัวกระเปี๊ยกของอากิ๊กจะไปด้วย แต่ถูกดึงตัวออกจากแถว มังลาขอล่วงหน้าไปก่อน อากิ๊กมาดึงรั้งไว้

มังลาโวย “โอ้ย...อะไรของแก อากิ๊ก”

“นี่มังลาแกต้องระวังตัวนะ ปืนไฟของพวกคนเมืองมันร้ายกาจมาก”

“ข้ารู้...แต่เพื่อความปลอดภัยของอาโก๊ะ ข้ายอมสละได้ทุกอย่างแม้แต่ชีวิต”

เล่าจางยิ้มอย่างพอใจ แต่อากิ๊กน้อยใจ...ในขณะที่คิมหันต์ยังหนาวสั่นจนอาโก๊ะเริ่มใจไม่ดี “ผิงไฟขนาดนี้ยังหนาวอีกเหรอ ฮาดเช่ย...เออ ข้าเองก็หนาวเหมือนกันนะ ใส่เสื้อเปียกๆแบบนี้ต้องเป็นไข้แหงๆเลย ฮาดเช่ย...หรือว่า จะใช้วิธีนั้น”

อาโก๊ะลังเล “ไม่ได้นะอาโก๊ะ กับผู้ชายแปลกหน้า แถมเป็นคนต่างเผ่า เราจะทำแบบนั้นไม่ได้ เสียผีเปล่าๆ...แต่เขาเป็นเนื้อคู่ของเรานะ ถ้าเราไม่ช่วยเขา เราก็ต้องเป็นม่ายน่ะสิ เอาไงดีว้า...เอาล่ะ มาถึงขั้นนี้แล้ว เพื่อว่าที่ผัว อาโก๊ะ ขอทำผิดผีสักครั้งนึงเหอะ” อาโก๊ะถอดเสื้อผ้าออกหมดแล้วนอนกอดคิมหันต์อย่างเขินๆ  พึมพำตนลงทุนขนาดนี้  ถ้าเป็นเนื้อคู่จริงขออย่าให้เขาตาย

ooooooo

กองโจรสองคน จอปาและจออูที่ไล่ยิงคิมหันต์จนตกน้ำตกท่าไป หนีกองทหารเข้าไปในป่า แต่หลงทางเดินวนเวียนไปมาจนแทบหมดแรง เห็นแสงจากกองไฟของอาโก๊ะก็ดีใจรีบตรงมา หวังจะปล้นฆ่า

เอาของกินและของมีค่า

อาโก๊ะ ได้ยินเสียงคนมาก็รีบคว้าเสื้อผ้าสวมใส่ปีนขึ้นไปหลบบนต้นไม้อย่างรวดเร็ว คิมหันต์รู้สึกตัวขึ้นมาพอดี สองโจรเข้ามาถึง “ฮั่นแน่ นึกว่าใคร ที่แท้ก็ไอ้หน้าหล่อเจ้าเก่านี่เอง”

“พวกแก...พวกแกยังตามมาอีกเหรอเนี่ย” คิมหันต์ตกใจ

สองโจรบอกว่าไม่ได้ตาม แต่มาหาที่พักกับของกิน จอปาเอาปืนเล็งสั่งให้คิมหันต์ลุกขึ้น พอเขาลุก สองโจรก็ตะลึงกับร่างเปลือยเปล่าของเขา คิมหันต์ก็ตกใจตัวเอง “ไม่ใช่แบบนั้นนะตอนแรกฉันก็สลบอยู่ดีๆ แล้วเสื้อผ้ามันหลุดไปตอนไหนก็ไม่รู้”

จออูสงสัยผีมาเอาเสื้อผ้าไป แต่จอปาไม่เชื่อ จออูว่า “อาจจะเป็นผีผู้หญิงก็ได้ มันเห็นไอ้หนุ่มนี่หน้าหล่อก็เลยจะจับทำผัว”

คิมหันต์หน้าถอดสี อาโก๊ะได้ทีแกล้งทำเสียงหัวเราะแหลมๆ “ฮิๆๆ อย่ายุ่งกะคนของข้า ปล่อยคนของข้าไปเดี๋ยวนี้”

สองโจรไม่เชื่อ แต่พออาโก๊ะขู่ว่า “ข้าจะเอาพวกแกไปอยู่ด้วย ข้าอยากกินเลือด...” สองโจรหน้าตื่นพากันวิ่งหนีไป คิมหันต์คว้ากางเกงมาสวม อาโก๊ะหัวเราะชอบใจพลัดตกจากต้นไม้ลงมาในอ้อมแขนคิมหันต์ เขาปล่อยกางเกงหล่นไปตามเดิม สองคนสบตากันปิ๊งปั๊ง หน้าอาโก๊ะประแป้งเป็นลายตามแฟชั่นชาวเผ่าเคอ

“นี่คนหรือตุ๊กแกวะเนี่ย ลายพร้อยเชียว” คิมหันต์ได้สติวางร่างอาโก๊ะลงแล้วรีบดึงกางเกงสวมขึ้นมา “เอ่อ...เธอใช่มั้ยที่ช่วยฉันเอาไว้ ฉันขอบใจมากนะ”

อาโก๊ะชี้ที่ตัวเองแนะนำชื่อ คิมหันต์เก๊กท่าหล่อแบบเหยี่ยวสลาตันในหนังที่เขาเล่น  เพราะคิดว่าเธอต้องรู้จักเขา อาโก๊ะหัวเราะคิกคัก

“ฮั่นแน่ชอบล่ะสิ ถ้าอยากได้ลายเซ็นก็บอกได้นะ เดี๋ยวคิมหันต์จัดให้”

“ชื่อคิมหันต์ฟังยาก เรียกหมูหันดีกว่า นะๆ หมูหัน” อาโก๊ะหยิกแก้มคิมหันต์อย่างเอ็นดู

“อ่า เอางั้นก็ได้ หมูหันก็หมูหัน เรียกตามใจชอบนะ”

“อาโก๊ะชอบหมูหัน หมูหันเป็นเนื้อคู่ของอาโก๊ะ”

“ฮึ่ย...อย่าล้อเล่นสิ”

“ไม่ได้ล้อเล่น อาโก๊ะมาที่นี่เพราะนิมิตของผีฟ้า ผีฟ้าบอกว่าหมูหันเป็นผัวของอาโก๊ะ”

คิมหันต์อ้าปากค้าง อาโก๊ะ โผเข้าสวมกอด “อาโก๊ะ รอวันนี้มานานแล้ว สมหวังซะที”

มังลา อากิ๊กและเหล่านักรบมาถึงพอดี มังลาร้องลั่น “นี่แกทำอะไรอาโก๊ะ ปล่อยเดี๋ยวนี้”

คิมหันต์ตกใจเห็นทุกคนเล็งหน้าไม้มาที่เขา ยกมือชูขึ้น ปล่อยกางเกงร่วงหล่นไป เล่นเอาทุกคนผงะ อากิ๊กตาลุกอุทาน “แม่เจ้า...”

อาโก๊ะมองตามสายตาอากิ๊กแล้วรีบเอาตัวบังด้วยความหวง มังลายิ่งโกรธเข้าใจว่าคิมหันต์ล่วงเกินอาโก๊ะไปแล้ว... คิมหันต์ถูกนำตัวมาที่ลานหมู่บ้าน ท่ามกลางชาวบ้านเผ่าเคอ เล่าจางมองหน้าคิมหันต์อย่างพินิจก่อนจะถามลูกสาวว่า แน่ใจหรือ

อาโก๊ะพยักหน้า “ทุกอย่างเป็นไปตามคำทำนายของผีฟ้า ผู้ชายคนนี้คือเนื้อคู่ของข้า”

มังลาค้านไม่เชื่อ ดูมันเป็นเรื่องบังเอิญ คิมหันต์รีบสำทับ “ผมเห็นด้วย เพราะผมไม่ได้ตั้งใจจะมาที่นี่ แต่ผมหลงทาง ดังนั้น ใครก็ได้ช่วยพาผมไปส่งในเมืองที แล้วผมจะมีรางวัลให้”

เล่าจางตวัดไม้เท้าจ่อคอคิมหันต์ “พูดแบบนี้แสดงว่าจะไม่รับผิดชอบหรือไง ไอ้หนุ่ม”

คิมหันต์ทำหน้างงๆรับผิดชอบเรื่องอะไร เล่าจางสาธยายว่า ตามกฎของเผ่าเคอ ชายหญิงถูกเนื้อต้องตัวกัน ถือว่าเป็นการล่วงประเวณี คิมหันต์แย้ง แบบนี้เดินห้างเฉี่ยวกันก็เท่ากับมีเซ็กซ์หมู่ อากิ๊กรำคาญ อธิบายใหม่ว่า การที่อาโก๊ะกับเขานอนแก้ผ้ากอดกันถือว่าผิดผี ทุกคนส่งเสียงฮือฮา อาโก๊ะหน้าชานึกฉุนเพื่อนที่ประจานตน

“ข้ากลัวคนเมืองมันจะไม่รับผิดชอบน่ะอาโก๊ะ ก็เลยต้องประจานไว้ก่อน”

“ขอบใจนะอากิ๊ก แต่คนที่ถูกประจานคือข้าต่างหาก” เล่าจางตำหนิอากิ๊ก แล้วหันมาสั่งคิมหันต์ให้รับผิดชอบลูกสาวตน

มังลาค้าน ทวงสัญญาที่จะยกอาโก๊ะให้เขา เล่าจางแก้ตัว “รับปากที่ไหน ตอนนั้นแกถามข้าว่าดีมั้ย ข้าก็บอกว่าดีเฉยๆ ไม่ได้รับปากซะหน่อย”

“ไม่รู้ล่ะ ตามกฎของเผ่าเคอ หญิงสาวคนใดที่มีคู่หมั้นหรือคนรักอยู่แล้ว หากนางปันใจไปให้ชายอื่น คนรักของนางมีสิทธิ์ท้ารบเพื่อปกป้องศักดิ์ศรี” มังลาอ้างสิทธิ์
“แต่อาโก๊ะ ไม่ใช่คนรักของแกนะ มังลา” อากิ๊กปราม

อาโก๊ะบอกมังลาว่า ผีฟ้าเลือกคิมหันต์เป็นคู่ของตน มังลาไม่ยอม ร้องขอเล่าจางให้เขาได้ท้ารบ เล่าจางไม่อาจปฏิเสธเพราะถึงอย่างไร มังลาก็ภักดีต่อเผ่ามาตลอด

ooooooo

วันต่อมา เสี่ยทรงชัยกับแองจี้เดินทางมาถึง พอรู้ว่ายังไม่เจอคิมหันต์ แองจี้จะเข้าไปตามในป่า จอห์นขอไปด้วย เติม คนของเสี่ยทรงชัยกลัวลำบากกระซิบเสี่ยว่าอย่าไป ยุทธการกับชาญรบจะไปเหมือนกัน เสี่ยทรงชัยกลัวน้อยหน้าจึงเอ็ดเติม ว่ามาถึงนี่แล้วจะเกี่ยงอะไร

แต่พอเข้ามาเก็บของในห้องพัก เติมสะกิดเสี่ยทรงชัยให้ห้ามแองจี้ “เอ่อ แองจี้ หนูแน่ใจเหรอลูก ว่าจะไปตามไอ้คิ้มในป่า”

“ป๊าคะ ป๊าถามแบบนี้ แปลว่าไม่ห่วงคิมหันต์หรือไงคะ”

“ห่วงสิลูก แต่ห่วงน้อยกว่าชีวิตของตัวเอง แล้วก็ชีวิตของลูกด้วยนะแองจี้”

“นายคิมหันต์เขาไม่ใช่ญาติเรานะครับคุณแองจี้ ถ้าจะเกิดอะไรขึ้นกับเขา เราก็ไม่เห็นจะเดือดร้อนตรงไหน” เติมพยายามหาเหตุไม่ให้แองจี้ไป

“ก็ตรงหนังปิดกล้องไม่ได้ไงไอ้เติม” ยุทธการเดินเข้ามาตอบอย่างไม่ค่อยพอใจ

“ไอ้ยุทธ ไอ้ชาญ ไอ้จอห์น นี่พวกแกแอบมาฟังที่ฉันพูดตั้งแต่เมื่อไหร่” เสี่ยทรงชัยถาม

“ฟังตั้งแต่ต้น จนถึงตอนที่บอกว่าจะลอยแพไอ้คิ้มนั่นแหละครับเสี่ย” ชาญรบตอบแทน

จอห์นถามให้คิด “เสี่ยครับ หนังของเสี่ยลงทุนไปตั้งหลายสิบล้าน เสี่ยจะปล่อยให้เจ๊งง่ายๆแบบนี้เหรอครับ”

เสี่ยทรงชัยเริ่มลังเล ชาญรบตัดบท “เสี่ย ถึงไอ้คิ้มมันชั่วไปนิด เลวไปหน่อย แต่มันก็เป็นเพื่อนของพวกเรานะครับเสี่ย ถ้าเสี่ยไม่ช่วยมัน พวกเรานี่แหละครับจะไปช่วยมันเอง”

เสี่ยทรงชัยเห็นความมุ่งมั่นของทุกคน ทำให้อึ้งไปพักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “ก็ได้ ในเมื่อทุกคนยืนยันแบบนี้ ฉันก็จะไม่อิดออดแล้ว ไอ้เติม ไปเก็บของเตรียมตัวเข้าป่า”

เติมหน้าเหวอ เสี่ยทรงชัยบอกเติมว่า จอห์นพูดถูก ถ้าตามตัวคิมหันต์ไม่ได้ หนังเขาเจ๊งแน่ เติมทำหน้าเหยเกที่ต้องเข้าป่าจนได้...

เมื่อเล่าจางไม่ขัดความต้องการของมังลาที่จะท้ารบ อาโก๊ะเป็นห่วงคิมหันต์เกรงจะสู้มังลาไม่ได้แน่ จึงขอร้องเล่าจางให้ยกเลิก แต่เล่าจางกลับบอกว่า

“ผีฟ้าก็เรื่องนึง มังลาก็เป็นอีกเรื่องนึง มังลาหลงรักลูกมานาน ถ้าไม่ยอมให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ฝีมือ เรื่องนี้คงไม่จบง่ายๆ”

“มังลาต้องฆ่าไอ้หมูหันแน่ มันต้องการทำลายกฎของผีฟ้า”

“วางใจเถอะอาโก๊ะ ถ้าไอ้หมูหันมันเป็นเนื้อคู่ของลูกจริงๆล่ะก็ พ่อเชื่อว่ามันต้องชนะ...”

ในขณะที่มังลาฟิตซ้อมอาวุธอย่างจริงจัง อากิ๊กเข้ามาเหน็บแนมว่า กะจะฆ่าคิมหันต์ให้ได้เลยหรือ มังลาระบายความเจ็บใจว่าเขาทนเห็นอาโก๊ะแต่งงานกับคนอื่นไม่ได้ อากิ๊กเตือนว่า ถึงคิมหันต์จะตายไป อาโก๊ะก็ไม่หันมารักเขาหรอก มังลาไม่สนใจ อย่างไรเสียเขาต้องชนะให้ได้

ในเวลาเดียวกัน อาโก๊ะพยายามฝึกซ้อมคิมหันต์ โดยใช้ดาบไม้ แต่เขากลับซังกะตายไม่ตั้งใจ อาโก๊ะโวยว่าแบบนี้จะชนะมังลาได้อย่างไร คิมหันต์ย้อนว่าเขาไม่ได้อยากชนะ

“แพ้ไม่ได้นะ แกต้องสู้เพื่อปกป้องชีวิตและศักดิ์ศรีของแก และที่สำคัญแกต้องทำเพื่อตัวข้าว่าที่เมียรักในอนาคต”

“นี่ ถามจริงเหอะอาโก๊ะ เธอรักฉันรึเปล่า”

อาโก๊ะส่ายหน้า คิมหันต์โล่งใจ “เออดี ฉันก็ไม่ได้รักเธอ แล้วเราจะแต่งงานกันทำไม”

“มันเป็นพรหมลิขิต อยู่ๆไปเดี๋ยวก็รักกันไปเองแหละ”

“แต่เราต่างกันมากนะอาโก๊ะ ฉันเป็นคนเมือง แต่เธอเป็นคนป่า แล้วที่สำคัญฉันเป็นผู้ใหญ่ แต่เธอ...เธอยังเด็กอยู่เลย”

อาโก๊ะโกรธ ชักมีดออกมาอย่างเดือดดาล “ข้าเชื่อในผีฟ้าปู่เจ้า ข้าไม่สนหรอกว่าแกจะรักข้ารึเปล่า ถึงยังไงเราต้องแต่งงานกัน”

“จ้ะ แต่งจ้ะ...” คิมหันต์ตกใจรีบพูดเอาใจแล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

แต่พอแยกมาได้ คิมหันต์กลับหาทางหนี อากิ๊กโผล่มาขวาง “จะไปไหน ไอ้หมูหัน”

คิมหันต์โกหกว่ามาเดินเล่น แต่อากิ๊กไม่เชื่อ เธอกลับขอร้องให้เขาประลองกับมังลาแล้วยอมแพ้ คิมหันต์โวย ถ้าแพ้เขาก็ต้องโดนฆ่าแล้วอาโก๊ะต้องแต่งงานกับมังลา อากิ๊กร้องเฮ้ยไม่ได้ เปลี่ยนเป็นให้เขาชนะให้ได้ พอคิมหันต์บอกว่า งั้นมังลาต้องถูกเขาฆ่า

“อ๊าย...ไม่เอา งั้นแกต้องชนะ แต่อย่าฆ่ามังลานะ แล้วก็แต่งงานกับอาโก๊ะเร็วๆด้วย”

“นี่คุณน้องขา ไอ้ที่ขอมาเนี่ย ฉันทำไม่ได้เลยสักอย่างรู้ไว้ด้วย ดังนั้น หนี...คือทางออกที่ดีที่สุด ไปล่ะ” ว่าแล้วคิมหันต์ก็วิ่งหนีไปทันที

อากิ๊กตกใจร้องเรียกให้กลับมา อาโก๊ะได้ยินเสียงเอะอะวิ่งมา อากิ๊กรีบบอกว่าคิมหันต์หนีไปแล้ว อาโก๊ะโกรธมาก ออกตามไปอย่างรวดเร็ว...คิมหันต์วิ่งหน้าตั้งมาได้ช่วงหนึ่งก็พักเหนื่อย หันมองว่าไม่มีใครตามก็ดีใจที่ได้อิสระคืนมา แต่แล้วพอมองไปรอบๆจะไปทางไหนต่อดี ตัดสินใจเดินไปเรื่อยๆน่าจะเจอถนน

จอปากับจออู สองโจรที่ยังหลงวนเวียนอยู่ในป่า เห็นคิมหันต์วิ่งลั้นลาอยู่อีกฝั่งของน้ำตกก็หมั่นไส้คิดไปเองว่า เจ้าป่าอาจอยากให้พวกเขาฆ่าคิมหันต์เสียก่อนถึงจะปล่อยออกจากป่า จึงตามคิมหันต์ไป

อากิ๊กมาบอกเล่าจางเรื่องคิมหันต์หนีไป มังลาถือโอกาสให้เล่าจางยกอาโก๊ะให้เขาเลย อากิ๊กโวยที่มังลามั่วนิ่ม คิดจะฝ่าฝืนบัญชาของผีฟ้า เล่าจางเอ็ด

“อย่าพูดจาเหลวไหลอากิ๊ก ผีฟ้าไม่เคยบัญชาใคร ท่านแค่ให้คำทำนายล่วงหน้าเท่านั้น และอีกอย่างถึงไอ้หนุ่มนั่นจะเป็นเนื้อคู่ของอาโก๊ะก็ตาม แต่ถ้ามันรังเกียจลูกสาวข้าขนาดนี้ ข้าก็ไม่ยกลูกสาวให้มันหรอก”

“ถ้างั้น...” มังลาทำท่าดีใจ

“ข้าจะฆ่ามัน เพื่อรักษาเกียรติของอาโก๊ะ แล้วหลังจากนั้นข้าจะให้อาโก๊ะแต่งงานกับแก”

อากิ๊กหน้าเสีย...

ooooooo

รอยเท้าคิมหันต์ปรากฏบนพื้นทำให้อาโก๊ะสามารถติดตามได้ไม่ยาก เธอส่งเสียงเรียกเขาลั่นป่า คิมหันต์สะดุ้ง “ยัยหน้าตุ๊กแก ทำไมตามมาเร็วแบบนี้วะ ชักช้าไม่ได้การแล้ว”

คิมหันต์ทำท่าจะวิ่งหนี พลันจอปากับจออูโผล่มาขวางหน้า คิมหันต์ตกใจที่สองคนยังไม่ไปพ้นๆอีก สองโจรหัวเราะร่าว่า พวกเขาออกไปจากป่าไม่ได้จนกว่าจะฆ่าเขาเสียก่อน คิมหันต์เห็นสองโจรเล็งปืนยิงมาที่ตนก็กระโดดเหยงหลบกระสุน...อาโก๊ะได้ยินเสียงปืนสังหรณ์ใจขึ้นมาทันทีว่าคิมหันต์กำลังแย่ รีบโหนเถาวัลย์มา จังหวะนั้น สองโจรกำลังจะยิงใส่คิมหันต์ อาโก๊ะทิ้งตัวลงมาเตะต่อยสองโจรอย่างคล่องแคล่วจนพวกมันหน้าทิ่ม ปืนกระเด็น

อาโก๊ะคว้ามือคิมหันต์วิ่งหนี ก่อนที่สองโจรจะตั้งหลักได้ คิมหันต์เหนื่อยหอบแทบขาดใจขอพักก่อน แต่อาโก๊ะบอกให้อดทน เพราะใกล้จะเข้าเขตหมู่บ้านแล้ว สองโจรตามมาทัน อาโก๊ะชักมีดออกมาขู่ จออูร้อง “อ๊ะๆอย่าเปลืองแรงดีกว่า มาให้พี่ฆ่าซะดีๆ”

อาโก๊ะดึงคิมหันต์มาหลบข้างหลังตน แล้วนึกได้ร้องเรียก ...อาหนู...จออูถามว่าเรียกคนมาช่วยหรือ จอปาบอกไม่ต้องกลัว แค่คนป่าคนดอยทั้งนั้น พลันมีเสียงตึงๆใกล้เข้ามา คิมหันต์มองผ่านสองโจรไป อ้าปากค้าง เสียงอาหนูแผดเสียงร้องดังสนั่น สองโจรหันไปมองตะลึง เป็นช้างวิ่งมาฟาดงวงใส่พวกเขากระเด็นตกน้ำไป

“เรียบร้อยแล้วหมูหัน พวกเราปลอดภัยแล้ว...ขอบใจมากนะอาหนู”

อาหนูชูงวงรับคำขอบใจ คิมหันต์ยังตะลึงไม่หาย

ไม่คิดว่าอาโก๊ะจะมีพิษสงรอบตัวขนาดนี้ พูดกับช้างก็ได้ อาโก๊ะอวดว่าใช้ให้อาหนูซักผ้ายังได้เลย

ทั้งอาโก๊ะและคิมหันต์นั่งหลังช้างมาถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน อาโก๊ะขอบใจอาหนูและว่าว่างๆจะไปอาบน้ำให้ อาหนูยกงวงร้องแปร๋นเหมือนรับรู้ ก่อนจะเดินกลับไป อาโก๊ะโบกมือ ให้แล้วหันมามองคิมหันต์อย่างเย็นชา คิมหันต์รู้ว่าตัวเองผิด

“เอ่อคือว่า...อย่าเข้าใจผิดนะอาโก๊ะจ๋า  ที่ฉันออกไปนอกหมู่บ้านก็เป็นเพราะว่า...”

“ข้ารู้ หมูหันทำไปเพราะไม่เชื่อคำทำนาย”

“ก็แหงล่ะ ผีสางนางไม้มันมีจริงซะที่ไหน”

“ผีฟ้ามีจริงๆนะ ผีฟ้ามาจากท้องฟ้า สอนพ่อแม่ของพวกเราทุกอย่าง ทั้งการกินการอยู่ ผีฟ้าสอนให้พวกเราเขียนภาษาของพวกคนเมือง  แล้วยังมีอีกนะ...คิดดูสิ  อยู่ดีๆรูปถ่ายจะปลิวมาหล่นกลางป่าแบบนี้ได้ยังไง แถมมาหล่นตอนที่ข้ากำลังเสี่ยงทายหาเนื้อคู่อีกต่างหาก”

คิมหันต์ถามว่ารูปอะไร อาโก๊ะเอารูปให้ดู เขาตกใจมาได้อย่างไร แต่ก็ยังไม่เชื่อให้เธอพิสูจน์ อาโก๊ะจึงพาคิมหันต์มาที่ลานผีฟ้าปู่เจ้า เป็นเวลามืดแล้ว คิมหันต์เห็นต้นไม้ใหญ่มีแสงระยิบระยับราวต้นคริสต์มาสก็แปลกใจ อาโก๊ะให้เข้าไปดูใกล้ ปรากฏว่าเป็นหิ่งห้อยนับร้อยนับพันตัวโบยบินราวกับเกลียวคลื่น ก็ตกใจ

“หิ่งห้อย...ทำไมหิ่งห้อยเยอะแบบนี้ล่ะ”

“เมื่อใกล้คืนเดือนเพ็ญ ดวงวิญญาณของบรรพบุรุษชาวเคอทั้งหลาย จะแปลงร่างเป็นหิ่งห้อย กลับมาชุมนุมกันที่นี่” อาโก๊ะเด็ดดอกไม้ริมทางช่อหนึ่งส่งให้คิมหันต์ ให้เขาชูขึ้นเหนือหัวเป็นการคารวะผีฟ้า แล้วอธิษฐานกับปู่เจ้า

คิมหันต์ครุ่นคิดสักพักก่อนจะลองทำดู “เอาล่ะผีฟ้า ถ้าท่านสามารถทำนายอนาคตได้จริงๆล่ะก็ ช่วยบอกผมหน่อยเถอะ ว่าเนื้อคู่ของผมเป็นใครกันแน่”

ทุกอย่างเงียบสงบ คิมหันต์ถามอาโก๊ะว่าไม่เห็นมีอะไรเป็นลางบอกเหตุเลย ไม่ทันไร มีกระแสลมแรงพัดมา ทำเอาหิ่งห้อยที่เกาะกลุ่มกันอยู่ บินกระจายออกเต็มท้องฟ้า คิมหันต์กับอาโก๊ะแหงนดูอย่างเพลินตา สักพักพวกมันก็บินมาเกาะต้นไม้ตามเดิม แต่มีส่วนหนึ่งที่ีบินมาเกาะตามตัว

อาโก๊ะ จนดูสว่างเรืองรอง คิมหันต์อ้าปากค้าง อาโก๊ะยิ้มบอกเขาว่า

“ผีฟ้าให้วิญญาณของบรรพบุรุษช่วยตอบคำถาม เห็นมั้ยหมูหัน ข้าบอกแล้ว ว่าเราเป็นเนื้อคู่กัน”

คิมหันต์อึ้งพูดไม่ออก ได้แต่มองปรากฏการณ์นั้นอย่างจำนน...

ooooooo

ตอนที่ 2

ในสถานฟิตเนส นาวิน สินสมุทร เล่นเครื่องออกกำลังกาย ด้วยมาดเท่และหน้าตาที่หล่อเหลา

จึงเป็นที่จับตามองของทุกคนไม่ว่าหนุ่มหรือสาว พอดี เนริสา น้องสาวคนสวยของเขาโทร.เข้ามา นาวินแปลกใจเพราะเนริสาอยู่อเมริกา เวลานี้น่าจะนอนหลับอยู่

“สว่างแล้วจ้าคุณพี่ สาอยู่เมืองไทย ไม่ได้อยู่เมืองนอกซะหน่อย”

“อะไรนะ แล้วงานของแกล่ะ”

“สาลาออกแล้ว คิดถึงบ้าน ก็เลยไม่ต่อสัญญา” เนริสาสะพายเป้เดินเตร็ดเตร่อยู่ที่ท่ารถ

“จับจดอีกตามเคย แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน พี่จะไปรับ”

“ตอนนี้เหรอ อยู่ต่างจังหวัด ว่าจะไปเที่ยวให้หายเบื่อก่อน แล้วค่อยกลับบ้าน โอเค แค่นี้นะพี่นาวิน คิดถึงนะจุ๊บๆ”

นาวินจะถามว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนแต่เนริสาวางสายไปก่อน...เนริสาเดินตรงไปถามรถสองแถวว่าแถวนี้มีกองถ่ายหนังมาถ่ายตรงไหนให้ไปส่งตนหน่อย ลุงคนขับย้อนถามว่าที่มีพระเอกคิมหันต์ใช่ไหม เนริสาพยักหน้า ลุงพาไปยังรีสอร์ตที่พัก ระหว่างทางมีฝุ่นตลบ ลุงบอกให้เธอมานั่งหน้า แต่เนริสาขอนั่งสัมผัสธรรมชาติ เธอเพ้อฝันจะได้พบคิมหันต์ เนริสาเป็นแฟนคลับตัวยงของเขาที่ยอมทิ้งงานเมืองนอกเพื่อมาพบเขาที่เมืองไทย...

ไม่อยากจะเชื่อเรื่องผีฟ้า แม้อาโก๊ะพาคิมหันต์ไปพิสูจน์แล้ว เขาก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี แต่พอเดินเข้าหมู่บ้านมา เล่าจาง ไม่พอใจปรี่เข้าใช้ไม้เท้าชี้หน้า “ไอ้เนรคุณ แกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของลูกสาวข้า ตายซะเถอะ”

อาโก๊ะเข้ามาขวางถามพ่อว่าโกรธอะไร เล่าจางว่ารู้เรื่องจากอากิ๊กว่าคิมหันต์หนีการแต่งงาน อาโก๊ะรีบแก้ตัวให้ว่า คิมหันต์แค่ขอออกไปเดินเล่น คิมหันต์รีบเออออไปด้วย

ขณะนั้น อากิ๊กกับอาปู้น้องชาย ชวนกันออกไปช่วยตามหาคิมหันต์ และได้ไปพบมือถือของคิมหันต์ที่หล่นอยู่ อากิ๊กหยิบมากดมั่วๆดูเห็นภาพวอลเปเปอร์เป็นรูปคิมหันต์ขึ้นมาก็ตกใจ ยิ่งกดดูไปเรื่อยๆก็พบคลิปหนังเหยี่ยวสลาตันของคิมหันต์ เป็นภาพการต่อสู้กับคนนับสิบ ใช้ไพ่บินซัดทุกคนล้มตายอย่างง่ายดาย และภาพการต่อสู้เหนือจริงของเขาในหนัง

อากิ๊กมาบอกมังลาให้ล้มเลิกการประลองเพราะไม่มีทางสู้คิมหันต์ได้ เอาภาพคลิปให้ดู

“ข้าลองกดปุ่มมั่วๆดู เลยเห็นภาพพวกนี้”

“ไม่จริง ข้าไม่อยากเชื่อ ทำไมมันถึงได้เก่งขนาดนี้ ถ้าขืนสู้กับมัน ข้ามีหวังตายแน่” มังลามองภาพเหล่านั้นแล้วชักขยาด

อากิ๊กปลอบไม่ต้องกังวล ตนมีทางช่วย แล้วอากิ๊กก็มาขอร้องคิมหันต์ว่าอย่าฆ่ามังลา

“บ้ารึเปล่าเจ๊ ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอร้อง คนอย่างฉันจะสู้กับมังลาได้ยังไง”

“แกอย่ามาโกหก ข้ารู้ความจริงหมดแล้ว ที่แท้แกเป็นสุดยอดนักรบ แกฆ่ามาเป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่น”

“ฮึ่ย...คนหรือมด” คิมหันต์ย้อนถาม

อากิ๊กโชว์มือถือ คิมหันต์เห็นมือถือตนก็ดีใจจะแย่งคืนมา แต่อากิ๊กยกมือหลบ “ไม่ต้องมาปิดบังข้าหรอก ที่แกคือเหยี่ยวสลาตัน แกแกล้งทำเป็นขี้ขลาดก็เพื่อหลอกให้มังลาตกหลุมพราง”

“เออใช่ๆ เธอพูดถูก เอาแบบนี้นะ เธอส่งโทรศัพท์... เอ่อ...ส่งไอ้นั่นมา แล้วฉันรับรองว่าฉันจะไปจากที่นี่”

“จะไปได้ยังไง ก็ท่านลุงให้ยามเฝ้าแกตลอดเวลา”

คิมหันต์ว่าเขามีวิธี...แล้วคิมหันต์ก็เอามือถือปีนขึ้นไป บนต้นไม้ใหญ่ที่ตอนกลางคืน มีหิ่งห้อยนับร้อย โทร.หาจอห์น “ฮัลโหลไอ้จอห์น นี่ข้าเอง ช่วยด้วย”

“อ้อพี่คิ้ม เออ โทร.มาก็ดีแล้วพี่ พรุ่งนี้ว่าจะออกไปตามหาอยู่พอดี...เฮ้ย พี่คิ้ม นั่นพี่จริงๆเหรอ พี่ยังไม่ตาย...”

คิมหันต์รีบบอกว่าเขาถูกจับมาที่หมู่บ้านกลางป่า มีต้นไม้โคตรใหญ่มากๆอยู่ต้นหนึ่งตอนกลางคืนจะมีหิ่งห้อยมาเกาะเต็มไปหมด ให้จอห์นพาคนมาช่วยเขา พอจะเล่ารายละเอียดสัญญาณก็หลุดไป คิมหันต์หงุดหงิดจะปีนให้สูงขึ้นไปอีก พลันเสียงอาโก๊ะดังขึ้นมา

“ไอ้หมูหัน ขึ้นไปทำอะไรบนนั้น”

คิมหันต์มองลงมาเห็นชาวบ้านและอาโก๊ะยืนอยู่สีหน้าตื่นกลัว เขาแก้ตัวว่าอากาศมันร้อนจึงขึ้นมารับลม อาโก๊ะตะโกนให้ระวังเพราะบนนั้นมีรังงูอยู่ คิมหันต์ตกใจค่อยๆเงยหน้ามองเห็นงูตัวมหึมากำลังอ้าปากพ่นพิษใส่ เขารีบเอามือปิดตาไว้ร้องลั่น

“โอย งูหรือพญานาควะเนี่ย ให้ตายเถอะโรบิ้น” ว่าแล้วก็ร่วงหล่นลงมาหมดสติ

ooooooo

เมื่อจอห์นเอาเรื่องคิมหันต์มาปรึกษาพวกทหาร บนโต๊ะมีแผนที่กางอยู่ ทหารชี้แนวจุดที่คาดว่าคิมหันต์จะอยู่ แต่บริเวณนั้นเป็นป่าลับแล ที่ใครเข้าไปแล้วยากจะกลับออกมาได้ แองจี้ไม่สนใจ จะต้องเข้าไปช่วยคิมหันต์ออกมาให้ได้ พวกทหารจึงบอกว่า ในเมื่อมีเบาะแสว่าคิมหันต์ยังมีชีวิตอยู่ พวกเขาก็ต้องเดินทางไปที่นั่น...

รถสองแถวที่เนริสานั่งมาจอดที่หน้ารีสอร์ต ลุงคนขับลงมาบอกเธอว่าถึงแล้ว ต้องผงะเมื่อเห็นสภาพเธอมอมแมมไปด้วยฝุ่น แว่นตาที่สวมมีกองฝุ่นแปะติดแทบมองไม่เห็น ขณะนั้น พวกจอห์นกำลังขนสัมภาระขึ้นรถ จะเข้าไปตามหาคิมหันต์ แต่ข้าวของแองจี้มากมายจนแทบเต็มรถ ยุทธการเอือมระอา...เนริสาสะพายเป้มอมแมมเดินเข้ามา ทุกคนตะลึง

“โห หลุดมาจากหลุมไหนวะนั่น ฝุ่นฟุ้งมาเชียว” ยุทธการอุทานออกมา

เนริสารีบแนะนำตัวว่าเป็นแฟนคลับของคิมหันต์อยากมาพบเขา จอห์นตัดบท “เสียใจด้วยนะคุณ ตอนนี้พี่คิ้มเอ๊ย คุณคิมหันต์กำลังยุ่ง เอาไว้ค่อยมาใหม่วันหลังละกัน”

“แต่ฉันมาไกล...”

“ไกลแค่ไหนก็กลับไปก่อนเถอะครับ ตอนนี้พวกเรากำลังรีบ”

เนริสาไม่เข้าใจต่อว่าจอห์นไม่มีสิทธิ์มากีดกัน จอห์นประกาศตัวว่า “ก็ผมเป็นผู้จัดการส่วนตัวของคิมหันต์ ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ โดยเฉพาะแฟนคลับสารรูปอย่างคุณ ผมไม่มีทางให้เข้าใกล้พี่คิ้มเด็ดขาด...ไปเหอะพี่ชาญ พี่ยุทธ รีบขนของ จะได้รีบเดินทาง”

ชาญรบกับยุทธการกระซิบถามจะปล่อยน้องเขาไว้แบบนี้หรือ จอห์นหาว่าเธอไม่เต็มบาท เขาเห็นแบบนี้มามากแล้ว พวกบ้าคนหล่อ เนริสายืนโกรธ

“หน็อย...คิดเหรอว่าจะขวางได้” เนริสามองไปเห็นมีรถเอทีวีให้เช่า จึงเข้าไปติดต่อ...

ooooooo

ในบ้าน นาวินเดินกระวนกระวายเป็นห่วงเนริสา ป้าแมวแม่บ้านปลอบว่าไม่ต้องห่วง ขนาดเนริสาอยู่เมืองนอกตัวคนเดียวยังเอาตัวรอดได้ นี่อยู่เมืองไทยไม่น่ากลัวเท่าหรอก แต่นาวินก็ห่วงเพราะน้องสาวเป็นคนเปิ่นๆ

ถนนหนทางที่รถตู้ของเสี่ยทรงชัยแล่นไป เป็นหลุมเป็นบ่อ ฝุ่นตลบ จอห์นขับอย่างระมัดระวัง เพราะเติมต้องเปลี่ยนไปนวดให้เสี่ยทรงชัยซึ่งเมารถ แองจี้ให้ขับเร็วกว่านี้ เติมช่วยแย้งให้ว่าถ้าเร็วกว่านี้มีหวังเครื่องเด้งออกมานอกตัวถังแน่ แองจี้หงุดหงิด ยุทธการมองไปข้างรถเห็นรถเอทีวีของเนริสาตีคู่มา

“เฮ้ย ไอ้จอห์น นั่นยัยซอมบี้ผีลืมหลุมของเอ็งนี่หว่า”

จอห์นตกใจที่เธอตามมา แองจี้ถามว่าใคร พอรู้ว่าเป็นแฟนคลับตามมาหาคิมหันต์ก็ไม่พอใจ กระชากพวงมาลัยรถเบียดรถเนริสาตกขี้เลนข้างทาง จอห์นตกใจดึงพวงมาลัยกลับ

“นี่นาย นายอีกแล้วเหรอ คอยดูนะ ถ้าเจอกันอีกเมื่อไหร่ นายตายแน่ ไอ้บ้า ไอ้หน้าจืด” เนริสาเข้าใจผิดโวยวายไล่หลังรถตู้อย่างเจ็บแค้น

ดึงรถขึ้นมาได้ก็ขี่ตามหาอยู่พักใหญ่ จนมาเจอน้ำตก เนริสารีบลงไปล้างเนื้อล้างตัว พลันเห็นดอกกล้วยไม้อยู่ฝั่งตรงข้าม เธอพยายามใช้กล้องซูมเข้าไปถ่ายให้ชัดๆ ขยับหามุมไปมา เกิดเสียหลักพลัดตกน้ำ คว้ากิ่งไม้ไว้ก็เอาไม่อยู่ กิ่งไม้หัก เธอโดนกระแสน้ำพัดไปกับน้ำตกทันที...

บนแคร่ในกระท่อม คิมหันต์ค่อยๆฟื้นขึ้นมา เล่าจางกำลังตรวจเช็กอาการ โชคดีที่กระดูกไม่หักเพราะร่างกายเขาแข็งแกร่ง คิมหันต์ถามถึงงู กัดเขาหรือเปล่า

“มันแค่พ่นพิษใส่เฉยๆก็โชคดีอีกนั่นแหละ ที่แกปิดหน้าไว้ทัน พิษงูก็เลยไม่เข้าลูกตา แต่ว่า...” เล่าจางพูดไม่ออก ว่าหน้าคิมหันต์ดำเพราะพิษงูเป็นแถบ

คิมหันต์เห็นสายตาทุกคนที่มองก็ถามว่าหน้าเขาเป็นอะไร เล่าจางให้คนเอากระจกส่งให้ พอคิมหันต์เห็นหน้าตัวเองก็ร้องลั่น

“เว้ย หน้าตู ทำไมดำแบบนี้ โธ่ หมดกันคิมหันต์สุดหล่อ โธ่...” คิมหันต์เรียกหาครีมบำรุงผิวยกใหญ่ ทำเอาเล่าจางส่ายหน้า นี่หรือจะมาเป็นลูกเขย...

จางอูกระเสือกกระสนขึ้นจากน้ำ หาจางปอไม่เจอก็เข้าใจว่าตายไปแล้ว จึงโกรธจะแก้แค้นให้ เขาดั้นด้นมาจนพบทางเข้าหมู่บ้านเผ่าเคอ จึงแฝงตัวเข้ามาหมายจะฆ่าอาโก๊ะให้จงได้

ขณะที่คิมหันต์กำลังใช้สมุนไพรประคบหน้าตัวเองเพราะห่วงหล่อ มียามเฝ้าแข็งขันเกรงเขาหนี มังลาเข้ามาหา คิมหันต์ตกใจ “เฮ้ย...ใจเย็น ยังไม่ประลองตอนนี้”

“ไม่ต้องห่วงเจ้าคนเมือง ข้ามาเพื่อบอกกับแกอย่างลูกผู้ชาย ข้ารู้ว่าที่แท้เกเป็นคนมีฝีมือแต่อย่าคิดนะว่าข้าจะกลัว คืนนี้ข้าจะสู้เพื่อหัวใจของข้า ข้าต้องฆ่าแกให้ได้” พูดจบมังลาก็กลับไป

อาโก๊ะสวนเข้ามา ถามว่ามังลามาพูดอะไร คิมหันต์ไม่เล่าอะไรขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ยามสองคนเดินตามเขาไปติดๆ ทำให้เขาฉี่ไม่ออก โอดโอยว่าขอเวลาแป๊บนึง ยามยอม หันหลังให้ คิมหันต์ฉวยโอกาสวิ่งหนี หลบไปหลังบ้านที่มีคนตากผ้าไว้ แล้วคว้าเสื้อผ้าผู้หญิงมาใส่พลางตัว มีผ้าพันหน้า ยามวิ่งกวดมาหาไม่เจอ เผอิญเล่าจางกับนักรบกลับจากล่าสัตว์ เห็นท่าทีมีพิรุธจึงร้องทักว่าใกล้ค่ำแล้วจะออกจากหมู่บ้านไปไหน คิมหันต์ดัดเสียงเป็นหญิงตอบว่าลืมของไว้ริมลำธารตอนซักผ้าจะรีบไปเก็บ เล่าจางสงสัยจึงใช้หอกเกี่ยวผ้าคลุมหน้าออก

“ไอ้หมูหัน...นี่แกคิดหนีอีกแล้วใช่มั้ย คราวนี้ข้าไม่ให้อภัย ข้าต้องฆ่าแก” เล่าจางเงื้อไม้เท้าจะหวด คิมหันต์ล้มก้นจ้ำเบ้าร้องอย่าทำเขา เล่าจางสังเวชใจ จึงให้คนหิ้วตัวกลับไป

คิมหันต์นั่งหน้าละห้อยเหมือนรอคิวประหารอยู่หน้ากระท่อม อากิ๊กเข้ามาถามทำไมไม่หนีไปกลับมาทำไม คิมหันต์ตอบว่าหนีแล้วแต่ไม่สำเร็จ อากิ๊กต่อว่าเป็นนักสู้ทำไมไม่ขัดขืน

“สู้...สู้ใคร ชีวิตจริงเคยสู้ใครที่ไหน เฮ้อ...คืองี้นะตัวเอง ฉันเนี่ยไม่ใช่นักสู้ แต่เป็นนักแสดง รู้จักมั้ยนักแสดงน่ะ แสดงหนัง เคยดูรึเปล่า”

“หนังคืออะไร ผิวหนังเหรอ”

คิมหันต์กุมขมับ จะอธิบายอย่างไรดี...เขาเปิดคลิปในมือถือให้ดูใกล้ๆว่า นี่เป็นการแสดงไพ่ที่ใช้ก็เป็นการตัดต่อ ไม่มีอะไรจริงสักอย่าง อากิ๊กถาม “งั้นก็แปลว่า แกต่อสู้ไม่เป็นงั้นสิ”

“ถ้าเป็นแล้วฉันจะหนีทำไมตั้งสองรอบ”

“ถ้างั้นมังลาต้องฆ่าแกแน่ เสร็จแล้วก็ต้องแต่งงานกับอาโก๊ะ...ไม่ได้ ข้ายอมไม่ได้ แกต้องชนะมังลาให้ได้นะเจ้าคนเมือง เข้าใจมั้ย ชนะเขาแต่อย่าฆ่าเขา”

“โหคุณน้อง หัดมองความจริงบ้างเฮอะ อย่าว่าแต่ชนะเลย แค่เอาชีวิตรอดฉันยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ” คิมหันต์เขย่าบ่าอากิ๊กให้ตั้งใจฟัง

อากิ๊กคิดสักแป๊บแล้วบอกว่าตนมีวิธี อากิ๊กเจอสำรับไพ่ตอนที่ออกไปตามหาเขา ส่งให้คิมหันต์ใช้ขู่มังลาไปจนกว่าจะเหนื่อยและยอมแพ้ไปเอง

ooooooo

คืนนี้มีการประลองที่ลานหมู่บ้าน ชาวบ้านปรบมือเชียร์มังลา พอเล่าจางประกาศชื่อคิมหันต์ ชาวบ้านก็โห่กันระงม อาโก๊ะหน้าเสียก่อนจะฮึดขึ้นมาตะโกนเชียร์คิมหันต์เพียงคนเดียว อากิ๊กได้เป็นพี่เลี้ยงให้คิมหันต์ ท่าทางคิมหันต์คึกคักจนเล่าจางนึกฉงน

มังลาถอดเสื้อคลุมออกควงมีดโชว์ สาวกรี๊ดกันตรึม คิมหันต์ถอดเสื้อคลุมออกบ้าง ผู้คนฮือฮาเพราะในมือเขามีไพ่อยู่สำรับหนึ่ง มังลาเห็นแล้วหน้าถอดสีเพราะเข้าใจว่าเป็นไพ่บินมรณะ คิมหันต์สับไพ่ขู่ให้มังลากลัวไปเรื่อยๆ จนเล่าจางกับอาโก๊ะงงว่าจะทำอะไร เล่าจางตะโกนให้เริ่มการประลองเสียที คิมหันต์ท้าให้มังลาเข้ามา แล้วทำท่าจะพุ่งเข้าใส่

“เฮ้ย อย่าเข้ามา” มังลาร้องลั่น

“อ้าว ไหนคุยนักคุยหนาว่าจะสู้ตายเพื่ออาโก๊ะไง แค่นี้ก็ทำเป็นปอดแหกไปได้ เข้ามาดิ เข้ามาเล้ย” คิมหันต์เงื้อไพ่ทำท่าจะซัดใส่

มังลาหลบวูบถอยกรูดเข้าหาเล่าจาง “ท่านลุง มันใช้อาวุธลับ”

“อาวุธที่ไหน กระดาษแข็งต่างหาก” อาโก๊ะบอกเล่าจาง

“มังลา ถ้ากระดาษแค่นี้เจ้ายังกลัว แล้วต่อไปจะปกป้องลูกสาวข้าได้ยังไง”

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะท่านลุง กระดาษนี่มันฆ่าคนได้”

เล่าจางส่ายหน้าไม่เชื่อถือ...บนต้นไม้ จออูหลบซ่อนตัวอยู่ พยายามมองหาอาโก๊ะ มังลาแกว่งดาบแบบจดๆจ้องๆ เล่าจางทนไม่ไหวบอกมังลาให้พิสูจน์ด้วยเพลงดาบเสียที มังลาตัดสินใจ ตายเป็นตาย หลับหูหลับตาควงดาบเข้าใส่คิมหันต์

“เหวอ ซวยแล้ว” คิมหันต์หลบดาบของมังลาจ้าละหวั่น

“ไม่ต้องมาหลอกข้าเจ้าคนเมือง แน่จริงซัดไพ่มรณะออกมาเลย ซัดมาเลย ข้ายอมตาย”

“เฮ้ย เดี๋ยวๆซัดไม่เป็น เล่นเป็นแต่ป๊อกเด้ง แกอย่าเพิ่งบ้านะมังลา ไพ่มรณะมันของปลอม ฉันเป็นนักแสดง ไม่ใช่นักฆ่า”

มังลาไม่สนใจตวัดดาบเข้าใส่ จนคิมหันต์เสียหลักล้มลง จังหวะนั้น จออูเห็นอาโก๊ะจึงยิงปืนเข้าใส่ กระสุนโดนดาบมังลาหักกระเด็น ทุกคนตกตะลึงร้องเฮ้ย...มังลาตกใจทิ้งดาบลงคุกเข่าเข้าใจว่าเพลงดาบตนต้านไพ่มรณะของคิมหันต์ไม่ได้

“ข้า ข้ายอมแพ้ ฝีมือของเจ้าเหนือชั้นมากเจ้าคนเมือง ก็ได้ ต่อไปนี้อาโก๊ะเป็นของเจ้า”

คิมหันต์ตกตะลึง อาโก๊ะกับอากิ๊กไชโยดีใจกันใหญ่ เล่าจางงงเป็นไปได้อย่างไร อากิ๊กหยิบดาบที่หักของมังลามาดูแล้วพูดว่า “ปาฏิหาริย์ชัดๆ...”

คิมหันต์ร้องลั่นว่าไม่จริง...จออูเจ็บใจที่ยิงพลาด จึงกระหน่ำยิงเข้าไปใหม่ ชาวบ้านแตกตื่นวิ่งหนี คิมหันต์เห็นกระสุนพุ่งเข้าใส่อาโก๊ะจึงเอาตัวเข้าไปบัง “ระวัง...”

กระสุนซัดเข้าที่อกเขาอย่างจัง คิมหันต์ทรุดฮวบลงหมดสติ มือถือกระเด็นหล่นพื้นแบตกระจาย อาปู้เข้ามาเก็บซากไป อาโก๊ะร้องให้คนช่วยคิมหันต์ เล่าจางเห็นมือปืนอยู่บนต้นไม้ สั่งลูกน้องไปเอาตัวลงมา พอดีงูตัวเขื่องโผล่ออกมาเขี่ยจออู

“อย่าสะกิดสิวะ คนกำลังใช้สมาธิ แน่ะ บอกว่าอย่า ใครสะกิดวะเนี่ย” จออูหันมาเจองูตกใจร่วงจากต้นไม้ปืนกระเด็นไป ไม่มีเวลาให้สลบ จออูต้องเผ่นหนีพวกชาวบ้านที่กรูเข้ามา เขาคว้าปืนกำไว้ในมือวิ่งหนีไป

อาโก๊ะกอดคิมหันต์ร้องไห้อย่าเป็นอะไรนะ เล่าจางให้ช่วยกันแบกคิมหันต์ไปที่กระท่อม จออูหนีไปซ่อนตัวในลำน้ำ ชาวบ้านวิ่งผ่านไปก็โผล่ขึ้นมา จอปาโผล่มาตบบ่า ทำเอาจออูสะดุ้ง พอเห็นเป็นจอปาก็ดีใจที่ยังไม่ตาย สองโจรกอดกันซาบซึ้ง จอปารู้สึกว่ามีใครมาถูไถที่ก้นก็โวย

“จออู เราเป็นเพื่อนกันนะเว้ย เอ็งมาคิดอกุศล งุงิๆกับข้าแบบนี้ มันไม่แมนนะเพื่อน”

“ข้าอกุศลตรงไหน”

“ก็เอ็งเอาอะไรมาเขี่ยก้นข้าวะ น่าเกลียด”

“เอ็งพูดดีๆนะ ไอ้จอปา ใครไปเขี่ยก้นเอ็ง มือข้าข้างนี้กอดเอ็งอยู่ อีกข้างถือปืน นี่ไง” จออูชูมือขึ้น ปรากฏว่าปืนที่กำมาเป็นงูตัวเบ้อเริ่ม สองคนร้องจ๊าก...งูพ่นพิษใส่หน้าทั้งสองคน

ooooooo

ชาวบ้าน อาโก๊ะ มังลา และอากิ๊กล้อมวงดูเล่าจางรักษาคิมหันต์ เล่าจางตรวจดูเห็นว่าคิมหันต์ถูกยิงตรงกระเป๋าเสื้อพอดี โดยมีกระเป๋าสตางค์อยู่ข้างใน กระเป๋าเป็นรูโบ๋และมีหัวกระสุนคาอยู่ จึงเป็นแผลเจาะบริเวณหน้าอกเขาเท่านั้น เล่าจางทึ่งความดวงดีของคิมหันต์ อาโก๊ะดีใจ มังลาร้อนใจถามถึงผลของการประลอง อากิ๊กเอ็ดมาถามอะไร ก็ยอมแพ้ไปแล้ว

“แต่เจ้าคนเมืองมันหลอกข้า มันทำให้ข้าเข้าใจผิดเรื่องไพ่บิน”

“เรื่องนั้นข้าไม่เถียงหรอกมังลา แต่ข้าขอถามอย่างนึงเถอะ ตอนที่คนร้ายจะยิงอาโก๊ะ เจ้ามัวทำอะไรอยู่” เล่าจางถาม

“เอ่อ...ข้า...ข้าตกใจ ก็เลยหลบกระสุน”

“ใช่ ทุกคนในเผ่าของเราต่างกลัวปืนไฟ เพราะรู้พิษสงของมันเป็นอย่างดี เจ้าคนเมืองนี่ก็เช่นกัน เพียงแต่ว่า...มันไม่ได้หลบเหมือนคนอื่น ข้าไม่โทษแกมังลา เพราะข้าก็กลัวปืนไฟเช่นกัน แต่การประลองในคืนนี้ แกเป็นฝ่ายแพ้” เล่าจางหันไปประกาศ “ชาวเผ่าเคอทุกคนฟังไว้ ข้าเล่าจางหัวหน้าเผ่าขอประกาศในฐานะพ่อของอาโก๊ะ ว่าข้าขอยกนางให้เป็นเมียของไอ้หมูหัน โดยจะจัดพิธีแต่งงานทันทีที่มันฟื้นขึ้นมา”

มังลาร้าวรานใจ คิมหันต์เริ่มรู้สึกตัว อาโก๊ะกุมมือเขาดีใจ บอกคิมหันต์ว่าเราจะได้แต่งงานกันแล้ว คิมหันต์ได้ยินสลบต่อทันที

ระหว่างนั้น ทหารได้รับแจ้งจากทาง บก.มาบอกต่อจอห์นว่า สัญญาณโทรศัพท์ของคิมหันต์ขาดหายไปตั้งแต่เมื่อคืน

ชาญรบหวั่นใจจะเกิดเรื่องไม่ดี แองจี้ไม่เชื่อ ยุทธการหาว่าแช่ง

“โธ่พี่ ผมไม่มีเจตนาแบบนั้นซะหน่อย แต่ว่าไอ้คิ้มมันหายไปไหนตั้งนาน ทำไมมันถึงไม่โทร.กลับมาก่อนที่แบตจะหมด แล้วไอ้จอห์นก็บอกเองไม่ใช่เหรอ ว่าตอนที่สายขาดไป มันได้ยินเสียงไอ้คิ้มร้องแบบโหยหวนสุดๆ”

“ร้องโหยหวนนี่แบบไหนวะไอ้จอห์น อู้...อ้า...ซี๊ดซ๊าดอะไรแบบนั้นรึเปล่า” ยุทธการถาม

“ไม่ใช่ครับ โหยหวนแบบจะเป็นจะตาย”

แองจี้ใจเสีย บอกพวกทหารว่ารู้ตำแหน่งที่อยู่ของคิมหันต์แล้วให้ตามหา แต่พวกทหารบอกว่ามันกินวงกว้าง ต้องใช้เวลาค้นหานานราวสองอาทิตย์ แองจี้หน้าซีด จอห์นถึงกับอึ้ง...

ขณะที่อาปู้พยายามจะใส่แบตกลับเข้ามือถือ อาโก๊ะถือเสื้อแจ๊กเกตของคิมหันต์ผ่านมา อาปู้รีบซ่อนมือถือหันมาถามว่าจะไปไหน อาโก๊ะตอบว่าจะเอาเสื้อไปฝังในป่า

“ทำไมต้องไปฝังถึงในป่าด้วยล่ะ ฝังแถวนี้ก็ได้”

“แกไม่รู้อะไรอาปู้ ตามธรรมเนียมของเผ่าเคอ เราถือว่าเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือดเป็นของอัปมงคล ดังนั้น ต้องนำไปทิ้งให้ไกลที่สุด”

“อ๋อ เข้าใจแล้ว งั้นพี่ไปเฝ้าไอ้หมูหันเถอะ เรื่องนี้ข้าจัดการเอง” อาปู้คว้าเสื้อวิ่งไป

เดินมาถึงลำธาร อาปู้มองไปในน้ำแล้วคิดเองว่า ตามธรรมเนียมต้องเอาไปทิ้งให้ไกล ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องไปฝัง จึงโยนลงน้ำให้มันไหลไปไกลๆไม่เหนื่อยด้วย พลันอาปู้เห็นร่างของเนริสานอนหมดสติอยู่ริมฝั่ง อาปู้เข้ามาจับร่างเธอพลิกหน้ามา

“โอปู่เจ้าผีพราย สวยอะไรขนาดนี้ สงสัยคงจะจมน้ำมาแหงๆไม่ได้การแล้วปู่เจ้าเคยสอนไว้ ถ้าเจอคนจมน้ำให้ผายปอด...ขอโทษนะพี่คนสวย อาปู้ขอล่วงเกินนะ”

อาปู้พ่นลมใส่มือเทสต์ลมหายใจก่อนจะยื่นหน้าไปใกล้หน้าเนริสา ทันใด เธอรู้สึกตัวขึ้นมาเห็นหน้าอาปู้ก็ตกใจผลักออก อาปู้หน้าเจื่อนรีบปลอบไม่ให้กลัว เนริสาบอกว่าตนหลงทางมาขอให้ช่วยพากลับไปส่ง...อาปู้จึงพาเธอกลับมาที่ที่เธอจอดรถเอทีวีไว้ เนริสาดีใจให้เงินเป็นค่าตอบแทน อาปู้ไม่รับ เธอไม่สบายใจจะตอบแทนอย่างไร อาปู้จึงขอให้ช่วยซ่อมและสอนการใช้มือถือที่เขาเก็บมาได้แทน เนริสาประกอบแบตกลับเข้าไปแล้วเปิดเครื่อง สอนการใช้เครื่องให้อาปู้ตั้งใจเรียนรู้จนเธอรู้สึกเอ็นดูจึงหอมแก้ม อาปู้ร้องลั่นว่าเสียผี แต่ในใจปลื้มสุดๆ

ระหว่างที่อยู่ในป่า เสี่ยทรงชัยเกิดปวดท้องอยากปลดทุกข์ เติมแบกพลั่วกับทิชชูนำทางมาหาที่เหมาะๆให้ขุดหลุม ตอนยืนรอเห็นเสื้อของคิมหันต์ลอยน้ำมา เติมรีบเรียกให้เสี่ยทรงชัยออกมา ทำให้เสี่ยต้องชะงักไม่ทันได้ปลดทุกข์...เติมเอาเสื้อกลับมาให้จอห์นดู จอห์นจำได้แม่น เพราะเขาจะทำตำหนิเสื้อทุกตัวของคิมหันต์ก่อนจะส่งซักแห้ง ชาญรบเห็นบางอย่าง

“เดี๋ยวก่อนทุกคน ถ้าเสื้อตัวนี้เป็นของไอ้คิ้มจริงๆแล้วไอ้รูที่อยู่บนเสื้อเนี่ย มันรูอะไร”

“รูกระสุนครับ” ทหารตอบ ทำเอายุทธการตกใจ

“หา อย่าล้อเล่นนะคุณทหาร ถ้าไอ้คิ้มมันถูกกระสุนตรงหน้าอกแบบนี้ ก็แสดงว่า...”

“ทะลุหัวใจครับ ท่าทางคงรอดยาก เสียใจด้วยนะครับทุกคน ผมว่าเราควรยุติการค้นหาได้แล้ว” ทหารตอบ

แองจี้ไม่เชื่อร้องไห้โฮ เรียกหาคิมหันต์อยู่ที่ไหน จอห์นเองก็ตกใจ

ooooooo

เสียงเหมือนแตรดังหนวกหู ทำให้คิมหันต์ตื่นขึ้นมา เห็นคนแก่แต่งตัวประหลาดเขย่ากระดิ่งเสียงดัง กระโดดข้ามตัวเขาไปมาอยู่ เขาบ่น มาเล่นตั้งแตรอะไรอยู่แถวนี้ อาโก๊ะกดตัวคิมหันต์ไม่ให้ลุกขึ้น “อยู่เฉยๆเราเชิญหมอผีจากเผ่าอื่น มาเรียกขวัญให้แก”

คิมหันต์บ่นพึมพำนึกว่าคนบ้า อาโก๊ะถามพูดว่าอะไร เขาจึงตะเบ็งเสียง “ช่วยบอกให้หมอผีหยุดก่อนได้มั้ย ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ บอกหมอว่าถ้าไม่หยุด ฉันจะหยุดหมอเอง”

อาโก๊ะเกรงจะมีเรื่องจึงสะกิดบอกหมอผีว่าคนไข้ฟื้นแล้ว หมอผีพึมพำอีกสักพักก่อนจะเดินกลับไป คิมหันต์ถามว่าเขาสลบไปนานแค่ไหน อาโก๊ะตอบว่าค่อนวัน คิมหันต์นึกได้ถามถึงการประลอง อาโก๊ะยิ้ม “แกเป็นฝ่ายชนะ ก็ข้าบอกแล้วไงว่าเราเป็นเนื้อคู่กัน”

“ชนะ...ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่า...”

“พ่อสั่งว่า ถ้าแกฟื้นเมื่อไหร่ ให้เสียผีได้เลย งานแต่งพร้อม อาโก๊ะพร้อม”

คิมหันต์อึ้งพึมพำ แต่กูไม่พร้อม...ที่ลานผีฟ้าปู่เจ้า

อากิ๊กช่วยถือของให้เล่าจางเซ่นไหว้คารวะต้นไม้ใหญ่ของผีฟ้าขอจงคุ้มครองอาโก๊ะกับคิมหันต์ ซึ่งกำลังจะแต่งงานกัน ให้อยู่กันยั่งยืนนาน อากิ๊กถามขัดขึ้น

“ท่านลุงแน่ใจเหรอว่าจะให้อาโก๊ะแต่งงานกับหมูหัน”

เล่าจางแปลกใจทำไมถามแบบนั้น อากิ๊กพูดไม่ออก เล่าจางพอเข้าใจจึงอธิบายว่า

“ผีฟ้าเชื่อว่าหมูหันคือเนื้อคู่ของอาโก๊ะ จึงให้นิมิตแก่นาง ซ้ำยังช่วยให้ชนะการประลอง ถึงขั้นนี้แล้วแกยังไม่เห็นด้วยอีกเหรอ”

“แต่หมูหันไม่ได้รักอาโก๊ะ ไม่ว่าผีฟ้าจะช่วยยังไง นั่นคือสิ่งเดียวที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้”

“หรือแกจะให้อาโก๊ะแต่งงานกับมังลา”

“อ๊าย...ไม่ได้นะท่านลุง ข้าขอค้าน”

“แกจะหวงมังลาไปทำไม ในเมื่อมังลาไม่ได้รักแก และนั่นก็คือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้” คำพูดของเล่าจางทำเอาอากิ๊กอึ้ง เล่าจางสรุป “ที่สุดแล้ว ทุกสิ่งขึ้นอยู่กับโชคชะตา อย่าว่าอย่างงั้นเลยอากิ๊ก ถึงไงไอ้หมูหันมันก็เคยล่วงเกินอาโก๊ะเอาไว้ ดังนั้น มันต้องรับผิดชอบตามประเพณี...”

เห็นไม่มีคน คิมหันต์ถือโอกาสจะหนี อาโก๊ะถือโถยาเข้ามาเห็น ถามจนป่านนี้ยังคิดหนีอีกหรือ คิมหันต์ไม่พอใจ “ก็ใช่สิ ถึงตายฉันก็ไม่ยอมแต่งกับเธอหรอก ยัย...ยัยหน้าตุ๊กแก”

“พูดผิด พูดใหม่ จะแต่งหรือไม่แต่ง”

“ไม่...” คิมหันต์เด็ดเดี่ยว อาโก๊ะโกรธร้องเรียกอาหนู... คิมหันต์เกทับ “เอาเลย จะเรียกช้างเรียกเสือมาฆ่าฉันก็เชิญตามสบาย ดีซะอีก ตายไปจะได้ไม่ต้องแต่งกับเธอ ยัยหน้าตุ๊กแก”

“นี่แก แกด่าข้าเหรอ”

“ก็หรือว่าไม่จริงล่ะ คนเขาบอกว่าไม่รัก ก็บังคับเขาอยู่ได้ ผีป่าผีฟ้ามีที่ไหน ฉันไม่เชื่อ”

อาโก๊ะโกรธมากชักมีดออกมาชี้หน้า คิมหันต์เสียงอ่อยลง “หยึย อย่าเล่นบ้าๆนะอาโก๊ะเล่นแบบนี้มันถึงตายเชียวนะ”

“ก็ไหนบอกว่า ไม่กลัวตายไงล่ะ หรือว่าเปลี่ยนใจแล้ว”

คิมหันต์สวนว่าไม่เปลี่ยน อาโก๊ะถามอีกครั้ง คิมหันต์ยืนยัน “ไม่แต่ง จะฆ่าจะแกงก็เชิญ แต่ฉันจะบอกให้นะ ฉันเป็นนักแสดงมีชื่อเสียง คนอย่างฉันไม่มีทางแต่งกับผู้หญิงชาวป่าหน้าตาจืดๆอย่างเธอหรอก” คิมหันต์ยืนนิ่งรอให้อาโก๊ะแทง

อาโก๊ะ โกรธมากกำมีดแน่นแล้วปาทิ้งลงพื้น เดินผ่านเขาไปอย่างสะเทือนใจ คิมหันต์โล่งอกรีบเผ่นหนี แต่ก็อดเหลียวมองว่าอาโก๊ะตามมาหรือเปล่า แล้วรู้สึกใจหายที่เธอไม่ตาม...เขาเดินหลงในป่า “เฮ้อ ไม่น่าคิดสั้นเลย นี่ทางออกจากป่า มันอยู่ทางไหนกันแน่วะ”

“ไม่เคยมีคนเมืองคนไหนรอดออกไปจากป่านี้” มังลาปรากฏตัวขึ้น

คิมหันต์ตกใจ “นี่นายตามฉันมาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“อาโก๊ะเป็นห่วงแกมาก ข้าเลยอาสามาตามแกกลับ ถ้าแกไม่อยากกลับ ก็ตามใจ”

“อ้าวเฮ้ย เดี๋ยวก่อน รอด้วย” คิมหันต์เดินตามมังลาต้อยๆ

“จำไว้นะเจ้าคนเมือง อาโก๊ะไม่ใช่คนเห็นแก่ตัว แต่เพราะนิมิตจากผีฟ้าปู่เจ้าทำให้นางเชื่อว่าแกเป็นเนื้อคู่ของนาง ดังนั้น ถ้าแกทำให้นางผิดหวังล่ะก็ ข้าจะไม่ยกโทษให้เด็ดขาด”

“นี่ แต่ฉันมีข้อแนะนำที่ดีกว่านะ คิดดูสิ ถ้านายพาฉันไปส่งในเมืองล่ะก็ นายจะได้แต่งงานกับอาโก๊ะแทนฉันไง”

“สายไปแล้ว คืนนี้แกจะต้องแต่งงานกับอาโก๊ะ พิธีแต่งงานจะถูกจัดขึ้นในคืนนี้”

“อะไรนะ...” คิมหันต์ตกใจมือไม้สั่น...

ooooooo

ตอนที่ 3

มีการรื่นเริงในงานแต่งงานของอาโก๊ะกับคิมหันต์  ชาวบ้านเต้นรำอย่างสนุกสนาน  อาโก๊ะกับ คิมหันต์นั่งอยู่ในชุดแต่งงานแบบเผ่าเคอ ให้ชาวบ้านเข้ามาผูกข้อมือสองคนติดกันด้วยเชือกสีขาวเป็นการอวยพรตามประเพณี สองคนหน้าบอกบุญไม่รับ คิมหันต์กระซิบ

“ที่กลับมาไม่ใช่เพราะใจอ่อนหรอกนะ ฉันถูกมังลา บังคับต่างหาก”

“ข้ารู้ มังลาเล่าให้ฟังหมดแล้ว”

“ความรักน่ะ มันต้องเกิดจากคนสองคน ถ้าเกิดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเค้าเรียกว่าเผด็จการ”

“แล้วคิดว่าข้ารักแกนักหรือไง ถ้าผีฟ้าปู่เจ้าไม่ทำนายเอาไว้ ข้า...” อาโก๊ะ พูดไม่ทันจบ

เล่าจางเข้ามาผูกข้อมือบ่าวสาว บอกคิมหันต์ให้เรียกเขาว่า พ่อตา...แล้วอวยพร “อาโก๊ะ พ่อดีใจเหลือเกินที่ลูกสาว ของพ่อเป็นฝั่งเป็นฝาซะที หมูหัน แกต้องดูแลอาโก๊ะให้ดีนะ ผิดพลาดอะไรไปก็ต้องคอยตักเตือน ยามเจ็บไข้อย่าได้ทิ้งกันเป็นอันขาด”

คิมหันต์พยักหน้า อาโก๊ะถลึงตาใส่ เขาจึงรับคำ จ้ะพ่อ... เล่าจางผูกเชือกไปพร่ำสอนไปว่า “เชือกสีขาวเป็นตัวแทนของความดีที่จะรั้งหัวใจของบ่าวสาวไว้ด้วยกัน เพราะสีขาวนั้น คือสีแห่งความบริสุทธิ์สัตย์ซื่อ จำไว้ ผัวเมียกันต้องจงรักภักดีต่อกัน ต่อให้อีกฝ่ายหนึ่งเหลือเพียงเถ้าธุลี ก็ขอให้ความสัตย์ซื่อนั้นยังคงอยู่ เพราะที่ใดมีสิ่งนี้ ก็ย่อมมีแต่ความสุขความเจริญสืบไป”

ผูกข้อมือเสร็จ เล่าจางก็ประกาศกับชาวบ้าน ในฐานะ พ่อขอเชิญทุกคนร่วมดื่มอวยพร เหล้าถูกแจกจ่ายให้แก่ทุกคนรวมทั้งคู่บ่าวสาว คิมหันต์แปลกใจทำไมมีจอกใบเดียว

“ตามธรรมเนียมเผ่าเคอ เจ้าสาวจะเป็นฝ่ายดื่มแล้ว ป้อนเหล้าครึ่งนึงในปากให้เจ้าบ่าว”

คิมหันต์ตกใจ ไม่ยอมจะเลี่ยงหนี เล่าจางพยักหน้าให้คนช่วยกันจับไว้ คิมหันต์ดิ้นไม่ยอมท่าเดียว มังลารำคาญ ปาก้อนหินใส่หัว คิมหันต์ร้องโอ๊ย เป็นจังหวะให้อาโก๊ะป้อนเหล้าด้วยปากให้เขาทันที อาปู้ใช้มือถือถ่ายภาพช็อตนั้นไว้ได้ทันท่วงที

บ่าวสาวนั่งหน้างออยู่บนเตียง คิมหันต์สะอึกไม่หายตั้งแต่ดื่มเหล้าเข้าไป มือทั้งสองคนยังผูกติดกันอยู่ คิมหันต์ถาม “แกะออกได้รึยัง อึ๊ก”

“มันเป็นหน้าที่ของเจ้าบ่าว ที่ต้องเป็นคนแกะเชือก”

พอคิมหันต์กำลังแกะเชือก อาโก๊ะก็ปลดกระดุมเสื้อ คิมหันต์ถามทำอะไร อาโก๊ะตอบ

“ตามธรรมเนียมเผ่าเคอ ถ้าเจ้าบ่าวแกะเชือกเมื่อไหร่ แปลว่าต้องการจะ...”

คิมหันต์สะอึกถี่ขึ้นปฏิเสธยกใหญ่ “อึ๊ก...เปล่า ไม่ได้อยาก อึ๊ก ฉันแค่จะ อึ๊กๆ”

“มา ฉันช่วยนะ” อาโก๊ะลูบหลังคิมหันต์ แล้วตบพลั่กจนหน้าคว่ำ แล้วถามเอาอีกทีไหม

คิมหันต์ไอแค่กๆ “พอ หายแล้ว...เอาล่ะ สรุปว่าถ้าไม่แกะ ก็แปลว่าไม่ต้องมีอะไรกันใช่มั้ย ถ้างั้นผูกทั้งคืนก็ได้ เฮ้อ...อึดอัดเป็นบ้าเลย ร้อนก็ร้อน ทำไมคืนนี้มันร้อนแบบนี้วะเนี่ย”

“อากาศไม่ร้อนหรอก แต่เป็นเพราะเหล้ามงคลต่างหาก”

“อะไรนะ...”

“ตามธรรมเนียมเผ่าเคอ เหล้ามงคลของบ่าวสาวจะต้องมียาบำรุงผสมอยู่ เพื่อช่วยให้คู่บ่าวสาวอยากมีบุตร”

“อีกทีสิ...ยาอะไร”

อาโก๊ะกระซิบว่า ยาช่วยให้อยากมีบุตร คิมหันต์สบตาอาโก๊ะอึ้งๆแล้วต่างชะงักไม่กล้ามองหน้ากันอีก บรรยากาศเริ่มร้อนรุ่มขึ้นทุกขณะ ต่างคนต่างมีเหงื่อซึมออกมา ใจสั่นหน้ามืดตาลายคล้ายจะเป็นไข้ อาโก๊ะจับแขนคิมหันต์ เขาปัดอย่าจับเพราะมันทำให้เขาเสียว

“จะนั่งอยู่อย่างนี้ทั้งคืนเหรอ” อาโก๊ะเกิดอารมณ์

“แล้วจะให้ทำอะไร”

“ก็ทำอะไรเข้าสักอย่างสิ นี่คืนแต่งงานของเรานะ”

“ไม่ ไม่นะไอ้คิ้ม เราต้องปกป้องพรหมจรรย์ของเราเอาไว้อย่างสุดความสามารถ จะให้ใครมารุกรานไม่ได้เด็ดขาด” คิมหันต์พึมพำคนเดียวสะกดอารมณ์ตัวเองไว้

อาโก๊ะเริ่มสะบัดร้อนสะบัดหนาวเพราะฤทธิ์ยา กระเถิบตัวมาเบียด คิมหันต์จิกขอบเตียงแน่น ชำเลืองมองอาโก๊ะเห็นแก้มนวลเย้ายวน ริมฝีปากอิ่มเอิบ เขาสวดมนต์ควบคุมสติ อาโก๊ะแปลกใจว่าทำอะไร คิมหันต์บอกว่าสวดมนต์อย่าทำให้เขาศีลขาด อาโก๊ะมองอย่างน้อยใจ...

คืนนั้น มังลาดื่มเหล้าด้วยความเสียใจ อากิ๊กมาพูดเตือนสติให้เลิกคิดถึงอาโก๊ะได้แล้ว เพราะคืนนี้ก็ตกเป็นของคิมหันต์แล้ว แต่มังลามั่นใจว่าอาโก๊ะไม่น่าใจเร็วขนาดนั้น อากิ๊กว่าฤทธิ์เหล้ามงคลมันแรงอยู่ ใครจะทนไหว มังลาหน้าเสีย

มือสองคนยังผูกติดกัน คิมหันต์พยายามเขย่าประตูให้เปิดออก อาโก๊ะบอกว่าด้านนอกเขาล็อกไว้ คิมหันต์ร้อนรุ่มจนจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว หันมาจ้องหน้าอาโก๊ะ

“อาโก๊ะ ฉันขอโทษนะ แต่ฉันทนไม่ไหวแล้ว เป็นของฉันเถอะนะ” คิมหันต์ผลักอาโก๊ะลงนอน อาโก๊ะร้องห้ามอย่าเพิ่ง

ปรากฏเป็นแค่ความฝันของอาโก๊ะ เธอนั่งพิงเตียงหลับ มีผ้าเขี่ยอยู่ที่คอทำให้เธอหัวเราะคิกคัก “ฮิๆ ไม่เอานะ อย่าเล่นแบบนี้สิ หมูหันอ่ะ”

คิมหันต์รำคาญปลุกอาโก๊ะเอ็ดว่า “เป็นอะไรของเธอ เวลาแบบนี้ยังจะนั่งหลับอีกเหรอ”

อาโก๊ะได้สติขยับตัวนั่งดีๆ คิมหันต์บ่น แต่งงานแล้วต้องมาทรมาน ไม่รู้จะแต่งทำไม เนื้อคู่ พรหมลิขิต ไร้สาระ ว่าแล้วก็ล้มตัวลงนอน  อาโก๊ะถามจะทำอะไร  คิมหันต์สะบัดเสียงใส่

“ก็นอนสิถามได้ หรือจะให้นั่งจนเช้า ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ยาปลุกสวาทของเผ่าเธอมันเริ่มจะหมดฤทธิ์แล้ว คืนนี้เธอไม่ได้แอ้มฉันหรอก” คิมหันต์นอนหันหลังให้อาโก๊ะ

“รังเกียจข้ามากนักเหรอ” น้ำเสียงอาโก๊ะทำให้คิมหันต์หวั่นไหว แต่ปากแข็งว่าไร้สาระ อาโก๊ะน้ำตาคลอ “ข้าแค่เชื่อในสิ่งที่ข้านับถือ และเชื่อในความรู้สึกของตัวเอง ถ้ามันทำให้แกต้องลำบากใจล่ะก็ ข้าขอโทษนะ” อาโก๊ะลงนอนหันหลังให้

คิมหันต์รู้สึกสงสาร หันมาเอื้อมมือจะไปลูบปลอบแต่แล้วยั้งไว้ หันกลับมานอนต่อ

ooooooo

ข่าวการหายตัวไปของคิมหันต์มาเข้าหูสมพร นักข่าวหรรษาบันเทิง เธอจึงไปดักรอถามเสี่ยทรงชัยหน้าบริษัท เลี่ยงไม่ให้ข่าว อ้างว่าจะแถลงข่าวอย่างเป็นทางการทีหลัง

เสี่ยทรงชัยกลัวข่าวนี้จะทำให้หนังเขาล่ม จึงเรียกยุทธการและชาญรบมาประชุม ให้ชาญรบไปแก้บทมาใหม่ เอาพระเอกใหม่มาเล่นแทน ปรับบทให้คิมหันต์ตาย ยุทธการคิดว่าจะเอาใครมาเล่นเป็นพระเอก ชาญรบคิดได้ คือนาวิน

พอติดต่อนาวินมาได้ ก็ทำการถ่ายทำว่าเหยี่ยวสลาตันตายและมีเหยี่ยวถลาลมมาเป็นฮีโร่ตัวใหม่ เข้ามาช่วยนางเอกในเรื่อง นาวินแสดงได้อย่างมืออาชีพ เป็นที่พอใจของผู้กำกับและทีมงาน เพราะเล่นบทบู๊ได้จริงไม่มีสตันต์ แองจี้มาดูการถ่ายทำด้วยตัวเอง ยุทธการแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน แองจี้รู้สึกคุ้นหน้านาวินอย่างมาก แต่นึกไม่ออกว่าเคยเจอที่ไหน...

ต้องใช้ชีวิตตามแบบชาวบ้านเผ่าเคอ คิมหันต์จำต้องออกไปล่าหมูป่ามาเป็นอาหารกับพวกมังสา  แต่พอประจันหน้า กับหมูป่า เขาก็ยิงมันไม่ลง จึงถูกหมูป่าชนล้มและเหยียบย่ำ

ไปบนตัว ทำให้วันนี้อาหารของทุกคนจึงเป็นแค่ผลไม้กับหน่อไม้เท่านั้น สาวๆชาวบ้านหัวร่อต่อกระซิกกันเมื่อเห็นสภาพคิมหันต์มีแต่รอยเท้าหมูป่า อาโก๊ะออกมารับคิมหันต์ มังลาจึงบอก

“อาโก๊ะ คราวหลังให้หมูหันอยู่ช่วยงานที่หมู่บ้านเถอะ เขาไม่เหมาะกับการล่าสัตว์”

คิมหันต์มองทุกคนที่หัวเราะเยาะเขาด้วยความน้อยใจ เดินงอนออกไป อาโก๊ะจะตามแต่อากิ๊กเตือนว่าให้คิมหันต์ได้อยู่คนเดียวสักพักดีกว่า

คิมหันต์มานั่งปาก้อนหินริมลำธาร อาปู้แทะผลไม้อยู่บนต้นไม้ เห็นจึงลงมาคุยด้วย คิมหันต์บ่นอยากหนีกลับบ้าน อาปู้เตือนว่าป่าที่นี่กว้างใหญ่ ชาวบ้านเองยังหลงทางเลย มีอยู่ไม่กี่คนที่รู้ทางออก คิมหันต์รีบถามว่าใคร อาปู้นิ่ง คิมหันต์จึงถอดกำไลข้อมือให้เป็นของแลกเปลี่ยน

“หนึ่งก็คือท่านลุงเล่าจาง สองพี่อาโก๊ะ สามมังลา สี่พี่อากิ๊ก และห้าท่านลุงหมอผี”

“โธ่เอ๊ย มีแต่โจทย์ทั้งนั้นเลย นึกว่าจะถามทางได้ซะอีก”

อาปู้ถามว่าอยากกลับมากหรือ คิมหันต์ว่าใครจะอยากตายอยู่ที่นี่ อาปู้แบมือขอรางวัลเพิ่ม แล้วบอกว่า อะไรที่พี่สาวเขารู้ มีหรือที่ตัวเขาจะไม่รู้ คิมหันต์ดีใจ อาปู้ให้เขามารอคืนนี้...พออาโก๊ะหลับสนิท คิมหันต์จึงย่องออกมา อาโก๊ะละเมอต่อว่าคิมหันต์ไม่เอาไหน คิมหันต์บ่น

“โห ละเมอด่าแบบนี้จบกันเลยยัยตุ๊กแก เป็นเมียภาษาอะไรวะเนี่ย” คิมหันต์จะออกไปแต่นึกอะไรได้ หันมาค้นอะไรในตัวเธอ เจอปากกาด้ามหนึ่ง...

อาปู้พาคิมหันต์มาที่ลำธาร แล้วเล่าว่า อากิ๊กเคยบอกว่าลำธารนี้ไหลเชื่อมต่อกับแม่น้ำแล้วไหลผ่านเมือง คิมหันต์เห็นจริงด้วย อาปู้ส่งคบไฟให้คิมหันต์ แล้วบอกให้เขาเดินผ่านหน้าถ้ำนี้ไป เขาคงส่งได้แค่นี้ ทางข้างหน้ามันอันตรายให้เขาเดินไปอย่าหยุด รีบผ่านไปเร็วที่สุด

“ทำไม ในถ้ำนี้มีอะไร”

“เสือไฟแม่ย่า เมียของผีฟ้าปู่เจ้า”

“หา ผีมีเมียด้วยเรอะ”

“ปู่เจ้าตายเพราะความรักที่มีต่อแม่ย่า เลยกลายเป็นผีฟ้า แต่แม่ย่าน่ะ ตายเพราะแค้น นางจึงกลายเป็นเสือไฟ”

คิมหันต์คิดว่าพูดเล่น อาปู้เตือนไว้เจอเอง ว่าแล้วก็เดินกลับไปเลย คิมหันต์ร้องเรียกก็ไม่หันกลับมา เขาจึงใช้คบไฟส่องทางที่ดูน่ากลัว ปลอบใจตัวเองว่า เป็นพระเอกหนังบู๊ต้องไม่กลัวผี...คิมหันต์เดินย่องหลบหลังต้นไม้จากต้นหนึ่งไปอีกต้นหนึ่ง เพื่อให้ผ่านถ้ำไป พลันมีลมพัดอู้ออกมา คิมหันต์ชะงักหันไปมอง เห็นลูกไฟดวงโตพุ่งออกมา

“ส...เสือไฟมีจริงๆ เหรอเนี่ย อยู่ไม่ได้แล้ว” คิมหันต์ทิ้งคบไฟวิ่งหนีร้องเสียงหลง

อาโก๊ะสะดุ้งตื่นขึ้นมาไม่เห็นคิมหันต์ก็ตกใจ ยกข้อมือขึ้นดูเห็นมีข้อความเป็นภาษาเผ่าเขียนอย่างผิดๆ ถูกๆ ว่า “ขอโทษ มีธุระต้องกลับไปสะสาง ลาก่อน”

อาโก๊ะรีบมาหาอากิ๊ก บอกเรื่องคิมหันต์หนีไปอีก แต่อย่าเพิ่งบอกใครตนจะไปตามหา อาโก๊ะตามมาจนถึงหน้าถ้ำเสือไฟ คุกเข่าคารวะ ขอผ่านทางแต่แล้วก็ได้เห็นคบไฟที่หล่นอยู่ จึงเชื่อว่าคิมหันต์มาทางนี้...คิมหันต์ออกมาสู่ถนนได้เขากระโดดดีใจยกใหญ่ มีรถบรรทุกผ่านมาจึงรีบโบก แต่คนขับเห็นสภาพคิมหันต์ในชุดคนป่า ก็กลัวไม่ยอมจอด คิมหันต์ตัดสินใจขวางรถขออาศัยเข้าเมือง ไม่ทันไร อาโก๊ะตามมาทัน คิมหันต์เห็นรีบบอกให้คนรถออกรถไปเลย คนรถตกใจถามว่าตัวอะไร เสือหรือเปล่า

“เมียผม มันมาแล้ว ออกรถเร็ว”

“นี่คุณ กลัวเมียขนาดนี้เลยนะ”

คิมหันต์ไม่รอช้า เข้าเกียร์แล้วเหยียบคันเร่งเอง คนรถร้องลั่นแล้วดึงมาขับเอง อาโก๊ะวิ่งตามรถไม่ลดละ คนรถถาม “นี่คุณ ไม่จอดหน่อยเหรอ นั่นเมียคุณนะ คุณจะทิ้งเมียหรือไง”

“ความจริงไม่ใช่เมียผมหรอกพี่ คนบ้าต่างหากพี่ มันจะข่มขืนผม”

“งั้นคุณก็ช่วยพูดกล่อมทีเถอะ ผมว่าขืนปล่อยไว้ยัยนี่ได้วิ่งตามไปถึงในเมืองแน่”

คิมหันต์จึงโผล่หน้าไปบอกว่าอย่าตามมา อาโก๊ะร้องว่า “หมูหันจะไปไหน พาอาโก๊ะไปด้วย เราแต่งงานกันแล้วนะ หมูหันอย่าทิ้งอาโก๊ะไว้แบบนี้”

คิมหันต์จึงรีบบอกว่าเขาไปทำธุระแล้วจะรีบกลับมา อาโก๊ะขอให้สัญญา คิมหันต์จึงสัญญาไป อาโก๊ะหยุดวิ่งทรุดลงกองกับพื้นถนน คิมหันต์มองเธออย่างห่วงๆเหมือนกัน อาโก๊ะร้องบอกว่าตนจะรอเขา คิมหันต์อดสะเทือนใจไม่ได้ เพราะรู้แก่ใจว่าตนโกหก

อากิ๊กทนไม่ได้มาเล่าให้เล่าจางกับมังลาฟังว่าคิมหันต์หนีอีกแล้ว เล่าจางโกรธแต่ต้องห้ามมังลาไม่ให้ไปเอาเรื่อง ควรปล่อยให้อาโก๊ะจัดการเอง อาปู้ได้ยินสลดรู้สึกผิด...อาโก๊ะกลับมา เล่าจางรีบถามว่าเจอคิมหันต์ไหม อาโก๊ะตอบว่าเขาไปแล้ว มังลาสบถ ไอ้สารเลว

“อย่าว่าหมูหันนะมังลา หมูหันสัญญากับข้าแล้วว่าเขาจะรีบกลับ”

“นี่แกยังจะเชื่อมันอีกเหรออาโก๊ะ มันไม่กลับมาหรอก” มังลาเตือนสติ

อาโก๊ะโวยว่าต้องกลับ เพราะคิมหันต์แต่งงานกับตนแล้วต้องไม่ทอดทิ้งกัน เล่าจางเศร้าใจ “อาโก๊ะเอ๊ย ความรักทำให้ลูกของพ่อตาบอดแท้ๆ”

อาโก๊ะร้องไห้อยู่ในห้อง เพราะรู้เต็มอกว่าคิมหันต์หลอก แต่ตนจะหวังจนวินาทีสุดท้าย

ooooooo

คิดแล้วคิดอีกว่าเคยเห็นนาวินที่ไหนมาก่อน แองจี้หยิบหนังสือรุ่นมาค้นจนเจอว่า นาวินเป็นเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย แต่ตอนนั้นเขาบอบบางท่าทางติ๋มๆไม่ดูแมนเหมือนตอนนี้ แองจี้จำได้ว่า เขาเคยตามจีบ แต่ตนไม่สนใจแถมพูดจารุนแรงไม่มีเยื่อใย จนเขาจากไป

พอจำได้ วันต่อมา นาวินมารับเช็คค่าตัวและถามถึงคิมหันต์ แองจี้ว่าไปรักษาตัวอยู่ต่างประเทศยังไม่กลับมาเร็วๆนี้หรอก แล้วทักเขาว่าตนจำเขาได้และขอโทษกับเรื่องอดีต

“ขอโทษครับคุณแองจี้ แต่เรื่องมันผ่านไปแล้ว ที่นี่ไม่มีนายนาวินคนเดิม เรียกผมว่าคุณนาวินเถอะครับ” นาวินดึงแว่นดำมาสวมเดินจากไป แองจี้มองตามอย่างนึกเสียดาย

สมพรให้โตโต้คนของตนซึ่งเป็นคนแคระแฝงตัวเข้าไปเป็นแม่บ้านทำความสะอาดบริษัทของเสี่ยทรงชัย โตโต้แอบฟังเสี่ยทรงชัยปรึกษากับยุทธการและชาญรบเรื่องแผนโปรโมตหนัง เสี่ยทรงชัยจะให้นาวินโปรโมตแทนคิมหันต์ และวันที่หนังฉาย จะแถลงข่าวว่านี่เป็นเรื่องแรกของนาวินและเป็นเรื่องสุดท้ายของคิมหันต์ โตโต้รีบรายงานสมพร...

เมื่อคนรถมาส่งคิมหันต์ที่ท่ารถ คิมหันต์จะให้เงินตอบแทนแต่คนรถไม่รับ “แค่นี้เรื่องเล็ก เออว่าแต่เราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่า ผมว่าหน้าตาคุณ มันคุ้นๆอยู่นะ”
“เอ่อ แบบว่า ผมหน้าโหลน่ะพี่ ผมไปนะ” คิมหันต์รีบหลบหน้าแล้วเดินไปทันที

คนรถมองตามแล้วเผอิญเห็นโปสเตอร์หนังกลางแปลงที่แปะอยู่ มีภาพคิมหันต์แสดงนำพอดี “เฮ้ย คิมหันต์ ประจัญบาน ใช่แล้ว...ไอ้หมอนี่มันดารานี่หว่า แล้วมาหลงป่าแถวนี้ได้ไงวะ”

จอห์นกำลังกรวดน้ำไปให้คิมหันต์หลังจากทำบุญไปให้ มือถือเขาดังขึ้น จอห์นรับสาย

“ฮัลโหล อ๋อพี่คิ้มเหรอพี่ แหม นี่ผมกำลังกรวดน้ำไปให้พอดี เฮ้ย...พี่ยังไม่ตายอีกเหรอ แล้วตอนนี้อยู่ที่ไหน โอเคพี่ ใจเย็นๆเดี๋ยวผมจะรีบไป” จอห์นทั้งตกใจและดีใจ รีบออกไป

ท่ารถต่างจังหวัด ที่คิมหันต์นัดให้จอห์นมารับตรงตู้โทรศัพท์ พอเห็นรถจอห์นแล่นฝุ่นตลบมา คิมหันต์เดินออกมารอ จอห์นลงจากรถมองข้ามหัวคิมหันต์ไป แล้วบ่น
“ทางโน้นเป็นตลาด ทางนั้นเป็นท่ารถ นี่ตู้โทรศัพท์สาธารณะ เอ...ก็แถวนี้นี่หว่าแล้วพี่คิ้มไปรออยู่ที่ไหนวะ”

“ข้าอยู่ทางนี้”

จอห์นยังไม่สนใจปัดไปว่า ไม่มีเศษสตางค์ให้ไปขอทานที่อื่น คิมหันต์ตวาดว่านี่เขาเอง

“ก็บอกว่า...พี่คิ้ม นี่พี่จริงๆเหรอเนี่ย ทำไมถึงได้โทรมแบบนี้ โธ่พี่...ผมนึกว่าพี่ตายไปแล้ว ผมดีใจจริงๆ คิมหันต์ ประจัญบานยังไม่ตาย คิมหันต์ยังไม่ตาย”

“เอาโทรโข่งมั้ยไอ้จอห์น เอ็งจะแหกปากหาพระแสงอะไรวะ เดี๋ยวชาวบ้านเขาก็รู้หมด”

จอห์นรีบถามว่าเกิดอะไรขึ้น คิมหันต์ว่าเรื่องมันยาวตอนนี้เขาอยากไปกองถ่าย ถ่ายหนังต่อให้จบก่อน จอห์นถามจะไปทำไมหนังปิดกล้องไปแล้ว คิมหันต์ตกใจ ร้องไห้ กระจองอแงเป็นเด็กๆที่เสี่ยทรงชัยทำกับเขาแบบนี้ เขาแค่หายไปอาทิตย์เดียวเอาคนอื่นมาแทนแล้ว จอห์นปลอบว่า ครึ่งแรกคิมหันต์ยังเป็นตัวนำอยู่ นาวินมาแทนครึ่งหลังเอง แต่คิมหันต์ไม่ยอม จอห์นหนักใจน่าจะปล่อยให้หลงป่าตลอดไป

ooooooo

เห็นอาโก๊ะเศร้าเสียใจ อาปู้ยิ่งรู้สึกผิดที่ช่วยให้คิมหันต์หนีไป อากิ๊กโทษตัวเองที่ปล่อยให้อาโก๊ะเชื่อถือผีฟ้ามากเกินไป อาโก๊ะว่าไม่ใช่ความผิดของอากิ๊กและผีฟ้าหรอก ความผิดมันอยู่ที่ตนเป็นคนเลือกเอง ตนเชื่อว่า ผู้หญิงทุกคนที่มีรักแท้ จะยอมเป็นชาวป่าโง่ๆที่ไม่ประสีประสาแบบตน

เนริสากลับมาบ้านที่กรุงเทพฯ นาวินกับป้าแมวดีใจกันใหญ่ พอเธอรู้ว่าพี่ชายได้แสดงหนังประกบคู่กับคิมหันต์ก็ชะงัก รีบไปค้นของที่เก็บไว้สมัยเป็นนักศึกษามาดู
ครั้งหนึ่ง คิมหันต์มาที่มหาวิทยาลัย นักศึกษารุมล้อมขอลายเซ็น เนริสาวิ่งข้ามถนนร้องเรียกเขาด้วยความดีใจ คิมหันต์เงยหน้าไปมอง พลันมีรถแล่นมาชนเธอ รองเท้าเธอกระเด็นมาตกในมือจอห์นข้างหนึ่ง จากนั้นเนริสาต้องเข้าเฝือกนอนอยู่บ้านตามลำพัง คิมหันต์ส่งจดหมายแสดงความเสียใจมาให้ และสัญญาว่าจะเขียนหาทุกอาทิตย์เพื่อจะได้ไม่ต้องเหงาอยู่บ้านคนเดียว เนริสาเก็บจดหมายทุกฉบับในกล่องเป็นอย่างดี และฝังใจรักคิมหันต์มาตลอด

จอห์นขับรถพาคิมหันต์มาที่บ้านเสี่ยทรงชัย ให้เด็กไปตามแองจี้มาพบที่รถ แองจี้บ่นทำไมจอห์นไม่เข้าบ้าน พอมาถึงเห็นคิมหันต์ก็ร้อง อ๊าย...

“เหมือนมาก เหมือนไม่มีที่ติ เยี่ยมไปเลยจอห์น เธอไปได้ตัวหมอนี่มาจากที่ไหน”

จอห์นจะอธิบาย แองจี้หันไปบอกคิมหันต์ว่าตกลงรับ เขาเป็นสแตนด์อินถ่ายฉากซ่อมแทนคิมหันต์ ให้เริ่มวันพรุ่งนี้เลย คิมหันต์โวย “แองจี้ นี่ผมเองนะ คิมหันต์ ประจัญบานตัวจริง”

แองจี้หาว่าล้อเล่น คิมหันต์จึงเอาแหวนที่เขาห้อยคอติดตัวไว้ออกมาอวด แองจี้ตาโตกรี๊ดลั่นบ้านก่อนจะสลบไป คิมหันต์ตกใจถามจอห์นว่า แองจี้ดีใจหรือเสียใจกันแน่...

ทุกคนเข้ามาคุยกันในบ้าน เสี่ยทรงชัยเซ็งที่คิมหันต์ไม่ตายจริง ทำให้ผิดแผนการโปรโมตหนังของเขา คิมหันต์น้อยใจคงอยากให้เขาตายจริงๆ แองจี้ปลอบ “ป๊าเขาไม่ได้หมายความแบบนั้นหรอกค่ะ แต่คิมหันต์ก็ลองคิดดูสิคะ ถ้าเป็นคุณ คุณจะแก้ปัญหานี้ยังไง”

คิมหันต์มองจอห์นเชิงขอความเห็น จอห์นจึงแนะนำว่า “ผมว่าไม่ยากหรอกครับเสี่ย เราก็เปลี่ยนแผนโปรโมตซะสิครับ เอาเป็นว่า ที่คุณคิมหันต์หายตัวไปก็เพราะไม่พอใจที่เสี่ยดึงคุณนาวินมาร่วมงาน”

“ก็ดีเหมือนกันค่ะป๊า ให้วันที่ฉายรอบสื่อมวลชนเป็นวันแรกที่สองสิงห์จะโคจรมาพบกันไงคะ”

“เออก็ไม่เลวนะ โปรโมตแบบว่ามีอิจฉาริษยากัน เอ็งคงไม่มีปัญหานะไอ้คิ้ม”

คิมหันต์ตอบว่าความจริงมันเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ทุกคนหันขวับมองคิมหันต์ เขาจึงต้องพูดใหม่ว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามแผนอยู่แล้ว ทุกคนโล่งอกค่อยๆ หัวเราะออกมา...คิมหันต์มายืนหน้าเครียดแค้นใจ แองจี้ตามออกมาถามว่าเป็นอะไร

“ผมถามจริงๆเถอะแองจี้ ตอนที่เขาดึงไอ้นาวินมาแทนที่ผม ทำไมคุณถึงไม่ห้าม คุณก็รู้ว่ามันเป็นคู่แข่งของผม”

“แหมคิ้มก็ แองจี้ต้องทำตามหน้าที่นะคะ ถ้าแองจี้ไม่ทำ หนังของป๊าจะถ่ายต่อได้ยังไง ไม่เอานะคิ้ม แองจี้รักคิ้มคนเดียว คิ้มก็รู้ ไม่มีใครแทนที่คิมหันต์ ประจัญบานได้หรอกค่ะ”

“ถูกต้องแองจี้ ผมจะพิสูจน์ให้คุณเห็นเองว่า ไอ้นาวินน่ะมันเทียบผมไม่ติดหรอก ฮ่าๆๆ”

แองจี้พยักหน้ายิ้มๆ อย่างเอาใจ ทั้งที่นึกเอือมความหลงลำพองของคิมหันต์

ooooooo

เห็นอาโก๊ะเก็บตัวอยู่แต่ในกระท่อม มังลามาตามไปทานข้าว จึงรู้ว่า อาโก๊ะหนีเข้าเมืองไปแล้ว ไม่ทันไร อากิ๊กวิ่งกระหืดกระหอบมาบอกเล่าจางว่า อาปู้น้องชายตนหายตัวไป

อาโก๊ะเดินผ่านถ้ำเสือไฟอย่างระมัดระวัง แต่แล้วมีเสียงสวบสาบตามมา เธอหันไปเล็งหน้าไม้ อาปู้โผล่ออกมาร้องห้ามว่าเขาเอง เขาตามมาเพราะรู้ว่าเธอจะไปตามคิมหันต์ อาโก๊ะให้กลับไปเพราะเขาไม่เกี่ยว แต่อาปู้กลับสารภาพ เขาอยากไถ่โทษชดเชยความผิด อาโก๊ะซาบซึ้งใจ สองคนมาโบกรถจุดเดียวกับที่คิมหันต์โบกเข้าเมือง มังลาตามรอยเท้ามาจนรู้ว่าอาโก๊ะกับอาปู้ไปด้วยกัน เล่าจางไม่ให้มังลาตามอีกต่อไป

“ไม่มีประโยชน์ ต้องปล่อยให้อาโก๊ะได้รับบทเรียนซะบ้าง นางจะได้ตัดใจจากไอ้หมูหันซะที”...อากิ๊กถามแล้วน้องของตนล่ะ เล่าจางว่า “อาปู้เป็นว่าที่นักรบของเผ่าเคอ เขาต้องดูแลตัวเองได้ เชื่อข้าเถอะ”

ทั้งอากิ๊กและมังลามองหน้ากันอย่างห่วงคนของตน...

มีลางบอกเหตุ ทำให้คิมหันต์ฝันว่าอาโก๊ะมานอนอยู่ข้างเขาบนเตียง เขาร้องเสียงหลงออกมา จนจอห์นต้องวิ่งมาปลุก คิมหันต์เล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง จอห์นเห็นว่าไม่ต้องคิดมาก

“ไม่คิดมากได้ยังไงวะ  ไอ้จอห์น  เมียนะโว้ยเมีย

ถ้าเกิดมีใครรู้ว่าข้าแต่งงานกันคนป่า แถมยังไม่บรรลุนิติภาวะ ข้าจะเอาหน้าไปไว้ไหน”

“ในคุกไงพี่ ข้อหาพรากผู้เยาว์” จอห์นแหย่ให้คิมหันต์คลายเครียด แล้วบอกว่า เผ่าอะไรนั่นอยู่ไกลถึงกลางป่า จะออกมาโลกภายนอกได้อย่างไร

คิมหันต์ค่อยโล่งใจ จอห์นเอานมมาให้ดื่ม เขาชูแก้วยินดีอย่างลำพองใจ โดยหารู้ไม่ว่าสมพรกำลังฟังรายงานจากโตโต้ว่า คนขับรถที่มาส่งคิมหันต์ที่ท่ารถ เล่ารายละเอียดให้เขาฟังว่า คิมหันต์หลงป่าและมีเมียเป็นคนป่า สมพรสั่งโตโต้สืบให้ได้ว่าเมียคิมหันต์หน้าตาเป็นอย่างไร โตโต้จึงจ่ายเงินให้คนรถพาเขาไปดูที่ที่รับคิมหันต์มา

สวนทางกับรถที่มาส่งอาโก๊ะกับอาปู้ คนขับรถบอกอาโก๊ะว่าต้องนั่งรถบัสต่อไปถึงกรุงเทพฯ อาโก๊ะมาที่ห้องขายตั๋ว คนขายมองเธอแปลกๆแล้วบอก

“ใช่ค่ะ ต้องซื้อตั๋วก่อนขึ้นรถ ผู้ใหญ่ 350 เด็ก 200 ทั้งหมดก็ 550 บาทถ้วน”

“ทำไงดีล่ะ อาปู้ ข้าไม่มีเงิน” อาโก๊ะเดินคอตกมาบอก

อาปู้ไม่รู้จักเงิน อาโก๊ะอธิบายว่า คนเมืองใช้แลกเปลี่ยนสินค้า คล้ายๆพวกทองหรือหยก  อาปู้ถามแล้วจะหาเงินได้ที่ไหน...อาโก๊ะนั่งกอดเข่าคิดวิธีหาเงิน มองไปเห็นชาวม้ง

สองคนถ่ายภาพกับฝรั่งแล้วเก็บเงิน เข้าใจว่าเป็นพวกคนดอยเหมือนกัน จึงคิดวิธีหาเงินกับฝรั่งบ้าง ด้วยการแสดงการยิงหน้าไม้ให้ชม โดยให้อาปู้เป็นเป้า ฝรั่งปรบมือชอบใจ โยนเงินให้มากมาย พวกม้งเป็นม้งปลอมที่มาหลอกหากินกับนักท่องเที่ยวไม่พอใจ ไปตามลูกพี่มาจัดการ

หัวหน้าแก๊งมาเรียกค่าหัวคิวจากอาโก๊ะ เธอไม่เข้าใจ จึงเป็นเรื่องขึ้น หัวหน้าแก๊งชักปืนออกมาจะยิงใส่ อาโก๊ะเตะปืนกระเด็นไปตกในมืออาปู้

“เก่งมากอาปู้ ส่งปืนไฟมาให้ข้า”

อาปู้จะยื่นปืนให้แต่นิ้วไปเกี่ยวไกลั่นปัง ทุกคนหลบกันจ้าละหวั่น ตำรวจสายตรวจผ่านมาเข้าระงับเหตุ เกิดความชุลมุนพักใหญ่

ooooooo

วันนี้เป็นวันฉายหนังรอบสื่อมวลชน จอห์นแต่งตัวเสร็จนั่งรอคิมหันต์อยู่นาน จึงเข้าไปเร่ง คิมหันต์ยังเลือกเสื้อผ้าไม่ลงตัว ให้จอห์นมาช่วยเลือก

“ชุดพี่ผมก็จัดให้แล้วนี่ไง พี่คิ้ม หล่อลึก สุขุม”

“ไม่เอา แก่...เอ็งอย่าลืมนะไอ้จอห์น วันนี้ข้าต้องไปแถลงข่าวคู่กับไอ้นาวิน สินสมุทร ข้าไม่ยอมให้มันละอ่อนกว่าข้าเด็ดขาด มันเด็กได้ ข้าก็แบ๊วได้”

“โธ่พี่ วัยขนาดนี้พี่ยังจะแบ๊วไปไหน แบ๊วไม่ขึ้นหรอก”

“ไม่จริง แองจี้เขายังเคยบอกเลย ว่าข้าดูอ่อนกว่าวัย”

“เขาหมายถึงสมองรึเปล่าพี่”

คิมหันต์โกรธจะไล่จอห์นออก จอห์นรีบขอโทษแล้วเข้ามาช่วยดูชุดที่คิมหันต์เลือกไว้ แต่ละชุดดูไม่เข้าท่า เหมือนนักมายากลบ้าง เหมือนหลุดจากบาร์เกย์บ้าง คิมหันต์อยากได้ออกเกาหลีๆ จอห์นบ่น จะเกาเหลาหรือเย็นตาโฟมากกว่า คิมหันต์โวยว่าเขาอยากแต่งตัวให้ดูเด็กลง จอห์นเอือมระอาจึงจัดให้ตามที่ต้องการ

คิมหันต์เดินมาที่รถ จอห์นต้องกุมขมับเพราะเขาสวมโอเวอร์โคต มีผ้าพันคออีกต่างหาก

“ก็ข้าเขินชุดที่เอ็งเลือกให้นี่หน่า ข้าก็เลยใส่โอเวอร์โคตทับไว้”

จอห์นว่าร้อนตับแตก ให้คิมหันต์ถอดออก ชุดที่ใส่เป็นสไตล์ของเรน แต่คิมหันต์แกล้งร้องเพลงบี้ แปลงเนื้อเป็น “มะเร็งในใจฉันแบบนี้ ฉันเลยมีอาการจะตายใช่ไหม...”

จอห์นเตือนว่าเรนไม่ใช่บี้ คิมหันต์บ่นว่าเขาร้องเพลงเกาหลีไม่เป็นนี่ จอห์นพูดปลอบใจว่าชุดนี้รับรองสาวกรี๊ดแน่...

ขณะเดียวกัน ตำรวจปล่อยตัวอาโก๊ะและอาปู้แถมพามาส่งที่ท่ารถ กำชับอย่าก่อเรื่องอีก ตำรวจเข้าใจว่าอาโก๊ะพาลูกมาตามหาสามีจึงเห็นใจ...ระหว่างที่รถแล่นไป อาปู้ปวดฉี่บอกอาโก๊ะ  เธอไม่รู้จะทำอย่างไรจึงให้กลั้นไว้ก่อน อาปู้ถามว่ากรุงเทพฯอีกไกลไหม อาโก๊ะหันไปถามคนที่นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ข้างๆ เขาตอบว่า อีกชั่วโมงกว่าๆ อาปู้อยากรู้ว่าชั่วโมงมันนานแค่ไหน

“น้องเห็นไอ้ที่แขวนอยู่ข้างหน้ารถมั้ย นั่นเขาเรียกว่า นาฬิกา พอเข็มยาวๆหมุนครบรอบนึงเมื่อไหร่ ก็คือหนึ่งชั่วโมง” ชายคนนั้นตอบด้วยความรำคาญ

อาปู้คิดจะไปหมุนให้เข็มยาวเดินเร็วขึ้น อาโก๊ะรีบห้าม “เฮ้ยไม่ได้ นาฬิกาเขามีไว้บอกเวลา ไม่ได้เร่งเวลา ผีฟ้าสอนไว้ รอหน่อยเถอะ เดี๋ยวก็ครบรอบแล้ว”

อาปู้อดทนจนแทบไม่ไหว อยากรู้ว่ามีิวิธีอื่นอีกไหม อาโก๊ะหันไปจะถามชายคนเดิมให้ พลันเห็นภาพคิมหันต์ถ่ายคู่กับนาวินบนหน้าหนังสือพิมพ์ก็ตกใจ ร้องเสียงดัง

“เฮ้ย...หมูหัน...” ทุกคนในรถพากันตกใจ...

ooooooo

ตอนที่ 4

เมื่อเห็นภาพคิมหันต์ในหน้าหนังสือพิมพ์ อาโก๊ะก็ดึงจากมือชายที่นั่งข้างๆมาดูทันที ปากก็พร่ำพูดทำไมมีรูปหมูหัน ชายเจ้าของหนังสือพิมพ์บ่นโกรธๆว่า ข่าวบันเทิงก็ต้องมีรูปดารา อาโก๊ะพยายามจะอ่าน สะกดทีละตัวอย่างลำบาก ทนไม่ไหวให้ชายคนนั้นอ่านให้ฟัง

“ข่าวนี้ฉันอ่านแล้ว เขาบอกว่าเย็นนี้จะมีการฉายหนังรอบสื่อมวลชนของเรื่อง มนต์แค้นพญายม ที่เอสพลานาด ดาราที่แสดงนำจะไปโชว์ตัวที่นั่น”

อาโก๊ะมองเวลาแล้ววิ่งไปที่หน้ารถ บอกคนขับให้ขับเร็วกว่านี้ คนขับบอกว่าไม่ได้ผิดกฎหมาย อาโก๊ะไม่รอช้าแย่งพวงมาลัยมาขับเอง แซงซ้ายแซงขวา ผู้โดยสารบนรถถูกเหวี่ยงไปมาสลับที่นั่งกันวุ่นวาย เกิดความโกลาหล บางคนกระดอนมานั่งคู่กันจนเกิดปิ๊งปั๊งกันขึ้น คนขับโวยวาย “นังหนูจอดก่อน เดี๋ยวรถคว่ำกันพอดี”

“ไม่จอด อาโก๊ะจะรีบไปหาหมูหัน”

พลันมีรถตัดหน้า คนขับรถร้องลั่นช่วยให้อาโก๊ะเบรกรถอย่างทันท่วงที...

บริเวณหน้าโรงหนังมีบิลบอร์ดรูปคิมหันต์ นาวินและซินดี้ ดารานำตั้งอยู่ ยุทธการกับชาญรบดูแลการจัดวางเพื่อเอาหน้าเสี่ยทรงชัยเท่านั้น สมพรเดินเข้ามาพร้อมเครื่องบันทึกเสียงตรงเข้าสัมภาษณ์เสี่ยทรงชัยถึงเรื่องการหายตัวไปของคิมหันต์ แต่เสี่ยปัดไปว่ายังไม่ถึงเวลาแถลงข่าว สมพรยิ้มเยาะบอกว่าตนอยากรู้ก่อนเรื่องคิมหันต์หลงป่า ยุทธการแปลกใจรู้ได้อย่างไร

“แหมรู้มายิ่งกว่านี้อีกนะคะ เพราะมีคนเขาลือว่า ระหว่างที่หลงป่าน่ะ คุณคิมหันต์ได้เมียเป็นคนป่าอีกด้วย ต๊ายตาย ไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่าพระเอกของเสี่ยจะเป็นไอ้พวกหน้ามืด”

“นี่คุณพูดจาระวังปากหน่อยนะคุณนักข่าว ถ้าพาดหัวแบบไม่มีหลักฐานล่ะก็ผมฟ้องแน่”

“ตามสบายค่ะเสี่ย เพราะสมพรมั่นใจว่าอีกไม่ช้า คิมหันต์ ประจัญบานต้องดับแน่”

คำพูดของสมพรทำให้ทุกคนอึ้ง เสี่ยทรงชัยเข้ามาในห้องแต่งตัว หน้าตาหงุดหงิด เล่าให้แองจี้ฟัง แต่เธอไม่เชื่อ เสี่ยทรงชัยเตือน “เออนี่แองจี้ อย่าลืมที่ป๊าเคยบอกนะ หนูต้องตีสนิทมัดใจนาวินเข้าไว้ ป๊าว่าอีกหน่อยหมอนี่ต้องดังแน่”
“ป๊า แองจี้ไม่ใช่ผู้หญิงสองใจนะคะ”

“สองใจที่ไหน เผื่อเหลือเผื่อขาดต่างหาก เกิดไอ้คิมหันต์มันตกอับขึ้นมา หนูจะกล้าแต่งงานกับมันเหรอลูก...” แองจี้ฟังแล้วเริ่มหวั่นไหวไม่น้อย

ในขณะที่นาวินกำลังแต่งตัว เขาคิดถึงอดีตที่เขากำลังตามจีบแองจี้ และแล้วเขาได้ยินแองจี้คุยมือถือกับเพื่อน “ฮะๆอะไรนะ นี่แกคิดว่าฉันจะคบนาวินเป็นแฟนจริงๆงั้นเหรอ...ที่ผ่านมา ฉันก็แค่อยากปั่นหัวเขาเล่นเท่านั้นเอง คนอะไรหลอกง่ายเป็นบ้า แต่ก็ดีนะแก คอยทำรายงานคอยวิ่งซื้อโน่นซื้อนี่ให้ เหมือนเป็นทาสรับใช้ไม่มีผิด...ได้สิ เอาไว้ฉันเบื่อๆเมื่อไหร่ แกก็มารับช่วงต่อละกัน เชื่อเหอะว่านายคนนี้เก่งแต่เรื่องเรียนเท่านั้นแหละเรื่องผู้หญิงน่ะไม่ประสาหร็อก”

นาวินทนไม่ไหวออกมาให้เธอเห็นว่าเขาได้ยินทั้งหมด แองจี้ตกใจเล็กน้อย แต่แล้วกลับเชิดขึ้นและว่า ช่วยไม่ได้ เขาอยากเซ่อซ่ามาจีบเอง ไม่รู้จักเจียมตัว...นาวินยืนอึ้ง จำความเจ็บปวดนั้นไม่มีวันลืม...

จอห์นขับรถมาถึง ถามคิมหันต์พร้อมจะเจอสื่อมวลชนไหม คิมหันต์ย้อนถามว่าตัวเขาดูดีหรือยังเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง จอห์นบ่นถามซ้ำซากอยู่ได้บอกว่าหล่อแล้วๆ คิมหันต์สวน

“ข้ารู้ว่าข้าหล่อ แต่วันนี้ต้องขอเป็นพิเศษหน่อยโว้ย วันนี้แหละไอ้นาวินมันต้องถูกกลบด้วยรัศมีของคิมหันต์ ประจัญบานคนนี้”

เสียงแฟนคลับกรี๊ดกร๊าด นักข่าวกรูมา ในจำนวนนั้นมีสมพรอยู่ด้วย คิมหันต์โพสท่าให้ถ่ายรูป สักพัก แองจี้วิ่งมาควงแขนให้เข้างาน คิมหันต์เดินมาสวัสดีเสี่ยทรงชัย เสี่ยแขวะ

“หล่ออย่างกับแลนเลยนะเอ็ง”

“เอ่อ เรนครับเสี่ย แลน มันตัวกินไก่ครับ”จอห์นรีบบอก

“เออนั่นแหละ สรุปว่าหล่อก็แล้วกัน” เสี่ยทรงชัยว่าแล้วก็เร่งให้คิมหันต์เข้าไปในงาน “อย่าอยู่แถวนี้เลยไอ้คิ้ม เชื่อข้าเถอะ มีคนจ้องจะเล่นงานเอ็งอยู่” เสี่ยทรงชัยบุ้ยหน้าไปที่สมพร

เข้ามาในห้องแต่งตัว คิมหันต์ตกใจเมื่อรู้จากเสี่ยทรงชัยว่า สมพรรู้เรื่องเขาหลงป่า แถมมีข่าวลือว่าเขามีเมียเป็นคนป่า คิมหันต์ตะลึง แองจี้ถามว่าเป็นความจริงหรือเปล่า เห็นคิมหันต์ปากคอสั่น จอห์นรีบตอบแทน

“โธ่คุณแองจี้ เป็นไปไม่ได้หรอกครับ ดาราใหญ่

อย่างพี่คิ้มน่ะ เหรอครับ จะมีเมียเป็นคนป่า ตลกที่สุด เป็นไปไม่ได้”

คิมหันต์ท่าทางหลุกหลิกเออออด้วย เสี่ยทรงชัยจึงเตือนให้ระวังตอนแถลงข่าวจะโดนยิงคำถามนี้ คิมหันต์พยักหน้ารับรู้ สบตาจอห์นเชิงจะทำอย่างไรดี...สองคนเข้ามาคุยกันในห้องน้ำท่าทางคิมหันต์ร้อนใจ จอห์นปลอบให้ใจเย็น ถึงสมพรรู้ก็ไม่มีหลักฐาน เพราะหลักฐานอยู่ในป่าลึกขนาดนั้น สมพรจะไปหามาได้อย่างไร และให้คิมหันต์ยืนยันหนักแน่นเข้าไว้ว่า...ไม่มีเมีย

ooooooo

งานรอบสื่อมวลชนนี้ นาวินควงเนริสา ให้เป็นคนขับรถไปในตัว เนริสายอมเพราะอยากไปเจอคิมหันต์...ในขณะเดียวกันรถทัวร์ที่อาโก๊ะนั่งมากรุงเทพฯ จอดส่งเธอกับอาปู้ลงที่ป้ายรถเมล์ ให้ต่อรถไปห้างเอาเอง แถมย้ำ

“รอไปเหอะ รถเมล์คันสีแดงๆ ถามเขาก่อนละกันว่าจะไปเอสพลานาดรึเปล่า แล้วอย่าไปแย่งเขาขับอีกล่ะจำไว้...”

อาโก๊ะร้องถามว่าห้างนั่นอยู่ไกลไหม คนขับรถตะโกนบอกว่าอีกสิบกิโล อาโก๊ะหันมาบอกอาปู้ให้เดินไปดีกว่า เพราะเงินมีไม่พอ...สองคนเดินเกะกะกลางถนน เนริสาขับรถมาเจอ เหยียบเบรกตัวโก่ง ห่างจากอาปู้ไม่ถึงคืบ เนริสากับนาวินตกใจที่สองคนเหมือนคนป่าหลงกรุง

นาวินลงจากรถมาถามสองคนว่าเป็นอะไรกันหรือเปล่า แล้วมายืนกลางถนนทำไมมันอันตราย ให้ไปเดินบนทางเท้า อาโก๊ะมองตามเห็นรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นไปแล่น ก็ว่านาวินโกหก นาวินทำหน้าปูเลี่ยนๆ เนริสาตามลงมาถามตกลงกันได้ไหม อาปู้เห็นเนริสาก็ร้องเรียก พี่คนสวย เนริสาจำอาปู้ได้ ทั้งนาวินและอาโก๊ะต่างแปลกใจ มองหน้ากันอย่างถูกชะตา

เสี่ยทรงชัยเริ่มหงุดหงิดที่ใกล้เวลาเริ่มงานแล้ว นาวินยังมาไม่ถึง ยุทธการรายงานว่า นาวินโทร.มาบอกว่ามีอุบัติเหตุนิดหน่อย คิมหันต์เบ้ปาก หาว่านาวินไม่มีระเบียบวินัย ยุทธการสวน “แหม พูดอย่างกับตัวเองมีระเบียบวินัยตายชัก ไอ้คิ้ม”

ชาญรบโผล่เข้ามาบอกว่า นาวินใกล้ถึงแล้วตอนนี้แองจี้ไปรอรับ คิมหันต์ไม่ค่อยพอใจ...

บนรถนาวิน มีอาโก๊ะกับอาปู้โดยสารมาด้วย เพราะรู้ว่าทั้งสองจะไปที่เอสพลานาดเหมือนกัน “อาโก๊ะมาหาผัว ผัวอาโก๊ะทำงานอยู่ที่เอส...เอสพา...”

นาวินต่อให้ว่าเอสพลานาด อาโก๊ะรีบบอกว่าใช่ๆ ผัวตนเป็นดาราหนัง นาวินกับเนริสาเข้าใจว่าคงเป็นตัวประกอบในหนังคนใดคนหนึ่ง นาวินรู้สึกชอบใจความซื่อสัตย์ของอาโก๊ะ

มาถึงหน้าห้าง แองจี้รอรับนาวิน พอเขาลงมาพร้อมเนริสานักข่าวถ่ายภาพกันใหญ่ แองจี้ทำหน้าฉงน นาวินแนะนำว่า เนริสาเป็นน้องสาว และบอกเนริสาว่าแองจี้เป็นลูกสาวเสี่ยทรงชัย

“สวัสดีค่ะ แหมบังเอิญจังเลย คุณแองจี้ชื่อเหมือนผู้หญิงคนที่เคยหักอกพี่นาวินเลยนะคะเนี่ย แถมยังเป็นลูกสาวเจ้าของบริษัทหนังเหมือนกันด้วยนะพี่นาวิน แปล๊กแปลกเนอะ”

เนริสาหันไปยิ้มกับเนวินแล้วต้องยิ้มค้างเมื่อนาวินกระซิบว่า คนเดียวกัน แองจี้ยิ้มๆ บอกว่าเรื่องมันนานมาแล้ว อย่าไปพูดถึงอีกเลย พลันมีเสียงทุบประตูปึกๆ เนริสามองไปตกใจที่เห็นอาโก๊ะกับอาปู้ ชี้โบ้ชี้เบ้ทำนองว่าเปิดประตูไม่เป็น เธอรีบเดินเลี่ยงไปเปิดให้ แองจี้ถามว่าใคร นาวินบอกว่า เมียทีมงานมาตามสามี นาวินหันไปเรียกเนริสาให้รีบเข้าไป และสั่งเนริสาให้พาสองคนเข้าไปในงาน  เขาต้องไปห้องแต่งตัว สมพรถ่ายรูปอาโก๊ะไว้หลายภาพอย่างสงสัยว่า งานแบบนี้ทำไมมีคนป่ามาด้วยหรือจะเป็นตัวประกอบ จึงไม่ติดใจ

เข้ามาในห้องแต่งตัว นาวินทักทายทุกคน คิมหันต์ตั้งแง่ไม่เป็นมิตรด้วย เอ่ยขอบใจที่มาเล่นแทนเขา แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องยุติลงแล้ว จอห์นปรามคิมหันต์ นาวินโต้ว่า

“คุณคิมหันต์พูดถูกแล้วครับ ผมไม่จำเป็นต้องทำงานแทนใครอีกต่อไป ในเมื่อผมกำลังจะมีผลงานเป็นของตัวเอง...ถูกมั้ยครับเสี่ย” นาวินหันมาถามเสี่ยทรงชัย

“เสี่ย นี่เสี่ยจะเซ็นสัญญากับมันเหรอครับ” คิมหันต์ไม่พอใจ

เสี่ยทรงชัยตัดบทเอาไว้คุยกันทีหลัง ตอนนี้ให้นาวินแต่งหน้าก่อนงานจะเริ่มแล้ว...เนริสาพาอาโก๊ะกับอาปู้มานั่งที่โต๊ะมุมหนึ่ง แล้วจะไปหาของกินมาให้ มาที่โต๊ะบุฟเฟ่ต์ เนริสาเจอกับจอห์นที่มาตักอาหารให้คิมหันต์ ตอนแรกจอห์นจำไม่ได้ แต่พอเนริสาทบทวนอย่างโกรธๆ  ให้ฟัง เขาก็ขอโทษว่าไม่ได้ตั้งใจ เนริสาเอาคืนด้วยการเอาจานขนมโปะหน้าจอห์นแล้วบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ...จอห์นถือจานอาหารหน้าตาเปรอะเปื้อนกลับมาหาคิมหันต์ บ่นว่าแฟนคลับของเขาเป็นคนทำ คิมหันต์ถามว่าคนไหน จอห์นปัดว่าเสร็จงานแล้วจะเล่าให้ฟัง

อาปู้กับอาโก๊ะทานอาหารที่เนริสาตักมาให้อย่างเอร็ดอร่อย ปากอาปู้เลอะเทอะ เนริสาเช็ดให้อย่างเอ็นดู อาโก๊ะรีบห้าม “เผ่าเคอห้ามไม่ให้หญิงชายแปลกหน้าถูกตัวกัน เป็นการชู้สาว”

“ตายจริง ถ้างั้นฉันก็เผลอแต๊ะอั๋งอาปู้แล้วสิ ไม่ว่ากันนะอาปู้” เนริสายิ้มๆ แล้วถามอาโก๊ะว่าสามีเธอชื่ออะไร

อาโก๊ะกำลังจะบอก พอดีเสียงแองจี้เป็นพิธีกรกล่าวเปิดงานเสียก่อน ทุกคนจึงหันไปมองบนเวทีรวมทั้งอาโก๊ะด้วย คิมหันต์กับนาวินสวมหน้ากาก เหยี่ยวสลาตัวกับเหยี่ยวถลาลม แสดงการต่อสู้กับเหล่าร้าย ท่ามกลางเสียงปรบมือของผู้ชม จบการต่อสู้ สองคนจับมือกัน คิมหันต์ถือโอกาสบีบมือนาวินอย่างแรง คิดยิ้มๆ

“คิดจะเทียบรุ่นกับฉันใช่มั้ยไอ้หน้าอ่อน อย่างแกมันต้องเจอกับของจริงแบบนี้”

นาวินหน้านิ่ง บีบมือกลับ คิมหันต์หน้าเหยเก นาวินยิ้มๆ “ขอโทษ ผมนึกว่าคุณชอบเล่นแรงๆซะอีก”

คิมหันต์ฝืนยิ้มกับคนดู แองจี้เข้ามาทำหน้าที่พิธีกรสัมภาษณ์ ถามคิมหันต์ว่าเตรียมการซ้อมเล่นบทบู๊นานแค่ไหน คิมหันต์ตอบว่า สามเดือน  แองจี้ทำหน้าเอือมๆ เพราะนานขนาดนั้นหนังสร้างเป็นปีแน่ พอถามนาวิน เขาตอบว่า “ผมไม่ทันได้เตรียมตัวเลยครับ พอดีทีมงานติดต่อผมมากะทันหันมาก ก็เลยต้องอาศัยความสามารถส่วนตัวล้วนๆ”

“ต๊าย ขนาดไม่ทันตั้งตัว ยังเล่นได้ขนาดนี้ คงต้องยอมรับว่าคุณนาวินมีพรสวรรค์แล้วล่ะค่ะ ใช่มั้ยคะท่านผู้ชม” แองจี้หันไปถามคนดู

คิมหันต์ออกอาการไม่พอใจ  แองจี้จะถามคำถามต่อไป แต่สมพรชิงพูดขึ้น “ขอโทษค่ะ เผอิญดิฉันสงสัยตรงที่คุณบอกว่าทีมงานติดต่อมากะทันหัน แสดงว่าบทของคุณไม่ได้อยู่ในหนังเรื่องนี้ตั้งแต่แรกเหรอคะ”

“ครับ น่าจะใช่”

“เป็นไปได้มั้ยคะ ว่าบทถูกเขียนขึ้นมาใหม่ ในช่วงที่คิมหันต์หายตัวไป”

แองจี้ตัดบทว่ายังไม่ถึงเวลาสัมภาษณ์ สมพรตะโกนถามว่า ตนได้ข่าวระหว่างถ่ายทำคิมหันต์หลงป่า  จึงเอานาวินมาเสียบแทน  คิมหันต์โมโห “แล้วไง หลงป่าแล้วผิดตรงไหน เป็นพระเอกหนังห้ามหลงป่าเหรอคุณ”

“เปล่าค่ะ แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่า ในระหว่างที่คุณหลงป่า คุณไปทำอะไรมาบ้าง...ได้ข่าวว่าคุณมีซัมติ้งรองกับสาวชาวป่าด้วยเหรอคะคุณคิมหันต์”

“คุณพูดเรื่องอะไร ไม่จริง คนอย่างผมน่ะเหรอจะไปกุ๊กกิ๊กกับคนป่า”

สมพรท้าให้คิมหันต์สาบาน ชาติหน้าขอให้เป็นตุ๊ด คิมหันต์ทนไม่ไหวดึงหน้ากากออกโวย “โธ่เว้ย ผมเหลืออดแล้วนะ ทำไมผมต้องสาบานด้วย คำพูดของผมเชื่อถือไม่ได้หรือไง”

อาโก๊ะเห็นหน้าคิมหันต์ชัดเจนก็ดีใจร้องเรียก “หมูหัน ผัวจ๋า อาโก๊ะอยู่ทางนี้”

เนริสาตกใจปรามอาโก๊ะให้เบาๆ อาโก๊ะบอกว่าตนเจอผัวแล้วอยู่บนเวที  คิมหันต์กับสมพรยังเถียงกันอยู่ เสียงอาโก๊ะดังขัดขึ้น “ผัวจ๋า...เมียอยู่ทางนี้ มาหาหมูหันแล้ว คิดถึงเมียรึเปล่า”

“นรกแตก ฟ้าแยก แผ่นดินยุบ ฝาหม้อบุบ ทัพพีพัง กะละมังหาย” คิมหันต์ช็อก

แองจี้หันมาถามว่าเด็กนั่นเรียกเขาหรือเปล่า จอห์นปราดเข้ามาถามคิมหันต์จะเอาอย่างไรดี อาโก๊ะพยายามแหวกผู้คนเข้ามาที่หน้าเวที  เนริสาตามร้องห้าม  แองจี้หันไปโวยสมพร

“ฝีมือเธอใช่มั้ยยัยสมพร เธอจ้างนังนี่มาใส่ร้ายคิมหันต์”

“ทำไมฉันต้องจ้างด้วยยะ นายคิมหันต์ของเธอมันมั่วเองต่างหาก”

แองจี้หันไปถามคิมหันต์ เขามองไปที่จอห์น จอห์นรีบแล่นไปขวางอาโก๊ะไว้ไม่ให้ขึ้นไปบนเวที อาโก๊ะโวยวายจะขึ้นไปหาหมูหัน จอห์นกระซิบให้ไปเจอกันหลังเวที อาปู้ปราดมาเตะผ่าหมากจอห์น ทำเอาเขาถลาไปกอดและจูบแก้มเนริสาที่วิ่งตามมาพอดี เนริสาร้องกรี๊ดแล้วชกหน้าจอห์นหน้าหัน อาปู้บอกอาโก๊ะทางสะดวก แต่แองจี้เรียก รปภ.มาลากตัว อาโก๊ะต่อสู้สุดตัว มีอาปู้เป็นผู้ช่วย จน รปภ.กระเจิง

เสี่ยทรงชัยเห็นแล้วบ่นอุบ ยุทธการว่าความหายนะ อยู่ตรงหน้าแล้ว ชาญรบถามเป็นแผนโปรโมตของเสี่ยหรือ เสี่ยทรงชัยโวย “เอ็งจะบ้าเหรอไอ้ชาญ หนังข้ามีเรื่องคนป่าที่ไหน แล้วเอ็งเป็นคนเขียนสคริปต์ เอ็งดูไม่ออกหรือไงวะ”

“ถ้างั้นก็แสดงว่ายัยนี่เป็นเมียไอ้คิ้มจริงๆ” ชาญรบสรุป เสี่ยทรงชัยลมแทบจับ

จอห์นกุมเป้าโขยกเขยกมาบอกคิมหันต์ให้เผ่นก่อน แต่คิมหันต์ไม่ไปเพราะจะกลายเป็นว่าเขายอมรับ จอห์นเตือน “ยังไงก็ต้องถอยไปตั้งหลักก่อน เชื่อผมเถอะพี่ ขืนอยู่ต่อไปพี่มีหวังโดนแห่ประจานแน่”

คิมหันต์ยอมตามจอห์นไป อาโก๊ะเห็นจะตามแต่ถูกรปภ.กันจะใช้กระบองฟาด นาวินเข้ามาจับกระบองไว้ อาโก๊ะฉวยโอกาสซัด รปภ.สลบ แล้วดึงอาปู้วิ่งตามคิมหันต์ สมพรเห็นตามอาโก๊ะไปอีกทอด ทุกคนวิ่งผ่านหน้าเสี่ยทรงชัย ยุทธการและชาญรบไป ทำเอาเสี่ยเป็นลมล้มพับ

สองคนมาหลบในห้องน้ำหลังโรงหนัง จอห์นถามคิมหันต์ตรงๆว่า เด็กนั่นเป็นเมียคิมหันต์จริงหรือไม่ คิมหันต์โวย “ข้าไม่ได้เอา ข้าถูกบังคับต่างหาก แล้วนี่ข้าจะแก้ข่าวยังไงดีวะ ไอ้จอห์น ชื่อเสียงของข้าต้องพังยับแน่”

ระหว่างนั้น อาโก๊ะให้อาปู้ซึ่งมีความสามารถพิเศษ ตามกลิ่นได้เหมือนสุนัข อาโก๊ะเอาหน้ากากคิมหันต์ที่โยนทิ้งไว้ให้อาปู้ดม อาปู้ตามกลิ่นมาจนถึงหน้าห้องน้ำ สมพรยิ้มกริ่มพาพวกนักข่าวย่องตาม...อาโก๊ะมาเคาะประตูเรียก จอห์นร้องบอกว่าไม่มีใครอยู่ อาโก๊ะโกรธจะพังประตูเข้าไป จอห์นจำต้องยอมให้เข้ามาแล้วรีบล็อกประตูตามเดิม เข้ามาถึงอาโก๊ะโวย

“หมูหันทำแบบนี้กับอาโก๊ะได้ยังไง หมูหันหนีมา อาโก๊ะไม่เคยว่า หมูหันโกหกว่าจะมาทำงานแค่ไม่นานแต่ก็หายตัวไป อาโก๊ะก็ทนได้ แต่พอเจอหน้ากันทำไมต้องวิ่งหนีอาโก๊ะ”

คิมหันต์อ้างว่าเขาตื่นเต้น จอห์นช่วยแก้ตัวให้ว่าคิมหันต์หนีพวกนักข่าว ไม่ได้หนีเธอ อาปู้ถามว่านักข่าวคืออะไร อาโก๊ะอธิบายว่า คือพวกหาข่าวไปขายให้ชาวบ้าน แต่เธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมคิมหันต์ต้องหนี

“ฉันเคยบอกแล้วไงว่าฉันเป็นนักแสดง เป็นคนมีชื่อเสียง อาชีพของฉันมันต้องขายภาพลักษณ์ความเป็นชายโสด”

“โสดที่ไหน หมูหันมีเมียแล้วนะ” อาโก๊ะแย้ง

จอห์นอธิบายว่าทำแบบนั้นคิมหันต์จะตกงาน อาโก๊ะ ให้กลับไปอยู่กับตน คิมหันต์ต้องขอร้องไม่ให้อาโก๊ะบอกใคร ชีวิตเขาขึ้นอยู่กับงาน มันเป็นความฝันของเขา พลันสมพรมาเคาะประตูปังๆ คิมหันต์รีบให้อาโก๊ะสัญญาว่าจะไม่บอกใครว่าเป็นเมียเขา อาปู้ไม่พอใจ
“นี่มันเกินไปแล้วนะพี่หมูหัน พี่อาโก๊ะอุตส่าห์หนีออกจากบ้านมาตามหาพี่ แต่พี่กลับไม่ยอมรับ ทำแบบนี้มันใช้ไม่ได้นี่นา”

“ใช่ ฉันมันเลว ฉันมันชั่ว ฉันมันไม่ดี”

“มีเมียเป็นคนป่ามันน่าอายนักหรือไง คนป่าไม่ใช่คนงั้นเหรอ จำได้มั้ยว่าใครช่วยชีวิตหมูหันเอาไว้ ตอนเสี่ยงทายกับผีฟ้าด้วยกัน ผีฟ้าก็บอกว่าเราเป็นเนื้อคู่กัน อาโก๊ะจะพูดความจริง”

คิมหันต์เล่นมุกร้องไห้เสียใจ จอห์นเห็นแล้วงง ตอนแสดงไม่เห็นร้องไห้ได้ ทีอย่างนี้น้ำตาแตกคร่ำครวญ “เมียจ๋า ถ้าเมียต้องการทำลายชีวิตของผัวตาดำๆคนนี้ ผัวจะทำยัง

ไงได้ แต่รู้ไว้ด้วยนะ ถ้าเมียประกาศความจริงออกไปเมื่อไหร่ ก็เท่ากับเมียฆ่าผัวคนนี้ทั้งเป็น ฮือๆๆ”

จอห์นช่วยกล่อมให้อาโก๊ะยอมช่วยคิมหันต์ อาโก๊ะลังเลมองคิมหันต์ที่ร้องไห้ตีอกชกหัวอย่างบ้าคลั่ง...สมพรกับพวกนักข่าวปักหลักรอหน้าห้องน้ำ แองจี้ประคองเสี่ยทรงชัย ตามมาพร้อมยุทธการและชาญรบ สมพรตะโกนบอกคิมหันต์ ถ้าไม่เปิดประตูออกมา พวกตนจะพังเข้าไป พอนับ ห้า สี่ สาม สอง ประตูเปิดออก จอห์นโผล่ออกมาแล้วเบี่ยงให้คิมหันต์ก้าวขึ้นมาด้วยมาดเก๊กหล่อ “ว่าไงครับเพื่อนๆนักข่าวที่น่ารักทุกท่าน”

“ไม่ต้องมาแหลเลยไอ้ดาราหัวงู บอกความจริงมาดีกว่า เด็กชาวป่าคนนั้นถูกแกล่อลวงมาใช่มั้ย” สมพรยิงคำถามอย่างดุเดือด

“คำถามนี้เป็นคำถามที่ดีมากครับ แต่ว่าไม่ใช่”

สมพรตวาดว่าโกหก คิมหันต์ให้อาโก๊ะมาชี้แจง “คือ อาโก๊ะเข้าใจผิดไปเอง ตอนอยู่ในป่า อาโก๊ะช่วยหมูหัน เอ๊ย... คิมหันต์เอาไว้ เขาก็เลยสัญญาว่าจะให้อาโก๊ะมาเป็นแม่บ้าน”

“คืออาโก๊ะเขาสับสนระหว่างคำว่าแม่บ้านกับภรรยาน่ะครับ ก็เลยคิดว่าคิมหันต์จะแต่งงานกับเขา” จอห์นขยายความ

นักข่าวฮือฮา สมพรไม่เชื่อซักไซ้อาโก๊ะให้ประกาศออกมาตามจริง อาโก๊ะมองหน้าคิมหันต์ก่อนจะพูดว่า “ประกาศทำไม คิมหันต์ไม่ใช่ผัวของอาโก๊ะซะหน่อย”

คิมหันต์ถอนใจ เสี่ยทรงชัยตัดบทให้ทุกคนเขียนข่าวให้ถูกต้องและยุติการสัมภาษณ์ นักข่าวถามอีกข้อว่าคิมหันต์จะตอบแทนบุญคุณอาโก๊ะอย่างไร คิมหันต์ว่าจะอุปการะจนกว่าเธอจะโตมีงานการทำเลี้ยงตัวเองได้หรือไม่ก็บรรลุนิติภาวะ สมพรถามอาโก๊ะว่าอายุเท่าไหร่ เธอตอบว่าอายุสิบเจ็ด สมพรทำเสียงสูง นี่ถ้ามีอะไรก็คงเป็นคดีพรากผู้เยาว์ คิมหันต์กับจอห์นไอเสียงดัง...คุกๆๆๆ

จบเรื่องข่าว เสี่ยทรงชัย ยุทธการ และชาญรบมาซักไซ้คิมหันต์ในห้องแต่งตัวว่า ทุกอย่างเป็นความจริงแน่หรือ แล้วต่อไปจะมีใครมาดูหนัง ชาญรบถามคิมหันต์

“ไอ้พวกชอบของแปลกอย่างเอ็ง มีเหรอวะจะพลาดโอกาส เอ็งบอกข้ามาตรงๆดีกว่าไอ้คิ้ม ตอนหลงป่าเอ็งไปได้เสียกับตัวอะไรอีกบ้าง”

“นี่คนนะไอ้ชาญ ไม่ใช่กระต่ายหลงป่านะโว้ยไม่ได้ไปสวิงกิ้ง เอ็งคิดกับข้าแบบนี้ได้ยังไงวะ พี่ยุทธ ผมเหมือนคนบ้ากามเหรอพี่” คิมหันต์ไม่พอใจหันไปถามยุทธการ

ยุทธการตอบว่า เหมือน...คิมหันต์ร้อง เย้อ...แองจี้ใจเสียแต่ทำใจบอกทุกคนว่า ดีเสียอีกพรุ่งนี้เป็นข่าวใหญ่หนังจะได้ดังไปด้วย แต่เสี่ยทรงชัยบ่น “เออ ถ้าเป็นข่าวแล้วมีคนมาดูหนังก็ดีไป แต่ถ้าไม่มีใครมาดูล่ะก็ ไอ้คิ้ม เอ็งต้องรับผิดชอบ”

คิมหันต์หน้าเจื่อน เห็นยุทธการกับชาญรบส่ายหน้าอย่างระอา...พอปลอดคน แองจี้ให้คิมหันต์ยืนยันว่าไม่ได้หลอกตน ถ้าตนรู้ความจริง เราเลิกกัน คิมหันต์ยิ่งหน้าเสีย

ooooooo

ระหว่างที่รอคิมหันต์เคลียร์กับเสี่ยทรงชัย จอห์นหาของกินมาให้อาโก๊ะกับอาปู้กิน คิมหันต์เดินหน้าละเหี่ยกลับมา บ่นว่าเสี่ยทรงชัยขู่ไปตามเรื่องแต่ไม่ กล้าทำอะไรกับดาราดังอย่างเขา จอห์นเอือมกับความโอ้อวดของคิมหันต์ เนริสาเดินเข้ามาทักถามอาโก๊ะว่าเรียบร้อยดีไหม คิมหันต์กระซิบถามจอห์นว่าคนนี้ใคร จอห์นตอบเบาๆว่าแฟนคลับพี่ที่เล่นงานเขา

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"โม" ใจอ่อนยวบ "ชิน" ส่งตาหวาน "ไบร์ท"โมโหหึงตาแทบลุกเป็นไฟ ใน "ถึงห้ามใจก็จะรัก"
21 เม.ย. 2564

00:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 00:14 น.