ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

มือปราบเหยี่ยวดำ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1
  • 2
  • 3

อุดมเป็นห่วงเนตรดาวที่ชอบไปทำข่าวภาคสนามในสถานการณ์เสี่ยงๆ ยิ่งเธอเกาะติดคดีล่าแก๊งตี๋ใหญ่ยิ่งเป็นกังวล กลัวความใจถึงของเธอจะทำให้มีอันตราย จึงตัดสินใจพาไปหัดยิงปืน

“คิดยังไงคะถึงชวนเนตรมาหัดยิงปืนแบบนี้น่ะ”

“ก็จะอะไรอีกล่ะ คุณเล่นทำข่าวชนิดไม่กลัวตาย เผื่อเกิดอะไรขึ้นมาจะได้ป้องกันตัวทันยังไงล่ะครับ”

บรรดลตามมาด้วย เห็นเพื่อนรักทุ่มเทอย่างที่ไม่เคยมาก่อนแล้วอดทึ่งไม่ได้ แต่เขาเข้าใจหัวอกคนมีความรักดีว่าคงยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องหัวใจตัวเอง

ระหว่างที่พวกตำรวจวางแผนจับกุม...ตี๋ใหญ่ตัดสินใจเด็ดขาดรับงานฆ่าวสันต์ ประทีปรับหน้าที่ขับรถ พามาสำรวจทางหนีทีไล่หน้าโรงพักดำเนินสะดวก  เห็นสีหน้าจริงจังของเพื่อนก็อดเตือนไม่ได้

“ไอ้ตี๋...มึงฆ่าคนมาเป็นสิบแล้วก็จริง แต่ฆ่าตำรวจมันไม่หมูนะโว้ย”

“ใช่...งานนี้หินก็จริง แต่ค่าจ้างมันคุ้ม ไม่แค่นั้น... เราจะได้ล้างแค้นไอ้สารวัตรวสันต์ที่มันตามไล่บี้พวกเราจนต้องเผ่นไปอยู่ที่อื่นกันหมด บ้านตัวเองแท้ๆแต่กลับอยู่ไม่ได้ แค่จะไปเยี่ยมพ่อเยี่ยมแม่ก็ยังไม่ได้เลย”

ตี๋ใหญ่พูดด้วยความคับแค้นใจเพราะยังเคือง

ที่ครั้งก่อนสารวัตรใหญ่ไปดักจับเขาที่บ้านพ่อแม่ โดยไม่รู้เลยว่าเวลาเดียวกันนั่นเอง...วสันต์เป้าหมายของเขากำลังยืนฟังรายงานของลูกน้องที่เพิ่งบุกทลายบ่อนเสี่ยโจ

“จับได้แต่เจ้ามือกับพวกนักเล่นเหมือนเดิม ไม่มีวี่แววเสี่ยโจเลยพี่”

“ฮึ...ถึงจะไม่ได้ตัวมัน แต่ถ้าเรายังกัดไม่ปล่อยแบบนี้ มันต้องมีขยาดกันบ้างแหละ ไม่ใช่คิดจะเปิดก็เปิด อย่างกะบ่อนเสรีเหมือนที่ผ่านมา”

“มันกล้าแบบนี้ก็เพราะเส้นมันใหญ่ คิดว่าใครก็ทำอะไรมันไม่ได้”

“ใหญ่แค่ไหนก็ไม่สน ไม่อย่างนั้นคนที่นี่เขาจะถามว่ามีตำรวจไว้ทำไม”

เสี่ยโจโกรธมากที่วสันต์บุกทลายบ่อน สร้างความเสียหายและทำให้ชวดผลประโยชน์จำนวนไม่น้อย จนต้อง โทร.ขอความช่วยเหลือจากผู้มีอิทธิพลที่สนับสนุนกันมาตลอด จึงได้รู้ว่าไม่มีใครนิ่งนอนใจ เหล่าเจ้าพ่อ มาเฟียและผู้เสียผลประโยชน์ทั้งหลายกำลังวิ่งเต้นย้ายวสันต์ไปท้องที่อื่น และหากไม่ทันใจจะลงขันกันจ้างตี๋ใหญ่ไปฆ่า!

ตี๋ใหญ่แวะบอกเสี่ยปิ่นเรื่องตกลงรับงานฆ่าวสันต์ เลยได้เงินค่าจ้างล่วงหน้าก้อนใหญ่ เช่นเดียวกับบรรดล

ในคราบจงที่ไปเอายาเสพติดจากหนูที่บ้านโชติในกรุงเทพฯ ตามแผนลวงที่วางไว้กับทีม

บรรดลพยายามตีสนิทและขอเอี่ยวเรื่องงานสกปรกอื่นๆด้วย แต่หนูบอกปัดเหมือนเดิม อ้างว่าตี๋ใหญ่จะเป็นคนตัดสินใจเลือกคนและวางแผนทุกงานด้วยตัวเอง

ooooooo

หนูเชื่อสนิทว่าบรรดลในคราบจงอยากทำงานด้วยจริงๆ แถมพฤติกรรมเสี่ยงตายเพื่อช่วยชีวิต

ที่ผ่านมาหลายครั้ง ยิ่งทำให้สมาชิกแก๊งมือซ้ายของตี๋ใหญ่เชื่อว่าหลานชายอาเจ็กคนนี้ไว้ใจได้ ถึงขั้นมอบปืนพกของรักให้พกติดตัว

อาเจ็กเฝ้ามองด้วยความเป็นห่วง นับวันแผนแฝงตัวของพวกตำรวจก็เริ่มหนักข้อและถลำลึกขึ้นทุกที จนอดเตือนหลานชายหลอกๆด้วยความหวังดีไม่ได้ว่าให้ระวังตัว

ระวังใจ...อย่าไปผูกพันกับพวกแก๊งมาก!

บรรดลตระหนักถึงคำเตือนของอาเจ็ก บ่ายวันเดียวกันนั้นจึงรุดไปรายงานตัวกับสมศักดิ์ที่กองปราบฯ

“เป็นไงมั่งเรื่องนัดเอาของจากไอ้หนู”

“เจอตัวมันแล้วพี่ แต่คนอื่น...พอได้เงินส่วนแบ่งจากการปล้นแล้วก็หายกันไปหมด”

“สืบต่อไป คนอย่างไอ้หนู ตีสนิทมันได้ เดี๋ยวมันก็พล่ามออกมาเองว่าพวกมันแต่ละตัวหลบอยู่ที่ไหนกันบ้าง”

“แต่เราใช้เงินไปเยอะแล้วนะพี่กับค่ายาน่ะ”

“ไม่ต้องห่วง ถ้าจัดงบให้ไม่ได้ พี่จะหาให้เอง”

สีหน้าและท่าทางจริงจังของสมศักดิ์ทำให้บรรดลนึกอยากท้วงบางอย่าง แต่ถูกอีกฝ่ายตัดบท

“บอกแล้วไงว่าไม่ต้องห่วง ขออย่างเดียว...ช่วยกันลากคอพวกมันมาให้ได้!”

อุดมแวะมารอหน้ากองปราบฯ เห็นสีหน้าเป็นกังวลของเพื่อนรักก็อดแซวไม่ได้

“โหย...บรรยากาศโคตรตึงเครียดเลย”

“ไม่เครียดได้ยังไงล่ะ อุตส่าห์จับพวกมันมาได้แต่พวกมันดันหนีไปได้อีก หนังสือพิมพ์ ทีวีทุกช่อง เล่นข่าวด่าตำรวจกันสนุกปาก ทั้งๆที่พวกเราต้องเสี่ยงตายกันอยู่ทุกวัน”

“คงไม่มีทางอื่นหรอก นอกจากรีบล่าตัวพวกมันมาให้เร็วที่สุด”

“ใช่...ถึงต้องพลิกแผ่นดินก็ต้องทำ!”

บรรดลกับอุดมวุ่นวายตามล่าแก๊งตี๋ใหญ่ บุกจับ บุกค้นแทบทุกแหล่งกบดานเท่าที่มีเบาะแส แต่จับใครไม่ได้ นพวรรณเป็นห่วงเขา ยิ่งเขาหายหน้าไปหลายวัน ยิ่งร้อนรน อยากเห็นหน้าให้หายคิดถึง แต่ก็ทำได้แค่คิด เพราะชีวิตจริงอาชีพพยาบาลมีเรื่องให้ทำและคนไข้ต้องดูแลตลอดเวลา

แต่เหมือนสวรรค์จะไม่ใจร้าย เมื่อวันหนึ่งนพวรรณได้รับสายของบรรดลที่ส่งเพลงและส่งเสียงมาทักทายด้วยความรักและคิดถึง โดยมีอุดมเฝ้ามองอาการเพ้อรักเหมือนคนบ้าของเพื่อนห่างๆ...หมั่นไส้แต่ก็มีความสุขไปด้วย

ooooooo

ตี๋ใหญ่หอบเงินปึกใหญ่ที่ได้เป็นค่าจ้างฆ่าวสันต์ไปหาพรที่ห้องเช่า สาวน้อยจากเชียงใหม่ถึงกับตาโตเมื่อเห็นเงิน แต่กระนั้นยังทำกระเง้ากระงอดเพราะงอนที่เขาปิดบังความลับบางอย่าง

ข่าวการปล้นของแก๊งตี๋ใหญ่ถูกถ่ายทอดทั่วประเทศ ไม่เว้นแต่ละวัน พรเห็นข่าวและได้ยินรายงานอยู่เสมอ แม้แต่คืนนี้ที่เขาแวะมาหาเพื่อหาความสุขจากเรือนร่างของเธอเหมือนเคย

ตี๋ใหญ่ไม่เคยบอกว่าตัวเองเป็นโจร แต่ภาพข่าวที่ตำรวจประกาศจับและพฤติกรรมหลายอย่างของเขาทำให้พรเชื่อมั่นจนต้องหาทางพิสูจน์ด้วยตัวเอง  และคืนนี้เธอก็ตัดสินใจหยิบปืนมาจากเป้ของเขา

จอมโจรใหญ่แกล้งทำไม่รู้เรื่อง อ้างว่าเพื่อน

ฝากปืนไว้ พรเลยโพล่งออกไป

“ทำไมต้องหลอกกันด้วย เห็นพรเป็นเด็กโง่ ไม่รู้ประสีประสาหรือไง พรแค่รอว่าเมื่อไรพี่จะบอกความจริง”

“พูดอะไรเนี่ยพร”

“ข่าวตี๋ใหญ่ออกทุกวัน ถึงในข่าวจะเป็นรูปถ่ายเก่า แต่ใครดูก็รู้ทั้งนั้นว่าเป็นพี่”

พรสบตาเอาจริง ตี๋ใหญ่ถึงกับถอนใจยาว

“รู้แล้วจะเอายังไง เลิกกันเหรอ”

“ถ้าคิดจะเลิก พรไปนานแล้ว ไม่อยู่ให้เจอหน้าหรอก...ตราบใดที่พี่ยังรักพร ยังให้ในสิ่งที่พรต้องการ ยังทำให้พรมีความสุข พรจะไม่ไปไหน พรจะอยู่ที่นี่ กับพี่”

“พี่สัญญา...ไม่ว่าพรต้องการอะไร พี่จะหามาให้ทุกอย่าง”

พูดพลางดึงตัวไปกอด พรไม่ขัดขืน แต่ลอบยิ้มร้าย...มั่นใจว่าจะมีเงินใช้ไม่ขาดมือ!

นอกจากวสันต์...ตี๋ใหญ่ยังรับงานมือปืนฆ่าคนอื่นด้วย และสาธิต ทนายความหนุ่มใหญ่ที่ทำคดีขัดผลประโยชน์ผู้มีอิทธิพลก็เป็นเหยื่ออีกหลายวันต่อมา ประทีป โตและปื๊ดมาร่วมงานนี้ด้วย ช่วยคุ้มกันตี๋ใหญ่เข้าไปที่สำนักงานทนายความเพื่อยิงแสกหน้าสาธิตตายคาที่!

กว่าตำรวจจะมาถึง พวกคนร้ายสวมหน้ากาก ตามคำให้การของเหล่าพยานในสำนักงานทนายความ ก็สลายตัวหมดแล้ว อุดมรับหน้าที่สอบปากคำพยานจนได้ข้อสันนิษฐานสาเหตุการฆาตกรรมว่าอาจเป็นเพราะคดีที่ดินที่สาธิตทำขัดผลประโยชน์นักการเมืองท้องถิ่น

“หมอชันสูตรบอกว่ากระสุนเข้าตรงกลางหน้าผากพอดี ก่อนซ้ำที่หัวใจอีกนัด เอาให้ชัวร์ว่าตายแน่ กระสุนที่มือปืนใช้เป็นสิบเอ็ด มม.”

เนตรดาวมาทำข่าวเหมือนเคย นิ่วหน้าสงสัยเพราะเกาะติดคดีตี๋ใหญ่มานาน

“เป็นไปได้ไหมว่าเป็นฝีมือตี๋ใหญ่”

อุดมพยักหน้า “เป็นไปได้...แต่เรายังไม่กล้ายืนยัน เพราะสิบเอ็ด มม.เนี่ย พวกมือปืนอาชีพมันชอบกันนัก แล้วทุกวันนี้ มือปืนก็เกลื่อนเมืองไปหมด”

“แล้วพวกที่อยู่ในเหตุการณ์ ไม่มีใครยืนยันได้เลยเหรอคะ”

“ทนายที่เห็นเหตุการณ์บอกได้แค่ว่าพวกมันมากันสี่คน คนที่ดูเป็นหัวหน้าสวมเสื้อเชิ้ต สวมแว่นดำ แต่พอเอารูปตี๋ใหญ่ให้ดู เขาก็ไม่แน่ใจว่าใช่”

“แล้วแบบนี้จะตามตัวคนร้ายได้ยังไงล่ะคะ”

“ไม่ต้องห่วง ยังไงเราต้องตามจับพวกมันมาให้ได้ ไม่ว่าจะจับเป็นหรือจับตาย!”

ooooooo

เสี่ยปิ่นเอาเงินปึกใหญ่ ค่าจ้างฆ่าสาธิตมาให้ตี๋ใหญ่ พร้อมคำชมจากผู้จ้างวานว่างานดี ไม่มีหลักฐานให้สาวถึงตัว ตี๋ใหญ่รับมาถือไว้โดยไม่นับ เสี่ยปิ่นเลยถือโอกาสถามถึงงานฆ่าวสันต์

“รออีกไม่นานหรอกเฮีย ตอนนี้ผมสั่งเด็กคอยตามมันห่างๆ ได้ช่องเมื่อไหร่ ผมซัดทันที”

“ถ้าเอ็งเก็บไอ้สารวัตรวสันต์สำเร็จ รับรอง...ชื่อตี๋ใหญ่จะดังยิ่งกว่าใคร!”

ตี๋ใหญ่คุยกับเสี่ยปิ่นไม่นานก็มาขึ้นรถแท็กซี่ที่ประทีป โต ปื๊ดและดำรออยู่ จอมโจรใหญ่แบ่งเงินค่าจ้างให้ทุกคนที่ไปสำนักงานทนายความด้วยกัน โตรับมาใส่กระเป๋าแล้วขอตัวทันที

ดำได้แต่มองตามงงๆ ก่อนอดเปรยขำๆ

“พวกเอ็งนี่ก็พอกัน ไปไหนมาไหนอย่างกับผี เดี๋ยวไปโผล่ที่นู่น เดี๋ยวไปโผล่ที่นี่”

“ถ้ายังไม่อยากตายกลายเป็นผีไปจริงๆก็ต้องเป็นผีตั้งแต่ยังไม่ตายแบบนี้แหละ”

ตี๋ใหญ่ตอบเสียงเรียบ ดำถึงกับชะงัก แต่ก็เห็นด้วย เพราะอยู่ไม่เป็นหลักแหล่งนี่เองทำให้พวกตำรวจตามกลิ่นแก๊งตี๋ใหญ่ไม่ง่าย...นอกจากจะมีคนให้เบาะแส อุดมได้เบาะแสว่าโตกบดานในซอยแห่งหนึ่ง เลยโทร.บอกเนตรดาวให้มาซุ่มดูเป็นเพื่อน แต่รออยู่นานก็ไม่เห็นวี่แววของโต สมาชิกแก๊งมือขวาจอมวางแผนของตี๋ใหญ่

“นี่คุณ...นี่หลอกเนตรมานั่งเป็นเพื่อนอีกหรือเปล่าเนี่ย”

“เปล่าหลอก...สายยืนยันมาว่าไอ้โตยังป้วนเปี้ยนแถวนี้ ดักรอมันหลายวันแล้ว กะว่ายังไงมันต้องโผล่มาสักวัน”

“แล้วถ้าเขาไม่ยอมมาสักทีล่ะ”

“ก็รอต่อไป ยิ่งมีคุณอยู่ด้วยแบบนี้ นานแค่ไหนก็รอได้”

“บอกเหรอ...ว่าจะอยู่ด้วยตลอดน่ะ”

ระหว่างที่อุดมกับเนตรดาวหยอกล้อกัน...โตที่เพิ่งแยกจากตี๋ใหญ่กลับมาถึงที่ซ่อนตัว แต่สำเหนียกได้ถึงความผิดปกติ โดยเฉพาะรถแปลกปลอมที่จอดไม่ไกลจากที่ซ่อนตัวของตนนัก จึงแอบหนีไปอีกทาง

อุดมมองเห็นหลังโตไวๆจากกระจกหลัง รีบลงไปตามจับ จนเกิดยิงปะทะกัน แต่โตใช้ความชำนาญในพื้นที่และความคล่องตัวเพราะอยู่คนเดียว ไม่มีเนตรดาวให้เป็นห่วงเหมือนอุดม เล็ดลอดหนีไปได้

โตหัวเสียมาก หลบไปซ่อนตัวที่อู่นายฟื้น สถานที่กบดานอีกแห่งของสมาชิกแก๊งตี๋ใหญ่

“แล้วนี่มึงจะเอายังไงต่อวะโต เมียมึงยังอยู่ซอยนั้นไม่ใช่เหรอ” ประทีปถามขึ้น

“บอกมันแล้วล่ะ ให้ทยอยขนของออกมา อย่าให้ตำรวจสังเกต”

“แล้วให้มันย้ายไปอยู่ที่ไหนวะ”

“กลับบ้านนอก ฉันกะว่ามีเงินเก็บอีกหน่อยจะกลับไปอยู่ด้วยกัน เลิกทำงานแบบนี้ เอาเงินไปทำฟาร์มวัวนม”

ทิพย์ไม่อยากเชื่อหู และอดเตือนไม่ได้

“เอ็งคิดเหรอว่าขึ้นหลังเสือแล้ว นึกจะลงเมื่อไหร่ก็ลงได้น่ะ”

“ก็จริงแหละเจ๊ มันคงไม่ง่ายหรอกที่จะเริ่มใหม่ แต่คนเราก็ควรมีความฝันไม่ใช่เหรอ”

โตคิดจะวางมือจริงๆเมื่อถึงเวลา ทุกคนได้แต่ส่ายหน้าปลงๆเพราะไม่เชื่อว่าจะมีวันเป็นไปได้ โดยเฉพาะประทีป...เห็นเป็นเรื่องไร้สาระ เพ้อฝันและไม่มีวันเป็นจริง

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้

"แก้ว-โทนี่" เขินหนักไม่ถนัดสวีตต่อหน้าคนอื่น ทุกๆ การเดินทางคือการเรียนรู้
28 ก.พ. 2563
08:15 น.