ตอนที่ 2
บรรดลกลับไปอู่อาเจ็กในเวลาต่อมา อุดมรับฟังเรื่องราวความรักของเพื่อนด้วยสีหน้าตื่นเต้น อดบ่นด้วยความเสียดายแทนไม่ได้ที่เพื่อนรักต้องหยุดความสัมพันธ์ชั่วคราวเพราะภารกิจลับล่าตี๋ใหญ่
สองหนุ่มปรับทุกข์กันด้วยความเข้าอกเข้าใจเพราะเป็นเพื่อนรู้ใจกันมานาน ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง เมื่ออาเจ็กวิ่งมาบอกว่าคนที่จะพาเข้าแก๊งตี๋ใหญ่มาถึงอู่
โชติ อดีตนักเลงเจ้าถิ่นนั่นเองที่อาเจ็กเล็งจะให้ช่วยพาบรรดลเข้าแก๊งตี๋ใหญ่ อุดมรีบจัดฉากตามแผนสวมบทเป็นอันธพาลขาใหญ่บุกเอาเรื่องอาเจ็กกับจงถึงอู่พร้อมพาพรรคพวกซึ่งจ้างมาปลอมตัวพังข้าวของจนเละ
“นี่แค่หนังตัวอย่างนะ ถ้าอีกสามวันลื้อไม่เตรียมเงินไว้ให้อั๊ว อั๊วกับพวกจะเผาอู่ลื้อให้ราบไปเลย”
“เงินค่าอะไร อั๊วไปติดหนี้พวกลื้อตั้งแต่เมื่อไร”
“ไม่ใช่หนี้อะไรหรอก แค่ลูกพี่เขาขอมา”
อาเจ็กกับจงเล่นละครตบตาโชติอย่างแนบเนียน แกล้งทำตาโตเมื่ออุดมแอบอ้างชื่อตี๋ใหญ่ให้มารีดไถค่าคุ้มครอง ลวงให้โชติที่ยืนฟังทุกอย่างด้วยสีหน้านิ่งสงบ
ตาลุกทันทีที่ได้ยินชื่อตี๋ใหญ่
โชติยอมรอจนพวกอุดมในคราบอันธพาล
ผละจากอู่ จึงได้โพล่งถาม
“มีเรื่องอะไรเหรอเจ็ก”
“ก็อย่างที่ลื้อเห็นนั่นแหละอาโชติ ตี๋ใหญ่มันคงบ้าไปแล้ว คนเห็นๆกันมาไม่รู้ตั้งกี่สิบปี ไม่รู้ว่ามันเอาสมองส่วนไหนคิด ถึงได้ส่งคนมาขู่เอาเงินกันง่ายๆแบบนี้”
บรรดลหรือจงเห็นดังนั้น แกล้งพูดให้สมบทบาท
“แจ้งตำรวจดีไหมเจ็ก”
“ไม่มีประโยชน์หรอก เกิดพวกมันจะเผาอู่อั๊วจริงๆ ตำรวจทั้งกรมก็ช่วยไม่ได้ ถ้าตำรวจแน่จริง ป่านนี้ตี๋ใหญ่โดนจับไปนานแล้ว ไม่ลอยนวลสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านอยู่จนป่านนี้หรอก”
“แต่ฉันว่างานนี้ไม่น่าจะใช่ตี๋ใหญ่” โชติค้านเสียงเรียบ
“ไม่ใช่ไอ้ตี๋ใหญ่แล้วจะเป็นใครไปได้ มันพูดชื่อชัดซะขนาดนั้น”
“พวกแอบอ้างไง ใช้ชื่อตี๋ใหญ่หากิน มีทั้งที่ปล้น จับคนไปเรียกค่าไถ่ แล้วก็แบบที่เจ็กเจอวันนี้เรียกค่าคุ้มครอง”
“แล้วอย่างนี้อั๊วจะทำยังไงดีล่ะอาโชติ”
“ไม่ต้องห่วงเจ็ก...เดี๋ยวฉันเคลียร์ให้เอง”
ooooooo
โชติตามแผนการพวกตำรวจไม่ทัน กระโจนลงหลุมพรางของอาเจ็กกับบรรดลที่เล่นละครตบตาเป็นเหยื่อถูกรีดไถโดยกลุ่มอันธพาลที่แอบอ้างชื่อตี๋ใหญ่
อุดมจ่ายเงินให้เด็กหนุ่มที่จ้างมาเป็นลูกน้องไปอาละวาดที่อู่ ก่อนจะคุยกับบรรดลอย่างจริงจังให้ระวังตัว เพราะรู้ดีว่าแก๊งตี๋ใหญ่ระแวงพวกสายตำรวจแค่ไหนขั้นตอนนี้เลยน่าจะยากลำบากไม่น้อย
โชติพาอาเจ็กกับจงไปหาทิพย์ที่บ้านเพื่อบอกข่าวแก๊งอันธพาลแอบอ้างชื่อตี๋ใหญ่เพื่อรีดไถ แต่ทิพย์เป็นพวกขี้ระแวง เพราะอดีตผัวสุดที่รักเคยถูกสายตำรวจยิงตาย เลยทำให้ทุกอย่างยุ่งยาก
ทิพย์ลงมือสังหารสายตำรวจคนนั้นล้างแค้นให้ผัว และจากนั้นเป็นต้นมา โจรสาวก็ไม่เคยไว้ใจใครง่ายๆ ขี้ระแวงหนักจนบางครั้งสร้างความรำคาญให้แก่คนในแก๊ง ยกเว้นตี๋ใหญ่
โชติเล่าข้อมูลของทิพย์เพื่อให้อาเจ็กกับจงระวังตัว ไม่ให้พูดมากจะถูกสงสัยจนเป็นเรื่องใหญ่ บรรดลซึ่งสวมบทเป็นจงพยักหน้ารับรู้นิ่งๆ ก่อนตัดสินใจแอบถอดเครื่องดักฟังที่ติดตัวออก
สมศักดิ์กับอุดมที่ฟังเสียงจากเครื่องดักฟังของบรรดลได้แต่ถอนใจหงุดหงิด รู้ดีว่าบรรดลคงมีเหตุผล แต่อดเป็นห่วงไม่ได้ที่อีกฝ่ายต้องเสี่ยงเข้ารังแก๊งตี๋ใหญ่ตามลำพัง
ทิพย์สั่งให้ปื้ดสมาชิกแก๊งคนล่าสุดค้นตัวอาเจ็กกับจงโดยละเอียด โชติส่ายหน้าเอือมๆกับความขี้ระแวงของทิพย์ ก่อนจะเป็นฝ่ายเปิดฉากเล่าเรื่องมีอันธพาลแอบอ้างชื่อตี๋ใหญ่เพื่อรีดไถ
หนูที่เพิ่งฟื้นตัวจากการถูกซ้อมแวะมาบ้านทิพย์ทันได้ยินทุกอย่าง โพล่งอย่างหัวเสีย
“ไอ้พวกนั้นก็แค่กาฝาก อาศัยชื่อตี๋ใหญ่หากินเท่านั้นแหละ ถ้าพวกมันมาอีกเมื่อไร บอกได้เลย ฉันจะเอาปืนไปยิงแม่งเรียงตัวด้วยมือของฉันเองเลย”
อาเจ็กกับจงได้ยินดังนั้นก็ทำท่าโล่งใจและขอตัวกลับ ทิพย์เข้ามาขวาง โชติเลยปรามเสียงเรียบ
“ทิพย์...สองคนนี้เขาแค่ต้องการความกระจ่าง ขอเถอะ...อย่าทำอะไรเกินเลย”
“ไม่เกินเลยหรอกพี่โชติ แค่อยากรู้ว่าหลานอาเจ็กคนนี้ลูกเต้าเหล่าใคร ทำไมฉันไม่เห็นหน้ามาก่อน”
พูดพลางส่งสายตาสำรวจจงอย่างเปิดเผย อาเจ็กเห็นท่าไม่ดีจะเล่าที่มาของหลานชาย แต่ประทีปที่มักป้วนเปี้ยนในบ้านทิพย์ตามประสาคนขี้เกียจส่งเสียงห้ามไว้ บรรดลในคราบจงเลยต้องช่วยตัวเอง
“ฉันชื่อจง...เตี่ยฉันเป็นพี่คนโตของอาเจ็ก เตี่ยมีหลายเมีย แม่ใหญ่ แม่รอง แล้วก็แม่ของฉันที่ไปได้กันที่กรุงเทพฯ ฉันอยู่กรุงเทพฯมาตั้งแต่เกิด ไม่เคยมาที่นี่เลย เพราะแม่เกลียดเตี่ยถึงขั้นไม่เผาผี จนแม่ตายนั่นแหละ...ฉันถึงได้เดินทางมาตามหาเตี่ย แต่ก็ไม่ทันได้เห็นหน้า เตี่ยเสียไปหลายปีแล้ว”
จงเล่าอย่างไหลลื่น อาเจ็กยิ้มปลื้ม สำทับตามอย่างเป็นธรรมชาติ
“ใช่...อั๊วเห็นว่าอีลำบาก พ่อแม่ไม่มี เงินทองก็ไม่ค่อยมีก็เลยชวนมาช่วยงานที่อู่ จะได้มีเงินเรียนหนังสือ”
“เรียนที่ไหน ไม่ได้เรียนที่กรุงเทพฯเหรอ” ทิพย์ถามอย่างจับผิด
“ฉันเรียนรามน่ะ ไม่ต้องเข้าเรียนตลอดก็ได้ ขอแค่ขยันอ่านหนังสือแล้วไปสอบให้ครบทุกวิชาก็พอ”
คำตอบของจงทำให้ทุกคนคลายความสงสัย หนูเห็นดังนั้นเลยตัดบทให้หยุดถามและเตือนให้ทุกคนรู้ว่าจงเป็นผู้มีบุญคุณ ช่วยเขาตอนถูกพวกเสี่ยโจซ้อมปางตายที่บ่อน และตอนนี้ก็ถึงเวลาทดแทนบุญคุณแล้ว...
ooooooo
แม้แต่โชติก็หมดข้อสงสัยและเรื่องคาใจเกี่ยวกับจงหลานชายห่างๆของอาเจ็ก ขับรถพาทั้งสองไปส่งอู่หลังจากนั้น อาเจ็กลอบถอนใจโล่งอก ก่อนจะหันไปยิ้มแย้มขอบคุณโชติ
“ขอบใจมากนะอาโชติ ได้ยินกะหูตัวเองชัดๆแบบนี้ อั๊วนี่โล่งใจเหมือนยกภูเขาออกจากอกเลยล่ะ”
“ไม่เป็นไรหรอกเจ็ก คนกันเอง มีอะไรช่วยกันได้ก็ช่วย เซ็งก็แต่นังทิพย์นั่นแหละ ระแวงไม่เข้าเรื่อง ฉันนะเคยช่วยมันกับผัวมาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่”
“ก็จริงนะ...ตั้งแต่ผัวตายนี่อียิ่งเป็นเอามาก เออ...ยังไงให้อั๊วได้เลี้ยงข้าวเลี้ยงเหล้าขอบใจลื้อสักมื้อนะ”
โชติหัวเราะพลางปฏิเสธ แต่อาเจ็กยืนกรานจนเขาต้องรับปาก แลกกับการที่อีกฝ่ายต้องดูแลรถเขาอย่างดี
บรรดลสลัดคราบจงหลานชายของอาเจ็กทิ้งทันทีที่ลับตาโชติ อุดมรออยู่แล้วในห้องพักของอู่ เห็นเพื่อนกำเครื่องดักฟังแน่นก็อดบ่นไม่ได้
“ยังดีนะเนี่ยที่แกไหวตัวทัน ถอดไมค์ออกซะก่อน ไม่อย่างนั้นมีหวังได้กลับบ้านเก่าแน่”
“ถือว่าโชคดีมากกว่า ต่อจากนี้เครื่องดักฟังหรืออะไรที่จะทำให้พวกมันสงสัย คงใช้ไม่ได้อีกแล้วล่ะ”
“เออ...แล้วเรื่องที่ไอ้หนูมันนัดแกไปเจอ ตกลงแกจะไปจริงๆเหรอ”
“เราไม่มีทางอื่นนี่หว่า ถ้าจะแฝงตัวเข้าแก๊งตี๋ใหญ่ก็มีทางเดียว คือเราต้องทำให้พวกนั้นเชื่อใจให้ได้”
“แล้วถ้าเกิดงานที่เขาให้ทำเป็นงานผิดกฎหมายล่ะ”
“ก็ขึ้นอยู่กับว่าเป็นงานอะไร”
“ถ้าต้องปล้นหรือเป็นมือปืนฆ่าคนล่ะ...แก จะทำไหม”
บรรดลตอบไม่ถูกเหมือนกันว่าเขาจะตัดสินใจแบบไหน จนกระทั่งได้สวมบทเป็นจงอีกครั้งในวันต่อมาเพื่อเจอหนูตามนัด สมุนคนสำคัญของตี๋ใหญ่ส่งปืนให้เขาลองยิง
“ง่ายๆ...ใช้มือที่ถนัดจับปืน อีกมือนึงประคองไว้ นิ้วสอดเข้าไปในไกปืน เล็งไปที่เป้าหมายแล้วก็ลั่นไก”
จงแกล้งทำเป็นเงอะๆงะๆ ยิงไม่เข้าเป้า หนูเชื่อสนิทว่าอีกฝ่ายไม่เคยใช้ปืน จัดท่าจัดทางให้เต็มที่
“อย่างนั้นแหละ...จำไว้...ถ้าจะหากินแถวนี้ต้องหัดยิงปืนให้เป็น ใครแรงมาเราก็ต้องแรงกลับไป ให้พวกมันรู้ว่าเราไม่ใช่ลูกเจี๊ยบที่มันจะบีบเล่นยังไงก็ได้”
หนูแค้นเสี่ยโจไม่หายที่ซ้อมเขาเกือบตาย อยากล้างแค้นใจแทบขาดแต่ยังหาโอกาสไม่ได้ บรรดลในคราบจงรู้ดีแต่ไม่พูดอะไร นอกจากหัดยิงปืนไปเรื่อยๆ โดยมีหนูช่วยสอน
“แต่ละคนเหมาะกับปืนไม่เหมือนกัน ต้องหาปืนคู่ใจให้เจอ หรือบางทีก็ตรงข้าม ปืนต่างหากที่ตามหาเรา”
“แล้วเรื่องงานที่ว่าจะให้ทำ”
“เฮ้ย...ยังพูดเรื่องปืนไม่จบเลย ใจร้อนจริงนะ เอ็งเนี่ย”
หนูเป็นพวกคลั่งปืนเลยจ้อไม่หยุด เมื่อถูกถามเปลี่ยนเรื่องดื้อๆก็อดเคืองไม่ได้ แต่เห็นว่าจงเคยช่วยชีวิตไว้เลยจะช่วยหางานขายของให้ทำ จงพอเดาได้ว่าขายอะไรแต่ยังตีมึนบอกว่าไม่เคยทำ
“ไม่เคยก็ไม่มีปัญหา อยู่ที่ใจมากกว่า ขอแค่ใจกล้าอย่างเดียว ทำได้แน่”
“จะให้ฉันขายอะไรเหรอ...”
ooooooo










