ตอนที่ 2
อาเจ็กเป็นคนพาบรรดลกับอุดมมาบ้านตี๋ใหญ่ แต่ขอรอหน้าปากซอย ไม่เข้าไปด้วยเพราะกลัวถูกเห็นหน้า อุดมเลยอาสาเข้าไปดูลาดเลาเพราะไม่อยากให้บรรดลที่แฝงตัวในคราบจงหลานอาเจ็กออกหน้าเร็วเกินไป
ตี๋ใหญ่ไม่ทันระวัง มัวคุยกับสำอางและแตน แม่แท้ๆกับน้องสาว เถียงกันเรื่องเงินที่สำอางไม่อยากรับ แตนต้องรับแทนและสัญญาจะแบ่งให้แม่กับป๋องน้องชายคนเล็กอีกที อุดมเห็นหน้าตี๋ใหญ่จังๆก็ปรากฏตัวและประกาศจับ!
สุภาพได้ยินเสียงปืนก็คิดถึงลูกชายคนโต ตี๋ใหญ่กำลังวิ่งหลบกระสุนที่หน้าบ้าน อุดมพยายามไล่ตามแต่ก็พลาด ปื้ดโผล่มาพร้อมมอเตอร์ไซค์คู่ใจพาตี๋ใหญ่หนีไปได้
บรรดลกับอาเจ็กได้ยินเสียงปืนจากบ้านตี๋ใหญ่ก็ตามไปดูด้วยความเป็นห่วง คลาดกับตี๋ใหญ่และปื้ดอย่างหวุดหวิด เห็นแต่อุดมกระฟัดกระเฟียดตามลำพังเพราะจับตัวตี๋ใหญ่ไม่ได้
สำอางร้องไห้สะอึกสะอื้น โดยมีแตนยืนปลอบไม่ห่าง สุภาพเห็นท่าผู้บุกรุกทั้งสามก็นึกรู้ว่าคงเป็นพวกตำรวจ ตัดสินใจเดินไปขอร้องให้ลูกชายคนโต
“ผมรู้...ไอ้ตี๋มันก่อกรรมทำเข็ญไว้มาก แต่ผมขออะไรอย่างนึงได้ไหมครับ...อย่าจับตายมัน”
อุดมกับบรรดลมองหน้ากันเครียดๆ ลำบากใจมาก สุภาพรู้ดีแต่ยังอ้อนวอน
“ได้ไหมครับ...จะจับมันไปลงโทษยังไงก็ได้ ขออย่างเดียวเท่านั้นแหละ...อย่าฆ่ามัน”
ทุกคนสะเทือนใจมากกับเหตุการณ์นี้ ไม่เว้นแม้แต่คณะของเนตรดาวที่เพิ่งมาถึงพร้อมจ่ายะสายข่าวประจำดำเนินสะดวก จากที่ตั้งใจจะรายงานสดจากบ้านตี๋ใหญ่ เลยต้องยั้งมือไว้...
ปื้ดพาตี๋ใหญ่ไปส่งบ้านทิพย์อย่างปลอดภัย แต่นอกจากจะไม่ได้คำขอบคุณ ยังถูกไล่กลับ
“อะไรอะเฮีย...คนเขาอุตส่าห์พาหนี ส่งถึงที่ปุ๊บ จะไล่กลับเลยเหรอ”
“แล้วเอ็งจะเอาไง”
“ให้ฉันทำงานกับเฮียเถอะ ฉันไม่อยากเรียนหนังสือ แล้วก็ไม่อยากอยู่บ้านทำสวนไปจนตายด้วย”
“ไม่! เอ็งต้องกลับไปเดี๋ยวนี้”
“จะให้กลับได้ยังไงล่ะ ดีไม่ดีตอนเอามอเตอร์ไซค์ไปรับเฮีย ไอ้ตำรวจนั่นมันเห็นฉันแล้ว แล้วก็รู้ว่าเราพวกเดียวกัน กลับไปก็โดนจับติดคุกหัวโตเท่านั้นเอง”
ตี๋ใหญ่ลังเลไม่อยากดึงปื้ดมาร่วมแก๊งด้วยแบบเต็มตัว แต่เด็กหนุ่มตื๊อไม่เลิก
“เถอะน่า...ขอฉันทำงานด้วยนะ”
“ก็ได้...แต่อย่าพูดนะว่าเอ็งเป็นโจรเพราะเฮีย”
“ไม่หรอก...ฉันเลือกทางของฉันเอง”
ooooooo
อาเจ็กกับบรรดลแยกตัวกลับก่อนเพราะไม่อยากให้ใครสงสัยว่าเป็นสายตำรวจ ทิ้งอุดมให้นั่งคุยกับครอบครัวของตี๋ใหญ่พร้อมคณะของเนตรดาวที่อยากได้ข้อมูลมาทำสกู๊ปพิเศษ
สำอางหยุดร้องไห้แล้ว ยกน้ำดื่มมาให้แขกทุกคน สุภาพจึงได้เริ่มเล่าเรื่องตี๋ใหญ่
“ผมไม่เคยคิดเลยว่าไอ้ตี๋มันจะเป็นไปได้ถึงขนาดนี้”
“แต่ก่อนเขาเป็นยังไงเหรอคะ” เนตรดาวสวมวิญญาณนักข่าวทันที
“มันเป็นเด็กดี ช่วยงานพ่อแม่ทุกอย่าง ทำงานรับจ้าง เก็บพืชผักพืชสวน ช่วยเขาล่องเรือขนไปขายที่กรุงเทพฯ ได้เงินมาเท่าไรก็เอาให้แม่หมด แต่เพราะกรุงเทพฯนี่แหละที่เปลี่ยนมันเป็นคนละคน”
ภาพอดีตฉายชัดในใจสุภาพ จำได้ดีว่าตี๋ใหญ่ลูกชายคนโตเข้ากรุงเทพฯเพื่อหางานทำเมื่อหลายปีก่อนเหมือนวัยรุ่นคนอื่น ประทีป เพื่อนสมัยเด็กช่วยหางานให้ ทุกอย่างทำท่าจะดี ถ้าตี๋ใหญ่กับประทีปจะไม่ถูกอันธพาลเจ้าถิ่นหาเรื่องและขู่กรรโชกเอาเงินค่าจ้างไปต่อหน้าต่อตา
เพราะความเลือดร้อนและเกลียดการถูกเอาเปรียบ ตี๋ใหญ่เลยบุกเอาเรื่องอันธพาลเจ้าถิ่นพร้อมขวานด้ามยาว และวีรกรรมครั้งนั้นก็ทำให้ชื่อของตี๋ใหญ่เป็นที่รู้จักในแวดวงนักเลง
“ไอ้ตี๋มันไม่ใช่คนเลวหรอกครับ มันก็แค่คนที่ถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องพลาดเดินทางผิดเท่านั้นเอง”
สุภาพเชื่อเช่นนั้น แต่กระนั้นก็รู้สึกผิดที่ยอมให้ลูกชายคนโตไปทำงานกรุงเทพฯ
“ถ้ารู้ว่ามันจะเป็นอย่างนี้ ผมคงไม่ยอมให้มันไปกรุงเทพฯ ผมผิดเอง...ผิดเองที่ยอมให้มันไป”
พูดพลางน้ำตาไหล สภาพน่าหดหู่ของสุภาพทำให้ทุกคนตรงนั้นสะเทือนใจ โดยเฉพาะเนตรดาวที่ตัดสินใจได้ในนาทีนั้นจะพักเรื่องทำสกู๊ปพิเศษเกี่ยวกับตี๋ใหญ่ไว้ก่อน
หมี ตากล้องคู่ใจเห็นใจครอบครัวของตี๋ใหญ่
ไม่ต่างกัน แต่ยังย้ำถามเนตรดาวเพื่อความแน่ใจ
“ถามจริงเถอะเนตร เปลี่ยนใจไม่ทำแล้วเหรอ ไอ้สกู๊ปเส้นทางอาชญากรตี๋ใหญ่ที่ตั้งใจไว้น่ะ”
“เอาไว้ก่อนเถอะพี่หมี จิตตกยังไงก็ไม่รู้ เห็นแบบนี้แล้วนึกถึงหัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่น่ะ”
“โอเค...งั้นก็ถือว่ามาหาข้อมูลก็แล้วกัน แล้วค่อยมากันใหม่อีกที”
อุดมออกจากบ้านตี๋ใหญ่มาสมทบกับบรรดลและอาเจ็กที่รถ อดบ่นด้วยความเสียดายไม่ได้ที่จับตี๋ใหญ่ไม่สำเร็จ บรรดลเข้าใจเพื่อนดี แต่ห่วงเรื่องเนตรดาวมากกว่า เพราะพวกนักข่าวมักจมูกไว กลัวเรื่องแฝงตัวจะแตกโดยไม่ตั้งใจ อุดมเลยอาสาไปเจรจากับนักข่าวสาวให้
เนตรดาวมีสีหน้างงๆเมื่อเห็นอุดมเดินหน้าเครียดมาบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะขอร้อง
“ผมอยากให้คุณเก็บเป็นความลับ ต่อจากนี้...ไม่ว่าจะเจอกันที่ไหน ห้ามให้ใครรู้เด็ดขาดว่าพวกผมเป็นตำรวจ”
น้ำเสียงจริงจังของเขาทำให้เธอแปลกใจไม่น้อย แต่ก็หมั่นไส้อยากแกล้ง
“ค่ะคุณตำรวจ อุ้ย! ลืมตัวไปน่ะค่ะ ว่าแต่...ถ้าไม่ให้เรียกคุณตำรวจแล้วจะให้เรียกว่าอะไรดีล่ะคะ”
“อุดมครับ”
“ค่ะ...คุณอุดม ขอตัวก่อนนะคะ”
เนตรดาวขึ้นรถกลับไปแล้ว ทิ้งอุดมให้มองตามตาลอยเพราะความสวยของอีกฝ่าย บรรดลรู้ทัน แกล้งแซวขำๆ หยอกกันไปมาตามประสาผู้ชาย จนอาเจ็กต้องมาตามให้กลับเพราะหิวข้าวแล้ว...
ooooooo
เหตุการณ์บุกจับตัวถึงบ้านทำให้ตี๋ใหญ่โกรธมาก เร่งวางแผนร่วมกับสมาชิกแก๊งเพื่อหาทางหนีทีไล่ในระยะนี้ โดยมีปื้ด สมาชิกคนล่าสุดร่วมวงด้วย เพราะไม่อยากกลับบ้านไปเรียนหนังสือหรือทำงานหนักอีก
บรรดลมั่นใจว่าแก๊งตี๋ใหญ่ต้องมีความเคลื่อนไหวในเร็ววัน เพราะเหตุการณ์บุกจับเป็นตัวกระตุ้นอย่างดี แต่ก่อนจะถึงเวลานั้น ตำรวจหนุ่มขอทำตามหัวใจเรียกร้องด้วยการแวะไปหานพวรรณที่หอพักพยาบาล
นพวรรณเรียนจบและผ่านการฝึกงานแล้ว จึงเตรียมเก็บของย้ายออก พยาบาลสาวมัววุ่นวายกับ
ลังข้าวของมากมาย เลยไม่ทันตั้งตัวเมื่อบรรดลบุกมาหาถึงห้อง
“เดี๋ยวนะ...คุณเข้ามาได้ยังไงเนี่ย”
“ประตูเปิดอยู่ก็เข้ามาได้สิครับ”
“โหย...จริงด้วย แล้วใครบอกกันล่ะว่าวรรณอยู่ห้องนี้”
“อย่าลืมสิครับว่าผมเป็นตำรวจ สืบอะไรๆมาตั้งเยอะ เพราะฉะนั้นแค่นี้สบายมาก...ให้ผมช่วยนะครับ”
ไม่ใช่แค่บรรดลที่ไปตามหาหัวใจ ตี๋ใหญ่ก็แวะไปหาปรารถนาเมียรักในวันเดียวกัน อดีตนางงามชะงักเล็กน้อยเมื่อถูกกอดจากด้านหลัง แต่สัมผัสและกลิ่นอันคุ้นเคยก็ทำให้ผ่อนคลาย ทักผัวงอนๆ
“มาได้แล้วเหรอ นึกว่าตายไปนานแล้วซะอีก”
“พูดดีๆหน่อยสิ คิดถึงจะแย่อยู่แล้ว แต่มันมาไม่ได้จริงๆ”
พูดพลางซุกไซ้ซอกคอเมียด้วยความรักและคิดถึง แต่ปรารถนาขืนตัวไว้ คาดคั้นเสียงเข้ม
“ทำไมถึงมาไม่ได้ หรือว่ามัวแต่กกกอดใครอยู่”
“หนาก็รู้...เฮียไม่เคยจริงจังกับใครนอกจากหนาคนเดียว”
“อย่าให้รู้ก็แล้วกัน”
ทุกอย่างทำท่าจะดี แต่ตี๋ใหญ่ดันถามถึงลูก เพราะไม่เคยรู้ว่าลูกโตจนไปโรงเรียนได้แล้ว ปรารถนาเลยของขึ้น
“เฮียเคยสนใจหนากับลูกมั่งไหม หรือสนใจแต่ตัวเอง”
“หนา...ไม่ว่าเฮียจะอยู่ที่ไหน ทำอะไร เฮียไม่เคยลืมหนากับลูกเลยแม้นาทีเดียว รออีกหน่อยนะ สักวัน...
เราจะอยู่กันพร้อมหน้า ไม่มีใครต้องไปไหนอีก”
“ไม่มีทางหรอก ตราบใดที่เฮียยังไม่เลิกเป็นโจร”
ปรารถนาพลั้งปากด้วยความโมโห ตี๋ใหญ่ถึงกับนิ่งงันจนเมียรักเริ่มใจไม่ดี
“เฮียเลิกทำงานผิดกฎหมายได้ไหม เรามาเริ่มต้นชีวิตกันใหม่นะเฮียนะ”
คำขอร้องของเมียรักทำให้ตี๋ใหญ่พูดไม่ออก ได้แต่หยิบเงินมาวางไว้ปึกใหญ่ ก่อนผละไปเงียบๆ ทิ้งปรารถนาให้มองตามด้วยน้ำตา...เมื่อไหร่กันที่ครอบครัวของเธอจะสงบสุขเหมือนครอบครัวอื่น
สถานการณ์ความรักของตี๋ใหญ่ลุ่มๆดอนๆเหมือนเคย ต่างจากบรรยากาศสีชมพูของบรรดลกับนพวรรณ ที่ส่งสายตาเป็นประกายหากันตลอดเวลาหลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาพักใหญ่
นพวรรณยอมให้บรรดลมาคุยด้วยในห้อง พลางชี้ชวนให้เขาดูภาพถ่ายบนโต๊ะ
“รูปถ่ายวันพิธีรับหมวกพยาบาลค่ะ เป็นวันสำคัญที่สุดในชีวิตพยาบาลทุกคน การรับหมวกพยาบาลเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกว่าหน้าที่ของเราเริ่มต้นขึ้นแล้ว และเราจะอุทิศตัวเพื่องานนี้”
“คุณคงภูมิใจสินะครับที่ได้ช่วยชีวิตคน”
“ค่ะ...มันเป็นความใฝ่ฝันของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง จากที่เคยคิดแค่จะได้แต่งชุดสวยๆ ทุกวันนี้วรรณไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว นอกจากการได้เป็นพยาบาลที่ดี”
“คุณจะว่าอะไรไหม ถ้าผมจะขอรูปนี้”
“จะเอาไปทำไมเหรอคะ”
“ผมแค่...อยากรู้สึกว่ามีคุณอยู่ใกล้ๆตลอดเวลาน่ะครับ”
แววตาบอกความรู้สึกของเขาทำให้นพวรรณใจเต้นแรง ก่อนจะชวนเขาถ่ายภาพด้วยกันเป็นที่ระลึก บรรดลยิ่งกว่ายินดีจะถ่ายรูปด้วย แต่กระนั้นหน้าที่ก็ทำให้เขาบอกที่อยู่ตัวเองไม่ได้ พยาบาลสาวพยักหน้าเข้าใจดี
“ถ้างั้นวรรณจะอัดเก็บไว้ให้ จนกว่า...เราจะได้พบกันอีกครั้ง”
ooooooo










