ตอนที่ 12
ไม่ใช่แค่ปรารถนาที่ต้องหัวใจสลาย ตี๋ใหญ่ก็รู้สึกผิดไม่น้อยที่ทิ้งลูกเมีย รวมทั้งพ่อแม่และน้องๆให้เผชิญหน้าความลำบากและความอับอายตามยถากรรม แต่ถึงกระนั้น...เส้นทางโจรที่เลือกแล้วก็ทำให้เขาถอยหลังไม่ได้ คงต้องเดินต่อและตายกันไปข้างหากถูกล่าตัว
บรรดลเสียใจมากที่มีส่วนทำให้ปื๊ดตายก่อนวัยอันควร นพวรรณเข้าใจความรู้สึกเขาดี และยิ่งกว่าเต็มใจจะไปเป็นเพื่อนเขาทำบุญกรวดน้ำที่วัดเช้าวันต่อมา
“ที่จริง...ปื๊ดก็แค่เด็กที่หลงทาง คิดว่าการหาเงินมาได้ง่ายๆ แค่ทำอะไรเสี่ยงๆหน่อยก็มีเงินใช้ไม่ขาดมือแล้ว”
นพวรรณพยักหน้าเห็นด้วย “ก็เหมือนตี๋ใหญ่นั่นแหละ พักหลังนี่วรรณไปเยี่ยมดูอาการพ่อเขาบ่อยๆ พอได้เห็นบ้านก็ไม่คิดเลยว่าที่แบบนั้นจะสร้างโจรร้ายอย่างตี๋ใหญ่ขึ้นมาได้”
“แค่จุดหักเหนิดเดียว ชีวิตคนเราก็เปลี่ยนจากคนดีๆกลายเป็นโจร ถ้าเป็นไปได้...ผมไม่อยากต้องฆ่าใครอีก”
“วรรณรู้ค่ะว่าคุณคิดยังไง แต่ด้วยหน้าที่และสถานการณ์บังคับ บางครั้งคุณก็จำเป็นต้องทำ”
“ใช่ครับ...ด้วยหน้าที่...หน้าที่ของความเป็นตำรวจ”
ภาพถ่ายของปื๊ดถูกดึงจากกระดานภารกิจล่าตี๋ใหญ่ของกองปราบฯ แต่ยังมีสมาชิกแก๊งอีกหลายคนที่ยังตามตัวไม่พบ โดยเฉพาะหัวหน้าแก๊งอย่างตี๋ใหญ่ที่สมศักดิ์อยากได้ตัวมากที่สุด
“ถ้าเราจัดการตัวหัวหน้าได้ คนอื่นๆก็แทบไร้พิษสง ตี๋ใหญ่มันเป็นผู้นำ เป็นมันสมองของแก๊ง ยิ่งพวกนั้นเชื่อว่ามันมีอิทธิปาฏิหาริย์ ก็ยิ่งเชื่อมั่นในตัวมัน”
จ่ายะแวะมาประชุมร่วมกับทีมล่าตี๋ใหญ่ด้วย และอดเสนอความเห็นไม่ได้
“ไอ้ปื๊ดโดนจับตายแบบนี้ อาจทำให้พวกมันขยาด ลดความซ่าลงไปบ้างก็ได้นะครับ”
แต่บรรดลไม่คิดเช่นนั้น เพราะพอรู้จักนิสัยพวกสมาชิกแก๊ง
“หรือไม่ก็อาจจะยิ่งกว่าเดิม ยิ่งรู้ว่าเราเอาจริงเท่าไร มันก็อาจยิ่งอยากท้าทายเราขึ้นเท่านั้น!”
ตี๋ใหญ่ไม่ได้ออกปล้นเพื่อท้าทายพวกตำรวจอย่างที่บรรดลคาด แต่สั่งให้สมาชิกแก๊งไปกบดานที่อื่น
“ช่วงนี้แยกย้ายกันไปก่อน ถ้าฉันคิดอะไรออก แล้วจะติดต่อไปเอง”
“แล้วเอ็งล่ะจะไปไหน” ทิพย์ถามด้วยความเป็นห่วง
“ยังไม่รู้เลย บางทีอาจลงใต้ไปสักพัก”
“ไปหลบอยู่ในสวนยาง รับจ้างเขากรีดยางเหมือนคราวก่อนนู้นน่ะเหรอ”
“ก็ประมาณนั้น แต่ก็ไม่แน่...ฉันอาจลองไปหากินแถวอื่นดูก็ได้ ขอให้ไกลจากพวกตำรวจที่ล่าพวกเราเท่านั้น”
โตกับหนูไม่คิดว่าจะหนีรอดง่ายๆ เพราะช่วงนี้ตำรวจรุกหนัก จึงเสนอให้หนีไปประเทศเพื่อนบ้าน แต่ตี๋ใหญ่ปฏิเสธ ไม่อยากไปเพราะมีห่วงและไม่ชินพื้นที่
“ยังไงฉันว่าอยู่เมืองไทยหากินง่ายกว่า แค่ช่วงนี้ยังมึนตึ้บ คิดอะไรไม่ออกเท่านั้น”
ตี๋ใหญ่ผละไปแล้ว ทิ้งสมาชิกแก๊งให้มองตามเซ็งๆ โดยเฉพาะทิพย์ที่ไม่อยากให้เขาไปไกลหูไกลตา...
ความรักที่มีต่อเนตรดาวทำให้อุดมตัดสินใจเผชิญหน้ากับแม่ของเธอ โดยมีบรรดลขับรถไปส่ง เพราะอยากให้กำลังใจเพื่อนรัก เหมือนที่อีกฝ่ายเอาใจช่วยเรื่องเขากับนพวรรณเสมอ
อุดมต้องรวบรวมแรงใจอย่างมากก่อนกดกริ่งหน้าประตูบ้าน แม่ของเนตรดาวมาเปิดรับ ถามเสียงตึง
“คุณมีธุระอะไร”
“คือผมมีเรื่องสำคัญที่อยากจะพูด”
“ตอนนี้เนตรดาวไม่อยู่ และถึงอยู่...ที่นี่ก็ไม่ต้อนรับคุณ”
“ผมไม่ได้มาหาคุณเนตรครับ ผมตั้งใจมาพบคุณน้า”
“ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับคุณ”
น้ำเสียงห้วนกระด้างของแม่เนตรดาวทำให้อุดมหน้าเสีย แต่ไม่ยอมแพ้ โพล่งไปตามตรง
“แต่ผมมี...บางทีคุณน้าอาจยังไม่รู้ว่าพ่อผมเสียหลายปีแล้ว ผมอยากถามพ่อว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นยังไงกันแน่ แต่พ่อเล่าให้ผมฟังไม่ได้แล้ว ผมไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้น ตอนเกิดเรื่อง ผมยังเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง ไม่ต่างอะไรกับคุณเนตร”
จังหวะนั้นเอง...เนตรดาวผ่านมาเห็นและได้ยินสิ่งที่อุดมพูดกับแม่ตัวเอง
“ทั้งผม ทั้งคุณเนตร เราไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องในอดีต เรามีชีวิตของเรา...และเรามีสิทธิ์จะรักกัน”
แม่ของเนตรดาวถึงกับอึ้งไป อุดมเลยขอตัวกลับ อยากให้เธอมีเวลาคิดทบทวน
“เท่านี้แหละครับที่ผมต้องการจะพูด...สวัสดีครับ”
อุดมหันหลังจะเดินจากไป แต่ต้องชะงักเมื่อแม่ของเนตรดาวรั้งไว้และเรียกให้เข้าบ้าน อุดมถึงกับอ้าปากค้าง ไม่อยากเชื่อหู จนเมื่อเธอย้ำอีกรอบ เขาจึงตั้งสติได้และรีบก้าวเข้าไปในบ้านทันที...
แม่ของเนตรดาวยอมเปิดใจและเปิดทางให้อุดมคบกับเนตรดาวแล้ว เช่นเดียวกับแม่ของนพวรรณที่ลดอคติ ยอมให้บรรดลพามาเที่ยวทะเลแบบพร้อมหน้า พร้อมตาทั้งครอบครัว
นพวรรณยิ้มหน้าบานตลอดทางจากกรุงเทพฯ เมื่อถึงบ้านพักริมทะเลก็ไม่รอช้าชักชวนให้ถ่ายภาพร่วมกัน แม่ของนพวรรณอิดออดอย่างมีฟอร์ม ก่อนยอมให้ถ่ายภาพเพราะไม่อยากทำให้ลูกสาวคนเดียวเสียความรู้สึก
พ่อของนพวรรณเป็นพวกลูกสาว รับหน้าที่หว่านล้อมแม่ของนพวรรณให้มองบรรดลในแง่ดีบ้าง รวมทั้งเปิดโอกาสให้ลูกสาวกับว่าที่ลูกเขยได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง
นพวรรณมีความสุขมาก จนอดไม่ได้จะบอกบรรดลถึงความเปลี่ยนแปลงของแม่
“ดีใจจังเลยที่แม่ยอมมาด้วย”
บรรดลยินดีที่เห็นรอยยิ้มของเธอ “ผมอยากให้แม่คุณมาเห็นว่าผมจริงใจกับคุณ ถึงอาชีพของผมจะอยู่บนความเสี่ยง แต่สำหรับความรักของเรา...ไม่มีอะไรที่คุณต้องเสี่ยง”
“ขอบคุณนะคะ...วรรณอยากหยุดทุกอย่างไว้ตรงนี้จัง ให้เราได้อยู่กันแบบนี้...ทุกเวลา ทุกนาที”
“ผมก็เหมือนกัน ถึงจะรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้ แต่แค่ได้ฝันก็ยังดี คุณวรรณครับ...ผมรักคุณนะ”
“วรรณก็รักคุณค่ะ”
สองหนุ่มสาวดื่มด่ำช่วงเวลาดีๆริมชายหาด จับจูงกันไปตามทางเดินโดยไม่แคร์สายตาใคร แม่นพวรรณเห็นว่าลูกสาวหายไปนานก็กระวนกระวาย พ่อนพวรรณต้องปรามและเตือนสติ
“ปล่อยเขาไปเถอะ ลูกเราโตแล้วนะ ไม่ว่าเรื่องอะไรในชีวิตลูกก็ปล่อยให้ลูกได้ตัดสินใจด้วยตัวของลูกเองเถอะ”
แม่นพวรรณจะค้าน แต่ถูกสามีดักคอให้คิดถึงการตัดสินใจของตัวเองในอดีต
“ก็เหมือนที่คุณเลือกผม ถึงแม้ที่บ้านของคุณจะคิดว่าฐานะของผมไม่คู่ควร แต่คุณก็ยังยืนยัน”
คำพูดเตือนสติของสามีทำให้แม่นพวรรณอึ้งไป พ่อนพวรรณเห็นดังนั้นจึงปิดท้ายเสียงอ่อน
“ลูกมีชีวิตของตัวเอง...สิ่งใดที่ลูกเลือกแล้ว มัน ย่อมถูกสำหรับลูก และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เชื่อเถอะว่าลูกของเราแข็งแกร่งพอจะรับมันได้”
แม่นพวรรณคิดตามและยอมอ่อนท่าที แต่กระนั้นก็วางท่า ติโน่นนี่ตามประสา นพวรรณกับพ่อได้แต่มองหน้ากันด้วยความอ่อนใจ และได้แต่หวังว่าบรรดลจะไม่ถอดใจเสียก่อน...
ooooooo
ระหว่างที่บรรดลกับอุดมพักเรื่องล่าตี๋ใหญ่ชั่วคราวและไปทำหน้าที่ต่อหัวใจ ตี๋ใหญ่ต้องตกอับสุดในชีวิต หอบข้าวของมีค่าที่ปล้นพวกเซียนพนันมวยไปคืนพรเมียเด็กจากเชียงใหม่
พรโวยวายเพราะของไม่เหมือนเดิม เป็นเครื่อง ประดับของผู้ชายมากกว่า แต่ตี๋ใหญ่ไม่สนใจและออกจากห้องพักทันทีที่มีคนโทร.จ้างให้ไปฆ่าคน!
แน่นอนว่าตี๋ใหญ่ไม่เหลือหลักฐานให้สาวถึงตัว ทำให้พวกตำรวจจับตัวไม่ได้เหมือนเคย แต่สมศักดิ์บรรดลและอุดมก็ไม่ท้อ คิดว่าตี๋ใหญ่คงไม่ได้หนีไปนอกประเทศอย่างที่หลายคนคาดการณ์ไว้
“คนอย่างตี๋ใหญ่...มันเป็นพวกติดที่ นอกจากไปปล้นที่เชียงใหม่คราวนู้นแล้ว ส่วนใหญ่มันก็หากินแถวๆนี้แหละ เชื่อเถอะว่ามันยังไม่ไปไหนไกลหรอก”
ตี๋ใหญ่ไม่ได้ไปไหนไกลจริงๆ แต่หอบเงินค่าจ้างที่ได้จากการฆ่าคนไปบำเรอพรเมียเด็กที่ร่ำร้องอยากได้โน่นนี่ตลอดเวลา ส่วนตัวเองก็แบ่งบางส่วนไปเข้าบ่อน เล่นไพ่ฆ่าเวลาไปวันๆ
ข่าวคราวตี๋ใหญ่เงียบจนน่าใจหาย แม้แต่คนในครอบครัวก็ไม่รู้เรื่อง แตนอดห่วงไม่ได้ ยิ่งเห็นปรารถนา พี่สะใภ้อดีตนางงามท้องแก่ ก็ยิ่งคิดถึงพี่ชายคนโต
“เฮียติดต่อมาบ้างหรือเปล่า”
“มาหาครั้งเดียวช่วงงานศพปื๊ด แล้วก็ไม่ได้มาอีกเลย โทรศัพท์อะไรก็ไม่มี”
“ถ้างั้นแตนมาอยู่เป็นเพื่อนนะ เผื่อฉุกเฉินอะไรขึ้นมาจะได้ช่วยกันได้ทัน”
“อย่าดีกว่า แตนยังต้องช่วยแม่ขายของ”
แตนส่ายหน้าไม่อยากให้อีกฝ่ายเกรงใจ “งั้นเอางี้...ช่วงนี้ไปอยู่บ้านแตน พานนท์ไปอยู่ด้วยกันเลย เรื่องไปกลับโรงเรียนไม่ต้องห่วง เดี๋ยวให้ไอ้ป๋องช่วยดู โรงเรียนมันอยู่ใกล้ๆ”
“จะดีเหรอ”
“ดีสิ...มา...เดี๋ยวแตนช่วยเก็บของให้”
“ไม่ต้องช่วยหรอก...พี่เก็บเองได้”
ปรารถนาตัดสินใจย้ายตัวเองและนนท์ลูกชายคนโตไปอยู่บ้านพ่อแม่ของตี๋ใหญ่นับแต่วันนั้น ความรักและความปรารถนาดีของคนทั้งบ้านทำให้เธออบอุ่นใจแบบที่ไม่เคยได้รับมาก่อน...
ooooooo
บรรยากาศระหว่างบรรดลกับแม่นพวรรณดีขึ้นมาก ตำรวจหนุ่มมือปราบตัดสินใจให้พ่อไปสู่ขอ พ่อบรรดลเป็นคนอารมณ์ดีและใจเย็น คารมและท่าทางของเขาทำให้พ่อแม่ของนพวรรณผ่อนคลาย การเจรจาสู่ขอจึงจบลงอย่างเรียบง่ายและรวดเร็ว เช่นเดียวกับงานแต่งงานที่ถูกจัดขึ้นอีกไม่กี่เดือนต่อมา
ส่วนตี๋ใหญ่ยังใช้ชีวิตแบบเดิม รับจ้างฆ่าคนและเข้าบ่อน เงินค่าจ้างก็แบ่งให้พรเมียเด็กจากเชียงใหม่ไปเที่ยวเตร่และใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย แต่ถึงกระนั้น...เงินทองมากมายที่เขาหามาปรนเปรอก็ไม่เคยทำให้ความรักของทั้งสองเบ่งบาน พรหาเรื่องเที่ยวและออกนอกบ้านไม่เว้นแต่ละวัน เพราะไม่อยากทนอยู่กับคนเย็นชาแบบตี๋ใหญ่
สุดท้ายตี๋ใหญ่ก็เป็นฝ่ายออกจากห้องพัก เพราะคิดเองว่าสิ่งที่ตนเป็นทำให้พรเสียความรู้สึก และจอมโจรใหญ่ในตำนานก็ใช้ชีวิตเสเพลยิ่งกว่าเก่า ทั้งเล่นพนันและฆ่าคนถี่ขึ้นทุกวัน
บรรดลไม่ได้สนใจเรื่องตี๋ใหญ่มาก ต้องเข้าพิธีแต่งงานกับนพวรรณอย่างที่รอคอยมานาน งานแต่งของทั้งสองถูกจัดอย่างเรียบง่ายและเป็นกันเองริมชายหาด มีแขกเหรื่อมาร่วมงานแค่ที่สนิทเท่านั้น
อุดมกับเนตรดาวรับหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวและเจ้าสาว สมศักดิ์ หมีกับมะยมมาร่วมเป็นสักขีพยานความรักครั้งนี้ด้วย และเมื่อถึงฤกษ์เหมาะสม คู่บ่าวสาวจึงไปนั่งรับน้ำสังข์จากพ่อแม่ของทั้งสองฝ่าย
แม่นพวรรณปลาบปลื้มถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ขอสิ่งเดียวจากบรรดลคือให้ดูแลลูกสาวให้ดี อย่าทอดทิ้งกัน ส่วนพ่อบรรดลมาอวยพรในแบบที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยอารมณ์ขันมากกว่า
“เสร็จสิ้นไปอีกหนึ่งภารกิจ แต่จำไว้...ในชีวิตคู่... ภารกิจสำคัญที่สุดไม่มีวันจบคือการทำให้คนที่ใช้ชีวิตร่วมกับเรามีความสุข อย่างสุดกำลังที่เราจะทำได้”
“ครับ...ผมจะพยายามทำอย่างดีที่สุด”










