สมาชิก

แม่อายสะอื้น

ตอนที่ 9

จิดาภาเห็นข่าวดาวนิลให้สัมภาษณ์สื่อในหนังสือ พิมพ์ฉบับเช้าวันถัดมาก็โกรธมากขยำหนังสือพิมพ์ทิ้ง กวาดข้าวของบนโต๊ะทำงานระบายอารมณ์ พ่อของเธอเปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมเลขาฯ ตำหนิเธออย่างแรงที่ไปก่อเรื่องฉุดคร่าดาราแถมยังทำให้ทรงพลไม่พอใจจนยกเลิกทำโปรเจกต์ด้วย เธอโวยวายว่าใครไปฟ้องท่าน

“แกกล้าทำแบบนี้ได้ยังไง แกรู้ไหมว่าเขาเอาเรื่องแกได้”

แทนที่จะสำนึก จิดาภากลับลอยหน้าว่าไม่ได้ทำอะไรมันสักหน่อย แค่ให้คนไปลากมันขึ้นรถเอาไปปล่อย พ่อโกรธมากสั่งลงโทษด้วยการให้ย้ายเธอขึ้นไปนั่งทำงานในห้องทำงานของท่าน และสั่งให้เลขาฯส่งคนไปเก็บข้าวของของจิดาภาที่ห้องพัก จะให้เธอย้ายกลับไปอยู่บ้าน นอกจากนี้ยังยึดกุญแจรถ ห้ามขับรถไปไหนเอง ถ้าจะไปต้องให้คนขับรถที่ท่านหามาให้พาไปเท่านั้น

“ฉันตามใจแกมามาก ถ้าไม่ทำตามนี้ฉันจะไม่ให้เงินแกใช้สักบาท ไว้แกเลิกบ้าบอเรื่องทรงพล แล้วมีสติคิดได้เมื่อไหร่ ฉันถึงจะให้แกกลับไปมีชีวิตตามเดิม” พ่อสั่งเสร็จออกจากห้องไปพร้อมกับเลขาฯ จิดาภาไม่พอใจแต่ทำอะไรไม่ได้...

เนื่องจากไม่อยากให้มีปัญหา พ่อของจิดาภาจึงติดต่อไปหาทรงพลขอทำโปรเจกต์ด้วยกันต่อไป ทรงพลเองก็ไม่อยากให้เรื่องงานต้องมาเสียหายเพราะเรื่องส่วนตัวก็เลยยินดีจะกลับมาร่วมงานด้วย...

ขณะที่ปัญหาระหว่างบริษัทของจิดาภากับโรงแรมของทรงพลจบลงด้วยดี ดาวนิลเพิ่งแต่งหน้าเสร็จเตรียมจะออกรายการสัมภาษณ์ดารา ช่อเอื้องโทร.หาพอดี เธอเห็นเป็นเบอร์น้องสาวกดตัดสาย

“ขอโทษนะช่อเอื้อง พี่คงต้องขอเวลาสักพัก” พึมพำจบดาวนิลออกไปที่ห้องถ่ายทำรายการ เจอหลิวหลิวรอท่าอยู่ยื่นมือถือให้ แล้วเดินขึ้นไปบนเวที สีหน้าเป็นกังวลเรื่องน้องเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผิดกับช่อเอื้องที่ผิดหวังในตัวพี่สาวที่ไม่ยอมรับสาย ได้แต่ภาวนาว่าพี่จะไม่ผิดคำสาบานที่ให้ไว้...

คำภาวนาของช่อเอื้องไม่เป็นผล ดาวนิลไม่แม้แต่จะติดต่อกลับบ้าน เธอโทร.ไปหาก็ไม่ยอมรับสาย เหมือนจะลืมพ่อลืมน้องไปสิ้นจากใจ ช่อเอื้องแอบมองภาพพี่สาวออกงานเลี้ยงหรูหราจากทีวีบ้านคนอื่นแล้วอดน้ำตาไหลไม่ได้ ต้องวิ่งหนีออกไปทั้งน้ำตาไม่อยากให้ใครเห็น

ooooooo

ละครเรื่องที่สามของดาวนิลถ่ายยังไม่ทันปิดกล้อง เธอเปลี่ยนไปเป็นดาราดังเต็มตัวไม่เหลือเค้าดาวนิลสาวบ้านป่าบ้านดอยให้เห็น สายวันนี้ดาวนิลสวมแว่นดำใส่ชุดแบรนด์เนมมาหาทรงพลที่ทำงานเพื่อจะกินข้าวกลางวันด้วยกัน เขารีบปิดแฟ้มเอกสารชวนเธอไปกันได้แล้ว เธอให้เขาทำงานให้เสร็จก่อนก็ได้ เธอรอได้ไม่รีบ

“ไม่เอาหรอก นานๆคุณจะว่างกินข้าวเที่ยงกับผมสักที”

“ละครจะปิดกล้องอาทิตย์หน้าแล้วค่ะ ดาวนิลจะเคลียร์คิวให้คุณทั้งอาทิตย์เลย”

ทรงพลตื่นเต้นดีใจถ้าอย่างนั้นเขาจะได้ลางานไปเที่ยวกันให้สนุก แล้วนึกขึ้นมาได้ว่ามีนัดกับลูกค้า ไม่สามารถเลื่อนนัดได้ แต่ถ้าเธอจะตามไปเที่ยวด้วยก็ได้ เพราะเขาประชุมแค่ช่วงกลางวัน ทำงานเสร็จไปเที่ยวกันต่อได้เลย ดาวนิลตอบตกลงทั้งที่ยังไม่รู้ว่าเขานัดเจอลูกค้าที่ไหน พอรู้ว่าไปเจอที่เชียงใหม่ แถมจะไปพักโรงแรมของธีระที่ดาวนิลเคยไปแสดงรำดาบก็หนีไม่ออกเสียแล้วเพราะดันไปรับปากเขาไว้แล้ว...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ช่อเอื้องเดินหนีชาวบ้านแม่อายสองคนที่พยายามตามตื๊อจะเอาหนังสือดาราที่มีรูปดาวนิลดาราที่กำลังโด่งดังขณะนี้มาให้ดูเพื่อยืนยันว่านี่คือดาวนิลคนเดียวกับที่เป็นพี่สาวของเธอทั้งที่เธอปฏิเสธไปแล้วว่าไม่ใช่ จนมีปากเสียงเถียงกัน ชาวบ้านเริ่มเคืองในเมื่อเธอไม่ยอมรับจะเอารูปนี้ไปถามคำปัน หรือไม่ก็ชวนไปดูทีวีที่บ้านจะได้รู้กันชัดๆไปเลย ช่อเอื้องโมโหคว้าหนังสือเล่มนั้นมาฉีกรูปดาวนิลทิ้ง

“ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าเอาเรื่องไร้สาระนี่ไปบอกพ่อ ถ้าไม่เชื่อฉันจะไปทุบทีวีให้พังทุกบ้านเลย” ไม่ขู่เปล่าช่อเอื้องไล่ตะเพิดทั้งคู่ไปให้พ้น ชาวบ้านพากันงง ถามแค่นี้ทำไมต้องโมโหด้วย แล้วพากันกลับไป

ไม่อยากยุ่งด้วย เธอหยิบภาพดาวนิลที่ฉีกทิ้งใส่กระเป๋ากางเกง แล้วเดินเข้าบ้าน คำปันซึ่งตอนนี้ตาเริ่มมัวมากขึ้น ถามว่ายืนคุยกับใครเมื่อครู่นี้ เธอโกหกว่าไม่มีอะไร พวกนั้นเม้าท์กันเรื่องคนในหมู่บ้าน

“ช่อเอื้อง พี่เขาไม่โทร.มาบ้างเลยเหรอ พ่อไม่ได้คุยกับเขานานแล้วนะ พ่อคิดถึง แล้วนี่เมื่อไหร่เขาจะกลับ” คำปันเห็นช่อเอื้องอึกอักซักว่ามีอะไรปิดบังตนหรือเปล่า เธอไม่ได้ปิดบังอะไรพ่อสักหน่อย ไว้พี่โทร.มาเมื่อไหร่จะถามให้ คำปันขอให้โทร.ตอนนี้เลย เธอโกหกว่าดาวนิลทำงานอยู่รอให้เลิกงานก่อนแล้วค่อยโทร. ท่านพยักหน้ารับคำ ช่อเอื้องกลัวตัวเองจะกลั้นน้ำตาไม่ไหวรีบเดินหนีออกมา

ooooooo

ดาวนิลมาถึงเชียงใหม่อย่างไม่ค่อยจะสบายใจนัก กลัวจะมีใครมาเจอ  จึงต้องสวมแว่นดำมีผ้าโพกผม อำพรางไว้โดยอ้างกับทรงพลว่ากลัวแฟนคลับกับนักข่าวจะจำได้เดี๋ยวจะไม่ได้เที่ยวแบบส่วนตัวกับเขา

เมื่อมาถึงโรงแรมของธีระ ภาพในอดีตตอนที่มาแสดงรำดาบกับพ่อและน้องผุดขึ้นมาในความคิดคำนึงของดาวนิล อีกทั้งโรงแรมแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ที่เธอได้พบกับทรงพลเป็นครั้งแรก ทรงพลเห็นเธอเงียบไปเรียกเท่าไหร่ไม่ได้ยิน ก็เลยสะกิดถามว่ามองอะไรอยู่ หรือว่าเคยมาที่นี่แล้ว เธอปฏิเสธทันทีว่าเปล่า แต่สายตากลับกวาดมองไปรอบๆกลัวจะเจอคนรู้จัก ครั้นหันมาเห็นสายตาที่มองแปลกใจของเขาก็รีบกลบเกลื่อน

“ดาวนิลเป็นอะไรไม่รู้ค่ะ อยู่ๆรู้สึกไม่ค่อยสบาย ขอขึ้นไปพักบนห้องได้ไหมคะ”

“มิน่าผมเห็นหน้าคุณซีดๆตั้งแต่ลงเครื่องมาแล้ว งั้นรอตรงนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมไปเอากุญแจห้องให้”...

ตั้งแต่มาเชียงใหม่ ดาวนิลกลายเป็นนางห้องไม่ยอมออกไปไหน อ้างกับทรงพลว่าไม่สบายขอนอนพัก เขาจะไปทำธุระต่อที่ไหน เชิญตามสบาย ไม่ต้องเป็นห่วงเธอ...

ฝ่ายคำปันเริ่มทนไม่ไหวที่ช่อเอื้องผัดผ่อนไม่ยอมโทร.หาดาวนิลให้สักที สั่งให้โทร.เดี๋ยวนี้โทร.ต่อหน้าตนเลย ช่อเอื้องหนีไม่ออกจำต้องหยิบมือถือขึ้นมาจะกดเบอร์ แต่กลองร้องไห้งอแงออกมาเสียก่อน เธอขยับจะไปกล่อมแต่คำปันร้องห้ามไว้ ย้ำให้โทร.หาดาวนิลก่อนค่อยไปกล่อมกลอง ช่อเอื้องทำทียกมือถือขึ้นมากดเบอร์แล้วยกขึ้นแนบหู ก่อนจะร้องเอะอะว่าลืมเติมเงินมือถือ โทร.ออกไม่ได้

“เดี่ยวพรุ่งนี้ฉันไปเติมเงินให้แต่เช้าเลยนะ แล้วค่อยโทร.หาพี่เขาใหม่นะ” พูดจบช่อเอื้องเดินหนีเข้าห้อง คำปันจะเรียกก็ไม่ทันจึงปล่อยเลยตามเลย แล้วเดินไปกล่อมกลอง ส่วนช่อเอื้องเข้าห้องได้ก็ปิดประตูล็อก หยิบรูปภาพของดาวนิลที่ใส่กระเป๋าไว้ขึ้นมาดูทั้งน้ำตา “พี่จะให้ฉันทำยังไง จะให้ฉันบอกพ่อว่ายังไงพี่ดาวนิล”...

ทรงพลประชุมกับลูกค้าเสร็จขึ้นมาชวนดาวนิลออกไปเที่ยว ในเมื่ออาการดีขึ้นแล้วก็ไม่ควรจะอุดอู้อยู่แต่ในห้อง ไปสูดอากาศข้างนอกกันดีกว่า เธออิดออดไม่ยอมไป ชวนเขาสั่งอะไรมากินที่นี่นั่งดูทีวีกันดีกว่า ห้องนี้วิวก็สวยไม่ต้องออกไปไหนก็ได้ ทรงพลมองสงสัย

“ผมถามจริงๆมีอะไรหรือเปล่า คุณดูไม่อยากไปไหน” เจอคำนี้เข้าไป ดาวนิลหนีไม่ออกขอตัวไปหยิบแว่นดำก่อน ไม่นานนักทรงพลขับรถพาดาวนิลที่ถนนซึ่งเต็มไปด้วยต้นพญาเสือโคร่งออกดอกสีชมพูสะพรั่งไปทั้งถนน ทำให้ดาวนิลอดคิดถึงช่อเอื้องไม่ได้ ระหว่างนั้นมีคนขี่มอเตอร์ไซค์สวนมา เธอตาลายเห็นเป็นน้องสาวซ้อนท้าย รีบเอาผ้าพันคอมาคลุมหวังจะอำพรางใบหน้าผ้าเจ้ากรรมดันปลิว เธอรีบผลุบลงกับเบาะรถ

ทรงพลแปลกใจว่าเธอเป็นอะไรเบนรถจอดข้างทาง ดาวนิลยิ่งร้อนรนหนักบอกให้เขารีบไป จังหวะนั้นมีคนมาเคาะกระจกรถ เด็กคนหนึ่งเอาผ้าพันคอมาคืนให้ ดาวนิลใจหายใจคว่ำคิดว่าเป็นช่อเอื้อง ทนอยู่ต่อไปไม่ไหวขอร้องให้เขาพากลับไม่ใช่แค่พากลับโรงแรมแต่ให้พากลับกรุงเทพฯ...

ขณะที่ดาวนิลเตรียมตัวจะกลับกรุงเทพฯ คำปันไม่พอใจที่ช่อเอื้องพยายามยื้อไม่โทร.หาดาวนิลสักที ผัดผ่อนมาหลายครั้ง สั่งให้เอาเบอร์มาจะไปให้เพื่อนบ้านโทร.ให้ เธอรีบเก็บมือถือไม่ยอมให้ จะต้องโทร.ไปทำไม ถ้าพี่อยากกลับก็คงจะกลับมาเอง คำปันเอะใจพูดแบบนี้หมายความว่าอย่างไร ช่อเอื้องโกหกว่าไม่มีอะไร ท่านไม่เชื่อจะไปตามดาวนิลที่กรุงเทพฯเอง แล้วเดินขึ้นบ้าน แต่ด้วยตาที่มัวมากทำให้เดินชนโน่นชนนี่

“เห็นไหมรีบเดินก็แบบนี้ล่ะ...เอ๊ะ หรือเพราะตาพ่อ” คิดได้ดังนั้นช่อเอื้องรีบขึ้นไปหยิบยาหยอดตาของพ่อออกมาดู “นี่ยาพ่อหมดตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมพ่อไม่บอกฉัน ฉันจะพาพ่อไปหาหมอ”

คำปันไม่ยอมไปจะรอดาวนิลกลับมา ลูกสัญญาไว้แล้วว่าจะกลับมาพาตนไปหาหมอ แล้วสั่งให้ช่อเอื้องโทร.ไปบอกให้ดาวนิลกลับมาพาท่านไปหาหมอให้ด้วย

ooooooo

ดาวนิลเพิ่งมาถึงหน้าอาคารสนามบินเชียงใหม่เพื่อจะกลับกรุงเทพฯพร้อมกับทรงพล ตอนที่ช่อเอื้องโทร.เข้ามือถือของเธอ ดาราสาวหยิบขึ้นมาดู เห็นเป็นเบอร์ของน้องสาวถึงกับชะงัก ทรงพลเห็นเธอมีอาการแปลกๆถามว่าใครโทร.มาไม่รับสายหรือ เธอโกหกว่าเป็นเบอร์นักข่าว

“ดาวนิลค่อยโทร.กลับตอนถึงกรุงเทพฯแล้วดีกว่า รีบไปกันเถอะค่ะ ดาวนิลไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว” พูดจบดาวนิลขยับแว่นดำให้เข้าที่แล้วเดินลิ่วเข้าข้างใน ฝ่ายช่อเอื้องมองมือถือในมือแล้วหันมองพ่อที่ตอนนี้ดวงตามัวแทบมองไม่เห็น วิ่งออกไปร้องไห้ข้างนอกกลัวพ่อจะได้ยิน...

เพื่อกันไม่ให้น้องกับพ่อโทร.หาดาวนิลได้อีก หลิวหลิวซื้อมือถือเครื่องใหม่พร้อมเบอร์โทร.ใหม่ เอามาให้ดาวนิลถึงห้องพัก ดาราสาวมองมือถือเครื่องเก่าอย่างลังเล หลิวหลิวรำคาญดึงมือถือมาเสียเอง

“เบอร์เก่าโทรศัพท์เก่า ชีวิตเก่าๆทิ้งไปซะทีเถอะค่ะ ไม่เห็นจะมีอะไรให้น่าเสียดาย”

“นี่เราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเหรอคะ”

หลิวหลิวย้อนถามแล้วเธอคิดว่ามีทางออกทางอื่นอีกหรือเปล่า ที่เธอต้องให้ทรงพลรีบพากลับมาวันนี้เพราะไม่มีทางเลือกที่ดีไปกว่านี้ไม่ใช่หรือ ดาวนิลอยากรู้ว่าไม่ให้ติดต่อพ่อกับน้องไปอีกนานไหม หลิวหลิวคิดว่าจะน่าอีกพักใหญ่ ช่วงนี้เสี่ยงมากไป คนจ้องจะจับผิดเธออยู่ ขืนยังติดต่อแล้วถูกจับได้มีหวังพังกันหมด

“แต่ยังไงเราก็ปิดเรื่องนี้ตลอดไปไม่ได้”

“ใช่ค่ะ แต่เราต้องรอ รอให้น้องดังกว่านี้มีแฟนละครเยอะกว่านี้ค่อยตั้งโต๊ะขอโทษจะบอกว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ อะไรก็อ้างไป คนไทยให้อภัยคนสำนึกผิดง่ายจะตาย”

ดาวนิลทักท้วงบอกตอนนี้ไม่ง่ายกว่าหรือที่จะให้ผู้คนอภัยให้ หลิวหลิวแนะให้เธอลองบอกทรงพลก่อนไหมจะได้ดูว่าเขารักเธอพอจะให้อภัยหรือเปล่า 

ดาวนิลถึงกับอึ้ง หลิวหลิวเห็นเธอยังลังเล กล่อมว่าพ่อกับน้องไม่เป็นอะไรแน่นอน เงินทองที่เธอส่งไปให้ก็ตั้งเยอะตั้งแยะ ไม่ได้จะเลิกติดต่อตลอดกาลสักหน่อย ดาวนิลคิดคล้อยตามที่หลิวหลิวว่า

ooooooo

แม่อายสะอื้น

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด