ตอนที่ 9
ดาวนิลกลับถึงกรุงเทพฯยังไม่ทันจะหายเหนื่อย ทรงพลมารับถึงห้องพักพาไปที่บ้านของเขา เธอต้องชะงักเมื่อเห็นจิดาภานั่งรอท่าอยู่ก่อนแล้ว ดาวนิลมองเขาแปลกใจ พามาที่นี่ทำไม ทรงพลเห็นว่าครั้งก่อนเขาปล่อยเธอกลับไปโดยที่ยังคุยกันไม่รู้เรื่อง ดาวนิลเห็นท่าไม่ดีขอตัวกลับบ้าน
“ผมยังให้คุณกลับไม่ได้ จนกว่าเราจะพูดเรื่องที่ค้างกันไว้วันนั้นให้จบ” น้ำเสียงจริงจังของทรงพลทำให้ดาวนิลใจคอไม่ดี จิดาภาหัวเราะสะใจเข้ามาเกาะแขนเขาไว้ เร่งให้พูดให้เสร็จๆจะได้เลิกเสียเวลากับคนไร้ค่าอย่างนังนี่ แม่นมน้อย กล้วยและอ้อยที่แอบฟังอยู่ ลุ้นระทึกว่าจะเกิดอะไรขึ้น
หากทรงพลเชื่อเรื่องที่จิดาภาพูด นั่นเท่ากับดาวนิลโกหกเรื่องตัวเอง ทั้งแม่นมน้อย กล้วย อ้อยและจิดาภาต่างเดาผิดหมด ทรงพลไม่ได้พาดาวนิลมาให้จิดาภาฉีกหน้ากาก แต่พามาเพื่อจะบอกให้รู้ว่าเขาไม่เชื่อว่าดาวนิลจะเป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา แล้วแกะมือจิดาภาออก หันไปจับมือดาวนิลมากุมไว้
“วันนั้นผมผิดเองที่ปล่อยให้ทุกคนพูดทั้งที่คนที่ผมควรจะฟังที่สุดคือคุณ...ดาวนิล”
“พล! นี่คุณบ้าไปแล้วหรือไง คุณหลงมันมากขนาดเชื่อคำพูดหลอกลวงของมันมากกว่าจิเหรอ”
“จิ คุณกล่าวหาดาวนิลโดยไม่มีหลักฐานอะไรสักอย่างเลยนะ”
จิดาภาย้อนถามแล้วมันมีหลักฐานอะไร ทรงพลถึงได้โง่ไปเชื่อผู้หญิงชั้นต่ำอย่างมัน ไม่ว่าจิดาภาจะกล่าวหาดาวนิลอย่างไรก็ไร้ประโยชน์เพราะทรงพลปักใจเชื่อไปแล้วว่าเธอถูกใส่ความ ยัยตัวแสบถึงกับ
ฟิวส์ขาดคว้าแก้วน้ำขว้างลงพื้น แล้วผละจากไปอย่างแค้นจัด ทรงพลตะโกนไล่หลังให้เลิกยุ่งกับดาวนิลได้แล้ว
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ คนอย่างจิไม่ลดตัวลงไปยุ่งกับคนอย่างมันหรอก” พูดจบจิดาภาเดินกระแทกเท้าออกไป แม่นมน้อยรีบตามเธอจนทัน จิดาภาหันมาเห็นก็ตวาดใส่จะตามมาเยาะเย้ยอะไรตนอีก แม่นมน้อยสารภาพตามตรงว่าไม่ได้ชอบอะไรเธอแม้แต่น้อย แต่ถ้าเรื่องที่เธอพูดเป็นความจริง ตนก็อยากถามว่าเธอแน่ใจแค่ไหน และมีหลักฐานอะไร จิดาภาหัวเราะใส่หน้า
“ทำไม เป็นห่วงเจ้านายขึ้นมาล่ะสิ เรื่องอะไรฉันจะบอก ก็ดีนะอยากกำจัดฉันดีนัก ได้คนอย่างมันมาแทน ทีนี้ล่ะ ฉันได้รอสมน้ำหน้าแกให้สะใจแน่” ว่าแล้วจิดาภาขับรถกระชากออกไป แม่นมน้อยมองตามหนักใจ...
ครู่ต่อมา ทรงพลพาดาวนิลมานั่งที่ริมสระว่ายน้ำ เล่าให้ฟังว่าตอนที่เธอหายไปเขาพยายามโทร.หาแต่เธอปิดเครื่อง ถามหลิวหลิวก็ไม่รู้ว่าเธออยู่ไหน เขารู้สึกผิดต่อเธอมาก กลัวด้วยว่าเธอจะเลิกกับเขา
“ผมขอโทษนะ วันนั้นผมทำอะไรไม่ถูก ผมนึกไม่ถึงว่าจิเขาจะกล้าใส่ร้ายคุณด้วยเรื่องที่เลวร้ายแบบนั้น ยกโทษให้ผมนะดาวนิล ผมสัญญาว่าต่อจากนี้ผมจะไม่ยอมให้ใครมารังแกคุณได้แบบนี้อีก”
ดาวนิลยินดียกโทษให้
ooooooo
ช่อเอื้องกำลังกวาดลานหน้าบ้านตอนที่ชาวบ้านสองคนเข้ามาถามว่าวันก่อนพวกตนดูทีวีเห็นดาราคนหนึ่งหน้าตาคุ้นๆ ดาราคนนั้นชื่อดาวนิล ใช่ดาวนิลที่เป็นพี่สาวของเธอหรือเปล่า หน้าตาก็คล้ายกันมากแต่คนละนามสกุลกัน ช่อเอื้องปฏิเสธทันทีว่าไม่ใช่ตนเพิ่งไปเจอพี่ที่กรุงเทพฯมา เธอทำงานที่ร้านตัดเสื้อ
“ถ้าพี่เป็นดาราป่านนี้ฉันก็อวดไปทั้งหมู่บ้านแล้วสิจะมาปิดทำไม มีพี่เป็นดาราดังใครก็ต้องอยากอวดล่ะ”
“อือ ก็จริง...แต่ไม่ใช่จริงๆเหรอ ว้า...อย่างนี้ข้าก็แพ้เขาน่ะสิ” หนึ่งในชาวบ้านบ่นอุบ ช่อเอื้องยืนยันว่าไม่ใช่ดาวนิลและขอร้องทั้งคู่อย่าพูดเรื่องนี้ให้คำปันได้ยิน ท่านยิ่งคิดถึงพี่ดาวนิลอยู่ด้วย จะทำให้ซึมหนักกว่าเก่า ที่สำคัญทั้งคู่ไม่ต้องไปพูดกับใคร จะหน้าแตกเปล่าๆเดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน ชาวบ้านอีกคนกลับลำทันที
“เห็นไหม ข้าบอกแล้ว ดีนะมาถามมันก่อน เกือบอวดคนบ้านอื่นไปแล้วไหมล่ะว่ารู้จักกับดารา ขายขี้หน้าตายเลยอ่ะ ทีนี้ถ้าใครมาบอกว่าเป็นนังดาวนิลข้าจะได้ยืนยันว่าไม่ใช่ แค่หน้าคล้ายกัน” พูดจบชาวบ้านพากันกลับไป ช่อเอื้องมองตามถอนใจโล่งอก แต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้จะปิดเรื่องนี้ไปได้อีกนานแค่ไหน...
ทางฝ่ายคุณนายติ๊ดคิดว่าแผนกระชากหน้ากากดาวนิลจะสำเร็จด้วยดี จึงช่วยกันกับผึ้งหอบชุดที่ร้านมาให้จิดาภาถึงที่ทำงาน หวังจะได้เงินค่าซื้อชุดเป็นรางวัลตอบแทนที่ช่วยให้เธอกลับไปคืนดีกับทรงพล แต่ไม่เป็นอย่างที่หวัง จิดาภาเล่นงานคุณนายติ๊ดยกใหญ่ที่เอาเรื่องดาวนิลมาแฉแต่ไม่มีหลักฐานสักอย่าง
“แทนที่จะกระชากหน้ากากนังดาวนิลได้ กลายเป็นฉันถูกหาว่าไปใส่ร้ายคนอย่างมัน”
“นี่คุณทรงพลหลงมันขนาดนี้เลยเหรอคะ ขนาดบอกว่ามันมีประวัติยังไง ยังเลือกมันมากกว่าคุณจิ”
ผึ้งปากไว คุณนายติ๊ดพยายามห้ามแต่ไม่ทัน จิดาภาฉุนขาดสั่งให้ รปภ.เอาทั้งคู่ไปโยนออกนอกบริษัท
แล้วอย่าให้เข้ามาเหยียบที่นี่อีก คุณนายติ๊ดพยายามอธิบายว่าไม่ได้โกหก นังดาวนิลเคยขายตัวมาก่อน
แถมมีลูกมาแล้วด้วย แต่จิดาภาไม่ฟัง สั่งให้ รปภ.รีบเอาตัวทั้งคู่ออกไป
ooooooo
ระหว่างพักกินมื้อเที่ยง หลิวหลิวซึ่งแยกตัวมากินข้าวกับดาวนิลเอาแก้วน้ำชนกับแก้วของเธอ ชวนดื่มฉลองให้กับเรื่องราวของเธอที่จบลงแบบแฮปปี้เอนดิ้ง ดาวนิลกลับไม่แน่ใจว่าจะเป็นแบบนั้น
“จะต้องกลัวอะไรอีกล่ะคะ ปิดปากน้องสาวก็เช็ก กำจัดยัยคุณจิออกไปก็เช็ก” ไม่พูดเปล่าหลิวหลิวทำท่ากาเครื่องหมายถูก “คุณทรงพลทั้งรักทั้งหลงก็เช็ก นี่ไงคะปัญหาทุกอย่างก็หายวับ”
ดาวนิลแย้งว่าไม่ได้ไปปิดปากน้องแต่ไปคุยกัน ส่วนทรงพลก็แค่เชื่อว่าเธอจะไม่โกหกเขา นั่นยิ่งทำให้เธอไม่สบายใจที่เขาอุตส่าห์เชื่อใจ บางทีเธอควรจะสารภาพความจริงกับเขา หลิวหลิวเบื่อที่จะพูดเรื่องนี้เต็มทีแล้ว
“น้องเลือกมาเลยค่ะ จะเป็นดาวนิลที่โตเมืองนอก เป็นดาราชีวิตมีครบทุกอย่าง ชื่อเสียงเงินทอง ความรักหรือจะกลับไปเป็นดาวนิล ปวงคำ ที่โดนหลอกมาขายตัวที่กรุงเทพฯ”
ดาราสาวหันมองไปรอบๆหน้าตาเลิ่กลั่กกลัวใครจะมาได้ยิน ระหว่างนั้นมีทีมงานเดินเข้ามาแจ้งดาวนิลว่ามีนักข่าวมาขอสัมภาษณ์ หลิวหลิวโวยวายไม่ได้นัดกันก่อน จะมาสัมภาษณ์ได้อย่างไร วานทีมงานไปบอกให้นักข่าวรอไปก่อน ดาวนิลกำลังจะกินข้าว ดาวนิลบอกให้เธอกินข้าวไปก่อน ตนจะจัดการเองแล้วขอให้ทีมงานนำไป ครั้นมาถึงหน้ากองถ่ายละคร ดาวนิลกลับไม่เจอใคร หันมาถามทีมงานก็หายตัวไปดื้อๆ
ทันใดนั้นมีใครบางคนย่องมาทางด้านหลังเอามือปิดปากลากตัวดาวนิลไปขึ้นรถตู้ที่มาจอดเทียบ จากนั้นรถแล่นออกไปอย่างรวดเร็ว หลิวหลิววิ่งตามมาทันเห็นพอดีตะโกนลั่นให้คนมาช่วย...
เรื่องที่ดาวนิลถูกลักพาตัวรู้ถึงหูทรงพล เขาไม่รอช้าชวนทรงวุฒิมาที่กองถ่ายละคร หลิวหลิวร้องไห้โฮวิ่งเข้ามาหา เล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น เธอแจ้งตำรวจแล้ว กำลังตามหารถต้องสงสัยอยู่ แต่เช็กภาพจากกล้องจราจรพบว่ารถไม่ได้ติดแผ่นป้ายทะเบียน ทรงพลสงสัยว่าดาวนิลไปมีเรื่องกับใครหรือเปล่า
“ไม่มีแน่ๆค่ะ น้องดาวนิลเป็นคนดีจะตาย ใครมาหาเรื่อง เขายังไม่ทำกลับเลย คุณทรงพลก็รู้”
ทรงวุฒิกระซิบกับพี่ชาย “พี่พล มันจะไม่เกี่ยวกับพี่จิใช่ไหม”
ไม่ทันขาดคำดาวนิลโทร.เข้ามือถือของหลิวหลิว บอกว่าถูกเอาตัวมาทิ้งไว้ข้างถนนให้มารับด้วย...
เหตุการณ์ครั้งนี้ไม่ได้หวังจะทำร้ายอะไรดาวนิล แค่ต้องการกลั่นแกล้งให้เธอตกใจเล่นด้วยการจับตัวไปปิดตาปิดปากไม่ให้เห็นว่าใครลักพาตัว จากนั้นไม่นานก็เอาตัวมาปล่อยทิ้งริมถนน ทรงวุฒิซักดาวนิลแล้วพวกมันบอกไหมว่าจับเธอไปทำไม ดาวนิลถอนใจเหนื่อยใจ
“ไม่มีใครพูดอะไร แค่ตอนผลักลงจากรถ เขาพูดแค่ว่า ถ้าไม่อยากเจอมากกว่านี้ก็ให้ถอยไป”
ไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่าฝีมือใคร ทรงพลชวนทรงวุฒิบุกไปหาจิดาภาที่ทำงาน คาดคั้นให้เธอสารภาพว่าอยู่เบื้องหลังคนร้ายที่ลักพาตัวดาวนิลไป จิดาภากลับยียวนขอหลักฐานจากเขาจะมากล่าวหากันลอยๆได้อย่างไร ทรงวุฒิต่อว่าว่าทำแบบนี้ไม่เกินไปหน่อยหรือ เกิดดาวนิลแจ้งความขึ้นมาจะทำอย่างไร
“พี่บอกแล้วไงว่าพี่ไม่ได้ทำอะไร แล้วมีใครเป็นอะไรด้วยเหรอถึงต้องไปแจ้งความ”
ทรงพลเหลืออด ถ้าจิดาภาทำได้ขนาดนี้ ตนก็จะไม่ขอยุ่งเกี่ยวอะไรกับเธออีก และขอยกเลิกโปรเจกต์ที่ทำร่วมกัน เธอขู่ขืนยกเลิกเท่ากับผิดสัญญาจะต้องโดนปรับเงินหลายล้านบาท เขาไม่สนใจถ้าอยากจะปรับก็เชิญได้เลยเขามีปัญญาจ่าย ให้เลขาฯของเธอติดต่อมาแต่เช้าก็แล้วกัน ทรงวุฒิทักท้วงจะเอาอย่างนั้นจริงหรือ
“เงินไม่ใช่ทุกอย่างหรอกจิ เชิญคุณไปติดต่อโรงแรมที่อื่นได้เลย” ว่าแล้วทรงพลเดินออกจากห้อง ทรงวุฒิรีบเดินตาม พอคล้อยหลังเท่านั้น เสียงจิดาภาร้องกรี๊ดๆด้วยความแค้นดังสนั่นบริษัทแทบแตก
ooooooo
จิดาภายังไม่หยุดราวีดาวนิล ให้สัมภาษณ์นักข่าวออกทีวีทุกช่องระหว่างที่ตัวเองไปงานเลี้ยงว่าไม่รู้เรื่องที่ดาราโดนลักพาตัว ไม่เข้าใจว่ามีคนมาโยงกับเรื่องนี้ได้อย่างไร นักข่าวสวนทันที
“ดาราคนนี้เป็นแฟนใหม่คุณทรงพลนี่คะ”
ยัยตัวแสบพูดเป็นทำนองว่าดาราคนนั้นอาจจะกำลังโปรโมตตัวเองโดยกุข่าวนี้ขึ้นมา มีอย่างที่ไหนถูกคนร้ายจับตัวไปปล่อย ไม่ได้ปล้นไม่ได้จะทำอะไร นักข่าวตั้งข้อสังเกตว่าต้นเหตุอาจมาจากเรื่องหึงหวง
“ไร้สาระมากค่ะ จิทำงานนะคะไม่มีเวลาไปทำอะไรบ้าๆแบบนั้นหรอกค่ะ หรือว่าถ้าเขายืนยันว่าเป็นเรื่องจริง เขาอาจจะมีอะไรที่บอกนักข่าวไม่ได้หรือเปล่าคะ จิไม่รู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน เขาอาจจะเคยไปทำอะไรให้ใคร มีเรื่องกับใครแล้วปิดบังอยู่ นักข่าวไปลองสืบประวัติเขาดูล่ะคะ” จิดาภาเปิดประเด็นทิ้งท้าย...
ดาวนิลเห็นข่าวนี้ในทีวีระหว่างรอทรงพลขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าจะออกไปหาอะไรกินกันเพื่อเป็นการปลอบขวัญที่เธอต้องเจอเรื่องร้ายๆ การไปกินข้าวจึงต้องยกเลิกไปโดยปริยายเนื่องจากดาวนิลไม่พอใจที่จิดาภาให้สัมภาษณ์ จึงขอให้หลิวหลิวจัดการนัดนักข่าวเพื่อแถลงข่าวบ้าง นัดให้ไปเจอกันที่โรงแรมของทรงพล
ครั้นนักข่าวมากันพร้อมหน้า ดาวนิลกล่าวขอบคุณพี่ๆนักข่าวที่มาแบบกะทันหันให้
“ก่อนอื่นดาวนิลอยากชี้แจงว่าจริงๆที่มีข่าวออกไปวันนี้ ดาวนิลไม่ได้เป็นคนให้ข่าวนะคะ แต่ตอนนั้นมีการแจ้งตำรวจแล้วก็เหตุเกิดที่กองถ่าย ทีมงานก็เลยพยายามจะช่วยตามหาโดยการประสานไปที่นักข่าว เพราะฉะนั้นที่มีคนบอกว่าดาวนิลอยากสร้างกระแสนี่ไม่จริงแน่ๆค่ะ”
“แล้วตกลงทราบหรือยังคะว่าคนร้ายเป็นใคร แล้วเขาทำไปทำไม”
ดาราสาวพอจะทราบแล้วว่าเป็นใคร แต่คงไม่เอา เรื่องเพราะเธอไม่ได้บาดเจ็บอะไร คนที่ทำแค่ต้องการขู่ให้เธอกลัว ตอนแรกเธอก็ไม่อยากให้ข่าวอะไร แต่เมื่อคนที่ทำดูจะไม่สำนึกผิดก็คิดว่าควรจะออกมาพูดอะไรบ้าง คิดว่าคนทำคงไม่สบาย คนจิตใจปกติไม่น่ากล้าทำอะไรแบบนี้ นักข่าวซักเพิ่มเติมไม่กลัวคนร้ายจะทำอีกหรือ เธอไม่กลัวและจะไม่ยอมให้มาทำอะไรแบบนี้ได้อีก
“แล้วที่เขาบอกว่าเราอาจจะปิดบังประวัติ”
“คำพูดเพ้อเจ้อแบบนั้นดาวนิลไม่สนใจหรอกค่ะ และจะไม่พิสูจน์อะไรด้วย ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวเขาก็จะยิ่งพูดอะไรไร้สาระมากขึ้นไปอีก เราก็ต้องตามแก้ตัวไม่จบ ดาวนิลขอเอาเวลาไปทำงานดีกว่า”
นักข่าวหันไปทางทรงพล “แล้วคุณทรงพลล่ะคะ มีความเห็นเรื่องนี้ยังไงบ้าง”
“ผมก็ต้องเป็นห่วงดาวนิลอยู่แล้วครับ แล้วผมก็เชื่อทุกอย่างที่คุณดาวนิลพูด หลังจากนี้ผมจะดูแลและคอยอยู่ข้างๆเขา จะได้ไม่มีใครมาทำอะไรเขาได้แบบนี้อีก” ทรงพลพูดจบหันไปยิ้มให้ดาวนิลซึ่งยิ้มตอบ มีเสียงมือถือของเธอดังขึ้น ดาวนิลหยิบขึ้นมาดูเห็นเป็นสายของช่อเอื้อง เหลือบมองทรงพลแวบหนึ่งก่อนกดสายทิ้ง
ooooooo










