นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แม่อายสะอื้น

    SHARE
    • หน้าที่ 2
    • 1
    • 2
    • 3

    ทอนทนไม่ไหวที่ดาวนิลหายหน้าไปไม่ส่งข่าว ตัดสินใจไปดักรอป้าบัวที่เพิ่งกลับจากบ่อนเพื่อจะถามข่าวคราวของวิไลเผื่อจะรู้ว่าดาวนิลหายไปไหน ป้าบัวส่ายหน้า วิไลไม่ได้ติดต่อมาเลย

    “เออนี่ ไอ้ทอน พอมีเงินให้ป้ายืมบ้างไหม เดือนนี้ป้าเผลอทำบุญมากไปหน่อย เลยขาดมือจริงๆ”

    “ฉันยินดีจะให้ป้ายืม แต่ป้าต้องตอบคำถามฉันมาก่อน” ไม่พูดเปล่าทอนเอาเงินมาโบกยั่วอีกด้วย...

    ด้านหนานเมืองหวังจะฉวยโอกาสตอนดาวนิลไม่อยู่หัดให้รินคำรำดาบให้คล่องๆและสวยงามทัดเทียมกันจะได้แย่งงานมันมาให้หมด รินคำไม่วายกัดพ่อตัวเอง แย่งคนเขามาหมดคณะยังไม่พอ นี่ยังจะแย่งงานเขาอีก มันไม่ดูใจดำไปหน่อยหรือ หนานเมืองโวยลั่นที่ลูกบังอาจมาด่าว่า

    แทนที่จะหยุด รินคำยังเถียงคำไม่ตกฟาก หนานเมืองขี้เกียจเถียงด้วย สั่งให้พอได้แล้ว มาฝึกรำดาบต่อไปจะดีกว่า เธอเหลือบไปเห็นทอนเดินมาแต่ไกล วางทุกอย่างในมือทันที วิ่งตามเขาจนทัน พยายามจะคุยด้วยแต่เขาไม่อยู่ในอารมณ์จะคุยกับใคร ไล่ไม่ให้เธอมาวุ่นวาย รินคำตัดพ้ออุตส่าห์พูดดีๆด้วยทำไมต้องตวาด ทีกับดาวนิลพูดเพราะด้วยตลอด เขาสวนทันทีจะไปพูดถึงเธอทำไม

    “ทำไมจะพูดถึงไม่ได้ นี่แสดงว่าพี่ยังคิดถึงมันอยู่อีกใช่ไหม มันทิ้งพ่อทิ้งน้องไปอยู่สบายที่กรุงเทพฯแล้ว”

    “ดาวนิลจะทำอะไรมันก็เรื่องของเขา ห่วงแต่ตัวเองเถอะรินคำ วันๆพี่ไม่เห็นจะทำอะไร งานในคณะก็เยอะแยะ มามัววิ่งตามพี่อยู่ทำไม...พี่ไม่อยากคุยด้วยแล้ว ไม่ต้องตามมาล่ะ” พูดจบทอนผละจากไป คำพูดของเขาทำให้รินคำเกิดฮึดสู้ขึ้นมา กลับไปขอให้พ่อสอนรำดาบต่อ...

    ฝ่ายดาวนิลถึงกับปล่อยโฮเมื่อเห็นสภาพพิกลพิการของลูก โทษตัวเองที่เป็นแม่ไม่ดี ไหนจะดื่มเหล้าไหนจะให้คนอื่นหลอกกินยาขับเลือด แถมไม่ดูแลตัวเอง ลูกถึงได้เป็นแบบนี้ แล้วนี่ลูกของเธอจะมีชีวิตอยู่อย่างไร

    เทวัญสงสารเธอจับใจ เข้ามาโอบกอดเอาไว้ “อยู่ได้สิดาวนิล เราเลี้ยงให้เขามีความสุขได้ เดี๋ยวนี้อวัยวะเทียมดีๆเยอะแยะ ดาวนิลเลี้ยงเขาให้ดีให้มีความสุขที่เหลือก็เรื่องเล็กแล้ว”

    ooooooo

    คุณนายติ๊ดเห็นลูกของดาวนิลพิการก็ตั้งแง่รังเกียจ พยายามบีบให้เธอกับลูกไปอยู่ที่อื่น ดาวนิลขู่ถ้าขืนคุณนายไล่เธอออก เธอจะไปฟ้องเทวัญว่าคุณนายทำอะไรเธอไว้บ้าง ทั้งใช้ให้ยกของหนักทั้งไล่เธอขึ้นไปอยู่ห้องชั้นบนสุดทั้งที่รู้ว่าเธอท้องแก่ แล้วยังเรื่องที่ปล่อยให้เธอนอนเลือดออกอยู่ตั้งนานกว่าจะพาไปโรงพยาบาล

    “แกไม่กล้าหรอก มันไม่กล้าหรอกค่ะคุณนาย” ผึ้งช่วยเถียงแทนเจ้านาย

    ดาวนิลยังขู่จะบอกพวกลูกค้าซึ่งเป็นเพื่อนของเทวัญว่าร้านนี้เล่นไม่ซื่อ เอาของมือสองมาย้อมแมวเป็นของมือหนึ่ง แถมยังเอาผ้าที่ซื้อมาจากพาหุรัดหลอกว่าเป็นผ้ามาจากเมืองนอก คุณนายติ๊ดเห็นสีหน้าเอาเรื่องของดาวนิลก็เลยไม่กล้าหือ ชวนผึ้งออกจากห้อง ดาวนิลมองลูกที่อยู่ในอ้อมกอดด้วยความสงสารที่พิการไม่พอยังถูกคนใจร้ายตั้งแง่รังเกียจ...

    ตั้งแต่ดาวนิลไม่กลับมาบ้านแม่อายตามที่ให้สัญญาไว้ คำปันก็หมดกำลังใจจะไปหาหมอ วันนี้ก็เช่นกัน มีนัดไปตรวจตาแต่คำปันเบี้ยวไม่ยอมไป ช่อเอื้องพยายามขอร้องท่านก็ไม่สนใจ อ้างจะไปซ้อมการแสดง ทั้งที่ไม่มีใครจ้างมาตั้งนานแล้ว...

    เสียงลูกของดาวนิลร้องงอแงทำให้คุณนายติ๊ดหงุดหงิด จะนอนหลับสักงีบก็หลับไม่ได้ แถมดาวนิลเองก็ต้องคอยกล่อมลูกเวลาที่ลูกร้อง ไม่เป็นอันทำงานทำการ คุณนายติ๊ดเหลืออดเข้าไปตะคอกใส่ให้หยุดร้องได้แล้ว ไม่อย่างนั้นจะเอาขี้เถ้ายัดปาก เด็กน้อยตกใจยิ่งร้องไห้จ้า ดาวนิลต้องขอร้องให้หยุดตะคอกจะทำให้ลูกของเธอยิ่งกลัว คุณนายติ๊ดปากเสีย หาว่าลูกของเธอเกิดมาเป็นกาลกิณี ตั้งแต่มาอยู่ตนขายเสื้อไม่ได้สักตัว

    “ดูสิ เด็กคนอื่นเกิดมาน่ารักน่าชัง แล้วดูลูกแกสิ แหม เหมือนพ่อมันจะรู้นะ เลยทิ้งซะตั้งแต่ก่อนมันเกิด ความจริงฉันน่าจะใช้แกทำงานหนักกว่านี้นะ มันจะได้ตายๆไปซะตั้งแต่อยู่ในท้อง ไม่ต้องเกิดมาพิการน่ารังเกียจแบบนี้” คุณนายติ๊ดพูดไม่ทันขาดคำ ดาวนิลตบผัวะหน้าหัน แล้วด่าซ้ำ

    “เด็กที่เกิดมาพิการไม่น่ารังเกียจเท่าคนที่มันใจพิการอย่างคุณนายหรอกค่ะ”

    “นังดาวนิล แกกล้าตบฉัน แกขนของออกไปเลยนะ ฉันไล่แกออก” คุณนายติ๊ดไล่ตะเพิด ดาวนิลเองก็ไม่ได้อยากอยู่ รีบเก็บข้าวของที่มีอยู่น้อยนิดใส่กระเป๋า คุณนายติ๊ดยังไม่หายแค้นช่วยกันกับผึ้งรุมตบตี ดาวนิลจะตอบโต้ก็ไม่ได้เพราะเป็นห่วงลูกที่อุ้มอยู่ในอ้อมแขน กลัวจะโดนทำร้ายไปด้วย

    ในเวลาต่อมา ดาวนิลถือกระเป๋ามือหนึ่ง อีกมือหนึ่งอุ้มลูกไว้ในอ้อมแขนเดินมาที่ป้ายรถเมล์ในสภาพเนื้อตัวมีรอยเขียวเป็นจ้ำๆ คิดไม่ตกว่าจะไปไหนดี ในที่สุดตัดสินใจกลับบ้านที่แม่อาย...

    หลังดาวนิลไปจากร้านคุณติ๊ดไม่นาน เทวัญมาหาเธอกับลูกพร้อมด้วยของฝาก ต้องผิดหวังเมื่อรู้จากคุณนายติ๊ดว่าเธอย้ายออกไปแล้ว ไม่บอกด้วยซ้ำว่าไปไหน คุณนายพยายามห้ามแล้วแต่เธอไม่ฟัง เทวัญรีบโทร.เข้ามือถือที่ตัวเองให้ดาวนิลไว้ แต่เครื่องปิดติดต่อไม่ได้

    ooooooo

    หนานเมืองกับรินคำต้องการคุยข่มคำปันว่าคณะของตัวเองใหญ่โต จึงพากันขนคนในคณะพร้อมอุปกรณ์การแสดงมาที่ลานหน้าบ้านคำปัน แกล้งขอยืมสถานที่ซ้อมการแสดง เนื่องจากที่นี่กว้างขวางกว่า ลานบ้านตนเอง คณะของตนมีคนมากจึงต้องใช้สถานที่ซ้อมกว้างๆคำปันซ้อมอยู่คนเดียวไปซ้อมหลังบ้านก็ได้

    ช่อเอื้องชี้หน้าหนานเมืองอย่างเอาเรื่อง ที่จะมาขอยืมใช้สถานที่ก็แค่เป็นข้ออ้าง ความจริงแล้วเขาอยากจะมาคุยข่มว่าตัวเองมีคณะแสดงที่ใหญ่โต

    “พ่อดูสิ มีคนรับความจริงไม่ได้ล่ะ” รินคำลอยหน้าลอยตาน่าตบ ช่อเอื้องหมั่นไส้ที่เธอปากดี คว้าไม้ตีกลองใกล้มือยัดปาก หนานเมืองตำหนิคำปันที่ปล่อยให้ช่อเอื้องทำอย่างนั้นกับลูกสาวของตน คำปันโทษว่าเป็นเพราะรินคำหาเรื่องใส่ตัวเองมาพูดยั่วช่อเอื้องก่อน หนานเมืองฮึดฮัดไม่พอใจที่เขาเข้าข้างลูก

    “ปล่อยมันเถอะพ่อ คนมันรับความตกต่ำไม่ได้ ทั้งคณะเหลืออยู่แค่สองคนยังไม่เจียมกะลาหัวอีก”

    ทันใดนั้นมีเสียงดังขึ้นจากด้านหลังว่าสามคนต่างหาก ทุกคนหันขวับมองตามเสียงเห็นดาวนิลยืนอยู่ หนานเมืองไม่วายคุยข่ม ทั้งคณะมีแค่สามคนจะทำอะไรได้

    “มันก็ไม่แน่ ของแบบนี้มันก็อยู่ที่ฝีมือไม่ใช่เหรอหนานเมือง” คำปันได้ทีเกทับ ช่อเอื้องไล่รินคำให้รีบกลับไปซ้อมเผื่อฝีมือจะดีได้สักปลายเสี้ยวดาบของพี่ดาวนิล หนานเมืองเห็นท่าไม่ดี สั่งให้ชาวคณะของตัวเองขนของกลับ คำปันดึงดาวนิลมากอดด้วยความดีใจ ในที่สุดเธอก็กลับมาหาพ่อหาน้อง...

    ฝ่ายช่อเอื้องยังงอนพี่สาวไม่หายที่ไม่ส่งข่าวคราวมาให้รู้กันบ้าง โทร.ไปหาก็ไม่รับสาย ทั้งตนและพ่อเป็นห่วงเธอมาก คิดจะไปก็ไปคิดจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ทำได้ คิดถึงหัวอกคนทางนี้บ้างไหม คำปันเอ็ดช่อเอื้องให้หยุดต่อว่าพี่สาวได้แล้ว ดาวนิลเข้าไปขอโทษน้อง อธิบายว่าที่ต้องหายหน้าไปเพราะมีความจำเป็นบางอย่าง

    “พี่ผิดเองพี่ทิ้งให้พ่อกับน้องต้องเป็นห่วง พี่สัญญาว่าพี่จะไม่หายไปไหนอีกแล้ว อย่าโกรธพี่เลยนะ” ดาวนิลพูดทั้งน้ำตา ช่อเอื้องเห็นเธอร้องไห้ก็ใจอ่อนเข้าไปกอดเอาไว้ ไม่เคยโกรธอะไรพี่เลย ขอแค่อย่าทิ้งตนทิ้งพ่อไปแบบนี้อีก ดาวนิลสัญญาจะไม่ทำแบบนี้อีก ช่อเอื้องปาดน้ำตาทิ้งบอกเธอว่ามีอะไรจะอวด

     พลันมีเสียงเด็กร้องดังมาจากบนบ้าน ดาวนิลรีบเข้าไปอุ้มลูกมาให้พ่อให้น้องดู แต่งเรื่องว่าเด็กคนนี้เป็นลูกคนรู้จักของเธอที่กรุงเทพฯ แกเกิดมาพิการ แม่ก็เลยจะเอาไปทิ้งตั้งแต่ตอนคลอดใหม่ๆ เธอสงสารจึงขอมาเลี้ยงเอง เด็กน้อยยังไม่มีชื่อ รบกวนพ่อช่วยตั้งชื่อให้ด้วย คำปันหันไปเห็นกลองสะบัดชัย จึงตั้งชื่อให้แกว่า “กลอง” ดาวนิลลอบถอนใจโล่งอกที่ทั้งช่อเอื้องและคำปันไม่ติดใจสงสัยอะไรเรื่องกลอง...

    เย็นวันเดียวกัน ดาวนิลโทร.บอกเทวัญว่าตอนนี้อยู่บ้านที่เชียงใหม่ ทุกคนดีใจที่เธอกลับมา เธอเองก็ดีใจเช่นกันตัดสินใจถูกที่กลับบ้าน ต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกเขาก่อน เขาไม่เห็นว่าเธอทำอะไรผิดทำไมต้องขอโทษด้วย ถ้าเขาลางานได้จะขึ้นไปเยี่ยมเธอถึงบ้าน ดาวนิลยินดี มาเมื่อไหร่จะพาเที่ยวให้ทั่วแม่อายเลย รับรองเขาต้องชอบที่นี่แน่นอน ระหว่างนั้นช่อเอื้องวิ่งมาตามดาวนิลให้ไปที่ลานซ้อมมีอะไรจะอวด

    “แค่นี้ก่อนนะคะคุณหมอ ไว้ดาวนิลจะโทร.ไปหาใหม่นะคะ” ดาวนิลวางสายแล้วเดินตามน้องไป...

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    ตบมาตบกลับไม่โกง "ปิ่น-ปอไหม" เข้มข้น ไม่มีใครยอมใคร ใน "ธิดาวานร"

    ตบมาตบกลับไม่โกง "ปิ่น-ปอไหม" เข้มข้น ไม่มีใครยอมใคร ใน "ธิดาวานร"
    30 พ.ย. 2564

    07:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2564 เวลา 15:44 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์