นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แม่อายสะอื้น

    SHARE
    • หน้าที่ 3
    • 1
    • 2
    • 3

    ทรงพลกำลังจะขับรถออกไปจิดาภารีบเปิดประตูรถขึ้นไปนั่งได้ทันขอไปกับเขาด้วย เขาต่อว่าเธอที่พูดจาไม่ดีกับแม่นมน้อยซึ่งเขาถือเสมือนเป็นญาติผู้ใหญ่

    คนหนึ่ง จิดาภายอมอ่อนข้อให้รับปากจะไม่ทะเลาะกับแม่นมน้อยอีก แต่เรื่องบ้านของเราเขาก็ต้องทำตามสัญญา ทรงพลพยักหน้ารับคำแล้วขับรถออกไป...

    อ้อยคว้าหนังสือมาพัดให้แม่นมน้อยพร้อมกับเอายาดมมาอังที่จมูกเพื่อให้ฟื้นคืนสติแต่ไม่เป็นผล กล้วยแนะให้เธอไปตามคุณพล เธอวิ่งไปชะเง้อดูแต่เขาขับรถออกไปแล้ว ก็เลยลองโทรศัพท์หา ทรงพลกำลังขับรถไม่สะดวกรับสายจิดาภาจึงจะรับแทน พอเห็นเป็นเบอร์ของแม่นมน้อย ก็โกหกว่าเป็นศูนย์โทรศัพท์โทร.มาแจ้งโปรโมชั่นแล้วกดสายทิ้งหน้าตาเฉย อ้อยติดต่อเขาไม่ได้ รีบวิ่งไปตามเทวัญที่ยังไม่ออกจากบ้าน...

    ตอนที่เฮียซ้งให้สมุนไปลากตัวดาวนิลมาพบ คราบน้ำตายังนองหน้าเธออยู่เลย ที่เขาเรียกมาหาก็แค่

    จะเอาเงินค่าตัวให้ แล้วยื่นเงินห้าพันบาทให้ เธอไม่อยากได้ปัดทิ้ง สมุนไม่พอใจจะเอาเรื่องแต่เฮียซ้งห้ามไว้

    “ไม่ชอบเงินเหรอ ไม่ชอบก็ไม่ต้องเอาแต่ก็ต้อง

    ทำงานจนกว่าจะได้เงินค่าตัวมาคืนเฮีย...เอามันไปทำงาน”

    สมุนลากดาวนิลไปที่ตู้กระจกของอาบอบนวด ผลักให้เข้าไปนั่ง ปองสงสารเธอเข้ามาสั่งให้สมุนเบามือหน่อย เดี๋ยวตนจะดูแลเธอต่อเอง แล้วบอกให้ดาวนิลเข้าไปนั่งในๆที่เหลือปล่อยเป็นหน้าที่ตนเอง จังหวะนั้น มีลูกค้ามาเกาะตู้มองดาวนิลที่อุตส่าห์นั่งหลบๆด้วย

    ความสนใจ ปองรีบเข้าไปเป่าหู

    “คนนั้นเนื้อตัวมีแต่แผลเป็น ทำอะไรก็ไม่เป็นลูกค้าบ่นมาเยอะ เฮียจะไล่ออกอยู่แล้ว หนูแนะนำเบอร์ 17 ดีกว่า คนนี้หุ่นดีเอาใจเก่ง นวดก็เก่งด้วยนะคะ” คำพูดของปองทำให้ลูกค้าคล้อยตาม ดาวนิลก็เลยรอดตัวไปได้ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะรอดไปได้อีกสักกี่น้ำ

    ooooooo

    นับเป็นโชคดีของดาวนิลที่นอกจากปองจะช่วยกันแขกให้แล้ว ยังแอบให้ใช้มือถืออีกด้วย ดาวนิลดีใจรีบโทร.หาทอน พยายามจะไม่ร้องไห้ตอนที่พูดคุยด้วยแต่ไม่สำเร็จ เขาตกใจงานที่กรุงเทพฯไม่ดีหรืออย่างไรถึงได้ร้องไห้แบบนี้ เธอยังไม่ทันจะพูดอะไร

    มีเสียงช่อเอื้องตะโกนโหวกเหวกเข้ามาในสายทำให้ดาวนิลชะงัก พอตั้งสติได้ก็ขอพูดสายกับน้อง

    “พี่ดาวนิลเป็นยังไงบ้าง ฉันกับพ่อเป็นห่วงแทบแย่ พี่ทอนพาพ่อไปหาหมอวันนี้ ฉันเลยชวนกินข้าวที่บ้าน พี่ทอนกำลังจะกลับพี่ก็โทร.มาพอดีเลย โชคดีจัง”

    ดาวนิลถามถึงพ่อเป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่าต้องผ่าตัดตาแต่พ่อไม่ยอมผ่ากลัวจะทำงานไม่ได้ ช่อเอื้องขอร้องให้ผ่าอย่างไรก็ไม่สำเร็จ คงต้องให้พี่เป็นคนพูด แล้วถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ดาวนิลกลั้นน้ำตาไม่อยู่ร้องไห้โฮ ช่อเอื้องตกใจร้องไห้ทำไม เธอยังไม่ทันตอบ คำปันรู้จากทอนว่าดาวนิลโทร.มาเข้ามาขอคุยด้วย ถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เสียงสะอื้นดังเข้ามาในสายทำให้เขาตกใจ ซักเป็นการใหญ่ว่าใครทำอะไรให้

    “เปล่าจ้ะ ฉัน...แค่คิดถึงบ้าน”

    คำปันถอนใจโล่งอกที่ลูกไม่เป็นอะไร บอกให้ตั้งใจทำงานจะได้กลับบ้าน ช่อเอื้องตะโกนลั่นให้ ดาวนิลรีบกลับมาเร็วๆเอาเงินมาให้พ่อเยอะๆพ่อจะได้เลิกทำงานแล้วยอมไปผ่าตัดตา คำปันหันไปเอ็ดช่อเอื้องที่พูดมาก แล้วบอกดาวนิลว่าไม่ต้องไปฟังน้อง ทำแต่พอดีเดี๋ยวจะเหนื่อยเกินไป

    “แล้วเป็นไง คนกรุงเทพฯชอบการแสดงของเราไหม”

    “ฉันต้องวางสายแล้วน่ะพ่อ เดี๋ยวไว้ฉันจะโทร.หาใหม่นะ” ดาวนิลรีบตัดบทกลัวจะร้องไห้ออกมาอีก คำปันบอกให้เธอดูแลตัวเองดีๆแล้วคืนมือถือให้เจ้าของ ทอนอยากรู้ว่าเบอร์นี้ใช้โทร.ติดต่อเธอได้หรือเปล่า เธอ ปฏิเสธทันทีว่าไม่ได้ เบอร์นี้ยืมคนอื่นโทร. ไว้ว่างเมื่อไหร่เธอจะโทร.หาเอง วางสายแล้วคืนมือถือให้ปอง

    “พี่ช่วยพาฉันออกไปจากที่นี่ทีเถอะนะ ฉันอยากกลับบ้าน” ดาวนิลขอร้องทั้งน้ำตา...

    ระหว่างที่ปองหาทางช่วยดาวนิลออกจากขุมนรก ทรงพลเพิ่งกินดินเนอร์กับจิดาภาเสร็จกำลังเดินมาขึ้นรถ ต้องตกใจเมื่อได้รับสายจากทรงวุฒิว่าแม่นมน้อยเข้าโรงพยาบาลให้รีบมาเยี่ยม จิดาภาไม่ยอมไปด้วยขอให้เขาส่งเธอที่บ้านก่อน ทรงพลให้เธอเอารถไปส่วนเขาจะนั่งแท็กซี่ไปเอง เธอก็ไม่ยอมอีก

    “แค่แวะไปส่งจิที่บ้านเอง คุณจะรีบไปดูทำไมคะ หนังเหนียวขนาดนั้นไม่ตายง่ายๆหรอก”

    “จิ...งั้นคุณก็ลงไปเรียกแท็กซี่กลับบ้าน”

    จิดาภาไม่ยอมนั่งแท็กซี่กลับบ้านคนเดียว ทรงพลเหลืออด ถ้าไม่เอาอะไรสักอย่างก็ให้หยุดพูดแล้วขับรถออกไปราวจะแข่งกับพายุ ไม่นานนักทรงพลเดินนำ

    จิดาภาเข้ามาในห้องพักฟื้นคนไข้ เห็นแม่นมน้อยนอนหลับอยู่บนเตียง ทรงวุฒินอนเล่นมือถืออยู่บนโซฟา ส่วนเทวัญยืนดูรายงานคนไข้อยู่ข้างเตียง ทรงพลปรี่เข้ามาถามว่าท่านเป็นอย่างไรบ้าง เทวัญแจ้งว่าทุกอย่างปกติดี มีความดันสูงนิดหน่อย คงต้องระวังเรื่องเครียด

    “งั้นทำไมยังไม่ฟื้นอีก” ทรงพลว่าแล้วมองแม่นมน้อยด้วยความเป็นห่วง จิดาภาหาว่าท่านสำออย

    ทรงพลต้องขอร้องคนรักอย่าพูดแบบนี้ แทนที่จะสำนึก เธอปากเสียไม่เลิกว่าแม่นมน้อยฉอดๆว่าพิษสงเยอะ เขาน่าจะรู้จักนิสัยคนใช้ของตัวเองดี ทรงพลไม่พอใจที่เธอหาว่าแม่นมน้อยเป็นคนใช้ทั้งที่ขอร้องหลายครั้งแล้วจิดาภาหมั่นไส้เดินเข้าไปใกล้ๆเตียงคนป่วยตะโกน

    คำว่าคนใช้ซ้ำๆอยู่หลายครั้ง สั่งให้เลิกเล่นละครได้แล้ว ทรงพลต้องดึงเธอออกมาตำหนิอย่างแรงที่แสดงกิริยาไม่เหมาะสม จิดาภาสั่งให้เขาพากลับบ้าน

    “ไม่ล่ะ ผมจะอยู่ดูอาการนมสักพัก ถ้าคุณอยากกลับตอนนี้ก็กลับเองแล้วกัน”

    จิดาภาปรี๊ดแตกเดินกระแทกเท้าปังๆออกไป สวนกับอ้อยและกล้วยที่เดินเข้ามา สองสาวหลบแทบไม่ทัน เทวัญบอกให้ทรงพลกลับไปก่อนก็ได้ ตนให้กล้วยกับอ้อยนอนเป็นเพื่อนแม่นมน้อยแล้ว ทรงพลต่อว่าสองสาวว่าแม่นมน้อยไม่สบายตั้งแต่เช้าแต่ไม่มีใครโทร.บอกตน

    สักคน อ้อยโทร.แล้วตอนที่เขาเพิ่งออกจากบ้านไปไม่นานแต่สายถูกตัดทิ้ง ทรงพลนึกย้อนไปถึงตอนนั้นก็จำได้ว่า

    มีสายเข้ามาจริงๆแต่จิดาภาเป็นคนรับ

    “เบอร์ศูนย์โทรศัพท์น่ะค่ะ สงสัยโทร.มาขายโปรโมชั่น ไม่ต้องสนใจหรอกค่ะ”

    ทรงพลโกรธมากคว้ามือถือขึ้นมาโทร.ไปต่อว่าจิดาภาทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันใหญ่โตก่อนจะวางสายอย่างหัวเสียด้วยกันทั้งสองฝ่าย ทรงวุฒิกับเทวัญต้องขอร้องให้เขาใจเย็นๆค่อยพูดค่อยจา จะแต่งงานกันอยู่แล้ว

    “คุยกันไม่รู้เรื่องแบบนี้แล้วจะอยู่กันได้เหรอ” พูดจบทรงพลถอนใจกลุ้ม ขณะที่แม่นมน้อยที่แกล้งหลับแอบอมยิ้มที่แผนป่วนจิดาภาได้ผลดีเกินคาด

    ooooooo

    เนื่องจากอาการไม่ได้หนักหนาอะไร หมออนุญาตให้แม่นมน้อยกลับไปพักฟื้นต่อที่บ้านได้ ทรงพล ทรงวุฒิและเทวัญพาเธอกลับถึงบ้านยังไม่ทันจะหย่อนก้นลงนั่ง มีไลน์ส่งเข้ามาในมือถือของทรงวุฒิให้เปิดทีวีดูข่าวตอนนี้เลย จิดาภากำลังให้สัมภาษณ์อยู่

    เขาชวนเทวัญไปที่ห้องรับแขกคว้ารีโมตเปิดทีวี

    เป็นภาพนักข่าวกำลังสัมภาษณ์จิดาภาถึงภาพที่เธอควงแขนชายหนุ่มลูกครึ่งออกงาน เธอประกาศชัดเจนว่าตัวเองโสดจะควงใครไปไหนก็ไม่เห็นแปลก นักข่าวถามถึงทรงพล เธอให้สัมภาษณ์ว่าตอนนี้ลดสถานะเป็นแค่คนรู้จักกัน ทรงพลเข้ามาเห็นพอดี จิดาภายังคงลอยหน้าให้สัมภาษณ์

    “จิยังไม่ได้แต่งงานนี่คะ จิก็มีสิทธิ์จะลองคบใครก็ได้”

    ทรงพลหงุดหงิดคว้ากุญแจรถอ้างจะไปทำงานแล้วจ้ำพรวดๆออกไป...

    ในที่สุดปองก็หางานใหม่ให้ดาวนิลได้ บอกให้รีบเก็บของ เฮียซ้งสั่งให้เธอไปวันนี้เลย งานใหม่ที่ปองหาให้เป็นงานในร้านเหล้า เจ้าของร้านกับปองรู้จักกัน เขาอยากได้เด็กใหม่ๆพอดี ดาวนิลมีข้อแม้ถ้าทำงานแบบเดิมไม่เอา ปองรับรองดีกว่าที่นี่เยอะ งานใหม่แค่นั่งดื่มเหล้ากับลูกค้า

    “ฟังนะ แกต้องหาทางออกไปจากที่นี่ก่อน เผื่อที่ใหม่จะมีหนทางให้แกหนี อยู่แบบนี้ได้โดนจับนั่งตู้ทุกวันแน่” ปองว่าแล้วช่วยดาวนิลเก็บเสื้อผ้ายัดๆใส่กระเป๋าแล้วเร่งให้ไปได้แล้ว ตนจะเป็นคนไปส่งเธอเอง...

    คล้อยหลังไม่นาน วิไลแวะมาหาเฮียซ้งที่ห้องทำงาน พอรู้ว่าดาวนิลถูกขายต่อไปแล้วก็ไม่พอใจ พยายามหลอกถามว่าขายให้ใคร เขาไม่ยอมบอกเนื่องจากไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ วิไลอ้างว่าเป็นคนบ้านเดียวกันก็ต้องห่วงกันเป็นธรรมดา เฮียซ้งไม่เชื่อ ขนาดปากว่าห่วงยังเอา

    มันมาขาย ตอนนี้เด็กมันได้ดีไปแล้ว เธอไม่ไปยุ่งจะดีกว่า ระวังเวรกรรมจะตามทันสักวัน แล้วต่อไปไม่ต้องเอาใครมาขายให้ เพราะเขาไม่ซื้ออีกแล้ว...

    เฮียซ้งแช่งวิไลแต่ตัวเองกลับโดนเวรกรรมเล่นงานเสียเอง เสี่ยหมูเกิดติดใจกลับมาหาดาวนิลอีกครั้งแต่เธอไม่อยู่แล้วโดยไม่รู้ว่าเมียตัวเองสะกดรอยตามมา รู้เรื่องที่เขาเอาเงินที่เธออุตส่าห์หาแทบตายมาทุ่มให้ผู้หญิงหากินก็แค้นหนักชักปืนกราดยิงผัวตัวเองตายไม่พอยังยิงเฮียซ้งเข้ากลางลำตัวทรุดฮวบจมกองเลือด...

    ทางด้านทรงพลทั้งเสียใจทั้งน้อยใจที่จิดาภาประกาศออกสื่อว่าตัวเองโสดสนิท หลบมานั่งดื่มไวน์คนเดียวเพื่อดับอารมณ์ ทรงวุฒิเป็นห่วงไม่อยากให้พี่ชายอยู่คนเดียวตามมาอยู่เป็นเพื่อน แถมชวนให้ไปสนุกกันที่อื่น นั่งดื่มแบบนี้จะไปสนุกอะไร แล้วคุยอวดถึงตัวเองจะไม่ค่อยได้เรื่องนัก

    “แต่เรื่องหาความสุขใส่ตัวเนี่ยขอให้บอก ผมจะทำให้พี่ลืมไปเลยว่ากำลังกลุ้มใจเรื่องอะไร...ไป” ทรงวุฒิลากแขนทรงพลออกจากร้านไวน์

    ooooooo

    ดาวนิลได้งานใหม่ที่ผับของพิชิต ค่าตัวที่เธอจะได้คือได้จากค่าแก้วเหล้าที่ลูกค้าซื้อให้ พิชิตอธิบายว่าทุกอย่างที่นี่คิดเป็นเงินหมด ลูกค้าจะรู้อยู่แล้วว่าถ้าจับมือ หอมแก้ม กอดจะต้องจ่าย ไม่มีการให้ฟรีแต่ถ้าไม่อยากทำอย่างนั้นก็จะได้แต่ค่าแก้วเหล้า เธออยากรู้ว่าหนี้ค่าตัวเธอ พิชิตจะหักอย่างไร

    “ทำงานให้ฉันเดือนหนึ่ง เงินที่ได้ฉันไม่ได้หัก อ้อ บอกไว้อย่างว่าที่นี่ไม่มีการขายบริการทางเพศในร้านเด็ดขาด แต่ถ้าถูกใจใครแล้วจะไปคุยต่อ ก็ไปตกลงกันเองกับลูกค้านอกร้าน” พูดจบพิชิตหันไปสั่งพนักงาน “พาไปแต่งตัวแต่งหน้าหน่อย วันนี้ให้ยืนดูๆงานแถวเคาน์เตอร์ไปก่อน”...

    ไม่นานนัก ดาวนิลกลับมาที่ผับในชุดสะสวยงดงาม แม้จะโป๊ไปบ้างแต่ก็มีระดับต่างจากไนต์คลับของเฮียซ้งลิบลับ พิชิตเห็นเธอในลุคใหม่ถึงกับออกปากชมว่าสวย ดูไม่ออกเลยว่ามาจากไหน

    “วันนี้ช่วยเขาชงเหล้าไปก่อนแล้วกัน แล้วดูๆว่าพี่เขาทำงานกันอย่างไร”

    ดาวนิลรับคำ เข้าไปช่วยพนักงานที่หลังเคาน์เตอร์เหล้า พนักงานคนหนึ่งเดินไปเปิดทีวีให้ดูเพลินๆไปก่อน เดี๋ยวลูกค้ามามากขึ้นค่อยปิด ปรากฏว่าช่องที่เปิดเป็นรายการข่าว นักข่าวภาคสนามกำลังรายงานเหตุยิงกันตายที่สถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ครั้นดาวนิลเงยหน้าขึ้นดูก็เห็นว่าเป็นอาบอบนวดของเฮียซ้ง คนที่ถูกยิงตายคือเสี่ยหมูที่ข่มขืนตัวเอง ส่วนเฮียซ้งเจ็บสาหัส เธอหลับตาอโหสิกรรมให้ทั้งคู่...

    ทรงวุฒิพาทรงพลเข้าร้านโน้นออกร้านนี้จนฝ่ายหลังเริ่มเมาเพราะดื่มหนัก สุดท้ายทรงวุฒิพาพี่ชายมาต่อที่ผับของพิชิตซึ่งนัดเพื่อนเอาไว้ พิชิตหันไปเห็นเขารีบกุลีกุจอไปต้อนรับด้วยตัวเองเนื่องจากเขาเป็นแขกวีไอพีของร้าน แล้วพาทั้งคู่มานั่งร่วมโต๊ะกับเพื่อนของทรงวุฒิซึ่งรอท่าอยู่พร้อมกับสาวๆ ทีแรกทรงพลอิดออดไม่ชอบที่จะมีสาวๆมาคอยปรนนิบัติ ทรงวุฒิแกล้งกระเซ้าที่ไม่อยากได้สาวๆเพราะเกรงใจจิดาภาใช่ไหม

    “มีอะไรต้องเกรงใจ” ทรงพลเริ่มเสียงอ้อแอ้เนื่องจากดื่มมาหลายแก้ว

    “งั้นดีเลย คืนนี้มาสนุกให้สุดเหวี่ยงไปเลย”

    ทรงวุฒิรับแก้วเหล้าจากเพื่อนส่งต่อให้พี่ชาย...

    ลูกค้าในผับเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆจนเด็กเสิร์ฟไม่พอ พนักงานชงเหล้าจึงวานให้ดาวนิลยกเหล้าไปเสิร์ฟให้โต๊ะของทรงพล เธอหนีไม่ออกจำต้องทำตาม พอวางเหล้าไว้ที่โต๊ะเรียบร้อยดาวนิลหันหลังจะกลับ แต่โดนลูกค้าคนหนึ่งชนจนเซลงไปนั่งบนโซฟา พอเงยหน้ามองอีกทีทั้งตื่นเต้นทั้งตกใจที่เห็นทรงพลนั่งอยู่ข้างๆ

    ดาวนิลมองเขาไม่วางตาขณะที่เขาไม่ได้สนใจเนื่องจากเมามาก ทรงวุฒิกลับมาที่โต๊ะพร้อมกับหญิงสาวคนหนึ่งซึ่งลงนั่งข้างๆทำให้ดาวนิลต้องขยับเข้าไปใกล้ชิดกับทรงพลมากขึ้น ทรงวุฒิชวนทุกคนในโต๊ะชนแก้ว หญิงสาวที่นั่งติดกันส่งแก้วเหล้าให้ดาวนิลซึ่งรับมาถือไว้เพราะอยากจะนั่งอยู่ตรงนั้นให้นานที่สุด

    ทรงพลปรือตาขึ้นมาได้ก็คว้าแก้วเหล้าชนกับดาวนิล ดื่มได้สักพัก เขาเริ่มไม่ไหวลุกขึ้นจะไปอาเจียน ดาวนิลช่วยพยุงเขาเข้าห้องน้ำ พิชิตตามมาดูเห็นเธอคอยดูแลลูบหลังให้ ถามทรงพลว่าไหวไหม

    “ผมกลับบ้านดีกว่า เรียกแท็กซี่ให้ผมหน่อย”

    พิชิตช่วยกันกับดาวนิลพยุงทรงพลมาขึ้นแท็กซี่ที่หน้าร้าน ทรงพลขอให้เธอช่วยนั่งรถไปเป็นเพื่อน พิชิตถามความสมัครใจของเธอก่อน ดาวนิลยินดีจะไปด้วย ส่งเขาเรียบร้อยแล้วเธอจะนั่งแท็กซี่กลับมาเอง ทรงวุฒิตามออกมาเห็นหลังพี่ชายขึ้นแท็กซี่ไปไวๆถามพิชิตว่านั่นเขาจะไปไหน ได้ความว่าเขาเมามากก็เลยขอกลับก่อน พิชิตจึงให้เด็กที่ร้านนั่งรถไปเป็นเพื่อน ทรงวุฒิหัวเราะชอบใจเพราะคิดว่าพี่ชายหิ้วเด็กไปด้วย...

    แทนที่จะกลับบ้าน ทรงพลสั่งให้แท็กซี่มาส่งที่โรงแรมเนื่องจากไม่อยากกลับบ้านในสภาพนี้ ดาวนิลส่งเขาถึงเตียงในห้องพักก็หันหลังจะกลับ เขาดึงตัวไว้ขอร้องให้อยู่เป็นเพื่อน ทรงพลเมาหนักคิดว่าเธอเป็นจิดาภา ดึงเธอมากอดมาจูบ เธอชอบเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงปล่อยตัวปล่อยใจยอมตกเป็นของเขา

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    เพลย์ลิสต์ละคร "แอน ทองประสม" และ "เจมส์ จิรายุ" ก่อนจะมาถึง “กะรัตรัก”

    เพลย์ลิสต์ละคร "แอน ทองประสม" และ "เจมส์ จิรายุ" ก่อนจะมาถึง “กะรัตรัก”
    28 พ.ย. 2564

    11:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน 2564 เวลา 21:15 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์