นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แม่อายสะอื้น

    SHARE
    • หน้าที่ 3
    • 1
    • 2
    • 3

    สองพี่น้องช่วยกันตามหาดาวนิลกระทั่งมาถึงชายหาดเจอรองเท้าของเธอถอดทิ้งไว้ ทรงพลใจคอไม่ดี กวาดตามองหาไปรอบๆเจอเธอเดินลุยทะเลน้ำลึกถึงแค่เอวแล้ว ตะโกนเรียกสุดเสียง

    หญิงสาวได้ยินเสียงเรียกหันมามองเป็นจังหวะที่คลื่นลูกใหญ่ซัดเข้ามา เธอไม่ทันระวังตัวเสียหลักล้มลงจมน้ำ ทรงพลรีบว่ายน้ำเข้าไปช่วยเพราะรู้ว่าเธอว่ายน้ำไม่เป็น ดำผุดดำว่ายสักพักก็ได้ตัว รีบพาขึ้นฝั่ง

    เทวัญเข้ามาปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ พลางบอกให้น้องชายเรียกรถพยาบาล ทรงพลหยิบมือถือขึ้นมาแต่มันเปียกน้ำ ตัดสินใจวิ่งกลับไปที่โรงแรมเพื่อตามคนมาช่วย คุณหมอหนุ่มจับชีพจรเธอที่นอนหมดสติดู พบว่ายังเต้นอ่อนๆ รีบผายปอดช่วยชีวิต ในที่สุดเธอก็สำลักน้ำออกมาและเริ่มหายใจเป็นปกติ

    จากนั้นไม่นาน รถพยาบาลมารับตัวดาวนิล โดยมีทรงพลนั่งรถไปด้วย ช่อเอื้องวิ่งมาทันเห็นพอดีตกใจมากเผลอตัวถามเทวัญที่ยืนส่งอยู่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพี่ดาวนิล เขาเล่าว่าเธอจมน้ำแต่น่าจะปลอดภัยแล้ว

    “เดี๋ยวฉันรีบตามไปที่โรงพยาบาลก่อนนะ” ว่าแล้วเทวัญขยับจะไป ช่อเอื้องขอตามไปด้วย

    ทรงวุฒิได้แต่มองตามตาปริบๆอยากจะไปด้วยแต่ติดงานเปิดตัวไม่กล้าทิ้งแขก ก่อนจะนึกเอะใจขึ้นมาทำไมเมื่อครู่นี้ช่อเอื้องถึงเรียกดาวนิลว่าพี่ทั้งที่ทุกทีเรียกว่าคุณดาวนิล...

    ถึงแม้ดาวนิลจะไม่ได้เป็นอะไรหนักหนาสาหัส แต่เนื่องจากเธอยังไม่ฟื้นหมอจึงขอให้ค้างที่โรงพยาบาลหนึ่งคืนเพื่อดูอาการ ทรงพลนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงในห้องพักฟื้นซบหน้ากับมือเธอรู้สึกผิดต่อเธอมาก

    อีกมุมหนึ่งในห้องโถง เทวัญเดินมานั่งข้างๆ ช่อเอื้องที่รอฟังข่าวพี่สาวด้วยใจจดจ่อแต่ไม่ยอมเข้าไปเยี่ยมเนื่องจากไม่อยากให้มีพิรุธ พอเธอรู้จากเขาว่าพี่สาวปลอดภัยดีถึงกับถอนใจโล่งอก ก่อนจะร้องไห้คร่ำครวญว่าเป็นเพราะตัวเองที่บีบคั้นจนพี่ต้องเป็นแบบนี้ เทวัญกุมมือเธอไว้ ขอร้องอย่าโทษตัวเองแบบนั้น

    “หนูแค่อยากให้พี่เขารู้สึกผิด หนูไม่คิดว่าเขาจะ...” พูดได้แค่นั้นช่อเอื้องร้องไห้ออกมาอีก

    ooooooo

    วันรุ่งขึ้นหมออนุญาตให้ดาวนิลออกจากโรงพยาบาลได้เนื่องจากไม่มีอาการแทรกซ้อน ครั้นกลับถึงโรงแรมพร้อมด้วยทรงพล เทวัญและช่อเอื้อง ทรงพลขอตัวพาดาวนิลขึ้นไปพักผ่อนก่อน ทรงวุฒิซึ่งมารอต้อนรับถามพี่ชายคนโตว่าทำไมดาวนิลถึงจมน้ำทะเลได้ เทวัญเห็นเขาถามต่อหน้าช่อเอื้องทำสายตาดุใส่

    “ทำไมอ่ะ ถามไม่ได้เหรอ” ทรงวุฒิยังไม่รู้ตัว ช่อเอื้องทนฟังไม่ได้เดินเลี่ยงเข้าข้างใน

    “แกนี่ ถามอะไรไม่ดูตาม้าตาเรือเลย” เทวัญเอ็ดน้องชายเสร็จเดินตามช่อเอื้องไป...

    ฝ่ายทรงพลพาดาวนิลมานั่งที่เตียงในห้องพัก บอกให้นอนพักไปก่อน ถึงเวลาอาหารเย็นเมื่อไหร่จะมาปลุกแล้วขยับจะไป ดาวนิลร้องเรียกไว้ ยังโกรธเธออยู่อีกหรือ เขายอมรับว่าใช่ ไม่ได้โกรธเรื่องที่เธอคุยกับเทวัญ แต่โกรธที่เธอทำร้ายตัวเอง ดาวนิลร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น เขาทรุดตัวลงนั่งข้างๆเช็ดน้ำตาให้

    “คุณต้องรักตัวเองสิดาวนิล ทำแบบนั้นมันไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย คิดบ้างไหมว่าถ้าเมื่อคืนผมหาตัวคุณไม่เจอจะเป็นอย่างไร...สัญญากับผมว่าคุณจะไม่ทำร้ายตัวเองอีก ไม่ว่าจะยังไงอย่าคิดทำอะไรแบบนี้อีก”

    ดาวนิลให้สัญญา ทรงพลดึงเธอมากอด เธอเองก็กอดเขาตอบเช่นกัน...

    ในเวลาต่อมา ขณะที่ช่อเอื้องนั่งจมกับความคิดของตัวเองอยู่ริมหาด ดาวนิลเดินเข้ามาทางด้านหลัง เธอรู้สึกตัวหันไปเห็นรีบลุกหนี ดาวนิลขอร้องอย่าเดินหนี ช่อเอื้องตัดพ้อทีเมื่อคืนพี่ยังคิดจะทิ้งเธอเลย ดาวนิลขอโทษตอนนั้นมันคิดอะไรไม่ออกจริงๆ ตนผิดเองที่เห็นแก่ตัวคิดจะตัดช่องน้อยแต่พอตัว

    “ไม่จริง ฉันผิดเองฉันทำให้พี่อยากฆ่าตัวตาย ฉันขอโทษพี่ดาวนิล ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ” ช่อเอื้องคร่ำครวญทั้งน้ำตา ดาวนิลดึงน้องมากอดปลอบใจ

    เธอรีบดันตัวเองออกห่าง เดี๋ยวใครมาเห็นจะเป็นเรื่อง

    “ก็ช่างสิ พี่ไม่สนใจอะไรใครอีกแล้ว ยกโทษให้พี่นะช่อเอื้อง พี่สัญญาพี่จะไม่ทำอะไรโง่ๆแบบนั้นอีกแล้ว”

    “ถ้าพี่คิดจะทิ้งฉันไปแบบนั้นอีก ฉันจะไม่ยกโทษให้พี่อีกแล้วนะ” ช่อเอื้องว่าแล้วกอดพี่สาวตอบ ทั้งคู่ไม่ทันเห็นทรงวุฒิยืนมองอยู่อีกมุมหนึ่ง แม้จะไม่ได้ยินเสียงสนทนา แต่ก็อดสงสัยในท่าทีของทั้งคู่ไม่ได้...

    เหตุการณ์เมื่อคืนทำให้ทรงพลรู้สึกผิดต่อพี่ชาย จึงเข้ามาขอโทษที่เข้าใจพี่ผิดไป ถึงตนจะยังไม่รู้ว่าเรื่องที่พี่คุยกับดาวนิลคืออะไร แต่การที่คิดว่าพี่ชายจะหักหลังตนแบบนั้นมันแย่มาก เทวัญยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร ทรงพลชิงพูดขึ้นเสียก่อน

    “พี่ไม่ต้องพูดอะไรหรอกครับ เอาเป็นว่าผมขอโทษ ผมจะเชื่อพี่แล้วรอให้ดาวนิลเขาอธิบายเอง”...

    จิดาภาโกรธมากที่มีคนในบริษัทเลือกดาวนิลมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้าของตัวเอง ถึงกับปาแฟ้มเอกสารใส่หน้าเลขาฯ สั่งให้ไปไล่ไอ้คนที่คิดอะไรโง่ๆ นี่ออก เลขาฯรีบเก็บแฟ้มลนลานออกจากห้อง

    “นางเอกแถวหน้ารึ แค่ดาราสร้างภาพน่ะสิคนอย่างแกไม่ควรจะได้ดีหรอก” ว่าแล้วจิดาภาคิดแผนร้ายบางอย่างขึ้นมาได้ กดอินเตอร์คอมฯสั่งการให้เลขาฯโทร.หาผู้จัดการส่วนตัวของดาวนิล นัดให้มาพบกับตนแต่อย่าให้มันรู้ว่าใครเป็นคนนัด

    ในเวลาต่อมา หลิวหลิวมาพบกับเลขาฯซึ่งเป็นคนโทร.ไปนัด ครั้นเธอพาเข้าไปในห้องทำงานของเจ้านาย หลิวหลิวตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นว่าคนที่อยู่เบื้องหลังการนัดครั้งนี้คือจิดาภานั่นเอง...

    ขณะเดียวกัน บนระเบียงห้องพักในโรงแรมของทรงวุฒิ หลังจากเกือบจะต้องเสียดาวนิลไปต่อหน้าต่อตา ทำให้ทรงพลตระหนักแล้วว่าไม่มีอะไรสำคัญมากไปกว่าเธออีกแล้ว และไม่อยากเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวที่จะได้อยู่กับเธอ ดังนั้นเขาจึงหยิบแหวนออกมาขอเธอแต่งงาน ดาวนิลดีใจจนพูดอะไรไม่ออก

    “ผมอยากให้มันโรแมนติกกว่านี้อ่ะนะ แต่ผมก็ไม่อยากรออะไรแล้ว ผมรักคุณจริงๆนะดาวนิล ไม่ว่าอะไรที่ผ่านมาแล้ว มันก็คืออดีต ขอแค่อนาคตมีคุณอยู่ข้างๆ ผมก็มีความสุขมากแล้ว...ว่าไงครับ”

    ดาวนิลทักท้วงว่านี่มันระเบียงห้องพัก ใครมองขึ้นมาก็เห็นแล้วเขาไม่อายหรือ ทรงพลไม่อายใครทั้งนั้น ถ้ามีคนเห็นยิ่งดีจะได้เป็นพยานว่าเขาขอเธอแต่งงาน ดาวนิลตอบตกลงจะแต่งงานด้วย ทรงพลกลัวเธอจะเปลี่ยนใจรีบสวมแหวนให้ ทั้งคู่สวมกอดกันอย่างมีความสุข...

    ในขณะที่ความฝันของดาวนิลกำลังจะเป็นจริง จิดาภาพยายามติดสินบนให้หลิวหลิวมาเป็นพวกตัวเองเพื่อจะได้ช่วยกันทำลายดาวนิลให้สิ้นซากด้วยเงินจำนวนมากถึงสิบล้านบาท แต่เขาไม่สนใจไม่ใช่เพราะเป็นคนดีแต่ขืนเขาร่วมมือกับยัยตัวแสบเปิดโปงดาวนิล เขาก็ต้องติดร่างแหไปด้วย...

    เมื่อเทวัญ ช่อเอื้องและทรงวุฒิทราบข่าวทรงพลขอดาวนิลแต่งงาน แถมมีแหวนที่นิ้วมือของเธอเป็นเครื่องยืนยัน ทั้งสามคนมีความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป ทรงวุฒิซึ่งไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยดีใจออกนอกหน้าราวกับจะแต่งเสียเอง ส่วนเทวัญอึ้งไปชั่วขณะถึงได้แสดงความยินดีกับทั้งคู่ ขณะที่ช่อเอื้องเอาแต่ก้มหน้าซ่อนความรู้สึกสับสนกับการกระทำของพี่สาว...

    ตกค่ำ ทรงพลชวนดาวนิลมานั่งที่ระเบียงห้องพักชมดาวไปพลางวางแผนการแต่งงานไปด้วย เขาตั้งใจจะจัดงานแต่งใหญ่โตไม่ให้น้อยหน้าดาราคนอื่น แต่เธอกลับไม่ต้องการ ขอแค่งานแต่งเล็กๆมีแค่เขากับเธอก็พอ ทรงพลดึงดาวนิลมากอดไว้แนบอก เห็นด้วยที่จะจัดงานเล็กๆเพราะเขาไม่ได้มีญาติที่ไหนมีแค่พี่เทวัญ ทรงวุฒิแล้วก็แม่นมน้อยเท่านั้น ส่วนเธอเองก็มีแค่หลิวหลิว ถ้าแขกน้อยอย่างนี้เราแต่งกันอาทิตย์หน้าก็ยังได้

    “คุณยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับคุณนมน้อยเลยนะคะ”

    “ผมไม่อยากบอกทางโทรศัพท์น่ะ ไม่ต้องห่วงนะผมรักใครนมน้อยก็ต้องรักด้วย”

    ดาวนิลถามย้ำว่าเขารักเธอจริงๆใช่ไหม ทรงพลไม่ใช่แค่รักตอนนี้ แต่จะรักตลอดไป

    ooooooo

    ทรงพล เทวัญกับดาวนิลและช่อเอื้องกลับกรุงเทพฯกันก่อน ส่วนทรงวุฒิต้องอยู่เคลียร์งานอีกสองสามวันถึงจะกลับ แม่นมน้อยที่มารอต้อนรับคุณๆอยู่หน้าบ้านเห็นแหวนที่นิ้วมือของดาวนิลก็เอะใจแต่ไม่พูดอะไร ช่อเอื้องกับเทวัญรู้งานรีบชิ่งไปทำธุระของตัว ปล่อยให้ทรงพลแก้ปัญหากับแม่นมน้อยเอง แต่เขากลับชิ่งเช่นกัน

    “เดี๋ยวผมไปส่งดาวนิลที่บ้านนะครับ” พูดจบทรงพลพาดาวนิลออกไป แม่นมน้อยพึมพำเบาๆ

    “แหวนที่นิ้วนางคุณดาวนิล”...

    ฝ่ายช่อเอื้องรีบตรงไปหาพ่อที่ห้องพักพร้อมกับขนมหนึ่งกล่องเป็นของฝากให้กลอง ยังไม่ทันได้คุยอะไรกับพ่อ แม่นมน้อยเดินเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้นที่โรงแรม คำปันงงว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ กล้วยที่ตามเข้ามากับอ้อยชิงพูดขึ้นก่อนว่าคุณนมน้อยเห็นแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายคุณดาวนิลก็เลยสงสัย

    แม่นมน้อยเห็นช่อเอื้องเอาแต่นิ่งเงียบเสียงเขียวใส่ “ว่ายังไงช่อเอื้อง รู้เรื่องนี้หรือเปล่า”

    “เอ่อ คุณนมน้อยไปถามคุณๆเองดีกว่าไหมจ๊ะ”

    กล้วยกับอ้อยช่วยกันสรุป ถ้าตอบแบบนี้ก็แสดงว่าคุณพลขอคุณดาวนิลแต่งงานใช่ไหม คำปันคิดว่าเป็นเรื่องมงคลแม่นมน้อยต้องดีใจจึงแสดงความยินดีด้วย แม่นมน้อยไม่เห็นจะเป็นเรื่องน่ายินดีตรงไหน

    “ผู้หญิงคนนี้มีอะไรไม่น่าไว้วางใจ ตราบใดที่ฉันยังไม่แน่ใจว่าเขาไม่ได้มาหลอกลวงคุณพล ฉันจะไม่ยอมให้คุณพลแต่งงานกับเขาเด็ดขาด” ท่าทางเอาจริงของแม่นมน้อยทำให้ช่อเอื้องอดเป็นกังวลแทนพี่สาวไม่ได้...

    ทางด้านดาวนิลเปิดประตูห้องพักเข้ามาเจอหลิวหลิวรอท่าอยู่ที่โซฟา แปลกใจเข้ามาได้อย่างไร เขาโชว์กุญแจสำรองให้ดู ในฐานะที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวต้องมีติดตัวไว้ ดาวนิลดึงกุญแจไปจากมือเขา ถามว่ามีอะไร หลิวหลิวต่อว่าว่าหนีงานไปดื้อๆแบบนี้ ไปไหนเมื่อไหร่จะกลับก็ไม่บอกสักคำ ทำให้ตนต้องโดนเล่นงานจนหูชาไปหมดแล้ว ดาวนิลแจ้งว่าจะเล่นละครที่เหลืออีกคิวเดียวนี้ให้เสร็จ หลังจากนี้จะไม่รับงานอีกแล้ว

    “ได้ยังไงคะ แล้วพี่จะเอาอะไรกินคะ”

    “ฉันยกหนี้ให้พี่ทั้งหมด พี่พอใจไหมคะจะได้เลิกยุ่งกับฉันสักที”

    หลิวหลิวเล่าเรื่องที่จิดาภาพยายามจะซื้อตัวเขาให้หักหลังดาวนิลแต่เขาไม่เล่นด้วย เธอแปลกใจทำไมเขาถึงมาบอกเรื่องนี้กับเธอ หลิวหลิวออกตัวถึงแม้ตนเองจะดูว่าหน้าเงินเอาเงินซื้อได้แต่ก็ไม่ได้โง่ ขืนดาวนิลโดนแฉ เขาก็ต้องติดร่างแหไปด้วย ดังนั้นเราสองคนต้องผนึกกำลังช่วยกันปิดความลับนั้นเอาไว้ แล้วเหลือบเห็นแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายก็ร้องเอะอะนี่มันอะไรกัน พอรู้ว่าทรงพลขอดาวนิลแต่งงาน หลิวหลิวตบอกผาง

    “ตายแล้ว!! ถ้าคุณจิดาภารู้เรื่องนี้ขึ้นมาล่ะก็...”

    ooooooo

    ที่แม่อาย แม่ค้าร้านขายของชำเห็นทอนเดินมาคนเดียวรีบกวักมือเรียกให้มาใกล้ๆ ได้ยินว่าเขาถามหาช่อเอื้องใช่ไหม ชายหนุ่มพยักหน้า  ที่ตนถามหาก็เพราะเป็นห่วงเห็นว่าไปกรุงเทพฯ คำปันกับกลองก็ไปด้วย ไม่รู้ว่าไปอยู่กับใคร แม่ค้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แล้วหยิบกระดาษชิ้นหนึ่งยื่นให้

    “ช่อเอื้องมันให้เบอร์มือถือนี่ไว้ ตอนมันไปตามพ่อที่กรุงเทพฯ เผื่อพ่อกลับมาบ้านก่อน ข้าจะให้เอ็งหลายทีแล้ว แต่รินคำมันอยู่ด้วยตลอด ขี้เกียจโดนมันด่า”

    ทอนไม่รอช้ารีบหลบออกไปหามุมสงบลองโทร.เบอร์ที่ได้จากแม่ค้าดู ปรากฏว่าเป็นเบอร์ของวรรณา...

    ขณะที่ทอนกำลังสอบถามข่าวคราวครอบครัวของคำปันจากวรรณา ทรงพลตั้งใจจะบอกเรื่องจะแต่งงานกับดาวนิลให้แม่นมน้อยทราบ ท่านรู้แกวว่าเขาจะคุยเรื่องนี้หาทางเลี่ยงสุดชีวิต จังหวะนั้นเทวัญขับรถกลับจากที่ทำงาน ท่านรีบชิ่งหนีอ้างต้องไปต้อนรับเขาก่อน ทรงพลไม่ละความพยายามตามไปติดๆจะขอคุยให้ได้ ท่านอ้างวันนี้ยุ่งมาก ขอผัดเป็นพรุ่งนี้จะได้ไหม ทรงพลจำต้องยอมตามที่ท่านร้องขอแล้วเดินกลับไป

    แม่นมน้อยเข้ามาปรึกษากับเทวัญว่าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี ทำไมทรงพลถึงได้ตัดสินใจแต่งงานกะทันหันแบบนี้ หรือว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นที่โรงแรมของทรงวุฒิ

    “มันมีอุบัติเหตุนิดหน่อย ดาวนิลเขาเกือบจะจมน้ำ ทรงพลก็คงรู้ใจตัวเองว่ารักเขาจริงๆ นมก็เปิดใจรับฟัง พลมันหน่อยแล้วกันนะครับ” พูดจบเทวัญเดินเข้าบ้านตัวเอง ส่วนแม่นมน้อยยังไม่ปักใจเชื่อที่เขาพูดนัก ยังเหลือพยานอีกปากยังไม่สอบถาม รีบโทร.หาทรงวุฒิ ถึงได้รู้ว่าไม่ใช่อุบัติเหตุแต่ดาวนิลพยายามจะฆ่าตัวตาย 

    ทรงพลกับเธอทะเลาะกัน เธอเสียใจมากเดินลงทะเลไปหน้าตาเฉย โชคดีที่เทวัญกับทรงพลตามไปเจอ

    “แล้วเขาทะเลาะอะไรกันถึงต้องเสียใจขนาดนั้น”

    ทรงวุฒิเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ถามใครก็ไม่มีใครตอบสักคน

    ooooooo

    ทอนมาถึงสถานีขนส่งหมอชิตก็ได้วรรณาเป็นธุระมารับแล้วพามาส่งถึงบ้านทรงพลอีกด้วย  เธอถาม เสียงเครียดว่าเขาเป็นแค่เพื่อนช่อเอื้องจากแม่อายเท่านั้นใช่ไหม ทอนพยักหน้าเขาเป็นลูกชายผู้ใหญ่บ้านที่นั่น เห็นช่อเอื้องมาตั้งแต่เด็ก พอดีมาทำธุระให้พ่อก็เลยจะแวะดูช่อเอื้องกับครอบครัวสักหน่อยว่าสบายดีหรือเปล่า

    “บ้านใหญ่จังเลยนะ” ทอนมองเข้าไปในบ้านทรงพลแล้วอดทึ่งไม่ได้

    “เจ้านายช่อเอื้องเขารวย  คนเป็นหมอใจดี คนกลางก็หล่อ คนเล็กห่วยแตกไปหน่อย”

    จังหวะนั้นช่อเอื้องวิ่งมาเปิดประตูให้ แล้วพาทั้งสองคนเดินอ้อมมาทางหลังบ้าน ทอนถามช่อเอื้องว่ามากรุงเทพฯได้เจอดาวนิลบ้างหรือยัง เธอมองหน้าวรรณาไม่รู้จะตอบอย่างไร ครู่ต่อมาช่อเอื้องพาทอนมาพบกับคำปันที่เรือนครัว หลังจากถามสารทุกข์สุกดิบกันแล้ว ทอนอยากรู้ว่าคำปันจะกลับแม่อายเมื่อไหร่ ท่านยังไม่รู้เลย คิดถึงที่นั่นจะแย่ ทอนมีเรื่องจะขอร้องหากคำปันได้กลับไปแม่อาย

    “ฉันอยากให้เด็กๆในหมู่บ้านได้เรียนการแสดงล้านนา การแสดงแบบนี้จะได้ไม่หายไปไหน แล้วฉันจะหาทางให้เด็กๆไปแสดง เด็กๆก็จะได้มีรายได้ ถึงครูจะมองไม่เห็น แต่ครูก็ฟังเสียงจังหวะได้ ครูก็ให้ช่อเอื้องสอนพื้นฐานตีกลองสะบัดชัยให้เด็กๆก่อนแล้วครูค่อยฟังเรื่องจังหวะการตี ดีไหมจ๊ะ”

    คำปันชักจะสนใจขึ้นมา ระหว่างนั้นกล้วยเข้ามาตามตัวช่อเอื้อง

    “อยู่นี่เอง คุณดาวนิลเรียกให้ไปหาแน่ะ”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    เพลย์ลิสต์ละคร "แอน ทองประสม" และ "เจมส์ จิรายุ" ก่อนจะมาถึง “กะรัตรัก”

    เพลย์ลิสต์ละคร "แอน ทองประสม" และ "เจมส์ จิรายุ" ก่อนจะมาถึง “กะรัตรัก”
    28 พ.ย. 2564

    11:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน 2564 เวลา 21:20 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์