นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แม่อายสะอื้น

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1
    • 2
    • 3

    ดาวนิลมารับเช็คค่าตัวที่ช่องด้วยตัวเอง ทำให้ได้รู้จากผู้บริหารช่องว่าวันก่อนท่านเพิ่งคุยกับหลิวหลิวเรื่องละครฟอร์มยักษ์ของช่อง เสียดายอยู่เหมือนกันที่หลิวหลิวบอกว่าดาวนิลเล่นบทคล้ายๆแบบนั้นมามากแล้ว เธอตกใจ ถามย้ำว่าผู้จัดการของเธอพูด อย่างนั้นจริงหรือ

    “จริงสิ เขาพยายามเสนอดาราใหม่มา แต่ช่องคงไม่เสี่ยง สนใจไหมล่ะ...ละครฟอร์มใหญ่ขนาดนี้ น่าเสียดายนะถ้าไม่เล่น” คำบอกเล่าของผู้บริหารช่องทำเอาดาวนิลโกรธควันแทบออกหู...

    การกระทำของหลิวหลิวครั้งนี้เหมือนฟางเส้นสุดท้าย ดาวนิลหมดความอดทนเรียกนักข่าวสารพัดสำนักให้มาที่กองถ่ายละครเพื่อแถลงข่าวจะฉีกสัญญากับหลิวหลิว ผู้จัดการตัวแสบมาถึงกองถ่ายแล้วถึงได้รู้เรื่องนี้ โกรธมาก พุ่งไปหาดาวนิลที่ห้องแต่งตัว ขอคุยกันตามลำพัง ดาราสาวไม่มีอะไรจะคุยกับคนทรยศซึ่งคิดจะเอาบทที่เธอควรได้ไปให้ดาราคนอื่นในสังกัดของตัวเอง หลิวหลิวขู่กลับถ้าคิดจะแฉกัน ตนก็จะแฉคืนบ้าง

    “ไม่รู้ว่าอะไรจะน่าสนใจกว่ากันนะคะ ระหว่างแค่ผู้จัดการโกงเงินค่าตัวดารามีให้เห็นเป็นปกติ กับข่าวนางเอกชื่อดังโกหกกำพืดตัวเองไม่ใช่กำพืดธรรมดาๆด้วยสิ”

    “พี่ทำแบบนั้นไม่ได้หรอก ไม่อย่างนั้นพี่เองก็ต้องโดนไปด้วย”

    หลิวหลิวไม่กลัว ถ้าจะพังก็ให้พังไปด้วยกัน ถ้าจะรอดก็ต้องรอดทั้งคู่ ให้ดาวนิลเลือกมาเลยจะเอา แบบไหน จะฉีกสัญญา ฉีกหน้าตนหรือจะฉีกหน้าตัวเอง ครู่ต่อมา ดาวนิลกับหลิวหลิวออกมาให้สัมภาษณ์นักข่าวพร้อมกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ขอโทษทุกท่านด้วยที่ให้รอ จะไม่มีการฉีกสัญญาใดๆทั้งสิ้นเป็นแค่เรื่องเข้าใจผิด ที่เชิญนักข่าวมาก็เพื่อจะให้มาฟังจากปากพวกเราเองว่าเรารักและรู้ใจกันมาก

    นักข่าวทักท้วงพวกในกองถ่ายได้ยินทั้งคู่ทะเลาะกัน อีกทั้งพักหลังๆมานี่หลิวหลิวไม่ไปที่กองถ่ายด้วย ดาวนิลยืนยันว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด แล้วยิ้มให้พวกนักข่าวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

    ooooooo

    ระหว่างขับรถกลับจากกองถ่าย ดาวนิลนึกถึงคำพูดของเทวัญที่ว่าคนเราหนีความจริงไปไม่พ้น ตัดสินใจขับรถไปหาคำปันที่บ้านทรงพล เจอท่านนั่งอยู่ที่สวนข้างบ้านเข้าไปกราบที่ตัก

    คำปันจับมือเธอที่กราบตัวเอง ไม่แน่ใจว่าเป็นใครแต่พอได้กลิ่นน้ำหอมก็ร้องทักว่าคุณดาวนิลที่เป็นดาราใช่ไหม เธอไม่พูดอะไรซบหน้ากับมือพ่อที่จับมือตัวเอง คำปันเอาอีกมือหนึ่งจับใบหน้าเธอไว้

    “ดาวนิล...นี่ดาวนิลเหรอลูก”

    ดาวนิลซบหน้ากับมือพ่อร้องไห้ ยิ่งทำให้คำปันร้อนใจว่านี่ใช่ดาวนิลของตัวเองหรือเปล่า เธอยังไม่ทันจะพูดอะไร ช่อเอื้องเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ดึงพ่อออกห่างจากดาวนิล คำปันโวยวายจะพาตนไปไหน พี่ดาวนิลอยู่นี่แล้ว ช่อเอื้องว่านี่ไม่ใช่พี่ดาวนิลของเราสักหน่อย นี่คือคุณดาวนิลที่เป็นดาราต่างหาก

    “จริงเหรอคุณ” น้ำเสียงผิดหวังของพ่อทำเอาดาวนิลใจแทบสลาย ระหว่างนั้นทรงพลเข้ามาตามดาวนิลคำปันขอโทษเธอด้วยกับเหตุการณ์เมื่อครู่ ตนคง คิดถึงลูกมากไปหน่อยเลยคิดไปเองว่าเธอเป็นลูกสาวของตน

    “อย่าถือสาคนแก่เลยนะครับ” คำปันยกมือไหว้ ดาวนิลรีบจับมือพ่อไว้ไม่ให้ไหว้ตัวเอง แต่พอนึกได้ว่า ทรงพลอยู่ตรงนั้นด้วยรีบปล่อยมือแทบไม่ทัน ช่อเอื้องไม่ค่อยจะชอบใจ ชวนพ่อเข้าบ้านจะได้ไม่กวนคุณๆ จากนั้นพาพ่อไปหากลองที่กำลังเล่นหุ่นยนต์อยู่ แล้วขอตัวไปช่วยคุณนมน้อยเตรียมอาหารเย็นให้คุณๆ เสร็จแล้วจะมาตามไปกินข้าว แต่ถ้าพ่อหิวก่อนให้กลองไปตามเธอได้

    “ไปทำงานเถอะพ่อยังไม่หิวหรอก” คำปันว่าแล้วทรุดตัวลงนั่งสีหน้าเหม่อเหมือนมีอะไรในใจ ช่อเอื้องเป็นห่วงพ่อแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่หันไปบอกกลองให้ช่วยดูตาด้วย แล้วผละจากไป...

    ในเวลาต่อมา ที่ห้องรับแขกของบ้าน ทรงพลเห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของหญิงคนรักถามว่าทำไมพักนี้ถึงไม่ค่อยสบายบ่อยนักมีอะไรหรือเปล่า เธอโกหกว่าคงจะเป็นเพราะเหนื่อยเรื่องงาน เขาแนะให้หาเวลาพักผ่อนบ้าง จังหวะนั้นช่อเอื้องเข้ามาแจ้งว่าตั้งสำรับเสร็จแล้ว ทรงพลขอบใจเธอมาก แล้วนึกถึงเรื่องที่แม่นมน้อยเล่าขึ้นมาได้ ถามช่อเอื้องว่าทรงวุฒิจะให้ไปช่วยงานเปิดโรงแรมริมทะเลใช่ไหม ถ้าไม่อยากไปก็ปฏิเสธไปได้เลย

    “ไปกันแค่สองคนน่ะเหรอคะ แล้วทำไมต้องเป็นช่อเอื้องด้วย” น้ำเสียงห่วงใยของดาวนิลทำให้ช่อเอื้องนึกอยากจะประชดพี่สาวขึ้นมา จึงบอกทรงพลว่าตนตัดสินใจจะไปทำงานให้ทรงวุฒิ

    “คุณวุฒิบอกว่าจะให้ค่าจ้างพิเศษด้วย หนูอยากได้เงินให้พ่อ ถ้าคุณพลอนุญาตให้หนูลางาน”

    ดาวนิลร้องห้ามเสียงหลงว่าไม่ได้ แต่พอเห็นสายตางงๆของทรงพล รีบกลบเกลื่อนว่าเขาเองก็เป็นห่วงไม่อยากให้ช่อเอื้องไปกับทรงวุฒิไม่ใช่หรือ ทรงพลพยักหน้ารับคำ หันไปถามช่อเอื้องว่าอยากไปจริงๆหรือ

    “ค่ะ หนูอยากเห็นทะเล คุณดาวนิลไม่ต้องเป็นห่วงหนูหรอกค่ะ หนูดูแลตัวเองได้” ช่อเอื้องยิ้มให้ดาวนิลแบบเนียนๆ ดาราสาวยอมให้น้องทำอย่างนี้ไม่ได้ก็เลยชวนทรงพลไปพร้อมกับทรงวุฒิและช่อเอื้อง อ้างว่าตัวเองจะได้ไปพักผ่อนด้วย เขาไม่ขัดข้องแต่เธอไม่ต้องถ่ายละครหรือ ดาวนิลจะให้พี่หลิวหลิวจัดการให้...

    ทรงวุฒิดีใจที่ช่อเอื้องตอบตกลงจะไปช่วยงานเปิดตัวโรงแรมของเขาได้แค่อึดใจเดียวก็หุบยิ้มแทบไม่ทันเมื่อรู้ว่าทรงพลกับดาวนิลจะไปด้วย แอบบ่นพึมพำนึกว่าจะได้ไปกันสองคนดันมีก้างสองชิ้นใหญ่มาขวาง...

    ขณะทรงพลเดินมาส่งดาวนิลขึ้นรถที่จอดอยู่หน้าบ้าน เทวัญกลับเข้ามาพอดี ทรงพลร้องทักกลับบ้านดึกทุกวันเลย คุณหมอหนุ่มได้แต่ยิ้มๆไม่พูดอะไร ทรงพลเห็นพี่ชาย ทำแต่งานก็เลยชวนไปเที่ยวด้วยกัน

    “ผมกับดาวนิลจะไปงานเปิดโรงแรมของนายวุฒิ พี่ไปด้วยกันไหม ช่อเอื้องก็ไปนะ”

    เทวัญสงสัยทำไมช่อเอื้องถึงไปด้วย ทรงพลเล่าว่าทรงวุฒิมาขอให้เธอไปช่วยงาน ตนเลยจะตามไปคุมความประพฤติน้องชายตัวดีสักหน่อย จังหวะนั้นทรงวุฒิเดินออกมาพอดี ทรงพลจึงบอกให้รู้ตัวว่าตนชวนเทวัญไปงานเปิดตัวโรงแรมด้วย ทรงวุฒิเซ็งที่ทุกคนยกโขยงตามไป ขอตัวออกไปหาเพื่อนแก้เซ็งก่อนแล้วเดินฉับๆออกไป ดาวนิลเห็นเทวัญทำท่าจะปฏิเสธ ชิงอ้อนวอนให้ไปด้วยกัน ทรงพลช่วยคะยั้นคะยออีกแรงหนึ่ง

    คุณหมอหนุ่มทนเสียงรบเร้าไม่ไหว ตกปากรับคำจะไปด้วย

    ooooooo

    เช้าวันรุ่งขึ้น ทรงวุฒิ ทรงพล เทวัญและดาวนิลมารวมตัวกันที่รถของทรงวุฒิโดยมีแม่นมน้อย กล้วยกับอ้อยมารอส่งแม่นมน้อยอดแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมคราวนี้เทวัญถึงยอมไปเที่ยวด้วย ทรงพลเล่าแบบไม่ได้คิดอะไรว่าดาวนิลเป็นคนชวน ท่านรีบดึงมือเขาห่างออกมา

    “อย่าหาว่าคนแก่คิดมากเลยนะคะ คุณพลเคยสังเกตคุณเทวัญกับคุณดาวนิลบ้างไหมคะ นมว่าเขาสองคนดูแปลกๆนะคะ จะว่าสนิทกันก็ไม่ใช่ นมสังเกตมานานแล้วเขาดูมีความลับอะไรกันสักอย่าง”

    “จะมีอะไรได้ล่ะครับ นมพูดเหมือนไม่รู้จักพี่เทวัญ เขาโกหกใครเป็นซะที่ไหน”

    แม่นมน้อยรู้ดีว่าเทวัญเป็นคนดีแต่คนอื่นไม่แน่ ถึงอย่างไรทรงพลก็ควรจะสังเกตเอาไว้บ้าง ชายหนุ่มเจอลูกยุเข้าไปอดหวั่นไหวไม่ได้ คิดหาทางทำอะไรสักอย่าง...

    ด้านช่อเอื้องคว้ากระเป๋าเสื้อผ้าเตรียมจะไปขึ้นรถ โดยไม่ลืมให้สัญญากับกลองว่าได้เงินค่าจ้างพิเศษจากคุณวุฒิมาเมื่อไหร่จะพาไปเที่ยวทะเล คำปันโพล่งขึ้นทันทีได้เงินมาแล้วเรากลับบ้านกันดีไหม อยู่กรุงเทพฯไปก็ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้เจอดาวนิล ตนกลับไปรอเธอที่บ้านดีกว่าเผื่อตายไปก่อนจะได้ตายที่บ้านเรา ช่อเอื้องเห็นพ่อดูไม่ค่อยจะมีความสุขตั้งแต่เจอดาวนิลวันนั้นจึงพยายามปลอบ

    “ตายเตยอะไรกัน พ่อยังหนุ่มอยู่เลยพ่อรอฉันกลับมาก่อนนะจ๊ะ แล้วเราค่อยคุยเรื่องกลับบ้านกันนะ”

    คำปันพยักหน้ารับคำ ช่อเอื้องเป็นห่วงพ่อมากต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้พี่สาวยอมแสดงตัวกับพ่อ...

    ขณะที่ช่อเอื้องหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าจะเดินไปที่รถ วรรณาซึ่งแวะมาเยี่ยมเธอพอดีร้องเรียกพลางโบกไม้โบกมืออยู่หน้าประตูรั้ว ช่อเอื้องรีบวิ่งมาบอก รปภ.ประจำบ้านเปิดประตูให้เธอเข้ามา เธอเห็นกระเป๋าในมือของอีกฝ่ายร้องทักว่าจะไปไหน ช่อเอื้องกำลังจะไปช่วยงานเปิดโรงแรมริมทะเลกับทรงวุฒิ ทรงพล เทวัญและดาวนิล

    ทรงวุฒิเดินมาตามช่อเอื้องเจอวรรณาเข้าไม่วายเย้ยหยัน มาผิดวันไปหน่อย เรากำลังจะไปเที่ยวทะเลกัน แล้วเร่งให้ช่อเอื้องไปขึ้นรถได้แล้ว จากนั้นก็เดินกลับไป วรรณายังงงไม่หายถามช่อเอื้องว่านี่มันอะไรกัน เธอตั้งใจมั่นจะต้องทำให้พี่ดาวนิลยอมรับกับทุกคนให้ได้ว่าเป็นใครมาจากไหน

    “ฉันจะไม่ยอมเห็นพ่อต้องเสียใจอีกแล้ว ยังไงพ่อก็ต้องได้เจอพี่ดาวนิลที่กรุงเทพฯก่อนกลับแม่อาย”...

    เมื่อผู้ร่วมเดินทางมากันพร้อมหน้า รถของทรงวุฒิก็เคลื่อนออกจากบ้าน ผ่านหน้าวรรณาที่ยืนอยู่ตรงประตูรั้ว เธอมองตามอดเป็นห่วงช่อเอื้องไม่ได้...

    ใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะมาถึงโรงแรมริมชายหาดของทรงวุฒิ ช่อเอื้องจะไปนอนที่ห้องพักพนักงานแต่ทรงวุฒิไม่อนุญาต เนื่องจากให้เด็กจัดห้องไว้ให้เธอนอนใกล้ๆกันแล้ว ทุกคนจะได้นอนพักห้องละหนึ่งคน ดาวนิลขอให้ช่อเอื้องนอนห้องติดกับตัวเองจะได้เรียกหาได้ง่ายๆ ทรงวุฒิไม่ขัดข้องเดี๋ยวจะให้เด็กยกกระเป๋าไปไว้ที่ห้องให้ งานเปิดตัวโรงแรมมีพรุ่งนี้ตอนเย็น

    “ส่วนตอนนี้เชิญทุกคนพักผ่อนได้ตามสบาย เย็นนี้เจอกันที่ห้องอาหารตรงหน้าหาด”

    ช่อเอื้องอยากรู้ว่าทรงวุฒิจะให้เริ่มงานเมื่อไหร่ เขาให้เธอไปจัดการเก็บข้าวของให้เรียบร้อยก่อน เดี๋ยวเขาจะตามไปบอกรายละเอียดให้ที่ห้องพัก ดาวนิลเห็นทรงวุฒิมีทีท่าพอใจในตัวช่อเอื้องก็เป็นห่วง ส่วนทรงพลแอบกระซิบกับเทวัญ ในเมื่อเราสามคนพี่น้องมากันพร้อมหน้า เขาจะใช้โอกาสนี้ขอดาวนิลแต่งงาน แล้วหยิบแหวนหมั้นออกมาให้ดูก่อนจะเก็บไว้ที่เดิม โดยจะขอเธอหลังจากงานเปิดตัวโรงแรมเสร็จแล้ว

    “ริมทะเลแบบนี้ ดาวนิลเขาคงชอบ”

    “งั้นผมจะลองคุยกับนายวุฒิว่าจัดการอะไรให้ได้บ้าง” ทรงพลเดินไปหาทรงวุฒิด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ขณะที่เทวัญแอบเป็นกังวลกับความจริงที่ยังไม่ถูกเปิดเผยของดาวนิล

    ooooooo

    หลังพนักงานยกกระเป๋ามาให้ช่อเอื้องออกจากห้องพักไปแล้ว ดาวนิลเข้ามาคุยปรับความเข้าใจด้วยโดยระหว่างที่พูดคุยเธอจะใช้ภาษาเหนือกับน้องตลอด แต่ช่อเอื้องกลับประชดเธอด้วยการพูดภาษากลาง ทำให้ดาวนิลไม่พอใจ ตนเองอุตส่าห์ตามมาด้วยเพราะเป็นห่วงยังจะมาแสดงท่าทางแบบนี้อีก

    “ห่วงอะไร ห่วงว่าฉันจะหลงคารมลูกคนรวยแล้วก็ติดใจอยากมีชีวิตหรูหราแบบนี้น่ะเหรอ กลัวฉันจะเป็นเหมือนพี่เหรอไง คนอย่างฉันไม่มีวันลืมพ่อ ลืมน้องลืมกำพืดตัวเองอย่างพี่ทำหรอก”

    ป่วยการจะปรับความเข้าใจกันในเมื่อสองคนมีความต้องการที่ต่างกัน ช่อเอื้องอยากให้พี่สาวแสดงตัวให้พ่อรับรู้ แต่ดาวนิลขอยื้อไปก่อน กลัวทรงพลจะรับไม่ได้จึงทำให้ช่อเอื้องไม่พอใจ และยิ่งรำคาญหนักที่พออยู่ลับหลังคนอื่น ดาวนิลกลับพูดภาษาเหนือกับเธอ ตวาดเสียงลั่น

    “ถ้าคุณยังพูดคำเมืองใส่ฉันอีก ฉันจะไม่คุยกับคุณ”

    ก่อนเหตุการณ์จะบานปลาย พนักงานเข้ามาแจ้งช่อเอื้องว่าทรงวุฒิให้มาตามไปพบ ดาวนิลรีบหันหลังหลบ กลัวพนักงานจะเห็นน้ำตา...

    ฝ่ายหลิวหลิวพยายามโทร.หาดาวนิลอยู่หลายครั้งกว่าจะยอมรับสาย เขาต่อว่าลืมไปหรือเปล่าว่าวันนี้ต้องถ่ายละครคิวสุดท้ายอลังการงานสร้าง เธอตอบหน้าตาเฉยว่าไม่ว่าง ให้เขาช่วยยกเลิกให้ด้วย หลิวหลิวแทบอกแตกตายจะให้ยกเลิกได้อย่างไร ตั้งกองกันเสร็จแล้ว รอเธออยู่คนเดียว ดาวนิลสั่งให้หลิวหลิวจัดการเรื่องนี้ให้ด้วย แล้ววางสายไปเลย เขาโกรธมากที่เธอเบี้ยวงานแต่ทำอะไรไม่ได้...

    หลังคุยโทรศัพท์กับหลิวหลิวเสร็จ ดาวนิลมาเดินทอดอารมณ์ที่ริมชายหาดเจอเทวัญนั่งเหม่อมองทะเลอยู่ เข้ามานั่งข้างๆ บอกว่าจะสารภาพความจริงกับทรงพลแต่ก็กลัวจะเสียเขาไป

    “แต่ถ้าดาวนิลยังปิดบังเรื่องทุกเรื่องแบบนี้ ดาวนิลก็จะเสียน้อง เสียพ่อ เสียลูกตัวเองไป”

    “งั้นดาวนิลจะเลือกอะไรระหว่างครอบครัวกับทรงพล”

    หญิงสาวไม่ต้องการเลือกในเมื่อทรงพลก็เป็นคนที่เธอรักมาก อีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนัก ทรงพลเดินมาตามหาดาวนิล ได้ยินเสียงเธอคุยกับเทวัญรีบหลบมุมแอบฟัง ดาวนิลบ่นกับเทวัญว่าหากพูดความจริงออกไป ไม่รู้ว่าทรงพลจะรับได้หรือเปล่า เขาปลอบเรื่องที่ผ่านมาแล้วเราแก้ไขอดีตไม่ได้ แต่จะสบายใจกว่าไหมถ้าจะพูดความจริง เธอขอโทษเขาที่ทำให้ต้องมาปิดบังเรื่องนี้ไปด้วย

    “หมอก็แค่อยากให้ดาวนิลทำในสิ่งที่ถูกต้อง และเป็นคนบอกเรื่องนี้กับทรงพลเอง”

    ทรงพลนึกถึงคำเตือนของแม่นมน้อยที่ว่าทั้งคู่ดูมีความลับบางอย่างขึ้นมาทันที ก่อนจะหลบออกมา...

    ที่ห้องอาหารของโรงแรม ช่อเอื้องโวยใส่ทรงวุฒิเสียงลั่นที่ให้คนไปเรียกตนเองมาหาแค่จะให้มาเลือกรายการอาหารเย็นนี้อย่างนั้นหรือ ไหนจ้างให้เธอมาทำงาน ไม่เห็นมีงานเปิดตัวโรงแรมอย่างที่พูด

    “ไว้ค่อยคุยคืนนี้ก็ได้ รีบเลือกแล้วจะได้ไปที่ชายหาดกัน พระอาทิตย์ตกที่หาดโรงแรมฉันนี่ รับรองว่าสวยกว่าทะเลทุกที่ที่เธอเคยไปแน่ๆ” ทรงวุฒิคุยอวดด้วยความภาคภูมิใจ ช่อเอื้องไม่เคยเห็นทะเลมาก่อนจะรู้ได้อย่างไรว่าที่นี่สวยกว่าที่อื่น เขาขำก๊ากลืมไปว่าเธอเป็นเด็กดอย เธอหมั่นไส้คว้าเมนูตีหัวเขาเต็มๆถึงกับร้องลั่น

    พวกพนักงานที่รอฟังคำสั่งอยู่แอบขำกันใหญ่ ทรงวุฒิเห็นเธอไม่เลือกเมนูอาหารสักทีก็เลยเลือกเอง สั่งให้พนักงานเตรียมเมนูบาร์บีคิวอาหารทะเลไว้โดยให้จัดโต๊ะที่ริมหาด แล้วชวนช่อเอื้องไปดูทะเลด้วยกัน

    หลังจากวักน้ำทะเลใส่กันพอหอมปากหอมคอ ทรงวุฒิพาช่อเอื้องขึ้นจากทะเลมานั่งเล่นกันต่อ

    ที่หาดทราย ก่อนจะเหลือบไปเห็นดาวนิลนั่งคุยอยู่กับเทวัญที่ริมหาดไม่ห่างกันนัก แปลกใจที่ไม่เห็นทรงพลอยู่ด้วย จังหวะนั้นดาวนิลลุกเดินจากไป ทิ้งให้เทวัญนั่งอยู่ตรงนั้นคนเดียว ทรงวุฒิแอบนินทาสงสัยจะคุยกันเรื่องที่ทรงพลจะขอดาวนิลแต่งงานแน่ๆ ช่อเอื้องถึงกับอึ้ง

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว

    สมการรอคอย "กระเช้าสีดา" ตอนใหม่ ทวงคืนบัลลังก์เรตติ้ง ขึ้นอันดับ 1 ละครหลังข่าว
    23 ต.ค. 2564

    11:15 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 12:29 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์