นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    แม่อายสะอื้น

    SHARE
    • หน้าที่ 2
    • 1
    • 2
    • 3

    ดาวนิลกำลังเตรียมดาบจะซ้อมรำอยู่ที่ลานหน้าบ้าน ทอนแวะมาหา เห็นสีหน้าสดใสของเธอก็ยิ่งหลงรัก กำลังจะอ้าปากสารภาพความในใจ ช่อเอื้องเห็นเขาทำตาหวานใส่ดาวนิลปรี่เข้ามากระเซ้าว่าจะพูดอะไรกับพี่สาวของตนหรือ เขาอายพูดไม่ออก รีบกลบเกลื่อนขอตัวไปช่วยคำปันเตรียมเครื่องดนตรีแล้วเดินลิ่วออกไป

    “ช่อเอื้องไปแกล้งพี่ทอนเขา ดูสิเดินหนีไปเลย”

    ช่อเอื้องถามพี่สาวไม่รู้จริงๆหรือว่าทอนชอบเธอ ดาวนิลส่ายหน้าเขินๆ ช่อเอื้องเห็นดีด้วยถ้าเธอจะชอบพอกับเขา เนื่องจากเขาเป็นคนดี รินคำที่แอบฟังอยู่หลังต้นไม้ได้ยินเต็มสองหูก็ไม่พอใจคิดว่าดาวนิลคิดจะแย่งทอนไปจากตัวเอง เดินหน้าหงิกกลับไป

    ดาวนิลอดทักช่อเอื้องไม่ได้ทำไมถึงตื่นแต่เช้า วันนี้วันหยุดไม่ใช่หรือ เธอแก้ตัวว่าแค่มาดูเฉยๆเผื่อจะมีอะไรให้ช่วย ดาวนิลรู้ทันว่าน้องอยากไปแสดงครั้งนี้ด้วย อาสาจะลองถามพ่อให้

    “พี่จะทำอะไรก็ตามใจพี่แล้วกัน” ช่อเอื้องทำเหมือนไม่สนใจแต่ลึกๆอยากไปด้วยตัวซีดตัวสั่น ดาวนิลวางดาบลงตรงหน้าแล้วเดินไปหาพ่อ ช่อเอื้องได้แต่มองตามลุ้นๆ...

    ฝ่ายรินคำเห็นว่าใกล้ถึงวันแสดงละครเข้ามาทุกทีแต่พ่อยังนิ่งเฉยไม่ขยับอะไรสักอย่าง เข้ามาถามว่าคิดแผนการไว้ได้หรือยัง เธอเห็นพวกมันกำลังซ้อมการแสดงกันอย่างมีความสุข หนานเมืองยังทำอะไรตอนนี้ไม่ได้เดี๋ยวมันจะแก้ไขได้ทัน ตั้งใจจะจัดการมันวันงาน โดยจะให้คนไปดักปล้นรถที่ขนอุปกรณ์การแสดง แค่นี้มันก็จะแสดงอะไรไม่ได้แล้ว รินคำอยากให้พ่อจัดการดาวนิลในคราวเดียวกันไปด้วยเลย

    “ในเมื่อมันเป็นตัวเอกของการแสดง ถ้าไม่มีมันสักคน คณะครูคำปันจะเหลืออะไร”

    ทางด้านดาวนิลไม่รอช้าเข้าไปคุยกับพ่อเรื่องคนตีกลอง ยังไม่ทันจะบอกว่าช่อเอื้องอยากจะกลับมา

    ตีกลองให้ พ่อชิงบอกเสียก่อนว่าจะรับหน้าที่เป็นคน

    ตีกลองเอง ทอนตื่นเต้นที่จะได้เห็นคำปันแสดงฝีมือ

    “ก็นานๆจะมีงานใหญ่ๆแบบนี้ซะทีก็ต้องแสดงฝีมือกันหน่อย เมื่อครู่นี้ลูกจะพูดอะไร คนตีกลองทำไม”

    ดาวนิลเห็นพ่อมีความสุขที่จะได้แสดงฝีมือ

    อีกครั้งก็เลยไม่กล้าพูดเรื่องช่อเอื้อง ได้แต่บอกว่าไม่มีอะไร คำปันพยักหน้ารับรู้ ขอตัวกลับไปเอาไม้ตีกลองประจำตัว จะได้ซ้อมได้ถนัดมือ ช่อเอื้องที่แอบฟังอยู่มองตามพ่อที่กลับขึ้นเรือนด้วยสีหน้าผิดหวัง ก่อนจะเดินตามท่านไป

    การแอบตามพ่อมาที่เรือนครั้งนี้ทำให้ช่อเอื้องพบความผิดปกติบางอย่าง เหมือนกับสายตาของท่านไม่ค่อยดีต้องใช้มือคลำทางขณะที่เดินหาไม้ตีกลอง เธอรีบกลับมาหาดาวนิลที่ลานซ้อม ยังไม่ทันจะได้บอกเรื่องสายตาของพ่อ มีเสียงตีกลองดังขึ้นเสียก่อน ดาวนิล คว้าดาบลุกพรวด

    “เดี๋ยวพี่ไปซ้อมก่อนนะ ช่อเอื้องนั่งดูก่อนล่ะ ถ้ามีโอกาสพี่จะลองคุยกับพ่อเรื่องกลองอีกที”

    ช่อเอื้องได้แต่มองตามพี่สาวเดินไปที่ลานซ้อมสีหน้าเป็นกังวล

    ooooooo

    ในเวลาเดียวกัน จิดาภาซึ่งอยู่ที่กรุงเทพฯ

    งัดไม้ตายขึ้นมาใช้ในเมื่อทรงพลไม่ตัดสินใจเลือกระหว่างเธอกับแม่นมน้อยสักที ก็เลยแกล้งเขาด้วยการหนีไปเที่ยวเมืองนอกสองอาทิตย์ เธอรอจนนาทีสุดท้ายก่อนจะเดินทางไปสนามบิน ถึงได้โทร.บอกเขาเรื่องนี้

    “ผมรู้ว่าคุณกำลังโกรธผมอยู่แต่คุณจะหนีไปอเมริกาแบบนี้ไม่ได้นะ ผมมีงาน ตามคุณไปไม่ได้”

    “จิก็ไม่ได้บอกให้คุณตามไปสักหน่อยนี่คะ”

    “ไม่เอาน่าจิ แล้วงานเปิดตัวโรงแรมเพื่อนผมที่แม่อายล่ะ คุณสัญญาจะไปกับผม”

    จิดาภาไม่ได้คิดจะไปโรงแรมกันดารติดขอบป่าแบบนั้นอยู่แล้ว แล้วขอตัววางสายก่อน เดี๋ยวจะไปสนามบินไม่ทัน ระหว่างสองอาทิตย์ที่เธอไม่อยู่เชิญเขาอยู่กับยัยแม่นมของเขาให้สบายใจ จากนั้นก็วางสายไปเลย แม่นมน้อยแอบฟังทรงพลคุยโทรศัพท์สีหน้ากลุ้มใจที่เห็นเขาไม่มีความสุข...

    แม่นมน้อยครุ่นคิดหนักไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงนำเรื่องนี้ไปปรึกษาเทวัญที่เพิ่งรักษาคนไข้เสร็จ คุณหมอหนุ่มเข้าใจดีว่าเธอรักทรงพลมาก แต่เขาโตแล้วจะรักใครชอบใครก็เป็นเรื่องของเขา

    “มันก็ใช่ล่ะค่ะ แต่นมไม่เข้าใจเลย คุณพลของนมดีทุกอย่าง ไปชอบผู้หญิงแบบนั้นได้ยังไง”

    “นมต้องเปิดใจนะครับ เคยได้ยินไหมครับที่พ่อแม่มักจะบอกว่าถ้าลูกรักใคร เราก็ต้องรักคนที่ลูกรักด้วย”

    แม่นมน้อยถอนใจเฮือกด้วยความหนักใจ...

    หลังจากคิดทบทวนอยู่หลายตลบ แม่นมน้อยตัดสินใจเข้าไปขอโทษทรงพลที่ก่อเรื่องกับจิดาภาไว้เธอกลับมาจากเมืองนอกเมื่อไหร่ ตนจะไปขอโทษเธอเอง

    “ขอโทษอะไรกัน จิเอาแต่ใจตัวเองต่างหาก ผมจะปล่อยให้นมไปขอโทษคนที่เด็กกว่าได้อย่างไร”

    แม่นมน้อยไม่อยากทำให้ทรงพลไม่สบายใจ สัญญาว่าต่อจากนี้ไปไม่ว่าจิดาภาจะทำหรือพูดอะไร เธอจะไม่สนใจไม่ทะเลาะด้วย เขาเข้ามากอดเธอไว้

    ชมไม่หยุดปากว่าเธอเป็นแม่นมที่น่ารักที่สุดในโลก

    “อ้อ พรุ่งนี้ผมจะขึ้นเชียงใหม่นะ กะว่าจะไปแม่อายสักสองสามวัน”

    ooooooo

    สายวันรุ่งขึ้น คำปัน ดาวนิล และทอนมายังโรงแรมของธีระเพื่อดูสถานที่ที่จัดไว้เป็นเวทีสำหรับการแสดง ธีระคุยให้ทั้งสามคนฟังว่าเชิญเพื่อนๆที่เป็นเจ้าของโรงแรมจากกรุงเทพฯมางานนี้ด้วย คุยอวดกับเพื่อนไว้เยอะเรื่องการแสดงล้านนาครั้งนี้ คำปันให้คำมั่นว่าจะแสดงเต็มที่ไม่ทำให้เขาผิดหวัง...

    เสร็จจากดูความเรียบร้อยของเวที คำปัน ดาวนิลและทอนก็ชวนกันกลับไปเตรียมตัว เป็นจังหวะเดียวกับทรงพลเดินเข้ามาจากอีกด้านหนึ่งจึงเห็นแค่ด้านหลังของทั้งสามคน ธีระหันมาเห็นเขาพอดี

    “เอ้าไอ้พล มายังไงทำไมไม่บอกวะ จะได้ให้คนไปรับที่สนามบิน”

    “ก็รู้ว่าแกน่าจะยุ่ง ก็เลยมาเงียบๆ โรงแรมสวยดีนี่หว่า...แล้วนั่นพวกนั้นใคร เขาทำอะไรกัน” ทรงพลชี้ไปทางดาวนิลกับพวก ธีระอธิบายว่านั่นเป็นคณะที่มาแสดงเปิดงาน รับรองไม่แพ้งานที่กรุงเทพฯของเขาแน่ๆ...

    ในเวลาต่อมา ดาวนิลนำเรื่องที่ไปดูสถานที่จัดแสดงมาเล่าให้ช่อเอื้องฟังว่าโรงแรมของธีระสวยมาก ทำให้ฝ่ายหลังอยากไปงานนี้ด้วยใจแทบขาด ดาวนิลสงสารน้องจึงขอร้องพ่อให้น้องตามไปดูด้วยคน คำปันแกล้งพูดว่าคนไม่มีงานทำจะตามไปด้วยได้อย่างไร ช่อเอื้องถึงกับหน้าจ๋อย

    “แต่พวกอุปกรณ์ พรุ่งนี้คงต้องขนกันวุ่นวายน่าดู คงต้องหาคนช่วย”

    ช่อเอื้องอาสาจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง แล้วขอตัวไปดูคนงานว่าขนของถึงไหนแล้ว จากนั้นวิ่งปรู๊ดออกไป

    ooooooo

    เมื่อถึงวันงาน ดาวนิล คำปัน และช่อเอื้องมาถึงโรงแรมก่อนชาวคณะคนอื่น คำปันไม่อยากให้เสียเวลาสั่งให้ดาวนิลซ้อมดาบอยู่ที่เวทีไปก่อน ส่วนท่านกับช่อเอื้องจะไปดูรถขนของว่ามาถึงหรือยัง ดาวนิลไม่รอช้าคว้าดาบขึ้นมาร่ายรำอย่างตั้งใจ ทรงพลเข้ามาเห็นเธอจากด้านหลังหยุดมองด้วยความสนใจ

    การแสดงที่สวยสง่าของดาวนิลดึงดูดชายหนุ่มให้เข้าไปดูใกล้ๆ เธอมีสมาธิกับการซ้อมจึงไม่ได้ยินเสียงเขา ครั้นหันมาเจอก็ตกใจถึงกับทำดาบหล่น เขารีบเก็บคืนให้ ขอโทษด้วยที่ทำให้ตกใจ เนื่องจากไม่เคยเห็นผู้หญิงรำดาบมาก่อน ดาวนิลไม่พูดอะไรรับดาบคืนมา เขาชมว่ารำสวย เวลาแสดงจะใช้ดาบจริงไหม เธอพยักหน้าแทนคำตอบ ทรงพลกระเซ้าตกลงพูดไทยได้หรือเปล่า เธอยังไม่ทันจะตอบ พนักงานเดินเข้ามาเสียก่อน

    “คุณทรงพลคะ คุณธีเชิญที่ห้องอาหารค่ะ”

    ทรงพลรับคำ หันไปบอกให้ดาวนิลรำสวยๆ ตอนเย็นจะมารอดู แล้วเดินออกไปกับพนักงาน เธอมองตามเขาถูกใจตั้งแต่แรกเห็น มัวแต่มองเพลินก็เลยไม่ได้ยินที่ช่อเอื้องเข้ามาถามว่ามองอะไรอยู่ ฝ่ายแรกต้องสะกิดเธอถึงรู้สึกตัวถามว่ามีอะไร ช่อเอื้องมาตามให้เธอไปเตรียมตัวได้แล้ว อีกไม่นานรถขนของคงจะมาถึง...

    รถขนของมาตามนัดไม่ได้เนื่องจากถูกลูกน้องของหนานเมืองเอาตะปูเรือใบไปโรยไว้บนถนน รถแล่นทับทำให้ยางแบนไปต่อไม่ได้ อึดใจลูกน้องของหนานเมืองอีกคนหนึ่งขับรถบรรทุกมาจอดข้างๆแต่งเรื่องว่าคำปันสั่งให้ตนมาดูว่าทำไมรถขนของไปไม่ถึงสักที คนขับรถชี้ให้ดูยางรถที่แบนทั้งสองข้าง

    “เอาอย่างนี้พี่ขนของมาไว้ที่รถฉัน เดี๋ยวฉันเอาไปส่งครูเอง แล้วจะวนกลับมารับพี่ไปปะยางละกัน”

    คนขับรถขนของหลงเชื่อ ช่วยกันกับเด็กรถขนของขึ้นรถบรรทุกคันที่ลูกน้องหนานเมืองขับมา...

    รออยู่นานสองนาน รถบรรทุกคันที่นัดกันไว้ไม่เห็นกลับมารับสักที คนขับรถขนของตัดสินใจโบกรถชาวบ้านให้มาส่งที่โรงแรม เมื่อได้พบกับคำปันทำให้เขารู้ทันทีว่าถูกหลอกเอาเครื่องดนตรีไป คำปันใจคอไม่ดีขอร้องให้ทอนช่วยขับรถกลับไปที่หมู่บ้านของเราเผื่อจะได้เบาะแสอะไรบ้าง ดาวนิลขอตามไปด้วย

    “อย่าเลย ลูกดูแลความเรียบร้อยอยู่ทางนี้ดีกว่าลูกเองก็ต้องแต่งตัวเตรียมไว้นะ”

    ดาวนิลรับคำ มองตามพ่อที่จะออกไปกับทอนและคนขับรถขนของด้วยความเป็นห่วง

    อีกมุมหนึ่งด้านหลังโรงแรม รินคำที่ซุ่มดูอยู่กับหนานเมืองเห็นทอนขับรถพาคำปันกับคนขับรถออกไปก็หันมายิ้มให้กันที่แผนการขั้นแรกสำเร็จด้วยดี...

    ที่ห้องด้านหลังเวที ช่อเอื้องฟันธงว่าเรื่องวุ่นๆที่เกิดขึ้นต้องเป็นฝีมือหนานเมืองแน่ๆ เนื่องจากอยากให้งานนี้พังคณะของเราจะได้เสียชื่อเสียง ดาวนิลไม่อยากให้น้องกล่าวหาใครโดยไม่มีหลักฐาน แล้ววานให้ช่วยไปดูพวกนักแสดงว่าแต่งตัวกันเรียบร้อยหรือยัง พ่อกลับมาจะได้ไม่ต้องเป็นกังวลอีก ช่อเอื้องคล้อยหลังไปไม่นาน พนักงานของโรงแรมเข้ามาบอกดาวนิลว่ามีคนเอาของมาส่ง รออยู่ด้านนอก

    ครั้นดาวนิลมาถึงลานจอดรถหลังโรงแรมกลับไม่เจอใคร ทันใดนั้นมีมือใครบางคนเอาผ้าชุบยาสลบมาโปะหน้า อึดใจยาออกฤทธิ์ ดาวนิลค่อยๆหมดสติ จากนั้นหนานเมืองสั่งให้ลูกน้องเอาตัวเธอไปขังไว้ในห้องทิ้งขยะที่อยู่ไม่ห่างกันนัก เอาแม่กุญแจล็อก โยนลูกกุญแจทิ้งลงท่อน้ำ แล้วชวนกันออกจากโรงแรม รินคำอยากเข้าไปดูภายในโรงแรมจึงออกอุบายว่าปวดท้องขอเข้าห้องน้ำ

    “เฮ้ย เดี๋ยวใครมาเห็นได้ซวยกันหมด”

    “ใครจะเห็น เขาก็อยู่หลังเวทีกันหมด เดี๋ยวฉันมานะ แป๊บเดียว” พูดจบรินคำเดินลิ่วเข้าข้างในโดยไม่ฟังเสียงห้ามปรามของพ่อ ครั้นเห็นภายในโรงแรมที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามถึงกับตะลึง

    “สวยจริงๆด้วย หรูแบบนี้สินะนังดาวนิลถึงได้ระรื่นนัก สมน้ำหน้า รำดาบกลางกองขยะไปแล้วกัน” รินคำมัวแต่ตื่นตาตื่นใจกับความสวยของสถานที่ไม่ทันเห็นทรงพลที่นั่งอยู่แถวนั้นได้ยินที่เธอพูดก็เอะใจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    เพลย์ลิสต์ละคร "แอน ทองประสม" และ "เจมส์ จิรายุ" ก่อนจะมาถึง “กะรัตรัก”

    เพลย์ลิสต์ละคร "แอน ทองประสม" และ "เจมส์ จิรายุ" ก่อนจะมาถึง “กะรัตรัก”
    28 พ.ย. 2564

    11:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน 2564 เวลา 21:19 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์