ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เลือดรักทระนง

SHARE
ตอนที่ 14


ร่างไร้สติของพุดกรองถูกเข็นเข้ามาในโรงพยาบาลที่กำลังวุ่นวายเพราะมีคนบาดเจ็บจากระเบิดจำนวนมาก หมอก็ไม่พอ สร้อยสนร้องไห้เมื่อไม่มีใครมาดูแลแม่ เห็นนิธิตรวจคนเจ็บอยู่จึงเข้าไปอ้อนวอนว่า แม่ตกบันไดให้ช่วยมาดูด้วย

ฝ่ายท่านชายกับรามช่วยกันหากระถินอยู่ริมถนนแถวบางกอกน้อยแต่ไม่เจอ รามคิดว่ากระถินไม่น่ามาไกลถึงขนาดนี้ แต่พอท่านชายเอาสร้อยกับจี้ทองของกระถินให้ดู รามใจหายวาบถามว่ากระถินอยู่ไหน

ตอนที่ 13

กระถินเดินน้ำตาซึมออกจากห้องรับแขก เจอพุดกรองพอดี ถูกพุดกรองเยาะเย้ยอย่างสะใจว่า

“ฉันเคยบอกแกแล้วว่ารามไม่ได้รักแกเท่ากับที่รักเงินของมัน ตอนแกเอามรดกไปถวายมันก็รัก พอแกทำให้มันล่มจมมันก็เมินใส่ มันไม่ได้พิศวาสอะไรแกแล้ว แต่ก็ยังไม่กล้าไล่แกออกไปก็เพราะกลัวจะต้องยกสมบัติครึ่งหนึ่งให้ฉันถึงต้องทนกล้ำกลืนอยู่กินกันต่อไป”

กระถินเจ็บจี๊ดที่ถูกจี้ใจดำ พุดกรองได้ทีจับบ่าสองข้างของกระถินให้หันมาเผชิญหน้า ทำเป็นพูดเห็นใจว่า

“จะบอกอะไรให้ในฐานะผู้หญิงด้วยกัน ถ้าเขานอนกับแกก็ไม่ใช่เพราะรักใคร่อะไรทั้งนั้น มันก็แค่อยาก ให้แกมีลูกให้ มันจะได้ฉกสมบัติทั้งหมดไป แล้วทีนี้มันก็จะตีปีกไปอยู่กินกับแม่ปูเป้สมใจ... แกก็รู้ว่าเด็กที่ไม่ได้เกิดมาด้วยความรักมันอาภัพแค่ไหน อยากให้เขาเกิดมาเป็นอย่างแกรึไง”

“คิดว่าพูดแบบนี้แล้วฉันจะซึ้งใจรึไง ฉันรู้ว่าคุณก็แค่ห่วงตัวเองเท่านั้น ฉันก็อยากจะถามคุณเหมือนกันว่าคุณเคยรู้สึกผิดบ้างไหมที่ปล่อยให้ฉันเกิดมาแบบนี้”

“ฉันโตมาคนเดียวไม่รู้ว่าใครเป็นแม่ด้วยซ้ำ แกควรดีใจที่ชีวิตแกยังดีกว่าฉันมาก”

“ค่ะ ดีมาก ดีที่รู้ว่ามีแม่แต่เขาไม่รัก ดีที่รู้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียว แต่มีคนอีกคนที่คอยซ้ำเติม คอยถากถาง คอยระแวง คอยสมน้ำหน้า ชีวิตที่เหมือนมีมารผจญอยู่ตลอดเวลา คุณเรียกชีวิตแบบนี้ว่าโชคดีเหรอคะ?”

“ก็แกมันทำตัวให้รักลงซะที่ไหน อย่าว่าแต่ฉันเลย ขนาดผัวแกก็ยังรักแกไม่ลง ทุกอย่างมันผิดที่ตัวแกนั่นแหละ”

พุดกรองพูดใส่หน้าแล้วเดินหนีไปเลย กระถินยืนอยู่อย่างอ้างว้าง รู้สึกเหมือนชีวิตนี้ไม่เหลืออะไรเลย...

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เสือกาจได้รับการปล่อยตัวจากสันติบาล พอออกมาเห็นกระถินยืนรออยู่ กระถินพยายามทำสีหน้าสดชื่นกลบเกลื่อนปัญหาของตัวเอง

ตอนที่ 12

บ่ายวันนี้รามเก็บกระเป๋าเตรียมเดินทาง และหยิบปืนพกออกมา กระถินกังวลใจถามว่าจะไปไหน

“จะลงใต้ไปส่งน้ำมัน ไปดูให้เห็นกับตาจะได้รู้ว่าของไปอยู่กับพวกญี่ปุ่นจริงไหม”

“พี่รามจะไปเองเลยเหรอคะ” กระถินกลัวรามจะเจอระเบิด รามถามว่าเธอจะได้เลิกระแวงไม่ดีหรือ กระถินก้มหน้าอย่างไม่รู้จะห้ามเขาอย่างไร เลยถามว่า “ไม่ไปไม่ได้เหรอคะ กระถินเป็นห่วง ไม่อยากให้พี่รามไป”

รามชะงักเพราะกระถินไม่เคยขออะไรเขาบ่อยนัก พูดเชิงตัดพ้อว่าเธอนั่นแหละเป็นคนเบื่อตน กระถินบอกว่าตนไม่ได้เบื่อ แค่...แค่... กระถินอึกอักจนรามเป็นห่วงถามว่าหรือไม่สบาย กระถินเห็นเขาเป็นห่วงเลยคิดว่านี่คงจะหยุดเขาได้ เลยตีอ้อนว่า “พี่รามอยู่กับกระถินได้ไหม”

รามเอะใจถามว่าตัวก็ไม่ร้อน หรือว่าจะท้อง กระถินตกใจบอกว่าไม่รู้อาจไม่ใช่ก็ได้ รามทั้งดีใจและเป็นห่วงบ่นว่าทำไมเพิ่งบอกเอาตอนนี้
กลายเป็นเรื่องตื่นเต้นกันทั้งบ้าน จันทร์โทร.ไปตามหลวงแพทย์บอกว่ารามเร่งให้มาเดี๋ยวนี้เลย

ละมุดตกใจแจ้นไปบอกพุดกรอง บ่นอย่างกังวลว่า

“ถ้าเกิดมันท้องขึ้นมาสมบัติก็จะตกเป็นของมันกับคุณรามจริงๆแล้วสิ” พุดกรองที่ยังตกใจเรื่องเสือกาจ จิกตาบอกว่าไม่จริง ข้าไม่ยอม แต่ในใจหวาดหวั่นเมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังเข้าตาจนเข้าไปทุกทีแล้ว

ผลการตรวจของหลวงแพทย์ปรากฏว่ากระถินไม่ได้ท้องแค่อ่อนเพลีย ที่เวียนหัวอาจเพราะพักผ่อนน้อย แต่จะให้ยาบำรุงร่างกายเผื่อจะมีข่าวดีทันใจราม ขณะแม่นิ่มออกไปส่งหลวงแพทย์ กระถินขอโทษรามที่ทำให้ผิดหวัง

“ไม่เป็นไรหรอกที่กระถินคิดมากส่วนหนึ่งก็คงจะเป็นเพราะพี่” รามหอมหน้าผากปลอบขวัญ “อย่าเครียดไปเลยนะพี่จะอยู่เป็นเพื่อนจนกระถินหาย จะได้กลับมาสดใสเหมือนเดิม” กระถินตื่นเต้นถามว่าเขา

ไม่ต้องไปทำงานแล้วหรือ รามส่ายหน้าบอกว่าให้คนอื่นไปแทนแล้ว ไม่อยากให้เธอเป็นห่วงจนนอนไม่หลับ พรุ่งนี้จึงจะตามไปทีหลัง
รามกอดกระถินให้กำลังใจ เธอกอดรามไว้อย่างโล่งใจที่หยุดการไปกับขบวนรถไฟที่อาจถูกวางระเบิดได้

คืนนี้จันทร์จัดซุปบำรุงมาให้กระถิน รามป้อนบอกให้กินเสีย วันนี้ไม่ท้องวันหน้าก็ต้องท้องอยู่ดี อ้อนว่า

“พี่อุตส่าห์ไม่เดินทางคืนนี้ กระถินจะตามใจพี่บ้างไม่ได้รึไง”

“ก็ได้ค่ะ” กระถินกินซุปยาจีนที่รามป้อนให้แล้วรีบลุก “อิ่มแล้วกระถินขอไปพักที่เรือนก่อนนะ” รามติงว่ามืดแล้วจะกลับไปยังไงบอกว่าจะไปส่งแล้วอุ้มทันที บอกว่า “คืนนี้พี่จะดูแลกระถินเอง อย่ากลับไปเรือนแม่นิ่มเลยนะ” ว่าแล้วก็อุ้มกระถินออกจากห้องกินข้าวไปเลย จันทร์หัวเราะคิกคักเมื่อเห็นสองคนกลับมารักกันเหมือนเก่า

เมื่อเข้าห้องนอน กระถินดูนาฬิกาเป็นเวลาสามทุ่มแล้วก็โล่งใจคิดว่ารถไฟคงออกไปนานแล้ว เมื่อรามอ้อนขอกอดอย่างนี้ทั้งคืน กระถินจึงบอกว่า “ตามใจสิคะ” รามแทบไม่เชื่อหูตัวเองถามว่าตนไม่ได้หูฝาดใช่ไหม

“แค่พี่รามเลือกกระถินมากกว่าธุระของพี่ กระถินก็พร้อมจะ ‘ตามใจ’ พี่รามทุกอย่าง” พูดแล้วก้มซบบ่ารามอย่างอ่อนโยน รามกอดกระถินไว้อย่างแสนรัก

สมพรที่ไปดูงานแทนรามคืนนี้ เขาแปลกใจที่ขบวนรถไฟคืนนี้มีทหารญี่ปุ่นคุมเต็มไปหมด โทชิเห็นสมพรแปลกหน้าจึงถามพนักงานว่านั่นใคร พนักงานบอกว่าคนจากบริษัทส่งสินค้ามาช่วยตรวจสินค้าที่ปลายทาง แล้วพาสมพรไปที่ขบวนรถไฟ สมพรรู้สึกผิดปกติ ถามพนักงานคนนั้นว่าทำไมรถไฟขบวนนี้มีแต่ทหาร

“ก็นี่มันรถไฟขบวนพิเศษไว้ขนเสบียงให้กองทัพ ไม่รู้รึไง”

สมพรตกใจไม่กล้าขึ้นไปบนรถไฟ แล้วดึกคืนนี้เขาก็ไปหารามบอกว่ามีธุระด่วน รามช็อกเมื่อฟังสมพรเล่า ถามว่าเราถูกหลอกรึไง!

“พวกเขาขายน้ำมันของเราให้กับกองทัพญี่ปุ่น ไม่ได้เอาไปปันส่วนให้กับชาวบ้านอย่างที่อ้าง ถอนตัวเถอะครับ อย่าให้เขาหลอกใช้เราอีกเลย”

รามเครียด คิดไม่ถึงว่าจะโดนคร้ามหักหลัง!

ooooooo

เสือกาจนำลูกน้องและชาวบ้านมาตามแผน เมื่อกระโดดขึ้นรถไฟเจอถังน้ำมัน โม่ก็พยายามใช้วิทยุติดต่อไปหาเสรีไทยที่ประจำศูนย์บัญชาการหัวหิน ท่านชายได้รับรายงานจากเสรีไทยท้องที่ก็รีบรายงานต่อไปยังศูนย์บัญชาการที่กรุงเทพฯ

เมื่อพนักงานตรวจการขนน้ำมันลงเรือเพื่อข้ามไปอีกฝั่งของแม่น้ำตาปีไปต่อรถไฟ พบว่าน้ำมันถูกขโมยไป 52 แกลลอน และระหว่างลำเลียงน้ำมันกันอยู่นั้น

ก็ถูกเครื่องบินรบโจมตี เสียงหวอเตือนภัยดังลั่นขึ้น ทหารญี่ปุ่นและพนักงานพากันหนีตายอลหม่าน แต่ก็ถูกเครื่องบินทิ้งระเบิดแพขนน้ำมันจนแหลกลาญทั้งคนและน้ำมัน

โทชิไปที่บ้านคร้ามตวาดอย่างเกรี้ยวกราดว่า “ขบวนรถเราไม่เคยถูกโจมตีหนักขนาดนี้ ต้องมีคนของพวกคุณเป็นสาย...ถ้าหาคนทำผิดไม่ได้ พวกคุณต้องรับผิดชอบ!!”

คร้ามหน้าเสีย ปาริชาติถามพ่อว่า “เราจะทำยังไงดีคะ?”

ตอนที่ 11

คืนนี้รามพาปูเป้ไปดินเนอร์กันที่โฮเต็ลหัวหินกลับมาสี่ทุ่มกว่าในสภาพที่ปูเป้เมาไวน์ กลับมาถึงเธอร้ายผิดกับตอนเย็นที่ทำเป็นไม่รู้เรื่องการแต่งงานของรามกับกระถิน แต่พอเมากลับมาก็กระแนะกระแหนกระถินต่างๆนานา

ปูเป้ด่ากระถินว่าแย่งสามีคนอื่นหน้าด้านๆ ด่ารามว่าหน้ามืดที่เลือกผู้หญิงปลายแถวอย่างนี้ ปูเป้ด่ากระถินจนเอมปรีดิ์กับแม่นิ่มทนไม่ได้ปรามว่าอย่ามาก้าวร้าวคนอื่นถ้าเธอฟังเหตุผลบ้างก็จะเข้าใจว่าทำไมจึงเกิดเรื่องแบบนี้ รามพยายามห้ามปรามปูเป้แต่ไม่ได้ผล เขาจึงตัดสินใจพาปูเป้กลับกรุงเทพฯเพื่ออธิบายทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้คุณพ่อคุณแม่เธอฟัง

“เรื่องนี้จะไม่มีวันจบง่ายๆ ปูเป้ไม่มีวันยกโทษให้!!” ปูเป้ประกาศ

“จะต้องให้ผมรับผิดชอบคุณยังไงผมไม่ว่า แต่อย่าลืมว่าผมต้องรับผิดชอบกระถินเหมือนกัน” รามยืนยันบอกกระถินว่าตนต้องกลับไปขอขมาทางบ้านปูเป้ก่อน สัญญาว่าจะจบกับปูเป้แล้วทำเรื่องของเราให้ถูกต้องจะได้ไม่มีอุปสรรคอะไรมาขวางเราสองคนอีก

เมื่อรามไปขอขมาคร้ามและชื่นจิต รามถูกคร้ามตวาดถามว่ายังกล้ามาที่นี่อีกหรือ ปูเป้บอกว่าตนรู้เรื่อง

ที่รามแต่งงานแล้ว เขามีเหตุผลที่คุณพ่อคุณแม่ยังไม่รู้ว่าที่ต้องแต่งงานกับน้องสาวบุญธรรมก็เพื่อรักษามรดกไว้ ไม่อย่างนั้นสมบัติจะต้องตกไปเป็นของแม่เลี้ยงครึ่งหนึ่ง รามติงว่า

“นั่นก็ส่วนหนึ่งครับ แต่ที่มากกว่านั้นก็คือผมกับกระถินเรารักกันมาอยู่ก่อนแล้ว ก่อนที่ผมจะไปเรียนด้วยซ้ำ ผมไม่ได้แต่งงานกับเขาเพราะสมบัติ เราแต่งงานกันด้วยความรัก” คร้ามถามว่าแล้วยังจะเสนอหน้ามาที่นี่ทำไม “ผมจะมากราบขอโทษที่ไม่ได้ถอนหมั้นกับปูเป้อย่างเป็นทางการก่อนที่จะไปแต่งงานทำให้ปูเป้เสียความ รู้สึกและเสียหาย ผมขอรับผิดที่เป็นฝ่ายทิ้งไป ผมอยากให้รู้ว่าผมเสียใจ ท่านอยากให้ผมชดใช้ความผิดให้ยังไงผมก็ยอม”

“แล้วแกจะรู้ว่าโทษของการใฝ่ต่ำมันเป็นยังไง สิ้นคิดทำตามอำเภอใจ!!...คนอย่างแกไร้อนาคต บุญแล้วที่ลูกสาวฉันไม่ไปล่มหัวจมท้ายกับคนจับจดอย่างแก!!” ปูเป้ถามว่าคุณพ่อจะให้เรื่องจบง่ายๆอย่างนี้เหรอ “บอกได้เลย ไม่ถึงปีเดี๋ยวมันก็ซมซานกลับมา ถึงตอนนั้นจะรู้ว่าความรักไม่พอจะให้มันยาไส้ด้วยซ้ำ!!...สักวันชีวิตมันจะฉิบหายเพราะความสำส่อนของมัน”

รามเจ็บใจที่ถูกคร้ามด่าและดูถูก พยายามอดกลั้นพูดอย่างสงบเสงี่ยมเพื่อให้จบปัญหาว่า

“ในเมื่อผมไม่มีอะไรคู่ควรกับลูกสาวท่าน ก็ขอให้ถือเสียว่าเราทำบุญมาด้วยกันแค่นี้ ถ้าท่านไม่เรียกร้องอะไร ผมจะถือว่าการหมั้นจบสิ้นลงแค่นี้ เราไม่มีอะไรติดค้างกันอีกแล้ว”

รามลุกขึ้นเดินออกไป ปูเป้รับไม่ได้จะตามไปยื้อราม แต่ถูกชื่นจิตรั้งไว้

ooooooo

แล้วก็เกิดปัญหาทันตาเห็น เมื่อสมพรรายงานรามว่าห้างถูกสั่งตรวจสอบหาว่ากักตุนสินค้าของทางการไปขายในตลาดมืด รามบอกว่าตนให้ทดจัดการปัญหานี้แล้ว สมพรบอกว่าทดลาออกไปแล้ว สมพรคาดว่า

“ผมมั่นว่าเราถูกกลั่นแกล้ง เพราะคนที่ออกคำสั่งเรื่องนี้คือพลโทคร้าม ตอนนี้เขากำลังมีอิทธิพล ผมเลยคิดว่าเราอาจจะถูกกลั่นแกล้งก็ได้”

พุดกรองแอบฟังอยู่อย่างสะใจที่รามกำลังเข้าตาจนที่เลือกแต่งงานกับกระถิน

เมื่อเรื่องรู้ถึงกระถิน แม่นิ่ม และเอมปรีดิ์ ทุกคนเป็นห่วงว่ารามจะจัดการปัญหาใหญ่นี้อย่างไร กระถินอดคิดไม่ได้ว่าตนเองเป็นต้นเหตุทำให้ปัญหาบานปลายร้ายแรงขนาดนี้

พุดกรองเชื่อว่ารามแก้ปัญหาไม่ได้ ขืนให้ดูแลห้างต่อไปมีหวังเจ๊งไม่เป็นท่า ละมุดผสมโรงว่าหมดตัวเมื่อไรก็ต้องซมซานกับไปหาลูกนายพลอยู่ดี

“ไม่ว่ามันจะเลือกใคร ข้าจะไม่ยอมล่มจมไปกับผู้ชายหน้าโง่อย่างมัน แล้วนี่สร้อยไปไหน” ละมุดบอกว่าเห็นว่าไปดูบ้าน “ลูกคนนี้ไม่รู้จักกอบโกยอะไรสักอย่าง มัวแต่แหย ถึงได้สูบเงินไม่ทันอีกระถิน” พุดกรองบ่นอย่างหงุดหงิด

สร้อยสนไปหาห้องเช่าราคาถูกเพื่อเตรียมย้ายไปอยู่กับพุดกรอง บังเอิญไปเจอนิธิที่เช่าอยู่แถวนั้น นิธิมาทักสร้อยสน เธออายที่ชีวิตตกต่ำมาก พอดีอรชรเร่งให้นิธิรีบไปเดี๋ยวไม่ทันเข้าเวร สร้อยสนจึงขอตัวแยกไป อรชรถามนิธิว่าเพื่อนหรือ รู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่ นิธิตอบอย่างน้อยใจว่า

“ไม่ใช่เพื่อน แต่ช่างเถอะ เขาคงไม่ใส่ใจเราแล้วมั้ง”

ooooooo

คร้ามจับปูเป้ใส่ตะกร้าล้างน้ำแนะนำให้รู้จักกับโทชิที่เป็นผู้แทนการค้าของกองทัพญี่ปุ่นประจำประเทศไทย บอกปูเป้ให้อยู่ดินเนอร์กันคืนนี้ด้วย ปูเป้รู้ว่าพ่อจะจับคู่ให้ตนจึงขอตัวอ้างว่ายังไม่หายเหนื่อยจากการเดินทาง

คร้ามกับชื่นจิตไม่พอใจที่ถูกปูเป้หักหน้า กลับถึงบ้านก็ตำหนิว่าทำเสียมารยาททั้งที่โทชิสนใจถามหาเธอตลอดเวลา ปูเป้บอกว่าตนไม่สนใจคนอย่างนั้น คร้ามถามว่าเขาเป็นคนคุมการค้ากับไทยยังไม่เห็นหรือว่าใหญ่โตแค่ไหน

“ก็แค่พวกหากินกับสงคราม ถ้าพวกเขาเป็นฝ่ายแพ้ขึ้นมาจะทำยังไง”

คร้ามโต้ว่าก็ยังดีกว่าราม ปูเป้ดูออกว่าพ่อกำลังเลหลังขายลูกกิน เอาลูกสาวมาหากิน ชื่นจิตกล่อมว่า

“พ่อเขาทำเพื่ออนาคตลูกนะ ถ้าคุณโทชิยอมค้าขายกับเรา เราจะรวยไม่รู้เรื่อง”

“คุณพ่อมีตำแหน่งในกองทัพ จะค้าขายกับญี่ปุ่นออกนอกหน้าได้ยังไง พ่อค้าอย่างรามต่างหากล่ะคะที่จะทำให้เรารวยในสถานการณ์นี้ได้” คร้ามบอกว่ามันจองหองอย่างนั้นจะไปง้อทำไม “เขาหลอกเรา เราก็หลอกใช้เขาบ้างสิคะ ลูกจะทำให้คุณพ่อเห็นว่าคนที่คุณพ่อควรหากินคือผู้ชายสองคนนั้นไม่ใช่ลูก”

การวางแผนเหนือชั้นกว่าของปูเป้ทำเอาคร้ามกับชื่นจิตอึ้ง คาดไม่ถึง

ตอนที่ 10

ไปถึงหัวหิน รามกับกระถินกราบเอมปรีดิ์ผู้เป็นยาย รามขอให้คุณยายอวยพรให้ตนกับกระถินด้วย แม่นิ่มขัดขึ้นว่า

“อวยพรอะไรกัน อย่าเรียกว่างานแต่งเลยเรียกว่าปาหี่ดีกว่า ทำเอาขายหน้ากันไปทั่วหน้า”

“ยายรู้เรื่องว่าที่พ่อตาของเราเขาโกรธเคืองบ้านเราแล้ว ยังดีที่เราอดทนอดกลั้นไม่ได้ตอบโต้ด้วยกิริยาชั่วๆ ให้เขาดูถูกเราได้ แต่ดีที่สุดเราต้องแสดงความจริงใจในการแก้ปัญหา อย่าทำให้คาราคาซัง รีบไปหย่ากันเสียให้เรียบร้อยก่อนที่คู่หมั้นเราเขาจะกลับมา”

“ค่ะ กระถินก็กะว่าจะรีบกลับไปจัดการให้เร็วที่สุด” กระถินตอบทันทีจนรามหันมองอึ้ง

แม่นิ่มจัดให้กระถินอยู่กับตนและเปิดห้องให้รามอยู่ต่างหาก รามอึ้ง เซ็ง มองกระถินที่ถูกแยกไปหน้าจ๋อย...

รุ่งขึ้น เมื่อพุดกรองรู้ว่ารามกับกระถินไปอยู่หัวหินก็โทร.บอกทด ทดตอบอย่างผยองว่า ไกลหูไกลตาแบบนี้ลงมือคราวนี้รับรองไม่พลาดแน่

เมื่อถูกแยกกันอยู่ รามพยายามส่งสัญญาณให้กระถินออกมาพูดคุยกัน รามจึงเห็นว่าแหวนแต่งงานที่นิ้วกระถินหายไป ถามว่าแหวนหายไปไหน เธอบอกว่าถอดไว้ที่บ้านใส่แล้วเกะกะ กระถินเห็นแม่นิ่มกับบ่าวยกอาหารผ่านไป ถามว่าจะยกไปไหน

แม่นิ่มนึกได้บอกว่าท่านชายมาประทับที่เรือนของ หลวงกิจข้างๆเรา กระถินจึงขอยกไปเอง แม่นิ่มบอกว่าอย่าเพิ่งเลยเพราะไม่รู้ว่าท่านชายพร้อมจะเจอกันหรือยัง กระถินจึงไปแอบดูท่านชายที่เรือนไม้ริมทะเล ท่านชายหันมาเห็นถามว่า

“มาได้ยังไง อ้อ...คงมาฮันนีมูนสินะ ฉันนี่ไม่น่าถาม”

“เปล่าเพคะ ไม่ได้มาฮันนีมูนแค่หลบมาพักกับแม่นิ่มเฉยๆเพคะ ท่านชายเสด็จมาทำอะไรที่นี่เพคะ ท่านหญิงทรงห่วงท่านชายมาก ทำไมไม่ทูลท่านหญิงว่าท่านชายมาประทับอยู่ที่นี่ล่ะเพคะ”

“ฉันบอกใครไม่ได้หรอกว่าฉันมาทำอะไร แม้แต่บ้านเธอก็ยังคิดว่าฉันหนีมาทำใจที่เธอทิ้งฉันเลย”

พอดีเสียงเรียกวิทยุจากเครื่องบนบ้านดังขึ้น ท่านชายรีบไปรับสัญญาณบนบ้าน กระถินสงสัยจึงเดินขึ้นไปได้ยินท่านชายพูดเป็นรหัสนัดพบกันตอนสามทุ่ม กระถินร้อนใจถามว่าคืนนี้มีอะไรหรือ อันตรายหรือเปล่า ท่านชายบอกว่าตนมีภารกิจในทะเล ไม่ต้องห่วง มองไปที่ทหารฝรั่งบอกว่าตนไม่ได้ทำงานนี้คนเดียว แล้วพากระถินลงเรือนไป

เช้านี้รามไม่เห็นกระถินมากินมื้อเช้าพูดอย่างไม่พอใจว่านี่คงไปส่งข้าวส่งน้ำกันอยู่ ทีตนจะอดตาย

ไม่เห็นสนใจ ถูกเอมปรีดิ์ปรามว่ารามไม่มีสิทธิ์ไปหึงหวง

กระถิน เมื่อรามบ่นจันทร์บอกว่าอาหารและเนื้อที่เรากินอยู่นี่ได้มาจากท่านชายไปล่ามาจากป่า เราถึงได้ทำอาหารไปถวายคืนท่าน รามฮึดขึ้นมาจะออกไปหาเองบ้างจะได้ไม่ต้องพึ่งใคร

รามลุกจากโต๊ะไปทันที เอมปรีดิ์ดูออก บ่นว่า “แบบนี้เขาเรียกว่าหวงก้าง”

ooooooo

รามเดินมากับพรานป่าเจอท่านชายเดินมาส่งกระถินที่หน้าบ้านพัก กำชับว่าอย่าบอกใครเรื่องที่ตนเป็นพวกใต้ดินแม้แต่สามีเธอก็ห้ามบอก รามให้พรานป่าหยุดคอย แล้วเข้าไปทักท่านชาย

ท่านชายทักว่าเขาจะเข้าป่ารึ ทำไมไม่เคยเห็นหน้าพรานพวกนั้นเลย ตนจะแนะนำพรานที่ใช้อยู่ให้ เป็นพรานชำนาญทางดี รามขอบพระทัยแต่ไม่ต้องเพราะตนจะไปสำรวจดูพื้นที่ก่อนเท่านั้น พูดเหน็บว่า

“วันหน้าจะได้ไม่ต้องรบกวนท่านชายเรื่องข้าวปลาอาหารเดี๋ยวคนจะหาว่ากระหม่อมปล่อยเมียให้อดๆอยากๆ”

ท่านชายเห็นรามหงุดหงิดจึงขอส่งกระถินแค่นี้ กระถินเตือนเป็นนัยว่าอย่าลืมเรื่องที่จะสอนตนจับปูลมสามทุ่มคืนนี้ ท่านชายจะท้วงติงกระถินตัดบทว่า

“ถึงหม่อมฉันทำอะไรมากไม่ได้ ขอแค่ได้ให้กำลังใจท่านชายก็ยังดี”

รามฟังออกว่าทั้งสองมีลับลมคมในกันยิ่งไม่พอใจ ตกกลางคืนกระถินหิ้วถังถือไฟฉายทำท่าจะไปจับปูลมแต่ที่แท้จะไปส่งท่านชาย รามออกมาดักถามว่าจะไปไหนกระถินบอกว่าจะไปจับปูลม รามแย่งถังไปบอกว่าตนสอนให้ก็ได้ พูดอย่างรู้ทันว่า ไล่จับผู้ชายมันไม่ง่ายเหมือนจับปูลมหรอกนะ กระถินรู้ว่าถูกประชด สวนกลับอย่างสุดกลั้นว่า

“ที่พี่รามหนีมาหัวหินก็เพราะจะหลบหน้าคุณปูเป้ใช่ไหมล่ะ”รามตกใจแต่แก้ว่าที่มาเพราะเป็นห่วงเธอ ถูกโต้ว่า “พี่รามกะจะซ่อนกระถินให้พ้นสายตาคนรักนั่นก็เพราะพี่รามเห็นว่ากระถินเป็นแค่ชู้รัก พี่รามจะเก็บตัวกระถินไว้ที่นี่เพื่อเลี่ยงสายตาคนรักของพี่ กระถินบอกแล้วว่าจะไม่แย่งคนรักของใคร พี่รามอยากจะมีชีวิตกับใครก็ไป แต่อย่าดึงกระถินไปให้คนเขาดูถูก กระถินไม่เคยอยากได้อะไร แค่ศักดิ์ศรีก็จะเหลือไว้ให้คนอย่างกระถินบ้างไม่ได้เหรอ”

รามบอกว่าตนเลือกที่จะอยู่กับกระถินถึงได้มาที่นี่ กระถินบอกว่าเขามีคู่หมั้นแล้วไม่มีสิทธิ์เลือกใคร รามยืนยันว่าเรารักกัน ถ้าไม่ใช่เพราะปูเป้มายุ่งกับจดหมายของเรา เราก็จะไม่ผิดใจกันอย่างนี้ เราต้องสู้เพื่อให้ได้อยู่ด้วยกัน

“ไม่ค่ะ พี่รามไม่มีค่าพอที่จะให้กระถินเป็นคนเลว”

รามดึงกระถินเข้าไปจูบทันที พอดีท่านชายเดินมาเห็นถึงกับอึ้ง แต่ทหารฝรั่งตะโกนเร่งให้รีบไป กระถินผลักรามออกเห็นท่านชายเดินไปที่เรือ และสตาร์ตเรือออกไปปฏิบัติภารกิจแล้ว

กระถินวิ่งเตลิดกลับบ้านวิ่งเข้าห้อง รามวิ่งตามมาร้องเรียกให้คุยกันก่อน

“ออกไป ไม่งั้นจะไม่ได้เห็นหน้ากระถินอีกเลย” กระถินตะโกนแล้วปิดประตูปัง แม่นิ่มถามรามว่าไปแกล้งอะไรกระถิน รามสารภาพเสียงอ่อยว่าตนผิดเอง แล้วเดินกลับห้องตัวเอง

“น่ากลัวกระถินจะถอนตัวออกมายากเสียแล้ว” แม่นิ่มเห็นอาการของรามแล้วหนักใจ เข้าไปถามกระถินว่าทะเลาะอะไรกับรามมา กระถินบอกว่าไม่มีอะไรแม่นิ่มนอนเถอะดึกแล้ว แม่นิ่มรู้ว่ากระถินปิดบังบางอย่างตนได้แต่มองอย่างเป็นห่วง

ooooooo

รุ่งเช้า ขณะกระถินยืนเหม่อมองออกท้องทะเลอยู่ รามเดินมาทักแต่กระถินหมางเมิน เขาบอกว่าถ้าลำบากใจที่จะมองหน้ากันตนจะเป็นฝ่ายไปเอง พอดีบ่าวมาบอกว่าเก็บเสื้อผ้าเสร็จแล้ว กระถินคิดว่ารามคงจะหนีกลับไปหาปูเป้ก็ยิ่งน้อยใจ

รามไม่มากินอาหารเช้า จันทร์บอกว่าเขาออกป่าจะไปตั้งปาง 3-4 วัน แม่นิ่มบ่นว่านึกยังไงไม่บอกกล่าวกัน

“คงเหงาเพราะไม่มีคนเอาใจละมั้ง ขืนอยู่ที่นี่ต่อละก็มีหวังได้น้อยใจจนเผ่นกลับไปหาทางนู้นจริงๆ” จันทร์เอ่ย

กระถินรู้ว่าจันทร์พูดเหน็บตนแต่ทำไม่รู้ไม่ชี้นั่งกินข้าวหน้าตาเฉย

เมื่อกระถินยกสำรับอาหารไปที่เรือนพักท่านชาย เจอกันกลางทาง ท่านชายมากับพรานใช้ แนะนำว่าพรานใช้เป็นพรานประจำท้องที่นี้

ท่านชายเล่าว่าได้คุยกับพรานใช้ถึงพรานที่รามจ้างมา ปรากฏว่าไม่มีใครรู้จักเลย ถ้าไม่ชำนาญป่าแถบนี้จริงๆ รามอาจถูกหลอกก็ได้ ถามว่ากระถินรู้จักชื่อพรานพวกนั้นไหม

กระถินไม่รู้จัก นึกห่วงรามขึ้นมาถามว่าจะทำอย่างไรดีเพราะรามไปคนเดียวด้วย ท่านชายจึงชวนพรานใช้ไปตามรามกลับมา เพราะรามเพิ่งเดินป่าครั้งแรกไม่น่าจะไปได้ไกลนัก

“กระถินไปด้วยดีกว่าเพคะ รั้นๆ อย่างพี่รามคงจะไม่ยอมตามเสด็จท่านชายกลับมาง่ายๆ”กระถินยืนยันขอตามไป

พรานป่าสองคนและลูกหาบสองคน นำรามเดินเข้าป่ารกทึบ อ้างว่าแถวนี้มีไก่ป่าชุม แต่เดินมาลึกแล้วไม่เห็นสักตัว พรานป่าบอกว่าต้องไปลึกอีกหน่อย ล่อว่ามีทั้งเก้ง หมูป่า แม้แต่เสือก็ยังมีที่แท้มันเป็นคนที่ทดส่งมา ทดนั่งคุยกับพุดกรอง

อยู่ที่คฤหาสน์ บอกว่าคนของตนคงจะลงมือวันนี้ ตนจัดฉากให้รามตายในระหว่างล่าสัตว์แม้แต่ศพก็จะไม่เหลือซาก ส่วนกระถินถ้ารนหาที่ก็ช่วยไม่ได้

ทดดึงมือพุดกรองไปจูบขอเป็นรางวัล ละมุดมาเห็นพอดีถามเสียงดังว่าทำอะไรน่ะ!

เมื่ออยู่กันสองคน ละมุดตำหนิพุดกรองว่าลดตัวลงไปกินของต่ำๆ ไม่อายลูกมันบ้างรึไง

“ได้ผัวเป็นคุณพระข้าก็ต้องปากกัดตีนถีบอยู่ดี มีแต่ทดที่สนองทุกอย่างให้ข้าได้ แม้กระทั่งบ้านหลังนี้เขาก็กำลังจะเอามาประเคนให้ข้า ถ้ายังอยากอยู่ที่นี่ก็อย่าปากมาก เจียมกะลาหัวเอ็งไว้อีละมุด” พุดกรองทั้งด่าและปรามแล้วเดินเชิดไป

“หน้ามืดหลงมันเข้าไปมันจะนำความซวยมาให้เอ็ง คอยดู!” ละมุดจิกตามองอย่างไม่พอใจ

ooooooo

ท่านชาย พรานใช้ และกระถินเข้าป่าตามหาราม พรานใช้บอกว่าตามมาลึกขนาดนี้ยังไม่เจอ รามอาจจะพากันไปตั้งปางทางต้นน้ำ กระถินได้ยินคำว่าต้นน้ำก็ฉุกคิดถึงสมัยเด็ก มองไปรอบๆรู้สึกคุ้นตาจึงเดินย้อนขึ้นไป

พอท่านชายหันมาอีกทีกระถินหายไปแล้ว จึงรีบออกตามหากระถินกัน

รามมานั่งอยู่ริมลำธารหยิบรูปถ่ายตอนแต่งงานกับกระถินออกมาดูอย่างเจ็บปวด พรานป่าส่งสัญญาณให้ลูกหาบเตรียมยิงราม พอดีรูปร่วงจากมือจังหวะที่รามก้มเก็บรูปลูกหาบเหนี่ยวไกพอดีเขาจึงรอดหวุดหวิด พอรู้ตัวว่าถูกลอบฆ่ารามลุกคว้าปืนวิ่งหนีเอาเครื่องของปาขวางทางพวกพรานและลูกหาบ แต่ก็ถูกลูกหาบและพรานป่าอีกคนสกัดไว้

ขณะกำลังอยู่ในภาวะหน้าสิ่วหน้าขวาน รามได้ยินเสียงกระถินร้องเรียกและวิ่งมาเจอกัน รามจับมือกระถินพาวิ่งหนีพรานป่าและลูกหาบ ทั้งสองวิ่งมาถึงที่สูงชัน กระถินบอกว่าพวกมันตั้งใจหลอกเขามา รามปลอบว่า

“เราจะต้องไม่เป็นอะไร เชื่อพี่” แต่ครู่เดียวพวกพรานป่าก็ตามมาทัน รามกอดกระถินไว้อย่างปกป้อง บอกพวกมันว่า “ถ้าจะฆ่าก็ฆ่าฉัน อย่าทำเขา...ปล่อยเมียฉันแล้วฉันจะยอมทุกอย่าง”

พรานป่าไม่สนใจเย้ยว่ารักกันนักก็ตายพร้อมกันไปเสียเลย รามกอดกระถินเอาตัวบังไว้ เขาถูกยิงที่ไหล่ซ้ายล้มลงไปด้วยกันที่ริมโขดหิน รามบอกกระถินให้หนีไปไม่ต้องห่วงตน

“ไม่...ตายก็ตายด้วยกัน กระถินไม่ไปไหนทั้งนั้น”

พรานป่าถือปืนย่างสามขุมเข้ามาจะยิงทิ้งทั้งสองคน ทันใดนั้นเสียงปืนดังขึ้นนัดหนึ่งกระถินกอดรามกลิ้งตกน้ำไป

พรานป่ากับลูกหาบผวาเฮือกหันปืนส่ายไปมาอย่างไม่รู้ว่ากระสุนปริศนามาจากไหน ทันใดนั้นก็มีมีดปามาปักกลางอกลูกหาบล้มลง
ที่แท้โม่กับลูกน้องนั่นเอง โม่ถือปืนเล็งไปที่พรานอีกคนมันตกใจลุกหนีลนลาน ลูกน้องโม่จะตาม

“ไม่ต้องตาม ช่วยทางนี้ก่อน” โม่สั่งแล้ววิ่งไปที่หน้าผา ปรากฏว่ากระถินกับรามโดดลงไปแล้ว

ท่านชายกับพรานใช้ตามหากระถิน เห็นพรานป่าวิ่งสวนออกมาก็รีบสวนเข้าไปดู

ooooooo

ที่ลำธารใต้ชะง่อนผา กระถินพยายามดึงร่างรามที่โชกเลือดขึ้นฝั่ง อ้อนวอนเขาอย่าเป็นอะไร

รามปรือตาขึ้น ขอโทษที่เธอต้องเจ็บเพราะตน พยายามบอกก่อนสิ้นสติว่า

“รักษาตัวด้วยนะ...”

ขณะนั้นสมุนเสือกาจตามมาเจอ กระถินอ้อนวอนอย่าทำอะไรพวกตนเลย โม่ตามมาถึงต่างจำกันได้ โม่ดูรามที่เสียเลือดมากบอกว่า ขืนปล่อยไว้สงสัยจะไม่รอด แล้วช่วยกันแบกร่างรามกลับไปยังที่พักของพวกตนกลางป่าลึก

ท่านชายกับพรานใช้วิ่งมาถึงหน้าผาเห็นพรานป่าและลูกน้องนอนตายอยู่ พรานใช้คาดว่าคงจะถูกลวงมาฆ่า ท่านชายตะโกนเรียกรามกับกระถิน พรานใช้คาดว่า “พวกนั้นคงหนีตายอยู่ในป่านี้แหละ”

โม่กับลูกน้องพาร่างหมดสติของรามไปที่กระท่อมในรังโจร โม่บอกว่าต้องผ่าเอากระสุนออกไม่อย่างนั้นอาการจะหนักกว่านี้ ครู่หนึ่งชบาถือกะละมังและผ้าซับเลือดเดินกะเผลกออกมา กระถินอ้อนวอนชบาให้ช่วยรามด้วย

เสือกาจรู้เรื่องจากโม่จึงลงมือผ่าเอากระสุนออกให้ราม แต่ก็รู้สึกไม่พอใจนักที่เห็นกระถินห่วงใยรามมาก

กระถินคุยกับชบา รู้ว่าพุดกรองจะปิดปากชบาที่รู้ความสัมพันธ์กับทดโชคดีที่เสือกาจแอบมาอยู่ที่ท้ายสวนช่วยไว้

“เอ็งไม่รู้หรอกว่าแม่เอ็งมันใจเหี้ยมผิดมนุษย์มนาแค่ไหน ชีวิตพวกเราทุกคนป่นปี้เพราะมัน ที่เสือกาจช่วยฉันก็เพราะเรามีศัตรูคนเดียวกัน” ชบาเล่าอย่างแค้นใจ

พอดีเสียงรามร้องอย่างเจ็บปวดที่เสือกาจผ่าสดๆ เอากระสุนออก กระถินรีบวิ่งเข้าไปดู

ฝ่ายท่านชายกับพรานใช้ ตามหากระถินจนมืด พรานใช้เสนอให้พักก่อนพรุ่งนี้ค่อยหาต่อ

ooooooo

หลังจากเสือกาจผ่าเอากระสุนออกแล้ว อาการรามไม่ดีขึ้น เขายังไม่ได้สติและตัวร้อนจัด กระถินตัดสินใจขอพารามออกจากป่าชบาขอตามไปด้วย

ตอนที่ 9

กระถินไปหานิธิที่โรงพยาบาลเขากำลังจะออกหน่วยกับอรชรพยาบาลที่เป็นลูกสาวของหลวงแพทย์พอดี นิธิแนะนำทั้งสองให้รู้จักกันแล้วบอกให้อรชรออกไปก่อนเดี๋ยวตนตามไป

กระถินถามนิธิว่าเขาตัดใจจากสร้อยสนได้แน่หรือ นิธิยอมรับว่านอกจากสร้อยสนแล้วเขาไม่เคยมองใครต่อให้เธอแต่งงานไปแล้วตนก็ลืมเธอไม่ได้

วันนี้รามมาตรวจกิจการของห้างเลิศพาณิชย์

โดยมีสมพรเป็นคนรายงานสภาพ สมพรรายงานการขาดทุนของห้างอันเนื่องจากสงคราม ยกย่องกระถินว่า

“ถึงขาดทุน แต่คุณกระถินก็ยังให้เปิดกิจการต่อไป เพราะไม่อยากให้พนักงานตกงานกันในช่วงเวลาอย่างนี้ บางเดือนเราถึงกับต้องจ่ายค่าจ้างให้คนงานเป็นสิ่งของประทังชีวิตไปก่อนก็มี” สมพรยังเล่าถึงความเสียสละของกระถินที่แม้ตัวเองจะไม่เคยรับเงินเดือนแต่ก็ใจปํ้าจุนเจือพนักงานทุกบ้านเป็นอย่างดี มาทำงานก็ไม่ยอมใช้รถที่บ้านเพราะน้ำมันราคาแพง

รามรับฟังด้วยความรู้สึกตัวเองผิดที่ปล่อยให้กระถินลำบากอยู่เป็นเวลาหลายปี

ทันใดนั้นเสียงไซเรนเตือนภัยดังหวีดหวิวขึ้น

ชาวบ้านแตกตื่นพากันวิ่งลงหลุมหลบภัย กระถินวิ่งปะปนมากับชาวบ้าน รามเห็นจึงบีบแตรและตะโกนเรียก กระถินถูกชนล้มข้อเท้าแพลงรามรีบลงจากรถ

ไปประคองหลบผู้คนที่วิ่งกันอลหม่านออกมา พาหลบให้พ้นรัศมีอันตรายให้ฝูงบินผ่านไปก่อน

กระถินตกใจและเท้าแพลงช่วยตัวเองไม่ได้ รามกอดเธอแน่นอย่างปกป้อง และเมื่อฝูงบินผ่านไปแล้ว เขาจูบปลอบขวัญที่หน้าผาก กระถินตกใจเหลือบมองเขา ตาสบตากันอย่างโล่งใจเมื่อมีกันและกันในภาวะเสี่ยงตายเช่นนี้...

รามกอดกระถินไว้แน่นอย่างไม่อาจปิดบังความรู้สึกของตัวเองได้ กระถินมีรามอยู่ข้างๆ ก็กอดเขาไว้แน่นอย่างอุ่นใจ ต่างนิ่งเงียบมีแต่อ้อมกอดที่อบอุ่น ตื้นตันที่มีต่อกัน...รามกระซิบบอกว่า

“ขอแค่ได้อยู่ด้วยกันจนวินาทีสุดท้าย ต่อให้ชีวิตสั้นแค่ไหน พี่ก็ไม่เสียดาย...”

ไม่มีคำพูดใดๆจากกระถิน มีแต่การกอดกระชับแทนคำตอบ...

ooooooo

เมื่อรามกลับเข้ามาในบ้าน เห็นพุดกรองกำลังกะเกณฑ์บ่าวจัดสถานที่และดอกไม้เตรียมงานแต่งงานของสร้อยสนพรุ่งนี้ รามไม่พอใจย้ำว่าจะมีแค่จดทะเบียนสมรสเท่านั้น ละมุดสาระแนแก้แทนนายว่าก็แค่เชิญแขกมาเป็นสักขีพยานเท่านั้น

กระถินรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของพุดกรองที่จะใช้พิธีแต่งงานนี้บีบให้รามต้องยอมรับสร้อยสนอย่างออกหน้าออกตา

คืนนี้...ทั้งกระถินและรามต่างนอนคิดถึงเวลาที่หนีเครื่องบินและกอดปกป้องกัน กระถินคิดถึงสร้อยสนและนิธิที่ยังรักกัน แต่การแต่งงานพรุ่งนี้จะเป็นการทำร้ายความรักของทั้งสองอย่างโหดร้าย

รุ่งขึ้นกระถินให้นายหวัดเอาจดหมายไปให้นิธิก่อนที่เขาจะออกหน่วย พอนิธิอ่านจดหมายเขาบอกอรชรว่าให้เธอลงพื้นที่ไปก่อนตนติดธุระด่วนคงออกไปด้วยไม่ได้

กระถินเป็นธุระจัดการเรื่องห้องหอให้สร้อยสนอย่างเอาการเอางาน กระถินเอาชุดของคุณพระไปแขวนไว้หลังม่านหลอกละมุดที่เจ้ากี้เจ้าการเรื่องห้องหอของสร้อยสน ละมุดเห็นชุดของคุณพระแขวนอยู่หลังม่านนึกว่าผีหลอกตกใจจนเป็นลม ถูกเอาตัวไปไว้ในห้องน้ำ กระถินบอกสร้อยสนว่า

“พี่สร้อยฟังให้ดีนะ ตอนนี้เรามีเวลาไม่มาก...สำหรับกระถินแล้วพี่สร้อยเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุด พี่สร้อยเกิดมาด้วยความรักและเป็นผู้หญิงที่เพียบพร้อมให้รัก เพราะฉะนั้นพี่สร้อยคู่ควรที่จะพบกับรักแท้ของพี่ ถ้าจะมีใครสักคนที่จะได้มีความสุขในวันนี้ คนคนนั้นควรจะเป็นพี่สร้อยกับพี่นิธิค่ะ”

กระถินนัดนิธิมารับสร้อยสนที่ท่าน้ำ สร้อยสนไปลงเรือที่จอดรออย่างตื่นเต้น นิธิกำลังจะไปพาสร้อยสนหนี ก็มีหมอมาตามบอกให้ไปช่วยอรชรด้วยเพราะ

ระเบิดที่ทิ้งเมื่อวานเกิดปะทุซ้ำ เธอไปช่วยคนในตึกเลยถูกลูกหลง

นิธิขี่จักรยานกลับไปสวนกับเปลที่หามอรชรร่างเปื้อนเลือดออกมา นิธิตะลึง ปล่อยจักรยานร่วงจากมือไม่รู้ตัว...

ooooooo

ที่งานแต่งงาน...ในห้องแต่งตัวเจ้าสาว มีเสียงเคาะประตูเมื่อสาวใช้ขึ้นมาตามเจ้าสาวไปเข้าพิธี

ครู่หนึ่งมีเสียงบอกว่าเจ้าสาวลงมาแล้ว พุดกรองรีบลุกไปรับ แต่ต้องผงะช็อก เมื่อเจ้าสาวกลายเป็นกระถิน!

“นังกระถิน...แก...แกเสนอหน้าเข้ามาทำไม!”

รามหันมองเขาตะลึงอึ้งเมื่อเห็นกระถินอยู่ในชุดเจ้าสาว กำลังตอบโต้พุดกรองอย่างฉะฉานว่า

“ดิฉันเป็นลูกสาวของคุณพุดกรองตามที่พินัยกรรมระบุไว้ให้พี่รามแต่งงานด้วย ในพินัยกรรมไม่ได้ระบุไม่ใช่เหรอคะว่าให้พี่รามแต่งกับลูกสาวคนไหน กระถินก็เป็นลูกของคุณพุดกรองเหมือนกัน เพราะฉะนั้น กระถินมีสิทธิ์ที่จะเป็นเจ้าสาวของพี่ราม”

รามลุกขึ้นอย่างตื่นเต้นดีใจที่กระถินแก้เกมได้อย่างเจ็บแสบ ส่วนท่านชายและท่านหญิงที่เคยขอกระถินกับแม่นิ่มถึงกับตะลึงเมื่อกระถินกลายเป็นเจ้าสาวในงานนี้เสียเอง!

ooooooo

พุดกรองผงะเมื่อกระถินประกาศต่อหน้าแขกที่ตนเชิญมาเช่นนั้น เต้นเป็นเจ้าเข้าตะโกนลั่น

“ใครเป็นแม่แกยะนังกระถิน!!”

เลยถูกกระถินแฉสิ้นไส้ว่าตนเป็นลูกคนเล็กของพุดกรองที่เกิดกับคุณพ่อกาจซึ่งทุกคนก็คงคุ้นกับชื่อนี้ พุดกรองตวาดให้หยุดอย่ามาเรียกตนว่าแม่ คนที่จะแต่งงานวันนี้คือสร้อยสน ถามว่าเอาสร้อยสนไปซ่อนไว้ที่ไหน พุดกรองยิ่งด่ากระถินก็ยิ่งประจานตัวเอง รามฟังอย่างสงบ เมื่อเห็นพุดกรองกำลังพลาดจึงถามแทรกขึ้นว่า

“ฉันก็ทำตามที่พินัยกรรมระบุไว้ทุกอย่าง เธอจะมาโวยวายอะไร”

พุดกรองแทบคลั่งสั่งให้เอาพินัยกรรมมาอ่านและให้คนไปตามสร้อยสนกลับมา รามประกาศว่า

“ฉันพอใจจะแต่งกับลูกสาวของเธอคนนี้เท่านั้น นอกจากกระถินแล้วฉันไม่ต้องการแต่งงานกับใครทั้งนั้น” พุดกรองยังเอะอะโวยวาย รามขีดเส้นตายว่า “ฉันเคยบอกแล้วว่าให้เวลาถึงบ่ายโมง ถ้าหากว่าพ้นจากนี้ก็คือว่าเธอเป็นฝ่ายสละสิทธิ์ที่จะแต่งงานเองนะ”

รามจูงมือกระถินไปที่โต๊ะเตรียมจดทะเบียนสมรส พุดกรองพุ่งเข้าไปตะโกนให้หยุด แต่งไม่ได้ รามไม่สนใจบอกนายอำเภอว่า

“ผมกับเจ้าสาวของผมพร้อมที่จะแต่งงานแล้วครับ”

พวกบ่าวที่กระจายกันไปตามหาสร้อยสนพากันร้องเรียกและหาไปทุกซอกทุกมุม ไม่เจอสร้อยสนแต่เจอละมุดที่เป็นลมหมดสติอยู่ในห้องน้ำ
ส่วนสร้อยสนยังคงนั่งรอนิธิอยู่ในเรืออย่างกระวน กระวายใจ

ooooooo

เมื่อนายอำเภอจะให้จดทะเบียนสมรส กระถินรีรอจนรามแปลกใจ

“เดี๋ยวค่ะ” กระถินเอ่ยขึ้น แล้วขอให้ทนายทดนำเอกสารทรัพย์สินทั้งหมดของคุณพระมาแสดง เพราะตามพินัยกรรมทรัพย์สินทั้งหมดของคุณพระจะเป็นทรัพย์สินของเรา แต่ตนเพิ่งอายุ 18 ยังไม่บรรลุนิติภาวะจึงขอมอบทรัพย์สินทั้งหมดของตนให้รามเป็นผู้ดูแล

นายอำเภอให้ทดเอารายการทรัพย์สินทั้งหมดมาและลงสลักหลังทะเบียนสมรสแล้วให้รามกับกระถินลงนาม

เป็นเวลาที่พวกบ่าวตามไปเจอสร้อยสนที่เรือและพากลับมาแต่ช้าไปเพราะรามกับกระถินเซ็นชื่อในทะเบียนสมรสเรียบร้อยแล้ว

เมื่อสร้อยสนกลับมา พุดกรองป่าวประกาศกับแขกที่มาในงานว่าสร้อยสนคือเจ้าสาวตัวจริงประณามว่ากระถินฉกสามีคนอื่นไปหน้าด้านๆ พยายามจะทวงรามคืนแต่นายอำเภอยืนยันว่ารามกับกระถินเป็นสามีภรรยากันถูกต้องตามกฎหมายทุกอย่างตามที่คุณพระระบุไว้ในพินัยกรรม

พุดกรองแถว่ากระถินยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตนเป็นแม่ไม่เต็มใจยกให้ ถูกกระถินโต้ว่าถึงพุดกรองจะเป็นแม่แท้ๆ แต่ผู้ปกครองตามกฎหมายของตนคือแม่นิ่ม เพราะแม่นิ่มเป็นคนรับตนเป็นบุตรบุญธรรม นายอำเภอถามแม่นิ่ม แม่นิ่มบอกว่ายินดียกกระถินให้ราม นายอำเภอจึงประกาศว่าทั้งสองเป็นสามีภรรยากันถูกต้องตามกฎหมาย

พุดกรองคลั่งขึ้นมาตรงเข้าทำร้ายกระถิน สร้อยสนร้องห้ามและรามก็สั่ง “ห้ามแตะต้องเมียฉัน!” แต่พุดกรองไม่หยุด รามจึงสั่งให้เอาตัวออกไป พุดกรองยังตะโกนอาฆาต...

“ใครที่มันขวางทางฉัน ฉันจะไม่เอามันไว้!”

รามขอให้แขกที่มางานอยู่เป็นสักขีพยานในงานแต่งงานจนจบพิธีเพื่อลบคำสบประมาทให้เจ้าสาวของตนด้วย ทุกคนจึงทยอยกันรดน้ำสังข์จนมาถึงท่านชาย ท่านชายมองกระถินอย่างอาลัยอาวรณ์จนรามดูออกว่ายังทำใจไม่ได้

แขกเหรื่อแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว มีแต่แม่นิ่มที่รู้แก่ใจว่ารามมีปูเป้อยู่ต่อไปต้องมีปัญหาตามมาแน่ ดังนั้น เมื่อถึงเวลาส่งตัวแม่นิ่มบอกว่าจะไม่มีการส่งตัวอะไรทั้งนั้น รามถามว่าแม่นิ่มยกกระถินให้ตนแล้วไม่ใช่หรือ

“งานแต่งวันนี้มันเป็นละครแก้หน้าให้รามเท่านั้นอย่าได้คิดเป็นเรื่องจริงจัง แม่นิ่มให้ยืมกระถินเป็นเจ้าสาวไม่ได้ให้เป็นเมียราม แค่นี้ก็ถือว่าน้องทำเพื่อช่วยรามมากพอแล้ว” แม่นิ่มพากระถินกลับเรือนพุดซ้อนทันที รามได้แต่มองหน้าจ๋อย

ตอนที่ 8

หลังจากคุณพระได้ดูรูปหมั้นของรามกับปูเป้แล้วก็กินไม่ได้นอนไม่หลับ ท่านชายบอกกระถินว่าตนได้ยินข่าวนี้มานานแล้วแต่คิดว่ารามคงไม่อยากให้ทางบ้านรับรู้

“พี่รามคงไม่อยากให้ทางบ้านรับรู้จริงๆนั่นแหละค่ะ” กระถินพลิกด้านหลังรูปให้ท่านชายดู “ลายมือของพี่รามทำไมหม่อมฉันจะจำไม่ได้เพคะ ถ้าเดาไม่ผิดนี่คงเป็นคุณปูเป้ปลอมลายมือพี่รามส่งมา พี่รามไม่น่าจะรู้เห็นด้วยหรอกเพคะ” ท่านชายถามว่ากระถินรู้ว่าเขาหมั้นกันจริงๆ

ใช่ไหม “เรื่องความรักเธอคงไม่ได้โกหก แต่เรื่องที่เธอทำให้คุณลุงทรุดลง หม่อมฉันก็ยอมไม่ได้เช่นกันเพคะ”

กระถินเขียนจดหมายถึงปูเป้แสดงความยินดีตามที่ปูเป้เขียนขอมาว่า

“ดิฉันขอแสดงความยินดีกับการหมั้นของคุณและพี่รามด้วย ที่ดิฉันตั้งใจส่งจดหมานี้ถึงคุณปูเป้โดยเฉพาะ เพราะรู้ว่าคุณเป็นคนส่งรูปถ่ายใบนั้นมาให้ ในฐานะน้องสาว ดิฉันยินดีจะยกพี่ชายให้คุณแต่กรุณาคืนพี่รามให้คุณพ่อของเขาด้วย คุณลุงกำลังป่วยหนัก อย่าพยายามให้พี่รามตัดขาดกับทางบ้าน เพราะพี่รามไม่ได้เป็นแค่คู่หมั้นของคุณ แต่เขายังมีพันธะเป็นลูกชายของคนอื่นอยู่เช่นกัน”

อ่านแล้วปูเป้ขยำจดหมายทิ้งอย่างหงุดหงิดที่กระถินรู้ทันตน คำรามอย่างแค้นใจ

“ป่วยงั้นเหรอ แผนตื้นๆคิดว่าฉันจะหลงกลแกรึไงนังกระถิน”

วันนี้สร้อยสนไปรับยาของคุณพระจากโรงพยาบาลกลับมาบอกกระถินว่า

“หลวงแพทย์ให้ระวังเสมหะจะอุดตันที่ปอดแล้วทำให้ปอดติดเชื้อ นี่เป็นยาตัวใหม่ ตอนนี้ยาเท่าที่หาได้ทั้งโรงพยาบาลมีแค่ 30 เม็ดเท่านี้ ท่านกำชับให้กินต่อเนื่องอย่าให้ขาดจนกว่ายาจะหมด”

กระถินเทยาออกมาเป็นแคปซูลสีแดงดำ แม่นิ่มปรารภว่าหมดยาคราวนี้แล้วคงหาลำบากกว่าเก่าเพราะนำเข้ายาไม่ได้อีกแล้ว กระถินเสนอให้พาคุณลุงย้ายไปอยู่ที่หัวหิน สร้อยสนเห็นด้วยเพราะถ้าทางรถไฟโดนตัดเราจะไม่มีทางพาคุณลุงไปได้อีกเลย

สภาพของคุณพระขณะนี้ นอกจากเคลื่อนไหวไม่ได้แล้วยังต้องเจาะคอช่วยหายใจและดูดเสมหะทำให้พูดไม่ได้ เมื่อกระถินไปถามเรื่องย้ายไปอยู่หัวหินก็ได้แต่ทำเสียงฮือ...ฮือ...กระถินรู้ว่าท่านไม่อยากไป บอกว่าไม่อยากไปก็ไม่ไป ตนจะอยู่ด้วยกันไม่ไปไหน คุณพระจึงสงบลง

เมื่อคุณพระไม่ยอมไป กระถินจึงหว่านล้อมให้เอมปรีดิ์กับแม่นิ่มพาบ่าวไพร่อพยพล่วงหน้าไปก่อน ท่านชายเห็นด้วย บอกว่าเสด็จพ่อมีเรือนตากอากาศที่นั่น อีกหลัง ถ้าที่ไม่พออยู่ก็ขยับขยายไปอยู่ได้ ท่านชายบอกเอมปรีดิ์ว่า

“คุณป้าไม่ต้องเป็นห่วงกระถินหรอกนะจ๊ะชายกับพี่หญิงอยู่ทางนี้จะช่วยดูแลกระถินให้ ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ พวกเราก็จะรีบตามไปสมทบที่หัวหินทันที”

ในวันที่กระถินส่งพวกแม่นิ่มเดินทางไปสถานีรถไฟ ต่างอาลัยอาวรณ์และเป็นห่วงกัน แม่นิ่มบอกกระถินว่าให้ “เข้มแข็ง อดทน เราต้องเป็นที่พึ่งให้ทุกคน แม่นิ่มสัญญาว่าเราต้องได้เจอกันอีก”

พุดกรองยืนมองอยู่ที่ระเบียง พูดอย่างสะใจว่า “ดีแล้วที่ไปเสียได้ ไม่ต้องกลับมาได้ยิ่งดี” ละมุดเสนอว่าเราก็น่าจะหาทางหนีทีไล่เอาไว้บ้าง พุดกรองพูดเหี้ยมเป็นนัยว่า “ถ้าจะมีใครตายก็คงไม่ใช่พวกเราหรอก”

ooooooo

ก่อนไปหัวหินแม่นิ่มเก็บดอกบุนนาคฝากไว้ให้คุณพระ เมื่อจันทร์เอาไปให้ คุณพระรับไปดมอย่างมีความสุขที่แม่นิ่มฝากดอกไม้ไว้ให้เหมือนแทนใจ

เมื่อแม่นิ่มไม่อยู่ พุดกรองมาคลุกคลีทำเป็นช่วยดูแลคุณพระแต่ที่แท้มาแอบดูยาที่กระถินป้อนให้คุณพระหลังอาหารเห็นไม่ใช่ยาตัวเดิมกลายเป็นแคปซูล

สีดำแดง สร้อยสนบอกว่าคุณลุงอาการไม่ดีหลวงแพทย์เลยเปลี่ยนยาให้

เมื่อกลับไปที่ห้องตัวเอง พุดกรองสั่งละมุดให้ขโมยยานั้นมาแล้วสอดไส้ยาพิษของตนแทน ละมุดนึกว่าเป็นยาโด๊ปที่พุดกรองเคยบอกติงว่า จนป่านนี้แล้วยังหมกมุ่นเรื่องพวกนี้ กลัวจะเป็นแตงเถาตายหรือ

“นังละมุด ถ้าเอ็งไม่ทำก็ไสหัวไปเลยนะจะมาเกาะกินถ่วงชีวิตข้า ทำให้ข้าดักดานอยู่อย่างนี้” ละมุดถามว่าจะให้ทำอย่างไรในเมื่อกระถินหวงยาขนาดนั้น พุดกรองจิกตาร้ายพึมพำ “มันต้องมีวิธีสิวะ”

แล้ววันนี้พุดกรองก็ไปป้อนข้าวให้คุณพระแทนจันทร์ พอกระถินเข้ามาไขกุญแจเอาขวดยามาเทยาออกมาแคปซูลหนึ่ง พุดกรองก็แกล้งทำข้าวต้มหกรดคุณพระจนกระถินต้องวางขวดยาหันมาดูแลคุณพระ ละมุดรีบแอบเปลี่ยนขวดยาทันที

ต่อมาละมุดรู้ว่ายาที่พุดกรองให้เปลี่ยนนั้นเป็นยาพิษ ตกใจถามว่า “เอ็งวางยาท่าน!” พุดกรองพูดเลือดเย็นว่าอาการปางตายอย่างนั้นปล่อยให้ทรมานทำไม ถึงไม่ไปตอนนี้ระเบิดลงก็ไปอยู่ดี

“ถ้าถึงคราวท่านก็ไปเองแหละไม่ถึงกับต้องฆ่าแกงกัน” ละมุดโยนยาทิ้งอย่างกลัวเรื่องจะแดง

พุดกรองหว่านล้อมว่าเราไม่ต้องลงมือเองแค่เปลี่ยนยาแล้วยืมมือกระถินลงมือให้ จะกลัวอะไร ถามว่าอยากเป็นขี้ข้าไปตลอดชีวิตหรือไง นี่เป็นทางเดียวที่เราจะยึดทุกอย่างไว้และโยนความผิดให้กระถินเป็นฆาตกร เห็นละมุดกลัวก็ปลอบว่า

“รามไม่อยู่นังแก่กับอีนิ่มก็เปิดไปแล้ว อีกระถินก็ยังไม่ระแคะระคายถ้าคุณพี่ตายเสียตอนนี้ก็จะไม่มีใครสาวถึงเรา”

ละมุดเอาขวดยาที่ใส่ยาพิษกลับมาที่ห้องพักฟื้นของคุณพระท่าทางมีพิรุธ เมื่อกระถินจะเอายาให้คุณพระกิน ละมุดก็หลอกกระถินว่ามีโทรศัพท์เข้า พอกระถินไปรับสายก็รีบเปลี่ยนขวดยา คุณพระเห็นก็ทำเสียงเอะอะแต่พูดไม่ได้

ตอนที่ 7

เอิบแม่ของชบาโมโหที่ชบาหายไปและละมุดเที่ยวป่าวประกาศว่าชบาหนีตามผู้ชายไป เอิบเอาข้าวของของชบาโยนออกมานอกบ้าน รวมทั้งสมุดฉีกที่ชบาใช้เขียนจดหมายด้วย

กระถินช่วยเก็บข้าวของของชบา เจอสมุดฉีกเปิดดูเห็นกระดาษมีรอยเขียนกด จึงเอาดินสอฝนจนเห็นรอยเขียนกดแม้จะไม่ชัดทั้งหมดแต่ก็เห็นชื่อ “คุณทด” ชัดเจน กระถินพยายามอ่านจับใจความได้ว่า ชบาเขียนไปต่อว่าทดที่ไม่ส่งผู้ใหญ่มาสู่ขอตามกำหนด มีตอนหนึ่งที่เขียนกดอย่างมีอารมณ์จนอ่านได้ชัดว่า

ตอนที่ 6

กระถินถามท่านชายว่ารู้จักปูเป้ด้วยหรือ ท่านชายบอกว่าเคยเจอกันสมัยอยู่ที่อังกฤษ ไม่นึกว่าตอนนี้เธอจะหันมาคุ้นเคยกับราม กระถินถามอีกว่าเขาเป็นคนอย่างไรหรือ

“เอาเป็นว่าเขาเป็นคนที่เราจะตัดสินจากการรู้จักเพียงผิวเผินไม่ได้ แต่หากรามสนิทกันถึงอย่างนี้ แปลว่าน่าจะชอบพอกันดี”

ตอนที่ 5

นิธิสอนพิเศษให้สร้อยสนอย่างอดทน โจทย์เลขที่สอนให้ทำมาเป็นอาทิตย์แล้วก็ยังทำผิดอีก สร้อยสนบ่นว่าเบื่อชวนออกไปเที่ยวกันดีกว่า นิธิบอกว่าตนต้องอ่านหนังสือพรุ่งนี้มีสอบแต่เช้า

สร้อยสนแย่งตำราจากนิธิบอกว่าเขาแก่วิชาการเกินไปแล้ว ตนจะติววิชาทางโลกให้ แย่งตำราจากนิธิแล้ววิ่งไปเลย นิธิวิ่งตามจะเอาคืน สร้อยสนเรียกนายหวัดให้ขับรถพาตนไปร้านหนังสือ นิธิจำต้องตามไป

ตอนที่ 4

เมื่อสร้อยสนหายแล้ว เอมปรีดิ์และแม่นิ่มพาสร้อยสนกับกระถินไปเฝ้าท่านชายและท่านหญิงที่วัง สร้อยสนตื่นเต้นกับความหรูหราของวัง ดีใจที่จะได้เจอผู้ช่วยชีวิตตน แต่กระถินนั่งไม่เป็นสุข

เมื่อท่านชายกับท่านหญิงเข้ามา เอมปรีดิ์กราบพระบาทท่านหญิงกับท่านชาย ท่านหญิงถามว่าสบายดีหรือ

ตอนที่ 3

พุดกรองจะชุบตัวให้สร้อยสนเป็นคุณหนูในสังคมชั้นสูง เป็นลูกท่านหลานเธอให้ได้ ในงานวันเกิดครั้งนี้นอกจากของอื่นที่หรูหราฟู่ฟ่าแล้ว พุดกรองยังซื้อม้ามาให้สร้อยสนหัดขี่ กะเกณฑ์ให้ต้องขี่โชว์ในงานวันเกิดด้วย

ซื้อม้ามาแล้วพุดกรองสั่งให้กระถินเป็นคนเลี้ยงม้า ให้สร้อยสน รามไม่ยอมเพราะกระถินเป็นคนของตน ต้องฟังคำสั่งตนคนเดียว พุดกรองถึงกับอึ้งเมื่อรู้ว่าคุณพระยกกระถินให้เป็นคนของรามแล้ว

ตอนที่ 2

ที่กลางป่าแก่งกระจาน...กระถินลูกของพุดกรองที่เกิดกับเสือกาจ เธอแจ้งตำรวจให้จับเสือกาจและทิ้งลูกไปในคืนที่คลอดกระถินที่สุขศาลา

กระถินอยู่กับกุเลา พี่สาวของเสือกาจจนอายุ 8 ขวบแล้ว กระถินมีจี้ทองของเสือกาจที่ให้พุดกรองแต่พุดกรองทำหล่นขณะหนีขึ้นรถไฟ โม่เก็บไว้เอามาให้กระถินห้อยคอตลอดเวลา

ตอนที่ 1

คืนหนึ่งเมื่อ 12 ปีก่อน...

ที่สุขศาลาจังหวัดเพชรบุรี เสือกาจ เสือร้ายชื่อกระฉ่อนกำลังเอาปืนจี้หมอบังคับให้ทำคลอดให้พุดกรองเมียที่กำลังเจ็บท้องร้องครวญคราง หมอตกใจทำเครื่องมือหล่น ถูกเสือกาจขยับปืนตวาด

เลือดรักทระนง เรื่องย่อละคร

“จะเลือดดีเลือดชั่ว หรือเลือดใด ๆ ถ้าตั้งใจจะเป็นคนดี ทำดี ก็จะทระนงได้ว่า ตนคือคนดี เลือดดี ”

ในขณะที่พุดกรอง(ธัญญาเรศ รามณรงค์) กำลังลำบากลำบนกับการเบ่งคลอดลูกนั้น ณ โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ด้านนอก ตำรวจกำลังล้อมจับเสือกาจ(จักรกฤษณ์ อำมรัตน์) เสือร้ายจอมโหดสามีของนางพุดกรองนั่นเอง และในทีสุดเสือกาจ ก็ถูกตำรวจจับตัวได้ ในจังหวะที่พุดกรองคลอดลูกออกมาสำเร็จเป็นลูกสาว เสือกาจไม่มีโอกาสที่จะลาเมียหรือเห็นหน้าลูกแม้แต่น้อย แต่นั่นก็เป็นไปตามความตั้งใจของพุดกรอง เพราะพุดกรองคือคนที่วางแผน ส่งสาส์นไปบอกตำรวจให้มาจับเสือกาจในวันที่เธอคลอดลูก และเมื่อเสือกาจถูกจับแล้ว พุดกรองก็ตั้งใจทิ้งลูกน้อยที่เพิ่งคลอดไว้กับนางกุเลา พี่สาวของเสือกาจ พุดกรองเกลียดเสือกาจ หลอกเธอว่าร่ำรวยจนหลงเชื่อ ทิ้งสามีเก่าและลูกมาอยู่ด้วย แต่เมื่อเสือกาจไม่ได้รวยอย่างที่หวัง และเธอยังตั้งท้องกับเสือกาจ โดยไม่ได้ต้องการ เธอจึงคิดตีจากและกำจัดเสือกาจ และทิ้งลูกน้อยอย่างไม่ใยดี

หญิงงามที่มีจิตใจโหดเหี้ยมโลภโมโทสันต์ อย่างพุดกรอง จะไม่ยอมให้ชีวิตต้องตรากตรำ อยู่กับความจนแน่นอน เธอตั้งใจมั่นว่าเธอต้องมีชีวิตที่สุขสบายเป็นคุณนายให้ได้ และเธอก็ได้นำพาชีวิตตัวเองไปพบสิ่งที่ตั้งใจไว้ เธอจึงเดินทางไปพบนางละมุด(รมิดา ประภาสโนบล) ญาติสาวที่เป็นบ่าวในคฤหาสน์นารายณ์

ณ คฤหาสน์นารายณ์ คุณพระศานต์ เลิศพาณิชย์(ดอม เหตระกูล) คหบดีม่ายผู้มีจิตใจเมตตา อารีย์ ตั้งแต่ภรรยาเสียชีวิตไป พระศานต์ก็มอบหมายให้ แม่นิ่ม(รามาวดี นาคฉัตรีย์) ญาติของภรรยาเป็นแม่นมคอยดูแลราม ราชภักดี เลิศพาณิชย์(ธนวรรธน์ วรรธนภูติ) บุตรชายคนเดียวเป็นอย่างดี ส่วนตัวคุณพระศานต์ เมื่อได้พบเจอกับพุดกรอง ที่ทำว่ามาเยี่ยมนางละมุดบ่าวในบ้าน นางพุดกรอง พยายาม ปั้นเสน่ห์ต่าง ๆ ให้คุณพระ ติดใจหลงใหล จนต้องขอแต่งงาน ตามแผนที่พุดกรองตั้งใจไว้

ข่าวการแต่งงานใหม่ของนางพุดกรอง รู้ถึงหูของเสือกาจที่ติดคุกอยู่ เสือกาจถึงกับคลั่งแค้น จนต้องพยายามแหกคุกออกมา หวังจะดูน้ำหน้าหญิงคนชั่วที่ทิ้งลูกและวางแผนให้เค้าต้องติดคุกอยู่หลายปี เสือกาจออกมาหานางกุเลาและรับกระถิน (เดียร์น่า ฟลีโป) ลูกน้อยสายเลือดโจร ผู้อาภัพ ต้องถูกเลี้ยงดูแบบตกระกำลำบาก อด ๆ อยาก ๆ ไม่ได้รับการอบรม จึงมีนิสัยคล้ายเด็กผู้ชายและดื้ออย่างมหาวายร้าย พูดจาหยาบคายทุกคำ เสือกาจมารับตัวกระถินเพื่อตามหาพุดกรองที่เมืองกรุง

พูดกรองเมื่องแต่งงานอย่างสุขสบายเป็นคุณนายและได้นางละมุดเป็นต้นห้องที่เรียกได้ว่านายว่าขี้ข้าพลอยในทุกเรื่อง แม้ว่าทุกคนจำต้องยอมรับ คุณนายคนใหม่ แต่รามก็ไม่ได้ยอมรับในตัวพุดกรอง วันนึงพุดกรองจำใจต้องพาสร้อยสน (ณัฐวรา วงศ์วาสนา) ลูกสาวคนแรกให้มาอยู่ด้วยเนื่องจากสามีคนแรกตาย และญาติของนายสนสามีคนแรกก็พาสร้อยสนมาทิ้งไว้ที่หน้าคฤหาสน์นารายณ์ คุณพระศานต์เองก็ยินดีที่จะเลี้ยงดูสร้อยสนด้วยความเมตตา

ราม เกลียดตัวพุดกรองจนรังเกียจมาถึงสร้อยสน ผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ความเกลียดชังของราม แสดงออกมาอย่างที่คุณพระก็ห้ามไม่ได้ แต่แม่นมของราม คือแม่นิ่มจะคอยสอนเด็กชายให้มีใจกว้าง ๆ เป็นสุภาพบุรุษ ยอมรับในความสุขของบิดา และเอื้อเฟื้อทุกคนที่ต่ำต้อยกว่า แม่นิ่มเป็นผู้ที่อยู่ในศีล ในธรรม จึงดูแลและปกป้องคนในบ้านด้วยใจเมตตา แม่นิ่มมีต้นห้องชื่อจันทร์(นฤมล พงษ์สุภาพ) ที่คอยช่วยเหลือเป็นหูเป็นตา เมื่อพุดกรองถูกรามเกลียดมาก ๆ นางจึงเกลียดตอบด้วยและคิดแค้นหาทางแกล้งรามและแม่นิ่มอยู่เสมอ

เมื่อเสือกาจเดินทางมาถึง คฤหาสน์นารายณ์ เขาอ้างว่าเป็นพี่ชายมาหาพุดกรอง มาเข้าพบเข้ากับนางจันทร์ นางจันทร์หวังดีจึงนำความไปบอกพุดกรองต่อหน้าคุณพระ ทำให้พุดกรองออกมาพบ แต่พุดกรองก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อพบว่า คนที่มาคือ เสือกาจและกระถิน พุดกรองไม่ยอมรับคนทั้งสองและยังขับไล่เหมือนหมูเหมือนหมา แม้ว่ากระถินจะเข้าไปหาและกอดตัวพุดกรองไว้ นางกลับสะบัดและถ่มน้ำลายใส่ ทำให้เสือกาจแค้นใจ เข้าตบตีทำร้ายกระถิน เหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ในสายตาของรามที่แอบดูอยู่ เมื่อคุณพระศานต์ออกมาเห็นเหตุการณ์ เสือกาจก็จะเข้าทำร้ายคุณพระ นายทด(กรุณพล เทียนสุวรรณ) ทนายความประจำตระกูล เข้าช่วยจะยิงเสือกาจตกน้ำหายไป กระถินตกใจร่ำร้องหาพ่อให้เป็นที่น่าเวทนานัก คุณพระสอบถามความจริงทั้งหมด แต่นางพุดกรองไม่ยอมรับ รามจึงออกมาเปิดเผยความจริงต่อหน้าคุณพระศานต์ คุณพระรู้สึกเวทนาสงสารกระถินน้อยผู้อาภัพ ที่แม่ไม่ใยดี จึงออกปากสั่งให้พุดกรองรับกระถินไว้ในอุปการะของคฤหาสน์นารายณ์ด้วย แล้วคุณพระจึงจะให้อภัยพุดกรองดังเดิม พุดกรองผูกใจเจ็บราม และรอเวลาที่จะชิงสมบัติทุกอย่างของรามให้ได้

กระถินถูกพุดกรองรังเกียจเดียดฉันท์ จนแม่นิ่มอดเวทนาไม่ได้ จึงรับเป็นผู้ดูแลขัดเกลา กระถินเอง กระถินจากเด็กทโมนให้กลายเป็นเด็กที่มีมารยาทและฉลาดเฉลียว เธอรักแม่นิ่มมากราวกับเป็นแม่แท้ ๆ เพราะเธอไม่มีใครในโลกให้รักอีกแล้ว แม่นิ่มสงสารที่กระถินมักจะถูกแม่แท้ ๆ และนางละมุดเองก็ชอบด่าว่า ว่าเป็นเลือดโจร แม่นิ่มสั่งสอนให้กระถินได้คิดและเอาดีให้ได้ ว่าจะเลือดดีเลือดชั่ว หรือเลือดใด ๆ ถ้าตั้งใจจะเป็นคนดี ทำดี ก็จะทระนงได้ว่า ตนคือคนดี เลือดดี ซึ่งกระถินจดจำไว้เสมอ รามเห็นใจกระถินที่ถูกพุดกรองปฏิเสธ เขาจึงเอ็นดูและให้ความสนิทสนมกับกระถิน จนสร้อยสนน้อยใจเสมอ เพราะรามแสดงความรังเกียจสร้อยสน จนเธอเข้าหน้าเขาไม่ติดเลย ความรู้สึกของรามที่มีต่อกระถินค่อย ๆ พัฒนาและผูกพัน อย่างที่รามเองก็ไม่รู้ตัว

ขณะเดียวกันสองพี่น้องราชนิกูลบ้านใกล้เคียง ม.จ.บรรณบริวัฒน์ ปานปรีย์(อเล็กซ์ เรนเดล)และม.จ.บัวบูชา ปานปรีย์(พิจิตรา สิริเวชพันธ์) ก็ไปมาหาสู่กับคฤหาสน์นารายณ์ตลอด โดยที่ท่านบรรณเอ็นดูกระถิน ให้ความสนิทสนมด้วย และยินดีที่จะอุปการะกระถิน ถ้าหากไม่มีใครต้องการ ทำให้รามหึงหวง ไม่ค่อยพอใจ พุดกรองเองอยากให้ท่านชายบรรณคบหากับสร้อยสน ก็ต้องผิดหวัง พุดกรองเริ่มเบื่อคุณพระที่แก่ขึ้นทุกวัน เธอจึงแอบลักลอบได้เสียกับนายทด ที่หนุ่มแน่นเข้าขากับเธอมากกว่า

กระถินเริ่มโตเป็นสาวน้อย สดใส ที่เรียนเก่งใน ขณะที่สร้อยสนเป็นเด็กหัวช้า จนต้องเรียนซ้ำชั้นกับกระถิน และมักจะทำอะไรไม่ได้ดังใจพุดกรอง ความฉลาดเฉลียวของกระถินเป็นที่ถูกใจคุณพระ คุณพระจึงให้กระถินมาคอยอ่านหนังสือให้คุณพระที่เจ็บออด ๆ แอดๆ ฟัง พุดกรองเริ่มระแวงเพราะกระถินนั้น พอเริ่มเป็นสาวก็สวยคมสมส่วน เธอกลัวว่ากระถินจะประจบเอาใจคุณพระ จนเธอหมดความหมาย

ส่วนรามนั้น ความรู้สึกของเขาได้พัฒนาจนเป็นความรัก ความผูกพันต่อสาวน้อยกระถินอย่างจริงจัง คุณพระส่งรามไปเรียนต่อเมืองนอก ตามที่พุดกรองคาดและหวังไว้ คุณพระให้กระถินเป็นผู้เขียนจดหมายโต้ตอบกับรามแทนเขา โดยแอบหวังให้รามกับกระถินได้รักใคร่ชอบพอกัน กระถินไม่อยากถูกยัดเยียดให้ราม เธอถูกให้เขียนจดหมายให้เขา ตามหน้าที่ ส่วนรามก็รู้สึกสนุกที่จะได้เขียนโต้ตอบกับหญิงสาวที่ตนแอบรัก

ในระหว่างที่รามเริ่มถูกใจกระถิน สร้อยสนก็แอบชอบพอกับนิธิ(วัทธิกร เพิ่มทรัพย์หิรัญ) หลานของทด ที่ทดส่งเสียให้เรียนหมอ เพราะนิธิจะมาคอยดูและและตัวหนังสือให้สร้อยสน สร้อยสนแอบเห็นความสัมพันธ์ชู้สาวของทดและพุดกรอง เธอไม่สบายใจต่อการกระทำของแม่ จึงขอร้องให้แม่เลิกพฤติกรรมแบบนี้ แต่กลับถูกพุดกรองตบตี ด่าว่าและจับได้ว่าสร้อยสนแอบรักกับนิธิ พุดกรองไม่พอใจเพราะต้องการให้สร้อยสนได้กับราม เธอโกรธมาก ขอให้ทดไล่นิธิออกไปจากชีวิตสร้อยสน กระถินได้แอบรับรู้เรื่องราวทั้งหมด ทั้งพุดกรองกับทด สร้อยสนกับนิธิ เธอรู้สึกเป็นห่วงสร้อยสน และในขณะเดียวกันก็ผิดหวังและสงสารคุณพระศานต์มากที่ถูกพุดกรองสวมเขา แต่เธอก็ไม่กล้าที่จะเปิดโปงแม่แท้ ๆ ของเธอได้ลงคอ

รามกลับมาเยี่ยมบ้าน คราวนี้เขาได้แสดงออกชัดเจนว่าชอบกระถิน ส่วนกระถินก็ยังไม่กล้าพอที่จะยอมรับ และไม่อยากให้ถูกจับคู่ง่าย ๆ รามจึงเข้าใจผิดคิดว่ากระถินมีใจให้กับท่านชายบรรณ ทั้งคู่จึงกระเง้ากระงอดกันอยู่เสมอ

ปาริชาติหรือปูเป้(ชนิดาภา พงศ์ศิลป์พิพัฒน์) ลูกสาวพลตรีคร้าม(ทนงศักดิ์ ศุภการ) นายทหารใหญ่ถูกใจราม ตั้งแต่ที่พบกับบนเรืองตอนเดินทางกลับไทย ปาริชาติพยายามหาทางรู้จักราม และรุกด้วยการมาหารามถึงที่บ้าน สร้างความไม่พอใจให้พุดกรองเพราะคิดว่าปาริชาติจะมาเป็นเสี้ยนหนามของสร้อยสน และปาริชาติเมื่อรู้ความจริงว่าพุดกรองเป็นเพียงแม่เลี้ยงของราม ก็ไม่ให้ความเคารพ ปาริชาติวางท่ากร่างใส่ทุกคน และกระถินเองก็ไม่พอใจที่ปาริชาติก้าวร้าวต่อพุดกรอง กระถินออกโรงปกป้องพุดกรองจนมีเรื่องกับปาริชาติ จนรามต้องออกมาห้ามปราม และให้กระถินขอโทษต่อแขกผู้มาเยือน กระถินแอบน้อยใจที่รามตำหนิตัวเอง จนในที่สุดเธอก็รู้ตัวเองว่าเธอหลงรักรามนั่นเอง และยิ่งกระถินรู้ใจตัวเอง เธอก็ยิ่งหนีหัวใจของตัว ทำตัวออกห่างจากรามให้มากเพราะคิดว่ารามกำลังชอบพอกับ ปาริชาติ และรามก็พยายามหาโอกาสอธิบายและปรับความเข้าใจกับกระถิน โดยมีแม่นิ่มเป็นตัวกลาง ที่รามพยายามมาปรึกษาเรื่องราวของหัวใจเสมอ

รามต้องกลับไปเรียนต่อที่เมืองนอก โดยที่ระหว่างนั้น ร่างกายของคุณพระศานต์ทรุดหนักลงทุกวัน รามสัญญาต่อคุณพระว่าจะรีบเรียนให้จบและกลับมาดูแลกิจการแทนคุณพระโดยเร็ววัน รามฝากให้กระถินดูแลคุณพระผู้เป็นพ่อแทนเขา เพราะเขาไม่ไว้ใจใคร นอกจากแม่นิ่มและกระถินเท่านั้น กระถินรีบรับปากว่าจะดูแลและปกป้องคุณพระเท่าชีวิตของตัวเองทีเดียว

กระถินแอบจับได้ว่าพุดกรอง ร่วมกับทนายทดโกงเงินในบัญชีบริษัทและยังวางแผนจะแอบขโมย พินัยกรรมที่พระศานต์ทำขึ้น และปลอมแปลงขึ้นใหม่ เนื่องจากคุณพระต้องการยกสมบัติให้กับรามในฐานะทายาท ส่วนของพุดกรอง คุณพระกลับมอบให้กระถินดูแล กระถินตัดสินใจพูดห้ามปรามพุดกรอง แต่กลับถูกพุดกรองด่าทอและตบตี กระถินยอมให้พุดกรองตี เธอบอกว่าต่อให้พุดกรองตีเธอให้ตายไปต่อหน้า เธอก็จะไม่ยอมให้พุดกรองทำร้ายและโกงผู้มีพระคุณ อย่างคุณพระศานต์ กระถินถูกพุดกรองตบตีจนเจ็บไปทั้งตัว สร้องสนทนไม่ได้สงสารกระถิน กระถินขอร้องว่าสร้อยสนต้องไม่ยอมให้พุดกรองเนรคุณต่อผู้ชุบเลี้ยงให้ชีวิตมา เช่นคุณพระศานต์ สร้อยสนรับปาก

เมื่อรามกลับไปศึกษาต่อ คราวนี้ด้วยปาริชาตใช้เล่ห์มารยา ความเป็นผู้หญิง รามเสียท่าพลาดพลั้ง มีความสัมพันธ์กับปาริชาติ จนปาริชาติถือโอกาสย้ายเข้ามาอยู่กับรามให้รามรับผิดชอบ ปาริชาติจับได้ว่ารามกับกระถินเขียนจดหมายหากันตลอด เธอจึงเก็บจดหมายทั้งหมดของกระถินไว้ และแอบส่งรูปของเธอกับรามกลับไปให้กระถิน เพื่อนแสดงตัวว่าเป็นคนรักของราม กระถินเจ็บปวดมากเมื่อรู้ว่ารามคบกับปาริชาติไปแล้ว

และเมื่อพุดกรองรอวันให้คุณพระศานต์ ตายไปเองไม่ไหว เธอจึงคิดวางแผน วางยาคุณพระด้วยความร่วมมือของทดและละมุด คุณพระถูกวางยาจะร่างกายทรุดหนัก กระถินเริ่มเอะใจ เธอตามสืบจนพบว่า ละมุดใส่ยาในอาหารและกระถินเองที่เป็นคนป้อนอาหารให้คุณพระกับมือ เธอพยายามจะพาคุณพระไปรักษา แต่สายไปเสียแล้ว ก่อนที่พระศานต์จะเสียชีวิต เขาขอร้องให้กระถินแต่งงานกับราม กระถินอึดอัดใจแต่ไม่กล้าขัดจึงรับปากตามที่คุณพระต้องการ

รามได้รับข่าวร้ายการตายของคุณพระศานต์ ผู้เป็นบิดา เขารีบเดินทางกลับมาทันที หลังจากงานศพคุณพระผ่านไป สร้อยสน ร่วมมือกับกระถิน ในการไม่ยอมรับพุดกรองและทด ที่ทำการโกงได้สำเร็จ สร้อยสนแอบดูพินัยกรรม ที่ทดทำขึ้นใหม่ เพื่อจะไว้ใช้หักหลังพุดกรอง โดยในพินัยกรรมระบุว่า ให้รามแต่งงานกับลูกสาวของพุดกรองจนมีทายาท ถึงจะมีสิทธิในสมบัติคนล่ะครึ่งกับพุดกรอง แต่หากรามไม่ยอมแต่งงาน จะถือว่าสละสมบัติทั้งหมดให้พุดกรองแต่เพียงผู้เดียว

รามโกรธจัดเรื่องพินัยกรรม เพราะพุดกรองบอกว่ารามต้องแต่งงานกับสร้อยสน แต่สร้อยสนวางแผนหักหลังพุดกรองโดยให้กระถินเข้าพิธีแต่งงานแทนตัวเอง รามจำใจคิดว่าต้องแต่งงานกับสร้อยสนเพราะต้องการรักษาคฤหาสน์ที่เป็นของแม่เขาไว้ รามพาลโกรธกระถินเพราะคิดว่ากระถินรู้เห็นเป็นใจกับพุดกรอง และรามไม่รู้ว่ากระถินเองก็โกรธเรื่องปาริชาติ เธอกับรามมีปากเสียงกัน จนในที่สุดกระถินรู้ว่ารามไม่น่าจะรู้เห็นเรื่องจดหมายของเธอที่เขียนไป และรูปที่ปาริชาติส่งกลับมา

ในงานแต่งงาน กระถินมาปรากฏตัวขึ้นในฐานะเจ้าสาวแทนสร้อยสนที่หายตัวไป กระถินประกาศต่อหน้าแขกเหรือที่มางานว่าตัวเองเป็นลูกสาวคนนึงของพุดกรองเช่นกัน ทำให้พุดกรองไม่พอใจที่รามได้ทั้งการแก้เผ็ดพุดกรองและได้แต่งงานกับกระถินตามความต้องการอยู่แล้ว รามจึงประกาศยืนยันแต่งงานกับกระถินด้วยความเต็มใจ หลังจากพิธีแต่งงาน รามพยายามคาดคั้นกระถินเรื่องพินัยกรรม แต่กระถินไม่ยอมบอก ปล่อยให้ทุกอย่างเลยตามเลย เพราะเป็นสิ่งที่คุณพระศานต์ได้เคยขอร้องเอาไว้อยู่แล้ว รามจึงมีความรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่ากระถินมีบางอย่างที่เป็นความลับและไม่ยอมบอกต่อเขา

รามได้ทียกให้กระถินเป็นคุณผู้หญิงของบ้านเพื่อลดบทบาทของพุดกรอง สร้อยสนแกล้งโกหกว่าเธอถูกกระถินจับขังตัวเอาไว้ พุดกรองเจ็บใจที่ถูกซ้อนแผนแย่งชิงอำนาจไป เธอจึงสั่งให้ทดหาทางกำจัดรามไปให้ได้เพื่อที่สุดท้ายแล้วเธอจะได้แย่งสมบัติจากกระถินมาเป็นของเธอ กระถินละอายที่ใช้วิธีชุบมือเปิบเข้ามาเป็นภรรยาของราม ด้วยเหตุนี้เธอจึงพยายามเลี่ยงด้วยการเป็นภรรยาแต่เพียงในนามแต่ไม่ยอมเข้าหอกับราม ตรงกันข้ามกับรามที่ต้องการจะแต่งงานอยู่กินกับกระถินจริงๆ เพราะเขารู้สึกว่ากระถินมีเรื่องอะไรบางอย่างปกปิดไว้อยู่และเขาเชื่อว่าถ้าได้เป็นคนๆเดียวกันแล้วเขาจะปรามกระถินได้อยู่หมัดและกระถินจะไม่กล้ามีความลับกับเขาอีก

จันทร์กับแม่นิ่มพยายามจะปราบพยศให้กระถินยอมย้ายไปอยู่ห้องเดียวกับราม กระถินทำหน้าที่ภรรยาดูแลรามแบบตะขิดตะขวงใจ รามอยากให้กระถินยอมเป็นภรรยาของเขาด้วยความเต็มใจ กระถินเอาแต่เขินอายและไว้ตัวจนกระทั่งเธอนึกได้ว่านายทดและพุดกรองอาจจะวางแผนเก็บรามอีกคน กระถินจึงยอมที่จะย้ายไปอยู่ห้องข้างๆรามเพื่อจะได้ปกป้องเข้าได้อย่างใกล้ชิด รามแอบดีใจเพราะคิดว่ากระถินยอมใจอ่อนให้เขาแล้วแต่เขาก็รอเวลาให้เธอยินยอมพร้อมใจ

รามถือโอกาสพากระถินไปฮันนีมูนที่หัวหิน ทดคิดจะใช้โอกาสนี้เก็บรามเสียเพื่อไม่ให้มีคนสงสัย ที่หัวหินรามกับกระถินต้องพักอยู่ห้องเดียวกัน กระถินยอมเป็นของรามด้วยความเต็มใจโดยมีแม่นิ่มและจันทร์คอยลุ้นอยู่ทุกขณะจิต ระหว่างที่ทั้งคู่กำลังดี่มด่ำกับห้วงรักในระหว่างฮันนีมูน ความรักของรามและกระถินกำลังจะไปด้วยดี แต่ปาริชาติ ก็ตามมาอาละวาดอีก ถือสิทธิ์ว่าเป็นภรรยาของรามอีกคน รามขอตัดขาดกับปาริชาติ ทำให้พลโทคร้าม พ่อของปาริชาติบีบบังคับทางการค้า ทำให้รามจนตรอก ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร ไหนจะเรื่องของพุดกองและทด ที่พยายามจะวางแผนฆ่ารามและกระถินเพื่อเอาสมบัติ

เรื่องราวความรักของรามและกระถินจะลงเอยอย่างไร ต้องติดตามชมกันดู...และหาอ่านได้ในนสพ.ทุกวัน

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”

“ณเดชน์-โบว์” ขึ้นสังเวียนคู่ปรับครั้งแรก ใน “มนต์รักหนองผักกะแยง”
11 พ.ค. 2564

06:30 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม 2564 เวลา 16:06 น.