ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เลือดรักทระนง

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

กระถินเดินน้ำตาซึมออกจากห้องรับแขก เจอพุดกรองพอดี ถูกพุดกรองเยาะเย้ยอย่างสะใจว่า

“ฉันเคยบอกแกแล้วว่ารามไม่ได้รักแกเท่ากับที่รักเงินของมัน ตอนแกเอามรดกไปถวายมันก็รัก พอแกทำให้มันล่มจมมันก็เมินใส่ มันไม่ได้พิศวาสอะไรแกแล้ว แต่ก็ยังไม่กล้าไล่แกออกไปก็เพราะกลัวจะต้องยกสมบัติครึ่งหนึ่งให้ฉันถึงต้องทนกล้ำกลืนอยู่กินกันต่อไป”

กระถินเจ็บจี๊ดที่ถูกจี้ใจดำ พุดกรองได้ทีจับบ่าสองข้างของกระถินให้หันมาเผชิญหน้า ทำเป็นพูดเห็นใจว่า

“จะบอกอะไรให้ในฐานะผู้หญิงด้วยกัน ถ้าเขานอนกับแกก็ไม่ใช่เพราะรักใคร่อะไรทั้งนั้น มันก็แค่อยาก ให้แกมีลูกให้ มันจะได้ฉกสมบัติทั้งหมดไป แล้วทีนี้มันก็จะตีปีกไปอยู่กินกับแม่ปูเป้สมใจ... แกก็รู้ว่าเด็กที่ไม่ได้เกิดมาด้วยความรักมันอาภัพแค่ไหน อยากให้เขาเกิดมาเป็นอย่างแกรึไง”

“คิดว่าพูดแบบนี้แล้วฉันจะซึ้งใจรึไง ฉันรู้ว่าคุณก็แค่ห่วงตัวเองเท่านั้น ฉันก็อยากจะถามคุณเหมือนกันว่าคุณเคยรู้สึกผิดบ้างไหมที่ปล่อยให้ฉันเกิดมาแบบนี้”

“ฉันโตมาคนเดียวไม่รู้ว่าใครเป็นแม่ด้วยซ้ำ แกควรดีใจที่ชีวิตแกยังดีกว่าฉันมาก”

“ค่ะ ดีมาก ดีที่รู้ว่ามีแม่แต่เขาไม่รัก ดีที่รู้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียว แต่มีคนอีกคนที่คอยซ้ำเติม คอยถากถาง คอยระแวง คอยสมน้ำหน้า ชีวิตที่เหมือนมีมารผจญอยู่ตลอดเวลา คุณเรียกชีวิตแบบนี้ว่าโชคดีเหรอคะ?”

“ก็แกมันทำตัวให้รักลงซะที่ไหน อย่าว่าแต่ฉันเลย ขนาดผัวแกก็ยังรักแกไม่ลง ทุกอย่างมันผิดที่ตัวแกนั่นแหละ”

พุดกรองพูดใส่หน้าแล้วเดินหนีไปเลย กระถินยืนอยู่อย่างอ้างว้าง รู้สึกเหมือนชีวิตนี้ไม่เหลืออะไรเลย...

ooooooo

วันรุ่งขึ้น เสือกาจได้รับการปล่อยตัวจากสันติบาล พอออกมาเห็นกระถินยืนรออยู่ กระถินพยายามทำสีหน้าสดชื่นกลบเกลื่อนปัญหาของตัวเอง

“ฉันมารับ หมดเรื่องซะที หิวรึยัง” กระถินส่งข้าวห่อใบบัวให้เสือกาจมองกระถินเทียบกับตัวเองที่แต่งตัวมอซอแล้วไม่กล้ารับห่อข้าว แต่กลับยิ้มพูดอย่างภูมิใจว่า

“สิ่งเดียวในชีวิตที่กูมีและไม่ต้องขโมยใครมาก็คือลูกอย่างมึง แต่แปลกที่กูไม่กล้าเก็บมึงไว้ กลับบ้านมึงเถอะ ลืมพ่ออย่างกูซะ ไปเป็นมินตรา เลิศพาณิชย์ แต่ทิ้งอีเด็กกระถินลูกลิงไว้ให้กู” กระถินถามว่าทำไม

พูดอย่างนั้น “ไปอยู่กับคนที่เขาดีกับมึง กูไม่มีอะไรจะให้ นอกจากกูจะออกจากชีวิตมึงไป” พูดแล้วหันเดินไปเลย

“จะไปไหน”

“กูจะไปตามทางของกู มึงจะได้มีชีวิตของมึงเองซะที สิบปีที่แล้วกูไม่ได้ลา ครั้งนี้บอกลากันตรงนี้ ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติหน้ากูขอให้ชีวิตมึงเจอแต่คนดีๆ”

เสือกาจจะตบบ่าลาแต่แล้วลดมือลงเพราะรู้สึกตัวเองสกปรกเกินกว่าจะแตะต้องตัวกระถิน หันเดินดุ่มไปเลย

“พ่อ! อย่าไป...” กระถินตะโกนแต่เสือกาจไม่แม้แต่จะหันมอง กระถินถือห่อข้าว ร้องไห้ถามตัวเองอย่างเจ็บปวด... “ทำไมทุกคนถึงทิ้งกระถินแบบนี้...”

ooooooo

ทดขับรถพาพุดกรองมาซุ่มอยู่แถวหน้าสันติบาล บอกพุดกรองว่าตอนนี้รามรู้แล้วว่ากระถินสมรู้ร่วมคิดกับเสือกาจคงไม่เชื่อใจกระถินอีกต่อไป ทั้งสองสะใจที่รามกับกระถินแตกคอกันถึงคราวที่พวกเราจะได้เอาคืนเสียที

ทดซุ่มอยู่จนเห็นเสือกาจเดินออกมาจึงขับรถพุ่งเข้าเฉี่ยว เสือกาจตกใจกระโดดหลบเลยถูกรถที่ขับสวนมาชนกลิ้งไป ทดขับรถเลยไปอย่างไม่แยแส พุดกรองตกใจคิดไม่ถึงว่าทดจะวางแผนฆ่าเสือกาจได้อย่างเลือดเย็นแบบนี้

ท่านชายที่จะมารับเสือกาจ เห็นพุดกรองนั่งอยู่ในรถทดที่ขับผ่านไป รีบลงจากรถประคองเสือกาจที่นอนสลบบนพื้นถนนหน้ารถ จึงพาไปที่วังปรียวัฒน์ ให้นิธิรักษาโดยมีสร้อยสนและอรชรเป็นผู้ช่วย นิธิสั่งให้วัดความดัน สร้อยสนเห็นเลือดก็เงอะงะทำอะไรไม่ถูก อรชรจึงเข้ามาวัดความดันแทน

อรชรทำงานอย่างคล่องแคล่ว ทั้งวัดความดัน จับชีพจร บอกว่าความดันต่ำผิดปกติ หายใจผิดจังหวะ นิธิตรวจแล้วบอกว่า “อกรวน ต้องพันหน้าอกเอาไว้ เอาผ้าเช็ดตัวมา”

สร้อยสนวิ่งไปเอาผ้าเช็ดตัว นิธิถอดเนกไทออกมา เตรียมพลิกตัวเสือกาจได้ถนัด

ท่านหญิงถามท่านชายว่าไปเจอเสือกาจที่ไหน ท่านชายบอกว่าตอนไปรับเขาจากสันติบาล แต่พอท่านหญิงบอกให้แจ้งข่าวกระถิน ท่านชายห้ามไว้ เพราะไม่แน่ใจว่าถ้ากระถินรู้ว่าแม่เป็นคนฆ่าพ่อตัวเองแล้วจะทำใจได้หรือไม่

พอดีนิธีออกมาบอกว่าคนเจ็บปลอดภัยแล้ว ซี่โครงหักหลายซี่ส่งผลต่อระบบหายใจถึงจะยังไม่ฟื้นแต่ไม่น่าจะเป็นอันตรายอะไร ถามว่าจะให้ตนตามหาญาติของคุณลุงนั่นเลยไหม ท่านชายรีบห้าม

“ไม่ต้อง เดี๋ยวฉันจะเป็นธุระเรื่องนี้เอง”

ooooooo

บ่ายนี้สร้อยสนพยายามหัดวัดความดันเอง

นิธิเห็นจึงมาช่วยสอน เขาสอนอย่างตั้งใจ เหมือนตอนที่เคยสอนพิเศษให้ความใกล้ชิดกันอีกครั้งทำให้สร้อยสนที่แอบมีใจให้นิธิตื่นเต้น เกร็ง เมื่อนิธิสอนแล้วให้สร้อยสนลองวัดความดันของตัวเองดู ปรากฏว่าความดันสูงมาก นิธิ เป็นห่วงถามว่าทำไมสูงอย่างนี้

“สร้อยคงตื่นเต้น” สร้อยสนบอกเขินๆ

พอดีอรชรเข้ามาเร่งนิธิให้กลับได้แล้วเพราะคุณพ่อคุณแม่รอกินข้าวอยู่ที่บ้าน นิธิหยิบของขวัญขึ้นมาบอกว่าตนมีของขวัญวันเกิดมาให้ท่านด้วย อรชรชมว่าน่ารัก คุณพ่อต้องชอบแน่ๆเลย นิธิบอกสร้อยสนว่า

ขอกลับก่อนพรุ่งนี้จะมาติวให้ใหม่ อรชรก็เอ่ยลา แล้วเดินออกไปด้วยกันโดยนิธิช่วยถือกระเป๋าให้อรชรด้วย ทำให้สร้อยสนอดหึงไม่ได้ แต่ก็พยายามตัดใจ หันมาเห็นเนกไทของนิธิ หยิบขึ้นดูทั้งเก่าและชายรุ่ย จึงเก็บไว้จะเอาไปซ่อมให้

สร้อยสนซ่อมไม่เป็นแม่นิ่มเลยสอนให้ ถามว่าเนกไทของใคร สร้อยสนปดว่าของคุณลุงตนอยากหัดเย็บผ้าเลยรื้อมา ขณะนั้นเองรามเดินเข้ามาแม่นิ่มถามว่าทานข้าวแล้วหรือยัง รามไม่ได้ยินเดินผ่านไป กระถินรู้ว่าเขาตั้งใจผ่านไปเพราะไม่อยากเห็นหน้าตน พูดอย่างน้อยใจว่า

“เดี๋ยวนี้พี่รามไม่ทานข้าวบ้านหรอกค่ะ เขาไม่อยากเห็นหน้ากระถิน”

ทุกคนนิ่งเงียบ ต่างสงสารกระถินมาก

ooooooo

รามยังมึนตึงกับกระถินจนแม่นิ่มเตือนว่าทิฐิไม่มีประโยชน์อะไรเลย นอกจากทำลายตัวเองแล้วก็ทำร้ายคนที่รักด้วย

รามโทษว่ากระถินต่างหากที่ทิฐิถือดีเห็นแก่ศักดิ์ศรีมากกว่าตน ตนช่วยพ่อกระถินแต่เธอกลับมองเป็นเรื่องเป็นหนี้บุญคุณกัน

แม่นิ่มบอกว่ากระถินรู้สึกว่าตัวเองติดค้างทุกคนหมดโดยเฉพาะกับเสือกาจ กระถินยิ่งรู้สึกติดค้างเขามาก รามถามว่าที่เราชดใช้ให้ยังไม่มากพออีกหรือ

“แล้วรามว่าเงินหนึ่งล้าน มันเทียบกับชีวิตรามได้รึเปล่าล่ะ” รามถามว่าแม่นิ่มพูดถึงอะไร แม่นิ่ม

บอกว่า ชีวิตที่เราติดเสือกาจเขาไว้ไง รามถามว่าตนไปเป็นหนี้ชีวิตเขาตั้งแต่เมื่อไหร่? “เสือกาจเป็นคนช่วยชีวิตรามตอนที่รามถูกยิงในป่า กระถินไม่ได้อยากเข้าข้างพ่อเขาเรื่องปล้นหรอกนะแต่ที่ทนเงียบเอาไว้ก็เพราะเห็นแก่บุญคุณที่เขาช่วยชีวิตรามไว้คราวนั้น”

รามสะเทือนใจเมื่อรู้ความจริงว่ากระถินอยู่ในสภาพน้ำท่วมปาก เพราะเสือกาจเคยช่วยชีวิตตนไว้ จึงยอมแบกรับความผิดทุกอย่างไว้คนเดียวไม่ได้ตั้งใจจะหักหลังตน คืนนี้จึงไปขอโทษกระถินที่นอนอยู่ในห้องแม่ที่อยู่ห้องทะลุถึงกัน

กระถินเห็นท่าทีรามพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ

ก็ระแวงแต่ไม่กล้าเลี่ยงหรือบ่ายเบี่ยงเพราะคิดถึงบุญคุณที่เธอติดค้างเขาอยู่ ความสัมพันธ์ภายนอกดูดีแต่ภายในกระถินยิ่งระแวงมากขึ้น

ooooooo

กระถินร้อยมาลัยอย่างอลังการเพื่อไหว้คุณพระในวันครบร้อยวัน ร้อยเสร็จฝากจันทร์ไว้ให้ราม รามให้ไปตามกระถินมาไหว้คุณพ่อด้วยกัน เมื่อกระถินมา รามพูดอย่างซึ้งใจว่าขอบคุณที่เธอไม่เคยทอดทิ้งท่าน

รามเห็นที่นิ้วกระถินพันผ้าพันแผลก็รู้ว่าเกิดจากการร้อยมาลัย เขาก้มจูบที่แผลพูดอย่างตื้นตันใจว่า

“ไม่รู้ว่ากระถินต้องเจ็บเพื่อพี่มามากแค่ไหนต่อไปนี้พี่ขออย่าให้เรามีอะไรปิดบังกัน ไม่ใช่แค่ความสุข แต่เราสองคนจะร่วมทุกข์กัน ดังนั้นไม่ว่ามีปัญหาสาหัสแค่ไหนก็ตาม พี่อยากให้กระถินคิดถึงพี่เป็นคนแรกได้ไหม” เมื่อกระถินสัญญา รามบอกว่า “เราสองคนจะไม่มีความลับต่อกัน ในเมื่อพ่อพี่เป็นพ่อของเธอ ต่อไปนี้ พ่อเธอก็จะเป็นพ่อพี่เหมือนกัน”

กระถินแทบไม่เชื่อหูตัวเองที่รามยอมรับเสือกาจ เมื่อสวดบทกรวดน้ำแล้ว ทั้งสองประคองมือกันหลั่งน้ำลงโถอย่างสงบนิ่ง กระถินมองรามอย่างซาบซึ้ง ไม่คิดว่าจะได้มีวันนี้อีก

แต่แล้วเหตุการณ์ก็พลิกผัน เมื่อเอมปรีดิ์กับแม่นิ่มจะมาไหว้คุณพระ จันทร์ถือพานพวงมาลัยที่กระถินร้อยให้รอรับ ส่วนกระถินจะไปเตรียมของว่างให้ พุดกรอง

กระแนะกระแหนว่าถึงกระถินจะเอาใจรามอย่างไรเขาก็ไม่เหลียวแลเพราะเห็นธาตุแท้ความเลวของเธอแล้ว พุดกรองคว้าพวงมาลัยจากพานไปอย่างเหิมเกริม

กระถินขอพวงมาลัยคืน พุดกรองพาลกระแชงถามว่าถ้าตนจะขอบ้านคืนจะให้ไหมล่ะ กระถินโต้ว่าบ้านนี้ไม่ใช่ของเธอตั้งแต่แรกแล้ว พุดกรองลอยหน้าถามเย้ยว่า “แล้วมันเป็นของแกตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะ”

“ตั้งแต่ที่คุณปลอมพินัยกรรมมังคะ” พุดกรองผงะ กระถินตัดบทว่า “เราอย่ามาสาวไส้กันเองแถวนี้เลย ขอพวงมาลัยคืนด้วยค่ะ” พุดกรองไม่ให้บอกว่าจะเอาไปไหว้คุณพระ “อย่าแม้แต่จะคิด คุณไม่มีสิทธิ์ไปไหว้คุณลุง เพราะคุณไม่เคยรู้สึกผิดต่อท่าน”

พุดกรองปาพวงมาลัยใส่หน้ากระถิน พอดีเอมปรีดิ์กับแม่นิ่มมาถึง เอมปรีดิ์สั่ง “หยุดเดี๋ยวนี้นะพุดกรอง!”

“จะถือหางมันอีกทำไม มันกำเริบขนาดให้พ่อมาปล้นห้างเรายังเข้าข้างมันอยู่ได้!!”

“คนที่กล้าอยู่โดยไม่ละอายก็มีแต่เธอ!! เธอวางแผนฆ่ารามร่วมกับชู้เธอ เธอต่างหากที่ไม่ควรมีสิทธิ์เสนอหน้าอยู่ที่นี่!!”

พุดกรองผงะที่เอมปรีดิ์รู้เรื่องนี้ แต่ทำใจดีสู้เสือถามว่าเอาอะไรมาพูด เลยถูกเอมปรีดิ์แฉสิ้นไส้ว่า ที่รามโดนยิงถึงไม่มีหลักฐาน แต่อย่านึกว่าตนไม่รู้ว่าเป็นฝีมือเธอ ทั้งพุดกรองและละมุดช่วยกันแก้ตัวพัลวันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพุดกรอง แม่นิ่มแฉว่า “ก็เพราะเธอยืมมือนายทดจัดการ”

“มีเรื่องอะไรกัน” รามได้ยินเสียงเอะอะเดินมาถาม จันทร์บอกว่าคุณท่านกำลังชำระความให้เขา “ชำระความ เรื่องอะไรกันครับ”

“เรื่องที่เขาส่งคนไปยิงรามในป่าครั้งนั้นไง นี่ยังไม่รวมถึงเรื่องที่เธอสวมเขาให้พ่อศานต์ตั้งแต่ก่อนเขาตาย แล้วยังพยายามฆ่าปิดปากชบา ทีความเลวของตัวเองทำไมไม่ประจานออกมา” พุดกรองโวยวายว่าตนถูกรวมหัวกันปรักปรำ เอมปรีดิ์พูดต่อไปว่า “ที่ฉันไม่ทำอะไรเธอก็เพราะเห็นแก่กระถิน แต่เธอมันไม่เคยสำนึก ไม่เคยเลยจริงๆ ฉันถึงได้คิดว่าถึงเวลาแล้วที่ฉันจะเป็นคนไล่เธอไป เชิญออกไปจากบ้านนี้ตั้งแต่วันนี้!!”

พุดกรองด่าว่าทุกคนถูกกระถินสนตะพายหมด ไล่ตนแต่เก็บฆาตกรไว้ในบ้านคงได้ตายดีกันหรอก รามถามว่าพูดอะไร พุดกรองได้ทีโยนความผิดทั้งหมดให้กระถินว่า

“นังกระถินมันไม่ได้แค่รวมหัวกับพ่อมาปล้นแก แต่มันเป็นคนวางยาพ่อแกจนตาย!! ใครๆก็รู้ว่ามันเป็นคนเตรียมข้าวเตรียมยาให้คุณพี่ทุกวันที่คุณพี่ตายก็ฝีมือมัน!!

“ไม่จริง! คุณเป็นคนยืมมือฉัน” กระถินโต้ รามงงถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน กระถินแฉว่า “เขาเป็นคนเปลี่ยนยาพิษไว้ในยาคุณลุง กระถินไม่ทันระวัง เลยโดนเขาหลอกใช้”

รามอึ้งเมื่อฟังสองฝ่ายแฉกันไปมา แต่เขากลับไม่พอใจกระถินหาว่าเธอช่วยปกปิดเรื่องนี้ไว้ ถามว่า

“ชีวิตนี้เธอเคยพูดความจริงกับพี่บ้างไหม เรื่องใหญ่ขนาดนี้เธอปกปิดพี่ไว้ได้ยังไง?!”กระถินขอร้องให้รามฟังตนก่อน แต่รามโกรธจนไม่ฟัง “มันสายไปแล้ว ถ้าเธออยากจะสารภาพ เธอก็ต้องพูดตั้งแต่ 100 วันก่อนหน้านี้” กระถินคว้ามือรามอ้อนวอนขอโทษ “ขอโทษแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร ที่พี่ต้องการคือความจริงใจ เพราะถ้าอย่างนั้นก็ไม่รู้ว่าชาตินี้จะต้องให้พี่ยกโทษให้เธออีกสักกี่ครั้งเธอถึงจะพอ”

รามสะบัดมือจากกระถินเดินออกจากบ้านไป กระถินร้องไห้เรียกพี่ราม...พี่ราม แต่ไม่แม้แต่จะชะงัก สร้อยสนกลับมาพอดี เห็นสถานการณ์ตึงเครียดและกระถินร้องไห้ ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เอมปรีดิ์ยังคงไล่พุดกรองให้ออกจากบ้านไป

“ฉันไป ก็อย่าหวังว่าพวกแกจะได้อยู่อย่างเป็นสุข” หันไปจ้องกระถินอย่างอาฆาต “โดยเฉพาะแกนังกระถินอย่าหวังว่าแกจะได้เสพสุขอยู่ที่นี่!”

ooooooo

พุดกรองกลับห้องโกยเสื้อผ้าใส่กระเป๋า สร้อยสนตามมาเห็นแม่จะไปจริงๆ ก็ใจหายถามว่าจะไปไหนตนจะไปด้วย

“ไม่ต้อง! แกจะต้องอยู่ทวงทุกอย่างให้ฉัน อะไรที่มันเป็นของเรา แกจะต้องเอาคืนมา อีละมุดเอ็งอยู่ดูแลสร้อยสนไว้อย่าให้อีกระถินมันผลาญทุกอย่างไป” สร้อยสนไม่ยอมอยู่ พุดกรองตวาด “ฉันบอกให้อยู่ก็อยู่!! ตอบแทนคุณฉันสักครั้ง มันจะตายรึไง กตัญญูรู้คุณฉันสักครั้งมันจะตายไหม ถ้าแกโง่ปล่อยให้มันคว้าทุกอย่างไปก็ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าแม่!”

“นังกระถินมันเนรคุณแม่เราไปแล้วคน สร้อยต้องทนเพื่อเอาคืนให้แม่เข้าใจไหม” ละมุดช่วยกล่อม อีกคน

ฝ่ายกระถินกราบเท้าเอมปรีดิ์กับแม่นิ่มขอให้ยกโทษให้ตนด้วย ตนไม่ได้ตั้งใจจะฆ่าคุณลุงเลย แม่นิ่มตำหนิว่าเรื่องใหญ่ขนาดนี้เก็บไว้แก้คนเดียวได้ยังไง เห็นผู้ใหญ่เป็นหัวหลักหัวตอไปตั้งแต่เมื่อไหร่

“ไม่ใช่ค่ะ ตอนนั้นกระถินละอายใจที่ตัวเองประมาทจนทำให้คุณลุงต้องตาย กระถินไม่มีหลักฐานจะเอาผิดเขา กลัวว่าถ้าโดนจับ ทายาทอย่างพี่รามจะตกอยู่ในอันตราย เลยตั้งใจจะอยู่เป็นหอกข้างแคร่ให้พวกเขาทำอะไรพี่รามไม่ได้”

เอมปรีดิ์ตำหนิว่าสู้กับคนไม่มีศีลธรรมเราเอาตัวไปแลกไม่ได้ กระถินยอมรับว่าตนคิดผิด

“กระถินคิดว่าตัวเองจะทำให้พุดกรองกลับใจ กระถินอยากไถ่บาปช่วยคุณลุงปกป้องพี่รามอย่างที่รับปากคุณลุงไว้”

“เอาเถอะ ถึงยังไงตอนนี้เขาก็อยู่ที่นี่ไม่ได้ แต่รามคงจะทำใจไม่ได้ง่ายๆ ที่กระถินโกหกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า”

“กระถินรู้ตัวว่าทำลายความเชื่อใจของพี่รามมาไม่รู้กี่ครั้ง เป็นคนทำทุกอย่างพัง พี่รามคงจะไม่เชื่อใจกระถินแล้ว”

เอมปรีดิ์กับแม่นิ่มมองหน้ากันอย่างหนักใจ เพราะรู้แก่ใจดีว่ารามเป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นมาก

ooooooo

สร้อยสนยืนมองพุดกรองถือกระเป๋าออกไปด้วยความเป็นห่วง แต่พอพุดกรองลงมาก็เจอกระถินเดินมากับแม่นิ่มและเอมปรีดิ์ ต่างชะงักตกใจ พุดกรองด่ากระถินอย่างแค้นใจที่ยังได้รับการอุ้มชูจากแม่นิ่มและเอมปรีดิ์ทันที

“ฉันให้เวลาไม่เกินเดือนเดี๋ยวแกก็จะต้องหย่าแล้วถูกรามเฉดหัวออกมา!! กาฝากอย่างแกมีแต่จะฉุดให้ทุกคนตกต่ำ

ฉันขอแช่งให้พวกแกต้องรับกรรม ต้องเจอแต่ความวอดวาย แล้วพอถึงวันนั้น ฉันจะกลับมาสมน้ำหน้าพวกแกที่โกงทุกอย่างจากฉันไป โดยเฉพาะแกอีนังกระถิน เตรียมรับบาปกรรมของแกไว้!! คนอย่างแกจะต้องไม่ตายดี!”

ทดขับรถเข้ามารับพุดกรอง สร้อยสนเป็นห่วงร้องห้าม “คุณแม่จะไปกับเขาไม่ได้นะ”

“ไม่ต้องห่วงผมจะดูแลแม่คุณสร้อยอย่างดี” ทดบอกแล้วขับรถออกไป สร้อยสนผวาเรียกแม่...แม่...

จนกระถินต้องดึงตัวไว้ สองพี่น้องยืนมองแม่ไปกับทดด้วยความรู้สึกว่าทุกอย่างไม่จบเท่านี้แน่

รามอยู่ในห้องทำงานที่ห้าง หมกมุ่นครุ่นคิดความจริงที่เพิ่งรู้เมื่อตอนบ่ายอย่างเจ็บปวด นาทีนี้...เขารู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนไม่เหลือใครอยู่เคียงข้างเลย...

เช่นเดียวกัน กระถินชะเง้อคอยรามจนดึก น้อยใจว่ารามคงไม่อยากกลับมาเห็นหน้าตน บ่นกับแม่นิ่มว่า

“ไม่ว่ากระถินเลือกทำอะไร มันก็ดูผิดไปเสียทุกอย่าง ทำไมชีวิตมันถึงได้ยากนักจ๊ะ”

“ถ้ากระถินรู้แก่ใจว่าทำไปด้วยเจตนาดีก็อย่าเสียใจ ถึงทำดีแล้วไม่ได้ดีก็ต้องเชื่อมั่นในความดีเอาไว้...”

“ค่ะ กระถินจะอดทน จนกว่าพี่รามจะเข้าใจว่ากระถินปกปิดความจริงไว้เพราะหวังดีกับพี่รามจริงๆ”

แม่นิ่มดึงกระถินเข้าไปกอดปลอบใจ แต่สองวันต่อมารามก็ยังไม่กลับ กระถินจึงไปดูที่ห้าง สมพรบอกว่ารามเอาแต่เก็บตัวไม่ยอมออกไปไหนมาสองวันแล้ว ข้าวปลาก็ไม่กิน กระถินฟังแล้วยิ่งรู้สึกตัวเองผิด สมพรขอให้กระถินช่วยพูดให้รามกลับบ้าน

“ถ้ากระถินพูด พี่รามจะยิ่งไม่อยากกลับ” กระถินพูดอย่างอัดอั้น

เมื่อไม่รู้จะทำอย่างไร กระถินจึงไประบายความทุกข์ใจให้ท่านหญิงและท่านชายฟัง ฟังแล้วท่านชายถามว่า

“สรุปว่าที่กระถินเคยบอกว่าติดค้างรามอยู่ก็คือเรื่องวางยาคุณพระเนี่ยเหรอ”

“ในเมื่อความจริงเปิดเผยออกมาว่าเป็นฝีมือพุดกรอง พุดกรองก็ไม่น่าจะมีสิทธิ์ในพินัยกรรมแล้ว ถือว่ากระถินช่วยรักษาสมบัติให้ราม กระถินชดใช้ความผิดให้รามหมดแล้ว” ท่านหญิงสรุป

“ยังไม่หมดหรอกเพคะ สมบัติก็เรื่องหนึ่ง หนี้ชีวิตของคุณลุงก็อีกเรื่องหนึ่ง ยังไงกระถินก็มีส่วนพรากพ่อไปจากพี่รามอยู่ดี กระถินต้องอยู่ชดใช้พี่รามไปทั้งชีวิต ไม่ว่าพี่รามจะต้องการหรือไม่”

เสือกาจที่ฟื้นแล้วเดินมาที่หน้าห้องหยุดฟัง จึงเข้าใจว่าทำไมกระถินถึงได้ทุ่มเทตัวเองเพื่อรามตลอดมา

“จะอยู่ให้เขาทรมานไปเพื่ออะไร” ท่านชายถามอีก

“กระถินจะไถ่บาปที่พ่อแม่ของกระถินทำไว้กับพี่รามเพคะ”

เสือกาจรู้สึกผิดมากที่ตั้งใจให้กระถินอยู่นั่นจะได้มีความสุข กลับกลายเป็นว่าเธอต้องอยู่กับความทุกข์ทรมานยิ่งขึ้น

บ่ายนี้รามกลับมาอย่างทรุดโทรม เข้าบ้านไม่มีใครอยู่ เดินเข้าห้องนอนของแม่ที่มีประตูทะลุกับห้องนอนของตัวเองเห็นห้องว่างเปล่า เปิดตู้เสื้อผ้าดูก็เห็นแต่ความว่างเปล่า รามคิดถึงตอนเด็กที่เขาเปิดตู้เสื้อผ้าของแม่ไม่มีเสื้อผ้าอยู่เลย วันนั้นเป็นวันที่เขาสูญเสียแม่ไป วันนี้...สภาพเหมือนวันนั้น...รามรู้สึกถึงความสูญเสียว่ากระถินกำลังจะไปจากชีวิตเขาอีกคนแล้ว...

ooooooo

รามเดินไปที่ศาลาท่าน้ำ มองไปที่คลองหลังบ้าน นึกถึงวันนั้น...วันแรกที่กระถินเข้ามาในชีวิตของเขา...

วันนั้นเสือกาจกับกระถินในวัยเด็กที่ซุกซนและปราดเปรียวบุกขึ้นมาที่บริเวณบ้านเพื่อชิงตัวพุดกรอง วันนั้นถ้าเขาไม่เข้าไปขวางไว้ วันนี้ก็คงไม่เกิดหายนะ

กระถินก็เดินมาที่หลังบ้านเช่นกัน เธอเห็นรามแต่รู้สึกผิดจนไม่กล้าออกไปเผชิญหน้า จึงเลี่ยงไป

จอมถือไม้กวาดมาจะกวาดใบไม้แห้งเห็นรามจึงหยุดทัก ถามว่ามาทำอะไรแถวนี้ กระถินได้ยินจึงหลบแอบฟังรามเปรยว่าแถวนี้ไม่เปลี่ยนเลย จอมบอกว่าเขาแทบไม่เคยลงมาแถวนี้เลย พูดถึงความหลังอย่างประทับใจว่า

“สมัยเด็กๆคุณรามชอบลงมาเลี้ยงหมาแถวนี้ ผมยังจำได้ดี คุณรามติดลูกหมาแจเลย”

“ก็เลี้ยงหมามันยังเชื่องกว่าเลี้ยงคนนะ คนไม่เคยซื่อสัตย์กับฉันเลย”

กระถินฟังแล้วจุก รู้ว่ารามกำลังหาว่าตนทรยศ จอมหันไปเห็นกระถินพอดี จอมบอกรามแล้วเลี่ยงไปกวาดที่อื่น

รามกับกระถินต่างตกใจที่บังเอิญมาเผชิญหน้ากัน รามเมินเดินเข้าบ้านไป กระถินตามไปถามว่าทำอย่างไรเขาจึงจะหายโกรธ ตนรู้ตัวว่าผิดไปแล้วจริงๆ รามยังคงหมางเมินเดินไปไม่หันมา กระถินตัดพ้อว่า

“โกรธเกลียดอะไรด่าว่าออกมาก็ได้ แต่อย่าทำเหมือนกระถินไม่มีความหมาย”

“คนที่ทำเหมือนพี่ไม่มีความหมายคือเธอต่างหาก ในเมื่อใครๆก็สำคัญกับเธอนัก ตอนพ่อเธอปล้นพี่

เธอก็บอกจะใช้เงินแทนให้ แล้วแม่เธอฆ่าพ่อพี่ ไหนบอกซิว่าคราวนี้เธอจะมาชดใช้พี่ด้วยอะไร” รามถามวัดใจ เห็นกระถินอึ้งก็ประชด “อย่าบอกนะว่าแม้แต่ชีวิตเธอก็จะยอมชดใช้แทนพวกเขาได้”

กระถินพูดไม่ออก รามเดินดุ่มๆเข้าบ้านไป กระถินใจหายรู้ว่ารามยังไม่ให้อภัยตน...

กลับถึงห้อง กระถินคิดว่ามีแต่การตายไปจากชีวิตของรามเท่านั้นจึงจะจบปัญหาทุกอย่างได้ หยิบขวดยาของคุณพระมากำแน่นอย่างชั่งใจ

ooooooo

หลายวันต่อมา เมื่อตัดสินใจแล้วกระถินเอาเงินจำนวนหนึ่งใส่ซองจดหมายไปฝากท่านชายให้พ่อตนด้วย บอกว่าพ่อกาจไม่อยากเจอตนแต่เขาอาจกลับมาหาท่านชายจึงฝากเงินที่ตนเก็บไว้ได้ไม่มากนักให้พ่อกาจเก็บไว้ใช้ด้วย

ท่านชายเห็นเสือกาจมาแอบฟังอยู่ จึงรับฝากเงินไว้ เตือนกระถินว่าช่วงนี้อย่าออกไปไหนมีข่าวว่าจะมีระเบิดปูพรม กระถินรับปากว่าจะระวังตัว พอกระถินออกไป เสือกาจเข้ามาถามท่านชายว่า

“กูคิดผิดรึเปล่าที่ปล่อยกระถินไว้ที่บ้านหลังนั้น” ท่านชายเองก็หนักใจ เพราะรู้ว่ากระถินมีปัญหากับรามอยู่

เมื่อกลับถึงบ้านกระถินเอากุญแจหีบสมบัติคืนแม่นิ่ม แม่นิ่มไม่รับ บอกว่ายกหน้าที่ให้กระถินแล้วเอามาคืนทำไม กระถินบอกว่าไม่แน่ใจว่ารามจะอยากให้ตนดูแล เมื่อแม่นิ่มไม่รับคืนกระถินจึงไปฝากไว้กับสร้อยสนบอกว่ารามไม่ไว้ใจตนแล้ว ถ้าของพวกนี้หายก็จะโทษตนอีก เอากุญแจใส่มือสร้อยสนบอกว่า “ดูแลแทนพี่ด้วยนะ”

ละมุดแอบดูอยู่ ตาวาวเมื่อเห็นช่องทางที่จะขโมยสมบัติ บ่ายวันต่อมาจึงนัดพบพุดกรองที่ร้านกาแฟชวนพุดกรองไปขโมยสมบัติแล้วใส่ร้ายว่ากระถินให้เสือกาจมาปล้นไป พุดกรองถามว่าบ่าวออกเต็มบ้านจะเข้าไปตอนไหน

“ก็ตอนที่ระเบิดลงไง พอหวอดัง คนก็หนีตายไปหลุมหลบภัยกันหมด” ยุว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะได้กำจัดกระถินและกอบโกยสมบัติ ถามว่า “หรือเอ็งทนกัดก้อนเกลือกินกับไอ้ทดมันได้... ถ้าเอ็งไม่อยากตกอับ ก็มาร่วมมือกับข้า แต่มีข้อแม้ว่าเอ็งจะบอกเรื่องนี้กับไอ้ทดไม่ได้ สมบัติทั้งหมดจะแบ่งกันระหว่างเราสองคนเท่านั้น ตกลงไหม” ทิ้งท้ายว่า “ถ้าเอ็งจะกลับมาร่วมหัวจมท้ายกับข้าก็ไปรอข้าที่บ้านท้ายสวน แต่ถ้าอาลัยอาวรณ์กับผู้ชายหน้าโง่ก็ไปตายเอาดาบหน้าเองก็แล้วกัน” แล้วละมุดก็เก็บกุญแจหีบเงินที่ขโมยจากสร้อยสนไว้กับตัว

พุดกรองตัดสินใจหนีไปจากทด แต่ถูกเด็กวิ่งราวกระเป๋าสตางค์ไป พุดกรองไล่ตามร้องให้คนช่วย วิ่งไปถึงหน้าธนาคารสะดุดล้มถลาไปซบอยู่แทบเท้ากระถินพอดี กระถินจะประคองลุกขึ้นก็ด่าว่าเพราะกระถินตนถึงได้ตกอับอย่างนี้ เห็นกระถินเพิ่งออกจากธนาคารคิดว่าคงมีเงินเลยกระชากกระเป๋าถือวิ่งหนีไป แต่พอไปค้นกระเป๋าดูมีเงินไม่เท่าไหร่ก็ผิดหวัง กระถินคิดว่าพุดกรองคงเข้าตาจนจริงๆเลยไม่ตามไปทวง แอบดูห่างๆ พึมพำ

“หมดกรรมกันตรงนี้ อโหสิกรรมให้ลูกคนนี้ด้วยนะคะ”

ooooooo

ค่ำวันนี้เอง เมื่อละมุดกลับมาถึงประตูรั้วพุดกรองก็โผล่มาหา พอเห็นหน้าพุดกรองละมุดก็ยิ้มดีใจว่าพุดกรองร่วมมือกับตนแล้ว เหมือนสถานการณ์จะเป็นใจ คืนนี้หวอสัญญาเตือนภัยดังลั่นขึ้น ผู้คนพากันวิ่งลงหลุมหลบภัย กระถินบอกให้แม่นิ่มไปก่อนตนจะไปปิดตึกใหญ่ก่อน เสือกาจเป็นห่วงกระถินมาแอบดูไม่เห็นก็มองหา

ฝ่ายละมุดถือโอกาสที่คนวิ่งลงหลุมหลบภัย วิ่งไปเร่งพุดกรองว่า

“เร็วเข้า! ป่านนี้ทุกคนออกไปหมดแล้ว ต้องไปให้ถึงก่อนระเบิดลง” ทั้งสองวิ่งตามกันขึ้นไปหน้าตาตื่น

กระถินไปที่ห้องพระ เบื้องหน้ามีเหยือกใส่น้ำ มีขวดยาของคุณพระและซองจดหมายวางอยู่ พูดกับรูปคุณพระว่า

“ยกโทษให้กระถินด้วยนะคะคุณลุง ที่กระถินทำตามสัญญาไม่ได้ ตราบใดที่กระถินยังอยู่ พี่รามก็จะไม่มีความสุข กระถินเลยจะเป็นฝ่ายไป กระถินจะได้ไม่ต้องรู้สึกผิดเวลาเห็นหน้าพี่รามอีกต่อไป” กระถินหยิบขวดยาขึ้นมาดู “กระถินเคยป้อนยานี้ให้คุณลุง วันนี้กระถินจะชดใช้ให้คุณลุงนะคะ”
เสือกาจเป็นห่วงกระถินตามมาแอบดูที่ห้องพระ ตกใจเมื่อรู้ว่ากระถินกำลังจะฆ่าตัวตาย

เวลาเดียวกัน ละมุดกับพุดกรองวิ่งอ้าวมาถึงตึกใหญ่ ละมุดส่งกุญแจให้พุดกรองบอกว่า

“หีบเงินอยู่ในห้องแม่คุณราม เอ็งรีบขนสมบัติพวกนั้นออกไป เสียงหวอปลอดภัยดังเมื่อไหร่ เอ็งค่อยกลับออกไป ส่วนข้าจะไปถ่วงเวลาพวกที่หลุมหลบภัยเอาไว้ให้นานที่สุด” พูดจบละมุดวิ่งรีบไป ส่วนพุดกรองก็รีบวิ่งเข้าไปในบ้าน

พุดกรองเปิดตู้เสื้อผ้าเห็นหีบสมบัติซ่อนอยู่ในนั้นพยายามดึงออกมาแต่หีบใหญ่และหนักมากร่วงจากตู้เสียงดัง พยายามลากไปก็กระแทกเข้ากับเตียงเสียงดังอีก กระถินอยู่ในห้องพระได้ยินเสียงเอะใจจึงเอายาใส่ขวดลุกเดินไปดู

พุดกรองไม่สามารถยกหีบไปได้ เลยคว้ากระเป๋าเดินทางใบย่อมมาโกยสมบัติในหีบใส่จะยกหนี กระถินมาเจอพอดีถามว่าทำอะไร พุดกรองอ้างว่ามาเก็บสมบัติของตัวเอง กระถินรู้ทันเข้าไปขวาง ยื้อยุดจนตบตีกัน

พุดกรองพุ่งเข้าบีบคอกระถินจนหายใจไม่ออกแต่มือยังยื้อกระเป๋าไว้แน่น พุดกรองคำรามท่ามกลางเสียงเครื่องบินและระเบิดว่า

“อย่าหวังว่าฉันจะปล่อยแก แกกับฉันไม่ควรจะได้อยู่ร่วมโลกกันอีกต่อไป”

“มึงกับกูก็เหมือนกัน” เสือกาจตวาดขึ้น ตรงเข้าจิกผมพุดกรองกระชากออกมา ตะคอกถาม “มึงทำกับลูกอย่างนี้ได้ยังไง มึงจะฆ่าลูกตัวเองได้ยังไง”

กระถินเห็นเสือกาจดุร้ายกับพุดกรองก็ตกใจพยายาม ร้องห้าม เสือกาจผลักพุดกรองจนไถลไปใกล้กระเป๋าสมบัติ แม้จะเสี่ยงตาย แต่ความโลภของพุดกรองมากจนลืมกลัว พยายามลากกระเป๋าสมบัติไป เสือกาจตามไปตะโกน

“มึงหนีออกไปก็ไม่รอด มีแต่จะตายเพราะสมบัติพวกนั้น” พุดกรองจนตรอกหันตะโกนไม่ให้เสือกาจเข้ามา เสือกาจถามเย้ยว่า “จะเลือกเงินหรือเลือกชีวิตก็ตามใจมึง”

กระถินพยายามเข้าห้ามขอร้องเสือกาจให้หยุด แต่ไม่อาจหยุดเสือกาจได้ พุดกรองหนีไปจนถึงบันได พลัดตกลงมาข้างล่างพร้อมกระเป๋าสมบัติ ปากกระเป๋าเปิดเงินในกระเป๋าปลิวว่อนกลบร่างพุดกรองที่นอนชักอยู่ที่เชิงบันไดก่อนหมดสติไป

กระถินวิ่งลงมาดูอ้อนวอนพุดกรองอย่าเพิ่งเป็นอะไรและจะพาไปหมอ

“ทิ้งมันไว้ แล้วไปกับกู” เสือกาจดึงตัวกระถินลากไป กระถินพยายามดิ้นไปช่วยพุดกรองแต่ถูกเสือกาจลากไป ทิ้งร่างพุดกรองที่นอนจมกองเลือดอยู่ท่ามกลางทรัพย์สมบัติที่กระจายรอบตัวอย่างน่าอนาถ

เสือกาจลากกระถินวิ่งไปท่ามกลางเสียงเครื่องบินและระเบิด กระถินดิ้นรนจะกลับไปช่วยพุดกรอง เสือกาจบอกว่าเราไม่มีเวลาแล้ว กระถินบอกว่าเราทิ้งเขาไว้ไม่ได้ มันอันตราย

“กูก็ให้มึงกลับไปทรมานอย่างเดิมไม่ได้แล้วเหมือนกัน” แล้วลากกระถินออกไปจนได้

เมื่อการทิ้งระเบิดสงบลง ละมุดรีบเข้าไปในบ้านเพื่อดูว่าพุดกรองหนีไปได้หรือยัง ไปเจอร่างพุดกรองนอนจมกองเลือดก็ร้องกรี๊ดจนทุกคนวิ่งมาดู สร้อยสนถลาเข้าไปหาพุดกรอง ร้องขอคนรอบข้างให้ช่วยแม่ตนด้วย จันทร์วิ่งไปบอกนายหวัดให้เอารถออก ส่วนละมุดช็อกเมื่อเห็นสภาพของพุดกรอง

รามเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น แม่นิ่มคาดว่าพุดกรองคงกลับมาเอาข้าวของแล้วพลัดตกบันได แม่นิ่มถามหากระถินรามตกใจถามว่ากระถินไม่ได้อยู่ที่บ้านหรือ

“ตอนแรกก็อยู่ด้วยกันแต่กระถินขอมาปิดบ้านแล้วไม่ยอมตามไปที่หลุมหลบภัย พอกลับมาก็ไม่มีใครเห็น เห็นแต่พุดกรองนอนเจ็บอยู่อย่างนี้” แม่นิ่มเล่า

ท่านหญิงบอกว่าตอนนี้ท่านชายกับคนที่วังกำลังออกไปช่วยกันตามหา พอดีมะยมถือจดหมายหน้าตื่นเข้ามาบอกว่า

“มีจดหมายทิ้งไว้ที่ห้องพระ ใช่ลายมือของกระถินรึเปล่า”

รามรับไปดูเห็นเป็นลายมือกระถินจ่าหน้าซองถึงตนจึงรีบเปิดอ่าน

“ถึงพี่ราม...ถ้าพี่รามเห็นจดหมายฉบับนี้ก็แสดงว่ากระถินจากพี่ไปแล้ว กระถินหวังว่าชีวิตของกระถินพอจะชดเชยกับชีวิตของคุณลุงได้บ้าง พี่รามทุกข์มามากพอแล้ว อย่าไม่มีความสุขเพราะกระถินอีกเลย ขอบคุณที่ให้โอกาสกระถินได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตพี่...แม้จะเป็นเวลาเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งในชีวิตพี่ราม แต่มันก็ยาวนานเกินครึ่งชีวิตของกระถิน สักวันพี่รามก็จะลืมผู้หญิงคนนี้ แต่ไม่ว่าพี่รามจะรักใครใหม่อีกกี่ครั้ง ก็ขอให้รู้ว่า กระถินมีหัวใจไว้รักพี่รามคนเดียว ขอบคุณพี่รามและทุกคนที่นี่ ที่เมตตาและชุบชีวิตเด็กถูกทิ้งอย่างกระถินขึ้นมา ขอโทษที่ครอบครัวของกระถินสร้างปัญหาให้กับทุกคน กระถินขออนุญาตรับผิดแทนพ่อกับแม่ยกโทษให้พวกเราด้วยนะคะ...”

รามช็อก แม่นิ่มถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาบอกว่าจะไปตามกระถิน ส่งจดหมายให้แม่นิ่มแล้วขับรถออกไปท่ามกลางความตกใจและงุนงงของทุกคน เอมปรีดิ์เข้ามาเห็นสภาพชุลมุนถามว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นจดหมายในมือแม่นิ่มถามว่าจดหมายอะไร ท่านหญิงบอกว่า “จดหมายลาของกระถิน”

เวลาเดียวกัน ที่ซากอาคารละแวกบางกอกน้อยที่ถูกระเบิดถล่มพินาศไฟลุกไหม้ เสียงผู้คนร้องด้วยความเจ็บปวด และซากศพที่นอนเกลื่อน กระถินถามเสือกาจ ว่าทำไมเป็นอย่างนี้ เรามาที่นี่ทำไม เสือกาจบอกว่าเราคงไปทางรถไฟไม่ได้

ทันใดนั้น กระถินเห็นมือใครคนหนึ่งยื่นออกมาจากซากปรักหักพัง กระถินกับเสือกาจช่วยกันคุ้ย พบร่างชายชราเลือดท่วมหายใจรวยรินอยู่ กระถินร้องบอกให้พยาบาลมาช่วย ปลอบให้ชายชราแข็งใจไว้

เสือกาจมองร่างชายชราที่ถูกพยาบาลใส่เปลหามออกไปเอ่ยกับกระถินว่า

“เห็นรึยัง ความตายมันน่ากลัวแค่ไหน แม้แต่คนที่นอนรอความตายก็ยังดิ้นรนจนเฮือกสุดท้าย มีแต่มึงที่เอาชีวิตมาทิ้งเพราะใครก็ไม่รู้ที่มันไม่เคยเห็นค่า อย่าให้ใครมาตัดสินชีวิตมึง ถ้ามึงไม่อยากมีชีวิตอยู่ที่บ้านหลังนั้น มึงก็ออกมา ในฐานะที่กูเป็นคนพามึงไปที่นั่น กูจะเป็นคนจบทุกอย่างให้มึง”

ขณะนั้นเองท่านชายเดินเข้ามาร้องเรียกและถามหา กระถิน กระทั่งถือรูปเที่ยวถามคนที่พบเจอว่าเห็นคนในรูปนี้ไหม ทุกคนส่ายหน้า เสือกาจเห็นดังนั้นกระชากสร้อย และจี้ที่คอกระถินขวางไป กระถินถามว่าจะทำอะไร

“มินตรา เลิศพาณิชย์ จะตายตรงนี้วันนี้ ต่อไปจะเหลือแต่กระถิน ลูกสาวกู” แล้วเสือกาจก็ลากกระถินหลบไป

ท่านชายยังคงเดินคุ้ยหากระถินจนเจอสร้อยและจี้ทองที่เสือกาจทิ้งไว้ ท่านชายถลาไปเก็บขึ้นมา อุทานเหมือนหัวใจสลาย...“กระถิน....”

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”

"อาเล็ก" บุกทวงคืนร่าง “กระทิง” ไม่ยอมเปิดศึกวางมวย ใน “แค้นรักสลับชะตา”
19 มิ.ย 2564

10:25 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2564 เวลา 18:26 น.