สมาชิก

คุณชายไก่โต้ง

ตอนที่ 9

ขณะสาวเจี๊ยบทายาที่แก้มให้หนุ่มโต้ง สองคนใกล้ชิดกันมาก โต้งเผลอใจประทับรอยจูบบนริมฝีปากเธอ ต่างฝ่ายต่างนิ่งงันเหมือนโดนสะกดครู่หนึ่งถึงผละออกจากกันด้วยอาการขวยเขิน

“ฉัน...ฉันนึกได้ว่ามีธุระต้องไปทำ”

“ฉันก็เหมือนกัน”

สองคนเดินสวนทางไปฝั่งตรงข้ามของกันและกัน รู้สึกสับสนไปหมดกว่าจะแยกจากกันได้ ครั้นโต้งเล่าให้จูเลียฟังในเช้าวันถัดมาว่าเผลอจูบเจี๊ยบ จูเลียฟันธงทันทีว่านั่นคือความรัก แต่ระวัง เสธ.เจ้ยรู้เข้าจะเล่นงานถึงตาย

ผ่านไปไม่นาน จูเลียกับโต้งได้ยินเสียงคนร้องเพลง ค่อยๆเยี่ยมหน้ามาดูข้างรั้วเห็นเจี๊ยบรดน้ำต้นไม้พร้อมฮัมเพลงอย่างมีความสุข

โต้งรวบรวมความกล้าขยับมาคุยกับเจี๊ยบ แต่แค่เกริ่นจะพูดเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน เสธ.เจ้ยก็เดินมาขัดจังหวะส่งเสียงถามลูกสาวคนสวยว่า

“หนูลูกเจี๊ยบ ลูกคุยกับใครอยู่”

โต้งยกมือไหว้ เสธ.เจ้ยทันที พ่อออกอาการหวงลูกสาว ถามว่าคุยอะไรกันนานสองนาน

“อ๋อ พอดีโต้งมาถามว่าเราซื้อปุ๋ยที่ไหน ต้นไม้ถึงสวยแบบนี้น่ะค่ะ”

“ใช่ครับใช่ ตกลงซื้อปุ๋ยร้านไหนเหรอครับ”

“ของดี ฉันไม่บอกต่อหรอก ไป ยัยหนูเข้าบ้าน” เสธ.เจ้ยดึงลูกสาวออกไป เจี๊ยบยังเหลียวมองโต้ง เห็นเขาส่งยิ้มหวานมาก็อดยิ้มตอบไม่ได้...

ooooooo

แอ๊บอับจนเพราะพ่อไปสร้างหนี้ไว้อีกก้อนใหญ่ เธอจำใจขายที่ดินตลาดแม่ตลับบางส่วนเพื่อความอยู่รอด ทั้งที่ไม่เคยมีความคิดมาก่อนว่าจะขายมรดกตกทอดของคุณย่า โดยเลือกเอาบริเวณที่บุญเติมปิดวิกเล่นลิเก

บุญเติมรู้เห็นเรื่องนี้วันที่แอ๊บพาผู้ซื้อมาดูที่ดิน เขากลุ้มใจมากเพราะเท่ากับหมดทางหากิน โต้งมาได้ยินบุญเติมบ่นกับอ้นจึงรีบโทร.หาแอ๊บที่ยังไม่ได้ออกจากตลาด ไปไหน

เมื่อสองคนเผชิญหน้ากัน โต้งอยากรู้เหตุผลที่แอ๊บขายที่ดินในตลาด หญิงสาวซึ่งตัดขาดโต้งไปแล้วเพราะเขายากจน ไม่ร่ำรวยเหมือนแต่ก่อน ตอบอย่างหมดเยื่อใยว่า

“ก็เพราะโทนี่นั่นแหละ แอ๊บถึงต้องจนตรอกเอาสมบัติที่มีออกมาแบ่งขาย”

“อ๋อ โต้งเข้าใจแล้ว เพราะโต้งไม่มีเงินให้แอ๊บผลาญอีกแล้วใช่มั้ย”

“ทำไมโทนี่พูดจาดูถูกแอ๊บแบบนี้”

“หรือว่ามันไม่จริง ว่าที่แอ๊บคบกับโต้งมันเป็นเพราะเงินไม่ใช่เพราะตัวตนของโต้ง”

“ใช่ ที่ฉันคบแกก็เพราะว่าแกโง่ หลอกง่าย แค่ฉันตีบทดราม่านิดๆหน่อยๆ แกก็เชื่อ แล้วแบบนี้จะให้ฉันทิ้งบ่อเงินบ่อทองอย่างแกไปได้ยังไง แต่ตอนนี้แกไม่เหลืออะไรให้ฉันสูบ แกก็หมดความหมาย”

“ขอบใจมากนะแอ๊บที่ทำให้โต้งตาสว่างเห็นว่าใครดีใครชั่ว”

“แกด่าฉันเหรอ”

“เออ และฉันก็จะด่ามากกว่านี้ ถ้าหากเธอยังขายที่ดินที่เป็นที่ทำกินของครอบครัวน้าบุญเติม”

“น้าบุญเติม...เพิ่งรู้ว่าแกนับญาติกับพวกชั้นต่ำด้วย”

“เลิกพูดจาเหยียดหยามคนอื่นเสียที ถึงคนแถวนี้จะไม่ได้ร่ำรวยล้นฟ้า แต่พวกเขาก็รวยน้ำใจ และเป็นคนดีมากกว่าเธอ”

“เหรอ...แต่ความดีมันซื้ออะไรไม่ได้ เงินต่างหากที่บันดาลได้ทุกสิ่ง เมื่อก่อนว่าโง่แล้ว ตอนนี้ยิ่งโง่กว่าเดิม ยังไงฉันก็ไม่มีวันเปลี่ยนใจ ไปบอกญาติแกว่าอย่าเข้ามาเหยียบที่ดินบริเวณนั้นอีก ถ้าฉันเห็นเมื่อไหร่ ฉันจะแจ้งตำรวจมาจับเข้าคุก” พูดแล้วแอ๊บสะบัดหน้าเดินเชิดออกไป ส่วนโต้งหน้าจ๋อยกลับมาขอโทษบุญเติมที่พยายามช่วยแต่ไม่สำเร็จ

“ช่างเถอะไอ้โต้ง แค่เอ็งกล้าไปพูดกับคุณแอ๊บ ข้าก็ซึ้งใจแล้ว ข้ารู้อยู่แล้วว่าซักวันมันต้องมีวันนี้ แต่แค่ไม่คิดว่ามันจะมาถึงเร็ว”

“ทำไมต้องเกิดเรื่องตอนนี้ด้วยนะ อ้นไม่มีงานทำหนึ่งอาทิตย์ คณะลิเกก็เล่นไม่ได้”

“มันคงเป็นเวรเป็นกรรมของพ่อ สงสารก็แค่บรรดาแม่ยก ที่พวกเขาจะไม่ได้ดูลิเกอีกแล้ว พ่อคงต้องเอาชุดลิเกและอุปกรณ์ทั้งหมดออกไปขาย”

“อย่าเพิ่งขายเลยนะครับ การเล่นลิเกผมว่ามันไม่จำเป็นต้องมีเวที ถ้าเราตั้งใจซะอย่าง เราจะเล่นที่ไหนก็ต้องมีคนดู”

หลังจากขอร้องบุญเติมแล้วโต้งเป็นตัวตั้งตัวตีชวนเบิ้ม ป๋อง และอ้นช่วยกันทำป้ายเชิญชวนดูลิเก แต่ระหว่างทำป๋องไม่ได้ตั้งใจด่าเบิ้มว่าเป็นควาย แต่พูดเล่นจนเป็นเรื่อง เบิ้มน้อยใจลุกหนีไปนั่งตาแดงเหมือนจะร้องไห้ คิดมากว่าตัวเองเรียนน้อยไม่มีความรู้

อ้นตามมาปลอบและสนับสนุนให้เบิ้มเรียนต่อ เพราะไม่มีใครแก่เกินเรียน ขอแค่มีความตั้งใจและมุ่งมั่น

“ถ้าน้องอ้นคิดว่าพี่เบิ้มเรียนได้ พี่เบิ้มก็จะกลับไปเรียนอีกครั้ง และจะเอาปริญญามาเป็นของขวัญให้กับน้องอ้นให้ได้”

“ไม่ต้องทำเพื่ออ้น พี่เบิ้มต้องทำเพื่อตัวเอง อ้นเชื่อมั่นในตัวพี่เบิ้มว่าต้องทำได้”

เบิ้มยิ้มออก ฮึดสู้เพื่อตัวเองและคนที่เขารัก ส่วนโต้งที่พยายามช่วยบุญเติมให้ได้เล่นลิเกต่อไป เขามาขอให้เจี๊ยบเป็นนางเอกแทนมะลิ เจี๊ยบสงสารบุญเติมแต่แบ่งรับแบ่งสู้เพราะไม่เคยเล่นลิเก โต้งใจร้อนรวบรัดหน้าตาเฉยว่าเธอตกลง

ooooooo

ตกเย็นโต้งไปที่วัดและได้ปรับทุกข์กับหลวงลุงว่าอยากได้ความรักจากพ่อ

“อาตมาว่าโยมโต้งก็ได้รับสิ่งนั้นอยู่แล้วนะ ไม่มีพ่อหรือแม่คนไหนที่ไม่รักลูก แต่การแสดงออกซึ่งความรักของแต่ละคนมันไม่เหมือนกัน พ่อแม่บางคนเป็นพวก

รักนะแต่ไม่แสดงออก ดุด่ามาก แสดงว่ารักมาก ถ้าหากโยม กับพ่อของโยมมีเรื่องที่ไม่เข้าใจกัน ก็ควรจะรีบแก้ไข เพราะพ่อกับแม่เปรียบเสมือนพระในบ้าน ถ้าหากเราทำไม่ดีกับพระ ตัวเราเองนั่นแหละที่จะไม่เจริญ”

คำสอนของหลวงลุงทำให้โต้งได้คิด ตั้งใจไปเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาล...ในเวลานั้นเจ้าสัวเรียกทนายจ๋องมาพบบอกว่าตนอยากแก้ไขพินัยกรรม ไอศูรย์กำลัง

จะเข้ามาได้ยินชัด ซ่อนตัวแอบฟังอย่างลุ้นระทึก

“ตอนแรกฉันคิดว่าจะยกกิจการให้โต้งกับไอศูรย์ช่วยกันดูแล ถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับฉัน แต่พอมาคิดอีกที ฉันต้องการให้ไอ้โต้งบริหารบริษัทกะต๊ากเพียงคนเดียว”

ไอศูรย์กำมือแน่น โมโหจนทนฟังไม่ได้เดินจ้ำออกไปทันที จึงไม่ได้ยินคำพูดต่อไปของเจ้าสัว

“ฉันทำแบบนี้เพื่อความปลอดภัยของไอศูรย์”

“ท่านกลัวคุณโต้งจะเล่นงานคุณไอศูรย์หรือครับ”

“แกก็รู้ว่าไอ้โต้งมันเลือดร้อนแค่ไหน มันไม่มีทางทำงานกับไอศูรย์ได้แน่ ฉันคิดผิดเองที่อยากให้เขาลงรอยกัน แต่มันไม่มีทางเป็นไปได้ ชีวิตของไอศูรย์

น่าสงสารมามากพอแล้ว เขาไม่ควรจะต้องเจอกับเรื่องอะไรร้ายๆอีก”

ไอศูรย์เดินลิ่วมาหยุดมุมหนึ่ง เตะเก้าอี้ระบายความโกรธและอาฆาตเจ้าสัว “ไอ้อ้วน แกไม่เคยเห็นค่าของฉันเลยหรือไงวะ คิดจะยกสมบัติให้ลูกชายคนเดียว  ฝันไปเถอะว่าแกจะทำสำเร็จ” พูดจบเห็นโต้งเดินตรงไปหน้าห้องเจ้าสัว ไอศูรย์รีบดักหน้าเตือนไม่ให้เขาเข้าไป

“ทำไมฉันต้องเชื่อแก”

“ท่านเจ้าสัวสั่งไม่ให้คุณเข้าไปเยี่ยม คุณอย่าทำให้เจ้าสัวเครียดมากไปกว่านี้ หมอบอกว่าถ้ามีเรื่องอะไรที่กระทบกระเทือนจิตใจของท่านอีกครั้ง ท่านมีโอกาสจะหัวใจวาย ถ้าคุณไม่อยากให้เจ้าสัวเป็นอะไร ก็กลับไปซะ”

 ได้ผล! ไอศูรย์ทำให้โต้งยอมถอยเพราะเห็นแก่พ่อ แต่โต้งเครียดมากกลับมาเห็นป๋องกับเบิ้มนั่งดื่มยาดอง เขาฉวยโหลยาดองมาดื่มหมดเกลี้ยงแล้วผลุนผลัน

ออกจากห้องเช่าไปนอนเมาอยู่ในสวนสมุนไพร แต่เบิ้มกับป๋องตามหาไม่เจอจึงมาถามเจี๊ยบว่าโต้งมาหาหรือเปล่า หญิงสาวปฏิเสธแต่พอจะรู้ว่าเขาไปไหน

คุณชายไก่โต้ง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด