ตอนที่ 7
หน้าหมองเศร้า นึกถึงที่พ่อด่าเมื่อสักครู่ทำให้เกิดแรงฮึดอยากเอาชนะ พูดกับตัวเองอย่างมุ่งมั่นว่า “คอยดูเถอะ ผมจะทำให้ป่าปี๊เห็นว่าผมจะต้องเก่งกว่าไอ้ไอศูรย์ให้ได้”
โต้งเดินผ่านตลาดเจอเบิ้มกำลังติดประกาศตามหาเขาอยู่พอดี เบิ้มดีใจมาก เล่าความจริงที่ตัวเองเป็น
ต้นเหตุทำงานเลี้ยงวันเกิดโดมพังและทำให้โต้งเดือดร้อนโดนพักงาน จึงยินดีให้ด่าหรือต่อยก็ได้ แต่พอโต้งปล่อยหมัดออกไป เบิ้มตกใจหลบวูบ บอกว่ามันหวาดเสียว
“ฉันไม่ต่อยใครหรอก ถ้าไม่จำเป็น มันเจ็บมือ”
เบิ้มยิ้มโล่งใจ มองโต้งด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป ...หลังจากนั้นโต้งกลับมาที่ร้าน บอกป๋องว่าอยู่ว่างๆเบื่อเลยจะกลับมาทำงาน ถึงไม่ได้เงินก็จะทำ
ขณะที่โต้งทำงาน แอ๊บซึ่งโดนไอศูรย์พูดด้วยอย่างไม่ไยดีเมื่อเช้าตัดสินใจแอบมาพบโต้งและได้รู้ความจริงว่าเวลานี้เขาเป็นเพียงพนักงานขายไก่อยู่ได้ด้วยเงินเดือนน้อยนิด โดนพ่อตัดขาดเพราะต้องการ
ดัดนิสัย เขาต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ภายในสามเดือน ถ้าทำได้ก็จะได้กลับไปอยู่บ้าน
“แล้วถ้าทำไม่ได้ล่ะ”
“ก็คงต้องเป็นพนักงานขายไก่ไปชั่วชีวิตล่ะมั้ง ถ้าโต้งเหลือแต่ตัวเปล่าๆ แอ๊บบี้จะยังรักโต้งอยู่มั้ย”
“เอ่อ...คือ...แอ๊บนึกได้ว่ามีธุระ ขอตัวก่อน” แอ๊บเดินหนีออกมาทันที...เธอไม่เอาแน่คนเหลือแต่ตัว คิดจะย้อนกลับไปออดอ้อนพึ่งพาไอศูรย์อย่างเดิม
ooooooo
เบิ้มเริ่มเป็นมิตรกับโต้ง แต่ชาวตลาดคนอื่นๆ ยังคงรังเกียจและกล่าวหาโต้งเป็นตัวซวย แต่แล้วสายวันนี้โต้งกลายเป็นฮีโร่ขึ้นมาโดยบังเอิญขณะมาเดินตลาดและเจอหนุ่มขี้ยากระชากสร้อยทองเจ๊เพ็ญเจ้าของร้านเสริมสวย
โต้งจับคนร้ายได้และนำสร้อยมาคืนเจ๊เพ็ญ ความดีของโต้งทำให้เจ๊ซาบซึ้งถึงกับขอโทษที่เคยทำไม่ดีกับเขาไว้หลายอย่าง นอกจากขอโทษแล้วเจ๊ยังรับเข้าทำงานในร้านเสริมสวยจนกว่าเขาจะได้กลับไปทำงานที่ร้านกะต๊ากเหมือนเดิม
โต้งดีใจมาก ตั้งใจโทร.ไปเล่าให้เจี๊ยบฟัง แต่ไอศูรย์เห็นชื่อโต้งบนหน้าจอจึงแอบรับสายแทนเพราะเจี๊ยบไม่อยู่โต๊ะ พูดเสร็จก็รีบลบเบอร์นั้นทิ้งก่อนจะวางไว้ที่เดิม แล้วบอกเจี๊ยบที่เดินกลับมาว่าเจ้าสัวให้ตนมาเชิญเธอไปพบ
เจ้าสัวเล่าให้เจี๊ยบฟังหลังจากเขาได้ชิมรสชาติไก่ทอดสมุนไพรซูเปอร์ชิคที่หน้าตาเหมือนไก่กะต๊ากสูตรใหม่แต่รสชาติแย่กว่าเยอะ
“น่าแปลก ทำไมมันถึงบังเอิญแบบนี้”
“มันบังเอิญมากเกินไปจนน่าสงสัยว่าบริษัทเราจะมีไส้ศึกของไอ้ซูเปอร์ชิคแฝงตัวเข้ามา แต่สูตรนี้มีแค่อั๊ว ลื้อ และทนายจ๋องที่รู้กันแค่สามคน ทนายจ๋องอีไม่มีทางบอกใครอยู่แล้ว”
“เจี๊ยบก็ไม่ได้บอกใครนะคะ”
“อั๊วรู้ว่าลื้อซื่อสัตย์และไว้ใจได้...ไอศูรย์ นี่เป็นหน้าที่ของลื้อในการหาตัวหนอนบ่อนไส้ ถ้าเจอเมื่อไหร่ให้รีบบอกอั๊ว”
ไอศูรย์รับคำแล้วเดินออกมาพร้อมเจี๊ยบ เขาตั้งคำถามชวนให้เธอหวั่นใจและนึกถึงโต้งขึ้นมา
“คุณแน่ใจนะคุณเจี๊ยบว่าคุณไม่เคยหลุดปากบอกเรื่องนี้กับใคร”
เจี๊ยบอึ้งครู่หนึ่ง คิดย้อนไปตอนที่บอกโต้งว่าท่านประธานเลื่อนตำแหน่งให้เป็นรางวัลที่เธอช่วยคิดสูตรใหม่ไก่กะต๊าก...แต่เธอไม่ได้พูดว่าเป็นสูตรสมุนไพร เพราะฉะนั้นหนอนบ่อนไส้ไม่น่าใช่โต้ง
ไอศูรย์ร้อนๆหนาวๆ รีบไปพบหุ้นส่วนอีกคนที่ร่วมกันทำไก่ซูเปอร์ชิคเป็นคู่แข่งไก่กะต๊าก ซึ่งหุ้นส่วนคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นหมูเด้งที่รู้จักมักคุ้นกับ เสธ.เจ้ยและเจี๊ยบเป็นอย่างดี
การมาของไอศูรย์ทำให้หมูเด้งไม่ค่อยพอใจตำหนิว่า “ถ้าเกิดมีคนเห็นแกมาหาฉัน เดี๋ยวความก็แตกกันพอดีว่าเราเป็นหุ้นส่วนกัน”
“แกคิดว่าฉันจะโง่ให้คนสะกดรอยตามได้เหรอวะ ...แกรีบทำไก่ทอดสมุนไพรออกมาขายทำไม”
“เราต้องรีบตีตลาดก่อนยังไงล่ะ”
“ตีแสกหน้าตัวเองสิไม่ว่า ตอนนี้ของค้างสต๊อก ไม่มีคนสั่งเพราะรสชาติสู้ไก่กะต๊ากสูตรไทยแซ่บถึงใจไม่ได้ ฉันบอกแล้วว่าอย่าใจร้อน รอให้ฉันได้สูตรจากมันมาก่อนเราค่อยผลิต ทำแบบนี้เท่ากับแหวกหญ้าให้งูตื่น ตอนนี้ไอ้เจ้าสัวมันสงสัยว่าจะมีไส้ศึกในบริษัท มันคงจะระวังตัวมากขึ้น”
“แล้วเราจะทำยังไงดี”
“แกอยู่เฉยๆ ฉันจะจัดการเอง หน้าที่ของแกมีอย่างเดียวคือเตรียมตัวสำหรับงานเปิดตัวซูเปอร์ชิคอย่างเป็นทางการ”
ไม่ทันข้ามวันหมูเด้งก็นำการ์ดเชิญไปให้ เสธ.เจ้ยถึงบ้าน
“งานเปิดซูเปอร์ชิค เอ...ชื่อนี้ฟังดูคุ้นๆเหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน อ๋อ คู่แข่งไก่ทอดกะต๊ากที่มันไม่ค่อยอร่อย”
หมูเด้งสะดุ้งหน้าเจื่อน พูดแก้เก้อว่าเรื่องความอร่อยเป็นเรื่องที่ทางเรากำลังเร่งพัฒนาอยู่
“เรา? หมายความว่ายังไง”
“ผมเนี่ยแหละครับ เจ้าของซูเปอร์ชิค”
“หา!!! นี่ล่อทั้งหมูทั้งไก่เลยเหรอ”
“อีกหน่อยผมกะจะล่อวัวด้วยครับคุณพ่อ”
เสธ.เจ้ยหัวเราะชอบใจ หมูเด้งหัวเราะตาม
ระหว่างนั้นเจี๊ยบกลับเข้ามาเห็นหมูเด้งก็ชะงักไม่อยากเจอ
“หนูลูกเจี๊ยบมานั่งข้างพ่อนี่มา หมูเด้งเขาเชิญเราไปงานเปิดตัวซูเปอร์ชิค”
“นี่อย่าบอกนะว่าคุณเป็นเจ้าของซูเปอร์ชิค”
“ใช่แล้วครับคุณเจี๊ยบ ผมนี่แหละครับ”
“ไอ้แมวขโมย...ไม่ใช่สิ ไอ้หมูขโมย”
“คุณเจี๊ยบพูดว่าอะไรนะครับ”
“คุณขโมยไอเดียไก่ทอดสมุนไพรของเราไป ทำไมคุณถึงทำแบบนี้ ทำไมไม่รู้จักคิดเอง”
เสธ.เจ้ยตกใจถามหมูเด้งว่าจริงหรือ
“ไม่จริงเลยนะครับ สูตรนี้เป็นสูตรที่นักโภชนาการของผมคิดขึ้นมา แต่มันบังเอิญเหมือนกับไก่ทอด
สูตรไทยของกะต๊ากเท่านั้นเอง คุณเจี๊ยบอย่ามองผมในแง่ร้ายเลยนะครับ”
“นั่นสิลูก ความบังเอิญมันเกิดขึ้นกันได้ พ่อว่าหมูเด้งไม่ทำแบบนี้หรอก”
“ถ้ายังไงผมเรียนเชิญคุณพ่อกับคุณเจี๊ยบไปงานวันพรุ่งนี้ด้วยนะครับ”
“ขอโทษนะคะ แต่ฉันคงไปไม่ได้ เพราะฉันเป็นพนักงานของไก่ทอดกะต๊าก ซึ่งเราเป็นศัตรูทางธุรกิจกัน ฉันไม่สมควรที่จะไปร่วมงานของบริษัทคุณ ขอตัวนะคะ”
เจี๊ยบพูดจบเดินหนีทันที หมูเด้งหน้าเสียคอตกจำต้องลากลับไป ครู่ต่อมา เสธ.เจ้ยเข้ามาคุยกับลูกสาวในห้องบอกว่าหมูเด้งอยากให้ลูกไปช่วยงานเขาที่ซูเปอร์ชิค แต่เจี๊ยบยืนยันคำเดิมว่าไม่ไป
“ทำไมล่ะ ในเมื่อมันก็เป็นบริษัทไก่เหมือนกัน”
“มันไม่เหมือนกันค่ะ ไก่ทอดซูเปอร์ชิคตั้งใจทำทุกอย่างให้เหมือนไก่ทอดกะต๊าก เจี๊ยบถือว่านี่เป็นการโจรกรรมทางความคิด ซึ่งเจี๊ยบไม่สนับสนุนค่ะ พ่ออย่าพูดเรื่องนี้กับเจี๊ยบอีกเลยนะคะ เพราะเจี๊ยบไม่มีวันเปลี่ยนใจ”
เจี๊ยบจริงจังเสียจนคนเป็นพ่อพูดไม่ออก
ooooooo
วันก่อนช่วยเจ๊เพ็ญจากโจรกระชากสร้อยทอง วันนี้โต้งยังแสดงน้ำใจช่วยมะลิหลังจากเธอโดนนักเลงทวงหนี้ทำร้ายร่างกาย แต่เพราะมะลิพึงพอใจโต้งอยู่ก็เลยอ้อนเขาจนเกินงาม ทำให้อ้นที่ผ่านมาเห็นโดยบังเอิญไม่พอใจ
สองสาวทะเลาะกันเพราะโต้งเป็นต้นเหตุ ก่อนจะลงเอยด้วยอ้นท้าทายมะลิไปหลังตลาด ที่แท้สองสาวไม่ได้ท้าตบตีกันอย่างที่โต้งคิด แต่กลับตีแบดกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
ฝนเพื่อนของเจี๊ยบเป็นอีกคนที่เกิดหลงเสน่ห์หมอเป๊ะถึงขนาดได้เจอตัวเป็นๆแล้วประหม่ามีอาการใจสั่นจนหน้ามืดเป็นลม
เจี๊ยบทราบจากพยาบาลที่โทร.ไปแจ้งตามเบอร์ติดต่อกันล่าสุดในมือถือของฝน พอมาเจอหมอเป๊ะ
สองคนทักทายกันทำให้ฝนสงสัยว่ารู้จักกันด้วยหรือ
หมอเป๊ะจึงเล่าว่าพ่อของเจี๊ยบเป็นคนไข้ของตน
ฝนสังเกตอาการเจี๊ยบที่ดูเขินๆอายๆหมอเป๊ะ ครั้นพ้นออกมาจากห้องตรวจจึงถามเพื่อนว่ารู้สึกยังไงกับหมอ คำถามนั้นทำให้เจี๊ยบยิ่งเขิน แค่นี้ก็ทำให้ฝนคาดเดาได้ไม่ยากว่าเจี๊ยบชอบหมอเป๊ะเหมือนกับตน
เมื่อกลับมาถึงออฟฟิศ เจี๊ยบดีใจที่โต้งโทร.เข้ามือถือ แต่พอรับสายได้ยินโต้งถามว่าทำไมเมื่อวานไม่โทร.กลับก็แปลกใจ
“นายโทร.หาฉันด้วยเหรอ ไม่เห็นมีเบอร์นายโชว์ขึ้นมาเลย”
โต้งรู้ทันทีว่าเป็นฝีมือไอศูรย์ แต่ไม่พูดให้เธอฟัง เล่าว่าเขาได้งานพิเศษทำที่ร้านเสริมสวยของเจ๊เพ็ญ
“นี่นายกับเจ๊เพ็ญคืนดีกันแล้วเหรอ”
“ฉันก็ทำตามที่เธอบอกยังไงล่ะ ว่าการซื้อใจคนต้องใช้หัวใจ”
“ดีใจจังที่นายทำตามที่ฉันบอก”
ในระหว่างพูดคุยกันนั้นโต้งไอออกมาอย่างหนัก แต่เจี๊ยบถามว่าไม่สบายหรือเปล่า เขาปฏิเสธและขอวางสายเพราะเจ๊เพ็ญมาเรียกให้ช่วยไปเปลี่ยนหลอดไฟ...
ความจริงโต้งไม่สบายแต่แข็งใจทำงานจนตัวเองหน้ามืดหล่นลงมาพร้อมบันไดที่ปีนขึ้นไปเปลี่ยนหลอดไฟ
เจ้าสัวรับโทรศัพท์แจ้งข่าวจากอี๊จินก็ตกใจรีบรุดไปโรงพยาบาลพร้อมไอศูรย์ พบทนายจ๋องในคราบผู้หญิงอยู่กับอี๊จินเฝ้าโต้งที่หัวแตกยังไม่ฟื้น
ทนายจ๋องรายงานให้เจ้าสัวฟังว่า “คุณโต้งเป็นไข้แต่ยังฝืนทำงานจนตกบันไดหัวแตก ผมรีบเรียกรถพยาบาลให้เข้าไปรับตัวคุณโต้งมาที่นี่ครับ นี่คุณหมอก็เพิ่งกลับออกไป คุณหมอบอกว่าคุณโต้งปลอดภัยดีไม่มีอะไรน่าห่วงครับ”
“แล้วไม่มีใครสงสัยหรือไง”
“ไม่มีครับ ผมอาศัยช่วงชุลมุนพาคุณโต้งขึ้นรถโรงพยาบาล แล้วก็รีบออกมาครับ”
“อั๊วว่าอาเฮียยกเลิกข้อตกลงนี้เถอะ ลื้อเองก็เป็นห่วงอาโต้ง ไม่งั้นลื้อคงไม่ให้อาจ๋องปลอมตัวไปแอบดูอาโต้งหรอก ยังไงอาโต้งก็เป็นลูกชายของลื้อ จะดีหรือว่าจะร้ายอีก็เป็นสายเลือดแท้ๆ ให้โอกาสอีได้กลับมาเถอะนะ
อาเฮีย อั๊วมั่นใจว่าอาโต้งอีดีขึ้นแล้ว นะอาเฮียนะ อั๊วขอร้อง”
คำพูดอี๊จินทำให้เจ้าสัวลังเลและเดินเลี่ยงออกมาอย่างคิดหนัก ไอศูรย์ไม่พอใจเดินตามมาถามเจ้าสัวว่าจะยกเลิกข้อตกลงที่ทำไว้กับโต้งหรือเปล่า
“ถ้าเป็นลื้อ ลื้อจะทำยังไง ถ้ายกเลิก อั๊วได้ลูกชายกลับมา แต่ก็คงจะเป็นเหมือนเดิม แต่ถ้าอั๊วไม่ยกเลิก แล้วอาโต้งเป็นอะไรมากกว่านี้ อั๊วคงจะรู้สึกผิด”
“ผมตอบไม่ได้จริงๆครับ แต่ไม่ว่าท่านจะตัดสินใจยังไง ผมก็จะเคารพในการตัดสินใจของท่านครับ”
ไอศูรย์ฝืนพูดดีแต่แววตาแข็งกร้าวมาก...ทางด้านเจี๊ยบเมื่อรู้จากอ้นว่าโต้งตกบันไดและมีพลเมืองดีพาไปส่งโรงพยาบาลก็เป็นห่วง พยายามโทร.หาแต่ติดต่อไม่ได้
โต้งฟื้นในเช้าวันถัดมาพบว่าตัวเองนอนอยู่โรงพยาบาลมีอี๊จินคอยดูแล โต้งเห็นว่าตัวเองไม่เป็นอะไรแล้วจึงจะกลับไปทำงานเหมือนเดิมแต่อี๊จินเหนี่ยวรั้งอยากให้กลับมาอยู่บ้าน ระหว่างนี้ไอศูรย์มาพร้อมเจ้าสัว เขาแกล้งทำดีถามโต้งว่าหายดีแล้วหรือ ตนเป็นห่วงแทบแย่ แต่โต้งไม่พูดด้วย จะไปท่าเดียว
“ลื้อจะไปไหน” เจ้าสัวถามลูกชาย
“ผมจะกลับไปที่ร้านกะต๊าก”
“ก็ดี เพราะอั๊วก็กำลังจะบอกให้ลื้อกลับไปเหมือนกัน”
“ทำไมล่ะอาเฮีย ลื้อก็เห็นว่าอาโต้งอียังเจ็บอยู่ ทำไมลื้อถึงได้ใจดำ”
“พอแล้วอี๊ อย่าไปว่าป่าปี๊เลย ป่าปี๊ทำถูกแล้ว แล้วอีกอย่างผมก็จะทำให้คนแถวนี้เห็นว่าผมทำได้ ผมทำได้ไม่แพ้ป่าปี๊สมัยหนุ่มๆ ป่าปี๊ใช้สองมือที่ไม่มีอะไร ยังสร้างแบรนด์กะต๊ากขึ้นมาจนยิ่งใหญ่ ผมก็ทำได้เหมือนกัน ป่าปี๊คอยดูก็แล้วกัน เมื่อถึงวันนั้นป่าปี๊จะต้องเป็นคนมาขอร้องให้ผมกลับบ้าน”
โต้งพูดเด็ดเดี่ยว อี๊จินจะตามแต่เจ้าสัวยกมือขวาง “ลื้อไม่เห็นเหรอว่าอาโต้งอีโตขึ้นมาแล้ว อีรู้จักคิด ไม่ทำตัวเป็นเด็กๆแบบเมื่อก่อน นี่แหละคือสิ่งที่อั๊วต้องการ และมันกำลังจะเห็นผลแล้ว” เจ้าสัวยิ้มอย่างภูมิใจ ทำเอาไอศูรย์อึ้งไปเลย อี๊จินดีใจถามเจ้าสัวว่าไม่ได้เกลียดโต้งแล้วใช่ไหม “แล้วอั๊วเคยบอกตอนไหนว่าอั๊วเกลียดอี อย่างที่ลื้อเคยพูด จะดีหรือจะชั่วอีก็เป็นสายเลือดแท้ๆของอั๊ว”
เจ้าสัวตบบ่าอี๊จินก่อนจะหัวเราะชอบใจเดินออกไป อี๊จินมองไอศูรย์ พูดเย้ยอย่างสะใจว่า “อุ๊ย ได้ยินเสียงอะไรมั้ย เสียงคนตกกระป๋องดังเป๊งๆ”
อี๊จินหัวเราะเยาะแล้วเดินตามเจ้าสัวออกไป ไอศูรย์กัดกรามแน่นแค้นใจมาก
ooooooo










