ตอนที่ 7
ก่อนแยกย้ายกันคืนนั้น เจี๊ยบขอเบอร์มือถือของโต้งเผื่อมีอะไรจะได้โทร.หา แต่พอรู้ว่าเขาไม่มีมือถือและไม่มีเงินซื้อ หญิงสาวบอกว่าตนมีเครื่องเก่าที่ไม่ได้ใช้จะซื้อซิมใส่แล้วเอามาให้เขายืม
คืนเดียวกันที่ร้านกะต๊าก อ้นไม่พอใจโดมที่ก้อร่อก้อติกใส่ตนบ่อยครั้ง กอปรกับหมั่นไส้ที่เขาชอบแกล้งโต้ง จึงอยากเล่นงานเสียบ้าง แต่เบิ้มเข้ามาขัดจังหวะและสารภาพความผิดที่ตนได้ทำไว้
ปรากฏว่าโดมโกรธเบิ้มมากถึงขนาดเตะต่อยไม่ยั้ง อ้นจะเข้าช่วยแต่ป๋องรั้งไว้เพราะไม่อยากให้เธอเดือดร้อนอีกคน อ้นเชื่อฟังแต่พอโดมกลับไป ก็รีบมาดูแลทายาให้เบิ้มด้วยความสงสาร
ส่วนโต้งกับเจี๊ยบ เช้ามืดวันถัดมาทั้งคู่แอบออกจากบ้านด้วยเวสป้าสีชมพูฟรุ้งฟริ้งของเจี๊ยบที่ซ่อนไว้อย่างมิดชิดในสวนสมุนไพร
ระหว่างทางเจอเด็กแว้นแซงและปล่อยควันดำใส่ เจี๊ยบไม่พอใจเร่งเครื่องโชว์ความแรงรถของตนแซงหน้าไป ทำให้เด็กแว้นเสียหน้ามองตามด้วยความโมโห
เมื่อถึงงานวินเทจแคมปิ้ง สองคนต้องเปลี่ยนชุดให้เข้ากับบรรยากาศของงานที่ทุกคนต้องใส่เสื้อผ้า
ย้อนยุค เจี๊ยบนำชุดเก่าของพ่อมาให้โต้งใส่ก่อนจะทำกิจกรรมสนุกๆด้วยกันอย่างเพลิดเพลินจนเจี๊ยบไม่ได้ยิน เสียงมือถือดัง
เสธ.เจ้ยเพียรโทร.หาลูกสาวครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยความเป็นห่วง แต่แล้วก็ยุติเมื่อสมจิตรบอกว่าคุณหนู
คงเที่ยวเพลินเลยไม่ได้ยิน
ooooooo
หลังจากเหน็ดเหนื่อยกันพอสมควร เจี๊ยบกับโต้งแยกตัวมาปูเสื่อนั่งปิกนิกใต้ต้นไม้ร่มรื่น ในกระเป๋าเจี๊ยบมีพร้อมทั้งน้ำและอาหารทำให้โต้งทึ่งมาก ชื่นชอบการเที่ยวแบบนี้
“ฉันไม่เคยมาเที่ยวที่แบบนี้เลย”
“นายคงไม่มีเงินมาเที่ยวใช่มั้ย”
“ก็...ประมาณนั้นแหละ”
“ชีวิตนายที่ผ่านมาคงลำบากมากเลยสิ”
โต้งชะงัก นึกย้อนกลับไปช่วงที่ตัวเองเฟื่องฟูใช้ชีวิต คุณหนูเที่ยวหรูกินแพงมาตลอด แต่ตอนนี้ต้องตามน้ำยอมรับว่าชีวิตตนลำบากมาก
“ต่อไปนี้ฉันจะไม่ให้นายต้องลำบากอีกแล้ว ฉันจะช่วยนายเอง”
“ทำไมอยู่ๆเธอถึงดีกับฉัน”
“ฉันถือคติว่าคนล้มอย่าข้าม ฉันก็เลยอยากให้โอกาสนาย แต่นายต้องรับปากกับฉันนะโต้งว่านายห้ามท้อเด็ดขาด ฉันจะเป็นกำลังใจให้นายเอง สู้เว้ย!!”
เจี๊ยบตะโกนพร้อมชูกำปั้น ทำให้โต้งฮึกเหิมทำตาม ด้วยรอยยิ้ม พลันเสียงเมสเสจมือถือเจี๊ยบดังขึ้น เธออ่านข้อความแล้วจำเป็นต้องโทร.กลับพ่อ บอกให้โต้งอยู่เงียบๆ
เสธ.เจ้ยซักถามลูกสาวด้วยความรักและเป็นห่วงก่อนจะขอคุยกับฝนอีกคน เจี๊ยบอึกอักบอกให้พ่อรอสักครู่ จากนั้นก็กระซิบบอกโต้งให้แกล้งเป็นฝน โต้งตกใจกลัวไม่เนียนพยายามดัดเสียงอย่างมากให้เป็นผู้หญิง แต่สุดท้ายหลังจาก เสธ.เจ้ยวางสายไปแล้วก็นั่งคิดทบทวนจนจำได้ว่าเป็นเสียงโต้ง
งานนี้จูเลียเลยโดนเขาคาดคั้นว่าโต้งไปไหน
จูเลียโกหกหลายอย่างแต่ เสธ.เจ้ยไม่เชื่อ ให้สมจิตรเอาเธอมาเข้าเครื่องจับเท็จแต่จูเลียก็รอดตัวอย่างฉิวเฉียด
ค่ำลงที่งานวินเทจแคมปิ้งมีกิจกรรมรอบกองไฟ คู่รักคู่ไหนต้องการแข่งขันเต้นเพื่อพิชิตเงินรางวัลห้าพันบาทต้องลงชื่อตามกติกา
เจี๊ยบกับโต้งไม่พลาดแน่เพราะอุตส่าห์ซ้อมเต้นมาเป็นอย่างดี แต่ในระหว่างที่การแข่งขันกำลังดำเนินไปนั้น จู่ๆเด็กแว้นกลุ่มเดิมที่เจี๊ยบกับโต้งเจอเมื่อเช้า
พากันเข้ามาป่วนและจะเอาคืนโดยใช้ปืนยิงขู่ โต้งปกป้องเจี๊ยบอย่างกล้าหาญ แต่พอคนในงานรู้ว่าเป็นปืนปลอม เด็กแว้นจึงโดนรุมก่อนที่ตำรวจจะมาควบคุมตัวไป
เมื่อเหตุการณ์สงบ การแข่งขันเต้นเริ่มต้นใหม่ ปรากฏว่าเจี๊ยบกับโต้งชนะได้เงินรางวัลห้าพัน เจี๊ยบเต็มใจแบ่งคนละครึ่ง จากนั้นสองคนก็นั่งกินบะหมี่และคุยกันเรื่องเด็กแว้น เจี๊ยบขอบใจโต้งที่กล้าแย่งปืนอย่างไม่กลัวตายและชมเขาว่านิสัยดีขึ้นเยอะ
“เมื่อก่อนฉันคงเลวมากสินะ”
“ใช่...ล้อเล่น ไม่เลวหรอก แค่นิสัยเสียนิดหน่อย ถ้านายดีแบบนี้ตั้งแต่แรก รับรองว่าคนจะชอบนายกันทั้งตลาด”
“แล้วฉันต้องทำยังไงให้คนชอบ”
“นายต้องรู้จักซื้อใจพวกเขา”
“มีที่ไหนล่ะเงิน”
“ใช่ที่ไหนล่ะ ด้วยหัวใจเนี่ยแหละ ซื้อใจด้วยใจ”
เจี๊ยบตบไหล่โต้งเบาๆแล้วแยกย้ายเข้านอนในเต็นท์ ส่วนโต้งนอนข้างนอก แต่ด้วยความสงสารเขา เจี๊ยบค่อยๆย่องเอาผ้าห่มมาห่มให้แล้วกลับเข้าไปโดยไม่รู้ว่าโต้งแกล้งหลับ เขานอนยิ้มกริ่มกอดกระชับผ้าห่มอย่างสุขใจ
ooooooo
ไอศูรย์พาแอ๊บมานอนกกที่บ้าน แต่พอเช้าขึ้นเขารับสายจากคนที่ให้ช่วยสืบว่าจูเลียเป็นใครก็ผลักไสแอ๊บไปอย่างไม่ไยดี
เขารีบแต่งตัวออกจากบ้านมุ่งหน้าไปหาอี๊จิน คาดคั้นเรื่องที่เธอให้จูเลียคอยช่วยเหลือโต้ง อี๊จินหน้าถอดสีและยิ่งเป็นกังวลเมื่อเจ้าสัวเข้ามาเจอไอศูรย์
แน่นอนว่าไอศูรย์ฟ้องเรื่องนี้กับเจ้าสัวเพราะต้องการให้โต้งโดนเล่นงาน จากนั้นไม่นานเจ้าสัวกับอี๊จินก็ไปถึงบ้านจูเลีย เป็นเวลาที่โต้งกับเจี๊ยบกลับถึงบ้านพอดี
โต้งรีบแยกจากเจี๊ยบหลังจากโดนจูเลียโทร.ตาม มาทันได้ยินเจ้าสัวกำลังตำหนิอี๊จินกับจูเลียพอดี
“แอบให้ที่พักไอ้โต้งแบบนี้มีความผิดฐานขัดคำสั่งฉัน”
“อาเฮียก็พูดเกินไป อาโต้งอีไม่ได้ไปฆ่าใครตายซักหน่อย แล้วอีกอย่างอีก็เป็นหลานชายเพียงคนเดียวของอั๊ว เห็นอีล้มอยู่ตรงหน้าจะไม่ให้อั๊วช่วยได้ยังไง”
“ก็เพราะลื้อให้ท้ายมันแบบนี้ มันถึงทำอะไรเองไม่เป็นซักอย่าง เกิดเป็นผู้ชายมันต้องรู้จักอดทน ต้องรู้จักสู้เหมือนอั๊ว แล้วนี่มันหายหัวไปไหน เมื่อไหร่จะกลับ หรือว่าไปเที่ยวเล่นอีกตามเคย สันดานไม่เปลี่ยน”
“ผมไม่ได้ไปเที่ยวอย่างที่ป่าปี๊คิด”
ทุกคนมองโต้งเป็นตาเดียว อี๊จินจะเข้าไปหาแต่เจ้าสัวสั่งเธอให้นั่งลง แล้วตัวเองก็เดินมาเผชิญหน้าลูกชาย
“ไม่ได้ไปเที่ยวอย่างที่อั๊วคิด แล้วนี่อะไร ลื้อไปมีเรื่องกับใครมา คิดว่ามีเรื่องกับชาวบ้านไปทั่วมันเท่มากรึไงวะ ถ้าลื้อไม่รู้จักเรียนรู้ การที่อั๊วส่งลื้อมาเป็นพนักงานขายไก่มันก็ไม่มีความหมาย”
“ถ้าป่าปี๊คิดแบบนั้น ก็ให้ผมกลับไปอยู่บ้านสิ”
“ฝันไปเถอะ ลื้อต้องเป็นพนักงานขายไก่กระจอกๆต่อไป ถ้าลื้อทำยอดขายให้ร้านกะต๊ากไม่ได้ภายในสามเดือน ลื้อก็ไม่ต้องมาเรียกอั๊วว่าพ่อ แล้วก็เลิกได้แล้วไอ้นิสัยตุ๊ดๆ ที่พอมีปัญหาก็ร้องแต่ให้คนช่วย ลื้อถูกพักงาน ลื้อก็ต้องหางานพิเศษทำ ไม่ใช่มานั่งงอมืองอเท้าเกาะคนอื่นแบบนี้”
“ผมถามจริงๆ ผมเป็นลูกป่าปี๊รึเปล่า ทำไมป่าปี๊ไม่เคยรักผม ป่าปี๊เอาแต่ชมไอ้ไอศูรย์ ยกย่องมันออกหน้าออกตา ทำไมฮึป่าปี๊ ทำไม?”
“ก็เพราะไอศูรย์ไม่เคยทำให้อั๊วผิดหวังยังไงล่ะ ...อาจินกลับบ้าน!”
“อั๊วไม่กลับ”
“ถ้าไม่กลับ อยู่กับหลานลื้อไปแล้วกัน แล้วไม่ต้องกลับมาบ้านอั๊วอีก ทั้งลื้อทั้งหลานลื้อ”
เจ้าสัวเดินจ้ำออกไป อี๊จินละล้าละลังพูดกับโต้งว่า
“ไม่ได้นะอาโต้ง อดทนนะอาโต้ง ลื้อต้องกลับไปบ้านลื้อ ไปสืบทอดทุกอย่างของเตี่ยลื้อให้ได้ เพราะลื้อเป็นทายาทคนเดียวของศักดินันท์เท่านั้น”
โต้งพูดไม่ออก อี๊จินจับต้องเนื้อตัวหลานชายด้วยความรักก่อนจะเดินตามเจ้าสัวไปขึ้นรถ เสธ.เจ้ยส่องกล้องทางไกลมองมาเห็นเจ้าสัวก็อุทานด้วยความตกใจ
“นั่นมันไอ้แปะอ้วนนี่หว่า หรือว่ายัยหมาจูเป็นเด็กมัน”
ooooooo
โต้งตัดสินใจเก็บข้าวของอันน้อยนิดของตนออกจากบ้านจูเลียทั้งที่ยังไม่มีที่ไป จูเลียสงสารและเห็นใจพยายามทัดทานแต่ไม่เป็นผล
“ป่าปี๊ดูถูกผมขนาดนี้จะไม่ให้ผมไปได้ไง ถ้าผมยังอยู่กับเจ๊ ป่าปี๊ก็จะต้องดูถูกผมมากขึ้นไปอีก ผมจะไปตามทางของผม”
“แล้วลื้อจะไปอยู่ที่ไหน”
“มันต้องมีที่ให้ผมอยู่ซักที่แหละ เจ๊อย่าห้ามผมเลยนะครับ ผมขอบคุณเจ๊มากที่ให้ผมอยู่ที่นี่ ผมจะไม่ลืมบุญคุณ ลาก่อนนะครับ”
จูเลียหมดปัญญาเหนี่ยวรั้ง...โต้งเดินออกไป










