ตอนที่ 5
โต้งกับเจี๊ยบแยกออกมาคุยกันสองคนในสวน ชายหนุ่มบ่นอุบเพราะไม่อยากทำสวนสมุนไพร แต่เจี๊ยบก็มีเหตุผลที่น่าเห็นใจเหมือนกัน
“ถ้าไม่ทำตอนนี้ ไม่งั้นชาตินี้ไม่เสร็จแน่ พ่อน่ะขี้เหนียวจะตาย ไม่ยอมจ้างคนมาทำหรอก”
“อ๋อ นี่จะให้ฉันมาเป็นคนงานส่วนตัวเธอน่ะเหรอ”
“แต่ฉันไม่ได้ให้ทำฟรีๆนะ ฉันจ้าง”
“โห...เงินเยอะมากกกกก” โต้งลากเสียงประชด
“เออ ไม่ทำก็ไม่ต้องทำ” เจี๊ยบงอนหน้าง้ำ โต้งถามว่าจะทำไปทำไมสวนสมุนไพร เธอสวนทันที “นี่แหละคนตาไม่ถึงก็จะมองไม่เห็นคุณค่าของสิ่งใกล้ๆตัว”
“ขนาดนั้นเลย?”
“รู้รึเปล่า ปลูกสมุนไพรไว้ในบ้านมีค่ากว่าทองคำอีก เป็นอาหารก็ได้ เป็นยาก็ได้ บางทีนะเจ็บป่วยไม่ต้อง ไปหาหมอเลย ใช้สมุนไพรในบ้านนั่นแหละ”
“เหรอๆ รักษาได้หมดจริงเหรอ ฉันมีเพื่อนนอนป่วยอยู่ กระดูกซี่โครงหักแปดซี่ใช้สมุนไพรตัวไหนรักษาดีถึงจะกลับมาเดินได้พรุ่งนี้เลย”
“นี่อย่ามาลบหลู่ อย่ามาล้อเล่น อย่ามาทำตลกทำร้ายความรู้สึกคนอื่น ไม่ทำก็กลับไปเลย”
เจี๊ยบเดินปึงปังไปนั่งทำสวนขุดดินด้วยตัวเอง ทำไปบ่นไปว่าสวนของแม่ตน ตนทำเองก็ได้ ไม่ต้องง้อใคร
“นี่เธอใจเย็น เดี๋ยวไว้ฉันกลับบ้านไปหาคนงานมาช่วยทำก็ได้”
“ไม่ต้อง...สายยางอยู่ไหนเอามาเลย พ่อนะพ่อ ให้รอก่อนๆอยู่ได้ รอจนแม่ตายไปคนแล้ว เบื่อๆๆๆ”
เจี๊ยบบ่นพลางหันไปคว้าอะไรยาวๆที่พื้นนึกว่าเป็นสายยางที่โต้งโยนมาให้...ที่ไหนได้ มันคืองูเหลือม โต้งกำลังหยิบสายยางเดินมาเห็นเข้าถึงกับแหกปากร้องลั่นจนหญิงสาวเอะใจก้มมอง
เท่านั้นเอง เจี๊ยบกรี๊ดกระจาย โยนงูใส่โต้งแล้ววิ่งอย่างเร็วจนขาพลิกลุกเดินไม่ไหว เดือดร้อนโต้งต้องให้เธอขี่หลัง เสธ.เจ้ยเห็นเข้าก็เป็นเรื่องขึ้นมาอีก เขาวิ่งไปกระชากโต้งจนล้มคว่ำทับเจี๊ยบเต็มๆ
พ่อหวงลูกสาวยิ่งโกรธหนัก พยายามกระชากโต้งพร้อมกับร้องเรียกสมจิตรมาช่วยกันกระทืบ
“พ่อคะ เจี๊ยบขาพลิกค่ะ ไม่มีอะไรค่ะ”
“แค่ขาพลิก? ตะกี๊มันกอดหนูกลมดิ๊กต่อหน้าพ่อ”
“ก็พ่อผลักเราล้มเองนี่คะ”
“อ้าวเหรอ...ล้มก็ลุก นอนเกะกะอยู่ทำไมวะ แล้วก็ไสหัวไปได้แล้ว ไม่ต้องกลับมาที่นี่แล้วนะ”
“ไม่ได้ค่ะพ่อ โต้งจะต้องช่วยเจี๊ยบทำสวนให้เสร็จก่อน ก็พ่อไม่ช่วย พี่สมจิตรไม่ช่วย แค่โต้งคนเดียวก็พอ พ่ออย่ามาขวาง” เจี๊ยบพูดจบก็วิ่งกะเผลกเข้าบ้าน เสธ.เจ้ยจ้องหน้าโต้ง หรี่ตามอง ชักจะไม่ไว้ใจมันเสียแล้ว
คืนนั้นเจี๊ยบเข้าห้องนอนสวดมนต์ เสร็จแล้วเอารูปแม่มาดูด้วยความคิดถึง บ่นอย่างน้อยใจพ่อว่าใจร้ายใจดำ ไม่คิดจะทำให้สวนสมุนไพรของแม่กับตนสำเร็จลุล่วง ตอนนี้ตนไม่รักพ่อแล้ว มีแต่โต้งคนเดียวเท่านั้นที่จะทำให้ความฝันของตนเป็นจริง
เสธ.เจ้ยแอบฟังหน้าห้อง พานโมโหโต้งที่คิดว่าเป็นต้นเหตุ แล้วกลับออกมาบอกสมจิตรว่าตนไม่มี
กะจิตกะใจหนีเที่ยวกลางคืน เพราะฝ่ายเรากำลังอยู่ในสถานการณ์เฝ้าระวัง เรากำลังถูกข้าศึกวางแผนเข้ายึดพื้นที่อย่างเงียบๆ
สมจิตรฟังแล้วงงเต็ก เสธ.เจ้ยพูดต่อไปว่า
“เอ็งไม่เห็นเหรอวะ ไอ้เด็กเวรไก่โต้งนั่นมันมีพลังงานบางอย่าง ลักษณะจะเป็นภัยมืดอันตรายต่อความมั่นคงในครอบครัว”
“ไอ้โต้งมันเป็นผีเหรอครับ”
“ไอ้บ้า เป็นผียังพอว่า แต่นี่มันสะเออะอยากจะเป็นลูกเขยข้าน่ะสิเว้ย”
“หา!!?? ลูกเขยท่าน”
“ก็เออสิ นอกจากมันจะโน้มน้าว มันยังล้างสมอง สร้างความแตกแยกระหว่างข้ากับหนูลูกเจี๊ยบของข้าอีก”
“ชั่วช้า เลวทราม หนักแผ่นดิน” สมจิตรลุกขึ้นกระทืบเท้าตามจังหวะคำพูด สุดท้ายกระทืบลงตีนเจ้านายเต็มๆจนร้องจ๊าก
ooooooo
เช้าวันรุ่งขึ้น ไอศูรย์นำของกำนัลมามอบให้กรรมการอาวุโสท่านหนึ่งในบริษัทเพื่อหวังตำแหน่งผู้บริหารหากมีการโหวตกันคราวหน้า ปรากฏว่ากรรมการท่านนั้นชอบใจถึงกับลั่นวาจาว่าอยากให้ไอศูรย์ได้ดูแลกิจการแทนลูกชายไม่เอาถ่านของเจ้าสัว
พูดถึงลูกชายเจ้าสัว ไอศูรย์สงสัยว่าป่านนี้ทำไมโต้งถึงยังไม่พ่ายแพ้ร้องไห้กลับบ้านเสียที จึงเรียกโดมผู้จัดการร้านกะต๊ากสาขาตลาดแม่ตลับมาสั่งการให้กลั่นแกล้งโต้งหนักๆ
โดมรับคำสั่งแล้วกลับมาปฏิบัติอย่างเร่งด่วนเพื่อเอาใจไอศูรย์ ด้วยการสั่งงานสารพัดและข่มขู่ ให้โอกาสอีกแค่เดือนเดียวถ้ายอดขายยังไม่ดีขึ้นจะไล่ออก ส่วนป๋องก็จะโดนย้ายไปอยู่สาขาชายแดนด้วย โทษฐานดูแลลูกน้องไม่ได้
ป๋องเต้นเป็นเจ้าเข้า หลังจากโดมกลับไปแล้วจึงโวยวายว้ากใส่โต้งด้วยความโมโห
“พอใจมั้ยไอ้โต้ง พาฉันซวยไปด้วย แกมันเจ้ากรรมนายเวรของฉันแน่ๆ”
“อ้าว คิดว่าถ้าร้านเจ๊งแล้วผมไม่เดือดร้อนรึไง”
“ก็แค่เดือดร้อน แกจะเข้าใจอะไร แกมันไม่ได้รักร้าน ก็แค่พวกมาทำงานไปวันๆ”
“แล้วพี่รักมากรึไง รักแล้วปล่อยร้านเละเทะ อย่างงี้เหรอวะ”
“ถึงจะเละแต่ก็มีคนซื้อโว้ย ไม่เหมือนตอนนี้ ขนาดหมายังไม่เข้าเลย”
“เออ ผมจะรับผิดชอบ ผมจะทำให้คนกลับมาซื้อ ร้านดีขึ้นเมื่อไหร่ผมจะได้ไปซะที”
อ้นตกใจกับคำพูดของโต้ง ขณะที่ป๋องไม่สนใจ บอกว่าตนจะรอวันนั้น แล้วเดินร้องไห้บ่นหมดกำลังใจทำงานเข้าไปหลังร้าน
“นึกว่าฉันสบายดีนักเหรอวะ ตังค์ก็ไม่มีใช้ หนี้ก็ไม่มีคืน ทำอะไรก็ไม่สำเร็จสักอย่าง โธ่เว้ย” โต้งระบายความอัดอั้นตีอกชกตัวอย่างหมดความอดทน อ้นรีบเข้ามาห้ามและปลอบโยน
โต้งซบหน้าลงกับไหล่อ้นร้องไห้อย่างไม่อาย ทันใดนั้นเจี๊ยบในชุดจะไปทำงานสะพายกระเป๋าเดินยิ้มแฉ่งเปิดประตูพรวดเข้ามาเห็นภาพนั้น
อ้นสะดุ้งผลักโต้งกระเด็นแล้วพยายามจะอธิบายแต่เจี๊ยบบอกปัดว่าไม่เป็นไร พรุ่งนี้ตนค่อยมาซื้อของก็ได้
“เดี๋ยวนะคะ คือว่าเมื่อกี๊นี้น่ะ...ไม่ใช่นะคะ”
“โทษทีค่ะ ไม่ได้ตั้งใจ”
“อุ๊ย อะไรคะคุณเจี๊ยบ มันไม่ใช่นะคะ”
โต้งกำลังอารมณ์ไม่ดีเลยพาลใส่เจี๊ยบเสียงดัง “ช่างเขาเหอะอ้น เขาบอกไม่ซื้อจะตื๊อเขาทำไม เดี๋ยวคนอื่นก็ซื้อ”
เจี๊ยบยืนอึ้ง อ้นไม่พอใจหันมาแว้ดใส่โต้งว่าพูดแบบนี้กับลูกค้าได้ยังไง...แล้วหันกลับไปถามเจี๊ยบอีกครั้งว่าจะรับอะไร แต่กลายเป็นไม่มีเจี๊ยบเสียแล้ว...
เจี๊ยบเดินลิ่วออกไปอย่างเซ็งๆ หยิบขวดยาหม่องแก้ฟกช้ำสูตรของตัวเองที่ตั้งใจเอามาให้โต้งออกมาดูแล้วพูดพึมพำ
“คิดเยอะไปมั้ย...เก็บไว้ใช้เองเหอะหนูลูกเจี๊ยบ” ว่าแล้วก็ควักยาหม่องทาสองขมับของตัวเอง กางมือนวดเบาๆก่อนจะเก็บใส่กระเป๋าเดินหน้าเศร้าต่อไป
ooooooo










