ตอนที่ 4
เหมยเห็นหลิวมีสีหน้าเคร่งเครียดก็เลยชวนไปเดินตลาดดูต้นหมากรากไม้ เผื่อจะช่วยให้ผ่อนคลาย โดยมีฮัวและเหล่าสมุนเดินตามมาเป็นพรวน เหมยเล็งแล้วว่าขืนให้พวกนี้เดินตาม หลิวจะยิ่งเครียดหนักขึ้น จึงไล่ฮัวกับสมุนกลับไปก่อน หลิวทักท้วงเป็นหน้าที่ของพวกนั้นที่ต้องคอยอารักขาเราสองแม่ลูก
“แต่ม้าอยากเดินกับหลิวเหมือนเมื่อก่อน...ฮัวไปเถอะ เดี๋ยวพวกเรากลับไปที่รถเอง”
ฮัวมองนายน้อยอย่างรอฟังคำสั่ง เธอพยักหน้าให้ ฮัวกับสมุนถึงได้พากันออกไป เมื่อได้อยู่กันตามลำพัง เหมยแนะลูกถ้าเป็นหัวหน้าสมาคมธรรมกุลแล้วไม่มีความสุขก็อย่าเป็นเลยจะดีกว่า หลิวอ้างตัดสินใจรับตำแหน่งไปแล้ว เหมยติงคนเราตัดสินใจใหม่ได้ทุกวินาที ขึ้นอยู่กับว่าเราจะทำหรือเปล่า หลิวไม่อยากคุยเรื่องนี้รีบตัดบท ชวนแม่ไปทางโน้นดีกว่า แล้วเดินลิ่วออกไป โดยมีใครบางคนแอบมอง
ทั้งคู่อยู่...
ฝ่ายปราบตามไปสอบปากคำเฮียโส่ยถึงห้องพักฟื้น แต่เขาไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ยอมเปิดปากซัดทอดว่าใครเป็นคนเล่นงาน ปราบถึงกับเซ็ง...
เสียงบรรเลงดนตรีฝีมือแปะคูกับเพื่อนๆ ดึงดูดให้หลิวเดินเข้าไปหา เจอจางเหายืนฟังอยู่ก็ชะงัก ต่างฝ่ายต่างทักทายกันดีใจที่เจอกันอีก ระหว่างนั้นจางเหาเหลือบเห็นชายคนหนึ่งท่าทางมีพิรุธเดินเข้ามา ก่อนจะชักปืนยิง เขาร้องเตือนให้ทุกคนระวัง พร้อมกับโดดรวบตัวหลิวหลบได้ทัน เธอเป็นห่วงแม่จะลุกไปหา มือปืนจะลั่นไกอีก จางเหาดึงเธอหลบคมกระสุนได้อีกครั้ง แล้วคว้าตลับหมึกใกล้มือปาใส่มือปืนแล้วโดดเตะปืนกระเด็น
สองฝ่ายเปิดฉากต่อสู้กันด้วยมือเปล่า จังหวะหนึ่งมือปืนพลาดท่าถูกจางเหาอัดหน้าคว่ำ แล้วตามเข้าไปจะซ้ำ มือปืนเจ้าเล่ห์กำทรายปาใส่หน้าจนจางเหาตาพร่า แล้ววิ่งไปซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ที่พรรคพวกขี่มารับ ก่อนจะบิดจากไปอย่างรวดเร็ว หลิวเป็นห่วงจางเหารีบเข้ามาดูแลถามไถ่ โล่งใจที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บ...
ระหว่างจางเหาเดินมาส่งสองแม่ลูกที่ลานจอดรถ หลิวขอบคุณเขาไม่หยุดปากที่ช่วยเหลือไว้อีกครั้ง เขารู้สึกผิดเพราะคิดว่าตัวเองเป็นเป้าหมายของมือปืน ขอโทษเธอด้วย หลิวแปลกใจ
“ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษ”
เหมยไม่อยากให้ลูกเปิดเผยตัวรีบตัดบท ต่างฝ่ายต่างขอโทษกันไปมาแล้วใครจะเป็นฝ่ายขอบคุณ แล้วฝากจางเหาไปบอกแปะคูด้วยว่าว่างๆจะมาฟังแกเล่นกู่เจิงใหม่ จางเหายิ้มรับ หลิวเกรงใจเขา ขอให้เขาส่งเธอกับแม่แค่นี้พอ จะได้กลับไปดูแลแปะคู...
เต็งล้อรู้เรื่องที่หลิวถูกมือปืนเล่นงาน ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นฝีมือเฮียโส่ย ถามเธอว่าจะให้ทำอย่างไรต่อไป หลิวสั่งให้จัดการให้สิ้นซาก ในเมื่อนายเปิดไฟเขียว
เต็งล้อจึงส่งมือปืนในคราบหมอไปสังหารเฮียโส่ยถึงห้องพักฟื้น ปืนเก็บเสียงทำให้ไม่มีใครได้ยินอะไร...
การตัดสินใจเด็ดขาดครั้งนี้ของหลิวได้รับคำชมจากเต็งล้อว่าตอนนี้เธอเป็นเพชรแล้ว ที่เหลือก็แค่เจียระไนให้เป็นเพชรที่สง่างามต่อไป แล้วถามว่าพร้อมหรือยัง
“อั๊วตัดสินใจไปแล้วไม่เคยคิดย้อนกลับ” แววตาของหลิวเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นพร้อมเป็นหงส์เต็มตัว...
ในเวลาต่อมา ปราบมาตรวจสถานที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง พบว่าเฮียโส่ยถูกยิงในระยะประชิดสี่นัดซ้อนเข้ากลางอก หลังสอบปากคำทุกคนแล้วไม่มีใครได้ยินหรือเห็นอะไรผิดปกติ กว่าจะรู้อีกทีเฮียโส่ยก็เป็นศพไปแล้ว ปราบสั่งให้ลูกน้องเช็กภาพจากกล้องวงจรปิด แล้วเปรียบเทียบกับมือปืนในซุ้มของพวกธรรมกุล
ooooooo
ที่เรือนเล็กบ้านธรรมกุล หลิวไปหาแม่แต่เช้าหวังจะฝากท้องด้วย แต่ยังไม่ทันได้กินมื้อเช้าฝีมือแม่ เต็งล้อเข้ามาพยักหน้าให้อย่างรู้กัน เธอมองออกว่าเขามีเรื่องสำคัญจะรายงาน ลุกพรวดขึ้น
“ม้า งั้นเดี๋ยวหลิวมาใหม่แล้วกันนะ”
หลิวเดินนำเต็งล้อมายังมุมสงบของบ้านถามว่ามีอะไร เขาได้รับรายงานมาว่าพ่อเลี้ยงชัยกับโกจั๊บนัดเจอกัน น่าจะเป็นเรื่องเฮียโส่ย จึงอยากให้เธอใช้ประโยชน์จากการตายของมัน เธอยังไม่พร้อมจะทำอย่างนั้น ขอเวลาอีกหน่อย แล้วเดินกลับไปทางเรือนเล็ก เต็งล้อได้แต่มองตาม เดาไม่ออกว่าเธอคิดจะทำอะไร...
พ่อเลี้ยงชัยกับโกจั๊บไม่ได้นัดเจอกันเรื่องเฮียโส่ย แต่นัดมารับเงินค่าซื้อเสียงจากป๋าเสริฐกับปิติ พ่อเลี้ยงชัยเห็นเงินที่สองพ่อลูกเอามาให้มีจำนวนน้อยก็ไม่พอใจ บ่นว่าเศษเงินแค่นี้จะคุ้มได้อย่างไร ถ้าหลิวรู้ว่าพวกตนร่วมมือกับเขา ป๋าเสริฐสวนทันทีแต่เงินจำนวนนี้คงพอที่จะให้พวกเขาอยู่เฉยๆ ไม่ต้องทำอะไร
“พอถึงวันเลือกตั้งแล้วลงคะแนนให้ฉันก็พอ”
“ง่ายไหม พวกแกก็ไม่โดนนังนั่นเพ่งเล็ง แถมไม่ต้องทำอะไรก็ได้เงินฟรีๆ” ปิติช่วยเสริม พ่อเลี้ยงชัยกลัวว่านังหลิวจะไม่ปล่อยให้พวกตนอยู่เฉยๆ ป๋าเสริฐบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง นังนั่นอยู่ไม่ถึงวันเลือกตั้งแน่นอน...
ด้านแปะคูสีซอจบเพลงก็หันไปบอกจางเหาไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่าหยุดทำดี เพราะความดีทำให้เขารอดจากคมกระสุนเมื่อวาน แถมเพื่อนของเขาก็ไม่เป็นอะไรอีกด้วย จางเหาเจอกับหลิวแค่ไม่กี่ครั้งเอง คงใช้คำว่าเพื่อนยังไม่ได้ แปะคูแปลกใจเห็นสนิทสนมกันนึกว่ารู้จักกันเสียอีก
“ไอ้หยา เกือบไปแล้วไหมล่ะ ดีที่อีไม่เป็นไร เดี๋ยวอั๊วไปไหว้ตี่จู่เอี๊ย ขอบคุณที่ช่วยปกป้องพวกเราก่อนนะ” แปะคูยังไม่ทันขยับ จางเหาโพล่งขึ้นว่า ตนไม่ใช่คนดีท่านก็รู้
“ใครบอก อาจางที่อั๊วรู้จักเป็นคนดีคนหนึ่งแต่ถ้าอีจะทำเรื่องที่ไม่ดี อั๊วเชื่อว่าต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่าง” แปะคูยิ้มให้จางเหาแล้วเดินเข้าข้างใน ชายหนุ่มมองตามก่อนจะหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาใครบางคน...
ศึกนอกนับว่าหนักหนาสาหัสแล้ว แต่ศึกภายในที่น้องชายตัวดีชอบก่อเรื่องไม่หยุดหย่อนทำให้หลิวหนักใจยิ่งกว่า คราวนี้เขาเบิกเงินออกไปผลาญเล่นหนึ่งล้านบาท เต็งล้อเตือนเธอว่าไม่ควรจะตามใจเขามากเกินไป เธอรู้เรื่องนั้นดี แต่ตอนนี้เธอพูดอะไรกับเขาไม่ได้เลย แค่หน้าเขายังไม่อยากจะมอง เต็งล้อย้ำถึงเขาจะไม่ฟัง เธอก็ควรต้องเตือน ไม่อย่างนั้นจะไม่มีโอกาสได้ทำอีก หลิวไม่เข้าใจเต็งล้อหมายความว่าอย่างไร
“บุรุษผู้เอาแต่ใจ ก็ไม่ต่างอะไรกับการใช้ชีวิตอยู่บนคมมีด”...
คดีเก่ายังสางไม่เสร็จ ตี๋เล็กก่อคดีใหม่อีกแล้ว ตามไปอาละวาดพี่โจ้ฐานปลดรุจีออกจากละคร ทั้งที่รับปากจะมอบบทนี้ให้ พี่โจ้อ้างว่าตนไม่ได้สั่งให้เปลี่ยน แต่เป็นคำสั่งของช่อง
“งั้นก็ไปบอกพวกมันด้วยว่าฉัน วีระชัย ธรรมกุล สั่งให้รุจีเล่นเหมือนเดิม คืนบทให้รุจีซะ แล้วฉันจะถือว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น” ตี๋เล็กกร่างไม่เลิก พี่โจ้ยืนยันถึงอย่างไรก็เปลี่ยนไม่ได้เพราะทางช่องให้ตนแคสติ้งนักแสดงใหม่ที่เหมาะกว่ารุจีแล้ว ตี๋เล็กเคืองสุดๆ เนื่องจากไม่เคยมีใครกล้าปฏิเสธ ทำทีลูบหัวแมวของพี่โจ้อย่างเอ็นดู ยิ้มให้ก่อนจะผละจากไป พี่โจ้มองตามเหยียดๆ ด่าไล่หลังว่าไอ้มาเฟียกระจอกแล้วหยิบมือถือขึ้นมาโทร.ออก
“ป๋าเสริฐนี่โจ้เองนะคะ คือจะโทร.มาบอกป๋าเรื่องน้องซูซี่อะค่ะว่าคืนนี้น้องไม่ว่าง เดี๋ยวโจ้จะให้น้องแนนกับน้องมินนี่ไปแทน...ได้ค่ะ คืนนี้ป๋ารอรับของเหมือนเดิมนะคะ”
ooooooo
รุจีซึ่งรออยู่ที่รถเห็นตี๋เล็กกลับออกมาก็โวยวายใส่เข้าไปทำอะไรนานสองนาน เขาแค่เข้าไปทำให้มันรู้ว่า เธอเป็นผู้หญิงของเขา แล้วยื่นข้อเสนอ ถ้าเขาทำให้เธอได้เล่นละครเรื่องนี้ เธอจะให้อะไรเขา รุจียิ้มยั่วให้เขาแล้วกระชากเขาเข้ามาใกล้ พลางกระซิบข้างหู
“ก็ไม่รู้สิ ไว้ถึงเวลานั้นแล้วค่อยว่ากัน”...
ทางฝ่ายจางเหานัดคุงใช้มาคุยกันเรื่องระเบิดที่ให้ไปสืบ คุงใช้ส่ายหน้าไม่มีใครรู้เรื่องเลย จางเหาตั้งข้อสังเกตพวกนั้นอาจรู้ แต่ไม่กล้าบอกมากกว่า คุงใช้เห็นด้วย แล้วนี่เขาจะทำอย่างไรต่อไป จางเหาต้องสืบให้ได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ คุงใช้เสนอให้เขาไปอยู่กับเจ้านายของตนระหว่างที่สืบหาผู้อยู่เบื้องหลังการระเบิด จางเหาไม่ตอบ แต่ลุกขึ้นจะกลับ คุงใช้รู้ทันทีว่าเขาปฏิเสธ ไม่วายบ่นอุบยังใจแข็งไม่เลิก
“ไม่มีอะไรหรอกเฮีย ฉันแค่ไม่อยากตกเป็นเครื่องมือของใครอีก”...
ระหว่างรอฟังข่าวจากคุงใช้ เฮียไฮ้โทร.ทางไกลหาเจ๊หยกซึ่งอยู่ที่ไต้หวันว่าพอใจกับเงินที่เข้าบัญชีให้หรือเปล่า เธออยากได้เงินเพิ่มอีกเล็กน้อย อ้างตอนนี้ค่าเงินขึ้น เขายินดีเพิ่มให้ ขอแค่เธอสนับสนุนเขาก็พอ เจ๊หยกได้ข่าวมาว่าลูกสาวตี๋ซุ้งที่เพิ่งรับตำแหน่งสั่งเก็บเฮียโส่ยแล้ว เฮียไฮ้ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง เธออยากให้เขาทำอะไรหรือเปล่า เจ๊หยกไม่ต้องการให้ทำอะไร หลิวเป็นแค่เด็กสาว แต่อยากให้จับตาดูป๋าเสริฐมากกว่า
“ผมทำได้ทุกอย่าง ถ้าเจ๊ยังเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของผมอยู่” เฮียไฮ้ยิ้มพอใจก่อนจะวางสาย เป็นจังหวะเดียวกับคุงใช้เข้ามารายงานว่าจางเหาใจแข็งไม่ยอมเปลี่ยนใจมาเป็นพวกเดียวกัน แล้วอดสงสัยไม่ได้ทำไมนายถึงอยากได้จางเหามาเป็นพวกนัก
“ฉันมันพวกสะสมของชั้นหนึ่ง อย่างแก อย่างจางเหา ตอนนี้มันอยู่ในช่วงฝุ่นตลบ มีแกสองคนอยู่ข้างกาย ฉันก็ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว และฉันเชื่อว่าไม่มีอะไรที่เงินซื้อไม่ได้”...
ตี๋เล็กยังคงก่อเรื่องไม่เลิก ข่มขู่พี่โจ้ไปตอนบ่าย ตกค่ำจับแมวของพี่โจ้ไปฆ่าแล้วเอายัดใส่ช่องแช่แข็ง เจ้าของเห็นแมวตัวเองแข็งเป็นไอศกรีม ถึงกับตกใจร้องกรี๊ดลั่น
ooooooo
ก่อนจะเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าสมาคมธรรมกุลอย่างเป็นทางการ หลิวขอให้เต็งล้อพาไปหาผู้ใหญ่ที่พ่อนับถือ คนแรกที่เขาพาเธอไปพบก็คือเฮียกวงซึ่งเป็นอดีตนายกสมาพันธ์การค้าไทยจีนนั่นเอง
แต่ยังไม่ทันจะออกจากบ้าน สมุนคนหนึ่งนำจดหมายจ่าหน้าถึงหลิวมามอบให้ เต็งล้อรับซองมาแกะอ่าน ข้างในมีจดหมายกับรูปถ่ายแมวของพี่โจ้ที่ถูกแช่แข็ง หลิวสงสัยว่าจดหมายอะไร เต็งล้อรายงานว่าเป็นจดหมายทวงหนี้ เธองุนงงเราไปเป็นหนี้ใครตั้งแต่เมื่อไหร่
“ป๋าเสริฐ มันบอกว่าถ้าสงสัยอะไรก็ให้โทร.ไปถาม”
หลิวไม่รอช้ารีบโทร.หาป๋าเสริฐ ทักท้วงว่าเงินค่าเสียหายที่เรียกมาห้าล้านบาทไม่มากไปหน่อยหรือสำหรับแมวหนึ่งตัว เขาสวนทันที ไม่มากสำหรับคนที่ต้องเสียของรักไป ถ้าน้องชายของเธอถูกฆ่าบ้าง เธอยังจะคิดว่าเงินห้าล้านบาทมากไปไหม หลิวรู้ดีว่าเขามีสิ่งที่ต้องการในใจอยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นก็บอกมาได้เลย...
แม้เงินค่าเสียหายที่ป๋าเสริฐเรียกร้องจะไม่ทำให้ธรรมกุลขนหน้าแข้งร่วง แต่หลิวเหนื่อยใจที่ต้องตามเก็บกวาดสิ่งที่น้องชายก่อเอาไว้ ตัดสินใจให้เต็งล้อพาไปหาตี๋เล็กจะได้คุยกันให้รู้เรื่อง แต่พอเธอกับพวกมาถึงบ่อน พบว่าตี๋เล็กก่อหนี้เอาไว้ หลิวจะใช้หนี้แทนน้องแต่เจ้าของบ่อนเกรงบารมีตระกูลธรรมกุลก็เลยยกหนี้ให้ แทนที่ ตี๋เล็กจะขอบคุณเธอที่ช่วยเอาไว้ กลับถามเสียงเขียวว่ามาทำไม เธอต่อว่าว่ายังจะมีหน้ามาถามอีกหรือ
“เจ้จะถามแค่ครั้งเดียว ตี๋เล็กไปทำอะไรไว้”...
ครั้นตี๋เล็กรู้เรื่องที่ป๋าเสริฐเรียกเงินค่าทำแมวตาย 5 ล้านบาท ก็โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง บอกหลิวว่าไม่ต้องจ่าย ตนจะไปเคลียร์กับมันเอง เธอรีบบอกว่าไม่ต้องเงินแค่นี้เธอจ่ายให้ได้ ตี๋เล็กไม่ต้องการให้เธอทำอย่างนั้น เขาเป็นคนก่อเรื่องไว้ เขาเคลียร์เองได้
“ตี๋เล็กจะเอาอะไรไปเคลียร์” คำพูดของหลิวทำให้ตี๋เล็กทั้งน้อยใจทั้งโกรธ ต่อว่าพี่สาวตัวเองใหญ่โต พาลหาว่าพ่อรักแต่เธอ ไม่เคยรักเขา แล้วขยับจะเดินหนี หลิวดึงแขนไว้ เขากำลังของขึ้นสะบัดมือเธอออกแต่แรงไปหน่อย ทำให้หลิวล้มก้นจ้ำเบ้า เธอตัดพ้อนี่ถ้าไม่มีเธอสักคน เขาคงจะดีใจใช่ไหม เขาตอบเสียงดังฟังชัดว่าใช่ หลิวมองน้องชายที่เดินจากไปเสียใจน้ำตาคลอ
ด้านเต็งล้อเห็นตี๋เล็กเดินกลับมาที่รถคนเดียว ถามหาหลิวหายไปไหน เขาตวาดแว้ดว่าไม่รู้ แล้วขึ้นไปนั่งบนรถ เต็งล้อรู้ทันทีว่าต้องมีเรื่องกันอีกแล้ว คว้ามือถือขึ้นมาโทร.ถามหลิวว่าอยู่ไหน เธออยู่ที่สวนสาธารณะไม่ต้องเป็นห่วง ให้เขาพาตี๋เล็กกลับไปก่อนได้เลย เธออยากเดินเล่นสักหน่อย เต็งล้อเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอจะทิ้งสมุนให้อยู่รอที่นี่ แต่เธอไม่ต้องการ เขาก็เลยไม่เซ้าซี้อะไรอีก
จากนั้นหลิวเดินทอดอารมณ์มาถึงริมน้ำ บังเอิญอย่างเหลือเชื่อเจอจางเหานั่งให้อาหารปลาอยู่ เขาเห็นสีหน้าไม่สู้ดีนักของเธอ ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า เธอมีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อยเท่านั้น
จางเหาเป็นห่วงความรู้สึกของเธอ อยากให้คลายความทุกข์ใจก็เลยพาไปไหว้พระที่ศาลเจ้าแล้วพาไปโรงเจซึ่งตั้งอยู่ด้านหลัง ไปช่วยพวกอาเจ็ก อาอี๊ทั้งหลายทำกับข้าวไว้แจกคนยากจน การได้ช่วยเหลือคนอื่นทำให้หลิวลืมความทุกข์ใจ และรู้สึกผ่อนคลาย อาเจ็กบอกให้เธอจำเอาไว้ว่าความเมตตาคือยารักษาความทุกข์...
หลิวสบายใจขึ้นมากจึงขอตัวกลับ ระหว่างที่จางเหา เดินไปส่งเธอที่ป้ายรถเมล์ ฝนเจ้ากรรมเทลงมาไม่ลืมหูลืมตา เขาต้องถอดเสื้อตัวนอกมาบังฝนให้
“ถ้าคุณไม่ถือ เอ่อ...คุณไปพักที่บ้านผม รอให้ฝนซาก่อนดีไหม”...
เมื่อมาถึงบ้าน จางเหากลับพบว่าแปะคูไม่อยู่ เขียนโน้ตไว้ว่าไปทำธุระที่บ้านเฮียหลี ให้เขาปิดบ้านได้เลยไม่ต้องรอ เขาอึกอักขึ้นมาทันที หลิวคิดว่าเขาไม่สะดวกให้อยู่ ก็เลยขอตัวกลับ เขารั้งเธอไว้
“ไม่ใช่ คือวันนี้แปะคูไม่อยู่ ผมเลยไม่อยากให้คุณต้องอยู่กับผมลำพังสองคน คุณจะดูไม่ดี”
“ถ้าคุณปล่อยให้ฉันเดินตากฝนกลับบ้านไป คุณน่าจะดูไม่ดีมากกว่านะ”
จางเหาถึงกับยิ้มออก รีบไปหาเสื้อผ้าใหม่มาให้เธอเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกฝนออก
ooooooo










