สมาชิก

หงส์เหนือมังกร

ตอนที่ 4

จางเหานำสะเก็ดระเบิดที่เก็บได้จากที่เกิดเหตุมาให้คุงใช้ดู พร้อมกับสรุปให้ฟังว่าระเบิดที่ใช้สังหารตี๋ซุ้งเป็นระเบิดแอนโฟที่พวกทำเหมืองแร่ชอบใช้เนื่องจากมีกลิ่นน้ำมันดีเซล

“ฉันฝากด้วยแล้วกัน” พูดจบจางเหาขยับจะไป คุงใช้ร้องเตือนช่วงนี้ให้ระวังตัวหน่อย คนที่ทำเรื่องนี้เหมือนต้องการป้ายความผิดให้จางเหา และต้องการให้เขาตายไปพร้อมกับระเบิดที่ฆ่าตี๋ซุ้ง

“แล้วถ้ามันรู้ว่าแกรอด มันต้องทำทุกวิถีทางที่จะจัดการกับแก”

“เฮียก็รู้ว่าจะไม่มีใครตามฉันได้ ถ้าฉันต้องการ”

“พวกมันตามแกไม่ได้ แต่พวกมันตามจากคนรอบข้างแกได้นี่” คำพูดของคุงใช้ทำให้จางเหาเครียดทันที...

หลิวตั้งใจจะมาฆ่าซ้อซาถึงบ้านเพื่อให้จางเหาออกจากที่ซ่อน แต่พอเจอกันซึ่งๆหน้ากลับทำไม่ลง ได้แต่ถามหาจางเหาว่าอยู่ไหน เป็นจังหวะที่จางเหาซึ่งเป็นห่วงซ้อซาโทร.มาพอดี เธอจำเป็นต้องรับสายเพื่อไม่ให้มีพิรุธ แต่เวลาคุยกับเขา เธอจะแกล้งตอบไม่ตรงคำถามหวังจะให้เขาเอะใจ จางเหารู้ทันทีว่ามีบางอย่างไม่ชอบมา พากล ถามว่าพวกธรรมกุลมาหาหรือ ซ้อซาตอบไม่ตรงคำถามเหมือนเดิม

“ไม่มีอะไร ไม่ต้องห่วง ไว้ว่างๆเดี๋ยวอั๊วเข้าไปเอง แค่นี้นะ” ซ้อซาตัดสายทันที ฝ่ายหลิวยังคงคาดคั้นให้ท่าน บอกที่ซ่อนตัวของจางเหา แต่ท่านยืนยันว่าไม่รู้

“อี๊ก็รู้ว่าเขาทำอะไรไว้ แค่อี๊บอกมาแล้วทุกอย่างจะเหมือนเดิม”

ซ้อซาไม่พูดอะไร ลุกไปหยิบปืนมาวางตรงหน้าหลิว เชิญให้เอาชีวิตของตนไปได้เลยแต่อย่าถามว่าจางเหาอยู่ไหน หลิวอึ้งไม่คิดว่าท่านจะรักลูกบุญธรรมมากขนาดนี้ ครู่ต่อมาหลิวกลับออกมาขึ้นรถ เต็งล้อยังไม่ทันจะอ้าปากถามอะไร เธอชิงพูดขึ้นเสียก่อนว่าขอเวลาอีกหน่อย เธอทำอาอี๊ไม่ได้จริงๆ

“ใคร่ครวญต้องช้าๆ ลงมือต้องรวดเร็ว เรามีเวลาไม่มากนะนายน้อย”

“อั๊วเข้าใจดี แต่มันยังไม่ใช่ตอนนี้” หลิวยืนกราน เต็งล้อได้แต่พยักหน้ารับรู้...

ปิติอยากได้รุจีมาครอบครองจึงจ้างวานเอเจนซี่หลอกเธอมาที่ร้านอาหารหรูเพื่อคุยเรื่องงาน เอเจนซี่ไม่มาตามนัด แต่กลับเป็นปิติโผล่มาแทน เธอเจ็บใจมาก

ที่โดนหลอก ลุกหนีไม่เกรงกลัวเขาแม้แต่น้อย ปิติชอบใจในความยากของเธอ คล้อยหลังเธอไปไม่นาน ตี๋เล็กซึ่งรู้ว่าเธอมาที่นี่ก็มาหาหวังจะได้เจอตัว แต่กลับเจอปิติ อยู่ที่นั่น เขาของขึ้นทันทีปรี่เข้าหาโดยลืมไปว่าตัวเองมาคนเดียว แถมยังท้าทายอีกฝ่ายมาต่อยกันตัวต่อตัว

“พี่ไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก พอดีไม่ชอบใช้ความรุนแรง เรามาหาวิธีเบาๆตามสไตล์ผู้ชายเลวๆกันดีกว่า” ปิติว่าแล้วหันไปพยักพเยิดให้ลูกน้องจัดการกับตี๋เล็ก...

ขณะที่ตี๋เล็กถูกลูกน้องของปิติยำใหญ่ เฮียโส่ยเห็นว่าท่านหัวหน้าสมาคมธรรมกุลคนใหม่เป็นแค่เด็กสาวไร้พิษสง ก็คิดจะลองของ แถมชักชวนให้พ่อเลี้ยงชัยกับโกจั๊บเข้าร่วมกระบวนการด้วย

ooooooo

เหมยมานั่งรอลูกสาวที่ห้องโถงของตึกใหญ่แต่เช้า พอเห็นเธอเดินเข้ามาถามว่ารับตำแหน่งวันแรกเป็นอย่างไร เธอไม่อยากให้เสียบรรยากาศจึงโกหกแม่ว่าไม่มีอะไร ทุกคนยอมรับเธอดี

“ถ้าไม่ยอมรับ ลื้อก็ตัดพวกเขาออกจากสมาคมน่ะเหรอ”

หลิวแก้ตัวว่าจำเป็นต้องแข็งกร้าวใส่ผู้ใหญ่ในสมาคมเพราะถ้าไม่ทำอย่างนั้น ต่อไปจะคุมไม่ได้แล้วบอกแม่ว่าไม่ต้องเป็นห่วง เธอรู้ตัวดีว่าทำอะไร เหมยเห็นแววตาแข็งกร้าวเย็นชาของลูกสาวก็อดเป็นห่วงไม่ได้ กลัวลูกจะเปลี่ยนไปเป็นแบบตี๋ซุ้ง คว้ามือลูกมากุมไว้

“หลิวรู้ไหมว่าสิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่การมีอำนาจหรือการใช้อำนาจ มันคือการเสพติดอำนาจต่างหาก”

ประมุขคนใหม่รู้แก่ใจดีว่าแม่พูดถูก แต่ในเมื่อตัวเองตั้งใจจะล้างแค้นให้พ่อแล้ว ก็ต้องใช้อำนาจที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จังหวะนั้นผิงวิ่งหน้าตื่นเข้ามาตามหลิวไปพบตำรวจซึ่งรออยู่หน้าบ้าน

ไม่กี่นาทีถัดมา หลิวจ้ำพรวดๆมาถึงหน้าบ้านโดยมีผิงตามมาติดๆ ต้องตกใจเมื่อเจอปราบกับตำรวจอีกสองนายยืนอยู่กับตี๋เล็กที่มีสภาพมอมแมม มีแต่รอยฟกช้ำที่หน้ามีรอยหมึกเขียนประจานไว้ว่า “กูแพ้ปิติ”

“อย่าบอกนะว่าเป็นปิติ ลูกชายป๋าเสริฐ”

“ไม่ใช่มันแล้วจะเป็นใคร” ตี๋เล็กโวยวาย หลิวมองปราบเหมือนจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาได้รับแจ้งว่ามีคนนอนหมดสภาพอยู่หลังผับหรู พอไปดูก็พบว่าเป็นตี๋เล็กก็เลยพามาส่ง เธอขอบคุณเขามาก บอกให้เขาพาลูกน้องกลับไปได้แล้ว เขายังไม่ไป ยังคุยกับเธอไม่จบ แล้วแนะให้เธอดูแลคนของตัวเองให้ดีๆ หากทำผิดอีกเขาจะไม่เกรงใจ เธอไม่วายแดกดัน เขาไม่เคยเกรงใจใครไม่ใช่หรือ แล้วเดินเชิดเข้าบ้าน

จากนั้นหลิวไปรอตี๋เล็กที่เข้าไปล้างหน้าล้างตาอยู่หน้าห้องน้ำ พอเขาเปิดประตูออกมาเธอถามด้วยความเป็นห่วงว่าเจ็บมากไหม เขายอกย้อนไม่เจ็บเท่ากับที่เธอกับพ่อทำไว้ และที่เขาต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะเธอ ถ้าเขาได้เป็นหัวหน้าสมาคม จะมีใครกล้าทำกับเขาแบบนี้ไหม เธอพยายามอธิบายว่าเธอไม่ได้ต้องการตำแหน่งนี้แต่ขัดความประสงค์ของพ่อไม่ได้ ตี๋เล็กขอร้องไม่ต้องเอาพ่อมาอ้าง ถ้าเธอไม่รับตำแหน่งใครจะทำอะไรได้

“เจ้ไม่รู้เหรอว่าคนอื่นเขาจะมองฉันยังไง ทั้งๆที่ฉันเป็นลูกชายคนเดียว เป็นคนเดียวที่ควรได้รับตำแหน่ง แต่แล้วกลายเป็นเจ้” ตี๋เล็กต่อว่าฉอดๆ หลิวไม่อยากทะเลาะกับน้องอีกจึงให้สัญญา

“ถ้าตี๋เล็กพร้อมเมื่อไหร่ ตี๋เล็กจะได้เป็นหัวหน้าสมาคมธรรมกุลอย่างแน่นอน”

ตี๋เล็กมองพี่สาวอย่างไม่เชื่อคำพูด แล้วผละจากไปไม่สนใจ หลิวได้แต่ยืนหน้าเครียดอยู่ตรงนั้น ครั้นเต็งล้อเข้ามาหา เธอจึงปรึกษาว่าถ้าวันหนึ่งเธอลงจากตำแหน่งแล้วยกให้ตี๋เล็กเป็นแทนจะมีผลอะไรไหม เขาขอร้องเธออย่าเพิ่งคิดเรื่องนั้น แล้วพาเธอไปที่ห้องทำงานของตี๋ซุ้ง หยิบสมุดบัญชีมากางให้ดู อธิบายว่าตัวเลขทั้งหมดนี้เป็นเงินที่คนในสมาพันธ์ทุกคนต้องจ่ายให้เราทุกเดือน
เธอไม่เข้าใจทำไมต้องจ่าย

“นายท่านถือเป็นคนใหญ่คนโตในวงการเจ้าพ่อ ทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในวงการนี้จะต้องอยู่ภายใต้กฎข้อบังคับของนายท่าน และจะต้องจ่ายเพื่อแสดงให้เห็นถึงความเคารพและให้เกียรติกันในฐานะผู้นำ”

“แล้วพวกเขาจะได้อะไร”

“ได้รับการสนับสนุน ได้รับส่วนแบ่งจากเราตามที่ตกลงกันไว้ แล้วก็ได้สิทธิ์ในการใช้อำนาจในขอบเขตของตัวเอง โดยมีเราคอยดูแลความเรียบร้อย จะเว้นก็แต่ยาเสพติด มันเป็นกฎหลักของนายท่าน แล้ววันนี้ก็เป็นวันครบกำหนดที่ทุกคนจะต้องจ่ายส่วยให้เรา มีอยู่กลุ่มหนึ่งที่ยังไม่โอนเข้ามา นายน้อยจะให้อั๊วจัดการยังไง”

ooooooo

เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับสมาชิกคนอื่น หลิวสั่งให้จัดการขั้นเด็ดขาด เต็งล้อไม่รอช้าส่งสมุนไปหิ้วตัวพ่อเลี้ยงชัยที่กำลังเล่นพนันอยู่ ส่วนโกจั๊บก็ตกอยู่ในสภาพไม่ต่างกัน สมุนของเต็งล้อเข้าไปลากตัวเขาที่กำลังกินอาหารอยู่ แม้ลูกน้องของโกจั๊บพยายามขัดขวางแต่สมุนของเต็งล้อมีมากกว่าจึงต้านไม่ไหว...

พ่อเลี้ยงชัยกับโกจั๊บแค่โดนอุ้ม แต่เฮียโส่ยซึ่งเป็นตัวตั้งตัวตีให้แข็งข้อกับธรรมกุลไม่โชคดีอย่างนั้น เต็งล้อส่งมือสังหารสาวสวยในคราบหมอนวดทำทีเข้าไปนวดให้ แต่พอเขาเผลอเธอจับมัดติดกับเตียงแล้วเอาผ้าปิดปากก่อนจะใช้มีดเฉือนหูที่สวมต่างหูเพชรของเขาออกหนึ่งข้าง แล้วเอาใส่กล่องไปให้พ่อเลี้ยงชัยกับโกจั๊บที่ถูกเต็งล้ออุ้มไปไว้ที่เซฟเฮาส์ดู สองคนนั่นจำต่างหูเพชรได้ว่าเป็นของเฮียโส่ยถึงกับร้องเอะอะ

“นั่นหูเฮียโส่ย”

เต็งล้อยิ้มรับแล้วทีนี้ทั้งคู่จะย่อมจ่ายส่วยให้เหมือนเดิมไหม ทั้งคู่รับคำอย่างพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย...

ด้านแปะคูเห็นจางเหาคิดแต่จะแก้แค้น จึงสอนให้เขียนอักษรจีนด้วยพู่กันเผื่อจะช่วยให้จิตใจสงบและมีสมาธิ บอกให้เขาปล่อยอารมณ์ไปกับพู่กัน รู้สึกอย่างไรก็ให้ข้อมือพาพู่กันตวัดไปตามนั้น ลายเส้นจากพู่กันของจางเหาดูสับสนวุ่นวาย แปะคูมองปราดเดียวก็รู้ว่าต้องมีปัญหาถามว่าเป็นอะไรหรือเปล่า เขาไม่อยากให้ท่านเป็นห่วงจึงโกหกว่าไม่ได้เป็นอะไร แปะคูดีใจที่เขาตอบอย่างนั้นแล้วหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนคำว่า “หยิ้ม”

“เป็นลูกผู้ชายต้องจำไว้อย่างหนึ่ง คำว่าหยิ้มที่แปลว่าใบมีด ตั้งอยู่บนคำว่า ซิม ที่แปลว่าหัวใจ รวมกันเป็นคำว่าหยิ้ม ที่แปลว่าอดทน เพราะถ้าหากไม่อดทน มีดจะหล่นเสียบหัวใจ”

จางเหาเห็นตัวอักษร “หยิ้ม” ก็นึกขึ้นได้ว่าเคยเห็นรอยสักตัวอักษรนี้ที่ข้อเท้าของฆาตกรฆ่าเพ่ย...

รอยสักคำว่า “หยิ้ม” สะกิดความแค้นของจางเหาให้พลุ่งพล่าน ต้องการจะรู้ให้ได้ว่าเป็นของใครจึงนำเรื่องนี้ไปถามคุงใช้ซึ่งกว้างขวางพอสมควร เขาส่ายหน้าไม่รู้

เหมือนกัน คนจีนส่วนใหญ่ไม่นิยมสักอยู่แล้วแต่จางเหาไม่ต้องห่วง ถ้าฆาตกรฆ่าเพ่ยมีรอยสักอย่างที่ว่าจริงๆ คงจะหาตัวได้ไม่ยาก

“แกว่าเรื่องนี้มันจะเกี่ยวกับคนฆ่าตี๋ซุ้งแล้วโยนความผิดให้แกหรือเปล่า” คำถามของคุงใช้ทำเอาจางเหา หน้าเครียดมากขึ้นอีก...

ในขณะที่จางเหาพยายามตามหาคนที่ฆ่าเพ่ย ปราบสั่งให้ลูกน้องขุดคุ้ยเรื่องของจางเหา แต่ต้องแปลกใจที่ไม่พบประวัติของเขา ทั้งลายนิ้วมือ ทะเบียนราษฎร์ก็ไม่มีสักอย่าง ลูกน้องเชื่อว่าตี๋ซาน่าจะเลี้ยงเขาไว้เพื่อทำงานลับๆให้ ระหว่างนั้นลูกน้องอีกคนหนึ่งเข้ามารายงานว่าพ่อเลี้ยงชัยกับโกจั๊บโดนอุ้ม คนเห็นเหตุการณ์มากมายแต่ไม่มีใครกล้าพูด ส่วนเฮียโส่ยโดนทำร้ายร่างกายตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล

ปราบอดหวั่นใจไม่ได้ว่าสงครามครั้งนี้จะรุนแรงกว่าตอนที่ตี๋ซุ้งอยู่

ooooooo

หงส์เหนือมังกร

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด