สมาชิก

เดือนประดับดาว

ตอนที่ 9

รุ่งเช้าวรัชช์รู้ข่าวรีบมาที่บ้านแพง เห็นตำรวจและการ์ดเต็มบ้าน เขาเข้ามาไหว้รื่นจิตและขอพบแพง รื่นจิตสงสารแต่ก็ต้องบอกว่าแพงดูแลกันลองอยู่ที่บ้านเขา วรัชช์ผิดหวังกลับไป

เพื่อนทำโจ๊กมาป้อนกันลอง เธอขอบคุณเขาอีกครั้ง เขากลับบอกว่า เขารู้สึกดีที่ได้ดูแลเธอ กันลองถือโอกาสหยิบแหวนออกมาขอหมั้น เพื่อนผงะหน้าเจื่อนแต่เพื่อแพงจะไม่เสียโอกาส จึงรับคำทั้งน้ำตาไหลริน พอกันลองสวมแหวนกลับวงเล็กเกินไป เพื่อนตลกกลบเกลื่อน

“พะลองดูแลแพงดีไปหน่อยใช่ไหม ดูสิสมบูรณ์จนใส่แหวนไม่ได้เลย”

กันลองจูบแก้มเธอ “อันไหนที่ไม่พอดี ไม่ลงตัว เราก็ค่อยๆปรับเข้าหากันนะคะ เริ่มจากแหวนวงนี้ก่อนเลย”

เพื่อนยิ้มรับทั้งน้ำตา มองออกไปทางบ้านเห็นวรัชช์กำลังชี้ๆที่ตัวบ้านแพงกับชายแปลกหน้า จึงขอตัวกลับไปบ้านสักครู่

วรัชช์ให้ช่างมาติดกล้องวงจรปิดที่หน้าบ้านแพง รื่นจิตออกมาบอกว่าตนนัดช่างไว้แล้ว เพื่อนรู้ว่าเขาหวังดี จึงบอกแม่ใช้ช่างของวรัชช์แล้วกัน ทันใดกันลองตามออกมา เพื่อนรีบเข้าประคอง วรัชช์มองอย่างไม่พอใจ บอกช่างให้เก็บของ เลิกติดจะจ่ายค่าเสียเวลาให้ แล้ว

หันมาไหว้ลารื่นจิตกลับไป เพื่อนหน้าเสีย รื่นจิตจึงบอกกันลองขอคุยกับแพงเรื่องคดีสักครู่

เพื่อนตามรื่นจิตเข้ามาในบ้าน รื่นจิตเปิดประเด็น ระหว่างวรัชช์เป็นอย่างไร เพื่อนบอกว่าวรัชช์มาชอบตนแต่ตนไม่เล่นด้วย รื่นจิตพยายามเชื่อ เพื่อนถือโอกาสบอกเรื่องจะหมั้นกับกันลอง รื่นจิตถามคำเดียวว่าแน่ใจแล้วหรือ เพื่อนพยักหน้า สองแม่ลูกกอดกันด้วยสีหน้าเป็นกังวลทั้งคู่...

วันต่อมา เพื่อนแวะหาซื้อของซุปเปอร์มาร์เก็ตไปทำอาหารบำรุงให้กันลอง เจอวรัชช์ดักรอ เขาบอกเธอว่าเขาเป็นห่วงและถามด้วยความน้อยใจว่า ห้าเดือนที่ผ่านมาไม่มีความหมายกับเธอบ้างหรือ เพื่อนนิ่ง วรัชช์บอกอีกว่าเขาตกลงเล่นละครเดือนประดับดาวแล้ว เพื่อเราจะได้เจอกันบ่อยขึ้น ถึงจะเป็นแค่กองถ่ายก็ยังดี...เพื่อนใจอ่อนลงถามวันนี้เขาอยากกินอะไรจะทำให้

วรัชช์ดีใจ ช่วยกันเลือกซื้อของไปทำ ทั้งสองไม่เห็นว่าชลลดากับโรยบุญยืนมองอยู่ในซุปเปอร์มาร์เก็ตนั้น

กันลองยังนอนอยู่บนเตียงแต่เรียกปิติมาสั่งงาน ชลลดาเปิดประตูพรวดเข้ามาด้วยสีหน้าโกรธ พูดกับกันลองเรื่องแพงไม่ได้มีเขาคนเดียว แต่กันลองเชื่อใจแพง

เสร็จจากการทำอาหารทานกัน เพื่อนจะกลับ วรัชช์ลูบแก้มเธออย่างอาวรณ์ เพื่อนนั่งแท็กซี่กลับแต่ไม่ได้ตรงไปบ้าน เธอมาเยี่ยมแพงที่บ้านเช่า โดยไม่รู้ว่าวรัชช์ขี่เวสป้าตามเพราะเป็นห่วง เขาแปลกใจว่าแพงมาทำอะไรที่บ้านนี้ ฤดีออกมาเจอพระเอกดังก็ตื่นเต้น ลืมคำสั่งไม่ให้คนแปลกหน้าเข้าบ้าน วรัชช์ไม่ให้บอกแพงว่าตนมา ฤดียิ้มเข้าใจว่าทั้งสองเป็นแฟนกัน

แพงเริ่มนั่งได้แต่ยังไม่รู้สึกตัว บางครั้งก็ลืมตานิ่งๆ สามารถทานอาหารอ่อนๆที่ป้อนได้ เพื่อนนั่งคุยเรื่องราวต่างๆให้แพงฟัง ได้ยินเสียงกุกกักตรงหน้าต่างจะเดินไปดู ก็พอดีฤดีเข้ามาให้ออกไปดูอะไรหน่อย แต่พอเพื่อนออกมาดูไม่เห็นมีอะไร

เพื่อนกลับเข้ามาในห้องต้องตกใจเมื่อเห็นวรัชช์นั่งอยู่ข้างเตียงแพง เขาไม่หันมองแต่เอ่ยถามว่านานเท่าไหร่แล้วโฮป เพื่อนหน้าเจื่อน

“วันที่เกิดอุบัติเหตุโฮปนั่งมากับฉันค่ะ เธอโชคร้ายจริงๆ ขอโทษนะที่ไม่ได้บอกแต่แรก” วรัชช์โกรธลุกเดินไปเปิดผมดูต้นคอเพื่อน แล้วบอกว่าเธอไม่มีแผลเป็นจากอุบัติเหตุกองถ่าย และถามว่าทั้งสองเป็นอะไรกัน หรือที่ไปทำหน้าเหมือนเพื่อรอวันนี้ เพื่อนปวดใจพูดสวนออกไปว่า ตนจะทำร้ายแพงทำไม ในเมื่อเราเป็นฝาแฝดกัน วรัชช์ตกตะลึง

“ผมว่าแล้ว...ว่าทำไมพวกคุณถึงหน้าเหมือนกันนัก”

“แพงช่วยชีวิตไอเอาไว้ แล้วไอจะปล่อยให้งานแพง ชื่อเสียงแพงเสียหายได้ยังไง ไอทนไม่ได้หรอกไอถึงต้องเสียสละเป็นแพงอยู่แบบนี้ไง”

“เสียสละงั้นเหรอ...แล้วเรื่องที่เธอคบกับผู้ชายของน้องมันรวมอยู่ในความเสียสละด้วยงั้นสิ”

“ยูไม่เข้าใจ ไอกำลังปกป้องความรักของแพงกับพะลองอยู่ต่างหาก ถ้าไอไม่ทำแบบนี้ เกิดแพงฟื้นขึ้นมาแล้วพะลองไปมีคนใหม่ แพงก็ต้องเสียใจสิ ไอรู้ตัวเองดีน่า ถ้าวันไหนแพงฟื้นขึ้นมา ไอก็จะคืนของน้องกลับไป”

“น่าตลกดีนะที่คุณเปรียบเทียบทุกอย่างเป็นสิ่งของ แล้วผมล่ะ ผมเป็นของของใคร ของคุณหรือของน้องคุณ”

เพื่อนจะเข้าจับมือแต่เขาถอยหนีกลับออกไป เพื่อนคว้ามือถือเดินตาม แต่ไม่ทัน วรัชช์ขี่รถออกไปก่อน เพื่อนตามไปหาเขาที่โรงแรม จิตจีรังมาขวาง จิตจีรังขอให้แพงอย่าทำวรัชช์เจ็บอีก จะเลือกใครก็เลือกสักคน ไม่อย่างนั้นตนจะแฉเรื่องเธอกับนักข่าวโดยไม่หวั่นว่า

วรัชช์จะเสียชื่อไปด้วย เพราะเจ้าหญิงแห่งวงการอย่างแพงจะเสียชื่อมากกว่าถึงขั้นตกจากบัลลังก์...เพื่อนชะงักคิดถึงชื่อเสียงแพง ตัดสินใจขึ้นลิฟต์ไปหาวรัชช์

พอประจันหน้ากัน เพื่อนขอโทษวรัชช์ที่ปกปิด วรัชช์โกรธถามคิดจะปิดไปอีกนานแค่ไหน เพื่อนบอกตามตรงว่าจนกว่าแพงจะฟื้น วรัชช์ยิ่งโกรธเพราะถ้าไม่มีวันฟื้นจะทำอย่างไร

“เรื่องนั้นไอจะหาทางออกเอง และถ้ายูทำใจไม่ได้ที่ไอไม่ใช่แพง เราก็แค่จบเรื่องของเราลงซะ” เพื่อนเข้าใจไปอีกอย่าง

วรัชช์มองเพื่อนอย่างเจ็บปวด จับไหล่เธอตัดพ้อ “ก็แค่จบเนี่ยนะ คุณมองเรื่องของเราเป็นเรื่องง่ายๆแค่นี้จริงเหรอ” แววตาเพื่อนเจ็บปวดไม่แพ้กัน วรัชช์ดึงเธอมากอด “เลิกพูดเหมือนกับว่าคุณไม่แคร์สักทีเถอะ แล้วผมก็ไม่สนว่าคุณจะใช่แพงอาภรณ์หรือไม่ใช่ ผมรู้แค่ว่าผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าผมคนนี้คือตัวจริง...ผมจะไม่บอกใครเรื่องของคุณ แต่ผมขอสัญญาข้อหนึ่ง รับปากได้ไหม” วรัชช์กระซิบข้างหู

เพื่อนจะแย้ง วรัชช์สวนคิดหรือว่ากันลองจะไม่แคร์ว่าเธอเป็นใครเหมือนตน วรัชช์ให้กลับไปคิดดู เขาจะรอ เพื่อนรับปากจะจัดการทุกอย่างให้เด็ดขาด แต่ขอว่าจนกว่าจะถึงวันนั้นอย่าติดต่อกันอีก ตนไม่อยากให้อะไรมันยุ่งยากมากไปกว่านี้ วรัชช์โวยว่าไม่แฟร์กับเขา

“เราสองคนก็ไม่เคยแฟร์กับพะลองเหมือนกัน” เพื่อนสวนเสียงดัง

วรัชช์อึ้งก่อนจะอ่อนลง ยอมให้เวลาแค่อาทิตย์เดียว แล้วเปิดประตูให้เธอกลับไป

ooooooo

เพื่อนกลับบ้านนั่งเครียดอยู่ริมสระ ว้าวุ่นใจระหว่างความรักกับความรับผิดชอบ รื่นจิตเห็นลูกเครียดก็เข้ามานั่งข้างๆ เพื่อนร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้น รำพันว่าตนเป็นเด็กนิสัยไม่ดี

“หนูไม่ได้เป็นเด็กไม่ดีหรอก จิตใจของหนูน่ะอ่อนโยนกว่าใคร แม่รู้ว่าลึกๆแพงของแม่เป็นคนเข้มแข็งและเลือกที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องเสมอ แม่ชอบเขานะกันลอง...แม่ว่าเขาคงดูแลลูกแม่ได้ดี จริงอยู่ว่าความรักเป็นเรื่องของคนแค่สองคน แต่สุดท้ายคนรักกันมักจะทำร้ายกันด้วยเรื่องของบุคคลที่สามเสมอ แม่รู้ว่าหนูจะจัดการมันได้ อย่างที่แม่เคยบอก แค่หนูชัดเจนให้มากขึ้น...ในสายตาแม่ กันลองเขาจะไม่มีทางปล่อยให้ลูกแม่เสียใจ...”

เพื่อนฟังรื่นจิตด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจ พอเธอพูดทิ้งท้ายว่า...สุดท้ายถ้าไม่เลือกใคร ยังไงก็มีแม่ที่จะอยู่เคียงข้างลูกเสมอโดยไม่มีเงื่อนไข...เพื่อนปล่อยโฮออกมาทันที

กลางดึก เพื่อนเซลฟี่คุยกับตัวเอง “วรัชช์รักไอ แต่ตอนนี้ไอคือแพง พะลองรักแพง แล้วไอ รัก...ใคร...ถ้าเลือกได้ไอก็ไม่อยากปล่อยมือใคร แต่คนที่ไอไม่มีวันยอมสูญเสียก็คือ...แม่”

ทันใดเสียงเคาะประตูระเบียงดังขึ้น เพื่อนปิดไอแพดลุกมาเปิดม่านดู เห็นกันลองยืนยิ้ม เพื่อนยิ่งว้าวุ่นใจจำต้องให้เขาเข้ามาในห้อง กันลองถามไถ่อย่างห่วงใยว่าเหนื่อยไหม มีอะไรให้ช่วยบอกได้ เพื่อนอ้างว่ายังผวาเรื่องโจร เขาจึงขอให้เราอยู่ด้วยกันไวๆ เพื่อนชะงักหวั่นใจ

“พะลองพูดจริงๆนะ เราอย่ารออะไรกันอีกเลย พรุ่งนี้เราเอาแหวนไปแก้กันนะคะ”

เพื่อนลังเลคิดถึงวรัชช์ แต่ต้องตัดใจเพราะอยากจบเรื่องวุ่นวายนี้ ตัดสินใจตอบตกลงกับกันลองทั้งที่มีแต่ความกังวลใจ

รุ่งเช้ากันลองพาแพงมาร้านจิวเวลรี่ พนักงานซุบซิบกันใหญ่ กันลองชักหวั่นใจแต่เพื่อนกลับบอกว่าตนโอเค ตนเชื่อว่าแฟนคลับต้องยินดีกับความสุขของตน เหลือแต่ผู้ใหญ่ทางช่อง กันลองบอกจะเข้าไปบอกเอง เพื่อนชูแหวนถ่ายรูปโพสต์ลงไอจี

ไม่ทันไรข่าวแพร่ไปอย่างรวดเร็ว ทวิตตี้โทร.หาแพงทันที แล้วรู้ว่ามาพบผู้ใหญ่ที่ช่อง ในขณะที่กันลองขออนุญาตราณีกับญาณีหมั้นกับแพง ทั้งสองยินดีด้วยแต่ขออย่าทำอะไรให้เป็นข่าวไม่ดีออกมา ทั้งสองชื่นชมกันลองให้แพงฟังว่าเขาเป็นคนวิ่งเต้นไม่ให้แพงถูกถอดออกจากละครรักนี้มีตบที่ถ่ายจบไป เพื่อนยิ่งซาบซึ้งแทนแพง

ขณะเดียวกัน รื่นจิตนั่งทานข้าวกับมธุรส เห็นข่าวกันลองหมั้นแพงก็รู้สึกเป็นห่วงวรัชช์ มธุรสยินดีด้วยเพราะกันลองเป็นคนดีจริงๆ...ด้านวรัชช์พอเห็นข่าวก็รู้สึกโกรธและผิดหวัง จิตจีรังกับนนท์ช่วยกันปลอบใจ เขากลับโวยเล็กๆว่าเขาดูเป็นคนขี้แพ้หรืออย่างไร

“เรื่องของความรัก มันไม่มีแพ้มีชนะหรอกเว้ย” นนท์เตือนสติ แต่วรัชช์ไม่เห็นด้วย

“เกมนี้มีแต่คนที่ตายกับรอดตายเท่านั้นแหละไอ้นนท์”...

เย็นย่ำ กันลองจูงมือแพงมาส่งหน้าบ้าน ขอโทษเธอถ้าทำอะไรรวบรัดเกินไป เพื่อนส่ายหน้าพยายามยิ้มแย้ม กันลองอยากเข้าไปคุยกับรื่นจิตให้เป็นกิจจะลักษณะ แต่เธอยังไม่กลับ...เขาชวนแพงไปเที่ยวเชียงใหม่ในวันหยุดหน้า ไปที่เดิมอีกครั้ง เพื่อนรับคำ กันลองจูบหน้าผากเธอก่อนเดินกลับไป เพื่อนหันหลังจะเดินเข้าบ้าน ต้องตกใจเมื่อเจอวรัชช์ยืนอยู่

วรัชช์กระชากเพื่อนเข้ามาประชิด ต่อว่าทำไมทำแบบนี้ เมื่อเธอไม่รักษาสัญญา ตนก็ไม่ต้องรักษาเหมือนกัน เพื่อนห้ามเขาอย่าทำอย่างนั้น พลันกันลองเดินกลับมาเพราะเพื่อนลืมของไว้ในรถ พอเห็นวรัชช์ก็หน้าเครียด เพื่อนส่งสายตาวิงวอนวรัชช์ เขาจึงทำทีบอกกันลองว่าแวะเอาบทใหม่มาให้แพง แล้วย้ำอย่าลืมงานคู่วันพรุ่งนี้ กันลองมองวรัชช์ที่ดูเหมือนสีหน้าเยาะเย้ย

กันลองเดินเครียดเข้าบ้าน โดนชลลดาโวยเรื่องหมั้นแพงไม่บอกกล่าว เธอยังคาใจที่แพงจับปลาสองมือ บ่นว่าลูกไม่รู้จักรักศักดิ์ศรีตัวเอง การได้หมั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นผู้ชนะ กันลองก้มหน้านิ่งไม่เถียง...ต่างกับรื่นจิตที่ไม่ตำหนิแพงสักนิดแถมให้กำลังใจทุกอย่าง

ooooooo

วันต่อมากันลองพาเพื่อนมาสตูดิโอและนั่งรออยู่หลังมอนิเตอร์ วรัชช์เห็นหงุดหงิด พอเข้าฉากแกล้งพูดถากถางเพื่อน กล้ามากที่พามาด้วย เพื่อนไม่พอใจท่าทีเขาจึงปัดว่าเรื่องของตน วรัชช์แกล้งยื่นหน้ามาใกล้จนจมูกเฉียดแก้มเพื่อน กระซิบยั่วกันลอง

“หวังว่าเขาคงไม่แคร์กับเรื่องแบบนี้ เพราะว่ามันเป็นงานนะ”

“ยูมันปีศาจร้ายชัดๆ”

“ก่อนจะว่าผม ลองส่องกระจกดูตัวเองก่อนไหมว่าคุณเป็นใครกันแน่ นางฟ้าหรือปีศาจ”

เพื่อนโมโหคว้าแก้วน้ำในฉากสาดหน้าวรัชช์ ผู้กำกับตกใจสั่งคัต เพื่อนลุกหนี วรัชช์ดึงแขนไว้เตือนให้ควบคุมอารมณ์บ้าง อย่าเผยธาตุแท้ของตัวเองออกมา ตอนนี้เธอคือแพงอาภรณ์ กันลองอยากจะเข้าไปดึงแพงออกมา แต่ทีมงานวุ่นวายพาวรัชช์ไปเซตหน้าผมใหม่ วรัชช์แกล้งปรายตามองกันลองอย่างท้าทาย

ช่วงพัก กันลองชวนคุยเรื่องทริปเชียงใหม่ ว่าพรุ่งนี้เราไปสนามบินพร้อมกันดีไหม เพื่อนอึกอักไม่แน่ใจ วรัชช์กลับมาเห็นหมั่นไส้ เข้ามาเหน็บว่าเกิดเป็นแพงนี่ดีมีแต่คนแคร์ กันลองเริ่มโกรธถามเขายุ่งอะไรด้วย วรัชช์กวนทันที

“ก็ไม่ได้อยากจะยุ่งนักหรอก แค่เห็นคู่หมั้นคุณแล้วนึกถึงใครคนนึง...คนคนนั้นเขาก็หน้าตาเหมือนคุณนะแพง แต่ว่าเรียบร้อย อ่อนหวาน แล้วก็ไม่ขี้อิจฉาเหมือนใครบางคน”

กันลองโอบไหล่แพงเดินหนี วรัชช์ดักหน้า กันลองให้หลีกจะพาแพงไปนั่งพัก วรัชช์เยาะ ถามเธอบ้างไหมว่าอยากพักหรือเปล่า และว่าเขาชอบทำเป็นรู้ใจเธอ ทั้งที่อาจไม่รู้อะไรเลยด้วยซ้ำ เพื่อนทนไม่ไหวเอ็ดวรัชช์ให้เลิกพูดเพ้อเจ้อ เขาก็แค่คนที่ไม่มีใครแคร์ วรัชช์กรุ่น พอดีทีมงานตามไปถ่ายต่อ เพื่อนจับมือกันลองบอกให้รอแป๊บ กันลองหันมาพูดกับวรัชช์

“เลิกทำตัวเป็นเด็กเรียกร้องความสนใจสักที ก็เห็นๆกันอยู่ว่าแพงเขาแคร์ผม ไม่ใช่คุณ”

วรัชช์จ้องหน้า เพื่อนประชดจะให้ทีมงานรออีกนานแค่ไหน สองหนุ่มหน้าเครียดใส่กัน

ooooooo

เดือนประดับดาว

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด