ตอนที่ 9
ราณีกับญาณีเรียกวรัชช์เข้ามาที่สถานี ยื่นบทเดือนประดับดาวให้เขาไปอ่าน วรัชช์ยังน้อยใจแพงเรื่องเมื่อวานที่กันลองซื้อบ้านทำเรือนหอ จึงบอกปัดว่าคงเล่นไม่ได้เพราะจะไปเรียนต่อ สองผู้ใหญ่แปลกใจที่เขาจะทิ้งโอกาส จึงให้เขาเอาบทไปอ่านแล้วพรุ่งนี้ค่อยตัดสินใจ
เพื่อนแต่งตัวสวยสีหน้ายิ้มแย้มเข้ามาบอกรื่นจิตว่า ตนได้เล่นละครเดือนประดับดาว นิยายของพ่อแล้ว รื่นจิตดีใจด้วยและบอกอย่าลืมบอกพ่อด้วย เพื่อนกระอักกระอ่วนใจ แต่ก็เดินเข้ามาในห้องหนังสือ มองรูปแก้วขวัญด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก
“นานแล้วนะคะ ที่เราไม่ได้คุยกันเลย พ่อ...คงรู้อยู่แล้วว่าหนูไม่ใช่แพง แต่ทุกอย่างมันกำลังไปได้ดีมากๆ ถึงพ่อ...จะไม่โอเคกับการตัดสินใจของหนู แต่หนูอยากขอให้พ่อให้กำลังใจหนูด้วย เพราะหนูนี่แหละที่จะทำความฝันของแพงให้เป็นจริง หนูจะเป็นทั้งดาวละไมและเดือนละออเพื่อแพง...หนูไปก่อนนะคะ” เพื่อนหลุบตาก่อนจะมองใหม่ด้วยสายตาแข็งกร้าวขึ้น
เพื่อนมารอประชุมที่สถานี ทวิตตี้หงุดหงิดเมื่อรู้ว่าวรัชช์เล่นตัวจะไปเรียนต่อเลยกำหนดเปิดกล้องยังไม่ได้ สงสัยจะเล่นแผนขึ้นค่าตัว...พอเข้ามาในห้องประชุม วรัชช์นั่งรออยู่ก่อน นิวัตส่งบทละครให้เพื่อนและถามว่าต้องถามความสมัครใจก่อนไหม เพื่อนยิ้มให้ด้วยความเต็มใจ
แต่วรัชช์กลับบอกว่า “ผมว่า จะขอเอาบทไปอ่านดูก่อน พักหลังมานี้ผมเล่นละครคู่กับแพงคนเดียว เกิดวันนึงผมไม่อยู่ขึ้นมา คนดูจะไม่ติดภาพหรือครับ”
“พูดแบบนี้หมายความว่าจะไปเรียนต่ออย่างที่เคยบอกไว้เมื่อปีก่อนเหรอ คิดดีๆนะช่วงเวลาทองของเรามันจะอยู่ได้อีกกี่ปี แต่อาก็ไม่อยากไปก้าวก่ายเรื่องการศึกษาเพราะมันเป็นอนาคตของเราเอง”
เพื่อนแอบเตะขาวรัชช์ใต้โต๊ะ แต่เขาไม่สนใจกลับตอบนิวัตว่าจะให้คำตอบภายในเดือนหน้า นิวัตไม่ซีเรียสเพราะช่วงท้ายบทยังปรับอยู่ หันมาบอกแพงว่า เรื่องนี้ท้าทายมากสำหรับเธอ ควรไปเรียนการแสดงเพิ่มกับครูอิ๋ว เพื่อนไม่ทันฟังมัวแต่คิดเรื่องวรัชช์ จนทวิตตี้จิกต้นขาจึงรีบรับคำ พอเห็นวรัชช์ลุกเดินไปทางห้องน้ำ เพื่อนรีบตามไป
วรัชช์ออกจากห้องน้ำเจอเพื่อนดักรอถามเรื่องที่เขาจะไปเรียนต่อทำไมไม่เคยบอก วรัชช์ได้ทีกวนกลับว่ามันไม่สำคัญอะไรกับเธอ แล้วมองอย่างท้าทายพร้อมย่างสามขุมเข้าใกล้ เพื่อนถอยอย่างระวังตัวจนชิดกำแพง เขาต่อรอง
“ที่จริงผมอาจจะเปลี่ยนใจไม่ไปเรียนต่อ มันขึ้นอยู่กับว่า...คุณจะหยุดที่ผมแค่คนเดียวได้รึเปล่า”
“ถ้าคิดว่าต้องฝืนทนกับสิ่งที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็บอกมาตามตรง ฉันแฟร์ให้คุณเลือกทางเดินของตัวเองมาตั้งแต่แรกแล้วนะคะ หรือไม่จริง” เพื่อนมองกลับอย่างฟาดฟัน ก่อนจะดันไหล่เขาให้หลีกทางแล้วเดินไป วรัชช์กำมือทุบกำแพงอย่างอัดอั้นที่ไม่ได้ดังใจ
ทวิตตี้รอแพงอยู่ที่ร้านกาแฟในอาคารสถานี เพื่อนเดินมาหยุดโทรศัพท์ติดต่อหาบ้านเช่าใหม่ เพื่อให้ห่างไกลกับบ้านที่กันลองไปซื้อไว้
ooooooo
เมื่อกันลองบอกชลลดาเรื่องจะหมั้นกับแพง เธอไม่พอใจประกาศไม่ให้แหวนประจำตระกูลไปหมั้นแพงอาภรณ์ กันลองเข้าใจว่าแม่โกรธกับรื่นจิตถึงพาลไม่ชอบแพงไปด้วย มองข้ามความสุขของลูกทั้งๆที่รู้ว่าลูกรักแพงมานานเป็นสิบปี ชลลดาเชิดหน้า
“ถ้าแกคิดว่าฉันเอาประเด็นนั่นมาเป็นเรื่องใหญ่ ก็ดูถูกฉันมากเกินไปแล้ว...รักมั่นเป็นสิบปี พูดอย่างกับพระเอกนิยาย หัดมองดูความจริงบ้างนะ เวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยนน่ะ เคยได้ยินบ้างไหม” ชลลดาโยนหนังสือกอสซิปให้ดูภาพข่าวแพงกับวรัชช์
กันลองบอกมันเป็นแค่ข่าวโปรโมต แต่ชลลดาสวน ถ้าไม่มีมูล นักข่าวจะเอามาเล่นซ้ำๆเป็นร้อยรอบหรือ นักสืบพันทิปยังขยายผลกันเกรียวกราว ไม่เคยส่องดูบ้างหรือ ตนไม่เห็นด้วยกับการหมั้นนี้ กันลองนิ่งอึ้ง กลับออกไปด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์...ชลลดาโทร.ถามโรยบุญถึงไหนแล้ว แล้วเธอก็ตะเบ็งเสียงว่า ฉันถามว่าถึงไหน ไม่ได้อยากกินสายไหม!
ด้วยความที่คุยกันไม่รู้เรื่องเสียที ชลลดาจึงพาโรยบุญไปให้หมอติดเครื่องช่วยฟัง ทำให้สื่อสารเข้าใจกันได้บ้าง แต่ก็ยังมีที่โรยบุญพูดกันคนละเรื่อง ทำให้ชลลดาชักสงสัยว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่การได้ยิน แต่อยู่ที่สมองของโรยบุญมากกว่า
บ่ายวันนั้น เพื่อนเดินซื้อของในซุปเปอร์มาร์เกต จู่ๆมีมือหยิบของใส่มาในรถเข็นเธอ เพื่อนสะดุ้งหันมองเป็นวรัชช์ เขาถามวันนี้จะทำอะไรให้เขาทาน เพื่อนสะบัดหน้าจะเดินหนีแต่เขาตามดักหน้าดักหลัง พยายามขอโทษแล้วย้ำหนักแน่น
“ฟังนะแพง ไม่ว่าจะคิดอีกสักกี่รอบ ทางที่ผมเลือกก็มีคุณเดินอยู่ด้วยทุกที มีผม...มีคุณ ฟังดูดีเนอะ ว่าไหม” วรัชช์ทำตาปริบๆเว้าวอน
เพื่อนหลุดขำออกมา วรัชช์ดีใจรีบเลือกของที่จะเอากลับไปทำอาหารที่ห้องพักเขาในโรงแรม เพื่อนรู้สึกสนุกและสบายใจเมื่อได้ทำอะไรเป็นตัวของตัวเองร่วมกับวรัชช์
วันต่อมา เพื่อนมาทำอาหารกับกันลองที่บ้านใหม่ เพื่อนรู้สึกเป็นสุขอบอุ่น แต่ความรู้สึกต่างจากเวลาอยู่กับวรัชช์ กันลองแปลกใจที่แพงทำอาหารเป็นและอร่อย ทั้งที่ก่อนหน้านี้ โรยบุญพยายามสอนก็ไม่สำเร็จ แถมครัวแทบพัง...เพื่อนยิ้มหวานประจบว่าที่ทำทั้งหมดก็เพื่อเขา
“แล้วเรื่องที่แพงฝันจะเป็นนักเขียนแบบคุณพ่อล่ะคะ ยังอยากเป็นอยู่รึเปล่า”
เพื่อนหุบยิ้มอึกอัก “แพงก็...ยังชอบเขียนอยู่ค่ะ”
กันลองแย็บถาม คิดจะออกจากวงการมาเป็นนักเขียนและเป็นแม่บ้านให้เขาบ้างไหม เพื่อนก้มหน้าตอบ ตนไม่คิดจะทำเป็นอาชีพ เพราะการเป็นนักแสดงน่าจะเวิร์กกว่า กันลองมองเธออย่างครุ่นคิด...ระหว่างนั่งรถกลับ เพื่อนมีท่าทีระแวงเมื่อผ่านหน้าบ้านเช่าเพราะเห็นฤดีกำลังทิ้งขยะที่หน้าบ้าน พลันเอเย่นต์หาบ้าน โทร.เข้ามา เพื่อนรีบตัดสายทิ้ง หันมาเห็นกันลองมองก็บอกว่าเจ๊โทร.มาคงจะคุยเรื่องคิวแต่สายหลุดไปก่อนสงสัยแบตหมด กันลองพยักหน้านิดๆ
กันลองรู้สึกถึงความเปลี่ยนไปของแพง กังวลว่าเธอจะมีใจให้พระเอกหนุ่ม พอกลับมาบ้านจึงเปิดกระทู้พันทิปอ่าน เห็นภาพทั้งสองเดินซื้อของซุปเปอร์มาร์เกต มีคนเทียบให้ดูรองเท้าผ้าใบที่คอลเลกชั่นเดียวกัน และนาฬิกาที่เหมือนกันของแพงกับวรัชช์...กันลองครุ่นคิดสักพัก ตัดสินใจมาร้านจิวเวลรี่ เลือกซื้อแหวนเพชรและให้ร้านทำวงให้เล็กลง
ooooooo
ค่ำวันนั้นเป็นวันเกิดวรัชช์ เพื่อน จิตจีรังและนนท์ปิดผับทำเซอร์ไพรส์เลี้ยงฉลอง โดยเพื่อนทำเค้กมาอวยพร วรัชช์เขินรีบเป่าเค้กและจะตัดกิน เพื่อนแกล้งเอาครีมป้ายหน้าจิตจีรัง เธอจะทำคืนแต่เพื่อนหลบจึงป้ายโดนวรัชช์ เกิดความชุลมุนสนุกสนาน
วรัชช์ฉวยโอกาสดึงมือเพื่อนมากินครีมที่มือเธอ ทั้งสองสบตากัน วรัชช์โน้มหน้าจะจูบโดยที่เพื่อนไม่หลบ พลันเสียงโทรศัพท์ดังขัดจังหวะ เพื่อนรีบรับสายเดินเลี่ยงออกมาคุย...
เพื่อนกลับมาบอกวรัชช์ว่ากันลองมารับ เขาไม่พอใจแต่ทำทียิ้มแย้ม เพื่อนคว้ากระเป๋าเดินออก วรัชช์ตัดบทจบงานเช็กบิล แล้วกดโทร.นัดกิ๊กออกมาเจอ แกล้งพูดดังๆให้แพงได้ยิน
เพื่อนนั่งเงียบมาในรถกันลอง เขาเห็นเธอเครียดจึงชวนดูหนังสยองขวัญที่เธอชอบ...ระหว่างดูหนัง กันลองลอบมองเห็นแพงนั่งนิ่งไม่สะดุ้งตกใจไปกับหนัง ในขณะที่เพื่อนนึกถึงวันก่อนได้มาดูหนังเรื่องนี้กับวรัชช์ เธอตกใจเกาะแขนเขาหลายครั้ง...พอดูหนังจบ กันลองถามแพงว่าหนังไม่สนุกหรือ เธอทำยิ้มแย้มบอกว่าสนุกแต่เดาทางได้ ชายหนุ่มบ่นคนเป็นนักแสดงหลอกยาก แถมเป็นขาประจำหนังแนวนี้ด้วย
และแล้ววรัชช์ก็ไม่ได้ออกไปไหน กลับห้องพัก แต่นอนไม่หลับ จึงโทร.หาเชอร์รี่กิ๊กเก่า ปรากฏว่าวันนี้เป็นวันแต่งงานของเธอ เขาจึงรีบวางสายเพราะดูท่าเชอร์รี่ยังตัดใจจากเขาไม่ได้...สุดท้ายก็มาหาป้าที่บ้าน มธุรสเตรียมเค้กไว้ให้หลานรักทุกปี เพิ่งมีปีนี้ที่เขากลับมากิน วรัชช์ซึ้งใจทิ้งตัวลงนอนหนุนตักป้า แต่โดนเธอผลักไสเพราะไม่ใช่ทางของสาวแมนๆอย่างมธุรส
รุ่งเช้าวรัชช์ช่วยมธุรสล้างรถ และคุยกันเรื่องแม่ วรัชช์เริ่มเข้าใจความรู้สึกของแม่ ที่ทนอยู่กับพ่อทั้งที่มีคนอื่นมาชอบพอแต่ไม่เลือก มธุรสดักคอว่าแอบไปเป็นผัวน้อยใคร เขาโวย
“ผัวน้งผัวน้อยอะไรกันป้า ศัพท์โบราณเชียว สมัยนี้เขาเรียกว่ากิ๊กต่างหาก”
“มันก็เหมือนกันล่ะวะ ดีนะที่แกเกิดเป็นผู้ชาย ถ้าเป็นผู้หญิงฉันปวดหัวตายกันพอดี”
วรัชช์ว่าจะหญิงหรือชายก็เจ็บเท่ากัน มธุรสเหล่ สรุปว่าที่เขาลือกันว่าเป็นกิ๊กนางเอกที่เล่นละครด้วยกันก็จริง ถ้าพ่อเขารู้ มีหวังมาเข้าฝันด่าเละแน่ ที่ทำให้ลูกเสือมันเสียชื่อ วรัชช์เจ็บจี๊ด โยนฟองน้ำใส่ถังแล้วบอกว่ามีงานต้องไป มธุรสบ่นไล่หลังว่าขี้ใจน้อยเหมือนพ่อไม่มีผิด
เช้าวันนั้น เพื่อนมาเข้าคลาสเรียนกับครูอิ๋วพร้อมจิตจีรัง แต่ครูอิ๋วกลับบอกว่าต้องเลื่อนคลาสออกไป เพราะวรัชช์ถอนตัว ต้องแคสพระเอกใหม่ เพื่อนตกใจมุ่งหน้าไปหาวรัชช์ที่ห้องโรงแรมทันที พอเจอหน้าเขาก็ถามทำไมต้องถอนตัว เขากวนกลับว่าทำไมต้องเล่น
“ก็มันทำมาจากนิยายที่พ่อแก้วขวัญเขียนไงล่ะ”
“อ้าว พ่อคุณ คุณก็แสดงต่อไปสิ เกี่ยวอะไรกับผม”
“เกี่ยวสิ! ก็เราจะได้...เจอกันบ่อยๆไง”
“เจอกันในกอง แล้วเลิกกองคุณก็ไปลั้ลลากับคนของคุณน่ะเหรอ...คุณกลับไปเถอะ ผมไม่ใช่ตัวเลือกของใคร” วรัชช์ปิดประตูใส่หน้า เพื่อนพยายามเคาะเรียก จิตจีรังมาแตะไหล่
เพื่อนตามจิตจีรังมานั่งคุยกับนนท์ด้วย จิตจีรังต่อว่าแพงทำร้ายจิตใจวรัชช์ ทั้งที่ทั้งสองถึงขั้นจูบกันแล้ว เพื่อนนิ่งไม่ตอบทำให้จิตจีรังโมโหว่าแพงเห็นแก่ตัว เพื่อนสุดทนเถียงว่า
“แล้วถ้าเป็นเธอล่ะจี เธอจะทำยังไง ถ้ามีคนสองคนเข้ามา แล้วเขาก็ดีกับเธอทั้งคู่”
“เธอนี่มันโลเลเหมือนนางวันทองที่เคยถามฉันไม่มีผิด คนแรกก็ตัดไม่ขาด คนที่สองก็ไม่ปล่อยเขาไป แล้วรู้ไหมว่าจุดจบของนางวันทองคืออะไร...โดนประหารชีวิตยังไงล่ะ เธอทำให้นุกนิกต้องเสียใจ เธอมัน ...เธอมัน...” จิตจีรังของขึ้นชี้หน้าแพง นนท์ต้องดึงเธอออกไป เพื่อนเครียด กลับเข้าบ้าน นายหน้าหาบ้านเช่าโทร.มาเซ้าซี้ให้ตกลงเลือกบ้าน เพื่อนยิ่งหงุดหงิดปฏิเสธเสียงดัง รื่นจิตเดินมามอง
เพื่อนเลี่ยงขึ้นห้องแล้วกลัวรื่นจิตสงสัย จึงกลับลงมาพร้อมสมุดไดอารี่ รื่นจิตทักว่ากลับมาเขียนไดอารี่แล้วหรือ เธอฝืนยิ้มว่าที่ผ่านมาเอาเวลามาคุยกับแม่แทนไม่ดีกว่าหรือ รื่นจิตปลื้มใจบอกให้ทำอย่างที่สบายใจ วันไหนอยากคุยกับแม่ แม่ก็พร้อมฟังเสมอ เพื่อนวางสมุดเข้ากอดแม่บอกตนชอบคุยกับแม่มากกว่า รื่นจิตลูบหัวอย่างเอ็นดู
กันลองนั่งมองแหวนในมือ ตามองไปยังห้องแพงที่เปิดไฟอยู่...เพื่อนเดินลงมากินน้ำ ได้ยินเสียงก็อกแก็ก ก็คิดว่ากันลองมา แต่พอเดินมาดูเป็นรื่นจิตลงมาหยิบเอกสารแล้วกลับขึ้นไป พอเพื่อนจะกลับขึ้นข้างบนก็ได้ยินเสียงอีก จึงเดินไปเปิดประตูกระจกกะจะแกล้งเซอร์ไพรส์กันลอง ทันใดมีโจรบุกเข้ามา เพื่อนร้องกรี๊ดแล้วต้องชะงักเมื่อโดนปืนจี้คอ
รื่นจิตได้ยินเสียงกลับลงมาช่วย กลับโดนผลักล้ม เพื่อนจะเข้าไปดูแม่ แต่โดนปืนจ่อ ทันใดกันลองย่องมาช่วย สู้กับโจรจนบาดเจ็บ ชลลดาโผล่มาพร้อมปืนตะโกนลั่น
“บังอาจมาทำลูกฉันเหรอ”
โจรตกใจก้มหน้ายอมจำนน เพราะปืนมันเป็นปืนปลอม เพื่อนเข้าพยุงกันลอง รื่นจิตยิ้มขอบคุณชลลดา แล้วรีบโทร.แจ้งตำรวจ เพื่อนตามไปทำแผลให้กันลองที่บ้าน และดูแลจนเขาหลับ ก็โทร.ลางานกับทวิตตี้ เจ๊ตกใจรีบโพสต์บอกแฟนคลับว่าแคนเซิลงานพรุ่งนี้ เพราะขโมยขึ้นบ้าน ไม่ทันไรแฟนคลับถามเข้ามามากมายอย่างห่วงใย
เพื่อนห่มผ้าให้กันลองก่อนจะกลับออกไป เธอลูบแก้มเขาพึมพำเศร้าๆ “ในโลกนี้คงไม่มีใครจะปกป้องแพงได้ดีไปกว่าพะลองแล้ว น่าดีใจแทนแพงจังเลยนะคะ”
ooooooo










