ตอนที่ 5
เย็นวันที่แพงต้องมาอยู่โรงแรมแทนเพื่อน
กันลองส่งข้อความมาถามว่าโกรธอะไรอีก ทำไมไม่คุยกับเขา แพงถอนใจรู้ว่าเพื่อนคงเลี่ยงหนีกันลอง...แพงนั่งเขียนไดอารี่ริมสระน้ำ
วรัชช์เดินเข้ามาทักว่าชอบเขียนเหมือนแพง แล้วยื่นถุงขนมให้แพงไม่รับ เขาท้วงปกติโฮปชอบกินขนม แพงชะงักรีบหยิบขนมมากินอย่างพะอืดพะอม เขาคะยั้น คะยอให้กินอีก เธอจึงเสียงเขียวใส่ว่าไม่เอาแล้ว และหยิบมะขามของตัวเองมากิน วรัชช์ทัก
“นี่จะเลียนแบบแพงทุกอย่างเลยหรือ”
แพงชะงักเก็บมะขามลงกระเป๋าแล้วลุกเดินหนี วรัชช์หงุดหงิดหาว่าขนาดยังไม่ได้จีบยังเล่นตัว ต่อให้หน้าเหมือนแพงขนาดไหนตนก็ไม่เอา แพงได้ยินกลับมาคว้าถุงขนมแล้วสะบัดหน้าเดินไป
ด้านเพื่อนออกกำลังกับรื่นจิตอย่างสนุกสนาน พอรื่นจิตถามว่าอยากได้อะไรแม่จะไปสิงคโปร์ เพื่อนเผลอตอบว่าจะถามให้ แม่งง เพื่อนแก้ตัวว่าจะเข้าไปดูในเน็ตว่ามีอะไรน่าซื้อ...ใจเข้ามารายงานแพงว่ามีคนมาขอพบ เพื่อนหวั่นใจว่าใคร ปรากฏเป็นกันลองเอาอาหารทะเลมาฝากรื่นจิต เธอจึงชวนทานข้าวเย็นด้วยกัน เพื่อนตาโตดีใจแทนแพง
เพื่อนก้มหน้าก้มตากินไม่คุยอะไรกับกันลอง เขาแปลกใจที่เดี๋ยวนี้แพงกินเผ็ดไม่ได้เหมือนก่อน แล้วพูดถึงเรื่องวัยเด็กว่าแพงอยากเป็นกระเป๋ารถเมล์ ไม่คิดว่าตนกลับมาจากเรียนต่างประเทศเธอจะกลายเป็นดาราดังไปได้ เพื่อนแอบขำอ้างว่าตนจำอะไรไม่ได้เลย กันลองว่าปกติความจำเธอดี หรือแบ่งไปจำบทจนหมด รื่นจิตก็แปลกใจกับท่าทีของลูกช่วงนี้
วรัชช์ยังเครียดเรื่องโฮปทำตัวเหมือนแพงมากเกินไป จึงมาบ่นกับนนท์ว่าแฟนคลับแพงคนนี้แปลก บางทีก็สนุกสนาน บางทีก็อารมณ์เสียดื้อๆ นนท์สงสัยว่าจะเป็นไบโพลาร์ พวกสองอารมณ์ในคนเดียวกัน เป็นโรคอันตราย บางรายถึงขั้นฆ่าตัวตายได้
วรัชช์เป็นห่วงมาเคาะประตูห้องแพงเพราะเข้าใจว่าเป็นโฮปหรือเพื่อน แพงจำต้องเปิดประตูถามว่ามีอะไร เขาโพล่งขึ้นว่าเธออาการหนักต้องไปให้หมอรักษา เธออาจเป็นไบโพลาร์ แพงไม่พอใจปิดประตูใส่หน้าโครม หันมากดโทรศัพท์หาเพื่อน พอไม่รับก็ส่งข้อความไปว่า... วรัชช์น่าเบื่อที่สุดในโลก...ทันใดมิ้งค์โทร.สวนเข้ามา
“น้องแพง โทษที โทร.มาดึก พอดีเพิ่งประชุมเสร็จ คืองี้ค่ะ ผู้ใหญ่อยากให้เราทำเทปเพื่อออกช่วงเทศกาลกินเจหนึ่งเทป พรุ่งนี้เราต้องเปลี่ยนเป็นเมนูเจ ไม่อย่างนั้นไม่ทันออกอากาศแน่”
แพงหน้าเสียจะเปลี่ยนเมนูทันได้อย่างไร เวลาแค่คืนเดียว มิ้งค์จะเลื่อนคิวไปอีกวัน แพงรีบบอกว่าไม่ได้เพราะมีงาน มิ้งค์จึงขอให้คิดเมนูแล้วแจ้งกลับ จะได้ซื้อของเตรียมให้ทัน...แพงตัดสินใจคว้าเป้เพื่อนออกจากห้องกลับบ้านทั้งที่ค่ำแล้ว
เพื่อนออกมาส่งกันลองหน้าบ้านพอดี กันลองปลื้มปริ่มที่รื่นจิตเปิดใจให้ตนเข้าบ้าน เขาทำท่าอ้อนนิดๆ เพื่อนอึกอักถอยห่างอ้างขอเวลาสักหน่อยแล้วทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม...เพื่อนส่งกันลองแล้วหันกลับมาเจอแพงยืนกอดอกอยู่ก็ตกใจ แพงต่อว่าเพื่อนทำผิดกฎ เพื่อนรีบแก้ตัวว่ารื่นจิตเป็นคนชวนกันลองมาทานข้าวเย็น ตนไม่รู้จะเลี่ยงอย่างไร แพงทึ่งแต่ปัดไป
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน พี่มิ้งค์โทร.มาบอกว่าพรุ่งนี้ต้องเปลี่ยนเมนูถ่ายรายการเป็นเมนูเจ”
เพื่อนไม่รู้จักอาหารเจ แพงต้องอธิบายแล้วคว้ามือเพื่อนเข้าบ้านก่อนใครจะมาเห็น โชคดีที่รื่นจิตเข้านอนแล้วเพราะพรุ่งนี้จะบินไปสิงคโปร์ เพื่อนชวนแพงนอนบ้านเพื่อช่วยคิดเมนูและสคริปต์คำถาม...เพื่อนเสิร์ชเน็ตดูว่าอาหารเจมีอะไรบ้าง แล้วพลิกแพลงให้ดูเก๋ไก๋กว่าเก่า พร้อมคำนวณแคลอรีอย่างคล่องแคล่ว แพงทึ่งกับความสามารถด้านนี้ของเพื่อน
เพื่อนพยายามพิมพ์เครื่องปรุงและวิธีทำเป็นภาษาไทยอย่างยากลำบาก แพงช่วยคิดคำถามไว้สัมภาษณ์ทางบ้านจนผล็อยหลับ เพื่อนทนทำต่อจนตีสี่ถึงไปนอนหลับข้างแพง
เช้ามืด แพงตื่นขึ้นมาเห็นเพื่อนนอนขดตัวข้างๆ ก็ดึงผ้าห่มห่มให้ ทันใดรื่นจิตเปิดประตูเข้ามา แพงรีบทำทีหลับกอดเพื่อนในผ้าห่มเป็นหมอนข้าง รื่นจิตเข้ามาหอมหน้าผาก ลูบแก้มอย่างรักใคร่ก่อนจะกลับออกไป แพงรู้สึกอบอุ่นมีความสุข เพื่อนเริ่มขยุกขยิกและไอโครกๆ
“เกือบไปแล้วไหมล่ะ...เพื่อน! ทำไมตัวร้อนอย่างนี้ล่ะ!” แพงเปิดผ้าเห็นเพื่อนเหงื่อแตก
เพื่อนปรือตาขึ้นบอกแพงว่ายังทำไม่เสร็จ พิมพ์ภาษาไทยไม่คล่อง เหลือเครื่องเคียงอีกนิดหน่อย แพงมองนาฬิกาแล้วเร่งให้รีบแต่งตัวก่อน
ooooooo
ระหว่างนั่งรถ ทวิตตี้เห็นเพื่อนที่เข้าใจว่าเป็นแพง หน้าซีดนั่งพิมพ์งานยิกๆ เอามือแตะแขนแล้วต้องตกใจที่ตัวร้อนฉ่า จึงถามว่าถ้าไม่ไหวให้บอก เพื่อนไม่อยากเสียโอกาสบอกทำไหว
ช่วงถ่ายทำ แม้เพื่อนจะป่วยแต่ก็ลงมือทำอาหารอย่างมืออาชีพ พอช่วงสอนแขกรับเชิญ เริ่มอ่อนแรงเป็นลมล้มลง ทีมงานพากันตกใจ ทวิตตี้ไม่อยู่พาเด็กในสังกัดไปออกงานอีเวนต์...มิ้งค์พาเพื่อนมาพักในห้องแต่งตัว เพื่อนรู้สึกตัวขึ้นมานั่งดื่มน้ำ มิ้งค์ออกไปเตรียมงาน
แพงเป็นห่วงเพื่อนจึงปลอมตัวตามมา พอเห็นเพื่อนป่วยก็แอบเข้ามาในห้องแต่งตัวและล็อกประตู มิ้งค์เคาะเรียก แพงร้องบอกว่ากำลังเช็ดตัวให้ไข้ลด มิ้งค์จึงให้เวลาอีกครึ่งชั่วโมงจะถ่ายทำต่อ แพงรีบเปลี่ยนเสื้อผ้ากับเพื่อนเพื่อไม่ให้เสียงาน
เพื่อนสวมหมวกพรางหน้ายืนดูแพงทำอาหารและอธิบายวิธีทำ ท่าทางแพงดูดีสคริปต์คล่องแต่หน้าตาอาหารที่กำลังทำเละมาก เพื่อนทนไม่ได้ร้องสั่งคัตออกไป ผู้กำกับหงุดหงิดใครมาสั่งแทน แพงเห็นเป็นเพื่อนก็ตกใจรีบขอโทษและแก้ตัวไปว่า เป็นคนที่เจ๊ทวิตตี้ให้มาดูแลตน ผู้กำกับถามมีอะไรผิดพลาด แพงก็พูดส่วนผสมเป๊ะ เพื่อนขยับหมวกปิดหน้าอธิบายเสียงเข้ม
“แต่คนทำอาหารเป็นเขาดูรู้กันหมดแหละว่าเห็ดนี่มันไม่สุก และมันโคตรจะไม่น่ากิน รายการอาหารนะไม่ใช่รายการบิวตี้ทิปส์ จะมองแต่หน้าสวยๆของพิธีกรได้อย่างไร...”
แพงโกรธจัดแทรกขอเบรกห้านาที แล้วดึงเพื่อนออกไป...เข้ามาในห้องแต่งตัว แพงโวยเพื่อนจะอะไรนักหนา แค่เทปสองเทปเน้นบทพูดแล้วค่อยจ้างเชฟมาถ่ายอินเสิร์ทตอนทำทีหลัง เพื่อนแย้งว่าถ้าเป็นงานละคร แพงจะทนเห็นตัวเองเล่นง่อยๆเข้าฉากได้หรือ แพงนิ่งอึ้ง
“Cooking for Hope สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้หญิงยุคใหม่กล้าทำอาหารง่ายๆด้วยตัวเอง ถ้าเราทำผิดสูตรแล้วเขาเอาไปทำตาม อาหารออกมาไม่ดีมีคนว่า เขาก็จะขาดความมั่นใจยิ่งกว่าเดิม ไอทำอะไรที่ไม่จริงใจแบบนั้นไม่ได้หรอก”
“เพื่อนลืมไปรึเปล่าว่านี่คือรายการของแพงอาภรณ์ ไม่ใช่โฮป วิลเลี่ยม ถ้ารับไม่ได้ก็เป็นอันจบข้อตกลง แต่ถ้ารับได้ก็คิดซะว่าเป็นแอ็กติ้งที่ไม่สมจริง ทีเพื่อนเล่นละครด้วยแอ็กติ้งแย่ๆ ซีนสองซีนเรายังไม่เคยว่าเลย” แพงโต้กลับ
เพื่อนเถียงว่าที่มีรายการนี้ได้เพราะฝีมือตน ก่อนหน้านี้ไม่มีใครให้โอกาสแพงเลยไม่ใช่หรือ แพงโกรธตอกกลับว่าเชฟเก่งกว่าเพื่อนมีถมเถไป แต่ที่เขาเลือกเพื่อนเพราะชื่อแพงอาภรณ์ เข้าใจไว้ด้วย เพื่อนทั้งโกรธทั้งอ่อนเพลียจากไข้ มีอาการหอบ แพงตกใจเข้าประคองไปนั่ง และย้ำว่าตนจะทำให้ดีที่สุด ไม่มีวันเอาชื่อเสียงมาทำลายด้วยรายการที่ไม่ได้อยากทำแบบนี้
เพื่อนเถียงไม่ออก แพงเดินออกจากห้องมาบอกมิ้งค์ว่าตนป่วย ทำอาหารไม่ไหวแต่มีทางแก้ ขอเปลี่ยนตัวแขกรับเชิญ รับรองไม่ทำให้ผิดหวังไม่นานกันลองขับรถมาที่สตูดิโอ พาโรยบุญมาเป็นแขกรับเชิญให้แพง
โรยบุญยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ด้วยความตื่นเต้น และพูดคุยคนละเรื่องกับที่แพงถามด้วยความที่หูตึง สร้างความตลกโปกฮาให้ผู้กำกับและทีมงาน ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี อาหารที่โรยบุญทำสวยงามตามแบบฉบับชาววัง กันลองยืนมองปลื้มปริ่มที่ช่วยเหลือแพงได้ ต่างจากเพื่อนซึ่งยืนอยู่ข้างหลังกันลอง ทั้งเศร้าและเสียใจหันหลังกลับเดินออกไปเงียบๆ กันลองหันมอง แปลกใจที่เห็นคนคล้ายแพง
เพื่อนกลับมาที่โรงแรม โทร.หามัมด้วยอยากมีคนปลอบใจ แต่ไม่อยากเล่าอะไรได้แต่บอกว่า กำลังตัดสินใจว่าจะเรียนต่อที่นี่ดีหรือไม่ มัมเน้นย้ำ ถ้าไม่โอเคให้กลับบ้าน ทุกคนคิดถึง เพื่อนน้ำตาปริ่มทำทีว่าต้องทำงานต่อแล้ววางสายไป สุดท้ายเพื่อนตัดสินใจโทร.จองตั๋วเครื่องบินกลับออสเตรเลีย ก่อนไปได้ใช้แล็ปท็อปของแพงอัดวีดิโอตัวเองไว้
“อาจจะดีกว่านี้นะ ถ้าไอไม่เคยรู้ว่ามีใครอีกคนบนโลกที่หน้าเหมือนไอทุกอย่าง แต่เขากลับโชคดีกว่าไอทุกอย่าง และมีทุกอย่างที่ไออยากมี...” น้ำตาเพื่อนรินไหล
ด้านแพงถ่ายรายการเสร็จกลับมาที่ห้องแต่งตัว ไม่เห็นเพื่อนก็ใจหาย กันลองมาชวนไปเลี้ยงขอบคุณโรยบุญ แพงฝืนพยักหน้ารับ มิ้งค์มาตามไปให้นักข่าวสัมภาษณ์ แพงขอเติมหน้าตาสักครู่ พอทั้งมิ้งค์และกันลองออกไป แพงก็โทร.หาเพื่อนด้วยความร้อนใจ
เพื่อนเห็นว่าแพงโทร.มาแต่ไม่รับ ลากกระเป๋าเดินทางผ่านหน้าวรัชช์ที่ยืนคุยกับแขกไปส่งคีย์การ์ดให้นนท์ เขาอวยพรให้เธอเดินทางปลอดภัย และบอกว่าให้กลับมาอีก เธอเป็นลูกค้าวีไอพีของที่นี่ เพื่อนขอบคุณ พอจะลากกระเป๋าเดิน วรัชช์เข้ามาขวางหน้า เรียกเธอว่ายัยหมีขาว ถามจะกลับมาอีกไหม เธอส่ายหน้าแทนคำตอบ วรัชช์ขอเบอร์โทร. เธอส่ายหน้าอีก เขาจึงดึงมือถือเธอไปกดเบอร์ตัวเองและเซฟไว้เสร็จสรรพ แล้วต้องนิ่วหน้าเมื่อเห็นมิสคอลจากแพง
“มิสคอลเยอะๆ นี่ใช่แพงอาภรณ์รึเปล่า” เห็นเพื่อนนิ่งน้ำตาปริ่มจึงรวบตัวมากอดปลอบ “อย่าไปทั้งๆที่มีเรื่องคาใจอยู่เลยนะ” เพื่อนปล่อยโฮออกมาบอกที่นี่ไม่ใช่ที่ของตน “ก็แล้วแต่คุณละกัน งั้นให้ผมไปส่งที่สนามบินนะ” ว่าแล้วก็ลากกระเป๋าไปหน้าตาเฉย เพื่อนจึงต้องเดินตาม...
โรยบุญเดินลูบท้องอิ่มแปล้เข้าบ้าน กันลองกับแพงเดินเล่นในสวนบ้าน กันลองชื่นชมว่ามีแต่คนชมว่าแพงเก่ง ขนาดทำอาหารไม่ค่อยได้เรื่อง แพงยิ้ม
“เป็นพิธีกรมันก็สนุกไปอีกแบบนะคะ เหมือนได้ค้นพบตัวเองอีกมุมนึงเลย”
กันลองจ้องหน้าจนแพงเขิน “เห็นแพงยิ้มให้พะลองแบบนี้ค่อยสบายใจหน่อยค่ะ รู้อะไรไหมวันนี้พะลองดีใจแค่ไหนที่แพงโทร.มาขอความช่วยเหลือ มันทำให้พะลองรู้ว่า อย่างน้อยตอนที่แพงเดือดร้อน แพงก็ยังนึกถึงพะลองเป็นคนแรก”
“แพงขอโทษนะคะที่ช่วยอะไรพะลองไม่ได้... เหมือนที่พะลองช่วยแพง”
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ พะลองต่างหากที่ทำอะไรไม่ได้คิดถึงจิตใจแพง ทริปนี้มันควรจะเป็นทริปที่น่าจดจำของเรา แต่พะลองกลับทำมันล่มไม่เป็นท่า...จนเกือบเสียเด็กหญิงพะแพงที่พะลองฝันว่าอยากดูแลมาตั้งแต่หกขวบไปแล้ว” กันลองหยิบแหวนลงยาออกมาวางในมือแพง “คืนที่เกิดเรื่อง พะลองไปซื้อแหวนวงนี้มาเพื่อขอโทษแพง แต่พอเช้าแพงก็ไม่อยู่เสียแล้ว ช่วยรับมันไปได้ไหมคะและให้พะลองได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งนะ”
แพงมองแหวนวงเล็กน่ารักอย่างลังเลก่อนจะสวมลงที่นิ้วกลางซ้ายของตัวเอง แล้วบอกว่าจะให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ตัวเอง วันไหนที่ตนเชื่อใจเขา แหวนวงนี้จะเปลี่ยนมาอยู่ที่นิ้วข้างๆของมัน...กันลองปลื้มปริ่มดึงมือแพงมาหอมอย่างชื่นใจ...
ระหว่างนั่งมาในรถ เพื่อนฝากแล็ปท็อปวรัชช์ไปให้แพง เสียงวิทยุเป็นการสัมภาษณ์แพงดังขึ้น...จากกระแสรายการ Cooking for Hope มีคนติดตามมากทำให้จะมีซีซั่นสองต่อจริงหรือ
เสียงแพงตอบว่า “จริงๆแพงก็เริ่มติดใจงานพิธีกรแล้วนะคะ แล้วรายการอาหารมันก็สามารถทำได้หลายรูปแบบดี เจ้าของรายการไม่ต้องทำครัวชั้นยอดก็ได้ แต่ถ้ามีลูกมือดีและรูปแบบรายการที่สร้างสรรค์ก็ประสบความสำเร็จได้ ถ้าช่องอยากให้ทำซีซั่นสองจริงๆ แพงก็โอเคนะ แต่อาจจะขอเปลี่ยนชื่อเป็นแพงคิทเช่น จะได้ทำให้คนดูจำชื่อรายการได้มากขึ้นด้วย”
เพื่อนฟังแล้วโกรธเอามือทุบแล็ปท็อป รู้สึกเหมือนโดนแพงฉวยโอกาสซึ่งๆหน้า หันไปสั่งวรัชช์ให้กลับรถไม่ไปสนามบินแล้ว วรัชช์งงแต่ก็ทำตาม ปรากฏว่ารถติดมากจนขยับไม่ได้
ooooooo










