สมาชิก

เดือนประดับดาว

ตอนที่ 5

เพื่อนสะดุ้งเฮือกที่ได้ยินเสียงและเห็นแพงในกระจก รีบหันกลับวิ่งไปหา แต่แพงถอยหนีแถมจ้องหน้าเขม็ง เพื่อนไม่ทันสังเกตซักถามเรื่องกันลองว่าดีกันแล้วใช่ไหม

“แล้วเป็นแพงสนุกไหม” แพงถามกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง

“แรกๆก็สนุกแต่หลังๆชักไม่สนุกแล้ว ไอไม่ถนัดเล่นละครอะไรนี่เลย แพงมาก็ดีแล้ว ออกไปแสดงแทนไอทีเถอะ ฉากนี้มันยากจริงๆ จะตายอยู่แล้วเนี่ย”

เพื่อนยกมือทำท่าแท็กทีมแบบทุกครั้ง แต่แพงไม่เล่นด้วย กลับเดินผ่านไปหน้ากระจก เอามือรวบผมทรงเดียวกับเพื่อน แล้วบอกให้รีบถอดชุดออกมา เพื่อนเริ่มรู้สึกถึงความเย็นชาของแพง ถามทำไมต้องอารมณ์เสีย แพงไม่ตอบเร่งรีบสลับเสื้อผ้ากับเพื่อนจนเรียบร้อย... เพื่อนจะอธิบายว่ามีการปรับเปลี่ยนบท แพงตัดบทเสียงเข้ม

“แพงนึกออก เพื่อนก็รู้นี่ แพงอยู่กับบทพวกนี้มานานกว่าเพื่อนเยอะ นี่เป็นงานของแพง และนี่ก็เป็นชีวิตของแพง”

เพื่อนกำลังลบเครื่องสำอางบนหน้า สะอึกกับคำพูดของแพง แล้วนึกได้จะบอกเรื่องงานของมิ้งค์อีกเรื่อง แต่แพงไม่ฟังบอกจะคุยกับเจ๊ทวิตตี้เอง ตอนนี้เราควรเลิกเล่นเกมสลับตัวกันเสียที เพื่อนหยิบหมวกมาใส่รู้สึกไม่ค่อยเข้าใจอารมณ์ของแพง

พอเข้าฉาก แพงเล่นซีนอารมณ์นี้ได้จนวรัชช์ทึ่ง แม้บทจะไม่ตรงกับที่ผู้กำกับปรับใหม่ แต่ทุกคนก็เงียบกริบมองการแสดงของแพงที่หน้านิ่งเพราะเป็นหุ่นยนต์ แววตาบ่งบอกถึงความเสียใจ น้ำตาพรั่งพรู เพื่อนแอบมองถึงกับอึ้งกับบทบาทการแสดงของแพง ที่น้ำตาราวกับสั่งได้

พอแพงกลับมาที่ห้องแต่งตัว เพื่อนโผล่มาชื่นชม แพงกลับสวนว่า ยังไม่กลับอีกหรือ เพื่อนชะงักถามจะให้กลับไปไหน กระเป๋าเสื้อผ้าก็อยู่ที่บ้านแพง แพงถอนใจสีหน้าเซ็งๆ

“งั้นขอเวลาเปลี่ยนชุดแป๊บนึงนะ เดี๋ยวกลับด้วยกันนี่แหละ”

ทันใดเสียงวรัชช์เคาะประตูแล้วเปิดเข้ามา เพื่อนรีบหลบใต้โต๊ะ แพงทำเหมือนไม่มีอะไร วรัชช์จะเปลี่ยนเสื้อผ้าบ้าง เขาแฉลบเข้ามาใกล้แพง ชื่นชมว่าเล่นได้ดีขนาดผู้กำกับยันช่างไฟขนลุกเกรียว ตัวเขายังอินมาก
แล้วแย็บถาม

“ไม่อยากหวั่นไหวกับผมบ้างเหรอ ก่อนอื่นเราไปทานข้าวด้วยกันสักมื้อเถอะ หรือจะไปเมากันอีกรอบเหมือนตอนคาราโอเกะก็ได้นะ”

แพงยิ่งรู้สึกโกรธเพื่อนมากขึ้น พยายามเก็บอารมณ์ หยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาจิตจีรัง “คุณจีคะ วรัชช์กำลังหาเพื่อนทานข้าวด้วยแต่แพงไม่ว่าง เลยโทร.ถามว่าจีว่างไหม”

“ปฏิเสธผมดีๆก็ได้นี่ ทำไมชอบยัดเยียดคนอื่นให้ผมจัง” วรัชช์หงุดหงิดคว้าเสื้อเข้าห้องเปลี่ยน แพงรีบดึงเพื่อนออกจากใต้โต๊ะแล้วดันให้ออกไป ก่อนจะเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกห้อง

วรัชช์เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเดินออกมา จิตจีรังวิ่งมาเกาะแขนด้วยความดีใจ ถามจะไปทานอะไรกันดี เขาปัดว่าไม่หิวแล้วกดโทรศัพท์ตามนนท์ให้มาพาเธอไปทานข้าว จิตจีรังหน้าตึง พอแพงเดินออกมาก็ปรี่เข้าไปต่อว่า เอาที่ไหนมาพูดว่าวรัชช์ชวนไปทานข้าว เขาบอกว่าเขาไม่หิว แล้วเกาะแขนถามแพงจะไปไหน ตนจะไปด้วย แพงทำหน้าระอาต้องสะสาง

“จี แพงว่าอย่าทำอะไรแบบนี้ให้นักข่าวมาเห็นแล้วเอาไปเป็นประเด็นอีกเลย แพงชอบผู้ชายค่ะ จีก็ชอบผู้ชายไม่ใช่เหรอคะ” พูดจบแพงเดินไป จิตจีรังยืนงง

ด้านเพื่อนเดินเลิ่กลั่กจะไปที่จอดรถ มิ้งค์โผล่มาจับไหล่ เพื่อนสะดุ้งโหยง มิ้งค์ต่อว่า โทร.หาไม่รับสาย จึงต้องมาหาถึงนี่ ต้องการรู้ว่าจะให้คิวถ่ายรายการเทปสอง วันไหน เพื่อนมองซ้ายมองขวากลัวใครเห็น จึงชี้วัน
ในตารางนัดของมิ้งค์ไปมั่วๆ หวังจะรีบไป

“พฤหัสฯหน้าใช่ไหมคะ โอเค เดี๋ยวล็อกคิวทีมงานเลย แล้วจะทำเมนูอะไรก็ส่งข้อความมาบอกนิดนึงนะคะ พี่จะได้เตรียมของถูก ไปก่อนนะ” มิ้งค์โบกมือด้วยท่าทางดีใจ

ด้านแพงเดินมาเจอทวิตตี้กำลังหัวเราะร่วนดีใจเพราะถูกหวยสามตัว ขอบใจแพงยกใหญ่ที่ใบ้เลขเด็ดเป็นภาษาต่างดาววันก่อน แพงทำหน้างง ทวิตตี้หยิกแก้มแพงเบาๆ บอกงวดหน้าขอแบบรางวัลที่หนึ่ง แพงหลับตาพยายามข่มอารมณ์เต็มที่

เพื่อนเดินหลบๆใกล้จะถึงรถ เจอทีมงานทักกลับแล้วหรือ พรุ่งนี้คิวตามเดิม เพื่อนรับคำรีบวิ่งมาปลดล็อกประตูรถจะขึ้นด้านคนขับ ต้องสะดุ้งเมื่อเจอแพงนั่งอยู่

“แพง! ขึ้นรถมาได้ยังไงน่ะ หรือเมื่อเช้าเพื่อนลืมล็อกรถเนี่ย”

“ก็นี่มันรถของแพง ถ้าแพงจะมีกุญแจสำรองก็คงไม่แปลกใช่ไหม...รีบขึ้นรถสิ”

เพื่อนเดินวนมาอีกฝั่ง รู้สึกได้ว่าแพงไม่พอใจ ระหว่างนั่งรถมา เพื่อนสร้างบรรยากาศด้วยการเปิดเพลงที่ชอบเหมือนกัน แต่แพงเอื้อมมือมาปิด เพื่อนหน้าเสีย...

แล้วแพงก็ขับรถมาส่งเพื่อนที่โรงแรมเล็กๆแห่งหนึ่ง บอกคืนนี้ให้นอนที่นี่ ไม่ค่อยมีคนเพราะเปิดใหม่ เพื่อนแปลกใจทำไมต้องย้ายโรงแรม ตนชินกับการเดินทางที่โรงแรมเดิม แพงอ้างว่าเดี๋ยววรัชช์จับได้

“แพง...แพงเป็นอะไร นอยด์อยู่ได้”

แพงระเบิดอารมณ์ “แล้วเพื่อนล่ะ ทำอะไรเกินจากที่แพงบอกให้ทำไปบ้าง ทั้งเรื่องแม่ ทั้งเรื่องสนิทสนม กับคนในกองถ่ายไปทั่ว”

เพื่อนเริ่มฉุนขอลงตรงนี้ พรุ่งนี้ให้เอากระเป๋าเสื้อผ้ามาให้ด้วย แพงส่งเงินให้สามพัน บอกเอาไว้จัดการตัวเอง เพื่อนผิดหวังไม่รับไม่เข้าใจอารมณ์ของแพง ปิดประตูใส่โครมแล้วเดินเข้าร้านมินิมาร์ทข้างๆโรงแรมแทน แพงมองเคืองๆ ก่อนจะออกรถไปอย่างแรง

ooooooo

ค่ำนั้นกันลองถูกชลลดาเหน็บแนมเรื่องงานที่ไปทำ ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่ แถมเรื่องพรีเซ็นเตอร์ดูท่าทางแพงจะไม่ยอมเป็นให้ กันลองเครียดบอกแม่ว่า เรื่องงานสำเร็จแน่ ส่วนเรื่องพรีเซ็นเตอร์ถ้าไม่ได้แพงก็ยังมีนางแบบคนอื่น ชลลดาเคืองที่ตนเป็นอยู่มันไม่ดีตรงไหน

กันลองปีนข้ามรั้วมาหาแพงซึ่งนั่งเล่นอยู่ริมสระ เอาตุ๊กตาวูดูมายื่นให้ตรงหน้า เธอสะดุ้งเสียงแข็งใส่เข้ามาทำไมและตุ๊กตานี่ตนก็ไม่ชอบ กันลองงงจึงจับแพงหันมาเผชิญหน้า

“พะแพงคะ เรื่องพรีเซ็นเตอร์นั่น พะลองขอโทษจริงๆถ้าแพงไม่อยากให้พูดเรื่องงานพี่ก็จะไม่พูด โอเคไหม”

แพงปัดไม่อยากพูดเรื่องนี้ตอนนี้ กันลองซีเรียสบอกไหนแพงโทร.ให้ตนกลับมารอที่บ้าน แพงสวนถ้าไม่บอกแบบนั้นจะได้ถ่ายละครไหม ชายหนุ่มชักหงุดหงิดที่หญิงสาวไม่คุยด้วยดีๆ พอเธอลุกหนีเข้าบ้าน เขาถอนใจมองตุ๊กตาวูดูที่มีแหวนลงยาคล้องอยู่ด้วยความผิดหวัง

เพื่อนกลับมานอนที่โรงแรมวรัชช์ เครียดกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของแพง ตนทำทุกอย่างเพราะหวังดี ทำไมต้องโกรธ ทั้งที่เราเป็นทีมเวิร์กกัน แล้วยังทำเหมือนตนเป็นคนนอกอีก ตนจะบอกเรื่องรายการของมิ้งค์อย่างไรดี ไม่ทันไรมิ้งค์ส่งสคริปต์รายการมาให้ เพื่อนยิ่งเครียด

ด้านแพงเมื่อเวลาผ่านไปอารมณ์ดีขึ้นก็สำนึกผิด อยากขอโทษเพื่อนแต่ไม่กล้า...เพื่อนนอนไม่หลับลงมาเดินเล่นริมสระน้ำของโรงแรม เห็นวรัชช์ก็จะเดินหนี เขาเห็นเสียก่อนเข้ามาดักหน้า แต่คราวนี้เขารู้ว่าเป็นโฮป เขาดีใจที่เธอยังไม่กลับเพิร์ธ จับเธอมาจ้องมองบอกยิ่งดูก็ยิ่งเหมือนแพง เพื่อนจึงแกล้งถามว่าใครสวยกว่ากัน

“เอาคนมาเปรียบกับหมีขาวนี่มันยากนะ” เพื่อนกำหมัดทุบ วรัชช์หัวเราะ “เดี๋ยวสิอย่าเพิ่งงอน สรุปทำไมยังไม่กลับออสล่ะ”

เพื่อนอ้างว่าอยากอยู่ต่อ นี่ก็เพิ่งไปเที่ยวภาคเหนือมา แต่พอวรัชช์ถามจังหวัดอะไรก็ตอบไม่ได้ วรัชช์แกล้งหลอกว่าขึ้นเหนือต้องไปดูช้างและดมขี้ช้างจะโชคดี เพื่อนทำหน้าลังเลว่าอำหรือเปล่า เห็นเขาหลิ่วตาก็รู้ว่าหลอก จึงทุบให้อีกพลั่ก วรัชช์เย้าแหย่จนเพื่อนอารมณ์ดีขึ้น พอรู้สึกว่าดึกมาก เพื่อนเดินกลับห้อง ลืมรองเท้าแตะที่ถอดทิ้งไว้ วรัชช์ตะโกนเตือนว่าลืมรองเท้า เธอหันกลับบอกให้เขาโยนมา เขาตะลึงเห็นเธอผมสยายสวยเป็นธรรมชาติ เผลอมองตาเยิ้ม

ooooooo

รุ่งเช้า แพงลงมาเห็นรื่นจิตในชุดออกกำลังเร่งให้ไปเปลี่ยนชุดมาออกกำลังด้วยกัน แพงแปลกใจทำไมแม่ยังไม่ไปทำงาน เธอบอกต้องรู้จักแบ่งเวลา แพงกลับขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างงงๆ แต่พอเต้นได้สักครู่ก็หยุดเพราะไม่สนุก รื่นจิตถามเจ็บตรงไหน แพงส่ายหน้าเนือยๆ

รื่นจิตเร่งให้ลุกมาเต้นต่อจะได้รีบไปทำงานกัน แพงกลับนั่งนิ่ง จึงปิดทีวีแล้วเดินไปอย่างน้อยใจ แพงมองด้วยความรู้สึกน้อยใจเช่นกัน...พอตอนทานอาหารเช้า ต่างคนต่างปั้นปึ่ง จู่ๆรื่นจิตถามขึ้นว่า อาทิตย์นี้ว่างให้ชวนกันลองมาทานข้าวที่บ้าน แพงหน้าเหวอ

“ทำไมต้องตกใจ ทีวันนั้นแม่ชวนยังเห็นยิ้มร่า แม่ก็อยากจะรู้เหมือนกัน ที่ลูกบอกว่าเขาพึ่งพาได้น่ะ มันเป็นยังไง”

แพงรู้ว่าเพื่อนคงพยายามพูดให้แม่เข้าใจกันลอง พลันทวิตตี้โทร.เข้ามาขัดจังหวะ เพราะมีงานด่วน ผู้ใหญ่ทางช่องให้เข้าไปคุยแต่เช้า เธออยู่ปากซอยแล้วให้แพงแต่งตัวดีๆอย่าแต่งเป็นเด็กแนวสวมรองเท้าผ้าใบอีก แพงรีบร้อนชนกระเป๋ารื่นจิตตกของเทออกมา จึงก้มลงเก็บ รื่นจิตก้มตามช่วยเก็บแล้วบอกให้รีบไป เดี๋ยวแม่เก็บเอง ว่าแล้วก็หอมแก้มแพงฟอดหนึ่ง

แพงชะงักลูบแก้มอย่างรู้สึกตกใจระคนอบอุ่น เสียงแตรรถทวิตตี้มาถึง แพงรีบวิ่งออกไปจนลืมมือถือไว้บนโต๊ะกินข้าว รื่นจิตบ่นเบาๆที่ลูกกลายเป็นคนเลินเล่อจนจะเป็นนิสัยไปแล้ว

ไม่ทันไร เพื่อนพยายามโทร.หาแพงอยู่หลายรอบ รื่นจิตกำลังเอามือถือแพงไปไว้ที่ห้อง เห็นว่าสั่นจึงกดรับสายเห็นเบอร์โทร.ไม่มีชื่อ เพราะเพื่อนใช้อีกซิมโทร. เพื่อนชะงักเมื่อได้ยินเสียงแม่บอกว่าแพงลืมมือถือไว้บ้าน เพื่อนอดไม่ได้ถามแม่เต้นออกกำลังหรือยัง รื่นจิตฉุนเล็กๆ

“ก็เมื่อเช้าแพงเป็นคนไม่อยากเต้นเองไม่ใช่เหรอ ทีอย่างนี้จะมายุให้แม่เต้น แม่ต้องรีบไปทำงานแล้ว เดี๋ยวแม่วางมือถือไว้บนหัวเตียงแพงนะ”

เพื่อนได้ยินเสียงวางสาย มองมือถืออย่างคิดถึง ก้มมองสภาพตัวเองอยู่ในชุดขาสั้นกับเสื้อกล้ามที่แวะซื้อจากร้านมินิมาร์ทมาใส่

ด้านแพงได้รับคำชมจากผู้ใหญ่ของช่องในที่ประชุม ว่ามีความสามารถโดดเด่นล้ำหน้ารุ่นเดียวกัน บอร์ดทุกคนลงมติขอต่อสัญญาแพงอีกสามปี ให้เอาสัญญากลับไปอ่านแล้วมาเซ็นกันอาทิตย์หน้า แพงกับทวิตตี้ขอบคุณ ผู้ใหญ่บางคนชื่นชมที่แพงกลายเป็นเชฟเต็มตัว แพงทำหน้างง...

ทวิตตี้พาแพงมานั่งกินกาแฟและเค้กร้านในตัวตึก แล้วชมว่าที่แพงไปเรียนทำมาอร่อยกว่า และยังตื่นเต้นอยากดูออกอากาศเร็วๆ แพงเพิ่งรู้ตัวว่าลืมมือถือจึงยืมโทรศัพท์เจ๊ทวิตตี้

รื่นจิตแปลกใจที่เมื่อเช้าแพงโทร.มาถามแล้วทำไมโทร.มาอีก แพงรีบวางสายบอกเจ๊ว่า ขอกลับบ้านไปเต้น Burn 24 เจ๊เห็นดีร่างกายจะได้เฟิร์ม เผื่อได้เป็นพรีเซ็นเตอร์ซุปไก่อีกตัว

ooooooo

เดือนประดับดาว

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด