ตอนที่ 5
เพื่อนเห็นว่าติดต่อแพงไม่ได้ จึงออกมาหาซื้อเสื้อผ้าในช็อปปิ้งมอลล์แห่งหนึ่ง เผอิญกันลองนั่งคุยงานกับปิติในร้านๆหนึ่ง พอเขาเห็นเพื่อนก็เข้าใจว่าเป็นแพง ลุกหนีจากปิติดื้อๆไปดักหน้า เพื่อนตกใจพยายามเลี่ยงหนีแต่กันลองคิดว่าแพงยังโกรธ จึงแย่งกระเป๋ามาถือ
“วันนี้พะลองขอขัดใจแพงหนึ่งวันนะคะ ไปที่ที่หนึ่งกันนะ”
เพื่อนหน้าตากระอักกระอ่วนเดินตามไปเพื่อเอากระเป๋าคืน ในขณะที่แพงโทร.หาเพื่อนแต่เธอไม่รับสาย จึงส่งข้อความไปว่า จะเอากระเป๋าไปคืน รับโทรศัพท์แพงด้วย
ช่วงเวลานั้น กันลองพาเพื่อนมานั่งในท้องฟ้าจำลอง โดยบอกว่า นับวันแทบมองดาวไม่เห็น ต้องมาที่นี่ถึงจะเห็นดาวชัดเจน กันลองพร่ำว่าเขาพาแพงมาที่นี่ตั้งแต่แพงอายุ 8 ขวบ ตอนนั้นแพงถามคำถามเจื้อยแจ้ว กันลองชำเลืองมองเห็นแพงนั่งนิ่งไม่พูดจาจึงขอโทษเสียงอ่อย
“อย่าเพิ่งเบื่อคำขอโทษของพะลองนะคะ เพราะครั้งนี้พะลองรู้สึกผิดจริงๆ ทั้งหมดมันเป็นเพราะความเห็นแก่ตัวของพะลองเอง”
เพื่อนแย็บถามว่าที่เขาชวนไปเที่ยวเพราะเรื่องงานเท่านั้นจริงหรือ กันลองส่ายหน้าอธิบายว่า มันเป็นผลพลอยได้ไหนๆก็ไปแล้ว แต่ตนมีความสุขมากที่ได้ไปกับแพง เพื่อนเคลิ้มกับความอ่อนโยนของกันลอง เขายื่นหน้ามาหอมแก้ม เพื่อนสะดุ้งสุดตัว เห็นแววตาเว้าวอนของชายหนุ่ม และเขายังมีแหวนลงยามาง้องอนอีกก็ใจละลาย ลืมตัวว่าตัวเองไม่ใช่แพง
ออกจากท้องฟ้าจำลอง เพื่อนขอให้กันลองส่งแค่โรงแรมของวรัชช์ อ้างว่ามีสัมภาษณ์นิตยสารที่นี่ แล้วทวิตตี้จะเป็นคนไปส่งบ้าน กันลองอยากรอรับแต่ไม่อยากขัดใจแพงอีก จึงกุมมือเธอถามย้ำว่าเราดีกันแล้วนะ เพื่อนพยักหน้าดึงมือออกหน้าแดง
พอลงจากรถ วรัชช์รอแซวว่าหนุ่มโชคร้ายที่ไหนมาส่ง เพื่อนค้อนขวับเดินหนีไปรอลิฟต์ เขาตามมาเย้า
“ค้อนขวับเชียวนะยัยหมีขาว”
“หูย...ไอ้เสาไฟฟ้า” เพื่อนตอกกลับ
“เสาอย่างผมยอมให้หมีโดดเกาะเลยเอ้า” วรัชช์ส่งสายตากรุ้มกริ่ม
พนักงานเดินผ่านมามองยิ้มๆ วรัชช์รีบวางท่าเจ้านายสั่งการว่าคืนนี้ตนมีงานจะนอนบ้าน
ooooooo
ค่ำนั้น แพงถือแฟลชไดรฟ์ออกมาจากห้องทำงานถามใจว่าแม่เก็บหมึกปริ๊นต์ไว้ที่ไหน ใจไม่ทราบและบอกว่ารื่นจิตกลับดึก แพงเครียดไม่รู้จะปริ๊นต์บทอย่างไร ตัดสินใจไปขอที่บ้านกันลอง แต่เขายังไม่กลับ โรยบุญแม้จะฟังผิดเพี้ยนแต่ก็พาแพงเข้าไปปริ๊นต์งานในห้องกันลอง
แพงแอบขำกับความหูตึงของป้า แต่ไม่ได้คิดอะไรมาก ขณะกำลังปริ๊นต์บทก็มองสำรวจในห้องกันลอง เห็นรูปถ่ายเขาสมัยเด็กหัวเกรียน และมีรูปคู่กับตัวเองตอนเด็กก็อมยิ้ม โดยไม่รู้ว่ากันลองกลับมา และโรยบุญบอกเขาว่ามีคนบุกห้อง
กันลองเข้ามาเห็นแพงก็ดีใจ คิดว่ามาทวงของขวัญถึงห้อง แพงงงว่าของอะไร รีบบอกเขาว่าแค่มาขอปริ๊นต์บท ก่อนหน้านั้นแพงได้ปริ๊นต์ผลตรวจดีเอ็นเอที่ทางสถาบันส่งมา กันลองชวนทานข้าวแล้วจะให้ยาสูตรใหม่ไปลองทานเพื่อให้มีน้ำมีนวลมากขึ้น
“แพงไปขอตอนไหนคะ”
“ก็เมื่อกลางวันตอนนั่งดูดาวที่ท้องฟ้าจำลองกันไงคะ มัวแต่งอนพะลองล่ะสิเลยลืม หวังว่าคงไม่ลืมเรื่องที่เราดีกันแล้วนะคะ”
แพงฉุกคิดว่าเขาคงไปกับเพื่อน จึงเออออไปว่าจะลืมได้อย่างไรแล้วขอตัวกลับ กันลองบอกยังไม่ได้เอาของให้ แพงปัดเอาไว้ก่อนแล้วจ้ำพรวดออกจากห้อง ชายหนุ่มงงว่าพูดอะไรผิด
แพงเดินโกรธเพื่อนออกมาหน้าบ้าน กดโทรศัพท์หาแต่เพื่อนไม่รับสายจึงยิ่งหงุดหงิด โทร.เข้าเบอร์โรงแรมให้ต่อห้อง โฮป วิลเลี่ยม พนักงานบอกว่าไม่มีแขกชื่อนี้ แพงตัดสินใจขยำกระดาษผลตรวจดีเอ็นเอปาทิ้งขยะแล้วเดินกลับบ้าน ไม่ทันมองว่ามันกระเด็นออกมาตกกับพื้น
โรยบุญออกมาเห็นกระดาษตกอยู่ก็คลี่ดู เห็นเป็นภาษาอังกฤษอ่านไม่ออกจึงไม่สนใจทิ้งลงขยะไปใหม่ ผลนั้นแสดงว่า ดีเอ็นเอของเพื่อนกับแพงตรงกัน
ขณะที่เพื่อนกำลังจดส่วนผสมสำหรับทำรายการอาหาร แพงเคาะห้องรัว เพื่อนเปิดประตูรับ แพงดันกระเป๋าเสื้อผ้าให้สีหน้าเตรียมเหวี่ยง พอเข้ามาในห้องก็โวยทันที
“เพื่อนมีสิทธิ์อะไรไปคืนดีกับพะลองแทนเราฮึ!”
เพื่อนพยายามอธิบายว่าไม่ได้ตั้งใจ ตนติดต่อแพงไม่ได้เพราะแพงลืมมือถือที่บ้าน จึงออกไปซื้อเสื้อผ้าแล้วบังเอิญเจอกับกันลอง เขาลากตนไป แพงสวนทำไมไม่เลี่ยงหนี
“ไอไม่รู้จะอธิบายให้แพงฟังยังไงนะ เพราะบอกไปแพงก็คงไม่เชื่อไอ แต่ไอถามจริงเหอะ จะงอนอะไรพะลองนักหนา แค่เรื่องพรีเซ็นเตอร์แค่นี้เอง เขาไม่ได้ไปเที่ยวกับแพงเพราะเรื่องนี้เรื่องเดียวสักหน่อย แพงทำไมไม่ฟังเขาบ้าง”
“ดูเพื่อนจะแคร์พะลองเหลือเกินนะ” แพงประชดเพื่อนจะแก้ตัวแต่เสียงทีวีออกอากาศรายการที่เพื่อนทำอาหารเสียก่อน แพงหันมองตากร้าว หาว่าเพื่อนปิดบัง เพื่อนรีบบอกว่าเมื่อวานจะบอกแต่แพงไม่ฟังบอกจะคุยกับเจ๊ทวิตตี้เอง
“เจ๊เกี่ยวอะไรด้วย”
“ก็เจ๊เป็นคนเชียร์ให้ไอเซ็นสัญญาเป็นพิธีกรรายการนี้” แพงบอกเพื่อนไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจแทน เพื่อนเริ่มโมโห “ทำไมแพงไม่คิดบ้างว่าไอพยายามช่วยล่ะ ถ่ายซ่อมก็ไปถ่ายให้ อยู่บ้านก็เพื่อไม่ให้แพงโดนแม่ด่า ออกรายการพวกนี้ เจ๊ยังบอกเลยว่ามันดีกับอิมเมจแพง หรือไม่จริง”
“มั่นใจเหรอว่าเพื่อนทำทุกอย่างเพื่อเรา อยากมีรายการอาหารเป็นของตัวเองอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ เธอกำลังเอาชื่อแพงอาภรณ์ไปบังหน้า เพราะตัวเองอยากทำชัดๆ...นับจากนี้ไป ต่อจากนี้ เพื่อนไม่ต้องทำอะไรอีกแล้ว เพราะนี่คือชีวิตของแพงอาภรณ์ ไม่ใช่ของโฮป วิลเลี่ยม”
เพื่อนถูกแพงจ้องหน้าจนประหม่า แพงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า ผลตรวจดีเอ็นเอมาแล้วตั้งแต่เมื่อคืน เราไม่ได้เป็นแฝดกัน...เพื่อนหน้าถอดสี ผิดหวังรุนแรงถึงกับทรุดฮวบลง แพงหน้าเสียไปแว่บหนึ่ง ถามเพื่อนยังโอเคไหม เพื่อนบอกไม่ถูก ผิดหวังที่เราไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน
แพงพึมพำขอโทษ เพื่อนบอกจะขอโทษทำไมเธอไม่ได้ผิดอะไร ตนต่างหากที่ต้องขอโทษ ที่ดั้นด้นมาทำเรื่องวุ่นวาย ตนควรกลับออสเตรเลียเสียที แพงใจหายวาบ...เพื่อนเปิดกระเป๋าเดินทางเห็นข้าวของเละเทะ ก็รื้อออกมาพับใหม่ แพงเข้ามาช่วย แย็บถามคิดจะกลับไฟลท์ไหน
“เดี๋ยวโทร.ไปแป๊บเดียวก็รู้เพราะกลับคนเดียวไม่ยาก แพง...อย่าหาว่าไอยุ่งเลยนะ เรื่องพรีเซ็นเตอร์น่ะไอเข้าใจแพง แต่ไอก็เข้าใจพะลองเหมือนกัน แพงก็รู้ว่าเขาแคร์แพงมาก และไอก็เชื่อว่าพะลองไม่มีทางทำโฆษณาออกมาให้อิมเมจแพงเสียหรอก จริงไหม...เอาเถอะ ถ้าแพงไม่อยากทำก็แล้วแต่แพง แต่คืนดีกับพะลองได้แล้ว ขี้งอนมากๆมันไม่น่ารักหรอกนะ แล้วรายการอาหารจะทำยังไงต่อไป พี่มิ้งค์บอกว่าช่องให้งบมาทำ 12 ตอน แถมออกอากาศไปตอนแล้ว”
แพงหน้าเครียดบอกคงต้องฝืนใจทำให้จบ เพื่อนยิ้มเศร้าๆเล่าว่าตอนอยู่เพิร์ธ ตนออดิชั่นรายการอาหารไป 28 รอบ ไม่เคยผ่านสักรอบ ฝากแพงทำความฝันตนให้เป็นจริงด้วยเพราะตนคงไม่มีโอกาส...เพื่อนหยิบมือถือจะโทร.จองไฟลท์ แพงจับมือไว้บอกให้เพื่อนทำความฝันให้จบ เพื่อนงุนงง พอแพงบอกว่าให้เธอทำให้จบซีซั่น ก็ดีใจและไม่อยากเชื่อ แต่แพงมีข้อแม้
“แพงไม่ได้ใจดีนักหรอก เพราะแพงมีข้อแม้ถ้าเพื่อนฝ่าฝืนแม้แต่ข้อเดียว ถือว่าทุกอย่างสิ้นสุดนะ ตกลงไหม” เพื่อนพยักหน้ารับแบบยอมทุกอย่าง
กฎข้อหนึ่งของแพงคือ ก่อนจะทำอะไรต้องถามก่อนจะดีหรือไม่ ทำหรือไม่ทำตนเป็นคนตัดสินใจ ข้อสอง ห้ามรับงานแทนเด็ดขาด ข้อสาม แพงให้คิวถ่ายวันศุกร์แต่เช้า ฉะนั้นเพื่อนต้องมาค้างที่บ้านตั้งแต่พฤหัสฯ และรถจะมารับที่บ้าน ส่วนแพงจะไปนอนที่โรงแรมแทน
เพื่อนรับปาก แต่พอปฏิบัติจริง เพื่อนโทร.ถามแพงทุกเรื่องไม่กล้าตัดสินใจอะไรเอง แม้กระทั่งช่างจะติดกิ๊บผมหรือเปลี่ยนทรงผม
พอมีคนติดต่องานเพื่อนปฏิเสธทันที ทวิตตี้รู้เรื่องไปต่อว่าแพงที่ปฏิเสธงานหลักล้าน แพงหน่ายใจต้องแก้ปัญหาแต่ละวัน บางวันเจอรื่นจิตแต่งชุดราตรีหัดเต้นซัลซ่าเพราะเพื่อนยืมชุดมาให้ใส่ แพงจึงต้องสั่งห้ามเพื่อนให้แม่ทำอะไรแผลงๆ ข้อสุดท้าย แพงให้เพื่อนเลี่ยงการคุยกับกันลองและห้ามไปไหนกันลำพังอีก
ooooooo










