ตอนที่ 2
ooooooo
โฮปมาถึงท้องฟ้าจำลองด้วยสีหน้าเลิ่กลั่ก พอแพงแตะบ่าก็สะดุ้ง ต่างคนต่างมองกันนิ่งนาน...แพงคืนมือถือให้ โฮปค้นมือถือแพงในกระเป๋า ลนลานจนมือถือตัวเองหล่นพื้น แพงก้มเก็บ โฮปก้มตามหน้าทั้งสองใกล้กัน ต่างพึมพำว่า เราเหมือนกันจนน่าตกใจ
แพงต้องรีบไปจึงขอตัว โฮปผิดหวังลงนั่งหมดอาลัย แพงหันกลับมามอง ตัดสินใจเดินไปซื้อบัตรแล้วกลับมาชวนโฮปเข้าไปคุยกันข้างใน ทำให้โฮปดีใจมาก
ทั้งสองนั่งคู่กันในโดมท้องฟ้าจำลอง ซักถามชื่อและประวัติคร่าวๆของกันและกัน โฮปถามถึงแม่ของแพงเป็นอย่างไรบ้าง ได้ยินว่าเกิดอุบัติเหตุ แพงตอบว่าไม่เป็นอะไรและแม่ก็ดื้อมากไม่ยอมไปเช็กร่างกาย ห่วงแต่งานไม่เคยห่วงตัวเอง โฮปถามอีกว่าแพงเกิดวันที่เท่าไหร่
สองสาวบอกวันเกิดตัวเองพร้อมกัน แพงเกิด 25 เมษา โฮปเกิด 1 เมษา โฮปแอบผิดหวังที่เป็นคนละวันกัน แพงถามโฮปว่าเป็นเด็กนอกหรือ ถึงมีแต่รูปถ่ายที่ต่างประเทศ
“ไอตามครอบครัวไปอยู่ออสเตรเลียตั้งแต่ 5 ขวบน่ะ ไม่ค่อยรู้เรื่องเมืองไทยเท่าไหร่หรอก จนกระทั่งเจอยูในยูทูบ ก็เลย...กลายเป็นแฟนคลับแพงไง”
“ชอบแพงเพราะหน้าเราคล้ายกันเหรอ”
“ก็...แปลก...เอ๊ย ตลกดีออก”
“เคยได้ยินไหมว่าในโลกนี่มีคนที่หน้าตาเหมือนกันอยู่ 3 คน”
โฮปรับว่าเคยและพูดขำๆว่าพรุ่งนี้อาจจะมีอีกคนโผล่มา ทันใดกันลองโทร.เข้ามือถือแพง เธอรับและบอกว่าเมื่อกี้แบตหมด พอเขาจะมารับ เธอรีบปฏิเสธบอกว่าขับรถมาเอง แต่แล้วต้องแปลกใจเมื่อเขาบอกว่าเธอหนีเขามา แพงหันไปสบตาโฮปที่นั่งข้างๆ พอจะเดาบางอย่างได้ จึงตัดบทวางสาย แล้วถามโฮปว่ารู้จักกันลองด้วยหรือโฮปอธิบายว่า
“ไอแค่บังเอิญเจอเขา และเขาคิดว่าไอเป็นแพง พอดีไอหิว ไม่มีเงินไทยติดตัว เลยให้เขาเลี้ยงข้าว ไม่ได้คิดอยากจะเป็นยู หรือแอบอ้างอย่างอื่นจริงๆนะ อ้อ แล้วก็ยืมเงินเขามาด้วย”
แพงไม่ติดใจ ชวนกลับจะไปส่ง...พอมาถึงหน้าโรงแรม โฮปกำลังจะลงจากรถ มอเตอร์ไซค์ของวรัชช์แล่นมาจอดไม่ห่าง ก็บ่นว่าเขามาทำอะไรแถวนี้ แพงบอกถ้า
จำไม่ผิด เขาเป็นเจ้าของโรงแรมนี้ โฮปหน้าเสียโบกมือให้แพงแล้วรีบวิ่งจู๊ดเข้าโรงแรม แพงเห็นวรัชช์มองตนแล้ววิ่งตามโฮปเข้าไป ก็แปลกใจแต่ไม่อยากสนใจ เปิดเพลงร็อกในรถฟังและโยกหัวตามอย่างสนุก
ขณะเดียวกัน โฮปยืนรอลิฟต์ ฮัมเพลงเดียวกับเพลงที่แพงเปิด เคาะนิ้วกับต้นขาไปตามจังหวะ วรัชช์เข้ามายืนข้างๆ เอ่ยถามเธอเป็นอะไรกับแพง โฮปปัดให้เลิกยุ่งกับตนเสียที
“เลิกแน่ ถ้าเธอยอมบอกว่าเป็นอะไรกับแพงอาภรณ์”
“เป็นติ่ง! จบไหม” เห็นวรัชช์ขำก็โวยว่าขำอะไร
“เดี่ยวนี้มีเทรนด์แฟนคลับศัลยกรรมตามไอดอลด้วยเหรอเนี่ย รู้ล่ะสิว่าแพงสเปกผม เลยไปทำหน้ามาซะเป๊ะ” วรัชช์โอบคอโฮป คิดเข้าข้างตัวเอง
โฮปเคืองตะปบมือเขาออกบอกว่าเขาไม่ใช่สเปกตน พอดีลิฟต์มาจึงวิ่งเข้าไป วรัชช์ยืนอึ้งกลับชอบใจผู้หญิงที่ดุอย่างกับหมีแบบนี้
โฮปเข้ามาในห้องพัก ต่อว่าเฟยหลันที่ตามคลั่งดาราจนลืมเพื่อน เฟยหลันยังปลื้มปริ่มเปิดรูปที่ถ่ายเซลฟี่กับวรัชช์อวด โฮปเห็นหน้าเพื่อนใหญ่เบ้อเริ่ม แต่วรัชช์อยู่ห่างหัวเล็กนิดเดียว
“เนี่ยนะรูปคู่....ยูนี่มันโคตรติ่ง” โฮปจิ๊ปากเดินเซ็งเข้าห้องน้ำ
เสียงเคาะประตูดังขึ้น เฟยหลันคิดว่าโฮปเรียกรูมเซอร์วิส จึงเดินไปส่องตาแมวที่ประตู แล้วต้องช็อกร้องกรี๊ดลั่น โฮปตกใจวิ่งออกมาทั้งที่แปรงสีฟันคาปากถามเกิดอะไรขึ้น เฟยหลันเปิดประตูผาง โฮปตกใจพ่นยาสีฟันพรวดออกมา
วรัชช์เห็นเฟยหลันก็จำได้ทักว่าวันนี้ไปให้กำลังใจตนที่กองใช่ไหม เฟยหลันยิ้มตาหยีพยักหน้าหงึกๆ เขาเลียบถามชื่อเธอกับเพื่อน โฮปตรงเข้าปิดประตูใส่หน้าวรัชช์ เฟยหลันจะโวย โฮปสวนก่อนว่าถ้าจะไปเอาใจผู้ชายก็ไปเลย เฟยหลันหน้าเสียถอยห่างจากประตูพร้อมบอกว่า ตนต้องเลือกเพื่อนอยู่แล้ว โฮปยิ้มปลื้ม ไม่ทันไร เฟยหลันก็ถลาไปกวาดโปสเตอร์และรูปถ่ายออกจากกระเป๋าเพื่อเอาไปให้วรัชช์เซ็น โดยบอกโฮปว่าเดี๋ยวมา โฮปอ้าปากค้างกลอกตามองบน
ooooooo
ขณะที่โฮปนอนคิดถึงแพง ผิดหวังที่เกิดคนละวันทำให้ไม่ใช่คู่แฝด แพงกลับถึงบ้าน เห็นแม่กำลังชงกาแฟพร้อมกับฟังรายงานหุ้น อยากจะเล่าเรื่องโฮปให้แม่ฟัง แต่เธอยกมือห้ามไว้
แพงเดินเข้าห้องหนังสือมองรูปพ่อ หยิบนิยายที่พ่อเขียนออกมาเปิดอ่านคร่าวๆ “เดือน เราอย่าหลอกตัวเองเลยนะ แค่มองหน้าเดือนครั้งแรก เราก็รู้แล้วว่า เดือนเป็นฝาแฝดของเรา” แพงหลับตาไล่ความคิดฟุ้งซ่าน ปิดหนังสือเก็บเข้าที่เดิม พลันเห็นจดหมายหงิกงออยู่ในชั้นก็หยิบออกมาดูหน้าซอง จ่าด้วยหมึกเลือนลางว่า...ถึงหนูแพงอาภรณ์...แพงนึกย้อนไปตอนอายุ 12 ปี นั่งกอดสมุดบันทึกของพ่อไว้แนบอก เป็นบันทึกต้นฉบับนิยายเดือนประดับดาว
มธุรสถามว่าอ่านนิยายของพ่อหรือยัง แพงสะอื้นบอกยังไม่ทันอ่าน พ่อมาจากไปก่อน มธุรสโอบปลอบบอกไม่ต้องห่วง ตนเชื่อว่าถ้าใครได้อ่านนิยายที่เขารักมากถึงตอนจบ เขาจะต้องมีความสุขอยู่บนสวรรค์แน่ ตนจะเอานิยายไปตีพิมพ์แล้วจะส่งเล่มพร้อมต้นฉบับมาคืนให้
แพงกำจดหมายของมธุรสแน่น ครุ่นคิดว่าพ่ออยากบอกอะไรตน...พอลงมาทานอาหารเย็น แพงเลียบเคียงถามรื่นจิตถึงตอนที่แม่ท้องตน แพ้ท้องมากไหม คลอดยากไหม ทำอัลตราซาวนด์ดูเพศก่อนหรือไม่ รื่นจิตตอบห้วนๆแล้วถามจะมาย้อนอดีตทำไม แทนที่จะรีบกินข้าวแล้วไปท่องบท แพงหน้าเจื่อนรู้ว่าแม่เลี่ยงไม่อยากพูดถึงอดีต
ประมาณสามทุ่ม โฮปสะดุ้งตื่นเพราะหิว หันมาเห็นเฟยหลันนอนน้ำลายยืด รอบตัวเต็มไปด้วยรูปถ่ายและโปสเตอร์ที่มีลายเซ็นวรัชช์ รู้สึกเซ็งเพื่อนมากลุกออกมาหาของกิน แต่ไม่เหลืออะไรสักอย่าง จึงมาที่ห้องอาหารดูเมนูว่ามีอะไรบ้าง แต่พอเห็นวรัชช์นั่งอยู่ก็จะเดินหนี วรัชช์เห็นวิ่งตามเรียกโฮป เธอแปลกใจรู้จักชื่อได้อย่างไร เขาบอกว่ารู้จากเฟยหลัน แล้วแย็บถามกลัวเชฟห้องอาหารตนทำอาหารไม่อร่อยหรือ เห็นดูเมนูตั้งนานแล้วไม่สั่งอะไร
โฮปอ้างจะไปซื้อที่มินิมาร์ท วรัชช์แกล้งขู่ว่าแถวนี้กลางคืนโจรชุม ชอบปล้นชาวต่างชาติ โฮปหาว่าโลเกชั่นโรงแรมเขาห่วย ชายหนุ่มผงะแก้ตัวว่าอยากเลี้ยงข้าวเธอ หญิงสาวคิดสักครู่ก่อนจะตอบว่าได้แต่ขอนั่งกินคนเดียว...วรัชช์จำต้องนั่งโต๊ะถัดไป โฮปให้เชฟแนะนำอาหาร พอเห็นว่าของหวานมีบัวลอยก็สนใจซักถามถึงสีแต่ละสีเอามาจากอะไร วรัชช์ปรี่เข้ามาตอบแทนว่าสีเหลืองมาจากผงกะหรี่ เธอฉงน
“แต่ผงกะหรี่ไม่น่าเอามาทำของหวานนะ ยิ่งใช้กะทิกลิ่นคงเหมือนแกงของอินเดียแน่ๆ ถ้าเดาไม่ผิด ในขนมไทยน่าจะใช้ฟักทองใช่ไหม”
เชฟโล่งใจรีบรับว่าใช่ วรัชช์บอกถ้าชอบของหวานให้ลองเมนูประจำวันเป็นลูกชุบสูตรชาววัง เชฟรีบไปจัดมาให้ โฮปหาว่าวรัชช์หลอกและไล่ให้เขากลับไปนั่งที่ ชายหนุ่มขู่
“ผมกลับไม่ได้ เพราะประเพณีไทยถ้านั่งทานลูกชุบคนเดียวจะต้องขึ้นคาน”
“ขึ้นคานคืออะไร?”
“ก็ไม่มีแฟนไง ยิ่งเล่นตัวหนักขนาดคุณนี้นะชาตินี้ยิ่งไม่มีแฟนใหญ่เลย”
โฮปหมั่นไส้กอบลูกชุบยัดใส่ปากวรัชช์ แทนที่เขาจะโกรธกลับเคี้ยวตุ้ยๆชมว่าอร่อยแล้วจะป้อนเธอบ้าง เธอปัดบอกทานเองได้ พอหยิบลูกชุบเข้าปากหนึ่งคำถึงกับเคลิ้มกับความหอมหวานของขนม เธอหยิบอีกลูกมาลอกวุ้นค่อยๆกินอย่างปลื้มปริ่ม วรัชช์มองตาเยิ้ม เธอเริ่มเขินถามเขาทำไมไม่กลับบ้าน เขายักไหล่
“ขี้เกียจน่ะ ส่วนใหญ่จะนอนที่นี่มากกว่า แล้วคุณล่ะ บ้านอยู่ไหน มาทำอะไรที่นี่”
โฮปพึมพำว่านั่นสิ แล้วกินลูกชุบตุ้ยๆ วรัชช์มองอย่างสงสัย...กลับขึ้นห้อง โฮปนั่งกอดเข่าคิดจะโทร.หาแพง...ด้านแพงกำลังคุยโทรศัพท์กับกันลอง เขาต่อว่าที่เธอผิดนัด แพงงงแต่พอจะเดาเรื่องได้จึงแก้ตัวไปว่ามีเรื่องยุ่งนิดหน่อย ชายหนุ่มทวงสัญญาที่จะดูหนังผีด้วยกัน แพงยิ่งงง เขาท้วงสงสัยกินขนมหวานมากจนเบลอ ทั้งที่ปกติไม่เห็นทาน แพงอึกอักหาคำแก้ตัว
“พอดี...หุ่นไอดรอยด์ในเรื่องที่เล่นชอบทานของหวานน่ะค่ะ”
กันลองหัวเราะ “อินจัดจนไม่กลัวอ้วนว่างั้น”
“อือฮึ...แล้วพะลองล่ะอินด้วยรึเปล่า”
“ไม่อินนะ เพราะพะลองไม่อยากเป็นพระเอกในละคร พะลองสนใจโลกความจริงมากกว่า แต่จะว่าไป เห็นแพงกินจุแบบนั้นมันก็น่ารักไปอีกแบบนะ แก้มงี้ป่องเป็นปลาทองเชียว พะแพงมาเจอพะลองที่ริมรั้วได้ไหมคะ พะลองมีอะไรจะให้หน่อย”
แพงดีใจที่กันลองจะปีนรั้วมาหา รีบสวมเสื้อคลุมทับชุดนอนเดินจะออกจากบ้าน พลันต้องชะงักเมื่อเห็นแม่นั่งเล่นอยู่ตรงสระน้ำ รีบโทร.หากันลองจะบอกอย่าเพิ่งมา แต่เขาตัดสาย
รื่นจิตกำลังจะกลับเข้าบ้าน ร้องบอกใจให้มาล็อกประตูบ้าน ทันใดเห็นหัวใครผลุบโผล่ข้างรั้ว ก็รีบเดินจ้ำไปที่รั้ว กันลองถือตุ๊กตาวูดูที่โฮปทำหล่นไว้ปีนขึ้นรั้ว แล้วถามว่าแพงรอนานไหม แต่พอเห็นรื่นจิตก็ตกใจเผลอปล่อยมือไหว้ ทำให้ตกลงไปฝั่งบ้านตัวเองร้องโอ๊ย...ลั่น
ooooooo
สุดท้ายคืนนั้นกันลองกับแพงคุยกันทางเฟซไทม์ กันลองโอดโอยที่แพงขำเรื่องตนตกจากรั้ว แพงโต้ว่าเขาอยากตัดสายไปก่อน ชายหนุ่มเถียงไม่ออก เปลี่ยนเรื่องเล่าถึงผลแบบสอบถามตัวยาสตรีสูตรใหม่ของเขาว่าออกมาดีมาก พอดีรื่นจิตเปิดประตูเข้ามาได้ยินก็ชะงักยืนฟัง
“แพงเป็นหนูลองยาให้พี่ได้ไหมคะ ยาสตรีสูตรใหม่รับรองแพงต้องเปล่งปลั่งยิ่งกว่ามิสยูนิเวิร์สกระชุ่มกระชวยยิ่งกว่าทานไวอากร้า”
“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“ถ้าเอาคอลลาเจนมาผสมกับยาดอง รสชาติต้องดีขึ้นแน่ๆ ผสมวิตามินซีด้วยนะ จะได้ดูดซึมคอลลาเจนดีขึ้น”
แพงท้วงจะให้ตนลองยาที่ยังไม่ผ่าน อ.ย.หรือ พูดไปก็ลุกขึ้นไปหยิบของในกระเป๋า รื่นจิตรีบหลบไปด้วยสีหน้าเครียด จึงไม่ได้ยินที่กันลองแย้งว่าจะทำอย่างนั้นได้อย่างไร แพงขำบอกตนรู้ว่าเขาเป็นห่วง สมัยก่อนเวลาพาตนไปเที่ยวไหนก็คอยห้ามไม่ให้รับเครื่องดื่มจากใคร ของมึนเมาก็ชิงกินแทนหมด...สองหนุ่มสาวคุยกันต่ออีกจิปาถะจนดึก แพงแย็บถาม
“พะลองเคยได้ยินทฤษฎีที่ว่า มีคนหน้าเหมือนเราอยู่บนโลกนี้ 3 คนไหมคะ”
“อือ สามคนไม่แน่ใจ แต่สองคนมีแน่ๆ เพราะบนโลกนี้ยังมีคนหน้าเหมือนพะแพงอีกตั้งคน” แพงรีบถามว่าใคร “ก็พะลองไงคะ เนื้อคู่กันก็ต้องหน้าเหมือนกันสิ”
“อย่าเล่นมุกแบบนี้สิคะ แพงหน้าบางนะ...”
แพงเขินหน้าแดง










