ตอนที่ 2
วรัชช์ข้องใจไม่หาย กระซิบกับแพงว่าสแตนด์อินคนที่ท้องเสียวิ่งไปห้องน้ำเมื่อกี้ หน้าเหมือนเธอมาก แพงไม่รู้เรื่องนึกฉุนที่เขายื่นหน้ามาใกล้ จึงแกล้งเหยียบเท้าเขาแล้วเดินหนี
เฟยหลันปะปนอยู่ในกลุ่มแฟนคลับ ชูป้ายวรัชช์เหยงๆ โฮปเอาผ้าคลุมหัวพลางหน้าเบียดเสียดเข้ามาสะกิดเฟยหลัน แต่เพื่อนไม่สนใจยังคงกรี๊ดกร๊าดวรัชช์จนเธอเซ็ง ถอยออกมาเจอกับเจ๊ทวิตตี้อีก ก็ตั้งท่าจะวิ่งหนี เจ๊บ่นไล่หลัง
“ยังไม่ยอมไปทำผมอีก เด็กสมัยนี้ทำงานหิ่งห้อยหอยจี่อะไรอย่างนี้ อุ๊ย...แล้วนี่อะไรอีก” ตกใจที่มือถือดัง หยิบมากดรับ “ฮัลโหล ทวิตตี้ค่ะ อุ๊ย! ไม่ใช่ ของยัยแพงนี่” ทวิตตี้มองหน้าจอมือถือของแพงขึ้นชื่อแม่ก็เสียงอ่อนลง “อุ๊ต่ะ คุณรื่นจิตสวัสดีค่ะ ทวิตตี้เองค่ะ...”
เสียงมธุรสขอพูดกับแพง เจ๊ทวิตตี้ไม่รู้ว่าเป็นใคร หงุดหงิดเล็กน้อยบอกให้ฝากเรื่องไว้ ตนเป็นผู้จัดการของแพง พอปลายสายขอให้แพงออกมาเดี๋ยวนี้ เจ๊ทำหน้าเหวี่ยงทันที แต่พอได้ยินเรื่องราวก็ตกใจแทบทำอะไรไม่ถูก
“อะไรนะคะ! โดนชน! ค่ะๆอยู่ที่ไหนคะ แล้ว โอ๊ย...ค่ะๆ เดี๋ยวบอกให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
ทวิตตี้เห็นแพงกำลังยืนทำสมาธิก็เข้ามากระซิบว่าแม่รถชน แพงหน้าตื่นรีบคว้ากระเป๋าวิ่งออกจากกองถ่ายไปที่จอดรถ ระหว่างทางก็ชนเข้ากับใครบางคนล้มลง พอต่างฝ่ายต่างยันตัวลุกขึ้น ต้องตกตะลึงราวกับกำลังส่องกระจก เพราะทั้งสองหน้าตาเหมือนกันอย่างกับแกะ
มือถือทั้งสองตกอยู่ที่พื้น มีสายเรียกเข้าพร้อมกัน ซึ่งทั้งสองใช้เสียงเรียกเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างคว้ามือถือขึ้นมา เสียงเรียกเงียบไป ด้วยความเป็นห่วงแม่ แพงจึงผละออกมา โฮปตั้งสติได้วิ่งตามแต่ไม่ทัน แพงขึ้นรถขับออกไปเสียก่อน โฮปจะโทร.หาเฟยหลันแต่ปลดล็อกมือถือไม่ได้ จึงรู้ว่ามือถือสลับกับของแพง ทันใดมธุรสโทร.เข้ามา ไม่ทันที่โฮปจะพูดอะไร แบตหมดเสียก่อน
จังหวะนั้นจ๋อมเข้ามาฉุดแขนโฮปเพราะเข้าใจว่าเป็นสแตนด์อินให้ไปเซตผม พร้อมต่อว่าคิดจะเบี้ยวคิวหรืออย่างไร บ่นวันนี้วันซวยอะไรแม่แพงก็โดนรถชนต้องรีบออกไป โฮปได้ยินตกใจมาก พยายามจะอธิบายว่าตนไม่ใช่แพง แต่จ๋อมไม่ฟังเสียง ลากตัวเข้าไปในกอง...
แพงขับรถมาถึงที่เกิดเหตุ เห็นตำรวจกำลังเคลียร์พื้นที่ ฉีดพ่นล้อรถบนถนน แพงเห็นสภาพรถทั้งสองคันแล้วตกใจรีบถามตำรวจว่าเจ้าของรถอยู่ไหน ตำรวจอึ้งที่เห็นดาราดัง ชี้ไปที่รื่นจิตซึ่งนั่งอยู่ริมฟุตปาท กำลังทำงานกับแล็ปท็อปหน้าเครียด แพงโผเข้ากอดแม่อย่างเสียขวัญ
“แม่เจ็บตรงไหนรึเปล่า หัวกระแทกไหม แล้ว...”
“ใจเย็นๆ แม่ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้นแหละ แค่รถเฉี่ยวกันจะโวยวายอะไร แล้วมาทำไม แม่ให้ป้ามธุรสเขาโทร.ไปบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ต้องมา”
“แพงไม่เห็นมีสายเข้าจากป้าเลย แล้วนี่ป้าเขาไปไหนแล้วคะ”
“ขึ้นวินไปปิดต้นฉบับแล้วน่ะ แพงกลับไปกองถ่ายเถอะ ทางนี้แม่จัดการเองได้ อย่าให้คนอื่นเขาเข้าใจว่าเราไม่มีความรับผิดชอบตั้งแต่เป็นนางเอกเรื่องแรกเลย”
แพงถอนใจที่แม่ไม่รับรู้ถึงความห่วงใยของตน จึงขอให้แน่ใจก่อนว่าแม่ไม่เป็นอะไรแล้วจะกลับ แพงจะโทร.ไปบอกที่กองแต่ปลดล็อกมือถือไม่ได้ พอมองหน้าจอเห็นวอลล์เปเปอร์เป็นรูปโฮปหัวฟู ก็ตกใจแต่ไม่กล้าบอกอะไรแม่
ooooooo
ผู้กำกับเห็นโฮปในชุดรูทเก้า ก็ทึ่งมากที่โมเดลลิ่งหาสแตนด์อินได้หน้าตาเหมือนแพงมาก ทำให้การถ่ายทำง่ายขึ้นไม่ต้องรอแพงกลับมา จิตจีรังเข้าฉาก เห็นโฮปก็คิดว่าเป็นแพง จึงตำหนิทำนองไม่รู้จักห่วงแม่ตัวเอง โฮปทำหน้าไม่รู้เรื่อง
ระหว่างถ่ายทำ โฮปแสดงไม่เป็นเล่นนอกบท เป็นฉากที่จิตจีรังจะต้องสาดน้ำใส่ กลับแย่งมาสาดเธอก่อน จิตจีรังร้องกรี๊ดๆต้องไปแต่งหน้าทำผมใหม่ โฮปฉวยโอกาสย่องหนี
โฮปกลับมาใส่ชุดเดิมสะพายกระเป๋าห้อยตุ๊กตาวูดูเดินลูบท้องด้วยความหิว ผ่านซุปเปอร์มาร์เกตจึงก้มหน้าก้มตาเข้าไปเดินชิมฟรีตามบูธ พอพนักงานทักว่าเป็นแพงก็ปฏิเสธแล้วเดินหนี...มาถึงบูธไก่ฟ้าพญาลอ พนักงานบรรยายสรรพคุณว่าเป็นยาสตรีชั้นนำของไทย ทานแล้วเลือดลมดี โฮปรับมาดื่มแทบสำลักร้องขอน้ำเปล่า พนักงานส่ายหน้ายิ้มๆ
มีเสียงหัวเราะดังขึ้นข้างหลัง โฮปหันขวับมาเจอกันลอง จึงถอยห่างอย่างระวังตัว บ่นว่าน้ำอะไรรสชาติประหลาด กันลองเข้าใจว่าเป็นแพง พอได้ยินเธอบ่นก็แปลกใจ
“อะไรกัน นี่ปรับปรุงสูตรให้ฉุนน้อยลงแล้วนะคะ พะลองให้ไปลองทานฟรีที่บ้านค่ะ ถ้าสดใสซาบซ่าขึ้นรีบมาบอกพะลองนะ แล้วจะขนเอาไปให้ที่บ้านทั้งลังเลย” กันลองยื่นขวดยาให้
โฮปรับมาอย่างเก้ๆกังๆแล้วทำท่าจะเดินหนี เสียงท้องร้องดังขึ้น กันลองขำชวนเธอไปทานข้าว หญิงสาวหิวไส้แทบขาดแต่ในตัวไม่มีเงินไทย ประกอบกับท่าทีอ่อนโยนของชายหนุ่ม จึงสวมรอยเป็นแพงไปก่อน
พอเข้ามานั่งในร้านอาหาร โฮปอ่านเมนูไทยไม่คล่อง จึงโบ้ยให้กันลองสั่ง เน้นว่าไม่เผ็ดเพราะท้องไม่ค่อยดี กันลองหันไปสั่งสลัดกับข้าวเหนียวมะม่วงให้ โฮปเห็นมือถือเขาวางอยู่ก็เอื้อมมือไปหยิบ กันลองหันมาเห็นถามจะเอาไปทำไม หญิงสาวยิ้มกลบเกลื่อนว่าอยากเล่นเกม เขาจึงเลื่อนมือถือไปให้ โฮปดีใจกดโทร.ออกแต่ปรากฏว่า ต้องใส่รหัสปลดล็อก พอถาม เขาตอบว่าวันเกิดเขาโฮปทำหน้าเซ็งจะรู้ได้อย่างไร ทำทีไม่เล่นดีกว่า หยิบแก้วน้ำขึ้นดื่ม
กันลองชวนดูหนังรักโรแมนติกหลังจากทานอาหารเสร็จ แต่โฮปขอเลือกดูหนังผี ชายหนุ่มแปลกใจเอื้อมมือไปอังหน้าผากหญิงสาว
“ไม่สบายหรือเปล่าคะ ปกติแพงไม่ชอบดูหนังผีนี่นา”
“ก็...แค่อยากลองเปลี่ยนแนวบ้าง” โฮปทำหน้าเหวอ
กันลองเหล่มองตุ๊กตาวูดูที่ห้อยกระเป๋าเธอแล้วเปรยว่า “เปลี่ยนเยอะเลยนะคะ เปลี่ยนไปชอบแนวหลอนๆ ตั้งแต่พะลองไม่อยู่เหรอคะ”
“แฟนคลับให้มาน่ะ...เห็นมันน่ารักดีเลยเอามาห้อยกระเป๋า” โฮปพยายามแก้ตัว
พนักงานยกของมาเสิร์ฟ โฮปเห็นข้าวเหนียวมะม่วงน่ากินก็จิ้มกิน แล้วทำหน้าปลื้มปริ่มกับความอร่อยของน้ำกะทิ ชมว่ารสชาติดีกว่ากะทิกระป๋องเยอะ กันลองแซว
“เป็นกูรูอาหารตั้งแต่เมื่อไหร่คะ แล้วไม่กลัวอ้วนเหรอ ปกติเห็นเลี่ยงของหวานตลอด”
โฮปชะงักกระมิดกระเมี้ยนเลื่อนจานมะม่วงคืนให้แล้วหันมากินสลัด กันลองขำท่าทีของเธอ จึงบอกกินของหวานแล้วมีความสุขก็กินไป โฮปเขินแต่ก็จ้วงมะม่วงกินไม่ยั้ง ชายหนุ่มพินิจเสื้อผ้าที่เธอใส่แล้วชมว่า ทีมงานทำเสื้อผ้าแนวสตรีทแวร์พั้งค์ได้ดีเข้ากับโลกอนาคต
โฮปสำลักเริ่มกระอักกระอ่วน พอดีมือถือกันลองดังขึ้น เขากดรับคุยสักครู่แล้วหันบอกเธอว่าต้องไปเคลียร์งานที่บูธเดี๋ยวกลับมา โดยลืมวางมือถือทิ้งไว้ โฮปรีบตะครุบมือถือเขาที่ยังไม่ทันล็อกมาพิมพ์ไลน์หาแพง...พนักงานเดินผ่าน โฮปเรียกไว้แล้วสั่งข้าวเหนียวมะม่วงอีกจาน
ระหว่างนั้นแพงขับรถมาส่งรื่นจิตที่ทำงาน เสนอว่าช่วงที่รถแม่เข้าอู่จะรับส่งแม่เอง รื่นจิตปัดไม่ต้อง เสียเวลาพักผ่อนถ้าหลับในขึ้นมาจะบาดเจ็บทั้งคู่ แพงเสียความตั้งใจ จังหวะนั้นเห็นมือถือโฮปมีข้อความเข้า...ขอโทรศัพท์ฉันคืน ให้ไปเจอที่ไหนบอกมา...รื่นจิตเห็นความผิดปกติทางสีหน้าลูกก็ถามมีอะไร แพงโบ้ยว่ากองถ่ายส่งข้อความมาตาม แม่ติงอย่าให้คนอื่นรอ
ช่วงรถติดไฟแดง แพงแอบพิมพ์ข้อความกลับไปนัดโฮปว่า อีก 15 นาทีเจอกันที่ท้องฟ้าจำลอง...โฮปอ่าน ข้อความแล้วรีบลบทิ้ง พนักงานเสิร์ฟข้าวเหนียวมะม่วงอีกจาน โฮปจึงฝากมือถือไว้คืนผู้ชายที่มากับตน เขาจะจ่ายค่าอาหาร พนักงานอึกอัก เธอย้ำว่าไม่โกงแน่ เขากลับยื่นนิตยสารที่แพงถ่ายขึ้นปกขอลายเซ็น โฮปยิ้มเนียนๆรับนิตยสารมาเซ็นชื่อตัวเองแล้วส่งคืน พลันนึกได้ดึงกลับมาแล้วเซ็นชื่อแพงลงไปใหม่ พอจะเดินไปหันกลับมาแตะบ่าเขาพูดอย่างจริงจัง
“น้องๆ พี่ขอยืมตังค์ร้อยนึงสิ แล้วไปเก็บที่พี่ผู้ชายคนนั้นทีเดียว”
พนักงานทำหน้าเอ๋อแต่ก็ควักเงินให้ โฮปเดินออกจากร้านเห็นกันลองเดินมาก็รีบหลบ กันลองเห็นพนักงานจะเก็บโต๊ะก็รีบถามหาแพง พนักงานรายงานทันที
“อ๋อ พี่แพงเขาไปแล้วครับ ฝากโทรศัพท์ให้พี่ด้วย เอ่อ...แต่พี่แพงเขายังไม่จ่ายเงินนะครับ แล้วก็...พี่เขายืมตังค์ผมไปด้วย ร้อยนึง”
กันลองอึ้งแต่ก็บอกให้เช็กบิลพร้อมยื่นเงินคืนให้พนักงานหนึ่งร้อยบาท จากนั้นกดโทร.หาแพง ได้ยินเสียงให้ฝากข้อความก็ชักหงุดหงิด










