ตอนที่ 2
ค่ำนี้เอง บุญสิตาก็ได้รับโทรศัพท์จากแนนซี่ บอกว่ามีงาน private party ขาดพนักงานเสิร์ฟ บุญสิตารับทำทันที นัดเจอกันพรุ่งนี้
เย็นวันรุ่งขึ้นมาเจอกันที่หน้าบริษัทณฤทธิ์ พอรู้ว่าเป็นปาร์ตี้ริมสระน้ำบุญสิตาก็ผวาบอกว่าตนกลัวน้ำไม่ชอบอยู่ใกล้น้ำ เล่าให้แนนซี่ฟังถึงประสบการณ์น่ากลัวที่ฝังใจ บอกว่าอยากช่วยงานแนนซี่แต่ช่วยไม่ได้จริงๆ แนนซี่ขอร้องว่านี่เป็นจ๊อบพิเศษครั้งแรก งานขาดคนจริงๆ แค่ให้ยืนอยู่หน้างานคอยดูแลความเรียบร้อยไม่มีอะไรมาก ถ้ากลัวน้ำก็ไม่ต้องไปมองมัน
“นะซิน...ถ้าเธอไม่ทำฉันต้องเดือดร้อนแน่”
บุญสิตาลำบากใจแต่ด้วยความสงสารเพื่อนจึงรับทำ แนนซี่สั่งงานเป็นชุด นับแต่ดูแลความเรียบร้อยในงาน ใครอยากได้อะไรก็จัดให้อย่าได้ขาด โดยเฉพาะคุณมาร์คเจ้าของงาน ต้องตามประกบถ้าเขากระดิกนิ้วเมื่อไหร่ต้องรีบเข้าไปทันที คนนี้ต้องดูแลเป็นพิเศษ
แนนซี่เน้นว่าคุณมาร์คไม่ชอบสัตว์ทุกชนิด ขนสัตว์ก็ไม่ชอบถ้ามีคนใส่ชุดขนๆเข้ามาในงานให้ไล่ออกไปทันทีเลย อาหารที่เป็นผักๆอย่าเอาไปเสิร์ฟเด็ดขาดเขาไม่กินผัก แค่พวกเนื้อย่าง ปิ้งย่างพอ
แค่นี้บุญสิตาก็บอกว่าดูเยอะนะ แต่แนนซี่นึกได้ย้ำว่า
“อีกอย่างอันนี้สำคัญมาก เธอต้องคอยสอดส่องอย่าให้ใครถ่ายคลิปหรือถ่ายภาพในงานเด็ดขาด ถ้ามีอะไรหลุดไปจะเป็นเรื่อง” บุญสิตาถามว่าคนไหนคือคุณมาร์ค “นั่นไง คนที่แต่งเป็นซาตานคือคุณมาร์ค ส่วนชุดขาวคุณกันต์เพื่อนสนิทมากของคุณมาร์ค รีบเอาเครื่องดื่มไปเสิร์ฟเร็วเข้าไป”
บุญสิตารีบเข้าไปเอาเครื่องดื่มในครัว ณฤทธิ์กับกันต์เห็นหน้าเธอก็รู้สึกคุ้น พอบุญสิตาคล้อยหลัง พุฒิเมธเห็นแว้บๆจึงเดินตามไป พอเห็นหน้าเต็มตาก็จำได้ บุญสิตาก็จำเขาได้แต่นึกชื่อไม่ออก
พุฒิเมธถามว่าเข้ามาเอาไวน์ให้เฮียหรือ เธอหยิบขวดไวน์แล้วเปิดไม่เป็น เขาจึงเดินเข้าข้างหลังเธอโอบมือมาจับสอนเปิดขวดไวน์ให้ ทำเอาบุญสิตาที่ไม่เคยแม้แต่จะถูกใครจับมือถือแขนตื่นเต้นจนต้องตั้งสติแล้วถอยออกมา พอพุฒิเมธเปิดไวน์ให้เธอก็รีบขอบคุณ แล้วผละออกมาโดยไม่สนใจเขาเลย
พุฒิเมธมองตามบุญสิตาอย่างสนใจเพราะไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนจะเฉยเมยกับหนุ่มหล่อดาราดังอย่างเขา ทำให้ยิ่งอยากรู้จักเธอมากขึ้น
ooooooo
ณฤทธิ์มีความสุขมากกับงานปาร์ตี้ ถามเอว่าแก๊งเพื่อนตนยังไม่มาอีกหรือ เอบอกว่าเจ๊รันกับจัสติน เครื่องลงแล้ว น่าจะใกล้ถึงแล้ว
“ปล่อยให้สองคนนี้ไปทำงานคู่ไม่ได้เลยจริงๆ ดูท่างานหน้าต้องจับนางแยกกันซะแล้ว”
ณฤทธิ์บ่นรันหรือศรันย์เกย์เพื่อนสาวคนสนิทกับจัสตินนายแบบหนุ่มหล่อในสังกัดซึ่งอยู่ในแก๊งเพื่อนสาวของณฤทธิ์
ที่สนามบิน แฟนคลับของจัสตินไปถือป้ายรอรับคนโปรดของตนกันอย่างคึกคัก เบียดสมบัติที่ไปรอรับลูกค้าจนเขามองรำคาญ เลขาที่มาด้วยพูดภูมิใจว่าจัสติน เป็นเด็กในสังกัดของมาร์ค ไม่น่าเชื่อว่าจะมีแฟนคลับมากขนาดนี้ แต่สมบัติเห็นเป็นเรื่องไร้สาระน่ารำคาญ
จัสตินออกมาเจอแฟนคลับที่คอยกรี๊ดกันอยู่ก็ฉีกยิ้มให้แต่พูดเบาๆกับศรันย์ว่าชะนีพวกนี้แรงเยอะจริงๆ ศรันย์ยุขำๆว่าถ้าต้องลำบากแอ๊บขนาดนี้ก็ให้เปิดตัวไปเลย
“ไม่เอาหรอก ฉันยังอยากได้แฟนคลับชะนีพวกนี้อยู่” จัสตินมาดแมนยิ้มเท่ให้กับแฟนคลับแล้วรีบเดินหลุดไป บ่นกับศรันย์ว่า “สายขนาดนี้มาร์คบ่นแย่แล้วมั้ง”
พอไปถึงงานปาร์ตี้ ณฤทธิ์ถามว่าทำไมมาช้าขนาดนี้ ศรันย์บ่นๆว่าติดแฟนคลับของจัสตินที่สนามบินเลยออกมาช้า ณฤทธิ์รีบห้ามทันทีว่า
“โนๆ ห้ามว่าติ่ง ห้ามรำคาญติ่ง พวกเราๆอยู่ได้ก็เพราะชะนีน้อยพวกนี้ พวกเขาทุ่มเทกายถวายใจให้เรา เพราะฉะนั้นโปรดให้ความรักกับนาง เซอร์วิสนาง มาร์กเอาไว้เลยนะจ๊ะ”
ทุกคนที่มาปาร์ตี้ริมสระน้ำสนุกสนานกันสุดเหวี่ยงเพราะอยู่ในแก๊ง ก๊วนเดียวกัน การกอดจูบ หยิกหยอกกันระหว่างชายกับชายเป็นเรื่องธรรมดา แต่บุญสิตาที่เรียบร้อย หัวโบราณ มองอย่างสยอง ยิ่งเห็นพุฒิเมธนัวเนียกับนางแบบก็ยิ่งรับไม่ได้บ่นกับแนนซี่ว่าหน้าไม่อายหน้าตาก็ดูเรียบร้อยไม่น่าเป็นเสือผู้หญิงเลย
“อย่าหัวโบราณไปหน่อยเลยน่า” แนนซี่ติง แต่บุญสิตารับไม่ได้เดินหนีไปมุมอื่น พุฒิเมธเห็นดังนั้นก็นึกสนุกตามไปแกล้ง
ฝ่ายณฤทธิ์ก็สนุกสุดเหวี่ยงท่ามกลางลูกน้องในสังกัดและเพื่อนที่รู้ใจกัน ไม่สังหรณ์ใจเลยว่าเจนนี่มาซุ่มถ่ายรูปเขาไว้แล้วส่งคลิปไปให้สมบัติดู สมบัติโมโหมากบอกวรรณนาว่า
“ผมต้องไปดูให้เห็นกับตา ไม่ต้องโทร.ไปบอกมันให้รู้ตัวเลยนะ”
สมบัติไปถึงปาร์ตี้ริมสระน้ำโดยมีวรรณนาตามไปอย่างไม่สบายใจ สมบัติกวาดตามองหาณฤทธิ์เห็นกำลังหอมแก้มกับศรันย์ก็ฉุนขาด ฝ่ายณฤทธิ์พอเห็นพ่อมาก็ตกใจมาก
แต่เมื่อเห็นกันอย่างนี้แล้ว ทั้งสมบัติและณฤทธิ์ก็เปิดหน้าคุยกันอย่างเผ็ดร้อน สมบัติพูดอย่างผิดหวังว่าคิดไม่ถึงว่าจะได้เห็นลูกชายตัวเองกอดจูบกับผู้ชายจะจะแบบนี้
“ใช่! ถึงขั้นนี้แล้ว ผมก็ไม่อยากหลอกพ่อแล้วเหมือนกัน ผมชอบผู้ชาย ได้ยินชัดไหม”
สมบัติอึ้งก่อนจะระบายความอับอายขายหน้าที่ตนมีลูกเป็นเกย์ ถามว่าตั้งแต่เกิดมาเคยทำอะไรให้ตนภูมิใจบ้างไหม ทำไมตนต้องมีลูกแบบนี้ด้วย ณฤทธิ์แรงกลับไปอย่างยอมแตกหักว่า ตนก็ไม่อยากมีพ่อใจแคบแบบนี้เหมือนกัน พูดอย่างน้อยใจผิดหวังว่า
“การที่ผมชอบผู้ชาย ไม่ยอมทำงานที่พ่อต้องการมันทำให้ผมเป็นลูกที่แย่มากในสายตาพ่อ ผมก็ขอโทษด้วย ชาตินี้ผมคงทำดีได้แค่นี้แหละ ถ้าพ่ออยากได้ลูกที่ดีกว่านี้พ่อคงต้องรอชาติหน้า แต่ถ้าพ่อรอชาติหน้าไม่ได้ก็ตัดพ่อตัดลูกกับผมไปเลย ยังไงผมก็ไม่เคยทำอะไรดีในสายตาพ่ออยู่แล้ว อยู่ก็รกหูรกตา”
“ถ้าแกพูดขนาดนี้ก็ไปเลย จะไปตายที่ไหนก็ไป” สมบัติพลั้งปากไปด้วยความโมโห
สองพ่อลูกปะทะกันอย่างรุนแรง ถึงขั้นแตกหัก บุญสิตาสงสารณฤทธิ์เดินเลี่ยงไปพอดีเห็นเจนนี่กำลังแอบถ่ายคลิปพ่อลูกทะเลาะกันอยู่อย่างสะใจ ก็เข้าห้ามด้วยเจตนาดีว่า “คุณถ่ายอะไรน่ะ ทำแบบนี้ไม่ถูกนะ”
ความลับเลยแตก ทั้งณฤทธิ์ พุฒิเมธ กันต์ สมบัติและวรรณนาต่างมองไปตามเสียง เจนนี่ถูกจับได้ก็ทำหน้าไม่ถูก ณฤทธิ์โมโหมากถามว่าเธอคิดจะแบล็กเมล์ตนหรือ เจนนี่ท้าทายว่า ถ้าใช่แล้วจะทำไม
เป็นเรื่องทันที ณฤทธิ์แย่งโทรศัพท์มือถือจากเจนนี่ไปกดลบรูป ถูกเจนนี่แย่งคืนไปได้ พุฒิเมธเห็นท่าจะไม่ดีเลยเข้าแยกทั้งสองออกจากกัน บอกให้วรรณนาพาพ่อไปรอที่รถก่อนตนเคลียร์ทางนี้เสร็จจะตามไปแล้วลากเจนนี่ออกไป บุญสิตาละล้าละลังหันรีหันขวางทำอะไรไม่ถูก ณฤทธิ์จึงสั่งให้ไปช่วยเมธดูคุณเจนนี่
พุฒิเมธเห็นเจนนี่เป็นแผลมีเลือดออกก็บอกบุญสิตาที่ตามมาว่าให้ดูแลเจนนี่ก่อนอย่าให้ไปไหน ตนจะไปเอายามาทำแผลให้ พอพุฒิเมธไปเจนนี่ก็โทษบุญสิตาว่าเพราะเธอคนเดียวแผนตนจึงเละแบบนี้ บุญสิตา ขอโทษแต่เห็นว่าเจนนี่ไม่ควรทำแบบนี้ เจนนี่หาว่าเธอด่า เลยผลักตกสระว่ายน้ำ
บุญสิตาตะเกียกตะกายและร้องขอความช่วยเหลือ พุฒิเมธมาถึงพอดีโดดลงไปช่วยขึ้นจากสระในสภาพที่บุญสิตากลัวจนผวา แนนซี่บอกว่าคงตกใจไม่หาย พุฒิเมธ จึงฝากแนนซี่ให้พาบุญสิตาส่งโรงพยาบาลด้วย เพราะตนต้องไปส่งพ่อกลับบ้าน
พุฒิเมธเดินผ่านเจนนี่ไปอย่างไม่สนใจ เธอยืนเซ็งกลายเป็นคนโดดเดี่ยวไม่มีใครสนใจ
ooooooo
สมบัติกลับถึงบ้านโรคหัวใจกำเริบหายใจไม่ออก วรรณนากับพุฒิเมธรีบเข้าไปดูและโทร.บอกณฤทธิ์ เขาตกใจมากรีบขับรถกลับไปโดยฝากกันต์ให้ดูแลงานในบริษัทด้วย
ณฤทธิ์ขับรถอย่างเร็วด้วยความเป็นห่วงพ่อ เขารู้สึกตาลายพยายามขยิบตาและขับต่อไป แต่ถูกมอเตอร์ไซค์ที่ขี่มาด้วยความเร็วสูงเช่นกันตัดหน้า เขาหักหลบจนหัวทิ่มไปกระแทกพวงมาลัยอย่างแรง รถจอดนิ่งอยู่กลางถนน ครู่หนึ่งณฤทธิ์เงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆเห็นว่าตัวเองปลอดภัยแล้ว จับหัวตัวเองรู้สึกเจ็บๆเพราะกระแทกพวงมาลัยอย่างแรง คลำๆพลางบ่น “หัวแตกไหมเนี่ย”
สมบัติไม่ยอมไปหาหมอบอกว่าดีขึ้นแล้ว พุฒิเมธได้รับโทรศัพท์แจ้งอุบัติเหตุของณฤทธิ์เขาตกใจบอกว่าเดี๋ยวไป สมบัติฟังอยู่ตกใจถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?!”
ณฤทธิ์ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เขานั่งรออยู่หน้าห้องฉุกเฉิน บ่นว่ารอเป็นชาติแล้วทำไมไม่เรียกสักทีระหว่างนั้นเขาเห็นพุฒิเมธวิ่งเข้ามาก็บ่นว่าบาดเจ็บนิดเดียวจะตามมาทำไม แต่แล้วก็แปลกใจเมื่อพุฒิเมธวิ่งผ่านร่างตนไป ไม่เพียงเท่านั้นสมบัติและวรรณนาที่ตามมาก็วิ่งทะลุร่างเขาไปอีก ณฤทธิ์ช็อกว่าเกิดอะไรขึ้น ตะโกนเรียก “เมธ...พ่อ...น้าวรรณ” แต่ไม่มีใครได้ยินเลย
ณฤทธิ์สงสัยว่านี่มันอะไรกัน แล้วภาพเหตุการณ์ไม่กี่ชั่วโมงก่อนก็ผุดขึ้น รู้ว่าถูกมอเตอร์ไซค์ตัดหน้าและตัวเองเบรกจนหัวกระแทกพวงมาลัยอย่างแรง พอรู้สึกตัวก็หยิบโทรศัพท์มาโทร.ออก ทันใดนั้นรถบรรทุกขับมาอย่างเร็วพุ่งเข้าชนรถของณฤทธิ์อย่างแรง ณฤทธิ์ได้รับบาดเจ็บสาหัส เลือดท่วมตัว
ณฤทธิ์เข้าไปในห้องผ่าตัดมองตัวเองที่กำลังถูกผ่าตัดอยู่อย่างไม่อยากเชื่อ ถามตัวเองงงๆว่า
“นี่เราฝันไปใช่ไหม มันเกิดอะไรขึ้น”
พอเดินออกจากห้องผ่าตัด ณฤทธิ์เห็นพ่อกับวรรณนาร้องไห้ภาวนาขออย่าให้ตนเป็นอะไร พ่อพร่ำบอกว่า “พ่อรักลูกนะ” พุฒิเมธปลอบพ่อให้ใจเย็นๆ มาร์คต้องไม่เป็นอะไร สมบัติโทษว่าเพราะมาร์ครีบออกมาหาตนถึงได้เป็นแบบนี้ ตนทำให้ลูกเป็นแบบนี้ ณฤทธิ์บอกพ่อว่ามันเป็นอุบัติเหตุ หยุดร้องเถอะ ตนยังไม่ตาย บอกให้พ่อด่าตนเหมือนทุกครั้ง แต่ทุกอย่างก็ยังเป็นเหมือนเดิม ณฤทธิ์บ่นหงุดหงิด
“เมื่อไหร่ฉันจะเข้าร่างได้นะ” แต่พอวิ่งจะเข้าร่างก็มีแสงขาวมากั้นไว้ ณฤทธิ์ใจเสียบอกตัวเองว่า
“ฉันต้องไม่เป็นอะไร ฉันต้องไม่ตาย” ณฤทธิ์พยายามอีกครั้ง คราวนี้วิญญาณเขาถูกดูดเข้าไปในร่างตัวเองทันที
นาทีนั้นณฤทธิ์คิดถึงเหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านมา โดยเฉพาะการทะเลาะกับพ่อครั้งหลังจนท้าตัดพ่อลูกกัน แล้วณฤทธิ์ก็จากไป
สมบัติหัวใจสลาย พร่ำบอกให้ณฤทธิ์ตื่นขึ้นมา พ่อจะไม่บังคับอะไรอีกแล้ว ไม่ต้องมาทำงานของพ่อก็ได้ ลูกจะทำอะไรจะเป็นอะไรก็ได้ ขอแค่ลูกกลับมามีลมหายใจแค่นี้ก็พอ...กลับมานะมาร์ค...
วรรณนาปลอบสมบัติว่ามาร์คไปเจอกับคุณแม่เขาแล้วอย่าเสียใจไปเลย ส่วนพุฒิเมธก็พูดกับร่างณฤทธิ์เสียงสั่นเครือว่า “ไม่ต้องห่วงนะ ผมจะดูแลพ่อให้เอง”
แนนซี่พาบุญสิตามาโรงพยาบาลโชคดีที่ไม่เป็นอะไรมาก ขณะเดินออกจากโรงพยาบาลรอแท็กซี่ เป็นเวลาที่ณฤทธิ์ออกตามหาพ่อที่หายไปจากโรงพยาบาลและจะโดดให้รถชนตาย ณฤทธิ์ตกใจวิ่งไปชนบุญสิตาที่รอแท็กซี่อยู่โดยไม่ตั้งใจ เกิดแสงสว่างวาบจากร่าง
บุญสิตา พริบตานั้นวิญญาณณฤทธิ์ก็รวมเข้าไปเป็นร่างเดียวกับบุญสิตา บุญสิตาร้องสุดเสียง
“พ่อ!!!”
ร่างบุญสิตาที่ถูกวิญญาณณฤทธิ์รวมอยู่กระโดดผลักสมบัติพ้นจากการถูกรถชนแต่ตัวเองถูกรถเฉี่ยวหมดสติไป พุฒิเมธกับวรรณนาเดินตามหาสมบัติมาเจอเหตุการณ์ก็ตกใจวิ่งมาดูบุญสิตา
แนนซี่เฝ้าบุญสิตาอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน พุฒิเมธมาบอกว่าเธอปลอดภัยดีที่สลบเพราะตกใจ แนนซี่ขอบคุณที่พุฒิเมธเป็นห่วงเป็นใย ถามว่าเขามาทำอะไรที่นี่ เห็นสีหน้าของพุฒิเมธกับสมบัติก็รู้ว่าต้องมีเรื่องอะไรที่ไม่ดีแน่จึงเงียบไป
พอบุญสิตาฟื้นขึ้นมาแปลกใจและตกใจที่ตัวเองเปลี่ยนไป เอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูหน้าตัวเองก็ยิ่งช็อกทบทวนเรื่องที่เกิดขึ้นเห็นแสงสว่างวาบแล้ววิญญาณณฤทธิ์ก็รวมเข้าเป็นร่างเดียวกับตน มองรูปตัวเองในโทรศัพท์มือถือถาม...
“อย่าบอกนะว่าฉันมาเข้าร่างเธอ เรื่องจริงเหรอเนี่ย... อย่างกับในหนัง...” พอตั้งสตินึกได้ก็ตกใจมองหา
“ร่างฉัน...” แล้ววิ่งออกจากห้องพักคนไข้ทันที
เข้าไปในห้องดับจิตเห็นร่างณฤทธิ์นอนอยู่ ก็พยายามจะเข้าร่างนั้น พุฒิเมธเข้ามาเห็นก็ดึงบุญสิตาออกจากร่างณฤทธิ์ถามว่าทำอะไรน่ะ
“ก็เข้าร่างฉันน่ะสิ ฉันจะเข้าร่างฉัน เมธแกต้องช่วยฉันนะ ฉันยังไม่ตายจะเอาศพไปไหนไม่ได้นะ”
พุฒิเมธงงถามว่าพูดอะไรของคุณ ณฤทธิ์ในร่างบุญสิตาบอกว่า “ฉันพี่ชายแก...มา...” แต่พูดไม่ทันจบบุญสิตาก็สลบไป พอดีสมบัติกับวรรณนาเดินเข้ามา สมบัติเห็นท่าทางของบุญสิตาก็รู้สึกคุ้นๆว่าเหมือนณฤทธิ์ เมื่อออกมาเขาบอกวรรณนาว่า
“เด็กคนนั้นท่าทางเหมือนมาร์คเลย” วรรณนาติงว่าเพราะเขาคิดถึงมาร์คมากเห็นใครก็คิดถึงมาร์คไปหมด อย่าคิดมากเลย “นั่นสิมาร์คตายไปแล้ว ฝากคุณไปดูเด็กคนนั้นด้วยนะถ้าเขาฟื้นแล้วฝากขอบคุณด้วย”
“คุณไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันให้เมธดูเด็กคนนั้นอยู่”
ooooooo
วันรุ่งขึ้น กันต์ได้รับโทรศัพท์จากพุฒิเมธแจ้งการเสียชีวิตของมาร์ค เอได้ข่าวแจ้งต่อไปยังศรันย์ ทีแรกศรันย์นึกว่าถูกอำเล่น แต่พอรู้ว่าเป็นเรื่องจริงก็ตกใจจนพูดไม่รู้เรื่องต้องให้จัสตินคุยแทน
ข่าวการเสียชีวิตของณฤทธิ์ทำให้คนในบริษัทต่างตกใจคาดไม่ถึงและรู้สึกเคว้งคว้าง เจนนี่บอกว่าแม้ตนจะไม่ชอบขี้หน้ามาร์ค แต่ก็แอบใจหายไม่ได้ เมื่อวานยังทะเลาะกันอยู่เลย พูดกลัวๆว่าคงไม่มาหลอกตนนะ
โหน่งได้ยินติงว่าแทนที่จะมาคิดว่าไม่มีมาร์คแล้วพวกเราจะทำยังไง เขาไม่อยู่ ตกงานกันแน่ เจนนี่กลัวตกงานรายได้ลด เสนอว่าเราย้ายสังกัดกันดีไหม ตนโทร.หาเสี่ยฮงเลยดีกว่า
เพื่อนนางแบบคนหนึ่งทักท้วงว่าพี่มาร์คเพิ่งตายทำแบบนี้ได้ยังไง รอให้เสร็จงานศพพี่มาร์คก่อนค่อยโทร.จะได้ไม่น่าเกลียด
การตายทำให้มาร์คได้เห็นถึงคนที่ภักดีและคนที่คิดทรยศหักหลังตน
เจนนี่หาพวกกับดนุดลว่าการตายของมาร์คเข้าทางเขาเลยใช่ไหม
“ยัง...ที่บอกจะย้ายสังกัดผมก็พูดไปยังงั้นแหละ ผมคงไม่ไปไหนหรอก พี่มาร์คปั้นผมมา เป็นคนแรก ที่ให้โอกาสผม ถึงผมจะอยากดังแต่ก็จะไม่ทรยศพี่มาร์คเด็ดขาด”
มาร์คฟังแล้วอึ้ง ไม่นึกว่าดนุดลเด็กทะเยอทะยานไม่ค่อยเชื่อฟังตนจะคิดแบบนี้...
ooooooo
พุฒิเมธคุยกับหมอโอบในงานศพว่าตนไม่อยากเชื่อว่ามาร์คจะเกิดอุบัติเหตุเพราะเป็นคนขับรถระวังมากและเมื่อคืนในงานปาร์ตี้เขาก็ไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์เลย หมอโอบว่ามาร์คอาจเหนื่อยกับงานมากแล้วก็รีบด้วย
“ไม่ทราบสิครับ ผมแค่สังหรณ์ใจบางอย่าง ช่วงนี้ เฮียมีหลายโปรเจกต์ที่กำลังทำอยู่ ผมแค่อยากมั่นใจว่าไม่ได้มีการจัดฉากหรือมีเบื้องหลังอะไรจากการตายครั้งนี้”
“สงสัยใครหรือ” หมอโอบถาม พุฒิเมธบอกว่า
ก็คงเป็นคนที่ได้ผลประโยชน์จากการตายของเฮียมาร์ค หมอโอบถามว่า “หมายถึงกันต์น่ะเหรอ”
พุฒิเมธนิ่ง ไม่ตอบ แต่วิญญาณณฤทธิ์ที่ฟังอยู่เถียงแทนว่า
“ไม่มีทาง กันต์ไม่เคยคิดจะยุ่งกับงานบริษัทเลย เป็นไปไม่ได้” แล้ววิญญาณของมาร์คก็มองหากันต์ไปทั่วศาลา สงสัยว่าทำไมกันต์ยังไม่มา มาร์คเป็นห่วงกันต์ตัดสินใจไปหาที่บ้าน
ooooooo










