นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ชั่วโมงต้องมนต์

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1
    • 2

    บุญสิตาปาดน้ำตาขึ้นห้องนอนที่เล็กและโทรม ของใช้ในห้องทั้งเก่าและชำรุด หยิบรูปเก่าๆ สมัยตัวเองเพิ่ง 5 ขวบที่ถ่ายกับพ่อและแม่มาดู คิดถึงเรื่องราวในอดีต...

    วันนั้นเด็กหญิงบุญสิตาวัย 7 ขวบ นั่งเล่นตุ๊กตาอยู่ริมน้ำอย่างมีความสุข บังเอิญทำตุ๊กตาตกน้ำ ซินพยายามเอื้อมเก็บเสียหลักพลัดตกน้ำ แม่มาเห็นรีบโดดลงไปช่วยขึ้นมา ซินนอนหมดสติอยู่ริมน้ำ แต่แม่กลับเป็นตะคริวถูกน้ำซัดหายไป

    ในงานศพแม่...ซินร้องไห้หาแม่จนบุญลือผู้เป็นพ่อต้องกอดปลอบ...

    “แม่อยู่บนสวรรค์ หนูต้องเป็นเด็กดี ถ้าหนูเชื่อฟังผู้ใหญ่ เป็นเด็กดี หนูจะได้เจอแต่สิ่งดีๆ จะมีนางฟ้าเสกสิ่งดีๆมาให้หนูแบบในนิทานที่พ่อเล่า แล้วหนูก็จะได้เจอแม่บนสวรรค์ด้วยนะ”

    “หนูจะเป็นเด็กดีค่ะคุณพ่อ” บุญสิตาสะอึกสะอื้น

    วันนี้...บุญสิตาถามพ่อในรูปว่า “หนูเป็นเด็กดี ทำทุกอย่างที่คุณพ่อบอกแล้ว เมื่อไหร่ชีวิตหนูจะเจอแต่เรื่องดีๆซักทีคะ” ถามแล้วก็อดคิดถึงคำพูดของแนนซี่เพื่อนหมอดูที่ทำนายไว้ไม่ได้ว่า

    “เธอต้องผ่านปีชงนี้ก่อน ถ้าเธอผ่านความเป็นความตายครั้งนี้ไปได้ ชีวิตเธอจะเจอแต่เรื่องดีๆ...ปีนี้เธอจะดวงตกถึงจุดต่ำสุด เธอจะตกงาน ความรักจะถึงจุดจบ ชีวิตจะมีแต่ความวุ่นวาย ที่สำคัญจะมีวิญญาณอาฆาตตามติดตัวเธอไปทุกที่ ให้ระวังตัวให้ดี!”

    คิดถึงคำทำนายของแนนซี่แล้วบุญสิตาพึมพำ “งานก็ตกแล้ว แฟนก็เลิกแล้วเหลือแต่...” แล้วคำทำนายของแนนซี่ก็ก้องขึ้นในหัวอย่างน่ากลัวว่า “วิญญาณอาฆาตติดตัวเธอไปทุกที่ ให้ระวังตัวให้ดี”

    ooooooo

    เช้าวันนี้...ขณะพุฒิเมธกำลังหลับสบายนั้น เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาหยิบโทรศัพท์ถามทั้งที่ยังหลับตา

    “ว่าไงครับ”

    “รีบเข้าออฟฟิศมาเดี๋ยวนี้เลย ระเบิดจะลงแล้ว” โหน่งพูดเบาๆ แต่เสียงตื่นเต้นตกใจ และที่ข้างหลังโหน่งห่างออกไป ณฤทธิ์นั่งดูอะไรจากไอแพดอย่างหงุดหงิดหัวเสียมาก

    พุฒิเมธงัวเงียถามว่าเรื่องอะไร ขอนอนอีกนิด โหน่งบอกว่าไม่ต้องถามให้รีบมาเลย พุฒิเมธถอนใจบ่นว่าเกิดอะไรขึ้นอีก ลุกขึ้นแต่งตัวรีบออกไป ข้าวเช้าที่วรรณนาเตรียมไว้ให้แล้วก็ไม่ได้กิน

    ณฤทธิ์ดูไอแพดเป็นข่าวพุฒิเมธกำลังทำคลอดถูกแชร์ว่อนในเน็ต เห็นภาพหญิงท้องแก่จิกผมพุฒิเมธ

    เห็นพุฒิเมธช่วยหญิงท้องแก่เบ่งคลอดลูกจนเหงื่อท่วมหน้า พร้อมข้อความโพสต์แซวตลกๆมากมาย พอพุฒิเมธมาถึง ณฤทธิ์ก็บ่นใส่อย่างหัวเสียทันที

    “หมดกัน ภาพลักษณ์ที่ฉันอุตส่าห์สร้างแกมาให้ดูดี ไม่เหลืออะไรแล้ว งานก็ชวด ไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้ไปแคสต์กับเขา” พุฒิเมธถามว่าที่เรียกมาเพื่อบ่นแค่นี้หรือ “แค่เหรอ...แกรู้ไหมว่าฉันเสียหายเท่าไหร่”

    ระหว่างนั้นโทรศัพท์มือถือของณฤทธิ์ดังขึ้น พุฒิเมธขยับจะไป ณฤทธิ์พูดดักอย่างรู้ทันว่า

    “อย่าเพิ่งไป ฉันยังด่าไม่เสร็จ” แล้วคุยโทรศัพท์เสียงอ่อนหวาน “ว่ายังไงครับ...จะให้เมธเล่นหนังเรื่องนี้ โดยไม่ต้องแคสต์ด้วยเหรอครับ ได้ครับ...ได้ครับขอบคุณครับ”

    ณฤทธิ์ดีใจมาก พอวางสาย ก็อารมณ์ดีอย่างฉับพลันกลับลำทันทีว่า

    “ถึงภาพแกจะออกมาน่าเกลียดดูไม่ได้ แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ก็ทำให้แกดูดีจากภายในสู่ภายนอก” 

    พุฒิเมธกลอกตาเซ็งถามว่าลูกค้าว่ายังไงพูดมาเลยดีกว่า “ลูกค้าเขาบอกว่าข่าวที่ออกไป เขาชอบมาก แกดูเป็นธรรมชาติ ติดดิน สร้างกระแสเข้ากับหนัง ก็เลยจะเลือกแกมาเล่นหนังเรื่องนี้ ถือเป็นบุญของแกที่ดันมีผู้หญิงท้องแก่ผ่านมาให้แกทำคลอดพอดี แกเลยได้งานนี้ตัดหน้าทุกคน”

    พุฒิเมธกับโหน่งมองหน้ากันแทบไม่อยากเชื่อ โหน่งถามว่าจริงหรือ ณฤทธิ์ยืนยันว่า

    “จริงจ้ะ รีบไปเตรียมสัญญาก่อนดีกว่า เรากำลังจะโกอินเตอร์แล้ว” พูดจบก็เข้าห้องทำงาน อารมณ์ดี

    โหน่งดีใจกับพุฒิเมธ เพราะใครๆก็อยากได้งานนี้ทั้งนั้น

    “จะว่าไปต้องขอบคุณผู้หญิงคนนั้นนะ ที่ดึงผมเอาไว้วันนั้น ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็นยังไงบ้าง”

    พุฒิเมธคิดถึงบุญสิตาขึ้นมา

    ooooooo

    ทำเรื่องเดียวกัน แต่ผลลัพธ์ต่างกัน พุฒิเมธได้งานใหญ่โดยไม่ต้องแคสต์ แต่บุญสิตาถูกไล่ออกจากงานเพราะไปสาย ที่เจ็บปวดมากกว่านั้นคือถูกแฟนทิ้งไปคบกับพี่สาวตัวเอง

    แต่จะเจ็บปวดอย่างไร ปากท้องของคนทั้งบ้านเป็นหน้าที่ที่เธอต้องรับผิดชอบ บุญสิตาจึงเดินหางานตามร้านอาหารและร้านกาแฟหลายแห่งแต่ก็ถูกปฏิเสธหมด จนกระทั่งมาเจอแนนซี่ตั้งโต๊ะดูดวงอยู่ริมถนน

    บุญสิตาและแนนซี่ต่างดีใจที่ได้เจอกัน ไปนั่งคุยกันที่ร้านกาแฟ บุญสิตาเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง แนนซี่ถามทึ่งว่า “นี่ฉันแม่นขนาดนั้นเลยเหรอ”

    “ใช่ ปีนี้ฉันคงดวงตกจริงๆ ฉันเพิ่งโดนแฟนทิ้งสดๆร้อนๆ แถมตกงาน ไปทางไหนก็เจอแต่เรื่องแย่ๆ”

    แนนซี่ปลอบว่าถือเป็นการฟาดเคราะห์ก็แล้วกัน บุญสิตาถามว่าพอจะมีงานแนะนำบ้างไหม ตนทำได้ทุกอย่างขอแต่ให้ได้เงินสุจริต ไม่ผิดศีลธรรมหรือขัดต่อศีลห้าที่ตนยึดถือปฏิบัติมาตลอดชีวิต แล้วก็...

    “งั้นสนใจมาเป็นตัวแทนประกันชีวิตไหมล่ะ” แนนซี่ขัดขึ้น บุญสิตาสนใจ แต่กลัวตัวเองจะทำได้หรือเปล่าเพราะพูดไม่เก่งขายไม่เก่ง แนนซี่บอกว่าไม่ยากตนจะสอนให้ ถามว่าพรุ่งนี้ว่างไหม บุญสิตาบอกว่าจะไปรับจ้างขายของที่ตลาดนัด แนนซี่ถามว่าวันอาทิตย์ล่ะ วันจันทร์ล่ะ บุญสิตาบอกว่าวันอาทิตย์ต้องทำขนมเตรียมให้คุณน้าไปขายที่ตลาด วันจันทร์ต้องไปทำงานจิตอาสาที่โรงพยาบาล แนนซี่ถามว่าแล้วตอนเย็นล่ะ

    “ฉันทำงานสายด่วนบำบัดทุกข์น่ะ ฉันทำงานเยอะมาก มีแต่งานที่เงินน้อยๆไม่ก็ทำฟรี เงินเลยไม่ค่อยพอใช้จ่ายในบ้านน่ะ”

    แนนซี่บ่นว่าทั้งบ้านมีเธอทำงานอยู่คนเดียวจะพอใช้จ่ายได้ยังไง เอาเป็นว่าถ้าเธอมีเวลาก็มาลองเป็นผู้ช่วยคอยช่วยตนทำงานก่อนดีไหมจะได้เรียนรู้งาน ถ้ามีงานพิเศษที่อื่นจะเรียกไปช่วยก็แล้วกัน แล้วส่งแผ่นพับประกันชีวิตให้บอกว่า นี่เป็นข้อมูลบริษัท ลองเอาไปอ่านเล่นๆดูก่อน

    บุญสิตารับไปดูเห็นรูปพุฒิเมธเป็นพรีเซ็นเตอร์ ถามว่าผู้ชายคนนี้เป็นดาราหรือ แนนซี่บอกว่าใช่ พุฒิเมธเป็นแฟนเจนนี่ ปรากฏว่าบุญสิตาไม่รู้จักทั้งสองคน 

    แนนซี่มองอึ้งๆที่เพื่อนไม่รู้เรื่องของพวกดาราดังเลย

    เที่ยงนี้พุฒิเมธถ่ายแบบปกหนังสือคู่กับเจนนี่ พุฒิเมธโพสท่ากอดเจนนี่แน่นดูเป็นคู่รักที่สนิทสนม แต่ตากล้องบอกให้ใกล้กว่านี้ กอดกันแน่นๆเลย

    เจนนี่ขยับเข้าใกล้แต่พุฒิเมธทำหน้าลำบากใจ

    “อึดอัดมากเหรอที่ต้องเล่นละครหลอกชาวบ้านว่าเป็นคู่รักกับฉัน” เจนนี่กระซิบถามเสียงเข้มแต่ยิ้มหวานให้กล้อง พอถ่ายเสร็จเจนนี่แอ๊บน่ารักไหว้ขอบคุณทีมงาน พุฒิเมธขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้า บอกเจนนี่เบาๆขณะเดินผ่านว่า

    “ไม่ต้องตามผมมาล่ะ ผมไม่อยากพูดแรงๆกับคุณ”

    เจนนี่ลืมตัวมองขวับจะวีนใส่แต่นึกได้ว่าทีมงานยังอยู่ก็ยิ้มหวานเก็บอารมณ์แล้วเดินตามพุฒิเมธไป

    พุฒิเมธเข้าห้องแต่งตัวพลางคุยโทรศัพท์หน้าเครียดว่า

    “เฮีย ถ้ามีงานคู่กับเจนนี่ผมไม่รับแล้วนะ ไม่งั้นผมจะบอกทุกคนว่าเราเลิกกันแล้ว”

    เจนนี่ได้ยินโพล่งทันทีว่า ไม่ได้นะ ถ้าทุกคนรู้ว่าเราเลิกกันแล้วงานคู่เราก็ต้องลดลง พุฒิเมธสวนไปทันทีว่าลดก็ลดตนไม่แคร์ เจนนี่อ้างว่าบริษัทของมาร์คนั่นแหละจะเสียหาย พุฒิเมธจ้องหน้าถามว่า

    “คุณห่วงบริษัทด้วยเหรอ ถ้าคุณห่วงคุณคงไม่เอาความลับบริษัทเราไปขายให้คนอื่น”

    เจนนี่ตกใจถามว่าเอาอะไรมาพูด อ้างว่าที่ตนทำเพราะหวังดี ร่วมหุ้นกับบริษัทอื่นงานเราก็จะได้เยอะขึ้นไม่ต้องหาแหล่งเงินทุนที่ไหนให้วุ่นวายด้วย พุฒิเมธโต้ว่าถึงไม่ร่วมหุ้นกับใคร เฮียก็หาแหล่งเงินทุนจาก

    ที่อื่นได้ เฮียไม่มีทางยกบริษัทให้ใคร ปรามว่า “คุณควรจะหยุดเสียก่อนที่เฮียจะรู้เรื่องนี้”

    “คุณจะสนใจทำไม บริษัทก็ไม่ใช่ของคุณ แล้วคุณก็ไม่ใช่น้องแท้ๆ ก็เป็นแค่ลูกบุญธรรม ไม่ได้ผลประโยชน์อะไรด้วยซะหน่อย”

    “ก็ดีแล้ว ที่ผมไม่มีผลประโยชน์ เลยทำให้ผมตาสว่างและรู้ว่าคุณคบผมเพราะหวังผลประโยชน์จากผม” พูดจบเดินออกไปเลย เจนนี่มองตามตาขวางที่ถูกรู้ทัน

    ooooooo

    บ่ายนี้ ที่ห้องประชุมบริษัท ณฤทธิ์ประชุมกับโหน่งและพนักงานบริษัทอารมณ์ดีที่ได้แลกเปลี่ยนเทรนงานกับเกาหลี ทั้งบริษัทและเด็กๆจะได้โกอินเตอร์ ขอให้ทุกคนตั้งใจทำงานขึ้นเป็นล้านๆเท่า

    โหน่งบอกว่าตนจะเทรนเด็กให้เอง ณฤทธิ์เน้นว่าโดยเฉพาะดล ตนจะให้เป็นตัวขายของงานนี้

    “ตอนนี้ก็แค่รอคุณณรงค์อนุมัติเงินทุนงานนี้เท่านั้น” ณฤทธิ์ยิ้มแย้ม พอดีคุณณรงค์โทร.มา ณฤทธิ์รับสายเสียงแจ่มใส แต่ฟังปลายสายพักเดียวก็หุบยิ้มหน้าเครียดถามเสียงดัง “ว่าไงนะครับ จะขอยกเลิกสัญญา!” ทุกคนในที่ประชุมหน้าเครียดมองณฤทธิ์เป็นตาเดียว “ทำไมกะทันหันแบบนี้ล่ะครับ...ทำไมถึงจะไปลงทุนอย่างอื่นแทน...อะไรนะครับ ใครเป็นคนสั่งให้ยกเลิกนะครับ!”

    ณฤทธิ์ฟังปลายสายหน้าเครียดขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าพ่ออยู่เบื้องหลังเรื่องนี้

    เมื่อเจอหน้าสมบัติ ถามว่าพ่อเองหรือที่ทำให้ตนไม่ได้เงินทุน สมบัติบอกว่าใช่ เขาจะได้เลิกทำงานบ้าๆแล้วกลับมาช่วยงานพ่อเสียที ณฤทธิ์หาว่าพ่อตัดอนาคตทำลายหน้าที่การงานของลูกตัวเอง สมบัติบอกว่าทำไปเพราะหวังดี เพราะตนสร้างสิ่งที่ดีกว่าให้แล้ว เขาจะไปสร้างอย่างอื่นทำไมอีก

    “สิ่งที่ดีกว่าของพ่อ มันไม่ใช่สิ่งที่ดีสำหรับผม ผมขอพูดเป็นครั้งสุดท้าย ถ้าพ่อยังขัดขวางสิ่งที่ผมทำอยู่ พ่อจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต!” ณฤทธิ์พูดเด็ดขาดแล้วผลุนผลันออกไปเลย สมบัติได้แต่มองตามโกรธๆ

    ตกเย็น พุฒิเมธกลับมาเห็นณฤทธิ์เครียดๆ ก็บอกว่าอย่าโกรธพ่อเลย พ่อเขาเป็นห่วง ณฤทธิ์บ่นว่าตนพูดมาเป็นสิบๆรอบแล้วน่าจะเข้าใจว่ายังไงตนก็ไม่มีทางทำงานที่พ่อต้องการ พุฒิเมธถามว่าพ่อสร้างกิจการใหญ่โตไว้

    ถ้าเฮียไม่ดูแล้วใครจะดู ณฤทธิ์โพล่งว่า “ก็มีแกไง แกก็ดูสิ”

    พุฒิเมธถามว่าเกี่ยวอะไรกับตน เพราะตนเป็นแค่ลูกบุญธรรมไม่ใช่ลูกแท้ๆ และจริงๆตนก็เป็นแค่ญาติ

    ณฤทธิ์บอกว่าอย่าคิดว่าตัวเองเป็นคนอื่น ตนไม่ชอบงานบริษัท ยังไงก็ไม่ไปทำงานกับพ่อแน่ๆ

    สมบัติโกรธณฤทธิ์นั่งหน้าตึงที่ห้องนั่งเล่น พุฒิเมธ แก้วตา หมอโอบ และวรรณนาเดินเข้ามาแกล้งคุยดังๆให้สมบัติได้ยินว่า บรรยากาศมาคุแบบนี้ดูทรงแล้วคงจะเรื่องเดิมๆ

    วรรณนาแกล้งถามพุฒิเมธว่ามาร์คเป็นยังไง เสียใจน้อยใจพ่อมากไหม

    “ลึกๆก็คงเสียใจมาก เฮียเขารักบริษัทนี้มาก สร้างมากับมือ แล้วก็คาดหวังกับงานนี้เอาไว้สูง...เด็กๆ ในบริษัทก็คาดหวังงานนี้เหมือนกัน” หมอโอบพึมพำว่าคงผิดหวังกันน่าดู แก้วตาเสริมว่าน่าสงสารจัง “ใช่ครับ ทุกคนผิดหวังมากโดยเฉพาะพี่มาร์ค ผมทำงานกับเฮียมาร์ค รู้ดีว่าเขาตั้งใจแค่ไหน รักบริษัทเหมือนลูก เด็กในวงการหลายคนก็มีอาชีพการงานตั้งตัวเลี้ยงพ่อแม่ได้ก็เพราะเฮียมาร์คทั้งนั้น”

    “ความจริงคนเป็นพ่อเป็นแม่ควรภูมิใจในตัวลูกมากกว่านะ ที่สร้างบริษัทใหญ่โตได้ถึงขนาดนี้” วรรณนาจงใจแดกดัน แล้วบ่น “จะว่าไป พ่อลูกคู่นี้ก็เหมือนกันเลยนะ เมื่อก่อนพ่อเราก็มุ่งมั่นตั้งหน้าตั้งตาจะสร้างห้างของตัวเองเหมือนเจ้ามาร์คแบบนี้ไม่มีผิด...ความจริงสองคนน่าจะลองคิดกลับกันดูบ้าง สองคนรักสิ่งที่ทำเหมือนกัน แต่แค่ชอบไม่เหมือนกัน”

    สมบัติฟังแล้วสีหน้าผ่อนคลายลงแต่ยังวางมาดขรึม ทั้งสี่ที่ผลัดกันแซะผลัดกันเหน็บ ต่างชำเลืองดูว่าสมบัติจะใจอ่อนไหม

    ฝ่ายณฤทธิ์เครียดหนักทำงานทั้งคืนเพื่อหาเงินทุน กันต์โทร.เข้ามาแสดงความห่วงใยบอกว่าเตรียมยากับวิตามินไว้ให้ในลิ้นชักแล้ว พร้อมข้อความหวานน่ารักอ่อนโยนใส่ใจคนรักแปะไว้ว่า

    “กินวิตามินนะ ดูแลคนอื่นก็อย่าลืมดูแลตัวเองด้วย เราจะได้อยู่ด้วยกันไปนานๆ”

    ณฤทธิ์อ่านข้อความแล้วยิ้มออก อย่างน้อยก็ยังมีกันต์ที่รักและห่วงใยตนอยู่จนเช้า กันต์ยังมากล่อมให้ณฤทธิ์กินอะไรก่อนแล้วค่อยทำงานต่อ ปลอบใจว่า

    “ไม่ต้องห่วงนะมันต้องผ่านไปด้วยดี เมื่อคืนผม โทร.ไปขอร้องลูกค้าอีกรอบ เขาบอกว่าจะกลับไปคิดดูอีกทีแล้วจะติดต่อมา ไม่นานต้องมีข่าวดี”

    กันต์พูดไม่ทันขาดคำ เอก็เข้ามาบอกว่าคุณณรงค์ โทร.มาบอกว่าจะยอมอนุมัติโครงการแล้ว เขาบอกให้รีบติดต่อกลับ กันต์พูดทันทีว่า “เห็นไหม ผมบอกแล้วว่าต้องผ่านไปด้วยดี”

    “ขอบคุณมากนะ เพราะคุณช่วยพูดแท้ๆ” ณฤทธิ์มีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที สั่งเอให้เตรียมห้องประชุม ตนจะเลือกเด็กที่จะส่งไปเทรนที่เกาหลีลอตแรก

    ณฤทธิ์ประกาศในที่ประชุมว่า งานนี้เราต้องเลือกเด็กท็อปๆของบริษัทไปเท่านั้น เอบอกว่าเลือกไว้บางส่วนแล้ว พลางส่งไอแพดให้ดู ณฤทธิ์ชมว่าเลือกได้ดีมาก และให้เลือกจัสตินเพิ่ม ส่วนฝ่ายหญิงให้เลือกซาร่าแทนเจนนี่ที่เอเลือกไว้ เอถามว่า แล้วชีจะยอมหรือ ณฤทธิ์เสียงเข้มว่า ไม่ยอมก็ต้องยอม

    แต่พอโหน่งโทร.บอกเจนนี่ที่กำลังทำเล็บอยู่ เธอลุกพรวดไม่ยอม บอกจะต้องไปคุยกันให้รู้เรื่อง แต่ถูกณฤทธิ์พูดอย่างไม่แยแสว่า ตนเป็นคนไม่เลือกเธอเอง ชี้ให้ดูปากตัวเอง บอกว่า

    “ฉันจะพูดชัดๆ ทีเดียว ไม่ใช่ว่าเธอสวยแล้วเธอจะต้องได้ทุกอย่าง ซาร่าอาจจะไม่สวยเท่าเธอแต่อย่างน้อยหน้าเขาก็โมให้สวยได้ ส่วนนิสัยอย่างเธอ มันโมกันไม่ได้จริงๆ” เจนนี่ถามเสียงแข็งว่านิสัยตนไม่ดีตรงไหน “แทงข้างหลังฉันไง อย่าคิดนะว่าฉันไม่รู้ว่าเธอแอบเอาความลับฉันไปบอกบริษัทอื่น”

    เจนนี่หน้าเสียที่ถูกจับได้ แต่ก็พาลขู่ว่าถ้าไม่ได้งานนี้ตนจะยกเลิกสัญญา ถูกณฤทธิ์ตอกหน้าว่า

    “ไม่! ไม่ให้งานและไม่ยกเลิกสัญญา เธอต้องเป็นทาสฉัน ทำงานให้ฉันต่อไป ฉันจะกักเธอไม่ให้งานดีๆ กับเธอ ถ้าเธอไปรับงานที่อื่นฉันก็จะฟ้องเธอทันที เอาสิ ถ้าไม่มีอะไรก็ไสหน้าโบทอกซ์ของเธอออกไปได้แล้ว”

    “ไอ้เก้ง...อย่าให้พลาดบ้างก็แล้วกัน ฉันเอาคืนแกแน่” เจนนี่อาฆาตก่อนกระแทกเท้าออกไป

    ซาร่าถามณฤทธิ์ว่าทำแบบนี้จะดีหรือ ณฤทธิ์พูดอย่างไม่แคร์ว่า

    “ดี ใครมาดีฉันก็ดีตอบ ใครร้ายมาฉันก็ร้ายตอบ คนอย่างฉันไม่มีคำว่าแพ้”

    จากนั้นณฤทธิ์คุยกับพุฒิเมธ โหน่งและเอ อย่างผ่อนคลายว่า

    “ปัญหาหมดไป ทีนี้ก็เป็นเวลาปาร์ตี้ไทม์แก้เครียด ฉันจะจัดงานเลี้ยงฉลองแกรนด์โอเพนนิ่งบริษัท ของานแบบชีคๆ คูลๆ เป็นปาร์ตี้โฟมริมสระ เป็นปาร์ตี้บาร์บีคิวดีกว่า ฉันไม่ชอบกินผัก ส่วนธีมงานเอาเป็น black and white...devil and angel เทวดากับซาตานดีไหม เลือกข้างไปเลยว่าใครจะดีจะชั่ว จะอยู่ทีมนรกหรือสวรรค์”

    เอถามว่าจะจัดวันไหน ณฤทธิ์บอกว่าคืนพรุ่งนี้ พุฒิเมธถามว่าจะทันหรือ

    “ต้องทัน นั่นเป็นหน้าที่เธอที่ต้องไปจัดการ จะไปเกณฑ์คนมาจากไหนก็ได้ฉันต้องการปาร์ตี้ในวันพรุ่งนี้” ณฤทธิ์ย้ำกับเอ

    พุฒิเมธถามว่าจะเชิญพ่อด้วยไหม ณฤทธิ์ตอบทันทีว่าไม่ ถูกพุฒิเมธดักคอขำๆ ว่ากลัวพ่อรู้เหรอว่าออฟฟิศเราเป็นฮาเร็มผู้ชายของเฮีย โหน่งพูดอย่างแปลกใจว่าอย่าบอกนะว่าพ่อมาร์คไม่รู้ว่ามาร์คชอบ... ณฤทธิ์พูดทันทีว่า “ลองได้รู้สิ บ้านแตกแน่”

    ที่มุมหนึ่งเจนนี่แอบฟังอยู่ เธอมองณฤทธิ์ ยิ้มร้ายพึมพำ “เดี๋ยวแกได้แกรนด์โอเพนนิ่งของจริงแน่ๆ”

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"

    "หมาก" นำทีมเปิดเกมบู๊ "แต้ว" พลิกบทบาทสวยโหดแซ่บ จัดเต็มความมัน "เกมล่าทรชน"
    23 ต.ค. 2564

    05:50 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 23 ตุลาคม 2564 เวลา 09:09 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์