นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    ชั่วโมงต้องมนต์

    SHARE
    • หน้าที่ 3
    • 1
    • 2
    • 3
    • 4

    กันต์กลับมานั่งดูกิ๊บที่เก็บได้ ซาร่าจำได้ว่าเป็นของบุญสิตาก็หึงจนกันต์บอกให้เธอกลับไปก่อนตนขออยู่คนเดียวสักพัก เมื่อซาร่ากลับไปเขาจึงโทรศัพท์หาทรายอ้างว่าจะนัดมาสัมภาษณ์เรื่องงาน แต่ที่แท้ต้องการสืบเรื่องบุญสิตาว่าสนิทสนมกับมาร์คเจ้านายคนเก่าของบริษัทได้ยังไง

    “ยัยนั่นเหรอสนิทกับคุณมาร์ค...ไม่มีทางหรอกค่ะ ยัยนั่นวันๆทำแต่งานไม่มีทางรู้จักไฮโซหรอก”

    ทรายถามว่าทำไมเขาจึงสนใจเรื่องซิน ไม่เห็นถามเรื่องตนเลย กันต์แถว่าช่วงนี้ตนกำลังตรวจสอบประวัติพนักงาน ส่วนเรื่องสัญญากับเธอนั้นต้องเข้าที่ประชุมก่อน ตนจะดูแลให้อย่างดี มีอะไรจะรีบส่งข่าว แล้วมอบครีมบำรุง เครื่องสำอางให้ ปากหวานว่า “สำหรับว่าที่นางแบบครับ” เพียงเท่านี้ทรายก็ปลื้มแล้ว

    บุญสิตากลับมาแล้วก็โทรศัพท์คุยกับแนนซี่ แนนซี่ถามทันทีว่าความลับที่ตนทำนายคือเรื่องกันต์กับเรื่องคุณเมธรู้ความจริงว่าคุณมาร์คสิงร่างเธอใช่ไหม แล้วเรื่องความรักเธอกับคุณเมธล่ะ ตนบอกมาไม่รู้กี่ครั้งแล้วว่าดวงเธอกับเขาคู่กัน แล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยจริงๆหรือ

    บุญสิตาเล่าว่าดูท่าทางเมธก็พยายามจะบอกอะไรหลายครั้งแต่ก็มีเหตุให้ไม่ได้พูด และตนก็พยายามเลี่ยงด้วย เพราะเจอเรื่องแบบนี้ตนก็ตื่นเต้น เขิน ไม่รู้จะยังไง พึมพำว่า

    “แล้วเขาก็เป็นดารา หล่อมากด้วย แค่เห็นหน้าฉันก็เขินพูดอะไรไม่ออกแล้ว”

    แต่แนนซี่มีวิธีไปแนะนำให้ที่บ้านเลยว่า ให้เอาภาพสแตนดี้พุฒิเมธขนาดเท่าตัวจริงไปไว้ที่ห้องนอน

    เห็นหน้ากันทุกวันซ้อมพูดคุยเพื่อให้ชินจะกอดจะหอมด้วยก็ได้ แนะนำแล้วอวยพรขอให้ได้ขอให้โดนเร็วๆ

    “ขอบใจมากนะ แต่ฉันขออยู่เฉยๆให้เป็นไปตามธรรมะจัดสรรดีกว่าจ้ะ”

    “ไม่ได้ ธรรมะจัดสรรไม่ได้ เธอต้องจัดสรรตัวเอง พยายามเข้าหา ชวนคุย เชื่อฉันทำตามที่ฉันบอก แล้วก็ไปดักรอเขา ไปอยู่ที่ที่จะต้องเจอเขา”

     รุ่งขึ้นบุญสิตาไปให้อาหารปลา เจอกับพุฒิเมธ เขาขอบคุณเธอที่คอยช่วยเหลือเฮีย มีอะไรให้ตนช่วยได้ก็ให้บอก

    “คุณแค่ช่วยตักบาตรทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้พี่คุณบ่อยๆก็พอค่ะ ซื้อเสื้อผ้า ของอร่อยๆ พี่คุณน่ะไม่ค่อยได้เปลี่ยนชุดเลย”

    “งั้นเหรอ” พุฒิเมธหัวเราะชอบใจ พอดีสมบัติเดินเข้ามา พุฒิเมธจึงหันไปทักทายพ่อเขินๆ “คุณพ่อมาบริษัท มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ”

    “พอดีพ่อมีงานมาให้ ไม่สิ มาขอความช่วยเหลือมากกว่า”

    ooooooo

    เมื่อทุกคนเข้าห้องประชุมแล้ว สมบัติถามทุกคนว่าเคยได้ยินชื่อนาฬิกา ที–ไทม์ ไหม พุฒิเมธจำได้ว่าเป็นบริษัทของลุงธีมาเพื่อนคุณพ่อ

    “ใช่...เพื่อนพ่อเขากำลังจะออกนาฬิกาใหม่ ฉลองครบรอบสามสิบปีของบริษัท คอนเซปต์ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ แล้วเขาเห็นพวกเราไปทำงานจิตอาสากันก็เลยอยากให้พวกเราไปเป็นแบบนาฬิกาให้น่ะ”

    ศรันย์กับบุญสิตาตื่นเต้น แต่พุฒิเมธเห็นสมบัติทำหน้าเหมือนมีอะไรที่ยังพูดไม่หมด ถามว่าพ่อมีอะไรอีกหรือเปล่า สมบัติจึงบอกว่า

    “ตอนที่เพื่อนบอกว่าจะให้พวกเราไปเป็นนายแบบให้ พ่อดีใจ เลยลืมตัวเผลออาสาจะเป็นแม่งานช่วยจัดงานฉลองครบรอบบริษัทให้เป็นการตอบแทน...พ่อก็โม้ไปเยอะ ว่าทีมเราเก่ง เด็กๆในบริษัทชอบจัดงานปาร์ตี้บ่อยๆ...ช่วยพ่อหน่อยนะ เพื่อนคนนี้เราช่วยเหลือธุรกิจกันมาหลายครั้งแล้ว...ก็ไม่ได้งานใหญ่อะไร งานเลี้ยงภายในบริษัทเฉยๆ”

    พุฒิเมธบอกว่าจะลองดู สมบัติบอกให้เข้าไปคุยรายละเอียดกับเพื่อนพ่อเลยพ่อนัดไว้แล้ว บุญสิตาถามว่าเมื่อไหร่ พอสมบัติบอกว่าพรุ่งนี้ พุฒิเมธตกใจ แต่สมบัติพูดสบายๆว่า


    “ฝากด้วยนะ อย่าไปสายล่ะ เพื่อนพ่อคนนี้ขึ้นชื่อเรื่องตรงเวลามาก”


    พุฒิเมธ บุญสิตา และศรันย์มองหน้ายิ้มกันแหยๆ แบบงานเข้าแล้ว...


    ooooooo


    รุ่งขึ้นที่บริษัททีไทม์ ขณะที่ก้อยเลขาของธีมาหัวหมุนวุ่นกับงานอยู่ พุฒิเมธกับบุญสิตาก็เดินเข้ามา


    ระหว่างนั้นก้อยก็รับสายโทรศัพท์ ทั้งเรื่องตารางนัดงานและเรื่องที่คุณผู้หญิงโทร.เข้ามาเตือนเรื่องงานประชุมผู้ปกครอง ก้อยหันยิ้มแหยๆกับทั้งสองบอกว่าตารางงานแน่นมากเลย ดูนาฬิกาแล้วถาม


    “แล้วเพื่อนยังไม่มาอีกเหรอคะ อีกห้านาทีเดี๋ยวท่านก็มาถึงแล้วค่ะ ท่านตรงเวลามาก แล้วท่านก็ไม่ชอบคนที่มาสายด้วยค่ะ”


    “ครับๆผมจะรีบโทร.ตามเดี๋ยวนี้” พุฒิเมธรีบโทร.ตามศรันย์ ศรันย์บอกว่าถึงแล้วกำลังจะเข้าบริษัทจะรีบเหาะไปเลย


    พุฒิเมธกับบุญสิตามองนาฬิกาตาเป๋ง ใจลุ้นว่าศรันย์จะมาทันไหม


    พอเข็มนาฬิกาเลื่อนไปบ่ายโมงเป๊ะ ประตูห้องก็เปิด ทุกคนลุ้นกันว่าจะเป็นใครเข้ามา ปรากฏว่าเป็น ธีมาเปิดประตูเข้ามา


    “เมธเป็นไงบ้าง ไม่ได้เจอนานเลยนะ”


    “สวัสดีครับคุณลุง ผมสบายดีครับ” แล้วหันไปแนะนำซิน “นี่คุณซินผู้จัดการบริษัทครับ”


    “ยินดีที่ได้รู้จักนะ เราย้ายไปคุยห้องลุงดีกว่าเนอะ ...เห็นว่าจะมากันสามคนไม่ใช่เหรอ อีกคนล่ะ...อย่าบอกนะว่ามาสาย”


    ทันใดนั้นประตูเปิด ศรันย์เข้ามาเห็นยังไม่ได้ประชุมกันก็ถอนใจโล่งอกบอกว่า “ทันเวลาพอดีเลย”


    “ทันตรงไหนครับ สายไปหนึ่งนาทีสิบห้าวินาที” ธีมาพูดยิ้มๆอย่างผู้ใหญ่ใจดีตั้งใจสอนลูกหลาน “มีนาฬิกาแต่มาสายก็อย่ามีนาฬิกาดีกว่านะครับ” พูดแล้วเดินออกไปเลย


    พุฒิเมธ บุญสิตา และศรันย์ มองหน้ากันกลืนน้ำลายเอื๊อก...


    ooooooo

    เมื่อเข้าไปในห้องทำงานขนาดใหญ่ของธีมา ในห้องประดับประดาด้วยนาฬิกามากมายทั้งใหม่และโบราณ ธีมาเริ่มการประชุมด้วยท่าทีสบายๆ แต่สอนบรรดาลูกหลานในทีว่า


    “ลุงย้ำกับลูกน้องเสมอว่าเราทำนาฬิกา เราอยู่กับเวลาตลอด เราก็ต้องใช้เวลาแต่ละวินาทีให้คุ้มค่า ให้เกิดประโยชน์สูงสุด...เวลามันผ่านแล้วผ่านเลย หนึ่งนาทีเราก็เอากลับคืนมาไม่ได้”


    “แต่ถ้าเราต้องทำตามเวลาเป๊ะๆแล้วทำให้ไม่มีความสุขก็เอาเวลาไปนั่งเฉยๆ ดูต้นไม้ใบหญ้าก็ดีกว่านะคะ” บุญสิตาปากไว ถูกศรันย์เอาเท้าสะกิดจึงรู้ตัวรีบขอโทษ ธีมาไม่ถือสา ตัดบทว่า


    “อย่าเสียเวลาพูดเรื่องไร้สาระเลย...เรามารีบคุยงานดีกว่า ลุงมีเวลาแค่ชั่วโมงเดียว”


    การประชุมดำเนินไปอย่างจริงจัง จนเหลือเวลาอีกห้านาที ธีมามองนาฬิกาแล้วบอกพุฒิเมธว่าตนมีนัดต่อ เดี๋ยวให้เลขาคุยรายละเอียดต่อแล้วกัน ขอบใจที่มาช่วยงาน ยิ้มให้อย่างกันเองแล้วลุกเดินออกไป ทุกคนหันมองนาฬิกาในห้องพร้อมกัน พอธีมาออกไปและประตูปิดก็เป็นเวลาบ่ายสองโมงเป๊ะ!

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    เพลย์ลิสต์ละคร "แอน ทองประสม" และ "เจมส์ จิรายุ" ก่อนจะมาถึง “กะรัตรัก”

    เพลย์ลิสต์ละคร "แอน ทองประสม" และ "เจมส์ จิรายุ" ก่อนจะมาถึง “กะรัตรัก”
    28 พ.ย. 2564

    11:01 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน 2564 เวลา 19:48 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์