ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ชื่นชีวา

SHARE
  • แนว
  • :
  • โรแมนติก-ดราม่า
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บุษยมาส
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • ภาวิต
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ณพธันกรณ์ ธัญญาสิริทรัพย์
  • ผลิตโดย
  • :
  • บริษัท ดีด้า วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • สถานีโทรทัศน์ช่อง 7
  • นักแสดงนำ
  • :
  • ศรัณย์ ศิริลักษณ์, คามิลล่า กิตติวัฒน์

ชื่นชีวา ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ณ ดงตาล ทุ่งนาแถวรังสิต ไม่ไกลจากเมืองกรุง เสียงเด็กชายตะโกนโหวกเหวกขอความช่วยเหลือจากชื่นซึ่งเป็นลูกพี่อยู่ที่หน้าบ้านไม้เก่าๆ หลังหนึ่ง เพียงไม่กี่อึดใจเด็กชายหน้าตาสะสวยก้าวออกมายืนจังก้า

“มีอะไรวะ...ไอ้หลอ”

“ไอ้เปี๊ยก มันถูกพวกเด็กบ้านใหญ่รุมยำ”

ชื่นยืนกอดอกขบกรามนัยน์ตาเอาเรื่อง ก่อนสั่งการให้ลูกน้องพาไปยังที่เกิดเรื่อง ในขณะที่ช้อยแม่ของเด็กชื่นโผล่หน้าออกมามองอย่างเหนื่อยใจ พลางนึกว่าตนคิดถูกหรือผิดที่เลี้ยงลูกให้ออกมาทะโมนเยี่ยงนี้จนมีเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน

ห่างออกไปไม่ไกลนัก มีบ้านหลังใหญ่ทรงทันสมัย หรือชาวบ้านแถวนั้นเรียกว่าบ้านนาตามป้ายชื่อหน้าบ้าน มีกลุ่มเด็กชายกำลังรุมทำร้ายเหยื่อรูปร่างผอมแห้งคนหนึ่ง เสียงตะโกนถามดังก้องทั่วท้องทุ่งนาว่า

“กลัวไหม กลัวไหม...ถ้ากลัวก็พูดซิว่าผมกลัวคุณเบิ้ม ผมกลัวคุณลอย และผมกลัวคุณเจิม!”

ยังไม่ทันที่ไอ้เปี๊ยกจะเอ่ยปาก ก็มีเสียงตวาดดังมาแต่ไกลให้หยุด ทุกคนชะงักหันขวับไปตามเสียงก็เห็นชื่นยืนถลึงตาด้วยท่าทีเหมือนนักเลงตัวจ้อย เหยื่อตัวน้อยดีใจสุดขีดที่ลูกพี่มาช่วยเขาได้ทันเวลาพอดี กลุ่มเด็กชายสามคนออกอาการขำที่เห็นลูกพี่ของมันมีรูปร่างไม่ได้แตกต่างกัน เสียงเจิมถามกลั้วหัวเราะว่า

“เนี่ยเรอะลูกพี่เอ็ง...น่าจะเป็นลูกกรอกมากกว่า”

“หยุด! ญาติผู้ใหญ่เสียเรอะ”

ชื่นตวาดถามด้วยท่าทีไม่เกรงกลัว คำถามนั้นทำเอาเด็กตัวโตสามคนโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง ทั้งหมดปราดเข้าใส่แต่ชื่นหลบได้อย่างว่องไว แล้วถีบเบิ้มหน้าคะมำกระแทกกับพื้น ลอยกับเจิมถลันเข้ามารุมแต่ชื่นใช้ความสามารถหลบหลีกพร้อมกับเตะต่อยตอบโต้จนกลุ่มเด็กตัวโตได้รับบาดเจ็บไปไม่น้อย ทันใดนั้นมีเสียงอันทรงอำนาจตวาดให้หยุดดังขึ้น

ทั้งหมดหยุดชะงักแล้วหันมาเห็นคุณต้น ลูกชายคนโตของเจ้าของบ้านนายืนมองการต่อสู้ด้วยความหงุดหงิด ในขณะที่คุณต่อน้องชายหัวเราะอย่างขำขันเพราะชอบใจการตอบโต้ของชื่นกับกลุ่มเด็กตัวโตราวกับไม่เกรงกลัวหน้าอินทร์หน้าพรหมอะไรทั้งนั้น เสียงคุณต้นถามเบิ้มเด็กในบ้านซึ่งเป็นหัวโจกว่าใครเป็นคนเริ่มก่อน ชื่นสวนแทนว่า

“ต้องเป็นไอ้ 3 คนนั้น! ไอ้เปี๊ยกกับไอ้หลอมันไม่เคยรังแกใครก่อน...ตัวแค่นี้จะรังแกใครได้กัน ส่วนผมก็แค่ช่วยลูกน้องเท่านั้น”

“ก็มันท้าผมนี่ครับว่า ถ้าแน่จริงก็มาชกกับไอ้ชื่น ลูกพี่มันไหม” ลอยตอบเสียงอุบอิบ

“ยังไม่ทันจะได้ความอะไร ไอ้บ้านี่ก็ชกผมเลยบอกว่าต่อให้เป็นพ่อไอ้ชื่น มันก็ไม่กลัว!” เปี๊ยกแย้งเสียงลั่น

ชื่นได้ยินสิ่งที่ลูกน้องเล่าก็เกิดอาการเลือดเดือดถลันเข้าไปจะชกลอย แต่ต้นคว้าตัวไว้ได้ทัน ชื่นดิ้นสะบัดพร้อมกับบอกให้ปล่อย ตนจะไปจัดการไอ้คนปากมอม ต้นถอนหายใจเฮือกใหญ่ถามว่าเป็นหมาบ้าหรือ ส่วนต่อพยายามเข้าช่วยแต่โดนถีบจนหงายหลัง ต้นยิ่งจับตัวชื่นให้แน่นขึ้นแล้วดุว่า

“เด็กดีเขาไม่เกเรอย่างเราหรอก ต้องพูดกันดีๆ ถ้ายินยอม...ฉันจะได้ปล่อย”

“คุณต้นเขาเป็นคนยุติธรรม ถ้าคนของเราผิดก็ต้องถูกลงโทษ”

ต่อยืนยันเสียงหนักแน่น ชื่นชั่งใจอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้าตกลง ต้นสั่งให้เปี๊ยกเล่าเรื่องให้ฟังทั้งหมดว่าเป็นมาอย่างไรจะได้ตัดสินให้ความยุติธรรมกับทั้งสองฝ่าย...และแล้วความจริงก็ปรากฏว่าฝ่ายชื่นไม่ได้ก่อเรื่องก่อน

ooooooo

ชื่นเดินนำลูกน้องออกมาจากบ้านหลังใหญ่ด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่องในศักดิ์ศรี ถึงแม้ว่าพวกตนจะจนแต่ไม่เคยทำร้ายใครก่อน เสียงเปี๊ยกพูดอย่างทระนงว่า

“ความจริงฉันก็อยากได้เงินทำขวัญนั่น แต่ถ้าให้เลือกฉันต้องเลือกศักดิ์ศรีกับลูกพี่มากกว่า พวกเราเป็นเพื่อนกันนิ”

ชื่นยิ้มพอใจแล้วไล่ให้พวกลูกน้องรีบกลับบ้าน ส่วนตัวเองก็เร่งฝีเท้ามุ่งกลับบ้านเช่นกัน เมื่อถึงบ้าน ชื่นหน้าเสียเพราะตาชมยืนรอชำระความอยู่

“หายไปไหนมา ทิ้งแม่เขาไว้คนเดียว...ไอ้เด็กพวกนั้นสำคัญกว่าแม่ของเจ้าหรือยังไง”

“ก็พวกมันโดนรังแก ก็เลยต้องไปช่วย”

“จำไว้...ตาเคยสั่งให้ดูแลแม่อย่างใกล้ชิด แกก็ต้องทำตามโดยไม่มีข้อแม้! เรามีกันแค่สามคนเท่านั้น อย่าลืมสิ!”

ชื่นคอตกก่อนจะถูกไล่ให้ไปเตรียมตัวมาทานข้าวเย็น ช้อยมองตามลูกอย่างสงสารตัดพ้อกับพ่อว่าเข้มงวดกับหลานมากเกินไป แต่ชมสวนกลับว่าถ้าไม่เข้มงวด มันจะเป็นเด็กอ่อนแอไม่กล้าสู้กับใคร และพวกเรายังมีแค้นที่ต้องชำระกับศัตรู...นัยน์ตาของชมฉายแววอาฆาตพยาบาท

ตกค่ำลอยมาหาชื่นถึงบ้านพักด้วยทีท่าลังเลเหมือนมีอะไรจะพูดด้วย ชื่นประหลาดใจถามว่ามาทำไมกัน ลอยฉีกยิ้ม

“คุณต่อให้เอาอาเปิ้นมาให้ครับ”

“อะไรของเอ็ง...อาเปิ้น”

ชื่นบ่นพลางเปิดถุงดู มีแอปเปิ้ลหรืออาเปิ้นของไอ้ลอยลูกโตจำนวนหลายลูกอยู่ในนั้น เด็กชายหน้าสวยจ้องมองผลไม้ตื่นเต้น แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อตาชมพูดเสียงเข้มให้เอาไปคืนไม่ให้รับไว้ เพราะถึงจะจนก็ไม่ให้เห็นแก่ได้จนใครมาดูถูกชื่นพยักหน้าเห็นด้วย ในขณะที่ช้อยถามพ่อว่าคุณต่อเป็นใครกัน

“คงจะเป็นหลานเจ้าของบ้านหลังใหญ่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ...คงไม่ใช่พวกเลวนั่นหรอกลูก โลกมันคงไม่กลมขนาดนั้น”

ช้อยถอนใจยาวไม่อยากคิดถึงอดีตอันขมขื่น ขณะนั้นชื่นเดินถือถุงแอปเปิ้ลไปด้อมๆมองๆ ที่บริเวณรั้วบ้านนา แล้วเห็นต้นนั่งอ่านหนังสืออยู่เสียงเด็กชาย

พูดพึมพำกับตัวเองว่าคนนี้คุณต้นไม่ใช่คุณต่อ ราวกับว่าต้นมีพลังวิเศษหยั่งรู้ เขานิ่วหน้าอย่างรำคาญบอกว่า

“จะเข้าก็เข้ามาซิ...มายืนลับๆล่อๆ อยู่ทำไมยังกับพวกขโมย...ยืนเกะกะหน้าประตูอยู่ได้ ว่าไงจะเข้ามาไหม”

“ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยขโมยใคร! ถึงยากจนก็ไม่เคยลักขโมย”

ชื่นหน้าคว่ำไม่พอใจอย่างแรงที่ถูกเปรียบว่าเป็นขโมย ในใจนึกเกลียดต้นเข้ากระดูกดำแล้วบ่นกับตัวเองเบาๆว่าไม่อยากเข้าไปเลย คุณต่ออยู่ที่ไหนก็ไม่รู้

ต้นยิ้มเดินมาเปิดประตู ชื่นยื่นถุงผลไม้คืนให้เขา แต่ชายหนุ่มกลับบอกให้เอาไปคืนกับต่อเองพร้อมกับตะโกนเรียกน้องชายเสียงลั่น ต่อวิ่งออกมาสีหน้าดีใจเชิญชวนชื่นให้เข้าไปในบ้าน

อ่อนแม่นมของคุณชายทั้งสองเพ่งมองชื่นอย่างเอ็นดู ถามว่าใช่คนเดียวกันกับที่เล่าให้ฟังหรือไม่ ต่อพยักหน้าเป็นคำตอบแล้วชวนให้ทานซุปมะเขือเทศ

ด้วยกัน ชื่นส่ายหน้าไม่กล้าลองกินและยื่นถุงผลไม้คืนให้เขาบอกว่าตาสอนไม่ให้รับของจากใครเปล่าๆ นมอ่อนมองเด็กชายหน้าหวานอย่างทึ่ง ต่อสบโอกาสขอตามไปบ้านชื่นเพื่อชี้แจงความจริงใจของเขา เด็กชายขู่ว่าตาเป็นคนดุกล้าไปพบไหม ต่อยิ้มขำพยักหน้ามาดมั่นเดินตามทันที

เมื่อไปถึงต่อใช้ความอ่อนน้อมเข้าหาผู้ใหญ่พร้อมกับแนะนำตัวเองว่าชื่อสาโรจน์ ศรายุทธ เป็นลูกเจ้าของบ้านนา ไม่ได้มีเจตนาดูถูก แต่เห็นว่าชื่นเป็นเพื่อนจึงแบ่งผลไม้มาให้ทาน ชมยังคงนั่งนิ่ง ในขณะที่ช้อยนึกเอ็นดูบอกลูกว่า

“ถ้าอย่างนั้น ชื่นก็ต้องเก็บฝักบัวให้เพื่อนกินซิลูก เขาให้ของมาเราก็ต้องให้ตอบแทน เพื่อนย่อมไม่เอาเปรียบเพื่อน”

ooooooo

ชื่นพาต่อมาเก็บฝักบัวตามคำสั่งแม่ด้วยความรู้สึกดีที่ชายหนุ่มไม่มีทีท่ารังเกียจพวกบ้านนอกเช่นตน เด็กชายชวนคุยถามว่าว่ายน้ำเป็นไหม ต่อยิ้มขำตอบว่าไม่ใช่แค่ตนว่ายน้ำเป็น แต่ต้นพี่ชาย

ก็ว่ายเป็นด้วย ชื่นหน้าง้ำสวนว่าไม่ได้ถาม...

หลังจากต่อกลับไป นายมั่นลูกน้องเก่าของชมก็มาเยี่ยมเยือนพอดี เมื่อรู้ว่ามีคนมาจากบ้านนา เขาก็เล่าให้ชมฟังว่า

“เจ้าของบ้านนาคือพระยาพิชัยศรายุทธ ที่แต่งงานกับคุณหญิงวีณา ชวาล หลังจากแม่เด็กผู้ชายสองคนนั่นตายไป”

“ช่างบังเอิญเหลือเกิน ในที่สุดข้าก็ไม่ต้องไปตามหาพวกชวาลที่ไหน! มันรนมาหาถึงที่เอง ตอนนี้ยังไม่เจอตัวการ เพียงเจอแค่น้องสาวของมัน พี่ชายคงอยู่ไม่ไกลหรอก!”

ชมหมายมั่นจะทำอะไรบางอย่างราวกับเคียดแค้นคนในตระกูลชวาลมาเป็นแรมปี...ในเวลาเดียวกันนั้นคุณหญิงวีณารู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นนมอ่อนอุ้มแจกันปักดอกบัวหลวงพับอย่างสวยงามเข้ามาให้ดู

“ได้ดอกบัวมาจากไหนกันจ๊ะ นมอ่อน”

“เด็กชาวบ้านแถวๆนี้ค่ะ...คุณต่อเธอสงสารเอาแอปเปิ้ลให้ไป แต่เด็กคนนั้นไม่ยอมรับของเปล่าๆไปเก็บฝักบัวมาให้คุณต้นกับคุณต่อทานแล้วให้ดอกบัวมาถวายพระ เด็กผู้ชายคนนี้ผิวพรรณหน้าตาดีมาก ถึงเสื้อผ้า จะเก่า เนื้อตัวจะมอมแมม แต่ผิวพรรณหน้าตาหมดจดเหลือเกิน...ดีเกินกว่าจะเป็นเด็กท้องนาค่ะ พูดจาก็สุภาพไม่กระโชกโฮกฮากเป็นมะนาวไม่มีน้ำ”

คุณหญิงวีณาฟังแล้วแปลกใจเพราะไม่คิดว่าที่ห่างไกลเมืองกรุง จะมีพ่อแม่อบรมลูกได้ดีถึงขนาดนี้ เธอสนใจอยากจะทำความรู้จักกับเด็กชายคนนั้นรวมถึงพ่อแม่ด้วย

วันรุ่งขึ้นคุณหญิงชักชวนสามีให้ไปเยี่ยมชมสถานที่รอบๆบ้าน แต่เขาปฏิเสธบอกว่าอยากอ่านหนังสือที่บ้านให้ชวนลูกชายทั้งสองไปแทน

“ตกลงใครจะไปกับคุณอาวีณาบ้าง อุตส่าห์มาตากอากาศทั้งทีก็น่าจะไปดูให้ทั่ว อย่าทำตัวเป็นคนแก่เหมือนพ่อ...คุณอาจะไปซื้อดอกบัวที่บ้านเด็กชื่นด้วย ใครๆก็ไปทั้งนั้น แม้แต่นมอ่อนกับนางยงไปเที่ยวกันเถอะ พ่ออยู่คนเดียวได้”

ต่อดีใจลิงโลด ในขณะที่ต้นทำหน้าเบื่อไม่อยากไป เจ้าคุณพิชัยรำคาญในความเยอะของบุตรชายจึงไม่คะยั้นคะยออีก แต่สุดท้ายต้นก็ตัดสินใจร่วมคณะไปด้วย

ชื่นแปลกใจเมื่อได้ยินเสียงรถตู้วิ่งเข้ามาจอดหน้าบ้าน

“ขนมาหมดบ้านเลยหรือเปล่าเนี่ย มีใครมากันบ้างล่ะ”

ต่อยิ้มขำรีบแนะนำบรรดาผู้หญิงไม่ว่าจะเป็นคุณหญิงวีณา นมอ่อนและยง ส่วนต้นเอ่ยปากตำหนิที่ไม่เห็นชื่นทำความเคารพผู้ใหญ่ ชื่นหน้าเจื่อนรีบยกมือไหว้ทันที จากนั้นทุกคนต่างเพลิดเพลินกับความสวยงามของธรรมชาติรอบตัว ในขณะที่ชมยืนมองอยู่บนบ้าน เขาจ้องคุณหญิงวีณาไม่วางตาคิดอยู่ในใจว่ามารู้จักกันจนได้!

ooooooo

มิตรภาพระหว่างชื่นกับต่อยั่งยืนจนเวลาผ่านไปถึงหกปี ทั้งสองยังคงส่งจดหมายเล่าความเป็นไปของชีวิตอย่างสม่ำเสมอ ชื่นมักจะอ่านเนื้อความในจดหมายให้ช้อยมารดาฟังอยู่เสมอ วันนี้ก็เช่นกัน...

“ชื่นเพื่อนรัก เสียใจเหลือเกินที่ 3 ปีหลังมานี้ ฉันไม่ได้มีโอกาสมาบ้านนาอีก...พวกเรามักจะไปพักผ่อนที่หัวหินแทน คุณต้นหัวเสียกับญาติๆของคุณอาวีณามาก พาลพาโลให้เกลียดเธอมากยิ่งขึ้น แต่โบราณว่าเกลียดสิ่งไหน มักจะได้สิ่งนั้น เพราะคุณอาวีณาได้ขอลูกสาวของพี่ชายคือ หม่อมหลวงนิวัฒน์ ชวาล มาอุปการะเอง เธอชื่อเกศ หรือเกศินี ชวาล”

ช้อยสะดุ้งเฮือกหน้าซีดเผือดตะโกนสั่งให้ลูกหยุดอ่านทันที ชื่นมองท่าทีของแม่ด้วยความตกใจ ช้อยได้สติรีบกลบเกลื่อนบอกเพียงว่าตนเหนื่อยขอตัวไปพักผ่อน ชื่นถอนใจมองตาม ในขณะที่ช้อยน้ำตารื้น...ทำไมโลกมันแคบถึงเพียงนี้! ชื่นเห็นอาการมารดาแล้วรู้สึกใจไม่ดีวิ่งลงจากบ้านไปตามตาชมทันที พอมาถึงและรู้เรื่องจดหมายนั่น ชมก็ยอมรับกับลูกสาวว่าตนรู้มา

ตั้งนานแล้วว่าคนบ้านนั้นเกี่ยวข้องกับพวกชวาล แต่ไม่อยากให้รับรู้ ช้อยสะดุดใจถามว่าเรื่องอะไรกัน ตนมีสิทธิ์ที่จะรู้

ชมนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะเบือนหน้ามาทางช้อยนัยน์ตาเป็นประกายกร้าวเหมือนคนเจ็บแค้นหนัก

“มันทำให้ลูกของพ่อเจ็บปวดปางตายขนาดไหน พ่อไม่เคยลืม! ไอ้นิวัฒน์จะต้องชดใช้ ลูกของพ่อต้องตกอยู่ในสภาพนี้! เจ้าชื่นควรมีชีวิตที่ดีกว่านี้ แม้ว่าเจ้าอโหสิให้มัน แต่สำหรับพ่อแล้ว ไม่มีวันนั้น...ดูตัวเองในกระจกซิ เจ้ามีแต่ทุกข์!”

ช้อยร้องไห้สะอึกสะอื้น ชื่นได้ยินเสียงร้องนั่นก็สะเทือนใจยิ่งสงสัยว่าชื่อของหม่อมหลวงนิวัฒน์ ชวาลมีความเกี่ยวพันอะไรกับมารดา เขาหมายมั่นจะต้องถามเรื่องนี้กับคุณต่อให้ได้เมื่อพบกันอีก

เวลาเดียวกันนั้นที่บ้านศรายุทธ ท่านเจ้าคุณกำลังสอบถามทุกคนในครอบครัวว่าปีนี้จะไปพักผ่อนกันที่ไหน เกศเสนอให้ไปที่หัวหินเหมือนปีที่ผ่านมา ในขณะที่ต่อไม่เห็นด้วยแย้งว่าตนอยากไปบ้านนาเพราะไม่ได้ไปที่นั่นมาถึงสามปี ทั้งคู่เถียงกันไปมา จนท้ายที่สุด เจ้าคุณก็ตามใจบุตรชาย นมอ่อนยิ้มดีใจพยักหน้าเห็นด้วยเนื่องจากคิดถึงเด็กชายชื่นมาก

ไม่ต่างจากชื่นที่เฝ้าคิดถึงภาพความทรงจำในอดีตอยู่เสมอ เป็นเวลานานมากแล้วที่พวกบ้านนาไม่ได้ มาพักผ่อนที่นี่เลย มีเพียงจดหมายเท่านั้นที่ทำให้พอจะรู้ความเป็นไปของทางนั้นบ้าง เสียงน้ำเดือดในกาปลุกชื่นให้ตื่นเพื่อสลัดความทรงจำนั้นทิ้งไปเสีย ระหว่างที่
เทน้ำจากกา ชื่นก็ได้ยินเสียงกระแอมดังขึ้น พอหันไปมองก็ต้องตกใจเมื่อเห็นต่อยืนยิ้มกริ่มอยู่ข้างจักรยาน ในมือมีถุงของฝากเต็มสองมือ

“คุณต่อใช่ไหม...ไปไงมายังไงกัน”

“ชื่นโตขึ้นตั้งเยอะ ทีแรกมองแล้วไม่ค่อยแน่ใจ...ผู้ชายอะไร ยิ่งโตหน้ายิ่งเหมือนผู้หญิง...นี่ของฝากจากฉัน ส่วนถุงนี้ของคุณต้น คุณอาวีณาก็มีของฝากชื่นนะ แต่คงจะเอามาให้ด้วยตัวเอง”

ชื่นตาโตตื่นเต้นกับของฝากมากมายจากเกลอเก่า ต่อยิ้มกว้างรู้สึกดีใจที่เพื่อนชอบพร้อมกับขอขึ้นไปกราบช้อยกับชม ชื่นแหย่ว่าตาของตนยังดุเหมือนเดิมนะ ต่อหัวเราะไม่สนใจกับคำขู่ ช้อยตื้นตันใจกับข้าวของที่ได้รับ ในขณะที่ชมต้อนรับชายหนุ่มด้วยท่าทีนิ่งเฉยถามเพียงว่าจะอยู่นานแค่ไหน

“ประมาณเดือนกว่าๆครับ เอ้อ...ผมต้องลากลับก่อนละครับ เพราะเพิ่งจะมาถึง ยังไม่ได้จัดข้าวของเลย แล้วพอดีคราวนี้ คุณอาวีณาพาคุณเกศหลานสาวมาด้วยดูเหมือนจะแก่กว่าชื่น 2-3 ปี จะได้รู้จักกันไว้”

นัยน์ตาชมเป็นประกายวาวขึ้น เมื่อได้ยินชื่อหลานสาวคุณหญิงวีณา ต่างจากช้อยที่เหมือนจะอึ้งไป ชื่นไม่ทันสังเกตเห็นความผิดปกติจึงขออนุญาตไปกับต่อเพื่อไปกราบคนที่บ้านนั้นกัน ช้อยพยักหน้าอย่างเร็วแล้วลากพ่อเข้าไปในห้องซักถามว่าชื่อหลานสาวที่ได้ยินนั้น น่าจะเป็นลูกสาวของเขาคนนั้นกับภรรยาหรือเปล่า ชมแสยะยิ้มตอบว่าจะลูกใครกันเล่า ถ้าไม่ใช่ลูกไอ้ชาติชั่วนั่น

ooooooo

เกศินีเดินตามหาต้นไปทั่วบ้านนาอย่างหงุดหงิดใจ ตั้งแต่มาถึงที่นี่ดูเหมือนชายหนุ่มจะใช้เวลาไปกับสิ่งอื่นๆรอบตัว เช่นเวลานี้เขาเอาแต่สนใจการปลูกต้นไม้ที่แสนจะน่าเบื่อ แม้ว่าเธอจะชักชวนให้เข้าไปคุยกันข้างใน เขาส่ายหน้าไม่สนใจ

พลันสายตาของเกศเห็นต่อขี่จักรยานคู่มากับใครคนหนึ่งอยู่ไม่ไกล เธอขมวดคิ้วแล้วเอ่ยว่า

“เอ๊ะ...นั่นใครที่มากับคุณต่อ อย่าบอกนะว่าเป็นเด็กบ้านนอกแถวนี้!”

ชื่นลงจากรถจักรยานไหว้และกราดยิ้มให้กับทุกคน ต้นแนะนำให้รู้จักกับเกศที่ทำท่าปั้นปึ่งไม่ยอมรับไหว้ จากชื่นและเอ่ยปากชวนให้ต้นเข้าไปในบ้านดีกว่า ชื่นหน้าตึงไม่พอใจปากไวเท่าความคิดพูดโพล่งว่ารู้อย่างนี้ไม่ไหว้ให้เสียมือ

“ว่าอะไรนะ แกพูดถึงใคร...ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้นะ ไอ้บ้านนอก!”

เกศินีโกรธจนตัวสั่น ในขณะที่ชื่นยิ้มยียวนสวนทันควันว่า

“คุณต่อชวนฉันมา ใครก็ไล่ฉันไม่ได้นอกจากคุณต่อ ได้ยินไหม...อีปากแดง!”

ต่อตกใจกับเสียงกรีดร้องของเกศินี ในขณะที่ต้นดุชื่นว่าไม่ควรพูดจาหยาบคาย ยังไม่ทันไร เกศินีถลันเข้าไปหาชื่นทำท่าจะตบ เด็กชายง้างขาขึ้นพร้อมจะถีบกลับแล้วเอ่ยท้าทาย

“เข้ามาเลย คิดว่ามีมือมีเท้าอยู่คนเดียวหรือไง แม่คนมีการศึกษา พูดจาแบบนี้ สู้ไม่มีเสียดีกว่า”

ต้นห้ามปรามให้หยุดโดยเรียกว่าเด็กชื่น เท่านั้นเอง กิริยาของชื่นก็เปลี่ยนไป เขาถลึงตาใส่ต้นเอ่ยเสียงห้วนว่าต่อไปนี้อย่ามาเรียกชื่อแบบนั้น เพราะตนไม่ใช่เด็กอีกต่อไปแล้ว และไม่ต้องไล่ตนจะไปเอง ว่าแล้ว ชื่นกระโดดขึ้นขี่จักรยานออกไปอย่างรวดเร็ว ต่อมองตามอย่างกังวลใจ

คุณหญิงวีณาดุหลานสาวทันทีที่ทราบเรื่อง เธอสอนว่าชื่นเป็นมนุษย์เหมือนกับพวกเรา ดังนั้นเกศไม่ควรจะไปว่าใครหรือแม้แต่ใช้วาจาเรียกคนอื่นว่ามัน เกศินีน้อยใจอาสาวอยู่ครามครันที่ดูเหมือนจะเข้าข้างฝ่ายโน้น เธอเถียงว่าเด็กนั่นเรียกตนว่าอีปากแดง และยังจะใช้กำลังทำร้ายอีกด้วย จู่ๆต้นก็พูดแย้งว่าถ้าคุณ

เกศไม่ไปดูถูกฝ่ายนั้นก่อน มันคงไม่มีเรื่อง หญิงสาวหน้าเสียเม้มปากแน่นสะกดอารมณ์ ต่อยิ้มพอใจชื่นชมพี่ชายว่าเป็นคนยุติธรรม คุณหญิงวีณาส่ายหน้าอ่อนใจสำทับว่า

ตอนที่ 2

ช้อยน้ำตาคลอนั่งเหม่อมองไปทางทิศที่รถของชื่นวิ่งออกไป เช่นเดียวกับผู้คนที่รู้จักเกี่ยวพันกับชื่นก็รู้สึกใจหายกับการจากไปอยู่พระนคร ตรงกันข้ามกับชมที่มีทีท่าพอใจนัยน์ตาฉายแววเหมือนมีแผนการบางอย่าง เขามองช้อยหงุดหงิด

“ร้องไห้ทำไม...สงสัยจริงว่าห่วงลูกหรือไอ้นิวัฒน์กันแน่...เจ้าควรดีใจที่ความแค้นของเราจะได้รับการชำระเสียที”

“แต่ลูกควรกตัญญูต่อผู้ให้กำเนิดไม่ใช่ทำร้าย”

“ผู้ให้กำเนิดที่ไม่ได้เลี้ยงดูลูก มิหนำซ้ำยังทำให้ลูกเมียต้องลำบาก จะเอาไว้ทำไมกัน”

“ไม่ว่าจะอย่างไร การส่งลูกไปทำร้ายพ่อ มันจะเป็นบาปเป็นกรรมติดตัวลูก”

ชมเดือดดาลถึงขีดสุดตวาดลูกสาวเสียงดังลั่นให้หยุดพูด ช้อนสะดุ้งสุดตัวมือไม้สั่นเมื่อได้ยินเสียงพ่อย้ำว่าอย่าเอาเรื่องบาปกรรมมาอ้างอีก ตอนที่พวกนั้นกระทำกับพวกตน ไม่เห็นจะคิดถึงเรื่องนี้พร้อมสำทับไม่ให้เธอเข้ามายุ่งเกี่ยวอีก ชมกระแทกเท้าลงจากเรือนไปอย่างฉุนเฉียว ในขณะที่ช้อยมองพ่อด้วยความรู้สึกเจ็บปวด

ตอนที่ 3

กานดาแปลกใจเมื่อเห็นเกศินีมาหาถึงบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ เธอเอะใจถามว่าเกิดอะไรขึ้น พอรู้ว่าเป็นเรื่องชื่น

ตอนที่ 4

นมอ่อนใจไม่ดีเมื่อเห็นสีหน้าท่าทางต้นเริ่มหงุดหงิดที่ต้องนั่งรอตรวจการบ้านของชื่นอยู่พักใหญ่ ชายหนุ่มเหลือบมองนาฬิกาหลายครั้ง จนกระทั่งอดรนทนไม่ได้ลุกขึ้นเดินตรงไปยังห้องชื่น นมอ่อนตกใจลุกตามถามว่าจะไปไหน

“คุณต้นไม่เข้าไปในห้องลูกสาวนมหรอกจ้ะ...ไม่ต้องกลัว แค่จะยืนเรียกเขาที่หน้าห้องนี่แหละ นมไม่เห็นเหรอว่าเขาเข้าไปเอาการบ้านมาให้คุณต้นตรวจตั้งนานแล้ว”

“นมจะเรียกให้เองค่ะ...คุณชื่นขา เปิดประตูให้นมเข้าไปหน่อยสิคะ”

ขณะนั้นชื่นนั่งทำการบ้านอย่างรีบร้อน เมื่อได้ยินเสียงเรียกของนมอ่อนก็สะดุ้งสุดตัวรู้ดีว่ากำลังเข้าตาจนแล้ว แต่ยังทำใจดีสู้เสือค่อยๆถอดกลอนเปิดประตูดึงตัวนมอ่อนเข้ามาในห้อง แล้วกระซิบถาม คุณต้นไปแล้วใช่ไหม นมอ่อนส่ายหน้าถามว่าเกิดอะไรขึ้น

“ป้านมช่วยถ่วงเวลาให้ชื่นหน่อยได้ไหมคะ...คือว่าชื่นยังทำการบ้านไม่เสร็จน่ะค่ะ เยอะขนาดนี้ใครจะทำทัน”

“ถ้าอย่างนั้นคุณชื่นต้องออกไปสารภาพผิดกับคุณต้นดีกว่า ป้าเชื่อว่าเขาคงเข้าใจ”

ชื่นถอนใจเฮือกใหญ่แย้งว่าต้นเป็นคนเข้าใจอะไรยากและไม่ใจดีอย่างที่นมอ่อนเห็น ตนจะต้องทำการบ้านให้เสร็จถึงจะกล้าออกไปเผชิญหน้าที่นอกห้อง ต้นยืนกอดอกหน้าบึ้งอารมณ์ไม่ดี พอเห็นสองพี่น้องเพื่อนบ้านเดินเข้ามาพร้อมดอกกุหลาบก็ยิ่งเพิ่มความขุ่นมัวในใจ สายตาของชายหนุ่มจ้องดอกไม้อย่างสงสัย นัททีรีบชี้แจงว่า

“ดอกไม้นี้ ผมเอามาให้ชื่นเพราะเพิ่งรู้ว่าเขาเป็นผู้หญิง”

“ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี...ทำไมเป็นผู้หญิงแล้วต้องเอาดอกไม้มาให้”

นัททีสบตานันทลีอึดอัดใจเพราะยังหาคำอธิบายอื่นไม่ได้ ในขณะที่ต้นฉุนถึงขีดสุดเดินปึงปังกลับไปตึกใหญ่ทันที สองพี่น้องเพื่อนบ้านยืนมองงงๆจนนมอ่อนต้องอธิบายว่าชายหนุ่มคงโกรธที่ชื่นทำการบ้านไม่เสร็จ เช่นเดียวกับเกศินีที่แปลกใจกับอาการฉุนเฉียวของต้น แม้ว่าเธอจะชวนคุย เล่าว่าวันเสาร์นี้ครอบครัวของตนจะย้ายมาอยู่ที่ตึกซ้ายในบ้านพิชัยศรายุทธ นอกจากต้นจะไม่สนใจแล้ว เขากลับประชดประชัน คงจะสมดั่งที่ใจเธอหวังไว้มานาน...

หลังรู้ว่าต้นไม่รอตรวจการบ้านแล้ว ชื่นหอบหนังสือแบบฝึกหัดออกจากห้องด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพร้อมกับอ้อนนัททีช่วยทำการบ้านให้ นมอ่อนปรามทันควัน

“คุณชื่นเหลวไหลใหญ่แล้วนะคะ ทำการบ้านไม่เสร็จก็ผิดแล้ว นี่ยังจะให้คุณนัทช่วยทำให้อีก”

นันทลีเห็นด้วยกับนมอ่อน เตือนพี่ชายไม่ให้ทำตามคำอ้อนของชื่น แล้วสอนหญิงสาวว่าควรทำการบ้านด้วยความสามารถของตัวเอง ถ้าทำไม่ได้ค่อยขอให้

คนอื่นช่วย ชื่นหน้าจ๋อยยอมทำการบ้านในที่สุด นมอ่อนโล่งอกขอตัวไปจัดอาหารว่างมาให้สองพี่น้อง ระหว่างทางเจอกับเกศินีที่กำลังงุ่นง่านหาคำตอบทำไมต้นถึงอารมณ์เสีย

“นมอ่อน...ฉันอยากรู้ว่าเมื่อกี้คุณต้นไปสอนหนังสือที่เรือนเล็กมาหรือเปล่า ทำไมต้องไปสอนที่นั่น ใครเป็นต้นคิด”

“คุณต้นเธอไปเองค่ะ ใครจะสั่งเธอได้คะ คุณเกศน่าจะทราบดีกว่านม”

เกศินีถลึงตาด้วยความโมโห แต่ยังไม่ทันจะตอบโต้อะไร คุณหญิงวีณาเดินเข้ามาเสียก่อนถามว่าจะโวยวายเรื่องอะไรอีก หลานสาวแสร้งเปลี่ยนท่าทีชี้แจงว่าแค่ถามสารทุกข์สุกดิบกับคนอยู่บ้านเดียวกันเท่านั้น นมอ่อนทึ่งกับความไหลลื่นของหญิงสาว แต่ไม่อยากมีเรื่องให้นายหญิงของบ้านร้อนใจจึงยอมเงียบเสีย

ชื่นหน้าดำคร่ำเครียดทำการบ้านโดยมีนัททีและนันทลีกำกับดูแล เมื่อเกศินีเห็นเข้าก็ไม่พอใจคิดหาทางสั่งสอนชื่นไม่ให้มายุ่งกับต้นอีก...วิธีที่เธอใช้ก็คือสร้างเรื่องให้ต้นเข้าใจผิดว่านัททีมีท่าทีรุ่มร่ามกับชื่นโดยมีนันทลีคอยดูต้นทางให้ ต้นชักสีหน้า ดุว่า

“พูดจาน่าเกลียด คุณเกศพูดเหมือนเพื่อนบ้านเรามีเจตนาไม่ดีกับชื่น ทั้งๆที่พวกเรารู้ว่าสองคนนั่นเป็นคนดี...ฉันไม่ชอบคนพูดโกหก จำที่คุณเกศมาบอกใครต่อใครว่าถูกชื่นล่วงเกินได้ไหม ฉันอยากให้จำไว้เป็นบทเรียนว่าการพูดอะไรที่ไม่ทันคิดให้ถี่ถ้วน ผลเสียจะตกอยู่กับตัวคุณเกศเอง...ไม่ใช่คนอื่น”

“เกศขอโทษค่ะ ก็แค่หวังดี แต่จะจำไว้ค่ะ”

ต้นพยักหน้ารับรู้ ในขณะที่เกศินีหน้าชาเดินออกไปเงียบๆ เช่นเดียวกับจันทร์ บ่าวคนสนิทของหญิงสาวเที่ยวคอยจับผิดคนรับใช้ทุกคนในบ้านที่เกี่ยวข้องกับชื่น จนถูกยงและสะอาดตอกหน้าหงายพูดไม่ออก

ooooooo

ตกค่ำวันเดียวกัน ชื่นรู้สึกไม่สบายใจที่ทำให้ต้นโกรธเพราะความไม่รับผิดชอบของตัวเอง เธอแอบมายืนมองชายหนุ่มเล่นกับสโนว์โดยหวังว่าเขาจะสนใจถามถึงการบ้านที่มอบหมายให้ทำ

แต่การณ์กลับเป็นว่าต้นไม่สนใจและทำเหมือนชื่นไม่มีตัวตน หญิงสาวหน้าเสียเดินคอตกกลับไปเรือนเล็ก นมอ่อนสังเกตเห็นท่าทีหงอยๆ ถามว่า

“ได้ไปขอโทษคุณต้นแล้วหรือยัง มันไม่ใช่เรื่องยาก...คนเราถ้ารู้ตัวว่าผิดแล้วขอโทษ ใครๆเขาก็ให้อภัย”

ชื่นสูดลมหายใจยาวแล้วเดินออกไปอีกที นมอ่อนมองตามพลางส่ายหน้าอย่างเอ็นดู...ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ต้นยืนทอดสายตาเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ชื่นลังเลแต่ก็ตัดสินใจเข้าไปหาต้น

“คุณต้นคะ...ชื่นขอโทษค่ะ ชื่นเสียใจที่ขี้เกียจทำการบ้าน แต่ตอนนี้ทำเสร็จแล้วค่ะ...ต่อไปชื่นสัญญาว่าจะขยันให้มากขึ้น...จะทำการบ้านที่คุณต้นให้จนเสร็จเรียบร้อยทุกครั้งโดยไม่มีผู้ช่วยค่ะ ตอนนี้คุณต้นช่วยตรวจการบ้านได้ไหมคะ”

ต้นไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ชื่นใจเสียทำท่าจะวิ่งออกไป ชายหนุ่มรีบคว้าแขนมองหญิงสาวอย่างชั่งใจชั่วครู่ แล้วบอกเบาๆว่าตนจะไปตรวจงานให้ที่เรือนเล็ก ชื่นยิ้มดีใจ เมื่อเห็นทั้งสองมาด้วยกันนมอ่อนประหลาดใจเพราะต้นไม่ค่อยจะผ่อนปรนกับเรื่องพวกนี้ นับว่าชื่นโชคดีมากที่เขายอมโอนอ่อนให้

ด้านเกศินีชะเง้อคอรอทานข้าวพร้อมต้นที่ตึกใหญ่ หญิงสาวนั่งกระวนกระวายที่เลยเวลามานานแล้วแต่ไม่เห็นวี่แววว่าชายหนุ่มจะลงมารับประทานอาหารค่ำ จนกระทั่งทนรอต่อไปไม่ไหวขยับจะลุกไปตาม แต่ถูกคุณหญิงวีณาสั่งให้ทานข้าวเลยไม่ต้องรอ เกศินีทำท่าฟึดฟัดขัดใจไม่ทำตามคำสั่ง จนอาหญิงต้องถลึงตาดุจึงยอม

เวลานั้นที่เรือนเล็ก ต้นกับชื่นกินข้าวด้วยกันเงียบๆ ทั้งคู่ต่างรักษาท่าทีของตนจนนมอ่อนเผลอถอนใจ แต่ก็ยังกังวลกลัวว่าจะมีเรื่องทุ่มเถียงกันอีก เพียงครู่เดียว ชื่นก็รวบช้อนก่อนลุกขึ้นเก็บจาน ต้นไม่พอใจทำเสียงดุใส่

“คนอื่นเขายังกินไม่เสร็จ อย่าเพิ่งลุกไป มันเสียมารยาท”

ชื่นสวนกลับทันควัน “แล้วจะให้นั่งมองเขากินอย่างนี้หรือคะ”

ต้นจ้องหน้าหญิงสาวไม่พอใจ นมอ่อนเห็นท่าไม่ดีเลยรวบช้อนอิ่มบ้าง ชายหนุ่มจึงประชดว่า แม้แต่นมยังตั้งใจอิ่มเร็ว ทั้งชื่นและนมอ่อนส่ายหน้าละเหี่ยใจ

หลังทานอาหาร ต้นตรวจการบ้านและขีดแบบฝึกหัดสั่งให้ทำเพิ่มพร้อมกับย้ำว่าคราวนี้ต้องทำให้เสร็จ อย่าให้มีปัญหาอีก ในใจต้นรู้สึกทึ่งกับการสอนหนังสือของตาชมและช้อยเพราะชื่นมีความสามารถเหลือล้นเกินเด็กบ้านนอกธรรมดาคนหนึ่งจะมีได้ เขาจะต้องสืบให้ได้ว่าพื้นเพครอบครัวนี้เป็นมาอย่างไร

ด้านเกศินีสังหรณ์ใจว่าต้นคงใช้เวลาอยู่กับชื่นที่เรือนหลังเล็กจึงออกมาตาม ระหว่างทางเจอเข้ากับจันทร์ รายงานว่าตนเห็นนมอ่อนเจ้ากี้เจ้าการจัดให้ต้นอยู่

ทานข้าวกับชื่นราวกับเป็นแม่สื่อ ไฟริษยาของเกศินีพุ่งปรี๊ดเร่งฝีเท้าไปเรือนเล็กทันที เธอแอบรอจนต้นกลับตึกใหญ่แล้วเดินเข้าไปหน้าตาเอาเรื่อง ชื่นไม่เกรงกลัวแถมพูดเย้ยว่า

“มาทำไมฮะ คุณหนูเกศ...ไม่กลัวผมปลุกปล้ำเอามาทำภรรยาแล้วหรือฮะ”

เกศินีตัวสั่นโกรธจัดถลาเข้าตบชื่นอย่างแรง ชื่นชะงักไปชั่วครู่พอได้สติ หันตบคืนรุนแรงไม่แพ้กัน กระชากเสียงเตือนว่า

“จำไว้! อย่ามาแลกกับฉัน...แกเป็นผู้ดี ส่วนฉันเป็นคนบ้านนอกไม่มีอะไรจะเสีย ส่วนแกมีแต่จะเสีย เข้าใจไหม!”

นมอ่อนปราดเข้าห้ามทั้งสองคนให้เลิกทะเลาะและลงไม้ลงมือกัน เกศินีเดือดดาลตวาดว่าตนมีสิทธิ์

ตบชื่น เพราะตนเป็นหลานสาวเจ้าของบ้านที่เลี้ยงเป็นลูก ชื่นเถียงกลับว่า

“ฉันก็มีสิทธิ์จะตบคุณเหมือนกัน...สิทธิ์ของคนที่จะต้องปกป้องตัวเอง มีแต่หุ่นไล่กากระมังที่จะยืนนิ่งๆปล่อยให้คุณตบตามสบาย แม้แต่สโนว์...ถ้าคุณตบมัน ฉันว่ามันก็ต้องกัดตอบแน่นอน!”

“ฉันจะไปฟ้องเจ้าคุณลุงกับคุณอาหญิงให้ไสหัวแกออกจากพิชัยศรายุทธ ท่านไม่มีวันเอาแกไว้แน่...นังคนชั้นต่ำ”

เกศินีเดินกระแทกเท้าออกไปอย่างโกรธจัด ชื่นมองตามพยายามสะกดอารมณ์โมโห ก่อนจะเข้าห้องปิดประตูเงียบ ในขณะที่เกศินีฟูมฟายร้องไห้กับอาหญิงฟ้องว่าถูกชื่นรังแกและพูดจาดูถูกดูหมิ่นจนทนไม่ไหวต้องตบสั่งสอน คุณหญิงวีณาฟังแล้วหนักใจกับการหาหนทางแก้ไขในเรื่องนี้

นมอ่อนเห็นว่าเรื่องลุกลามบานปลายจึงรีบไปรายงานต้นให้ทราบเรื่องเพื่อหาทางแก้ไข เมื่อต้นรู้ก็ตกใจรีบไปหาชื่นทันที

“ชื่น! เปิดประตูเดี๋ยวนี้...ฉันสั่งให้เปิดประตูได้ยินไหม!”

ทุกอย่างเงียบสนิทจนต้นเอะใจต้องขยับลูกบิดประตูเปิดออกแล้วพบว่าไม่มีชื่นอยู่ในห้อง แถมข้าวของส่วนตัวของหญิงสาวก็ถูกเก็บไปจนหมดสิ้น นมอ่อนตกใจสุดขีดแข้งขาอ่อนยวบ ร้องไห้โวยวายเสียงดัง

“คุณชื่น...คุณชื่นไปแล้ว”

คุณหญิงวีณาได้ยินเสียงร้องของนมอ่อนก็วิ่งลงมาดูแล้วมีอาการไม่ต่างกัน เกศินีแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะ ต่างจากต้นที่ยืนนิ่งใช้ความคิดแล้ววิ่งออกตามหาทันที เกศินีพยายามจะห้ามชายหนุ่มแต่ไม่ทันได้แต่กระทืบเท้าขัดใจ คุณหญิงวีณาเห็นท่าทีอันร้อนรนของหลานสาวก็หันมาสั่ง

“แม่เกศ กลับเข้าบ้านเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่เชื่อกัน...ต่อไปนี้เราก็ไม่ต้องมาพูดกันอีก”

เกศินียืนลังเลอยากจะขัดคำสั่งอาหญิง แต่ก็ทำไม่ได้จึงเดินร้องไห้เข้าบ้านไปในที่สุด...ในเวลานี้ ชื่นกำลังเดินหิ้วกระเป๋ามุ่งหน้าไปยังปากซอย ใบหน้า

หญิงสาวซีดขาวพยายามสกัดกลั้นความรู้สึกต่างๆที่ประเดประดังเข้ามา ที่ด้านหลังมีแสงไฟจากรถยนต์ส่องมา เธอจึงหลบเข้าข้างทางโดยไม่ได้สนใจหันไปมอง เพียงชั่วครู่ก็มีรถมาจอดอยู่ข้างกาย

ต้นลงจากรถเดินเข้ามาหา ชื่นชะงักมองด้วยความประหลาดใจ ชายหนุ่มสั่งเสียงกร้าว

“ขึ้นรถ ฉันบอกให้ขึ้นรถ! จะไปไหน...กลับบ้านรึ รู้จักการยอมแพ้เหมือนกัน”

“ใครบอกว่าชื่นยอมแพ้ แค่ไม่ยอมอยู่ให้เจ้าของบ้านไล่ต่างหาก”

ชื่นเอ่ยเสียงอ่อยว่าตนตบหน้าเกศินี คงไม่แคล้วถูกคุณหญิงวีณาไล่ออกจากบ้าน ต้นถอนใจยาวแล้วคว้ามือชื่นลากไปที่รถผลักให้เข้าไปนั่ง ก่อนจะเปรยว่าตนไม่เคยเห็นใครดื้อเท่านี้เลย ชื่นหน้าคว่ำไม่สบอารมณ์กับสิ่งที่ได้ยินแต่ไม่ตอบโต้

ด้านเกศินีชะเง้อคอมองที่ประตูใหญ่หน้าบ้าน ส่วนปากก็พร่ำถามอาหญิงว่าทำไมต้นถึงไม่กลับมาเสียที คุณหญิงวีณาส่ายหน้าอ่อนใจเอ่ยว่าคงยังตามหาชื่นไม่พบ เกศินีตาขวางหงุดหงิดที่มีแต่คนเข้าข้างชื่นไม่มีใครเห็นใจเธอ...

ooooooo

แทนที่ต้นจะพาชื่นกลับบ้าน เขากลับพาเธอมาที่ร้านขายไอศกรีมแถวราชวงศ์เพื่อซักถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ชื่นทำท่าอิดออดไม่อยากเล่าในตอนแรก แต่พอถูกคาดคั้นหนักเข้าก็ยอมเปิดปาก

“คุณเกศมาหาเรื่องชื่นที่เรือนเล็ก ทั้งๆที่ปกติเธอไม่คิดจะแลแม้แต่หางตาด้วยซ้ำ เพราะเธอรู้ว่าคุณต้นมาทานข้าวกับชื่น เธอเลยไม่พอใจอย่างมาก”

“แต่เธอเป็นเด็กกว่าเขา ไม่ควรแสดงกิริยาไม่ดีแบบนั้นกับเขา เธอควรต้องไปขอโทษเขานะชื่น”

ชื่นกินไอศกรีมไม่พูดไม่จาในใจมีแต่การต่อต้านไม่เห็นด้วยกับคำแนะนำของต้น...

ด้านเจ้าคุณไม่มีท่าทีเดือดร้อนกับเรื่องทะเลาะตบตีของเกศินีและชื่น เขาเพียงแต่เย้าภรรยาว่าเวลานี้คงรู้สึกหนักใจมาก คุณหญิงวีณาถอนใจเฮือกใหญ่

“ดิฉันยอมรับว่าหนักใจ เพราะแม่เกศน่ะฝังอกฝังใจอยู่กับคุณต้นนักหนา แต่แรกที่ชื่นเข้ามาใหม่ๆในสภาพผู้ชาย...ถึงจะไม่พอใจแต่ก็ยังไม่เท่าไหร่...พอมาเปิดเผยว่าความจริงชื่นเป็นผู้หญิงนี่สิ...เรื่องเลยลุกลามไปใหญ่โต”

“คิดมากไปเองหรือเปล่า...บางทีอาจจะไม่มีอะไรก็ได้”

คุณหญิงวีณาขยับจะพูดอะไรบางอย่างแต่แล้วก็นิ่งไปเหมือนนึกอะไรได้ ขณะเดียวกันนั้น เกศินีว้าวุ่นใจจนทนไม่ไหวต้องต่อสายหามารดาขอคำปรึกษา เสียงกานดาก่นด่าว่า

“คุณต้นทำไม่ถูก นังชื่นจะไปไหนก็ปล่อยมันไปสิ”

“คุณแม่ขา...ถ้าคุณต้นเกิดชอบมันขึ้นมาจริงๆ ล่ะคะ เกศจะทำยังไงดี เกศไม่มีที่พึ่งอีกแล้วนอกจากคุณแม่คนเดียว”

กานดาปลอบใจลูกสาวไม่ต้องเป็นห่วง เธอจะหาทางจัดการให้โดยเร็วและอีกไม่กี่วันก็จะได้ย้ายไปอยู่บ้านเดียวกันแล้ว คงจะทำอะไรได้สะดวกมากขึ้น เกศินีรับทราบแต่สีหน้ายังเคร่งเครียด ก่อนจะวางโทรศัพท์...

ไม่นานหลังจากนั้น ต้นกับชื่นก็กลับมาถึงบ้าน ต่างฝ่ายต่างตกอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง จนกระทั่งชื่นคิดแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้เสนอว่า

“ต่อไปนี้คุณต้นไม่ต้องสอนหนังสือชื่นแล้วค่ะ...ชื่นจะเรียนเอง...ทำแบบฝึกหัดให้คุณต่อตรวจตอนที่กลับมาบ้านแล้ว ถ้าหากมีอะไรที่ชื่นไม่เข้าใจ ชื่นจะเก็บไว้ถามคุณต่อ...คุณเกศจะได้ไม่เข้าใจผิดอีก”

ต้นนึกขวางกับคำแนะนำนั่นจึงแขวะว่าแท้ที่จริงชื่นอยากเรียนกับต่อมากกว่ากลัวเกศินีเข้าใจผิดใช่ไหม หญิงสาวหงุดหงิดที่ต้นดูเหมือนเข้าใจอะไรยาก แต่แล้วจู่ๆต้นก็โพล่งขึ้นมาว่าเอาที่เธอสบายใจแล้วกัน

ชายหนุ่มปิดประตูรถอย่างแรงราวกับไม่พอใจในสิ่งที่ชื่นแนะนำแล้วเดินจ้ำเท้าเข้าตึกไป ชื่นรู้สึกสับสนกับท่าทีของต้น ก็เดินมาหานมอ่อนที่ดีใจกับการกลับมาของเธอและขอคำสัญญาว่าชื่นจะไม่หนีไปไหนดังเช่นวันนี้อีก ชื่นตกปากรับคำอย่างเหนื่อยใจ

ต้นรู้สึกหงุดหงิดกับคำแนะนำของชื่นไม่หาย ดูเหมือนหญิงสาวจะหาทางหลบเลี่ยงไม่อยากเข้าใกล้เขา ทั้งๆที่ภายในจิตใจส่วนลึก ชายหนุ่มรู้สึกดีที่มีเธอป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ

ooooooo

รุ่งเช้าวันเสาร์ ครอบครัวของหม่อมหลวงนิวัฒน์ ชวาลได้ฤกษ์ย้ายบ้าน โดยมาพร้อมกับรถบรรทุกหลายคัน เสียงคนงานขนของขึ้นลงดังทั่วบ้านพิชัยศรายุทธ เกศินีวิ่งถลาลงมาต้อนรับพ่อแม่ด้วยความดีใจ

ชื่นพยายามตั้งสมาธิทำการบ้านโดยไม่สนใจกับเสียงที่ดังมาจากตึกซ้าย พลันหญิงสาวก็ผุดลุกขึ้นด้วยความดีใจเมื่อเห็นต่อที่เพิ่งกลับจากโรงเรียนนายร้อยเดินตรงเข้ามาหา

“ชื่น...คุณต่อคิดถึงมากรู้ไหม”

ต่อคว้ามือชื่นขึ้นมาแนบแก้มทำเอาต้นที่เดินตามมาชะงัก ก่อนตัดสินใจเดินกลับตึกใหญ่ทันที ชื่นตีหน้า

ไม่ถูกค่อยๆดึงมือออกแล้วเสชวนทานอาหารว่างแทน ระหว่างทางต้นเจอกับนมอ่อนมาถามหาต่อเข้าพอดี

“คุณต้นขา...เห็นคุณต่อไหมคะ เมื่อกี้เอากระเป๋าเข้ามาวาง แล้วหายไปไหนไม่รู้หรือขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าข้างบน”

“โน่น...ไปหาชื่นที่เรือนเล็กโน่น”

ต้นตอบเสียงห้วนคล้ายกับอารมณ์เสีย นมอ่อนแปลกใจในท่าทีของชายหนุ่ม ก่อนจะเข้าใจในเวลาต่อมาเมื่อเห็นต่อกับชื่นนั่งคุยกันกะหนุงกะหนิงที่หน้าเรือนเล็ก ต่อทำหน้านิ่วกับเสียงเอะอะที่ดังมาจากตึกซ้าย

“คุณพ่อคุณแม่คุณเกศจะมาอยู่ที่นี่เป็นการถาวรหรือจ๊ะนม...คุณต่อเห็นมีรถขนของกันมาใหญ่โต”

นมอ่อนหนักใจเปรยว่าคงจะมาอยู่ไม่ต่ำกว่าสิบปี ถ้าขนของมาเยอะขนาดนี้ ชื่นถอนใจเฮือกใหญ่เพราะรู้ดีว่าถ้าเกศินียังไม่เลิกระแวงเธอกับต้น ปัญหาต่างๆจะตามมาอีกมากมาย

หลังจากสงบสติอารมณ์ได้ ต้นเดินเข้ามาคุยกับเจ้าคุณและคุณหญิงวีณาถึงเรื่องไม่ได้สอนหนังสือชื่นมาสักระยะหนึ่งแล้ว ทั้งคู่แปลกใจถามว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ชายหนุ่มชี้แจงเชิงฟ้องกลายๆว่า

“ก็ไม่มีเรื่องอะไรหรอกครับ นอกจากผมต้องเตรียมตัวไปเรียนต่อทำให้ต้องเรียนภาษาอังกฤษเพิ่มเติม ชื่นเขาก็เลยเกรงใจจะทำแบบฝึกหัดเองแล้วก็ให้คุณต่อเป็นคนตรวจแทน แต่เท่าที่สอนมา ผมคิดว่าเขาน่าจะเข้าโรงเรียนได้แล้วเพราะคุณตาชมกับคุณช้อยปูพื้นฐานมาได้ดีทีเดียวครับ”

เรื่องย่อละคร ชื่นชีวา

หลวงพิทยไพบูลย์ พาลูกสาว ชีวา ซึ่งกำลังตั้งครรภ์อพยพหนีออกมาจากเมืองชัยนาทอย่างคับแค้นใจ ย้อนไปเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ชีวาลูกสาวคนสวยรักกับ ม.ล.นิวัฒน์ ชวาล ข้าราชการหนุ่มหล่อที่เพิ่งมาประจำที่ชัยนาท เขารักเธอมากจนไม่อาจห้ามใจทำให้ทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งต่อกัน ม.ล.นิวัฒน์ลำบากใจเมื่อบิดาและมารดาให้คนมาตาม กลับบ้านเพื่อเตรียมตัวแต่งงานกับ กานดา สาวสวย ไฮโซ ที่เขาเคยคบด้วยก่อนที่จะมาชัยนาท นิวัฒน์รู้ดีว่าบิดาและมารดาพอใจที่จะได้เธอมาเป็นลูกสะใภ้ เขาไม่อยากหลอกชีวาจึงบอกเธอเรื่องกานดา และความจำเป็นที่ต้องแต่งงานกับเธอ ชีวาเสียใจแต่ก็ยอมให้เขาไปแต่งงานกับกานดาเพื่อไม่ให้บิดาและมารดาของสามีโกรธ เพราะเธอรักเขามาก ชีวาเป็นคนอ่อนหวานใจอ่อนมองโลกในแง่ดี เธอหวังว่านิวัฒน์คงจะอธิบายให้บิดามารดาและกานดายอมรับเธอได้ในวันหนึ่ง

ม.ล.นิวัฒน์แต่งงานกับกานดาแต่ก็ยังไม่กล้าบอกเรื่องชีวา เวลาผ่านไปจนกระทั่งกานดาคลอดลูกสาว ยังไม่ทันที่นิวัฒน์จะจัดการเรื่องต่างๆให้เรียบร้อยกานดาก็รู้เรื่องชีวา เธอโกรธมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นรูปชีวาในกระเป๋าสตางค์ของนิวัฒน์ กานดายอมรับว่าชีวาสวยมากจนกานดากลัวว่าสามีจะทิ้งเธอไปอยู่กับชีวา ซึ่งเธอยอมไม่ได้ กานดาวางแผนใส่ร้ายป้ายสีชีวาอย่างแนบเนียนจนทำให้นิวัฒน์เข้าใจผิดว่าชีวาคบชู้ และลูกในท้องของเธอก็เป็นลูกของชายอื่น นิวัฒน์หึงหวงจนขาดสติเขาทะเลาะกับชีวาอย่างรุนแรง คำกล่าวหาที่ว่าเธอคบชู้ทำให้ชีวาเสียใจมาก กานดาปล่อยข่าวลือจนชีวาเสื่อมเสียชื่อเสียง หลวงพิทยไพบูลย์พยายามอธิบายให้ลูกเขยเข้าใจ แต่ม.ล.นิวัฒน์ไม่ยอมรับรู้และเข้าใจอะไรทั้งสิ้น หลวงพิทยไพบูลย์จึงพาลูกสาวหนีออกจากชัยนาทมาใช้ชีวิตใหม่อย่างเรียบง่ายอยู่ที่รังสิตโดยเปลี่ยนชื่อเป็นนายชม ลูกสาวชื่อช้อย เมื่อครบกำหนดคลอดชีวาหรือช้อยคลอดลูกสาวหน้าตาน่าเอ็นดู ชมตั้งชื่อให้ว่า ชื่น

เวลาผ่านไป แม้ชื่นจะเป็นเด็กหญิงแต่ก็รู้กันเฉพาะในครอบครัว แต่กับเพื่อนบ้านและคนละแวกนั้นรับรู้ว่าลูกของช้อยเป็นผู้ชายชื่อชื่น ชมเลี้ยงหลานสาวเหมือนเลี้ยงหลานชายสอนวิชาป้องกันตัวให้จนเก่ง แกต้องการให้หลานสาวเข้มแข็งเหมือนผู้ชายจะได้ป้องกันตัวเองได้ หลังคลอด ไม่นานช้อยกลับเดินไม่ได้โดยที่ไม่รู้สาเหตุ ชมสานกระบุงตะกร้าออกเร่ขายที่สถานีรถไฟเพื่อเลี้ยงลูกและหลาน ชื่นเก่งสมใจตา เรื่องชก ต่อย ไม่กลัวใครแม้จะตัวเล็กแต่ก็ล้มเด็กผู้ชายตัวใหญ่ๆมาแล้วหลายคน ชื่นมีเด็กชายวัยไล่เลี่ยกันเป็นลูกน้อง ชื่อ เบิ้ม หลอ และ เปี๊ยก ทั้งสามมีเรื่องมาให้ชื่นตามไปจัดการโดยที่ไม่รู้เลยว่าลูกพี่คนเก่งนั้นเป็นผู้หญิง วันหนึ่งในหน้าร้อนเบิ้มมาตามชื่นให้ไปช่วย เปี๊ยกที่ถูกเด็กต่างถิ่นรังแก เมื่อถึงที่เกิดเหตุชื่นเห็นเด็กผู้ชายโตๆ สองคนยืนข่มขู่เปี๊ยกอยู่ ชื่นโกรธมากเมื่อเห็นว่าเปี๊ยกได้รับบาดเจ็บด้วย เด็กทั้งสองกลุ่มทะเลาะกันและท้าทายกันไปมาก่อนที่ชื่นจะตัดสินใจชกกับเด็กต่างถิ่นนั้นเพื่อยุติเรื่องยุ่ง ชื่นมั่นใจว่าต้องชนะแน่ๆ

ก่อนที่การชกต่อยจะเริ่มขึ้นก็มีคนมาห้ามเสียก่อน คนที่มาห้ามนั้นเป็นเด็กรุ่นหนุ่มสองคน ชื่อ คุณต้น หรือ ศรันย์ และ คุณต่อ หรือ สาโรจน์ ซึ่งชื่นได้รู้จักภายหลังว่าเป็นลูกชายของพระยาพิชัยศรายุทธ เจ้าของบ้านหลังใหญ่ที่อยู่ใกล้ๆนั่นเอง คุณต้นเป็นพี่สวมแว่นสายตาดูเคร่งขรึม ต่างจากคุณต่อน้องชายที่ร่าเริง อารมณ์ดี มากกว่า ทั้งสองคนเข้ามาช่วยไกล่เกลี่ยยุติเรื่องชกต่อย เพราะคนที่เริ่มเรื่องก่อนเป็นคนในบ้านพิชัยศรายุทธชื่อ เจิมกับลอย ระหว่างที่โต้เถียงกันไปมา ชื่นพูดแย้งอย่างฉลาด ฉาดฉาน จนทำให้สองพี่น้องเอ็นดู จึงขอเป็นเพื่อนกับชื่น และพวก ซึ่งชื่นยอมตกลง หลังจากวันนั้น ชื่น กับลูกน้องจะไปบ้าน พิชัยศรายุทธทุกวัน ชื่นสนิทกับคุณต่อมากกว่าคุณต้น เพราะท่าทางเคร่งขรึมของเขา แต่ทั้งคู่ก็เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของชื่น เมื่อใกล้เปิดเทอมคุณต้นกับคุณต่อก็กลับพระนครเพื่อเรียนหนังสือ ส่วนชื่นนั้นแม้ไม่ได้ไปโรงเรียนเหมือนคนอื่นๆแต่ตาชมกับแม่ช้อย ก็สอนหนังสือให้ชื่นได้เช่นกัน

วันเวลาผ่านไปอีก ชื่นไม่ได้พบคุณต้นและคุณต่อ สองสามปีเพราะทั้งคู่ไปพักร้อนที่จังหวัดอื่น แต่คุณต่อมักจะมีจดหมายมาถึงชื่นเสมอโดยที่คุณต้นจะฝากความคิดถึงมาด้วยทุกครั้ง มีอยู่ฉบับหนึ่งคุณต่อเล่าว่าท่านเจ้าคุณพ่อจะแต่งงานใหม่กับ ม.ล.วีณา ชวาล น้องสาวของม.ล.นิวัฒน์ ชวาล เจ้าเมืองชัยนาท ชื่นตกใจเมื่ออ่านจดหมายให้ตากับแม่ฟังเหมือนทุกครั้ง ทว่าคราวนี้ ตาชมหน้าบึ้ง แววตาโกรธจัดอย่างที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เมื่อได้ยินชื่อ ม.ล.นิวัฒน์ แม่ช้อยเองก็หน้าซีดเมินหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อซ่อนน้ำตา วันนั้นตาชมบอกชื่นว่าให้จำชื่อนี้ไว้แล้ววันหนึ่งตาจะเล่าให้ฟังเมื่อชื่นโตกว่านี้ ชื่นใจแป้วทุกครั้งที่รู้ว่าคุณต้นและคุณต่อจะไม่มารังสิต แต่หน้าร้อนปีนี้ชื่นดีใจเมื่อรู้ว่าจะได้พบกันอีก เธอเตรียมหาของชอบเอาไว้ให้ทั้งคู่แม้ตาจะเตือนว่าให้เผื่อใจไว้บ้างถ้าหากว่าคุณต้นและคุณต่อเปลี่ยนไป ไม่รับชื่นเป็นเพื่อนอีกต่อไป

เย็นวันหนึ่ง ชื่นทั้งตกใจและดีใจเมื่อเห็นคุณต้นกับคุณต่อมาถึงบ้าน ทั้งสองหนุ่มไหว้ตาชมอย่างนอบน้อมแสดงถึงการเป็นคนที่ได้รับการอบรมมาดี ตาชมดีใจที่ชื่นมีเพื่อนดีๆอย่างนี้ สองพี่น้องชวนชื่นกับเพื่อนไปเที่ยวอยุธยาโดยให้ไปขึ้นรถที่บ้าน ชื่นดีใจที่ตาอนุญาตให้ไป เช้าวันรุ่งขึ้นชื่นกับเปี๊ยกรีบไปที่บ้านพิชัยศรายุทธ ขณะที่ชะเง้อรอคนมาเปิดประตูบ้านให้บังเอิญว่า เกศินี ชวาล ลูกสาวของกานดากับม.ล. นิวัฒน์นั่งเล่นอยู่แถวนั้น กานดาฝากเกศินีให้อยู่กับคุณหญิงวีณา เพราะเรียนหนังสือในพระนคร เกศินีเริ่มจะเป็นสาวเธอติดใจ “คุณต้น” นักหนาถึงกับอ้อนขอตามมารังสิตด้วยทั้งที่ไม่ชอบท้องนาท้องไร่เลย เกศินีได้ยินคุณต้นและคุณต่อพูดถึงชื่นอย่างเอ็นดูจนหมั่นไส้ทั้งที่ไม่เคยเห็นหน้า การพบกันเช้าวันนี้จึงไม่น่าประทับใจ เกศินีจิกเรียกชื่นกับเปี๊ยกว่า บ้านนอก ไพร่ จนชื่นทนไม่ไหวย้อนให้บ้างจนเกศินีกรีดร้องอย่างโกรธจัด ส่วนชื่นตาวาวกำมือแน่นพยายามข่มใจไม่ให้ชกผู้หญิงปากร้ายคนนี้ ก่อนที่จะมีการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้นคุณต้นและคุณต่อก็ลงมาพอดี เกศินีฉอเลาะกับคุณต้นว่าร้ายชื่นอย่างน่าหมั่นไส้ ชื่นนึกเคืองคุณต้นเมื่อเขาหันมามองทำหน้าเคร่งเหมือนตำหนิ ชื่นเลยหาเหตุกล่าวลาไม่ยอมไปอยุธยาด้วย หน้าสวยหวานเกินเด็กผู้ชายงอง้ำทำให้คุณต่ออดอมยิ้มไม่ได้ วันนั้นแผนการไปเที่ยวต้องยกเลิกไปโดยปริยาย

ตาชมแปลกใจเมื่อเห็นหลานสาวกลับมาเร็วกว่าปกติ เมื่อชื่นเล่าให้ฟังตาชมก็ยิ่งผูกใจเจ็บ กานดา และ ม.ล. นิวัฒน์ มากขึ้น แกจะสอนให้ชื่นล้างแค้นครอบครัวชวาลให้ได้ ส่วนคุณต่อเมื่ออยู่ตามลำพังกับพี่ชายคุยกันหลายเรื่องแล้วก็วกมาพูดเรื่องชื่น คุณต่อพูดขำๆว่าถ้าชื่นเป็นผู้หญิงคงสวยมากเขาคงไม่ลังเลเลยที่จะแต่งงานด้วย คุณต้นซึ่งเป็นคนจริงจังปรามน้องชายว่าเหลวไหล คุณต่อเลยยิ่งแกล้งพี่ชายโดยบอกว่าถ้าชื่นเป็นผู้หญิง เขาจะจองตัวให้เป็นเจ้าสาวและห้ามคุณต้นแย่งเป็นอันขาด เย็นวันนั้นสองหนุ่มชวนกันไปหาชื่นที่บ้านอีกทำให้ชื่นดีใจที่คุณต้นและคุณต่อยังเมตตาตนอยู่ เวลาผ่านไปเกศินีหงุดหงิดและเกลียดชื่นมากขึ้นทุกทีเพราะทั้งคุณต้นและคุณต่อขยันออกไปให้ชื่นพาเที่ยวในละแวกนั้นได้ทุกวัน

ไม่กี่วันต่อมา พระยาพิชัยศรายุทธ และคุณหญิงวีณา ก็ตามมาพักที่รังสิตด้วย เกศินีฟ้องคุณอาหญิงเรื่องชื่นว่าปากร้าย นักเลง ไม่น่าที่จะให้คุณต้นและคุณต่อคบหาด้วย เด็กสาวต้องการให้เรื่องนี้รู้ถึงหูพระยาพิชัยศรายุทธท่านจะได้ห้ามปรามลูกชาย แต่คุณหญิงวีณาไม่สนใจ วันหนึ่งคุณหญิงออกมาจ่ายตลาดจึงได้พบกับชื่น ส่วนชื่นรู้ได้ทันทีว่าเป็นคุณหญิงเพราะมากับคนเฝ้าบ้านพิชัย ศรายุทธที่คุ้นเคย เมื่อคุณหญิงขาดชะลอมใส่ของ ชื่นกุลีกุจอไปหอบผลงานของตาชมมาให้เธอทันที แถมไม่คิดเงินอีก ชื่นบอกคุณหญิงว่าเพราะเธอเป็นญาติกับคุณต้นและคุณต่อผู้เป็นทั้งเพื่อนและผู้มีพระคุณ ชื่นไม่สามารถจะรับเงินของท่านได้ คุณหญิงวีณานึกรักชื่นที่มีน้ำใจ พูดจาฉลาดเฉลียว เรียบร้อยรู้กาลเทศะ ต่างจากที่เกศินีเล่าให้ฟังเป็นคนละเรื่อง อะไรบางอย่างในตัวชื่นทำให้เธอนึกรัก เอ็นดูถึงขนาดจะไปขอตัวชื่นจากตาและแม่ไปอุปการะส่งให้เรียนหนังสืออย่างที่ควรจะเป็น คุณหญิงวีณาสั่งให้ชื่นไปบอกตาและถ้าตายินยอมเธอจะไปพบตาชมที่บ้านในเร็วๆนี้ ชื่นรีบกลับไปเล่าให้ตาฟังเด็กสาวดีใจที่ตาอนุญาต สองสามวันต่อมาคุณหญิงวีณาก็มาบ้านตาชมพร้อมกับคุณต้นและคุณต่อ เธอไหว้ตาชมอย่างไม่นึกรังเกียจหรือแบ่งชนชั้นทำให้ตาชมใจอ่อนลงบ้างเมื่อพบญาติของศัตรู ตกลงรายละเอียดการรับตัวชื่นกลับพระนครคุณหญิงวีณาบอกว่าเธอจะเลี้ยงชื่นอย่างลูกหลาน ยิ่งไปกว่านั้นเธอตกลงใจว่าจะให้ชื่นเปลี่ยนนามสกุลจากชาวนามาใช้ชวาล ซึ่งพระยาพิชัยศรายุทธก็เห็นด้วย ตาชมซ่อนความรู้สึกสะใจไว้ภายใต้รอยยิ้มและคำพูดนอบน้อมให้คุณหญิงเมตตาชื่นให้มากๆ

ก่อนถึงกำหนดเดินทางไปอยู่กับคุณหญิงวีณาที่บ้านพิชัยศรายุทธ ตาชมเล่าให้ชื่นฟังว่าพ่อของเธอชื่อ วิทยา วรงค์ เป็นเพื่อนรักกับ ม.ล.นิวัฒน์ ชวาล แต่ผ่านไปไม่นาน ม.ล.นิวัฒน์ เป็นเพื่อนทรยศหาเรื่องใส่ร้ายว่าพ่อของเธอเป็นโจรจนเขาต้องหนีเข้าป่าไม่มีที่ซุกหัวนอน ภัยนั้นยังลามมาถึงตาชมและแม่ช้อยซึ่งกำลังตั้งท้องจนอยู่บ้านไม่ได้ตาจึงพาแม่และชื่นมารังสิต ส่วนพ่อวิทยาถูกตำรวจจับตายที่ในป่า ต้นเหตุก็เพราะ ม.ล.นิวัฒน์ ชวาล และภรรยา ดังนั้นถ้ามีโอกาสให้ชื่นหาทางแก้แค้นให้ได้ การเข้าไปอยู่ที่พิชัยศรายุทธอยู่ร่วมบ้านกับเกศินีชื่นต้องอดทนในขณะเดียวกันก็ต้องทำทุกอย่างให้เหนือกว่า เก่งกว่า เกศินีให้ได้ พวกชวาลจะได้รู้สึกถึงความเป็นผู้แพ้เสียบ้าง ที่สำคัญเรื่องนี้ต้องเก็บเป็นความลับ ส่วนเรื่องที่ชื่นเป็นผู้หญิงให้หาโอกาสเรียนให้คุณหญิงวีณาทราบเอง ในวันที่ต้องจากตาและแม่ชื่นต้องฝืนใจให้เข้มแข็งไม่ร้องไห้ต่อหน้าคุณต้นและคุณต่อ

ที่บ้านพิชัยศรายุทธ คุณหญิงวีณาให้ชื่นอยู่เรือนเล็กข้างห้องของนมอ่อน โดยเธอขอให้นมอ่อนช่วยอบรมสั่งสอนชื่นโดยมีสะอาดเป็นผู้ช่วยอีกคน ชื่นต้องปรับตัวใหม่แต่ก็ไม่ยากนักเพราะทั้งตาและแม่อบรมสั่งสอนมาดี คุณหญิงวีณาขอให้คุณต้นช่วยสอนหนังสือให้ชื่นเพื่อเตรียมตัวเข้าโรงเรียน ชื่นตัวเกร็งเมื่อต้องอยู่ต่อหน้าคุณต้นมาดเคร่งขรึมของเขาทำให้เธอเกรงใจ ไม่กล้าดื้อ คุณต้นทดสอบความรู้ชื่น ทั้งคณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ชื่นเก่งกว่าที่เขาคิดไว้เสียอีก แต่คุณต้นก็ไม่แปลกใจมากนักเพราะเขาเคยเห็นว่าตาชมมีหนังสือดีๆทั้งไทยและภาษาอังกฤษมากมาย เขาค่อนข้างแน่ใจว่าตาชมต้องได้รับการศึกษาและมาจากครอบครัวที่ดีกว่าที่เป็นอยู่แน่นอน ชื่นมาอยู่พิชัยศรายุทธไม่นาน คุณต่อก็ต้องไปเรียนที่โรงเรียนนายร้อย คุณต้นไปปีนังกับเพื่อนๆ เขาอนุญาตให้ชื่นเล่นกับสโนไวท์สุนัขตัวโปรดของเขาได้ ส่วนเกศินีได้แต่เก็บความไม่พอใจชื่นไว้เธอรอว่าเมื่อใดที่ครอบครัวเธอมาพักที่พิชัยศรายุทธ เธอจะฟ้องคุณกานดาเรื่องที่คุณหญิงวีณาโอ๋เด็กบ้านนอกอย่างชื่นเหลือเกิน

ระหว่างที่คุณต้นและคุณต่อไม่อยู่ ยังไม่ทันที่ชื่นจะเรียนคุณหญิงวีณาเรื่องเพศที่แท้จริง ความลับของชื่นเรื่องที่เธอเป็นผู้หญิงก็ไม่เป็นความลับอีก เมื่อธรรมชาติของผู้หญิงประกาศตัวออกมาเองนมอ่อนและสะอาดได้รู้เป็นคนแรก นมอ่อนจึงพาเธอไปกราบคุณหญิงวีณาให้รู้ความจริง ชื่นกลัวคุณหญิงโกรธ แต่กลับกลายเป็นว่าเธอกลับรักและเมตตาชื่นมากขึ้นไปอีก คุณหญิงวีณาสั่งให้จัดเสื้อผ้าให้ชื่นใหม่ทั้งหมดทำให้เกศินียิ่งเกลียดชื่นมากขึ้นไปอีก สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือชื่นสวยน่ารักมาก เมื่อถึงวันหยุดคุณต่อกลับมาบ้านเขาเตรียมเสื้อผ้าของใช้สำหรับผู้ชายมาให้ชื่น แต่เมื่อได้พบเธอที่ห้องนมอ่อนคุณต่อจำไม่ได้งงไปเป็นครู่ ตาใสๆและรอยยิ้มอายๆของชื่นทำให้เขาจำได้ ชายหนุ่มบอกไม่ถูกว่ารู้สึกอย่างไรที่เพื่อนหนุ่มห้าวกลายเป็นเพื่อนสาวและสวยเสียด้วย เขาอยากรู้จริงๆว่าคุณต้นจะทำหน้าอย่างไรเมื่อรู้ว่าชื่นเป็นผู้หญิง เมื่อพี่ชายกลับจากปีนังคุณต่อรีบเข้าไปนั่งคุยที่ห้องพัก เขาเกรงว่าของฝากจากคุณต้นจะไม่เหมาะสมกับชื่นเมื่อได้โอกาสเขาจึงบอกพี่ชายเรื่องชื่นเป็นผู้หญิง คุณต้นจึงเปลี่ยนของฝากที่สวยน่ารักให้แทนและสวยกว่าของคนอื่นเสียอีก

ชื่นทำอะไรไม่ถูกเมื่อต้องพบคุณต้นโดยบังเอิญที่สวนหลังบ้าน ขณะที่เธอวิ่งเล่นกับสโนไวท์ ชายหนุ่มเองก็ต้องนิ่งไปเป็นครู่ แม้เจ้าชื่นจะเป็นหนุ่มหน้าสวยแต่เมื่อเป็นผู้หญิงแล้วเขาต้องยอมรับว่าชื่นสวยและน่ารักมากกว่าเดิมเสียอีก มาดขรึมๆของเขาทำให้การสนทนาไม่ประดักประเดิดมากไปนัก ครู่เดียวทั้งสองคนก็คุยกันอย่างสนิทสนมเหมือนเดิม แล้ววันที่ครอบครัวชวาลมาพิชัยศรายุทธก็มาถึง ม.ล. นิวัฒน์ ได้พบกับชื่นโดยบังเอิญ ท่านนิ่งไปเมื่อชื่นหน้าตาเหมือนชีวาเหลือเกินม.ล. นิวัฒน์ อดใจไม่ได้ต้องเดินตามเพื่อถามชื่นว่ารู้จัก ชีวา วิชชลักษณ์ หรือไม่ ชื่นปฏิเสธ วันรุ่งขึ้นเธอได้พบ ม.ล. นิวัฒน์ อีกคราวนี้ ท่านหยิบรูปจากกระเป๋าเสื้อออกมาให้เธอดูว่ารู้จักผู้หญิงในรูปหรือไม่ แม้ชื่นจะแปลกใจที่รูปนั้นคือรูปแม่ช้อย เธอเคยเห็นรูปนี้ในกล่องเก็บของในห้องนอนแม่ แต่ชื่นก็ปฏิเสธและเดินจากไปอย่างหมางเมิน เด็กสาวได้แต่เขียนจดหมายเล่าให้ตาฟัง ซึ่งตาชมตอบกลับมาว่าเธอทำถูกแล้ว

เมื่อโรงเรียนเปิดเทอม ชื่นได้เข้าเรียนที่กุลธิดาวิทยาลัยซึ่งเป็นโรงเรียนประจำหญิงล้วน โดยมีชื่อเต็มว่า น.ส. ชื่นชีวา ชวาล เธอเรียนเก่งเป็นที่รักของเพื่อนๆ และในวันหยุดทุกสัปดาห์คุณต้นและคุณต่อจะมารับเธอกลับบ้าน มาคนเดียวบ้างสลับกันมาบ้าง ความเป็นหนุ่มหน้าตาดีสมาร์ทของสองพี่น้องทำให้เพื่อนๆคอยเดาคนมารับชื่นอย่างสนุกสนาน เวลาผ่านไปคุณต้นเรียนสำเร็จปริญญาตรีและเตรียมตัวจะไปเรียนต่อต่างประเทศ ชื่นแอบถักเสื้อสเว็ตเตอร์ไหมพรมสีเทาสวยไว้ให้เขาใช้ที่นั่นด้วย หนุ่มสาวทั้งสองเริ่มมีความรู้สึกดีๆต่อกันโดยที่ไม่รู้ตัว คนที่เฝ้าจับตาอย่างริษยาคือเกศินี

ก่อนที่คุณต้นจะไปต่างประเทศ ชื่นได้มีโอกาสมอบเสื้อถักตัวสวยให้เขา คุณต้นบอกเธอว่าเขาจะสวมมันแน่นอน ชายหนุ่มเดินทางไปแล้วและมีจดหมายมาถึงพระยาพิชัยศรายุทธ คุณต่อ นมอ่อนอย่างสม่ำเสมอ ส่วนเกศินีเขาตอบจดหมายเธอก็ต่อเมื่อเธอเขียนถึงเขาแต่น้อยกว่าจดหมายถึงนมอ่อนซึ่งรวมของชื่นไว้ด้วย ความรู้สึกผูกพันลึกซึ้งระหว่างเขาและชื่นเพิ่มมากขึ้นทุกวัน วันหนึ่งตาชมให้เปี๊ยกมาตามเธอกลับบ้านบอกว่าแม่ป่วยหนัก ชื่นรีบกลับบ้านโดยคุณหญิงวีณากับม.ล. นิวัฒน์ พาหมอธนา หมอประจำตระกูลไปด้วย เมื่อถึงบ้านชื่นที่รังสิตม.ล. นิวัฒน์ตกใจเมื่อพบ ตาชม เขาก้มลงกราบทันทีและเรียกว่า “อาหลวง” ขณะที่ตาชมคว้าปืนขึ้นมาไล่ให้เขาไปจากบ้าน คุณหญิงวีณารีบขอให้หมอเข้าไปรักษาช้อยโดยมีชื่นเข้าไปด้วย หมอธนาสีหน้าไม่สู้ดีนักช้อยอาการหนักมากต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งหมดจึงต้องค้างที่รังสิต วันนั้นคุณหญิงวีณาจึงได้รู้ว่าตาชมคือหลวงพิทยไพบูลย์พ่อของชีวาภรรยาอีกคนของพี่ชาย ดังนั้นชื่นก็คือลูกสาวของม.ล.นิวัฒน์ ซึ่งก็คือหลานแท้ๆของเธอเอง ชื่นชีวามีสายเลือดชวาลจริงๆ ม.ล.นิวัฒน์พยายามขอร้องอาหลวงเข้าไปพบชีวาแต่ก็ยากเหลือเกิน จนกระทั่งช้อยหรือชีวาขอร้องบิดาขอพบม.ล.นิวัฒน์เป็นครั้งสุดท้าย

ม.ล. นิวัฒน์ใจหายเมื่อเข้าไปเห็นชีวาเธอยังสวย แต่ซูบผอม อิดโรย อย่างน่าสงสาร ช้อยหรือ ชีวาได้มีโอกาสพูดในสิ่งที่อัดอั้นใจมานาน คำตัดพ้อต่อว่าของเธอทำให้ม.ล. นิวัฒน์สงสารแทบขาดใจ เขาเองก็ยอมรับว่าพลาดที่หูเบาเชื่อกานดาง่ายเกินไป ความรักทำให้หวาดระแวง หึงหวงแต่เมื่อเขาถามเธอว่าชื่นคือลูกของเขาใช่หรือไม่ ช้อยกลับปฏิเสธอย่างหมางเมิน ทว่าม.ล.นิวัฒน์ กลับมั่นใจว่าชื่นชีวาคือลูกสาวของเขากับชีวา คืนนั้นทุกคนอยู่ดูอาการชีวาที่รังสิตภาวนาให้เธอหายป่วย ทว่า ชีวาสิ้นใจตอนใกล้รุ่ง เธอจากไปอย่างสงบทิ้งให้คนที่อยู่คิดถึงเธอ นอกจากพ่อกับลูกสาวแล้วยังมี ม.ล. นิวัฒน์ที่ต้องทนทุกข์ทรมานใจไปตลอดชีวิต คุณหญิงวีณารับเป็นเจ้าภาพจัดงานศพให้ชีวาหรือช้อยอย่างสมเกียรติ หลวงพิทยไพบูลย์ไม่ยอมไปอยู่ที่พิชัยศรายุทธตามคำอ้อนวอนของม.ล.นิวัฒน์ และคุณหญิงวีณา แต่แกแอบเข้าพระนครมาเช่าบ้านอยู่ใกล้ๆชื่นชีวาโดยมีเปี๊ยกตามมาอยู่ด้วย

เมื่อชาติกำเนิดที่แท้จริงของชื่นถูกเปิดเผย เธออยู่ในพิชัยศรายุทธในฐานะหลานสาวคนโปรดของคุณหญิงวีณา ม.ล. นิวัฒน์ เรียกชื่นชีวาว่าลูกทุกคำ แม้เธอจะเมินเฉยไม่แยแสแต่ท่านก็ทำใจเพราะความผิดของท่านที่ทำไว้กับแม่ของเธอนั้นมากมายนัก กนก น้องชายของเกศินีเองก็ยอมรับชื่นชีวา เรียกเธอว่าพี่ชื่นอย่างเต็มใจ มีเพียงกานดาและเกศินีที่ยังเคียดแค้นชิงชังชื่นชีวา ความเคียดแค้นของกานดามากขึ้นอีกเมื่อเธอต่อว่าสามีว่าเห่อลูกสาวคนใหม่ใช่หรือเปล่าก็ไม่รู้ม.ล. นิวัฒน์กลับพูดชัดเจนว่าเขาเชื่อว่าชื่นชีวาเป็นลูกสาวของเขา และเขาจะแบ่งทรัพย์สินให้เท่ากับเกศินี และกนกในฐานะลูกคนหนึ่ง กานดายอมไม่ได้เพราะนางรู้อยู่เต็มอกว่าเรื่องที่ชีวามีชู้นั้นเป็นแผนการของนางเองและไม่เป็นความจริงสักนิดเดียว ชื่นชีวาเป็นลูกสาวของม.ล. นิวัฒน์ จริงๆ เป็นมารความสุขของนางและเกศินี กานดาจึงให้ นางจันทร์ บ่าวคนสนิทไปตามหลานชายชื่อ จาบ มาวางแผนหลอกชื่นไปข่มขืน ทำให้เสียหาย กนกผ่านมาได้ยินพอดีพยายามหาโอกาสช่วยพี่สาวโดยทีไม่ให้ใครรู้

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

กรีน พลิกบทบาท รับบทสาวใช้สุดแสบ ในละครดราม่าเข้มข้น "กระเช้าสีดา"
21 เม.ย. 2564

02:27 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพุธที่ 21 เมษายน 2564 เวลา 08:24 น.