เหรียญรุ่นแรก (โมมีไส้) พ.ศ.๒๔๖๕ หลวงพ่อฉุย วัดคงคาราม ของอั้น พนัสนิคม.ธรรมะ สนามพระวิภาวดี วันนี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานว่า “ถ้าเรามีธรรมะอยู่ในใจมากๆ ก็จะอภัยกันและกันมากขึ้น เมื่อให้อภัยกันได้มากขึ้น ความตึงเครียดในใจก็ไม่มี”--อันนี้ คนที่ถือปฏิบัติ บอกว่า ความโกรธทำให้เราเครียด เพราะบั่นทอนจิตใจให้หม่นหมอง ถ้าไม่เครียด ก็ไม่ทุกข์ เมื่อไม่ทุกข์ ก็ย่อมมีความสุขต่อเข้าสนาม ดูพระเครื่ององค์แรกกัน คือ พระสมเด็จบางขุนพรหม พิมพ์สังฆาฏิ (ไม่มีหู) กรุวัดใหม่ อมตรส กรุบางขุนพรหม มีบันทึกการนำพระออกจากกรุ ด้วยการลักลอบ ๓ ครั้งใหญ่ ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.๒๔๒๕ ครั้งที่ ๒ พ.ศ. ๒๔๓๖ ครั้งที่ ๓ เมื่อปี พ.ศ.๒๔๙๙ วัดจึงต้องเปิดกรุพระเจดีย์ใหญ่เมื่อปี พ.ศ.๒๕๐๐ ดีกว่าให้ขโมยตกกรุฟรีๆพบ พระพิมพ์สังฆาฏิ ขึ้นจากกรุมากสุด ซึ่งมีแม่พิมพ์แยกเล่นได้เป็นแบบ มีหู กับ ไม่มีหู และยังแยกย่อย ตามรายละเอียดเส้นสายลายศิลป์ ได้อีก ๒-๓ แบบ เช่น องค์นี้ของ เสี่ยโกสน กุลเวชกิจ เป็น พระพิมพ์สังฆาฏิ ไม่มีหู แขนกลมสภาพผ่านการลอกคราบกรุ ด้วยฝีมือชั้นครู จึงรักษาพิมพ์พระไว้ได้อย่างสมบูรณ์ เนื้อพระสีขาว แห้งแกร่ง นวล งดงาม โชว์ได้ ใช้ดี ขอบข้างที่มีเนื้อยกปลิ้นขึ้นด้านหน้า เป็นเอกลักษณ์ของ พระสมเด็จบางขุนพรหม ที่จะเห็นใน พิมพ์สังฆาฏิ ชัดเจนที่สุดลำดับสอง เป็น เหรียญรุ่นแรก (โมมีไส้) พ.ศ.๒๔๖๕ หลวงพ่อฉุย วัดคงคาราม เพชรบุรี พระอมตะเถราจารย์ ที่สร้างชื่อเสียงให้เมืองเพชรบุรี ทางโลกท่านเป็นผู้วางรากฐานส่งเสริมการศึกษาโดยสร้าง เรือนสุวรรณมุณี เป็นสถานศึกษาแห่งแรก ที่เจริญก้าวหน้าเป็นโรงเรียนพรหมานุสรณ์ท่านอุปสมบท เมื่อปี พ.ศ.๒๔๒๑ โดย พระพิศาลสมณกิจ (สิน) เจ้าอาวาสวัดคงคาราม เป็นพระอุปัชฌาย์ อยู่จำพรรษาวัดคงคาราม ตลอดอายุยาวนานถึง ๔๕ พรรษา ศึกษาปริยัติธรรม วิชาพุทธาคม และวิชาแพทย์แผนโบราณ และ พระอาจารย์ครุฑ วัดมหาธาตุ ซึ่งมีวิชาเข้มขลังสูงสุดแห่งยุค ยังถ่ายทอดพุทธาคมให้ ท่านจึงจัดสร้างวัตถุมงคลไว้ ทั้งภาพถ่าย ตะกรุด ผ้ายันต์สำหรับ เหรียญรุ่นแรก นี้ เป็นรุ่นเดียวที่สร้างทันอายุท่าน เมื่อ พ.ศ.๒๔๖๕ ออกสมนาคุณแก่ผู้ร่วมบริจาคทรัพย์สร้างมณฑปประดิษฐาน พระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ พระศรีศาสดา จำลองไว้ที่วัดคงคาราม จำนวน ๕,๐๐๐ เหรียญ มี เนื้อทองแดง ชนิดเดียว รูปไข่ทรงกลมรี ขนาดเขื่องกว่าเหรียญรูปไข่ทั่วไปเล็กน้อยด้านหน้าเป็นรูปท่าน ห่มจีวรลดไหล่ พาดสังฆาฏิ (ครึ่งองค์) ล้อมรอบด้วยลวดลายดอกไม้ในโบริบบิ้น มีอักษรบอกฐานา พระสุวรรณมุณี ปีสร้าง พ.ศ.๒๔๖๕ ด้านหลัง กลางเหรียญ เป็นรูปยันต์พระเจ้า ๕ พระองค์ นะ โม พุท ธา ยะ ช่องกลางยันต์ เป็นอักขระตัวสะหรือ ส. ที่ผู้รู้ตีความเป็นนัย ๒ ทางคือ ตัวย่อชื่อฉายา “สุขภิกขุ” กับชื่อย่อฐานา “สุวรรณมุณี”จุดพิจารณาพื้นฐานที่สำคัญ ก่อนส่องจุดตำหนิอื่นๆ เพราะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าคือ หูห่วง ต้องเป็นแบบ หูเชื่อม ด้วยน้ำประสานเงินเท่านั้น กับอีกจุด ในวงกลมกลางเกสรดอกไม้เหนือศีรษะ ต้องมี เนื้อนูนเต็มนิยมเล่นหา ด้านหน้ามีบล็อกเดียว แต่ด้านหลัง ซึ่งเป็นตัวรับแรงกระแทกปั๊ม มี ๒ บล็อก คือ ๑.อักขระตัวโมมีขีด (ไส้) กับ ๒.อักขระโมไม่มีขีด (ไส้) ได้รับความนิยมสูงพอกัน--และมีค่าขนาดแลกควายได้หนึ่งตัวประสบการณ์เหรียญมีสูงมาก ด้านแคล้วคลาดคงกระพัน กันเขี้ยวงา ปัจจุบัน เป็น เหรียญพระเกจิอาจารย์ยอดนิยมอันดับ ๑ ของเมืองเพชรบุรี และเป็น ๑ ในทำเนียบเหรียญเบญจภาคี (ชุดแรก) ราคาสภาพแชมป์สวยจี๊ด แบบเหรียญนี้ของ เสี่ยอั้น พนัสนิคม ต่างถิ่นว่ากัน หลายๆล้าน ในพื้นที่แว่วว่า มีสิทธิ์ถึง สิบล้าน ได้ โอ้ แม่เจ้า ตามมาด้วย พระนางพญา พิมพ์เข่าตรง กรุวัดนางพญา พิษณุโลก ของ เต่า พระเครื่อง ซึ่งได้ แชมป์งาน รร.นายร้อยตำรวจสามพราน รุ่น ๓๔ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ก็ต้องยกให้เป็นองค์งามสุดแห่งยุค ที่สำคัญเป็นพระ พิมพ์ใหญ่ องค์หน้าใหม่ ที่ยากจะเจอ ในสนามนี้ ก็ไม่มีมานานมากย้อนไปยุคยังพอพบเห็น พระพิมพ์เข่าตรง มีการแยกเล่นเป็น พิมพ์มือตกเข่า สังฆาฏิโค้ง กับ พิมพ์มือไม่ตกเข่า เส้นสังฆาฏิตรง ราคาต่างกัน ๑๐-๒๐% ปัจจุบันก็ยังเล่นแยกอยู่ แต่พระแท้หายาก ราคาจึงแทบไม่ต่างกัน อย่างองค์นี้เป็น พิมพ์เข่าตรงมือตกเข่า ถามราคา ก็ตามคาด ๕ ล้าน พร้อมตลับทองฝังเพชร ตามมาด้วย พระกำแพงซุ้มกอ พิมพ์จิ๋ว กรุลานทุ่งเศรษฐี กำแพงเพชร พระพิมพ์ขนาดจิ๋ว ที่พบน้อยมาก แต่มีแน่ บันทึกว่าพบจากกรุวัดพิกุลกับกรุชายทุ่ง ราคาอยู่ในระดับราคา หลักแสน ขนาดองค์ที่จิ๋ว กว้าง ๑ ซม. สูง ๑ ซม. จุดพิจารณาอยู่ที่พิมพ์พระ ลักษณะเดียวกับพิมพ์ขนมเปี๊ยะ สีเนื้อ นวลดิน คราบฝ้า รากรุ จุดแดง (ว่านดอกมะขาม) กับราดำ ที่เกิดจากในเนื้อดิน รอยตัดข้าง ปาดหลัง ก็สำคัญ--อยากศึกษาดูได้ที่ โทน ทองพระเครื่อง อีกองค์คือ พระพิมพ์ไก่หางพวง หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค อยุธยา พิมพ์ทรงไก่ ที่เชื่อกันว่ามีอานุภาพด้านเมตตาค้าขายอันดับ ๑ และมีแบบพิมพ์แยกย่อย ให้เรียงลำดับ จาก ๑.พิมพ์ไก่หางพวง ๒.ไก่หางรวม ๓.ไก่หาง ๕ เส้น ๔ เส้น ๓ เส้นบัวชั้นเดียวสองชั้น ๔.พิมพ์ไก่เบรค ๕.ไก่ยันต์แถวเดียว ราคาลดหลั่นจากหลักแสนลงมาหลักหมื่นหลักพัน ตามสภาพแต่ถ้า พิมพ์นิยม สภาพงามอย่างองค์นี้ของ เสี่ยชัยวัฒน์ เขียวศรี ที่ยุครุ่งเรืองสุดขีดเคย เฉียดล้าน มาแล้ว ถึงชั่วโมงนี้กระแสจะแผ่วลง แต่ยัง หลายแสน แน่นอน ต่อไปเป็น พระพิมพ์สมเด็จ แพ ๑ พัน รุ่นแรก หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง สิงห์บุรี องค์นี้แฟนคลับขอมา อยากดู พระสมเด็จเนื้อผงพุทธคุณที่มีอานุภาพด้านเมตตาค้าขายอย่างสูง แต่ราคากลางๆก็ต้อง หลวงพ่อแพ ซึ่งเป็นพระสหมิกธรรมกับ ท่านเจ้าคุณศรีสัจจญาณมุนี (สนธิ์ ยติธโร) วัดสุทัศน์ฯ เป็นศิษย์รับถ่ายทอดวิชาพุทธาคมของ พระครูใบฎีกาเกลี้ยง ผู้มีชื่อเสียงของวัดสุทัศน์ฯ และยังฝากตัวเป็นศิษย์ หลวงปู่สี วัดพระปรางค์ ซึ่งเป็นพระเกจิสายพุทธาคม ที่กล่าวกันว่ามีวาจาสิทธิ์ตลอดอายุท่านสร้างพระเครื่องของขลังไว้มากมาย ที่สร้างชื่อเสียงสูงสุดคือ พระพิมพ์สมเด็จเนื้อผงรุ่นแรก (แพ ๑ พัน) พ.ศ.๒๔๙๔ โดยรวบรวมผงพระพุทธคุณของพระเก่าและของพระอาจารย์ มาผสมรวมกับผงพุทธคุณมวลสารมงคลของท่าน สร้างขึ้นพร้อม พระพิมพ์สมเด็จเนื้อโลหะ (พิมพ์ตื้น) มีความศักดิ์สิทธิ์ด้านคุ้มครองป้องกันให้แคล้วคลาด เมตตา ค้าขาย เลื่องลือเชื่อถือได้ จึงเช่าหาในราคา หลักแสน แต่ก็ไม่พอกับความต้องการทำให้ท่านต้องสร้าง พระพิมพ์สมเด็จ รุ่นต่อๆมารวม ๔ รุ่น เรียกว่า แพ ๑ พัน แพ ๒ พัน แพ ๓ พัน แพ ๔ พัน ลักษณะพิมพ์พระด้านหน้าคล้ายกัน ต่างกันในรายละเอียดที่ด้านหลัง ปัจจุบันราคายังคงที่ เพราะคนไม่ยอมขายออก จะเล่นหาจึงต้องระวังให้มาก เพราะนอกจากจะมีพระเก๊เพียบแล้ว ยังมีการนำพระรุ่นหลังไปแปลงร่าง ลบเลขมาหลอกขายเป็นพระรุ่นแรกก็เยอะนะโยมอีกสำนัก คือ พระปิดตา มหาอุด หลวงพ่อดิษฐ์ วัดปากสระ พัทลุง พระปิดตาเนื้อโลหะเบอร์ต้นๆ แห่งเมืองใต้ เพราะชื่อเสียงเกียรติคุณในความเป็นพระแท้ ถือสมถะ เมตตาธรรมสูงท่านเกิดเมื่อ พ.ศ.๒๔๒๐ ที่บ้านดอนตาสังข์ พัทลุง เป็นศิษย์ พระอาจารย์รอด วัดควนกรวด ท่านเริ่มสร้างวัตถุมงคล ตอนสงครามอินโดจีน ที่มีชื่อเสียง เป็น พระเนื้อโลหะ พิมพ์พระสังกัจจายน์ พระกลีบบัว พระปิดตา อีกราว ๑๐ แบบ องค์นี้เป็น พิมพ์ปิดตา มหาอุด ที่มีราคาสูงสุด และหายากสุด กล่าวกันว่า หลวงพ่อดิษฐ์ท่านสร้างแบบเน้นอานุภาพศักดิ์สิทธิ์ ตามคัมภีร์พระเวทย์ ๑๐๘ พระคาถา ที่ท่านได้รับสืบทอดจากพระอาจารย์ จึงไม่เน้นความสวยงาม อย่างองค์ในภาพนี้ก็ถือว่า แชมป์สุดท้ายเป็น พระปิดตา พิมพ์ไม่มีหู หลวงพ่อครน วัดอุตตมาราม รัฐกลันตัน มาเลเซีย วัดนี้เดิมอยู่ในเขตไทย ถึงปี พ.ศ.๒๔๕๒ เราต้องเสียดินแดนส่วนนี้ไปพร้อมมีวัดติดไปด้วย หลวงพ่อครน เป็นศิษย์พระอาจารย์ทองเฒ่า วัดเขาอ้อ และอีกหลายสำนักหลายอาจารย์ ได้สร้างวัดและเป็นเจ้าอาวาสหลายวัด เสร็จแล้วจึงธุดงค์กลับถึง วัดบางแซะ ชาวบ้านเรียกท่านว่า “หลวงพ่อลิ้นดำ” เพราะมีปานดำที่ลิ้น และเชื่อว่ามีวาจาสิทธิ์ เพราะพูดน้อย สมถะ และทำจริงตามที่พูดปี พ.ศ.๒๔๘๐ ท่านได้เลื่อนสมณศักดิ์ จึงเริ่มสร้างพระปิดตาเนื้อผง สีดำปนน้ำตาล นั่งสมาธิเพชร เข่ากว้าง ยกพระหัตถ์ ๑ คู่ขึ้นปิดตา ทรงชะลูด มีทั้งแบบลอยองค์และครึ่งซีก เนื้อพระเป็นผงพุทธคุณผสมว่านยาป่นละเอียด ผสมรวมคลุกเคล้าด้วยน้ำประสานยางรัก ในองค์บรรจุกระดาษ จารอักขระหัวใจพระภควัมบดี รอบองค์ลงเหล็กจารอักขระพระคาถาด้วยลายมือเรียบร้อยงดงามมากทั่วองค์ บอกถึงพลังจิตสมาธิที่มั่นคงพิมพ์พระแยกได้เป็น พิมพ์มีหู กับ ไม่มีหู ตกแต่งรายละเอียดเรียบร้อยงดงาม แล้วลงจารอักขระเลขยันต์รอบองค์ ปลุกเสกกำกับจนองค์พระลุกนั่งได้จึงถือว่าสำเร็จ ทำไปแจกไปด้วยตัวท่านเอง จำนวนพระจึงมีไม่มาก และมีอานุภาพคุ้มครองป้องกันภัย คงกระพันชาตรี มหาอุด อุดมโชคลาภสูงเยี่ยม จึงมีการแสวงหาราคาจากหลักหมื่นเป็นแสน ในอดีต ปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นพระปิดตาเนื้อผงเมืองใต้หมายเลข ๑ ราคา หลักล้าน จึงขนานนาม เป็นพระปิดตาหลวงพ่อแก้ว เมืองใต้ลาเดือนเมษากันด้วย ที่ร้อนฮอตที่สุดกันด้วยเรื่อง เจ๊เซี้ยม เจ้าของร้านอาหารแถวรังสิต ซึ่งติดบ่อน เล่นได้บ้างเสียบ้าง ตอนสงกรานต์ร้านปิด ๕ วันก็เข้าบ่อนทุกวัน และเสียทุกวัน รวมแล้วเป็นแสน กลับบ้านก็อารมณ์เสียลูกน้องบอกว่า เจ้าของบ่อนมันเล่นของทุกที่ เจ๊ไปตัวเปล่ามีเงินเท่าไรก็หมด เจ๊ก็ค้านว่า ฉันมีพระ ลูกน้องก็ว่าพระที่ไหนจะช่วยให้คนเล่นการพนัน มันผิดศีล ต้องใช้เครื่องรางของขลังเจ๊เซี้ยม จึงบอกให้ลูกน้อง ซึ่งมีแฟนเป็นเซียนพระ ไปหาของมาให้ ลูกน้องก็เอามาให้ ๓ ชิ้น ชิ้นแรกเป็น ลิง หลวงพ่อดิ่ง บอกว่าตัวนี้ ๖ หมื่น นักเล่นนิยมใช้ เพราะถือเคล็ดลิงมือไว เจ๊เซี้ยม ก็บอกไม่ชอบ พอหยิบ หนุมาน หลวงพ่อสุ่น ราคา ๑ แสนให้ดู ก็ส่ายหน้าอีก ลูกน้องจึงหยิบชิ้นสุดท้ายเป็น ปลัดขิก สร้างใหม่ แต่ขลังเรื่องโชคลาภ ราคาแปดพัน เจ๊เซี้ยมก็บอกเอาอันนี้เลย--ลูกน้องจึงแซวว่าชอบของถูกก็ไม่บอก จะได้ไม่เอาของแพงมาเจ๊เซี้ยม ตอบทันที ราคาเรื่องรอง ชื่อของเป็นเรื่องใหญ่ เพราะ หลวงพ่อดิ่ง แปลว่าลง ดิ่งลง รู้สึกไม่ดี ส่วน หลวงพ่อสุ่น ฟังแล้ว มันใกล้คำว่าเสีย รู้สึกไม่เหมาะ เล่นแล้วกลัวเสีย--แต่หลวงพ่อ โด่ ฟังแล้วรู้สึกแข็งแรง เหมาะเอาไปสู้กับบ่อน เจ้าค่ะอามิตตพุทธ.สีกาอ่าง