พระสยามเทวาธิราช” ศูนย์วัฒนธรรมพื้นบ้าน บนดอยแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ใครที่เคยแวะเวียนผ่านไป...ด้วยมีใจศรัทธาอาจรู้สึกได้ถึงพลังอำนาจในการปกปักรักษาบ้านเมืองให้สุขสงบร่มเย็นเชื่อไม่เชื่อ...อย่าได้ลบหลู่ เรื่องบางเรื่อง...ของบางอย่าง เราไม่เห็นไม่ได้แปลว่าไม่มี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ความเร้นลับก็เฉกเช่นเดียวกัน ถ้าไม่ได้เกิดขึ้นจริงก็คงไม่มีตำนานเรื่องเล่าต่างๆเกิดขึ้นมากมายสืบมาจนถึงวันนี้“พระสยามเทวาธิราช” เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองไทยเรามาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 พระองค์มีพระราชดำริว่า...ประเทศไทยมีเหตุการณ์ที่เกือบจะต้องเสียอิสรภาพมาหลายครั้ง แต่บังเอิญมีเหตุให้รอดพ้นภยันตรายมาได้เสมอ ...ชะรอยคงจะมี “เทพยดา” ที่ “ศักดิ์สิทธิ์” คอยอภิบาลรักษาอยู่สมควรที่จะทำรูปเทพยดาองค์นั้นขึ้นสักการบูชา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระองค์เจ้าประดิษฐวรการปั้นรูปสมมติขึ้นแล้วหล่อด้วยทองคำแท่งลักษณะแบบเทวรูป ความสูง 8 นิ้ว ทรงเครื่องอย่างเทพารักษ์ ทรงมงกุฎ ประทับยืน พระหัตถ์ขวาทรงพระขรรค์ พระหัตถ์ซ้ายยกขึ้นในท่าจีบเสมอพระอุระ ประทับในเรือนแก้วทำด้วยไม้จันทน์มีลักษณะ แบบวิมานเก๋งจีน ถวายพระนามว่า... “พระสยามเทวาธิราช”โปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานไว้ ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ในพระบรมมหาราชวัง พระองค์ทรงเคารพบูชาพระสยามเทวาธิราชเป็นอย่างสูง ทรงถวายเครื่องสักการะเป็นประจำทุกวัน...ทรงถวายเครื่องสังเวยทุก “วันอังคาร” และ “วันเสาร์” ก่อนเวลาเพล...โปรดเกล้าฯ ให้จัดพิธีสังเวยเทวดาในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งตรงกับ “วันขึ้นปีใหม่” ทางจันทรคติแบบโบราณด้วย ...เป็นที่ร่ำลือกันว่า “พระสยามเทวาธิราช” ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนักคนไทยเราแต่โบราณนานมาเชื่อว่า...มีเทวดา ผู้ปกปักรักษาบ้านเมือง สมัยกรุงสุโขทัยก็มี “พระขพุงผี” เชื่อกันว่า... “ถ้าไหว้ดีพลีถูก บ้านเมืองก็เจริญรุ่งเรือง แต่ถ้าไหว้ดีพลีไม่ถูก บ้านเมืองก็ล่มจม”พระขพุงผี...น่าจะเป็นเทวรูปศิลาของเทวนารี ปัจจุบันเรียกว่า “แม่ย่า” สันนิษฐานว่าพ่อขุนรามคำแหงโปรดให้สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงพระมารดาคือ “นางเสือง” วันเวลาผ่านไปเข้าสู่สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้นก็มีความเชื่อกันว่า... “พระเสื้อเมือง” “พระทรงเมือง” “พระหลักเมือง” เป็นเทวดาคุ้มครองบ้านเมืองอำนาจทางทหาร...อำนาจของข้าราชการพลเรือน ต้องเข้มแข็ง...อำนาจตุลาการ ความยุติธรรมที่ถูกต้องเที่ยงตรง จะนำพาบ้านเมืองไปสู่ความร่มเย็นได้ ส่วนชาวบ้านก็ให้ความเคารพยำเกรงต่อ “พระแก้ว”...พระแก้วมรกตคู่บ้านคู่เมือง กับ “พระกาฬ”...บริวารพระยม มีหน้าที่นำดวงวิญญาณมนุษย์ไปยมโลก จนมีคำสาบานที่อ้างพระแก้วพระกาฬกันติดปากคาถาบูชาพระสยามเทวาธิราช“สยามะเทวาธิราชา เทวาติเทวา มหิทธิกา เทยยรัฏฐัง อนุรักขันตุ อาโรคะเยนะ สุเขนะ จะเอเตนะ สัจจะวัชเชนะ สุวัตถิ โหตุ สัพพะทา สยามะเทวานุภาเวนะ สยามะเทวะเตชะสาทุกขะโรคะภะยา เวรา โสกา สัตตุ จุปัททะวา อเนกา อันตะรายาปี วินัสสันตุ อะเสสะโตชะยะสิทธิ ธะนัง ลาภัง โสตถิภาคะยัง สุขัง พะลัง สิริ อายุ จะ วัณโณ จะ โภคัง วุฑฒิ จะ ยะสะวาสะตะวัสสา จะ อายุ จะ ชีวะสิทธิ ภะวันตุ เม” คำแปล...พระสยามเทวาธิราชเป็นจอมเทวดา ยิ่งใหญ่กว่าเทวดาทั้งหลาย ทรงมีมหิทธิฤทธิ์ ขอจงอภิบาลรักษาประเทศไทยโดยให้ปราศจากโรคาพาธ อุปัทวอันตราย ความพินาศทั้งหลาย ขอให้ประเทศไทยมีความร่มเย็นเป็นสุข โดยประการทั้งปวง ด้วยอำนาจสัจจะวาจาที่อ้างถึงพระสยามเทวาธิราชนี้ขอจงประทานความสุขสวัสดี จงบังเกิดแก่ประเทศไทยด้วยประการทั้งปวงด้วยอานุภาพพระสยามเทวาธิราชและเดชพระสยามเทวาธิราช ขอจงขจัดทุกข์ โรคภัย ความโศก ศัตรู อุปัทวะ และอันตรายมิใช่น้อยให้พินาศไปโดยไม่เหลือ ขอชัยชนะความสำเร็จแห่งกิจการทรัพย์ ลาภ ความสวัสดี ความมีโชค ความสุข กำลัง ศรี อายุ วรรณะ โภคสมบัติ ความเจริญและยศ มีอายุยืนตลอดหนึ่งร้อยปีขึ้นไป ความสำเร็จแห่งกิจการงานในความเป็นอยู่จงบังเกิด แก่ข้าพเจ้าด้วยเทอญฯคาถาบูชา “พระสยามเทวาธิราช”...ผู้ที่สวดบูชาเป็นประจำ จะเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ครอบครัว มีความร่มเย็นเป็นสุข เจริญในหน้าที่การงาน.รัก-ยม