ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 20 เม.ย.60 ปิดที่ 1,566.28 จุด ลดลง 0.91 จุด มีมูลค่าการซื้อขาย 41,072.42 ล้านบาท ต่างชาติขายสุทธิ 412.45 ล้านบาทหุ้นที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด AOT ปิด 41.25 บาท บวก 1 บาท, KTB ปิด 19.50 บาท ลบ 0.20 บาท, KBANK ปิด 188.50 บาท บวก 2.50 บาท, ADVANC ปิด 173.50 บาท บวก 1.50 บาท และ SCB ปิด 160 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง“อิสระ อรดีดลเชษฐ์” ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บล. ไทยพาณิชย์ ระบุไทยพาณิชย์ยังคงเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปลายปี 60 ไว้ที่ 1,700 จุด เชื่อว่าหุ้นไทยจะเริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้นในไตรมาสที่ 3 โดยได้รับแรงหนุนจากแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่จะเข้ามาซื้อสุทธิหุ้นไทย เพราะเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นปลายปี 60ขณะที่การประกาศวันเลือกตั้งทำให้การเมืองไทยมีความชัดเจนเพิ่มขึ้น รวมทั้งกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ฟื้นตัวจากปีก่อน โดยประเมินกำไรสุทธิเฉลี่ยต่อหุ้นของบริษัทอยู่ที่ 113 บาท นอกจากนี้ ยังมีแรงหนุนจากแรงซื้อกลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศ ซึ่งจากการเก็บสถิติพบว่าเมื่อนักลงทุนสถาบันในประเทศมีสถานะซื้อสุทธิจะทำให้หุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้น จากเดิมจะเป็นกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาซื้อสุทธิแล้วทำให้หุ้นไทยปรับขึ้น ทำให้นักลงทุนสถาบันเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อทิศทางของหุ้นไทยอย่างไรก็ตาม หุ้นไทยยังน่าสนใจตรงที่ไตรมาส 1 ดัชนีปรับขึ้นเพียง 2.2% น้อยกว่าตลาดอื่นๆ โดยตลาดหุ้นในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 11-13% ตลาดหุ้นในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.5-6% ทำให้ป้องกันความเสี่ยงขาลงได้ หากตลาดแกว่งตัวผันผวนทั้งนี้ ประเมินว่าราคาน้ำมันจะยังเป็นขาขึ้นโดยสิ้นปีจะอยู่ที่ 55-60 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ขณะที่ทองคำไม่ใช่สินทรัพย์ที่น่าลงทุนในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น และความขัดแย้งของสหรัฐฯ เกาหลีเหนือ และซีเรีย ไม่เป็นประเด็นที่น่ากังวลนัก เพราะเชื่อว่าหลังจากนี้จะไม่มีประเทศใดสู้รบกันอย่างจริงจังสำหรับกลยุทธ์การลงทุนไตรมาส 2 แนะนำกลุ่มท่องเที่ยว อิเล็กทรอนิกส์ และอาหาร โดยกลุ่มท่องเที่ยวได้รับผลบวกจากนักท่องเที่ยวรัสเซียกลับมา กลุ่มอาหารโดยเฉพาะธุรกิจเกี่ยวกับไก่ได้ประโยชน์จากคู่แข่งมีปัญหา หุ้นที่แนะนำคือ ERW–GFPT–HANA–KCE–MINOR–TU!!อินเด็กซ์ 51