วันนี้ต้องถือเป็น วันดีของโลก ตลาดหุ้นทั่วโลกจะเขียวปี๋ หุ้นขึ้นทั้งกระดาน วันนี้ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ จะเป็นประธานการลงนาม ข้อตกลงการค้าจีนสหรัฐฯเฟสแรก ระหว่าง นายหลิว เหอ รองนายกรัฐมนตรีจีน กับ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาว เพื่อยุติสงครามการค้าที่เกิดขึ้นมายาวนานร่วมสองปี จน ธุรกิจการค้าทรุดกันทั่วโลกรวมทั้งไทยด้วยผมก็หวังว่าจากวันนี้ไปจนถึงวันเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สงครามการค้าจีนสหรัฐฯจะผ่อนคลายลงไปเรื่อยๆ เพราะข้อตกลงฉบับนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้คะแนนเสียงจากเกษตรกรสหรัฐฯไปเต็มๆ อาจได้คัมแบ็กกลับมาเป็น ประธานาธิบดีสหรัฐฯสมัย 2 ก็เป็นได้นายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์ โทรทัศน์ฟอกซ์นิวส์ ถึงดีลการค้าที่จะลงนามกันในวันนี้ว่า ยังเป็นดีลการค้าที่สหรัฐฯกับจีนตกลงกันไว้เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2562 จีนจะซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯเพิ่มขึ้นจาก 40,000 ล้านดอลลาร์ เป็น 50,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี และ จะนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 200,000 ล้านดอลลาร์ ภายในเวลา 2 ปี ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เราได้ผ่านขั้นตอนการแปลภาษาที่เราคิดว่าเป็นปัญหาทางเทคนิคเรียบร้อยแล้ว เนื้อหาเวอร์ชันภาษาอังกฤษน่าจะเผยแพร่ได้ในวันที่มีการลงนามข้อตกลงก็คือวันนี้ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ก็แถลงยืนยันว่า จะมีการลงนามข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนในวันที่ 15 มกราคม ข้อตกลงดังกล่าวจะรวมถึง การลดภาษี จีนซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯเพิ่ม การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบทรัพย์สินทางปัญญาและเทคโนโลยี แต่ จะยังไม่ทำข้อตกลงเฟส 2 จนกว่าจะเลือกตั้งประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายนนี้ เขาคิดว่าการรอทำข้อตกลงหลังเลือกตั้งจะทำให้สหรัฐฯทำข้อตกลงกับจีนได้ดีขึ้นกว่าเดิมย้อนกลับไปดู ข้อตกลงเฟสแรก วันที่ 13 ธันวาคม 62 กันเสียหน่อยนะครับ นอกจากสหรัฐฯจะยกเลิกการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจีนอีก 160,000 ล้านดอลลาร์ ในวันที่ 15 ธันวาคม 62 แล้ว สหรัฐฯยังปรับลดภาษีนำเข้าสินค้าจีนมูลค่า 120,000 ล้านดอลลาร์ ที่ขึ้นภาษีไป 15% เมื่อวันที่ 1 กันยายน 62 ลงเหลือ 7.5% แต่ยังคงภาษี 25% สำหรับสินค้านำเข้ามูลค่า 250,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเจรจาในรอบที่ 2–3 ต่อไป ส่วน จีนก็ตกลงจะซื้อสินค้าจากสหรัฐฯเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์ ภายใน 2 ปี และ จะซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯเพิ่มขึ้นเป็น 50,000 ล้านดอลลาร์ เช่น เนื้อหมู ถั่วเหลืองข้อตกลงเฟสแรกนี้ ผู้นำสองฝ่ายได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งคู่ กล่าวคือ ประธานาธิบดีทรัมป์จะได้คะแนนเสียงจากเกษตรกร ในการ เลือกตั้งประธานาธิบดีปลายปีนี้ จากการที่ จีนตกลงจะซื้อสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 50,000 ล้านดอลลาร์ เช่น เนื้อหมู ถั่วเหลือง ทำให้เกษตรกรสหรัฐฯมีรายได้เพิ่มขึ้นประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ก็ได้ประโยชน์มหาศาล เพราะจีนกำลังเผชิญปัญหาวิกฤติเนื้อหมูขาดแคลน เนื่องจากโรคระบาดหมู ทำให้เนื้อหมูในจีนมีราคาแพงมาก ในเกมสงครามการค้าที่ผ่านมา จีนได้ขึ้นกำแพงภาษีเนื้อหมูนำเข้าจากสหรัฐฯ ขึ้นกำแพงภาษีถั่วเหลืองจากสหรัฐฯ เมื่อจีนลดภาษีนำเข้าและนำเข้าเนื้อหมูกับถั่วเหลืองจากสหรัฐฯเพิ่มขึ้น ย่อมช่วยแก้ปัญหาหมูแพงและหมูขาดแคลนในประเทศจีนได้เป็นอย่างดีการเป็น ผู้นำประเทศ ต้องสามารถเจรจาต่อรอง สร้างดีลการค้าที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติแบบนี้ ไม่ใช่ เดินสายโรดโชว์ ไม่รู้ปีละกี่โชว์ มีแต่ดีลที่ต่างชาติได้ประโยชน์ คนไทยเสียประโยชน์ ปี 2563 นี้ก็มีข่าวว่า มีรัฐมนตรีบางคนมีคิวไปโรดโชว์ขายสินค้าที่ต่างประเทศกว่า 10 โชว์ ไม่รู้ไปดูโชว์หรือไปโชว์อะไรกันแน่ผมก็นำตัวอย่างดีลของ ผู้นำประเทศมหาอำนาจเบอร์ 1–2 ของโลก มาเล่าสู่กันฟัง เป็นดีลที่ ผู้นำประเทศกำลังพัฒนา ควรศึกษาไว้เป็นแบบอย่าง แม้ ประธานาธิบดีทรัมป์ จะถูกหาว่าบ้าเพี้ยน แต่เขาก็ยึด “ผลประโยชน์ชาวอเมริกัน” เป็นหลัก.“ลม เปลี่ยนทิศ”