ใต้เชี่ยนหมากบ้านผม...มีซองยาประสะนอแรด...ซองละหนึ่งสลึง วางอยู่ นี่คือยาสามัญประจำบ้าน แก้ปวดหัวตัวร้อน เมื่อราวปี พ.ศ.2500 แม่กินประจำต่อมา ยาประสะนอแรด เปลี่ยนเป็น “ประสาบอแรด”...และยา “ทันใจ” ที่มาแทนที่ ก็เปลี่ยนเป็น “ทัมใจ”คำ “ทัมใจ” ถูกลากให้รู้ว่า “ทำใจ” ส่วน “บอแรด” ที่แทน “นอแรด” มีความหมายอย่างไร ผมไม่เข้าใจเอาเลยมารู้เอาทีหลัง...นอแรด...หน่อแข็ง ปลายจมูกแรด...ยาวราว 12-15 ซม. ถูกทำให้เข้าใจว่าตัวยาหายาก มีสรรพคุณชะงัด...ทางการท่านเห็นว่า “เกินไป” เหมือน “ทันใจ” จึงสั่งให้เปลี่ยนเปลี่ยนแต่ชื่อ แต่ไม่สั่งเปลี่ยนสูตรยา...ยาซองที่ว่าก็ยังขายดี และยิ่งขายดีเพราะนอกจากมีแอสไพริน ฟีนาเซติน ออกฤทธิ์แก้ปวดแล้ว ยังแถม “คาเฟอีน” เข้าไปด้วยชาวบ้านติดยาซองกันทั้งบ้านทั้งเมือง...เหตุก็เพราะติด “คาเฟอีน” นี่เองบันทึกช่วยจำ เป็นความรู้สำหรับคนรุ่นใหม่...“ยาสูตรซาตาน” ขนานนี้ รุ่งเรืองเฟื่องฟูในสมัยรัฐบาลพลเรือน ถูกสั่งยกเลิกราวๆปี 2534-2535 ในสมัยรัฐบาลทหารที่มีรัฐมนตรีสาธารณสุข ชื่ออรรถสิทธิ์ เวชชาชีวะส่วนคำว่า “ประสะ” นำหน้า “นอแรด” นั้น ผมเพิ่งมาเข้าใจ เอาตอนมีข่าวรณรงค์ให้ใช้ “กัญชา” เป็นยา นี่เองกัญชาเป็นสมุนไพรสำคัญ ออกฤทธิ์รุนแรง...เหมือนเนื้อเพลงที่คำรณ สัมบุญณานนท์ ร้อง “ฉันบ้ากัญชาจนหูตาลาย เห็นหมูตัวโตเท่าควาย โอ้ เดือนหงายเห็นเป็นเดือนคว่ำ”หมอแผนไทย ท่านจึงต้องเอาไปใช้แบบพบกันครึ่งทาง ผสมตัวอย่างอื่นๆกึ่งหนึ่งตำรับยาแบบนี้ เรียก “ประสะกัญชา” เวลาใช้แล้ว จะได้ไม่เมา ถึงขนาดเจอหมูแล้ววิ่งหนี เพราะคิดว่าเป็นควายบ้าพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ยกตัวอย่าง “ประสะขิง” แสดงว่า ยาตำรับนั้น ผสมขิงครึ่งหนึ่งเขียนเรื่องยา ประสะนอแรด ประสะกัญชา ประสะขิงแล้ว ผมนึกถึงสูตรผสม ครม.ที่กำลังทำท่าจะลงตัวที่เกี่ยงงอน เล่นท่า โดยอ้างว่าเพื่อประชาชนๆ...จริงๆแล้ว ก็ต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีที่อยากนั่ง...ทางการเมืองนั้น...เขาไม่เหมือนเอกชน เลือกเอาคนเก่ง มาทำงานให้ถูกที่ถูกทาง งานจะได้เดินหน้า แต่ตัดสินกันว่า ใครจ่ายไปมากกว่า มี ส.ส.เป็นอำนาจต่อรองมากกว่าแต่ไหน แต่ไรมา ประเทศไทย จึงได้นายหัว เจ้าสัว มานั่งกระทรวงหมอ เอาหมอไปนั่งกระทรวงยุติธรรม เอาหมอความไปคุมกระทรวงศึกษาฯ ฯลฯยกประเด็นนี้ผมไม่ได้หมายความถึง ฟากพลังประชารัฐ ฟากเพื่อไทย หรือฟากไหน ไม่มีใครดีกว่าใครนักหนาสมมติ จะนึกรักพลังประชารัฐ ไม่รักเพื่อไทย ดูเนื้อตัวหน้าตา...ระดับจอมยุทธ์ ระดับเทพมารสะท้านพิภพ...หลายๆคน ก็เคยอยู่เพื่อไทยที่ถูกคดีโกงมหาโกงหลายคน...มาก่อนพูดให้ชัด เทพมาร ที่ว่า สมัยหนึ่งเราเคยเรียก “เสือสิงห์กระทิงแรด”ตามกลเกมของการเมือง โอกาสจะจัด ครม.ให้ได้คนเก่งคนดี มือสะอาดขนาดดมพิสูจน์ได้...ไม่มี...ที่มีอยู่เรื่อยมา แม้กระทั่ง ครม.ชุดล่า...ซึ่งผมอยากให้ชื่อว่า ครม.สูตรประสะกระทิงยอมให้เสือสิงห์กระทิงแรด เข้ามาครึ่งหนึ่ง ก็น่าจะพอไหว แต่ต้องมีหัวหน้าที่เข้มแข็ง...คุมให้อยู่พูดอย่างนี้ ก็เข้าทางทหาร...การเมืองเรายังไปไม่ถึงไหน พลิกคว่ำคะมำหงาย ตั้งไข่ล้มต้มไข่กินอย่างนี้ ก็ต้องยอมให้ทหารเขาใหญ่ไปก่อนอีกไม่นาน...ทหารเขาจะเข้าใจ อำนาจการเมือง แท้จริง คือยาขม ...ทนกินต่อไปไม่ไหว เขาก็ถอยหลังกลับกรมกองเอง วัยรุ่นอย่าใจร้อนไล่เขาไปนักเลย.กิเลน ประลองเชิง