วันนี้คนไทยยังอยู่ในช่วงแห่งความสุข มหาสงกรานต์วันปีใหม่ไทย ผมเลยหาเรื่องความสุขมาเล่าสู่กันฟัง วารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนเมษายน ที่กำลังวางแผง หน้าปกเป็นเรื่อง ธนาคารแห่งปี Bank of the Year 2019 ซึ่ง “ธนาคารกรุงเทพ” ได้รับการจัดอันดับเป็น “ธนาคารแห่งปี 2562” ในเล่มนี้ได้สัมภาษณ์พิเศษ คุณสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต ถึง การปรับภาพลักษณ์ใหม่ของบริษัทการปรับภาพลักษณ์ใหม่ หรือ Rebranding ถือเป็นการพลิกโฉมองค์กรเลยทีเดียวคุณสาระ เปิดเผยว่า เมืองไทยประกันชีวิตได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ด้วยการ “ปรับภาพลักษณ์ใหม่” ให้ทันสมัยและสดใสขึ้นกว่าเดิม (Brightening the Brand) ภายใต้คอนเซปต์ Happiness Means Everything “ความสุขคือทุกอย่าง” โดยเน้นการส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าเป็นสำคัญ ไม่ว่าอยู่ในช่วงชีวิตใด ผมชอบคอนเซปต์นี้มาก ความสุขคือทุกอย่าง เมื่อลูกค้ามีความสุข บริษัทก็มีความสุข เพราะลูกค้ารัก ก็เหมือนประเทศ ประชาชนมีความสุข บ้านเมืองก็มีความสุข ประเทศก็สงบสุขบริษัทได้ปรับโฉมโลโก้ใหม่ทั้ง โลโก้เมืองไทยประกันชีวิต และ โลโก้เมืองไทยสไมล์คลับ ให้มีความทันสมัยและเข้าถึงผู้บริโภคได้หลากหลายกลุ่มมากขึ้น เพื่อผลักดันบริษัทไปสู่การเป็นองค์กรยุคใหม่ ที่พร้อมจะขยายธุรกิจและฐานลูกค้าไปสู่ตลาดต่างประเทศ มีการผสมสีและเพิ่มสีโลโก้ใหม่ โดยเพิ่มมิติของความมีชีวิตชีวามากขึ้นโลโก้ใหม่เมืองไทยประกันชีวิต ประกอบด้วย 5 สีหลักที่แสดงถึงความสุข การสร้างสรรค์ การเติบโตก้าวไปข้างหน้า ความมั่นคง แต่ละสีมีความหมายดังนี้สีชมพู (Fuchsia) สีของพระอาทิตย์ยามเช้า สีของความสุขสีฟ้า (Light Blue) สีของท้องฟ้า สื่อถึงวิสัยทัศน์ที่ดี มีความคิดสร้างสรรค์สีเขียว (Green) สีของชีวิต การเติบโต สุขภาพที่ดี การฟื้นฟูสีแดง (Red) สีของพลังที่ขับเคลื่อนไปสู่ความก้าวหน้าสีน้ำเงิน (Navy Blue) สีของความมั่นคง ความปลอดภัย ความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จคุณสาระ กล่าวว่า การปรับภาพลักษณ์แบรนด์ครั้งนี้ เป็นการต่อยอดความสุข เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงความเป็นเมืองไทยประกันชีวิตได้มากที่สุด โดยพนักงานและลูกค้าสามารถสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผมอ่านคำให้สัมภาษณ์ของ คุณสาระ แล้วก็นึกถึง “รัฐบาล” กับ “ประชาชน” ขึ้นมาทันที คุณสาระให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ไว้ค่อนข้างยาว ใครสนใจก็ไปซื้อมาอ่านได้ทุกวันนี้ ประเทศไทย อันเป็นที่รักของเราเต็ม ไปด้วยปัญหามากมาย เลือกตั้งแล้วก็ยังมีปัญหา ถ้า นายกรัฐมนตรีทุกคน คิดอย่างนี้ ทำอย่างไรให้ประชาชนมีความสุขมากที่สุด แทนที่แก้ปัญหาด้วยการ ปรับฮวงจุ้ยสร้างงูเห่า ผมคิดว่าประเทศไทยจะดีกว่านี้แน่นอนการจัดอันดับ “ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลก” ของ องค์การสหประชาชาติ ก็มีองค์ประกอบวัดความสุขของประชาชนหลายอย่าง เช่น การมีรายได้ต่อหัวเพิ่มขึ้น ได้รับการสนับสนุนจากสังคม มีสุขภาพที่ดี มีเสรีภาพในการใช้ชีวิต มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ในสังคม การทุจริตคอร์รัปชัน ความเชื่อมั่นในรัฐบาล ความเสมอภาคการจัดอันดับ ประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกปี 2018 ที่ผ่านมา ฟินแลนด์ ครอง อันดับ 1 ตามด้วย นอร์เวย์ เดนมาร์ก ไอซ์แลนด์ สวิตฯ ฯลฯ ประเทศไทย อยู่ อันดับ 46 ขยับขึ้นมาจาก อันดับ 52 ถือว่าดีขึ้น แต่ การคอร์รัปชัน ยังย่ำแย่ได้เพียง 0.029 คะแนนถ้า ผู้นำประเทศทุกคน คิดถึง ความสุขของประชาชน เป็นหลักในการบริหารประเทศ เหมือนผู้นำ ฟินแลนด์ นอร์เวย์ เดนมาร์ก ฯลฯ คนไทยจะมีความสุขมากกว่านี้ ไม่ใช่ความสุขแบบ “หน้าชื่นอกตรม” ดูเหมือนมีความสุข แต่ในใจกลับเป็นทุกข์.“ลม เปลี่ยนทิศ”