ผู้มีวิชาพยากรณ์ในสมัยอยุธยา ไม่ได้นั่งตามโคนต้นไม้รับจ้างทำนายดวงซะตา เหมือนที่ยังเห็นกันทุกวันนี้...แต่มีตำแหน่งเป็นขุนนาง ศักดินานับร้อยนับพันไร่ มีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานไม่แพ้วิชายกทัพจับศึก หรือวิชาต่อสำเภาทำการค้า (สุริษา มุ่งมาตร์มิตร ซ่อนเร้นไม่ซ่อนลับ สำนักพิมพ์ยิปซี พ.ศ.2555)กรมโหร เป็นกรมใหญ่ มีทั้งกรมโหรหน้า (พระโหราธิบดี เป็นเจ้ากรม) กรมโหรหลัง (หลวงโลกทีป เป็นเจ้ากรม)อีกทั้งยังมีพราหมณ์ ที่ปรากฏนามตามพระตำแหน่งนาพลเรือน อีกหลายตำแหน่งฝรั่งที่มากรุงศรีอยุธยา สมัยสมเด็จพระนารายณ์ เล่าว่า คำทำนายหาได้ตามท้องถนน ร่างทรงหรือหมอดูที่มีให้บริการทั่วเมือง อาจให้คำพยากรณ์ เหตุการณ์ที่ได้จาก สัตว์ สิ่งของ ฝนฟ้าอากาศหรือแม้แต่กิจวัตรธรรมดาของชาวบ้านแต่คำทำนายที่ถูกบันทึกไว้ ในพงศาวดาร มักเป็นเรื่องความเป็นความตายของบ้านเมือง อันเนื่องมาจากพระสุบินนิมิตของพระมหากษัตริย์ราวปี 2142 สมเด็จพระนเรศวร เตรียมยกทัพไปตีหงสาวดี ทรงสุบินนิมิตว่า มีจิ้งจอกตัวหนึ่งมาคาบเอาพญาคชสารหนีไป ทรงติดตามเท่าไหร่ก็ชิงพญาคชสารกลับมามิได้โหรทำนายว่าสมเด็จพระนเรศวรจะได้เมืองหงสาวดี แต่ไม่ได้องค์พระเจ้านันทบุเรง เพราะมีเมืองปฏิปักษ์มาชิงไปก่อน คำพยากรณ์นี้ แม่นเหมือนตาเห็นเพราะต่อมา พระเจ้าตองอูได้เข้ามาเทครัวผู้คนจากเมืองหงสาวดี มิหนำซ้ำยังเผาเมืองวอดวาย ทั้งยังพาพระเจ้านันทบุเรง หนีไปประทับที่ตองอูการศึกครั้งนั้น ผลปรากฏว่า สมเด็จพระนเรศวรเสียเที่ยว ได้แต่เมืองหงสาวดีเปล่าๆฝรั่งอีกเหมือนกัน ที่บันทึกว่า อีกวิธีที่ชาวสยามอยากรู้เหตุล่วงหน้า คือการไปบนบานพระพุทธรูปในอารามที่นับถือ บนบานแล้วเดินออกจากอาราม หากได้เห็นหรือได้ยินอะไรครั้งแรก ก็เอามาใช้ตีความทำนายครั้งหนึ่งเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ เสนาบดีชาวกรีกป่วยหนัก เป็นตายหมอหลวงไม่รับรอง สมเด็จพระนารายณ์ทรงปริวิตกมาก รับสั่งให้พราหมณ์ไปบนบานพระพุทธรูป...เมื่อพราหมณ์เดินออกมา เจอเด็กเชื้อสายมลายูกำลังเตะตะกร้อกันอยู่“ขณะที่พราหมณ์เดินใกล้พวกเขาเข้าไปนั้น ลูกตะกร้อได้ตกลงไปในสระ เด็กคนหนึ่งร้องขึ้นว่า เสร็จแล้ว เสียเสียแล้ว อีกคนก้าวตามไปใกล้ปากสระ เห็นลูกตะกร้อค้างอยู่บนกอหญ้า อันงอกขึ้นที่ข้างสระนั้น จึงร้องบอกมิตรสหายว่าไม่เป็นไร ยังไม่เสียหรอก ยังจะเก็บเอาขึ้นมาได้อยู่”ถ้อยคำปราศรัยเหล่านี้ พราหมณ์ถือเป็นนิมิตสำคัญเอาไปทำนายทายทักว่า เขา (เจ้าพระยาวิชาเยนทร์) จักฟื้นไข้หายดีซึ่งต่อมา เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ก็หายจากป่วยไข้จริงสุริษา มุ่งมาตร์มิตร บอกว่ามาถึงวันนี้ อาการแปลกๆของสัตว์ ตลอดจนความวิปริตของฟ้าฝนที่มากขึ้นทุกที จุดประกายให้มนุษย์สร้างคำทำนายไม่รู้จบ วิธีการทำนายก็พัฒนามีรูปแบบไม่ซ้ำผมดูทีวีช่อง 22 เมื่อสองสามคืนที่แล้ว คุณกนกรัตน์ อ่านข่าว ฟองสนาน จามรจันทร์ ทำนายเหตุการณ์บ้านเมือง แสดงว่า คนสมัยรัตนโกสินทร์ ยังชอบฟังทำนายเหมือนคนในสมัยอยุธยาเมื่อมีเรื่องแบบฟ้าผ่า หาเหตุผลกลใดอะไรไม่ได้...ก็ซุบซิบกันไปตามเรื่อง...โอกาสที่อยากฟังคำทำนาย “มันเกิดอะไรขึ้น” ก็ยิ่งมากขึ้น หมอดูจะขายดีก็ตอนนี้เอง.กิเลน ประลองเชิง