ผมกำลังนึกถึงนิยายเรื่องเสือใบ ที่ ป.อินทรปาลิต จำใจเขียนให้จบ เพราะตำรวจขอร้อง เป็นเหตุให้เกิดเรื่อง “เสือดำ” ให้ติดตามอ่านต่อส่วนเสือดำตัวจริงๆอยู่ที่ไหน เรื่องราวเป็นไง...ผมเพิ่งรู้ว่า มีคนเขียน แต่ยังไม่เคยอ่าน“ศิลปวัฒนธรรม” ฉบับเดือน พ.ย.2561 เอนก นาวิกมูล เขียนเรื่องเสือดำแห่งป่าสะแก อำเภอเดิมบางนางบวช สุพรรณบุรี พ่อเพลง ไสว พ่อเพลง บัวเผื่อน เล่าที่ศูนย์สังคีตศิลป์ กรุงเทพฯคืนหนึ่งคณะเพลงไปเล่นที่วัดดอนไร่ หลวงพ่อมุ่ย อำเภอสามชุก รุ่งเช้าเจ้าหน้าที่มาบอกให้เก็บข้าวของมีค่า เพราะเห็นไอ้เสือ 6-7 คนมาเกร่ๆ ในงานผู้ชายมีสร้อยทอง ก็ฉีกขอบกางเกงเอาสร้อยยัด ผู้หญิงฉีกสเกิร์ตเอาตุ้มหูทองยัดเล่นต่อกลางวันอีกวัน พักเที่ยงพวกเสือก็มา ติดต่อให้ไปเล่นที่ป่าสะแก พ่อบัวเผื่อนรู้กิตติศัพท์ดี ว่าที่ป่าสะแกเสือดุ จึงตอบไปซื่อๆ “ไม่ไป”“ถ้าไปก็ได้กลับบ้าน ถ้าไม่ไปก็อยู่ที่นี่” เสือมาไม้นี้ 17 พ่อเพลงก็พร้อมเพรียงรับ นัดหมายกันวันรุ่งขึ้น คนมารับแต่งข้าราชการ เดินตามหลัง มีพระเดินนำหน้าพ้นเขตป่ารัง พระก็หยุดควักปืนจากย่าม ถอดจีวร เปลี่ยนชุดไอ้เสือ แล้วก็เดินต่อถึงวัดป่าสะแกราวสามทุ่ม ลิเกลงโรงเล่นก่อนแล้ว พวกเพลงก็ช่วยกันขึงฉาก แต่งตัวเตรียมเล่นเสือมาบอกให้ไปกินข้าว ไม่มีใครกินข้าวลงสักกี่คำ อิ่มแล้วก็นัดใครเล่นก่อนหลัง เสือมาบอกให้ไปอาบน้ำถึงเวลาเล่นเพลง เพลงฉ่อย เพลงอีแซว พวกเสือมาดูกันมากกว่าดูลิเกทุกคนแต่งตัวเหมือนกัน คาดกระเป๋าลูกปืนแบบดาวกระจาย เหน็บมีดเล่มหนึ่ง สะพายปืนยาว ในมือกำลูกปืน สภาพพร้อมยิงเลิกเล่นเพลง ก็ได้นอนบนกุฏิพระ ตื่นเช้าเสียงอื้ออึงพวกเสือมากันเต็ม นักเพลงฟังความได้ว่า วันนั้นเป็นวันทำบุญตัวของเสือดำมีคนมาตามพ่อเพลงบัวเผื่อน ไปทำความรู้จักกับนายใหญ่ ระหว่างเดินก็เห็นใบพลูเคล้ายาฝิ่นหั่นในกะละมังใหญ่ คนสูบฝิ่นก็สูบไป คนกินเหล้าก็เมาไปพ่อเพลงบัวเผื่อน ค่อยคลานเข้าไป เสือดำตัวจริงแต่งชุดสากล นุ่งกางเกงขาว ใส่เสื้อนอกขาวผูกเนกไทใส่หมวกปีกใหญ่ นั่งพิงหมอนขวานเสือดำตัวไม่ดำ รูปร่างสูงเพรียวบาง ใส่ฟันทองสองซี่ สร้อยเกลียวเส้นโตมีพระเครื่องห้อยคอสององค์เสือดำทักทายไม่กี่คำ ก็บอกให้เอาเครื่องแต่งตัว และของประดับดีๆที่ซ่อนไว้ ออกมาแต่งเล่นในงาน หลังการเล่นเพลงประชันลิเก ก็เข้าขบวนแห่เสือดำบนหลังช้าง บอกให้รำก็รำบอกให้หยุดก็หยุดเสือดำโปรยแบงก์บาท แบงก์สองสลึง ใครเก็บได้ก็เก็บถึงงานพิธีทุกคนในงานเข้าแถวรดน้ำพระ แล้วรดน้ำเสือดำ เสร็จแล้วก็ถือว่าจบงาน มีคนมาตามพวกพ่อเพลงให้ไปรับเงินค่าแรง ไม่มีใครเอา ทุกคนบอกขอทำบุญกับหัวหน้า เสือดำซาบซึ้ง หลุดปาก“ต่อไป ใครมีทองติดตัวตอนไปเล่นเพลง ก็ไม่ต้องซุกซ่อน แต่งตัวได้ตั้งแต่บ้าน ใครมาจี้ก็ไม่ต้องกลัวมัน ฉันจะไปเอาคืนให้”ตลอดเวลา 2 วัน 1 คืนที่มาเล่นในงานเสือดำ ไม่มีใครปวดท้องหนักท้องเบาสักคน ไม่รู้ว่าคนคณะเพลงจะคิดยังไง ตอนนั้นพ่อเพลงบัวเผื่อนยังหนุ่มๆ จนถึงวันเล่าเรื่องเมื่อปี 2526 อายุ 66 ปีแต่ถ้าจะถามว่า เชื่อว่าคำพูดเสือดำศักดิ์สิทธิ์ คุ้มครองพวกนักเพลงได้จริงหรือไม่...ผมเดาเอาแทนพ่อบัวเผื่อน สัจจะโจรน่าเชื่อกว่าสัจจะจากคนทั่วไป ที่ไม่น่าเชื่อมาก ก็คือสัจจะจากพวกนักการเมือง.กิเลน ประลองเชิง