หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดว่ากฎหมายสำคัญๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายการเลือกตั้ง ส.ส. กฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว. และกฎหมายพรรคการเมือง ไม่มีฉบับใดที่มีบทบัญญัติขัดต่อรัฐธรรมนูญ มีเสียงเรียกร้องดังเซ็งแซ่ ให้รัฐบาล คสช.ปลดล็อก เพื่อให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมต่างๆ ตามที่ กฎหมายกำหนดเมื่อปัญหาด้านกฎหมายที่เคยอ้างบ่อยๆหมดไป ไม่น่าจะมีปัญหาใดๆ ที่จะนำมาเป็นข้ออ้างเพื่อแช่แข็งพรรคการเมือง และเลื่อนการเลือกตั้งออกไปเรื่อยๆอย่างในอดีต แต่ก็มีปัญหาใหม่เกิดขึ้นจนได้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. กล่าวว่า หากยังมีความขัดแย้ง หรือก่อกวนความสงบเรียบร้อย อาจเลือกตั้งไม่ได้นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงว่าหากปลดล็อกการเมืองทั้งหมด อาจนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อย ฉะนั้น การหาเสียงต้องทำตามกฎหมาย ต้องอยู่ในกรอบที่กำหนด ต้องขออนุญาตเป็นครั้งๆไป เพื่อให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย ไม่ใช่ว่าก่อนจะไปถึงประชาธิปไตยก็ตีกันเละ จะมีใครรับรองได้บ้าง ถ้าสื่อรับรองไม่ได้ก็ต้องพูดออกไป ไม่ใช่มากดดันรัฐบาลแบบนี้การดูแลความสงบเรียบร้อยเป็นเรื่องถูกต้อง เป็นหน้าที่โดยตรงของรัฐบาล แต่ต้องไม่เข้มงวดเกินไปจนแทบกระดิกตัวไม่ได้ เพราะการหาเสียงเลือกตั้งแบบไทยๆในประวัติศาสตร์การเมือง แม้จะมีการโจมตีกันดุเดือดเผ็ดมัน แต่ไม่เคยถึงขั้นตีกันหรือฆ่ากัน เหตุการณ์นองเลือดส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นจากการชุมนุม เพื่อขับไล่รัฐบาลเผด็จการแม้จะไม่ใช้คำสั่ง คสช. ใน ระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง แต่ยังมีกฎหมายปกติอีกมาก ที่จะดูแลความสงบเรียบร้อย เช่นกฎหมายอาญา กฎหมายการชุมนุมสาธารณะ กฎหมายเลือกตั้งที่ห้ามหาเสียงด้วยการโจมตีใส่ร้ายคู่แข่งด้วยความเท็จ หรือกฎหมายพรรคการเมือง ที่ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งในพรรค ไม่ให้ส่งเสริมหรือสนับสนุนการก่อกวนความสงบเรียบร้อยกฎหมายพรรคการเมืองระบุว่า ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคผู้ใดสนับสนุนส่งเสริมให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี มีโทษยุบพรรคอีกต่างหาก ส่วนกฎหมายเลือกตั้งระบุโทษผู้โจมตีใส่ร้ายคู่แข่งด้วยความเท็จ มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปีเช่นเดียวกัน และยังถูกเพิกถอนสิทธิการเมืองอีกหลายปี จึงไม่เชื่อว่าจะมีใครเสี่ยงต้องโทษรุนแรงการปลดล็อกการเมืองให้พรรค ไม่ได้ปลดเพื่อให้สามารถหาเสียงเพียงอย่างเดียว แต่เพื่อให้พรรคสามารถปฏิบัติตามกฎหมายพรรค มิฉะนั้น อาจไม่สามารถส่งสมาชิกสมัคร ส.ส. เช่นพรรคจะต้องเปิดประชุมใหญ่ เพื่อเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อรณรงค์หาสมาชิกเพื่อระดมทุน เพื่อระดมสมองกำหนดนโยบายพรรค หรือเลือกผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค เป็นต้น.