ในคำอวยพรที่นิยมกันประโยคหนึ่ง ขอให้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ในสากลโลก จงช่วยคุ้มครอง...ผมลองตั้งคำถาม ในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งหลายนั้น สิ่งศักดิ์สิทธิ์ใด มีคนเชื่อถือและใช้กันมากที่สุดถามเอง แล้วก็ต้องพยายามค้นหาคำตอบเอง จากบรรดาหนังสือหลายเล่ม ที่พอจะไขว่คว้าหาได้ใกล้มือในหนังสือ เคล็ดลาง อาถรรพณ์ ศาสตร์ที่กล่าวถึงสิ่งบอกเหตุ และการแก้เคล็ดต่างๆ (เยลโล่การพิมพ์ พิมพ์ครั้งที่ 10 ก.พ.2541) พบว่า สิ่งที่นิยมกันมาแต่ครั้งดึกดำบรรพ์ คือไม้กางเขนสามสี่พันปีที่แล้ว ชาวอียิปต์โบราณ ถือไม้กางเขนเป็นเครื่องรางสำคัญ กษัตริย์ ขุนนาง นักบวช แขวนไม้กางเขนกันทุกคน ชาวอียิปต์ และชาวยิว ใช้ไม้กางเขนรักษาโรคผิวหนังบางชนิดชาวพื้นเมืองในอเมริกากลางและใต้ บูชาไม้กางเขน ในฐานะเทวดาให้ฝนพวกกอล บรรพบุรุษคนฝรั่งเศส ถือว่าเป็นสัญลักษณ์แทนดวงอาทิตย์ ประสิทธิ์ประสาทชีวิตให้มวลมนุษย์ชาวคริสต์นิกายคอทอลิก นับถือเครื่องหมายกางเขนว่าศักดิ์สิทธิ์ที่สุด เช่นเดียวกับพระคัมภีร์ไบเบิล ถ้ามีติดตัวผีร้ายจะไม่มารบกวนเพราะกางเขนเป็นสัญลักษณ์แทนองค์ พระจีซัส ไครต์ไม้กางเขนก่อนสมัยพระคริสต์ ใช้ในวิธีประหารผู้ร้ายที่ไม่ใช่พลเมืองอาณาจักรโรมัน เป็นวิธีประหารที่ทารุณโหดร้ายที่สุด เท่าที่มนุษย์เคยทำกันมาผู้ร้ายที่ถูกตัดสินแล้ว จะถูกโบยนับก่อนมัดเอาตัวไปทาบกับหลักไม้กางเขน เอาตะปูตอกแขนขาตรึงไว้ ขุดหลุมปักไม้กางเขน แล้วปล่อยนักโทษทิ้งไว้จนตายการตรึงบนไม้กางเขนกับคนธรรมดา ศัพท์ภาษาอังกฤษ เขียนว่า crucifixionแต่ถ้าขึ้นต้นด้วย C ตัวใหญ่ หมายถึง การที่พระเยซู ถูกตรึงกับไม้กางเขนจนสิ้นพระชนม์ ณ เขาคัลวารี ราว ค.ศ.30ต่อจากนั้นไม่นานนัก ไม้กางเขนก็เป็นสัญลักษณ์ของคริสต์ศาสนาในคริสต์ศตวรรษต้นๆ เมื่อกรุงโรม เป็นศูนย์กลางศาสนา กษัตริย์ นักบวช และชาวคริสต์ โรมันตะวันตก นิยมแขวนไม้กางเขนจนถึงศตวรรษที่ 3 เรื่อยไปจนศตวรรษที่ 13 ศูนย์กลางคริสต์ศาสนา ย้ายมาอยู่ที่อาณาจักรคอนสแตนติน โรมันตะวันออก ชาวคริสต์ก็ยังแขวนไม้กางเขนเพียงแต่ไม้กางเขนของชาวคอนสแตนติโนเปิล เปลี่ยนรูปจากไม้กางเขน ตัว T มาเป็นไม้กางเขน รูป + (กากบาท) กากบาท ก็คือไม้กางเขน อีกแบบหนึ่งตำราฤกษ์ยาม ของอุบากอง แม่ทัพพม่า ถ้าฤกษ์ยาม ตกที่ “กากบาท” มีคำทำนายว่า “กากบาทตัวอัปรีย์ ถ้าจรลีจะอันตราย” กรณีนี้ “กากบาท” เป็นสัญลักษณ์เลวร้ายการตรวจข้อสอบนักเรียน ครูใช้เครื่องหมายกากบาท ตัดสินว่า “ผิด”แต่กากบาท ที่ใช้ในการเลือกตั้ง ...ถ้าผู้สมัครคนใด ได้เครื่องหมายกากบาทในช่องที่มีชื่อตัวเองมากกว่า ผู้สมัครคนนั้นคือ...ผู้ชนะในสงครามชิงอำนาจ ตามกติกาประชาธิปไตย ผู้เป็นผู้นำก็คือคนที่รวมเครื่องหมายกากบาทไว้ได้มากกว่าคู่แข่ง กากบาทงานนี้ จึงกลายเป็นเรื่องดีในทางกลับกัน ถ้าเกลียดใคร ก็แช่งให้ได้กากบาท น้อยๆว่ากันโดยนัยนี้ ทั้งสัญลักษณ์กางเขน หรือ กากบาท ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ที่แสดงปาฏิหาริย์ ยิ่งใหญ่จะยกย่องหรือจะผลักไส ผู้นำที่เบื่อหน้าคนใด ก็แค่ใช้ “กากบาท” ให้เป็น.กิเลน ประลองเชิง