นับหนึ่งปฏิรูปตำรวจ เอาแก่นไม่เอากากกว่าจะเดินหน้าได้ก็ต้องผ่านเวลามาถึงปีที่ 4 ของการบริหารราชการแผ่นดินยุค คสช. ทั้งๆที่ประชาชนเรียกร้องมาตลอด แต่ก็ไม่ขยับได้สักทีอะไรไม่ว่า 3 ปีที่ผ่านมาปัญหาการซื้อขายตำแหน่งก็ยังวนเวียนอยู่อย่างนี้ และไม่สามารถจับต้นชนปลายได้ว่าจริงหรือไม่จริงแต่ความเชื่อของสังคมนั้นเชื่อว่ามีจริง...ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปแล้ว เมื่อจะเริ่มต้นกันใหม่ก็หวังว่าน่าจะทำให้มันเข้าที่เข้าทางเสียที เพราะถือว่าเป็นปัญหาระดับชาติสงสารประชาชนและตำรวจน้ำดีกันบ้างเถอะ...พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) ตาม ม.258คณะกรรมการชุดนี้มีทั้งหมด 36 คน มี พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ อดีต ผบ.สส. เพื่อนร่วมรุ่น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ รัฐมนตรีกลาโหม และได้รับมอบหมายให้ดูแลตำรวจโดยตรงเป็นประธานกรรมการโดยตำแหน่งมีปลัดกระทรวงการคลัง ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และอัยการสูงสุดกรรมการฝ่ายตำรวจอีก 15 คน มีทั้งนายตำรวจเก่า นายตำรวจปัจจุบัน และนายตำรวจที่ไปสังกัดหน่วยงานอื่นๆและยังมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคส่วนต่างๆอีก 15 คน มีทั้งนักวิชาการ อดีตข้าราชการ และ สปท.เป็นการปฏิรูปที่มีหัวหน้าทีมงานเป็น “ทหาร” เพื่อปฏิรูปตำรวจ โดยมีตำรวจเป็นลูกทีมอีก 15 คน และนักวิชาการอีก 15 คนภารกิจสำคัญก็คือ จะต้องดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อยภายในเวลา 1 ปี หลังจากวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญพูดง่ายๆว่ามีเวลาดำเนินการราว 90 วันเท่านั้นพล.อ.ประยุทธ์ออกมาการันตีประธานคณะกรรมการฯ คือ พล.อ.บุญสร้าง ว่ามีความรู้ความสามารถน่าเชื่อถือได้ เพราะเคยเป็น “อาจารย์ของเขา” มาก่อน แต่จะให้อิสระในการทำงานปูมประวัติ พล.อ.บุญสร้างนั้นถือว่าไม่ธรรมดา มีความเป็นนักวิชาการ นักบริหาร และชำนาญในด้านการกำหนดโครงสร้างโดยนายกฯได้กำหนดการปฏิรูปตำรวจ 3 เรื่อง คือ อำนาจหน้าที่แนวทางป้องกันการทุจริต การสอบสวน และบุคลากรการทำงานของคณะกรรมการฯชุดนี้ ด้วยเงื่อนเวลาที่จำกัดพอสมควร จึงมีความจำเป็นที่จะต้องหารือเพื่อกำหนดแนวทางการทำงาน ทิศทางการปฏิรูปอย่างเป็นระบบว่าจะทำอะไรบ้าง ปรับแก้ตรงไหน ลำดับหมวดหมู่ให้ชัดเจนที่ไม่ควรละเลยก็คือ การดำเนินตามขั้นตอนต่างๆ จะต้องควบคู่ไปกับการให้ประชาชนได้รับรู้ว่าจะทำอะไรกันบ้างเพราะเหตุที่มาถึงตรงนี้ เพราะประชาชนเรียกร้องมาตลอดที่สำคัญก็คือ ตำรวจนั้นเกี่ยวข้องใกล้ชิดกับประชาชน มีกำลังพลถึง 200,000 กว่าคน จึงต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นให้กว้างขวาง จริงจัง และจริงใจเบื้องต้นที่แน่ๆก็คือ การกระจายอำนาจ การสอบสวน การแก้ปัญหาความไม่เป็นธรรม ผลตอบแทน การยึดหลักคุณธรรมเป็นต้นที่สำคัญผลออกมาอย่างไร “ตำรวจ” จะต้องยอมรับด้วย.“สายล่อฟ้า”