สวัสดีปี “ม้าทอง”...ครับ ผ่านพ้นปีที่เลวร้ายมาได้ก็ถือว่าโชคดี ปีมะเมียเริ่มศักราชใหม่เป็น “ปีม้า” ที่คึกคักมีเรี่ยวแรงคะนองเพื่อเผชิญกับโลกใหม่แต่ใบเก่าก็ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่านจงมีความสุขความเจริญคิดหวังอะไรจะได้สมใจสุขใจและสุขกายกันถ้วนทั่วจะเป็น “ม้าทอง” หรือ “ม้าเทา” ก็ขึ้นอยู่กับตัวเรานี่แหละผ่านพ้นปีเก่ามาด้วยการเผชิญอะไรต่อมิอะไรมาหลายอย่างปีใหม่นี้เหมือนวิถีทางที่ทำให้คนไทยมีสิทธิที่จะกำหนดชะตาชีวิตของตัวเองได้เพราะจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.2569!ที่สามารถกำหนดความเป็นไปของบ้านเมืองด้วยมือของพวกเราเอง ทุกคะแนนเสียงล้วนมีความสำคัญยิ่งที่จะทำให้ชาติบ้านเมืองเดินไปทางไหนได้สำคัญที่จะต้องเลือกคนเลือกพรรคที่ดีเข้ามาเป็นตัวแทนเพื่อสร้างชาติบ้านเมืองให้ไปในทางที่เกิดประโยชน์แก่ประเทศและคนไทยทุกคนก่อนกาบัตร “เรา” เป็น “นาย”แต่หลังกาบัตร “เขา” เป็น “นาย”จงจำเอาไว้ให้มั่น!หากได้คนดีพรรคก็จะช่วยกันสร้างบ้านแปงเมืองทุกคนจะได้มีความสุขในความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติแต่ถ้าเลือกคนไม่ดีพรรคไม่ดีก็จะอยู่ร่วมกันด้วยความอึดอัด เพราะพวกเขามีวาระ 4 ปี จึงจะพ้นจากตำแหน่งเพื่อเลือกกันใหม่นั่นจึงต้องจำใส่ใจเอาไว้ให้มั่นหากเลือก “คนดี” ก็จะเป็น “ศรี” แก่ชาติการเมืองนั้นมีความสำคัญที่สุดในองคาพยพทั้งหมด เพราะบุคคลที่เข้ามาบริหารประเทศเริ่มจากนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีจะเป็นผู้กำหนดทิศทางและดำเนินการให้เป็นไปตามนั้นหากได้คนดี คนเก่งซื่อสัตย์สุจริต ไม่โกงไม่กินทิศทางของประเทศก็จะพัฒนาไปในทางที่ดีได้!พูดง่ายๆไม่ต่างไปจาก “เสาหลัก” ที่จะบิดเบี้ยวไม่ได้เป็นอันขาดวันนี้ต้องยอมรับความจริงกันว่าปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องการทีมงานเข้ามาแก้ไขอย่างเอาจริงเอาจังเป็นเรื่องเป็นราวระดับปฏิรูปโครงสร้างกันเลยทีเดียวมิฉะนั้นเอาไม่อยู่ที่ผ่านมาแต่ละรัฐบาลได้แต่ขายนโยบาย “ประชานิยม” เพื่อหาคะแนนเสียงทำให้เศรษฐกิจต้องจมปลักอยู่กับปัญหาคาราคาซังคือหนี้ครัวเรือน หนี้ประเทศวันนี้ไทยมีจีดีพีที่รั้งท้ายในกลุ่มประเทศอาเซียนด้วยกัน ทั้งๆที่เคยอยู่อันดับต้นๆก็เพราะเราไม่มีการแก้ไขหรือปรับนโยบายให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นไปของโลกปัจจุบันต่างจากสิงคโปร์ เวียดนาม ที่พัฒนาไปอย่างก้าวหน้าและมั่นคงแซงหน้าไปลิบลับสามารถแข่งขันกับโลกได้เพราะเขามีนักการเมืองที่คิดถึงชาติบ้านเมืองมากกว่าตัวเองและพวกพ้องเขาจัดการกับปัญหาทุจริตคอร์รัปชันอย่างเอาจริงเอาจังไม่ละเว้นแม้แต่พวกพ้องเมื่อการโกงกินลดลงจนแทบไม่เหลือหรอกลายเป็นวัฒนธรรมใหม่ที่คนในชาติยอมรับแต่ของไทยยังไม่สามารถปลูกฝังได้เพราะนักการเมืองและข้าราชการบางส่วนยังกระทำอยู่และไม่คิดเลิกราเสียด้วยสังคมไทยนับวันยิ่งเละเทะจนแก้ไขยากขึ้นเรื่อยๆ."สายล่อฟ้า"คลิกอ่านคอลัมน์ “กล้าได้กล้าเสีย” เพิ่มเติม