การเมืองปี 2569 ศึกนอกก็ระวัง ศึกในก็ระแวง อนาคตประเทศไทย ที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย ประชาธิปไตย อธิปไตย ประชาชน ถูกจับเป็นตัวประกัน ท่ามกลางสามสงคราม ชายแดน การค้า นิติสงคราม ที่มีฉากทัศน์น่าจับตา ถึงกำหนด วันรับสมัคร เลือกตั้ง วันแรก 27 ธ.ค. 2568 การเจรจาระดับคณะกรรมการเขตแดนภูมิภาค GBC จู่ๆเกิดตกลงหยุดยิงกันเอาดื้อๆ 27 ธ.ค. 2568 รบกันมาตั้ง 20 วัน ทหารไทยตายไป 27 นาย เสียขา บาดเจ็บอีกจำนวนหลายสิบนาย เหมือนกดปุ่มได้ นึกอยากจะรบก็รบ นึกอยากจะหยุดก็หยุด มีอะไรที่รัฐบาลไทยบอกคนไทย ไม่หมด มีอะไรที่ทับซ้อนอยู่ระหว่างสงครามชายแดนกับการแทรกแซงของต่างชาติรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล กกต.ที่มี แสวง บุญมี เป็นเลขาฯ กกต.เป็นนายทะเบียนพรรคการเมือง ต้องการจะเร่งให้เกิดการ เลือกตั้งและจบโดยเร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นคงไม่ยุบสภาวันที่ 12 ธ.ค.2568 เพื่อให้การเลือกตั้งมีเร็วขึ้น จากปลายเดือน มี.ค. 2569 หรือต้นเดือน เม.ย.2569 เป็นวันที่ 8 ก.พ.2569 เพราะรัฐบาลมั่นใจว่าถ้าเลือกตั้งเร็ว รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยจะได้เปรียบ หากปล่อยให้สถานการณ์สงครามยืดเยื้อ และเกิดข้อผิดพลาดเหมือนตอนแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ สถานการณ์จะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือและหาก พรรคประชาชน พลิกสถานการณ์แก้ข้อสงสัย ยกมือให้อนุทิน เป็นนายกฯได้ จะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวที่สุด คะแนนที่ไม่เลือกใคร ประมาณ 40% จะเทไปให้พรรคประชาชน สมมติว่า พรรคประชาชนได้เสียงข้างมาก ได้สิทธิ์ตั้งรัฐบาลก่อน โดยเฉพาะ ที่พรรคประชาชนแบไต๋ว่า พรรคประชาชนไม่มีนโยบายไปแตะม.112 อีกต่อไป ทำให้ พรรคภูมิใจไทย ตกที่นั่งลำบากมากขึ้น ปลดล็อก ม.112 ปลดล็อกยกมือให้อนุทินเป็นนายกฯได้ก็เอาชนะได้สมมติ พรรคประชาชน พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย ไทยสร้างไทย พรรคประชาชาติ ประกาศจับขั้วตั้งรัฐบาล มีเทา ไม่มีเราโอกาสที่ พรรคภูมิใจไทย จะเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล จบทันที อย่าทำเป็นเล่นไปเงื่อนไขสแกมเมอร์ มีเทาไม่มีเรา มีผลกระทบมากกว่า ม.112 ที่เป็นเงื่อนไขเดิมๆล้าสมัยไปแล้ว ยุคนี้หมดสมัยมีลุง ไม่มีเรา เข้าสู่โหมดมีเทาไม่มีเราที่พรรคภูมิใจไทยจะได้รับผลกระทบโดยตรง สลัดอย่างไรก็ไม่หลุดเพราะฉะนั้น การเมืองปีม้า 2569 หักเหลี่ยมโหด นิติสงคราม จะเป็นฤทธิ์มีดสั้น ที่ทำให้การเมืองเต็มไปด้วยความหวาดวิตกและ หวาดระแวง ทำให้ทุนเทาจะเข้ามามีบทบาทครอบงำการเมืองมากขึ้น เอาแค่การเลือกตั้งท้องถิ่น ที่จะมีการเลือกตั้งในวันที่ 11 ม.ค.นี้ เริ่มสตาร์ตกันที่แบงก์ม่วง จะไม่จบกันที่กี่แบงก์เทาเท่านั้นความรุนแรงและผลกระทบจากความไม่สะเด็ดน้ำทางการเมือง จะเป็นชนวนสงครามการเมืองที่หนักกว่าปี 2568 ที่ผ่านมา สงคราม ชายแดนจะถึงเวลาต้องเปิดศึกอีกรอบ ถ้าการเมืองภายในไม่สงบ ภายนอกก็ไม่สงบกัมพูชามีอเมริกาและจีนเป็นพี่เลี้ยง มีรัสเซียเป็นกองหนุน ชายแดนไม่มีคำว่าสงบมีแต่พักรบชั่วคราว.หมัดเหล็กmudlek@thairath.co.thคลิกอ่านคอลัมน์ “คาบลูกคาบดอก” เพิ่มเติม