รมว.กลาโหมขอบคุณทหารที่เสียสละ ย้ำจะยืนหยัดปกป้องศักดิ์ศรีชาติ พัฒนากองทัพให้มีความพร้อม-ทันสมัยรับมือภัยคุกคามทุกรูปแบบ ด้านศูนย์แถลงข่าวร่วมฯแจงส่งทหารกัมพูชา 18 นายกลับ ไม่ใช่แพ้การทูต ย้ำทำตามกลไก-หลักมนุษยธรรม คนชายแดนซื้อของฉลองปีใหม่คึกคัก แต่ไม่คับคั่งเหมือนทุกเทศกาล เหตุยังไม่มั่นใจสถานการณ์และพร้อมอพยพตลอดเวลา แม้ไร้เสียงปืนมา 5 วันแล้ว ชาว อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ขอบคุณทหารที่ปกป้องประเทศชาติมอบเป็นของขวัญให้คนชายแดน กังวลหวั่นเกิดปะทะซ้ำอีกระลอก ทหาร ฉก.12 กกล.บูรพาตรึงกำลังยืนหยัดรักษาแผ่นดิน ร่วมร้องเพลงชาติช่วงรอยต่อคืนส่งท้ายปีเก่าเข้าสู่ความสุขปีใหม่ 2569 ที่บ้านหนองหญ้าแก้ว สระแก้วสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่การสู้รบรวม 7 จังหวัด ยังนิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหวมาหลายวันแล้ว ขณะที่ไทยส่งตัว 18 เชลยศึกกลับคืนกัมพูชาไปแล้วเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.68 ตามข้อตกลงหยุดยิง แต่ทหารไทยไม่ประมาทยังคงเฝ้าปฏิบัติภารกิจพิทักษ์ดินแดนปกป้องอธิปไตยไทยอย่างต่อเนื่อง แม้จะเป็นช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ก็ไม่ได้กลับบ้าน แต่อยู่เฝ้าพื้นที่เตรียมพร้อมเสมอหากมีเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 69 ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ชี้แจงกรณีการส่งตัวทหารกัมพูชา 18 นายกลับประเทศ ท่ามกลางกระแสวิจารณ์ว่า ไทยถูกกดดัน หรือพ่ายแพ้ทางการทูตว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกรอบที่สองฝ่ายตกลงร่วมกัน ในกลไกอย่างเป็นทางการและยึดหลักมนุษยธรรมสากล เพื่อคลี่คลายสถานการณ์และลดความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดน การส่งตัวกลับครั้งนี้ ไม่กระทบสิทธิหรืออธิปไตยของไทย ไม่ใช่การยอม รับข้อกล่าวอ้างหรือข้อเรียกร้องของฝ่ายใด หากแต่เป็นการทำตามคำมั่นที่ให้ไว้ในกระบวนการลดความตึงเครียด เพื่อให้การยุติการเผชิญหน้าสามารถเดินหน้าได้จริง ส่วนกรณีสื่อกัมพูชานำเสนอว่าเป็น “ชัยชนะครั้งใหญ่” เห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นควรมองเป็นผลของความตกลงร่วมกัน และถือเป็น “ชัยชนะร่วม” มากกว่าการชนะ-แพ้ ไทยไม่ก้าวล่วงการสื่อสารภายในของประเทศอื่น แต่ขอให้ทุกฝ่ายยึดข้อเท็จจริง ลดวาทกรรมที่อาจกระพือความขัดแย้งและร่วมกันสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อสันติภาพและความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองประเทศสำหรับข้อสงสัยว่าการส่งตัวกลับเป็นการ “แลกเปลี่ยน” หรือมีเงื่อนไขแอบแฝงหรือไม่ ยืนยันว่า เป็นการดำเนินการตามมาตรการลดความตึงเครียด ที่ตกลงร่วมกัน ไม่มีเงื่อนไขพิเศษใดๆ ไทยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนและการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างกันเป็นหลัก ช่วงการควบคุมตัว ทหารกัมพูชาทั้งหมดได้รับการปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมและมาตรฐานสากล คำนึงถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความปลอดภัยอย่างเหมาะสม ส่วนข้อกล่าวหาว่าควบคุมตัว “นานเกินไป” นั้น การปล่อยตัวไม่สามารถดำเนินการได้ในช่วงที่ทั้งสองฝ่ายยังอยู่ในภาวะเป็นปฏิปักษ์ และทุกขั้นตอนพิจารณาจากสถานการณ์จริงในพื้นที่เป็นสำคัญในส่วนประเด็นเขตแดนหรือกระแสข่าวลักษณะ “ไทยได้พื้นที่คืน-กัมพูชาเสียพื้นที่” ย้ำว่า เป็นเรื่องละเอียดอ่อน อยู่ในกระบวนการตามกลไกที่เป็นทางการ ไม่ควรสรุปแบบชนะ-แพ้จากข้อมูลที่ไม่เป็นทางการ ขอให้ยึดการสื่อสารของหน่วยงานรัฐเป็นหลัก เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด ไทยยังคงเดินหน้าการทูตผ่านกลไกที่ตกลงร่วมกัน ควบคู่กับการรักษาความพร้อมด้านความมั่นคงตามความจำเป็น โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับการคุ้มครองประชาชนตามแนวชายแดน พร้อมขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลจากช่องทางทางการ งดเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ตรวจสอบ และร่วมกันรักษาบรรยากาศที่เอื้อต่อสันติภาพ ขณะที่ไทยยังยืนหยัดปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติอย่างเต็มที่วันเดียวกัน พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2569 ในนาม รมว.กลาโหม ขอขอบคุณกำลังพลทุกนายที่เสียสละแรงกาย แรงใจ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น ทุ่มเท ยึดมั่นในภารกิจที่ได้รับมอบหมายทุกพื้นที่ ทุกสถานการณ์ ทุกบทบาท ไม่ว่าจะเป็นภารกิจที่ปรากฏต่อสาธารณะ หรือภารกิจที่ต้องปฏิบัติอยู่เบื้องหลังโดยไม่มีใครมองเห็นก็ตาม ท่ามกลางความเสี่ยงที่ได้ยืนหยัดและทำหน้าที่ ล้วนมีความหมายต่อประเทศชาติอย่างเท่าเทียม จะไม่ถูกมองข้ามในสายตาของผู้บังคับบัญชา จึงขอส่งความระลึกถึงและกำลังใจไปยังกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในทุกพื้นที่ของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นแนวชายแดนในพื้นที่เสี่ยง หรือภารกิจด้านความมั่นคงในทุกมิติรมว.กลาโหม กล่าวอีกว่า ทหารทุกนายคือผู้ที่ยืนอยู่แนวหน้าในการปกป้องอธิปไตย รักษาความสงบเรียบร้อย สร้างความมั่นคงให้กับแผ่นดินไทย ขอให้เชื่อมั่นว่ารัฐบาลและกองทัพจะไม่ทอดทิ้ง จะจดจำทุกความเสียสละ จะยืนอยู่เคียงข้างทหารทุกนาย ร่วมกันนำพาประเทศเดินหน้าอย่างมั่นคง ปลอดภัย มีศักดิ์ศรี กระทรวงกลาโหมยังคงยืนหยัดปกป้อง สถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตยและบูรณภาพแห่งอาณาเขตของประเทศ ตลอดจนการรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของรัฐ พัฒนากองทัพให้มีความพร้อม-ทันสมัย เสริมสร้างความสามัคคี ความร่วมมือ และความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศในพื้นที่ชายแดนด้าน ที่ จ.สุรินทร์ โดยเฉพาะที่ย่านการค้าตลาดชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง วันแรกของ พ.ศ.2569 มีประชาชนคนชายแดนพากันมาเลือกซื้อของสด พืชผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ อย่างคึกคักแต่เช้านำไปประกอบอาหารต้อนรับปีใหม่กับครอบครัวอีกวัน แม้ไม่คับคั่งและหนาตาเหมือนช่วงเทศกาลที่ผ่านๆมาก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์ที่ยังไม่น่าไว้วางใจ แม้มีการหยุดยิงไม่มีเสียงปืนปะทะเกิดขึ้นเข้าวันที่ 5 แล้วก็ตาม คนชายแดนต่างทำใจและชินกับการสู้รบที่เกิดขึ้นหลายครั้งที่ผ่านมา หากกัมพูชาจะเปิดฉากยิงเข้ามาอีก ต่างก็พร้อมอพยพได้ตลอดเวลาเช่นกัน และไม่ค่อยตื่นกลัวเหมือนช่วงแรกๆมากนักนางวิไลพร สุวรรณหงส์ แม่ค้าขายลอตเตอรี่ชายแดนช่องจอม กล่าวว่า เขมรไว้ใจไม่ได้ เชื่อไม่ได้ทั้งประเทศ ต้องเตรียมพร้อมอพยพตลอด ถ้าหยุดยิงจริงก็ดี จะได้ทำมาหากินปกติ จะอดตายกันหมดแล้ว ชาวบ้านชายแดนชินอะไรจะเกิดให้มันเกิดไป พร้อมอพยพทุกเมื่อ ขอให้จบๆสักที ถึงชาวบ้านลำบากคนชายแดนก็ต้องยอมรับความจริง คนที่ไม่อยู่ชายแดนไม่รู้หรอกว่าหัวอกคนชายแดนเป็นแบบไหน ภาวนาให้ทหารไทยปลอดภัยทุกนาย คนที่น่าสงสารที่สุดคือทหาร เรานอนหลับอยู่รอดปลอดภัย มีความสุขได้เพราะพวกเขา ขอบคุณทหารที่มาทำหน้าที่ป้องกันชายแดน ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงปราศจากโรคภัยไข้เจ็บต้อนรับปีใหม่ ให้ครอบครัวทหารอยู่เย็นเป็นสุข อย่าให้ใครต้องขาขาดและเสียชีวิต ไม่อยากได้รับข่าวร้าย เมื่อเขาทำเพื่อพวกเรา คนชายแดนก็จะทุ่มเททุกอย่างเพื่อทหารขณะที่บรรยากาศในหมู่บ้านชายแดนไทย-กัมพูชา อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ นายทะเบียน วงจันทร์ ชาวบ้านในพื้นที่ เผยว่า บรรยากาศการฉลองคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2569 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ชาวบ้านให้ความร่วมมือ ไม่มีการจุดพลุเสียงดังจนสร้างความตื่นตระหนก แม้มีบ้างประปรายแต่โดยรวมถือว่าสงบ หากบรรยากาศในพื้นที่ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ถือเป็นเรื่องที่ดีต่อความเป็นอยู่ของชาวบ้าน การยุติการปะทะระหว่างไทย-กัมพูชา เสมือนของขวัญปีใหม่ที่มีค่าสำหรับชาวบ้านตามแนวชายแดน แต่มองว่าสถานการณ์ความสงบดังกล่าว อาจเป็นเพียงระยะสั้น เนื่องจากยังไม่สามารถไว้วางใจฝั่งกัมพูชาเต็มที่ มองว่ามีโอกาสที่จะเกิดการปะทะขึ้นอีกระลอกและเหตุน่าจะเริ่มจากฝั่งกัมพูชา เพราะที่ผ่านมาไทยยึดพื้นที่คืนจากกัมพูชาจำนวนมาก ทำให้อีกฝ่ายอาจพยายามจะเอาคืนพื้นที่ดังกล่าวที่ชายแดน จ.สระแก้ว เมื่อเช้าวันที่ 1 ม.ค.69 กองกำลังเฉพาะกิจที่ 12 (ฉก.12) กองกำลังบูรพา จัดกิจกรรมส่งความสุข เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2569 ที่บริเวณแนวชายแดนบ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง กำลังพลร่วมกันร้องเพลงชาติไทยอย่างพร้อมเพรียง ในช่วงเช้าวันปีใหม่ 1 ม.ค.69 เป็นการ แสดงออกเชิงสัญลักษณ์แสดงถึงความสามัคคี ความเสียสละ ความมุ่งมั่นของกำลังพล ในการยืนหยัดปกป้องอธิปไตยไทยในพื้นที่แนวหน้า ที่ต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ด้านความมั่นคงอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ช่วงรอยต่อของนาทีส่งท้ายปีเก่าเข้าสู่ปีใหม่ เวลา 00.00 น. วันที่ 1 ม.ค. 2569 ชาว อ.อรัญ ประเทศ จ.สระแก้ว ร่วมกันร้องเพลงชาติไทย และยืนสงบนิ่งแสดงความอาลัย รำลึกถึงทหารกล้าที่เสียสละชีวิตและกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละอ่าน "คอลัมน์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ" ทั้งหมดที่นี่